Se connecterแขกประจำของโรงแรมมีเพียงคนเดียวคือคุณลุงไซรัส ตาแก่เครายาวที่ใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบ วันๆ นั่งเขียนนิยายเกี่ยวกับโลกวิเศษ โลกที่ไม่มีเวทมนตร์ ทุกคนในโลกนั้นพยายามสร้างสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง ลุงไซรัสเรียกสิ่งเหล่านั้นว่า “เทคโนโลยี” และ “วิทยาศาสตร์” แม้จะเป็นสิ่งที่ต่างจากโลกเวทมนตร์ที่อาเธอร์อาศัยอยู่ แต่โลกที่ลุงไซรัสสร้างก็ชวนให้คนอ่านหลงใหล นิยายของลุงไซรัสไม่ธรรมดาเลย กลายเป็นนิยายขายดีอันดับต้นๆ ของอาณาจักร เพราะเต็มไปด้วยจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์
เขาเคาะประตูเบาๆ “คุณลุงครับ ผมจะไปที่กองคาราวานพ่อค้า คุณลุงจะฝากซื้ออะไรมั้ยครับ?”
ประตูเปิดออกมาเผยตาแก่ที่มีหนวดเครายาวสีเทาขาว ดวงตาสีฟ้าอ่อนอบอุ่นเต็มไปด้วยความใจดี และมีรอยยิ้มมุมปากเล็กน้อย แม้จะเป็นเช้าที่เงียบสงบ ลมหายใจของลุงไซรัสก็ยังคงนิ่งสงบราวกับอ่านหนังสืออยู่
“ฝากช่วยดูกระดาษกับหมึกให้หน่อยนะ อาเธอร์ พอดีที่มีอยู่ใกล้จะหมดแล้ว” เสียงลุงไซรัสเรียบง่ายแต่แฝงความอบอุ่น
อาเธอร์พยักหน้า พร้อมกับมองไปรอบๆ ห้องที่เต็มไปด้วยหนังสือเก่าและสมุดร่างเรื่องราวต่างโลก ชั้นวางไม้เต็มไปด้วยขวดหมึก หลอดปากกา และกระดาษหลายขนาด ทุกอย่างสะท้อนถึงชีวิตของนักเขียนผู้มีโลกของตัวเอง
“ได้ครับคุณลุง ผมจะไปซื้อให้” อาเธอร์ตอบด้วยรอยยิ้ม พลางคิดในใจว่า เวลาที่ได้ช่วยลุงไซรัส แม้เพียงเรื่องเล็กๆ แบบนี้ ก็ทำให้รู้สึกมีความหมาย
ก่อนจะออกเดิน เขาเหลือบมองลุงไซรัสอีกครั้ง ดวงตาแก่แต่ฉลาดแฝงความลึกลับเหมือนคนที่เข้าใจโลกทุกใบแม้จะอยู่ในความสงบเพียงลำพัง
วันนี้บรรยากาศในตลาดหมู่บ้านแสงจันทร์คึกคักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านหลังคาผ้าใบที่พ่อค้าแม่ค้านำมากางบังแดดหลากสีสัน เสียงเจรจาซื้อขายดังระงมปะปนกับเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่วิ่งเล่นอยู่ริมทาง รถม้าที่ลากเกวียนพ่วงสินค้าหยุดเรียงรายอยู่ตรงลานกว้าง กลิ่นหอมของขนมปังอบใหม่และสมุนไพรแห้งคลุ้งตลบไปทั่ว
แผงลอยเรียงรายจนสุดสายตา ทั้งช่างตีเหล็กที่นำมีดสั้นเงาวับมาวางขาย พ่อค้าผ้าแพรที่ตะโกนเรียกลูกค้าด้วยน้ำเสียงสดใส และแม่ค้าผักที่เอาผลผลิตสดใหม่จากไร่ใกล้หมู่บ้านมาเรียงไว้จนดูเขียวขจี
“สวัสดีครับ วันนี้มีสินค้าอะไรใหม่ๆ บ้างหรือเปล่าครับ?” อาเธอร์เอ่ยถามพ่อค้าคนหนึ่งที่กำลังจัดสมุนไพรลงตะกร้าไม้
พ่อค้าหันมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง มือหยิบห่อผ้าสีเข้มออกมาเปิดเผยสมุนไพรแห้งและรากพืชที่ถูกมัดรวมกันอย่างเป็นระเบียบ กลิ่นหอมฉุนเฉพาะตัวลอยออกมาแตะจมูกทันที กลิ่นนั้นทั้งคม แรง และสดชื่นจนผู้คนที่ยืนใกล้ๆ ต้องเหลียวมอง
“มีสิๆ พอดีข้าเพิ่งกลับมาจากดินแดนตะวันออก ได้ของดีติดมือมา… นี่ เจ้าหนูรู้จักหรือเปล่า เขาเรียกกันว่า สามเกลอ”
อาเธอร์ชะงัก ดวงตาเบิกกว้างในทันที เสมือนโลกทั้งใบหยุดนิ่งชั่วขณะ สามเกลอ…!?
เพียงแค่ได้ยินชื่อ ความทรงจำในอดีตชาติหลั่งไหลกลับเข้ามา ภาพของครกหินเก่าในร้านอาหารที่กรุงเทพฯ ผุดขึ้นมาอย่างชัดเจน เสียง “ตึกๆ ตักๆ” ของสากกระทบครกยังคงก้องอยู่ในหู กลิ่นกระเทียมสด พริกไทยเม็ด และรากผักชีที่ถูกตำจนละเอียด กลายเป็นเนื้อเดียวกัน กลิ่นหอมเผ็ดฉุนที่ทั้งกระตุ้นน้ำลายและทำให้ท้องไส้ร้องจ๊อก
สามเกลอ… เครื่องเทศที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังที่สุด!
ไม่ว่าจะหมักเนื้อสัตว์ ปรุงซุป หรือผัดกับอาหารจานด่วนเพียงใส่แค่เล็กน้อย รสชาติของวัตถุดิบก็จะถูกยกระดับขึ้นอีกขั้น กลายเป็นอาหารที่มีทั้งกลิ่นหอมชวนกินและรสเข้มถึงใจ“โอ้ว…พระเจ้า! ในที่สุดเราก็จะได้ลิ้มรสชาติที่คุ้นเคยเสียที” อาเธอร์พึมพำออกมา ดวงตาเป็นประกายจนแทบกลั้นรอยยิ้มไม่อยู่ ความคิดถึงบ้านเก่าผสมกับความตื่นเต้นไหลบ่าเข้ามา รสชาติของอาหารจากโลกเดิมที่เขาไม่คิดว่าจะได้เจออีก กำลังอยู่ตรงหน้า น้ำซุปใสต้มสามเกลอที่หอมเย็นชื่นใจ หรือแม้แต่ข้าวผัดเรียบง่ายที่กลายเป็นงานชั้นยอดเพราะใส่ สามเกลอ ลงไปเพียงช้อนเดียว
[ ติ๊งงงงงง… ปลดล็อกสกิล: สารานุกรมวัตถุดิบ ]
ห๊ะ!? เอ๊ะ แบบนี้ก็ได้เหรอ อยู่ดีๆ ก็ปลดล็อก แต่ที่ผ่านมาตั้งสิบสี่ปีไม่โผล่มาเลยนะ เจ้า ‘ระบบ’ บ้า!
เขาบ่นในใจ แต่ก็ปล่อยผ่านไปก่อน ค่อยกลับไปเช็กละเอียดอีกทีที่บ้าน“คุณพ่อค้าครับ สามเกลอนี่ขายยังไงครับ?” อาเธอร์ถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“หกสิบเหรียญทองแดงต่อร้อยกรัม”
ถูกมาก !! อาเธอร์ตกใจ เมื่อลองเทียบกับค่าเงินในชีวิตที่แล้วของเขา ทันใดนั้นอาเธอร์ลองยกยิ้มต่อรองทันที “สี่สิบเหรียญทองแดงได้มั้ยครับ?”
พ่อค้าหัวเราะเสียงดัง “เจ้าหนูนี่ชักจะหัดเป็นพ่อค้าแล้วนะ มีหัวเชียว! เอางี้ ข้าลดให้ห้าสิบเหรียญทองแดง ขาดตัว”
“ตกลง ขอบคุณมากครับ”
เขายื่นเหรียญทองแดงแลกสมุนไพรมาอย่างดีใจ ก่อนเก็บใส่ถุงผ้าแนบอกไว้แน่นๆ
ตลอดช่วงบ่าย อาเธอร์เดินชมแผงค้าโน่นนี่ ทั้งเครื่องประดับไม้แกะสลัก ขณะเดินเลียบริมแม่น้ำ เขาเห็นชายร่างใหญ่คนหนึ่งกำลังวุ่นวายกับแหที่ว่านอยู่ริมท่าเรือ “สวัสดีครับคุณทอมสัน เป็นยังไงบ้างครับ วันนี้ได้ปลามาเยอะไหม?”
ชายชาวประมงเงยหน้าขึ้นพร้อมหัวเราะแห้งๆ “โอ้ ได้เยอะอยู่นะ แต่เจ้าแหพวกนี้ลำบากจริง ติดกุ้งมาซะเต็มไปหมด มันดิ้นแรงจนแหจะขาด … ฤดูนี้มันชุกชุมจริงๆ”
อาเธอร์ชะงักอีกครั้ง ดวงตาเปล่งประกาย กุ้ง…!?
เรดที่ยืนพิงเสาข้างหลังยิ้ม “พูดเหมือนคนเคยผ่านศึกใหญ่มาเลยนะเจ้าหนู”“ศึกหม้อแตก กระทะไหม้นี่แหละครับ” อาเธอร์หัวเราะตอบ “เลยไม่อยากให้มันเกิดอีก”พนักงานสาวหัวเราะตาม “เข้าใจเลยค่ะ ถ้างั้นขอรายละเอียดร้านหน่อยได้ไหมคะ ชื่อร้าน ประเภทอาหาร แล้วก็สถานที่ตั้ง จะได้ช่วยประกาศหาคนที่เหมาะ ๆ ให้”อาเธอร์พยักหน้า ก่อนหยิบแผ่นแบบร่างร้านจากกระเป๋าออกมากางให้ดู “ชื่อร้าน ‘ร้านอาหารและยา จันทร์หอม’ ครับ ร้านอาหารกึ่งสมุนไพร เน้นเมนูเรียบง่ายที่ใช้ของสดจากฟาร์มในหมู่บ้านแสงจันทร์และของขึ้นชื่อในละแวกนั้น ชั้นล่างจะขายยาและผลิตภัณฑ์ของเรา ส่วนชั้นบนเป็นร้านอาหารครับ”พนักงานสาวก้มมองแบบร่างอย่างสนใจ “โอ้ ดูมีแนวคิดดีจังค่ะ ร้านบรรยากาศอบอุ่นแบบชนบทแต่มีกลิ่นอายเวทมนตร์ด้วย… ถ้าโฆษณาดี ๆ ต้องมีคนอยากมาทำแน่”“ผมก็หวังแบบนั้นครับ” อาเธอร์ยิ้มบาง ๆ “อยากได้คนที่ตั้งใจ ขยัน แล้วก็รักการบริการจริง ๆ มากกว่าเรื่องประสบการณ์นะครับ เพราะพวกนี้ฝึกได้ แต่ใจบริการต้องมาจากข้างใน”พนักงานยิ้มพอใจ “พูดได้ดีเลยค่ะ แบบนี้เดี๋ยวฉันช่วยประกาศให้เลย ขอเวลาสักสามวัน คิดว่าคงมีผู้สมัครเข้ามาไม่น้อย”เรดพึมพำเบา ๆ
รุ่งเช้าของวันใหม่ แสงอาทิตย์สีทองส่องลอดผ่านยอดเขาและผืนป่าที่รายล้อมหมู่บ้านแสงจันทร์ เสียงนกร้องประสานกับเสียงม้าคลอเคล้ากันเป็นจังหวะของการเริ่มต้นวันใหม่อาเธอร์สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับขึ้นถึงข้อศอก พร้อมสะพายกระเป๋าหนังสีน้ำตาลที่ใส่เอกสารสำคัญไว้เต็มกระเป๋า ส่วนเรดอยู่ในชุดอัศวินเก่าที่ดัดแปลงเป็นเสื้อคลุมเดินทาง ดูภูมิฐานและคล่องตัวในเวลาเดียวกัน ข้าง ๆ กันคือ “ไอล่า” หญิงสาวคนใหม่ของทีมในชุดเรียบหรูแต่ดูมั่นใจ ผมสีทองอ่อนถูกรวบขึ้นครึ่งศีรษะ ดวงตาสีเขียวอมฟ้ากวาดมองรอบ ๆ อย่างตื่นเต้นกับทุกสิ่งที่เห็น“ว้าว… ไม่คิดเลยว่าฉันจะได้เดินทางกับพวกคุณสองคนเร็วขนาดนี้” ไอล่าพูดด้วยน้ำเสียงสดใส“ถือว่าเป็นการฝึกงานภาคสนามครับ” อาเธอร์หัวเราะเบา ๆ “ผมอยากให้พี่เห็นพนักงานคนอื่น ๆ ด้วย จะได้รู้แนวทางการทำงานของแต่ละฝ่ายจริง ๆ”“ฝึกงานภาคสนามเหรอ...” เรดหัวเราะในลำคอ “น่าจะเรียกว่า ‘ฝึกความอดทน’ มากกว่า เมืองนอตติงแฮมคนเยอะ รถม้าก็แน่น เดินกันจนเมื่อยขาแน่ ๆ”“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันอยากเห็นเมืองใหญ่จริง ๆ มานานแล้ว” ไอล่าตอบด้วยรอยยิ้มหลังจากเดินทางมาสองวันเต็ม ขบวนม้าของทั้งสามก็มาถึงหน้าประตู
เรดถึงกับเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองอาเธอร์อาเธอร์หัวเราะเบา ๆ “คำตอบนี้ผมชอบมากเลยครับ ฟังแล้วรู้เลยว่าคุณเข้าใจหัวใจของร้านจริง ๆ”“ขอบคุณค่ะ” ไอล่ายิ้มอบอุ่น “ฉันเชื่อว่าอาหารจะอร่อยขึ้น ถ้าลูกค้ารู้สึกว่าตัวเองได้รับการต้อนรับด้วยใจ”เรดพึมพำเบา ๆ “อืม… ถ้าแม่ของนายได้ยินนะ ต้องถูกใจแน่ ๆ”อาเธอร์ปิดสมุด ยื่นมือไปตรงหน้า “งั้นผมไม่ถามอะไรต่อแล้วครับ คุณไอล่า — ยินดีต้อนรับสู่ทีมของร้านอาหารและแสงจันทร์ครับ”ไอล่าจับมืออย่างมั่นใจ “ขอบคุณค่ะ ฉันจะทำให้แขกทุกคนยิ้มก่อนกลับให้ได้เลยค่ะ”“ผมขอเรียกพี่ไอล่าละกันนะครับ” อาเธอร์เริ่มพูดด้วยรอยยิ้ม “ร้านของเราแบ่งออกเป็นสองส่วนนะ ไว้มีโอกาสผมจะพาไปดู ตอนนี้สร้างอยู่ ปลายเดือนนี้ก็เรียบร้อยแล้วครับ”เขาชี้ไปที่บันไดไม้โค้งงามที่เชื่อมขึ้นไปยังชั้นสอง “ส่วนชั้นล่างจะเป็นส่วนต้อนรับลูกค้า และขายยาชนิดต่างๆ ของร้านครับ ส่วนชั้นบนจะเป็นร้านอาหาร ผมอยากให้พี่ไอล่ารับผิดชอบในส่วนของต้อนรับลูกค้าด้านล่าง คิดเงิน และขายยาครับ”“อืมม์ ฟังดูน่าสนุกนะคะ” ไอล่ายิ้ม พลางกวาดตามองรอบร้าน “กลิ่นหอมพวกนี้ก็มาจากยาพวกนั้นด้วยหรือเปล่าคะ”“ใช่ครับ” อาเ
เช้าวันถัดมา หลังจากเดินทางกลับถึงหมู่บ้านแสงจันทร์ได้ไม่นาน อาเธอร์ก็นั่งเอนหลังอยู่ตรงเก้าอี้ไม้หน้าเคาน์เตอร์ต้อนรับของโรงแรม “เหล่ากระต่าย” แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องลอดผ่านกระจกบานใหญ่ ทำให้ฝุ่นละอองในอากาศระยิบระยับคล้ายประกายดาว“ข่าวดีครับคุณอาเธอร์!” เสียงของพี่เรดดังขึ้นจากประตูอาเธอร์ที่กำลังจิบกาแฟถึงกับยิ้ม “หืม? มีคนมาสมัครงานเพิ่มเหรอครับ?”“ใช่แล้ว หนึ่งคนครับ ตำแหน่งต้อนรับ!”“...หนึ่งคน?”เสียงตอบของอาเธอร์เบาลงเรื่อย ๆ ก่อนจะจบลงด้วยเสียงถอนหายใจยาว “สาบานว่านี่คือข่าวดีเหรอครับพี่เรด”เรดหัวเราะ “ก็อย่างน้อยก็มีคนสนใจนี่นา ไม่เลวแล้วนะ”อาเธอร์วางแก้วกาแฟลง พลางยกมือกุมขมับ “ครับ… ข่าวดีที่ดีเกินไปจริง ๆ”หลังจากตั้งหลักได้ เขาก็นัดให้ผู้สมัครมาสัมภาษณ์ที่โรงแรมตอนสาย ๆ —และเมื่อหญิงสาวคนนั้นก้าวเข้ามาในห้องต้อนรับ เสียงพูดคุยของแขกทุกคนก็แผ่วลงในทันทีเธอเป็นหญิงสาวรูปร่างสมส่วน ผมยาวสีทองนวลสยายลงมาถึงแผ่นหลัง สวมเสื้อเชิ้ตสีครีมกับกระโปรงยาวเข้ารูปอย่างสุภาพ ใบหน้าสวยสะดุดตา ท่าทีสง่างามแต่ไม่หยิ่ง ผิวขาวอมชมพูสะท้อนแสงอ่อนของเช้าได้อย่างพอดี“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อไอล่
“ข้าว่า... งานปีนี้สนุกกว่าที่คิดเยอะเลยนะ” ลุงเลวิสพูดพลางหัวเราะ เสียงของแกอบอุ่นราวกับแสงแดดตอนบ่าย “ลงแข่งมาหลายปีแล้ว ยังไม่เคยเห็นราชินีลงมาประกาศผลด้วยตัวเองเลย”“ใช่เลยครับ” เรดตอบพร้อมสะพายตะกร้าดอกไม้ไว้บนไหล่ “แถมดอกไม้ของเราขายหมดเกลี้ยงตั้งแต่ก่อนประกาศผลอีก นี่มันสุดยอดมาก”รินเดินอยู่ข้างหน้า เธอหันมายิ้มบาง ๆ พลางถือถุงเหรียญรางวัลในมือ “ทั้งหมดนี่ก็น่าจะพอซื้อวัตถุดิบ หรือทำอะไรใหม่ ๆ ได้อีกหลายอย่างเลยนะคะ”อาเธอร์ยิ้ม — รอยยิ้มที่ทุกคนคุ้นเคย มุมปากยกขึ้นเพียงนิด พร้อมประกายในดวงตา “จริงครับ แต่ผมมีอีกอย่างที่อยากทำมากกว่า”“อะไรหละ?” ลุงเลวิสถามขณะควบม้าช้า ๆ ไปตามทางกลับหมู่บ้าน ดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ ทอแสงสีทองส่องผ่านแนวไม้ใหญ่ที่ปลิวไหวตามสายลมเย็นของยามเย็น“ที่ดินรกร้างทางตอนเหนือของเมืองซานส์สคันส์ครับ” อาเธอร์ตอบเรียบ ๆ แต่เสียงหน
เสียงระฆังทองดังขึ้น “ก๊งงงงงงงงง—!” สะท้อนก้องทั่วจัตุรัสกลางเมือง ผู้คนจากทั่วสารทิศต่างพากันเงียบลงทันที สายลมเย็นจากภูเขาทางเหนือพัดผ่านกลีบดอกไม้ที่ลอยฟุ้งไปทั่วฟ้า ราวกับธรรมชาติเองก็ร่วมเฉลิมฉลองในค่ำคืนนี้บนเวทีหลักที่ประดับด้วยพวงดอกไม้นับพันชนิด ราชินีเอลิซาเบธก้าวขึ้นมาช้า ๆ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ ด้านหลังคือบรรดากรรมการผู้ทรงเกียรติ และองค์ชายจูเลียสที่ยืนเคียงข้างด้วยรอยยิ้มบางอาเธอร์และพวกยืนอยู่แถวหน้าใจเต้นแรง — ลุงเลวิสถึงขั้นกำหมัดแน่น รินยกมือพนมแนบอก ส่วนเรด… แอบซ่อน เหรียญทองที่เหลืออยู่ในกระเป๋า “เผื่อแพ้ จะได้ซื้อดอกไม้กลับบ้านสักกำ” เขาพึมพำเบา ๆราชินีเอลิซาเบธยิ้มอ่อน ก่อนจะตรัสขึ้นด้วยน้ำเสียงใสกังวาน “ข้าได้เห็นผลงานของทุกหมู่บ้าน ทุกแคว้น และทุกพ่อค้าดอกไม้ในอาณาจักรแห่งนี้ ต่างก็งดงามราวสวรรค์บนพื้นดิน... แต่ในปีนี้ มีผู้หนึ่งที่ทำให้ข้ารู้สึกว่า ‘กลิ่นของความพยายาม’ หอมยิ่งกว่าดอกไม้ใด ๆ ที่ข้าเคยสัมผัส...”เสียงกระซิบฮือฮาดังทั่วงาน “หรือจะเป็
หลังจากทะลุออกจากหุบเขาแสงจันทร์มาได้ ทิวทัศน์เบื้องหน้าก็เปิดกว้างออกไปราวกับอีกโลกหนึ่ง ป่ากว้างสุดลูกหูลูกตาแผ่ขยายอยู่ตรงหน้า ต้นไม้สูงเสียดฟ้าแผ่กิ่งก้านรับลมหนาว เสียงใบไม้เสียดสีกันแผ่วเบา กลิ่นหอมของดินชื้นและไอหมอกอ่อนๆ คลุ้งอบอวลในอากาศยามเช้า แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านช่องใบไม้ลงมาเป็นลำ รา
อีกสองตัวกระโจนเข้าพร้อมกันจากสองด้าน เรดหมุนตัว หย่อนปลายดาบแตะพื้นแล้วลากขึ้น เปลวเพลิงแตกตัวออกเป็นวงแหวนลุกโชติช่วง — “วงเพลิงหมุนวน” คลื่นไฟหมุนรอบตัวเขา กวาดพวกไลแคนซ์กระเด็นกระดอนราวกับใบไม้ต้องพายุกองทหารที่เหลือม
เขาถอนหายใจหนัก ร่างกายยังมีประกายแสงบาง ๆ เกาะอยู่ตามแขน ปีเตอร์มองลูกชายอย่างปลาบปลื้ม ขณะที่เบียร์ในหม้อทองแดงยังเดือดปุด ๆ — กลิ่นหอมของมอลต์ผสมกับกลิ่นใบไม้สดใหม่ ราวกับธรรมชาติทั้งปวงกำลังเฉลิมฉลองการ “ตื่น” ของสิ่งที่หายไปกว่าศตวรรษซาร่าเดิ
หลังจากวุ่นวายหลายวันติดต่อกัน วันนี้อาเธอร์ตัดสินใจพักสบายๆ อยู่ที่บ้าน ช่วยงานที่ร้านตามปกติ หลังจากทำกิจกรรมยามเช้าของที่ร้านเรียบร้อย อาเธอร์ก็มาช่วยพ่อของเขาหมักเบียร์ภายในโรงเรือนเล็กด้านหลังบ้าน กลิ่นหอมหวานของมอลต์ลอยอ้อยอิ่งในอากาศ เสียงน้ำเดือดปุด ๆ ดังคลออยู่กับเสียงนกร้องนอกหน







