Masuk“อ้าวลม มาด้วยเหรอลูก” ปราณีกล่าวทักทายเสียงใส เห็นเพื่อนสนิทของบุตรชายเดินเข้าบ้านก็ยิ่งอารมณ์ดีไปกันใหญ่
“นั่งเลย ๆ วันนี้แม่ทำกับข้าวของโปรดเราไว้เยอะแยะเลยนะ” ปราณีตักข้าวสวยร้อน ๆ ให้ลูกรัก เมฆายิ้มกว้างซบแขนแม่อย่างออดอ้อน
“หยุดเลยนะพี่เมฆ พี่ไม่มีสิทธิ์อ้อนแม่”
คนหวงแม่แยกเขี้ยวใส่
“อะไรกันไอ้เตี้ย พี่ก็รักแม่เหมือนกันนะ” เมฆาไม่สนท่าทีฟึดฟัดของน้องสาว แกล้งเอาแก้มถูหลังมือมารดาแล้วแอบแลบลิ้นใส่คนฝั่งตรงข้าม มุกดาทำทีหยิบช้อนส้อมขู่ฝ่อ
“พอแล้วยัยมุก เกรงใจพี่ลมเขาหน่อย”
พอได้ยินชื่ออีกฝ่าย ท่าทีสนุกสนานก็เปลี่ยนไป มุกดาหลุบตาลงต่ำ ก้มหน้าก้มตาเขี่ยข้าวในจานไปมา วายุคอยแอบมองเธอเป็นระยะ ๆ เขาพยายามข่มกลั้นอารมณ์ที่พร้อมปะทุทุกเมื่อ มือหนากำเข้าหากันแน่น รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องยามน้องไม่สบตาด้วย
มุกดาเกลียดเขาแล้วสินะ
ความคิดด้านลบตีรวนอยู่ในหัวสมองจนแทบคลั่ง ถ้าไม่ติดว่า ณ ที่ตรงนี้มีเมฆาและปราณีนั่งอยู่ด้วย เขาคงกระโจนเข้าไปหาสาวน้อยหน้าหวานแล้วเขย่าร่างบางให้สาสมกับความเจ็บปวด
“ลม กินได้ไหมลูก” ปราณีเอ่ยถาม
“ได้ครับ”
“อาหารมีแต่รสเผ็ดทั้งนั้นเลย แม่ไม่รู้ว่าลมจะมาเลยไม่ได้เตรียมอย่างอื่นไว้ให้” ปราณีมองเพื่อนสนิทของบุตรชายด้วยความเอ็นดู วายุทานเผ็ดไม่ค่อยได้ เวลามาบ้านทีไรปราณีมักจะเตรียมอาหารจำพวกแกงจืด หรือไม่ก็ผัดผักให้เขาเสมอ เพราะลูก ๆ ทั้งสองชอบอาหารรสจัด ถ้ากับข้าวไม่เผ็ดจะไม่ยอมทานเลยทีเดียว
“อร่อยไหมลูก”
“ที่สุดเลยครับแม่ ผมคิดถึงกับข้าวฝีมือแม่ที่สุดเลย” เมฆาชูนิ้วโป้งยืนยันว่ารสมือของแม่ยังดีเลิศไม่เปลี่ยน
“อร่อยก็กินเยอะ ๆ น้า เอานี่ กุ้งตัวโต ๆ เอาไปเลย”
ปราณีเห็นลูกรับประทานอย่างเอร็ดอร่อยก็ปลื้มใจจนยิ้มไม่หยุด ตักกุ้งตัวใหญ่ใส่จานให้เมฆา และเพื่อไม่ให้น้อยหน้าก็ต้องตักให้ลูกสาวคนสวยด้วย
“อย่าเพิ่งโวยวาย เอานี่ไป” ปราณีดักทางอย่างรู้ทัน มุกดาจำต้องเงียบ ก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารรสมือแม่ต่อ เธอพยายามไม่เงยหน้ามองคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พี่ชาย แต่มีบ้างที่เธอและเขาเผลอจะตักกับข้าวจานเดียวกัน มือนุ่มจึงแตะกับปลายนิ้วเรียวยาวของเขาโดยบังเอิญ
“ก่อนเลยค่ะ”
มุกดาเอ่ยนิ่ง ๆ ท่าทีสงบเสงี่ยมไม่เหมือนมุกดาคนเก่า คนที่ชอบแซวเขาเรื่องทานเผ็ดไม่ได้หายไปไหน
เมฆาและปราณีค่อนข้างประหลาดใจกับท่าทีของทั้งคู่แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร เดินหน้ารับประทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย ท่ามกลางรอยยิ้มของแม่ที่ได้มองลูก ๆ กลับมาทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง
...............................................
หลังจากช่วยมารดาเก็บล้างถ้วยชามเสร็จสิ้น มุกดาก็ทำท่าจะรีบเดินขึ้นห้องทันที ถ้าไม่ติดว่าถูกพี่ชายตัวแสบเรียกให้มานั่งดูฟุตบอลด้วยกัน ป่านนี้เธอคงนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียง ไม่ต้องทนนั่งอึดอัดใจต่อสายตาที่ลมส่งตรงเข้ามาเป็นระยะ ๆ แบบนี้หรอก
‘ไอ้พี่บ้า ทำน้องเดือดร้อนแล้วยังมีหน้าเชียร์บอลอย่างสนุกสนานอีก คอยดูนะ จะไถเงินซะให้เข็ด’
มุกดาได้แต่เข่นเขี้ยวในใจ ส่วนตัวต้นเหตุกลับหยิบมันฝรั่งทอดกรอบเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
“เบียร์จะหมดแล้ว เดี๋ยวหนูไปซื้อให้นะ” ในเมื่อหนีขึ้นห้องไม่ได้ก็ต้องหาเรื่องออกไปจากตรงนี้
“พี่ไปด้วย” ทว่ามุกดาคิดผิด เพราะการที่เธอหลีกหนีเขาด้วยวิธีนี้กลับกลายเป็นเปิดโอกาสให้วายุได้เข้าใกล้เธอมากยิ่งขึ้น
“พี่ลมอยู่เชียร์บอลกับพี่เมฆเถอะค่ะ เซเว่นอยู่แค่นี้เอง ขี่มอเตอร์ไซค์ไปแปบเดียวก็ถึง” มุกดารีบบอกปัด
“ให้ไอ้ลมมันไปด้วยน่ะดีแล้ว ดึกดื่น ๆ จะไปคนเดียวได้ไง”
เมฆาไม่เห็นด้วยที่น้องสาวจะออกไปเพียงลำพัง
“มึงจะเอายำแหนมหน้าเซเว่นด้วยไหม จะได้ซื้อมา” วายุเอ่ยถามเพื่อนซี้ เมฆาพอได้ยินชื่อเมนูโปรดก็รีบพยักหน้าอย่างไว
“ยำแหนมร้านเจ๊โอเหรอพี่ คนต่อคิวเยอะจะตาย หนูว่าเอาแค่แหนมแท่งในเซเว่นก็พอมั้ง” มุกดารู้ทันวายุ เขาจงใจซื้อเวลาอยู่กับเธอสองต่อสอง
“ไม่เอา ๆ ซดเบียร์เชียร์บอลมันต้องกินคู่กับยำแหนมรสแซ่บร้านเจ๊โอเท่านั้น กูฝากด้วยนะมึง” เมฆาโยนกุญแจรถให้วายุ
“พี่ลมไม่ได้เอารถมาหรือคะ” พอเดินมาถึงหน้าบ้านมุกดาก็เพิ่งสังเกตว่าเขาไม่ได้ขับรถมา
“ขี้เกียจขับ” เขาตอบหน้านิ่ง เดินอ้อมไปเปิดประตูฝั่งคนขับแล้วนั่งประจำการทันที มุกดาสูดลมหายใจเข้าลึก สลัดความกังวลต่าง ๆ ออกไปจากหัวสมอง
“ค่อย ๆ ขับนะคะ ทางเลี้ยวตรงหน้าเขาทำถนน”
มุกดาพูดขึ้น วายุเพียงแต่พยักหน้าเล็กน้อย มุกดาจึงนั่งเงียบ ๆ ไม่พูดอะไรต่อ
“ไปสัมมนาที่หัวหินสนุกไหม” วายุเอ่ยถาม ฉุดบรรยกาศอึมครึมให้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง
“ก็ดีค่ะ” มุกดาตอบสั้นไร้อารมณ์ คนฟังถึงกับหน้าชา
เธอเปลี่ยนไปมากเหลือเกิน หากเป็นเมื่อก่อนคำตอบของมุกดาคงยาวเหยียดเป็นหางว่าว ไม่แคล้วเล่าเรื่องที่ได้เจอมาให้เขาฟังตั้งแต่ต้นจนจบ
แต่วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว มุกดาแสนซนที่คอยพูดจาเจื้อยแจ้วให้เขายิ้มและหัวเราะไม่มีอีกแล้ว
“พี่ไปซื้อเบียร์เอง ส่วนเราก็ไปสั่งยำแหนมนะ”
วายุอาสา มุกดาพยักหน้ารับก่อนเปิดประตูลงรถไป ทิ้งให้สายตาเข้มมองตามแผ่นหลังบอบบางอย่างเจ็บปวด
“แน่นอะไรแบบนี้วะ!”ชายหนุ่มกัดฟันหลับตาปี๋ ใบหน้าหล่อเหลาแดงจัด ไม่ได้มีเพียงเธอที่ทรมานฝ่ายเดียว คนมากประสบการณ์อย่างเขาก็รวดร้าวไม่แพ้กัน ความคับแน่นของแฟนสาวโอบรัดตัวตนจนแน่นขนัด โชคดีที่ได้น้ำหล่อลื่นจากการแตกพร่าเมื่อครู่ เป็นใบเปิดทางให้เขาค่อย ๆ ดันแท่งลำเข้าไปทีละนิด“พี่ลมคะ มุกเริ่มไม่เจ็บแล้ว”มุกดาเอ่ยเสียงแผ่ว เธอเห็นเขาทรมานก็เกิดความสงสาร พยายามผ่อนคลายตัวเองโดยการลูบไล้แผ่นหลังกว้างชื้นเหงื่อวายุเริ่มรับรู้ถึงแรงปริขยายที่มากขึ้น เขาจูบแลกลิ้น สบตากับหญิงสาวใต้ร่าง“พี่ดันสุดเลยนะ” เสียงแหบพร่าบอก มุกดาพยักหน้ายินยอม วายุสูดลมหายใจเข้าปอดลึก กัดฟันดันกายหยาบร้อนเข้าสู่แอ่งเนื้อจนมิดลำ ขับเคลื่อนร่างกายเข้าออกช้า ๆ ไม่อยากสร้างความเจ็บปวดให้เธอไปมากกว่านี้“อื้อ” มุกดาผวากอดเขาไม่ห่าง ปากและจมูกของวายุพรมจูบทั่วใบหน้าหวาน ลากปลายลิ้นไล้เลียลำคอระหง กัดเม้มต้นคอจนเนื้อขาวของน้องเกิดรอยแดงจ้ำ“พี่เสียว อ่าส์!”เขาครางกระเส่าข้างหูเล็ก กดสะโพกแนบชิด บดร่อนท่อนลำแข็งแกร่งบี้ติ่งเนื้อสาว อาการร้อนวูบวาบไหลรวมอยู่ที่เนินเนื้อ สองเท้าบางจิกพื้นหยัดเกร็ง ยกก้นงอนลอยเหนือพื้นห
“แกล้งกันเหรอ จะเอาคืนมุกที่หลอกพี่ใช่ไหม”“อาหะ” ชายหนุ่มยักคิ้วกวน ๆ หยิบคุกกี้กินอย่างต่อเนื่อง“ไม่ต้องกินเลย ขี้แกล้ง” มุกดาแย่งกล่องคุกกี้มาถือไว้ สะบัดหน้าหนีงอน ๆ“โอ๋… ขอโทษคร้าบ ขอคุกกี้แสนอร่อยคืนเถอะน้า ตั้งแต่เกิดมาพี่ยังไม่เคยกินคุกกี้ที่ไหนอร่อยเท่านี้มาก่อนเลย”ว่าแล้วก็ทำสายตาอ้อนวอนปริบ ๆ มุกดายอมคืนกล่องคุกกี้ให้เขาแต่โดยดี วายุวางกล่องคุกกี้ลงบนโต๊ะ ยิ้มกรุ้มกริ่ม คว้าเอวเล็กคอดรวบร่างบางแนบชิด“พี่ลม” คนถูกดึงไปกอดตกใจทำอะไรไม่ถูก ลมหายใจร้อนเป่ารินรดซอกคอหอมกรุ่น“คุกกี้ว่าอร่อยแล้ว อยากรู้จังว่าคนทำจะอร่อยเหมือนคุกกี้หรือเปล่านะ” เสียงทุ้มพร่ากระซิบข้างหู อ้าปากงับติ่งหูน้อย ๆ ขบเม้มเบา ๆ มุกดาสะดุ้งเฮือกอยู่ในอ้อมกอดคนตัวโต เสียงหัวเราะชอบใจเมื่อได้เห็นปฏิกิริยาน่ารักของเธอ“ปล่อยเถอะค่ะ” วาจาที่เปล่งออกมาแผ่วเบาแทบเป็นเสียงกระซิบ ชวนให้คนฟังรู้สึกหลงใหลจนอยากครอบครองมือหนาเริ่มลูบไล้ไปทั่วร่างกาย สัมผัสนุ่มนวลทะลุซึมผ่านเนื้อผ้าที่เธอสวมใส่ กายน้อยสั่นผวายามเขากดริมฝีปากจูบแอ่งชีพจรบนต้นคอระหง เปลือกตาคู่งามหลับพริ้ม ปล่อยใจและร่างกายเดินตามเกมของเขา“ตัวหอมจ
วันวาเลนไทม์ปีนี้ มุกดาไม่ต้องเหงาและโดดเดี่ยวอีกต่อไป เธอมีแฟนแล้ว แถมแฟนสุดหล่อยังทั้งรักทั้งหลงปานจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว หญิงสาวยิ้มหน้าบานตั้งแต่เช้า รีบตื่นมาเข้าครัวเตรียมอบคุกกี้ไปเซอร์ไพรส์คนรัก หลังจากโกหกว่าวันวาเลนไทม์ปีนี้ติดงานด่วนสำคัญมาก ไม่สามารถอยู่ฉลองวันแห่งความรักร่วมกันได้แน่นอนว่าวายุน้อยใจไม่พูดไม่จา เขานิ่งเงียบตลอดเส้นทางที่ขับรถมาส่งเธอที่บ้าน ต่างคนต่างจมดิ่งอยู่ในโลกของตัวเอง แต่มุกดาก็ไม่ลืมกู๊ดไนท์คิสก่อนลงจากรถ อย่างน้อยจูบหวาน ๆ จากริมฝีปากนุ่มนิ่ม ก็ช่วยบรรเทาความเซ็งของเขาให้ลดลงได้บ้างมุกดาตั้งใจจะบุกไปหาเขาที่บริษัทฯ เรื่องนี้เธอเก็บเป็นความลับสุดยอด แม้แต่เมฆาก็ไม่รู้ยกเว้น…“ไหน แม่ชิมสิ” ปราณีวางมือจากการหั่นผัก เดินมาชิมคุกกี้ช็อกโกแลตชิพฝีมือลูกสาวแม่เป็นคนเดียวที่รู้แผนการนี้“ใช้ได้ไหมคะ” คนที่ไม่เคยทำขนมมาก่อนแต่ยอมลงทุนเรียนครอสสั้น ๆ เพื่อจะทำคุกกี้เซอร์ไพรส์แฟนหนุ่มสุดที่รักเอ่ยถามอย่างลุ้น ๆ“ใช้ได้ อร่อยเลย” ปราณีชมจากใจ ไม่ใช่พูดอวยลูก“เก่งนะเนี่ย ที่เรียนมาไม่เสียเปล่าจริง ๆ” คนเป็นแม่ลูบผมลูกรัก มุกดายิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกาย“แ
ทัศนัยถูกนำตัวส่งตำรวจเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย เขาโทร.เรียกพ่อแม่ให้มาเคลียร์ค่าปรับประกันตัว พวกเขาอ้อนวอนขอให้ถอนแจ้งความ จะเรียกค่าทำขวัญแพงแค่ไหนก็พร้อมจ่ายไม่อั้น ขอเพียงหญิงสาวยอมความและไม่เอาเรื่องลูกชายสุดที่รักแต่พวกเขาคิดผิดที่พูดเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ กับมุกดา คนที่ไม่ชอบให้ใครมาดูถูกโกรธหนักกว่าเดิม เธอยืนกรานที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด“แม่ง! คิดแล้วแค้น อยากตามไปกระทืบแม่งในคุก”เมฆากำหมัดกัดฟันกรอด เสียดายที่ตัวเองมาช้าไป ไม่งั้นไอ้คนที่มันกล้าทำร้ายน้องสาวเขาได้ตายคาตีนแน่“หยุดเลยตาเมฆ” ปราณีรีบปราม“แต่มันทำร้ายมุกนะแม่”ลูกชายหัวรั้นยังไม่หายแค้น สายตาอาฆาตมองไปยังโรงพัก ต่อให้มีตำรวจอยู่ข้างในเขาก็ไม่กลัว ขอแค่ได้กระทืบไอ้เวรตะไลนั่น ถูกจับยัดตารางเขาก็ยอม“ในเมื่อเรื่องถึงตำรวจแล้วก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกฎหมายจัดการไป สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือดูแลน้องก่อนไหม”คำพูดของแม่ทำให้เมฆาฉุกคิด เขาหันมองใบหน้าเปื้อนน้ำตาของน้องสาว ข้างกันคือเพื่อนรักที่ยืนกุมมือนุ่มไม่ห่าง“เราน่ะ โอเคไหม” แม้น้ำเสียงจะออกห้วน แต่ความห่วงใยที่พี่ชายมีต่อน้องสาวถูกถ่ายทอดผ่านแววตา“อ
“รักเหรอ” มุกดาแสยะยิ้ม กอดอกมองผู้ชายหน้าด้านที่กล้าพูดคำว่ารัก “ถ้ารักกันจริงคงไม่มีผู้หญิงอื่นตอนอยู่ลับหลังมุกหรอก”“นั่นมันเป็นอดีตไปแล้ว ปัจจุบันพี่…”“ก็ยังทำตัวเหมือนเดิม”เอ่ยแทรกอย่างสุดจะทน ทัศนัยถึงกับเงียบ“ที่งานเลี้ยงคืนนั้น พี่ชายเล่าให้มุกฟังหมดแล้วว่าพี่ไปต่อกับผู้หญิงคนอื่น แถมยังถ่ายภาพสวีทหวานมาให้ดูอีกต่างหาก”ต้องขอบคุณเมฆาที่ถ่ายภาพมาฝาก ทำให้การตัดสินใจของเธอง่ายมากขึ้น คราแรกเธอตั้งใจจะเก็บทัศนัยไว้ใกล้ตัวก่อน ไม่อยากทำตามคำสั่งของวายุง่าย ๆ เกรงว่าเขาจะได้ใจ แต่พอรู้ว่าทัศนัยยังไม่เลิกนิสัยหน้าไหว้หลังหลอก เธอจึงตัดเขาออกจากวงจรชีวิตในทันที และความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับวายุก็เริ่มดีขึ้นเมื่อไม่มีทัศนัย เราสองคนไม่มีปากเสียงกันอีกเลย วายุดีกับเธอมาก ทำให้ความรู้สึกแย่ ๆ ในอดีตค่อย ๆ ลบเลือนหายไป“เดี๋ยวมุก”สองเท้าหยุดชะงัก หันไปมองแขกไม่ได้รับเชิญอีกครั้ง“พี่ปวดท้อง ขอเข้าห้องน้ำได้ไหม”“ไม่ได้ค่ะ” เจ้าของบ้านปฏิเสธอย่างไว“ทำไมล่ะ”“แม่อยู่”“โกหก!” ตะคอกลั่นจนอีกฝ่ายสะดุ้ง ทัศนัยอุกอาจปีนข้ามประตูรั้วเหล็กที่ไม่ได้สูงมากนัก ปรี่เข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว“ออก
“ทำไมบ้านเงียบจัง” มุกดาขับรถกลับมาถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ไฟทุกดวงปิดมืด“แม่จ๋า” ภายในบ้านเงียบสนิท มีเธออยู่คนเดียว สายตาเหลือบไปเห็นโพสอิทที่แปะอยู่หน้าตู้เย็น‘น้ากบไม่สบายเข้าโรงพยาบาล แม่ไปเยี่ยมน้ากบ กลับค่ำ ๆ นะลูก’ น้ากบเป็นเพื่อนสนิทของแม่ตั้งแต่เด็ก พวกท่านรักและดูแลกันเปรียบเสมือนพี่น้องคลานตามกันมาเมื่อรู้ว่าแม่อยู่ที่ไหน หญิงสาวก็คลายความกังวล เปิดตู้เย็นหยิบน้ำหวานที่แม่ชงใส่ขวดรินใส่แก้วดื่ม ร่างกายที่เหนื่อยล้าสดชื่นขึ้นมาทันตาเห็น กำลังจะเอนกายนอนพักสายตาที่โซฟาหน้าทีวี จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นทัศนัยรายชื่อบนหน้าจอทำเอาไม่อยากรับสาย วันนี้ทั้งวันทัศนัยกระหน่ำโทร.ไม่หยุด ขนาดเธอแกล้งทำเมินปล่อยให้สายหลุดก็แล้ว ตัดสายทิ้งก็แล้ว ส่งข้อความเสียงมาเธอก็ไม่เปิดอ่าน ทำทุกทางให้อีกฝ่ายล้มเลิกความพยายามที่จะติดต่อหาเธอแต่ก็ไร้ผล… ทัศนัยไม่ยอมเลิกรา“สวัสดีค่ะ” มุกดาตัดสินใจกดรับสาย“น้องมุก” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความดีใจ“ค่ะ มุกเอง”“มุกยอมรับสายพี่สักที พี่ดีใจที่สุดเลย” ปลายสายยังคงแสดงความดีใจออกมาต่อเนื่อง“พี่ทัศมีธุระอะไรหรือเปล่าคะ” มุกดารีบเอ่ยถาม ไม่อยา







