Share

บทที่12

last update publish date: 2026-04-21 22:02:17

ศิริกานดาคลี่ยิ้มแห้งๆ แล้วใครจะกล้าตอบว่าไม่ได้ล่ะ ก็เล่นขอร้องมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึมพร้อมน้ำเสียงจริงจังซะขนาดนี้ เธอจึงเอ่ยถามกลับไปด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ ไม่ค่อยมั่นใจเท่าใดนัก

“แล้วคุณจะกินอะไรล่ะคะ กานทำกับข้าวไม่ค่อยเก่งหรอกนะคะ”

สาวน้อยอายเกินกว่าจะบอกว่าเธอทำกับข้าวไม่เป็น จึงเลี่ยงมาใช้คำว่าไม่ค่อยเก่งแทน มันคงฟังดูไม่น่าเกลียดสักเท่าไร

“อะไรก็ได้ แล้วแต่คุณเถอะ แต่ขอหนักๆ ท้องหน่อยแล้วกัน ผมหิว”

คนไม่มีฝีมือทางด้านการทำอาหารทำท่าคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเสนอเมนูง่ายๆ ออกมา

“งั้นเป็นไส้กรอกกับไข่ดาวได้ไหมคะ”

“ได้ครับ”

คำตอบรับสั้นๆ ง่ายๆ และน้ำเสียงก็ปกติธรรมดา ทว่ามันกลับทำให้ศิริกานดาชะงักนิ่งค้างอยู่ชั่ววินาที ก็ตั้งแต่เจอหน้าเขา รู้สึกว่าประโยคนี้แหละที่มันน่าฟังและเพราะที่สุดเท่าที่ได้คุยกันมา เธอหันหลังก้าวเข้าไปในห้องครัวพร้อมรอยยิ้มแต้มเรียวปากน้อยๆ แบบนี้ค่อยน่าทำให้กินหน่อย และเธอจะทำให้สุดฝีมือเลยทีเดียว

ศิริกานดาเปิดตู้เย็นในครัวแล้วหยิบไส้กรอกกับไข่ไก่ที่มีติดในตู้เย็นเอาออกมาวางบนโต๊ะเล็กกลางห้องครัว ก่อนหยิบส้อมมาจิ้มๆ ถุงไส้กรอก แล้วเอาไปใส่ในไมโครเวฟและจัดการตั้งเวลา จากนั้นถึงหันมาคว้ากระทะขึ้นตั้งไฟเพื่อทำไข่ดาวเป็นรายการต่อไป

ทว่าท่าทางของคนทำไข่ดาวไม่สวยเอาเสียเลย ร่างระหงยืนห่างจากเตาพอสมควร และจับทัพพีด้วยปลายนิ้วพลางขยับร่างหลบน้ำมันที่กระเด็นออกมาไม่ให้โดนผิวสวยๆ ของตนเอง เพราะศิริกานดาจะปล่อยให้สิ่งที่เป็นเครื่องมือทำมาหากินของเธอกระดำกระด่างไม่ได้เป็นอันขาด เมื่อเห็นว่าไข่ดาวสุกได้ที่แล้วก็พยายามจะตักขึ้นมาใส่จาน แต่ก็ตักแล้วหล่น ตักอีกก็หล่นอีกอยู่แบบนั้นหลายหน กระทั่งได้ยินเสียงเอ่ยทักดังมาจากด้านหลัง

“ไหม้แล้วมั้งน่ะ”

แม่ครัวจำเป็นสะดุ้งสุดตัว หันขวับมามองคนเข้ามาแบบเงียบๆ อย่างตกใจ ลืมไข่ดาวในกะทะเสียสนิท เพราะมัวแต่กังวลว่าเขาเข้ามาเห็นท่าทางการทำไข่ดาวอันแสนพิลึกพิลั่นของเธอเข้าหรือเปล่า จนได้กลิ่นไหม้ลอยมาปะทะจมูกเธอถึงรีบหันกลับไปมองในกะทะ ตากลมโตเบิกโพลง แล้วรีบกระโดดพรวดไปปิดเตาแก็สรวดเร็ว

แม่ครัวมือใหม่ยืนมองไข่ดาวในกะทะพร้อมปล่อยลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างระเหี่ยใจกับฝีมือการทำกับข้าวของตัวเองซะเหลือเกิน ขอไว้อาลัยให้กับไข่ดาวเกรียมๆ จากที่เกือบไหม้ ตอนนี้ก็ไหม้ไปเป็นที่เรียบร้อย แถมยังมีคนมาเห็นท่าทางการทำอาหารอันน่าสมเพศของตัวเองอีก น่าอับอายขายขี้หน้าชะมัด

หากสาวน้อยไม่ได้เห็นว่าคนรอกินข้าวกระตุกยิ้มน้อยๆ และดวงตาสีน้ำตาลเปล่งประกายเต้นระยับเลยทีเดียว ศิริกานดาหันไปฝืนยิ้มฝืดๆ ให้กับคนที่มายืนอยู่ข้างหลังพร้อมเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงหง๋อยๆ

“เดี๋ยวกานทำให้ใหม่นะคะ”

“ไม่ต้องแล้ว ขืนรอคุณทำไข่ดาวอีกรอบ ชาตินี้ผมจะได้กินหรือเปล่าก็ไม่รู้ เอาแค่ไส้กรอกนั่นแหละ ให้ไวเลย ตอนนี้ผมหิวไส้จะขาดอยู่แล้ว”

ประโยคประชดเล็กๆ ของเขาทำเอาสาวน้อยหน้าเจื่อนสนิท หากก็รีบก้าวไปเปิดเตาไมโครเวฟหยิบเอาไส้กรอกมาเทใส่จาน คว้ามีดกับส้อมพร้อมเครื่องปรุงไปวางให้ตรงโต๊ะกลางห้องครัว ก่อนหันไปรินน้ำในตู้เย็นใส่แก้วเอามาวางไว้ให้ด้วยเรียบร้อย คนหิวจัดก็ทรุดลงนั่งตรงเก้าอี้พลางคว้ามีดกับส้อมอย่างเตรียมพร้อม แต่ก่อนจะลงมือกับอาหารตรงหน้าก็ชะงักมือเล็กน้อยแล้วเอ่ยถามขึ้น

“กินด้วยกันไหม”

“ไม่ละค่ะ กานเพิ่งสั่งข้าวมากินกับยายควีนเมื่อตอนทุ่มหนึ่งนี่เอง”

“งั้นก็นั่งเป็นเพื่อนผมหน่อยแล้วกัน”

บอกเสร็จคีรินทร์ก็เริ่มตัดไส้กรอกจิ้มใส่ปากโดยไม่รอฟังว่าคนที่ยืนอยู่จะว่าอย่างไร ด้านศิริกานดาเมื่อเจอประโยคจะสั่งก็ไม่ใช่จะขอร้องก็ไม่เชิงก็จำต้องขยับไปทรุดนั่งตรงเก้าอี้ตรงข้าม พลางยกมือลูบผมเบาๆ แก้เก้อ ชั่วครู่ถึงได้ยินคนก้มหน้าก้มตากินไส้กรอกเอ่ยขึ้นมาเรียบๆ

“ฝีมือทำกับข้าวของคุณก็ใช้ได้นี่”

สาวน้อยค้อนให้คนพูดเสียตาแทบกลับ เพราะรู้ว่าโดนเหน็บแนมแน่นอน ก็ไอ้ไส้กรอกนั่นเธอไม่ได้ทำอะไรกับมันเลย แค่เอาไปใส่ในไมโครเวฟแป๊บเดียวก็กินได้แล้ว เขาก็เห็นอยู่ทนโท่ แต่คำถามรู้เท่าทันต่อมาของเขานี่สิ ทำให้ศิริกานดาอดหน้าแดงขึ้นมาอย่างอายๆ ไม่ได้

“ทำกับข้าวไม่เป็นทำไมไม่บอก”

“ก็กานต้องเรียนหนังสือ แล้วไหนจะต้องทำงานพิเศษอีก ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องทำกับข้าวพวกนี้นักหรอกค่ะ ก็เลยทำไม่ค่อยเก่ง”

คำแก้ตัวเสียงแจ้วๆ ที่ดังมาเป็นชุดแทนที่จะตอบคำถามนั้นทำให้คีรินทร์ต้องลอบยิ้มขำ

“ไม่ใช่ไม่ค่อยเก่งหรอกมั้ง เรียกว่าไม่เป็นเลยคงจะเหมาะกว่า ขนาดว่าทำอาหารขั้นเบสิกอย่างไข่ดาวยังไหม้ซะขนาดนี้น่ะ”

‘คนบ้า! ทำไมต้องมาซ้ำเติมกันด้วย จะช่วยพูดอ้อมๆ รักษาน้ำใจกันบ้างก็ไม่มี’

ประโยคเหมือนจะล้อเลียนหน้าตายของเขาทำให้ศิริกานดาทำหน้ามุยๆ ก่อนจะได้ยินเสียงทุ้มดังมาอีก

“และไม่ต้องร้อนตัวไป ผมยังไม่ได้ว่าอะไรคุณเลย สำหรับผมจะทำอาหารเป็นหรือไม่เป็นผมไม่สนใจหรอก แค่หน้าที่บนเตียงไม่บกพร่องผมก็พอใจแล้ว”

สาวน้อยที่ยังไม่ประสีประสากับเรื่องบนเตียงถึงกับอ้าปากค้างไปสามวินาทีกับประโยคที่ได้ยิน ก่อนจะหลบตาก้มหน้าแดงจัดหนีสายตาคมๆ ที่จ้องมาที่เธอนิ่งสนิทนั้นให้วุ่นวาย

‘ก็แล้วจะมาบอกเธอทำไมเล่า’

คีรินทร์คลี่ยิ้มขำหลังจากแกล้งพูดยั่วให้คนบางคนได้อายเล่นสำเร็จ แต่คนมัวแต่ก้มหน้างุดๆ หนีอายยังไม่มีโอกาสได้เห็น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฤทธิ์รัก   บทที่189(The end)

    ตอนนี้ห้องทำงานของคีรินทร์แทบเปลี่ยนเป็นห้องเลี้ยงเด็กอ่อนไปแล้ว เพราะมีข้าวของเครื่องใช้ของลูกชายเต็มไปหมด มีแม้กระทั่งเตียงนอนหลังใหญ่ที่คีรินทร์สั่งซื้อแล้วขนมาไว้ในห้องทำงาน ซึ่งสามารถลงไปนอนกลิ้งเล่นได้ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกเลยก็ว่าได้“ไม่เมื่อยหรอกครับ อีกสักสิบคนก็ยังไหว ว่าแต่คุณเถอะ พร้อมไหม”“หึ! พูดอะไรนึกถึงตอนแพ้ท้องด้วยนะคะ”ศิริกานดาปรายตาค้อนพร้อมกับปรามาสให้ไปเล็กน้อย เพราะตอนเธอท้องเจ้าหนูคีต คีรินทร์แพ้หนักมากอยู่สี่เดือนเต็ม ตื่นเช้ามาต้องวิ่งเข้าห้องน้ำอ้วกเกือบทุกวัน และมีอาการวิงเวียนปวดหัวอยู่ตลอดเวลา จนต้องพกทั้งยาดม ยาลม ยาหอมติดตัวเอาไว้ประจำราวกับคนสูงวัย บางวันชายหนุ่มทำงานแทบไม่ได้จนต้องหาที่นอนพักงีบเอาแรง แล้วโยนให้ลูกน้องไปทำงานแทนอยู่บ่อยๆ นึกแล้วศิริกาดาก็แอบขำ ขณะที่สามีหนุ่มก็โต้กลับมายิ้มๆ“แพ้ท้องแค่นี้เรื่องจิ๊บๆ”“ปากดีไปเถอะ”“ไอ้ใหญ่มันชวนผมฟอร์มทีมฟุตบอล มันรับผิดชอบไปหกคน ส่วนผมห้าคน คุณโอเคไหม”“โนค่ะ ขออีกสองพอแล้วนะคะ ถ้าห้าคนสภาพกานคงเยินน่าดูเลย และบอกเอาไว้ก่อนเลย ว่าห้ามไปรวมหัวคิดแผนการปั๊มลูกไม่บอกไม่กล่าวกันอีกเป็นอันขาดเลยนะคะ ไม่งั

  • ฤทธิ์รัก   บทที่188

    หลังจากเรียนเสร็จศิริกานดาก็ขับรถมาจนถึงตึกสูงระฟ้าที่ตั้งของบริษัทเคพี แม็คเวล กรุ๊ปเอาตอนเกือบห้าโมงเย็น หญิงสาวขึ้นลิฟต์แก้วไปยังชั้นที่สามสิบซึ่งเป็นห้องทำงานของเจ้าของอาณาจักรแห่งนี้ และขณะนี้หัวใจอีกสองดวงของเธออยู่ที่นี่พอลิฟต์เปิดออกเธอก็ก้าวตรงไปยังหน้าห้องทำงานของสามีแล้วเอ่ยทักทายคุณเลขาฯ ที่นั่งประจำโต๊ะอยู่ตรงหน้าห้องอย่างคุ้นเคยกันดี เพราะช่วงสองเดือนมานี้ได้เจอกันอยู่บ่อยๆ“สวัสดีค่ะคุณริสา”ศิริกานดาแย้มยิ้มหวานส่งให้พร้อมกับยกมือไหว้เรียบร้อย เล่นเอาเลขาฯ สาวใหญ่รับไหว้แทบไม่ทัน ถึงแม้คนที่ทักทายมาก่อนจะอ่อนวัยกว่ามาก แต่เธอคือดวงใจของเจ้านายหนุ่มที่กำลังนั่งทำงานอยู่ในห้อง เปรียบเสมือนเป็นเจ้านายสาวอีกหนึ่งคนก็ย่อมได้ แต่ภรรยาสาวคนสวยของเจ้านายก็ไม่เคยถือเนื้อถือตัว พูดคุยทักทายกับพนักงานอย่างเธอด้วยความเป็นกันเองทุกครั้ง เป็นริสาเองเสียอีกที่รู้สึกกระอักกระอ่วนชอบกลที่ต้องมารับการเคารพจากภรรยาของคนเป็นเจ้านาย เธอจึงคลี่ยิ้มแห้งๆ เล็กน้อย แล้วถึงเอ่ยทักทายตอบ“สวัสดีค่ะ คุณหนูคีตน่าจะหลับปุ๋ยไปแล้ว ตอนริสาเอางานเข้าไปให้เห็นเจ้านายกำลังกล่อมตาปรือเชียวค่ะ”คุณหนูคีต

  • ฤทธิ์รัก   บทที่187

    คล้อยหลังน้องสาวคีรินทร์ก็ทิ้งศีรษะลงกับพนักพิง หน้าตาคมสันซีดเซียวกว่าปกติ หากก็ยังพยายามคลี่ยิ้มส่งให้ภรรยาสาวที่ตอนนี้หน้าตูมอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มใช้ปลายนิ้วไล้แก้มเนียนบูดบึ้งนั้นเบาๆ พร้อมกับเอ่ยบอกไปด้วย“อย่าเพิ่งมาชวนผมรบตอนนี้นะ เวียนหัว ไม่พร้อมรบอย่างแรง วันนี้อยู่ที่ทำงานก็อ้วกทั้งวันเลย”จากที่คิดจะวีนให้เสียหน่อย แต่พอได้เห็นสภาพสามีแล้วศิริกานดาก็วีนให้ไม่ลง และเธอเดาได้ไม่อยากว่าเขาเป็นอะไร“เดี๋ยวกานไปเอาผ้าเย็นมาให้นะคะ”พอภรรยาสาวลุกก้าวออกไปคีรินทร์ก็หลับตาลงนิ่งเงียบ เพราะรู้สึกภายในห้องมันหมุนเคว้งไปหมด มองตรงไหนก็ตาลายราวกับพื้นตีกลับหากไม่กี่นาทีต่อมาชายหนุ่มก็ต้องลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อรู้สึกว่ามีผ้าเย็นๆ ลูบไล้มากับผิวหน้า พอเขาลืมตาปุ๊บคนที่ทำหน้าที่บริการผ้าเย็นก็เอ่ยถามออกมาเบาๆ ชนิดที่ว่าตรงประเด็นเผง ด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยซึ่งบอกไม่ได้ว่ากำลังอยู่ในอารมณ์ไหน“คุณคิงส์อยากมีลูกเหรอคะ”“จะอยากหรือไม่อยากตอนนี้ก็มีแล้วไงครับ”พูดพลางใช้ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้หน้าท้องที่ยังแบนเรียบของเธอไปมาแผ่วเบา กิริยานุ่มนวลอ่อนโยนและน้ำเสียงน่าฟังของเขา ทำเอาอารมณ์ไม่พอ

  • ฤทธิ์รัก   บทที่186

    “แกหมายความว่าไง”คนมีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้สงสัยในคำพูดกำกวมปนวกวนของเพื่อนรักอยู่เต็มแก่ เธอจึงจ้องหน้านิ่งๆ เป็นการบังคับให้เพื่อนจอมแสบตอบออกมาตรงๆขณะที่คีรดาก็จ้องสบตาเพื่อนไม่ยอมหลบอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ แล้วถึงบอกออกไปเสียงดังฟังชัด“ฉันท้อง”“หา! นี่แกลืมไปฉีดยาคุมเหรอไอ้ควีน” ศิริกานดาเบิกตากว้างพร้อมโพล่งออกมาอย่างตกใจ“เดือนที่แล้วฉันก็ไปฉีดพร้อมกับแกไง จำไม่ได้เหรอ”“ถ้างั้นอาจจะไม่ใช่ก็ได้มั้ง คุณใหญ่เขาจะน้ำยาเด็ดจนยาคุมเอาไม่อยู่เชียวเหรอแก ไปตรวจให้ดีๆ เอาให้แน่ๆ ก่อนไหมไอ้ควีน”ศิริกานดายังพยายามคิดบวกเข้าไว้ และปลอบใจทั้งตัวเองและเพื่อนรักไปในคราวเดียวกัน ก็ไปฉีดยาคุมมาด้วยกัน ถ้าคีรดาท้องแล้วเธอจะรอดหรือ หากคำตอบของคีรดากลับทำเอาใจแป้วลงไปถนัดใจ“ฉันไปตรวจกับคุณหมอที่คลินิกมาแล้ว ท้องชัวร์ล้านเปอร์เซ็นต์” “แล้ว...ท้องได้ไง”คนตกใจปนอึ้งถามออกมาเบาๆ ราวกับคนละเมอ เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับบรรดาผู้หญิงอย่างพวกเธอ แถมยังเรียนปริญญาโทภาคปกติยังไม่จบกันเลย ถ้าท้องก็ต้องดรอปเรียนกันให้วุ่นวายอีก“ก็คุณหมอเจ้าของคลีนิกที่เราไปฉีดยาคุมเป็นเพื่อนพี่คิงส์กับ

  • ฤทธิ์รัก   บทที่185

    “มันไม่ปฏิเสธแสดงว่าเรื่องจริง แกเตรียมสินสอดไปขอเมียให้มันได้เลยไอ้คิงส์”คีรินทร์ยักไหล่เบาๆ เพราะมันไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ที่เพิ่งรู้ เรื่องนี้เขาก็พอจะทราบจากคนงานที่ท่าเทียบเรือและเหมืองแร่ที่กระบี่มาบ้าง แต่ในเมื่อวาคินมันยังไม่พร้อมที่จะเปิดตัว เขาก็ไม่อยากจะเข้าไปยุ่ง ถ้าพร้อมเมื่อไรมันก็พูดออกมาเองนั่นแหละ“คืนนี้ฉันมีงานต้องทำ ขอตัวก่อนนะเพื่อน น้องควีนไปส่งพี่ที่หน้าบ้านหน่อย”เซบาสเตียนลุกจากโซฟาแล้วดึงร่างเล็กให้ก้าวตามออกไปยังหน้าคฤหาสน์ทันที ปล่อยให้คีรินทร์และศิริกานดามองตามไปอย่างไม่เข้าใจสักเท่าไร เพราะจู่ๆ คนที่นั่งทอดอารมณ์อยู่ดีๆ ก็เหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้ แล้วเอ่ยขอตัวเสียอย่างนั้นชั่วครู่สองสามีภรรยาถึงหันมามองหน้ากันพลางคลี่ยิ้มน้อยๆ ก่อนทั้งคู่จะจับจูงกันลุกจากโซฟาก้าวขึ้นไปยังห้องพักบนชั้นสองของบ้าน เนื่องจากผ่านการเดินทางมายาวนานนับสิบชั่วโมงยังไม่ได้พักกันเลย“ไปตัดเล็บกันดีกว่านะเรา”ประโยคของสามีที่เอ่ยขึ้นขณะเดินเคียงกันออกมาจากห้องรับแขก ทำให้ศิริกานดาต้องเหล่ตามองอย่างไม่ไว้ใจ ก่อนเธอจะลองเชิงแย็บถามดู“ตัดเล็บเฉยๆ นะคะ”“ฝันไปเถอะทูนหัว”ภรรยาสาวค้อ

  • ฤทธิ์รัก   บทที่184

    เมื่อเห็นว่าสองหนุ่มยังคงเงียบกริบอย่างเถียงไม่ออก คีรินทร์จึงจัดการเทศนาต่อ“แต่แกสองคนกัดกันไปมาแบบนี้คิดว่าคนที่อยู่ตรงกลางและรักพวกแกไม่น้อยไปกว่ากันจะมีความสุขไหม ฉันเองเห็นเฉยๆ อย่างนี้ก็ไม่ได้สบายใจนักหรอกนะ นั่นก็น้องชาย นี่ก็เพื่อน ฉันไม่เข้าข้างใครทั้งนั้นแหละ ฉันรู้ว่าแกรักน้องสาว ไอ้คิน ส่วนแกไอ้ใหญ่ ถ้ารักยัยควีนจริงก็เลิกทะเลาะกันสักที ความสุขของคนที่พวกแกรักแค่นี้ให้ไม่ได้หรือไงวะ”นักมวยคู่เอกต่างนั่งกันสงบนิ่งราวกับซึ้งในรสพระธรรม ก่อนที่วาคินจะเมินหน้าไปอีกทาง ด้านเซบาสเตียนก็ปล่อยลมหายใจออกมาหนักๆ แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา หากทุกคนที่นั่งกันอยู่โดยรอบก็โล่งใจไปตามๆ กัน ต่างเข้าใจดีว่าการที่คนไม่กินแหนงแคลงใจกันมานาน แล้วจู่ๆ จะให้มาคืนดีกันมันคงไม่ใช่เรื่องง่ายนักหรอก แค่ทั้งสองไม่หาเรื่องลับฝีปาก และต่างคนต่างเฉย นี่ก็ถือว่าเป็นฤกษ์ดีที่สุดแล้วโดยเฉพาะศิริกานดาที่แอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ตอนที่ก้าวเข้ามาในบ้านเธอยังไม่มั่นใจในสีหน้าและท่าทางของคนเป็นสามีสักเท่าไร ด้วยนิสัยอารมณ์ร้อนของเขา เธอก็อดแอบหวั่นใจอยู่ลึกๆ ไม่ได้ว่าเขาจะมาอาละวาดให้เข้าหน้ากันไม่ติดเข้า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status