Share

บทที่ 5

last update Tanggal publikasi: 2025-03-31 14:55:13

 

               หลังจากส่งลออจันทร์ที่ร้านอุ่นไอรัก ครามก็นั่งรถกลับบริษัทไปทำงานต่อระหว่างนั่งทำงานแทบจะไม่มีสมาธิ มัวแต่มองนาฬิกาข้อมือเป็นพัก ๆ แทบอยากจะให้ถึงเวลาเลิกงานเร็ว ๆ หากแต่ชายหนุ่มก็ต้องผิดหวังเมื่อได้รับสายจากผู้เป็นแม่

          “ครับ คุณแม่”

          “ตาคราม นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมต้องให้หนูรินรีบพาหนูอัยวาไปต่างประเทศด้วย รีบกลับมาห้ามเมียแกเดี๋ยวนี้นะ” เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นแทรกเข้ามาท่ามกลางเสียงปลอบประโลมของคนในบ้าน

          “งั้นคุณแม่ก็บอกให้โรสรินเตรียมใจไว้ดี ๆ นะครับ”พูดจบก็กดตัดสายไป สายตาเย็นชาครุ่นคิดถึงเรื่องที่โรสรินกระทำลงไป

          คิดว่าถ้าจากไปเงียบ ๆ เขาจะไม่คิดบัญชีย้อนหลังแล้วแท้ ๆ

          ชายหนุ่มเห็นแก่อัยวาจึงไม่อยากถึงขั้นแตกหักกับโรสริน เด็กน่าสงสารที่ครามคิดว่าเป็นลูกชายในชาติที่แล้วถึงแม้ไม่ได้เลี้ยงดูมาอย่างใกล้ชิดแต่ก็ยังมีความรู้สึกผูกพันอยู่บ้าง เขาจึงไม่อยากให้เรื่องที่ยังแก้ไขได้ส่งผลต่ออนาคตของเด็กคนนั้น

อัยวาควรได้เจอพ่อที่แท้จริง

ครามถอนหายใจก่อนจะตัดสินใจกลับบ้านไปจัดการเรื่องราวให้เรียบร้อยก่อนที่ลออจันทร์และลลิตจะย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านโยธินตระกูล

ภายในร้านอุ่นไอรัก ลออจันทร์ที่ทั้งวันได้แต่ชะเง้อมองดูหน้าร้านยิ่งใกล้เวลาเลิกงานเป็นอันต้องดูนาฬิกาทุกนาทีจนเมธาวีที่อุ้มน้องยาหยีเอ่ยแซว

“แหม อะไรจะขนาดนั้นจ๊ะ เดี๋ยวคุณครามก็มาแล้วไม่ต้องชะเง้อดูทุกคนที่เข้าร้านก็ได้จ้ะ”

ลออจันทร์หน้าแดงแปร๊ดหยิบผ้ามาเช็ดโต๊ะแก้เขิน ลลิตที่ยังอยู่ในคอกเกาะรั้วกั้นมองตามคนเป็นแม่ทำงาน ก่อนจะหันไปมองหน้าประตูเมื่อมีร่างสูงใหญ่สวมชุดทำงานสีดำก้าวเข้ามาในร้าน

ไม่ใช่ผู้ชายหน้าโง่คนนั้นนี่นา ทารกน้อยอดผิดหวังไม่ได้

“ไม่ทราบว่าคุณลออจันทร์อยู่ที่ไหนหรือครับ”เสียงต่ำถามเมธาวีที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์อย่างสุภาพ ก่อนจะกวาดสายตาไปทั่วร้านสะดุดอยู่ที่ร่างอ้วนกลมที่เกาะรั้วมองมาที่ตนด้วยสายตาไร้เดียงสา

“ผมเองครับลออจันทร์ ไม่ทราบว่าคุณเป็นใครครับ”

“ผมชื่อเตวิชครับ เป็นเลขาของคุณคราม” เบต้าหนุ่มแนะนำตัวต่อนายหญิงของตนเอง

“ครับ?”

“วันนี้คุณครามติดธุระบางอย่างทำให้มารับคุณลออกับคุณหนูไม่ได้ ท่านจึงให้ผมมารับแทนครับ” เตวิชตอบอย่างนอบน้อมก่อนจะช่วยลออจันทร์เก็บของเล่นเด็กและสัมภาระของเด็กน้อย

“งั้นหรือครับ” ลออจันทร์อดผิดหวังไม่ได้แต่ก็ปรับอารมณ์อย่างรวดเร็ว อุ้มลูกน้อยที่ชูมือให้อุ้มขึ้นมากอดไว้แนบอกเดินตามเลขาเบต้าขึ้นไปที่รถ

ครืด ครืด

คุณคราม

“ฮัลโหล สวัสดีครับ” ลออจันทร์ที่เห็นชื่อที่บันทึกไว้รีบรับโทรศัพท์ทันที

“เปิดกล้องหน่อย”

“ครับ? ได้ครับ” ชายหนุ่มกดเปิดกล้องเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่นั่งอยู่ในรถเช่นเดียวกัน

          “ขอโทษที่วันนี้พี่ไปรับไม่ได้นะ พอดีวันนี้พี่มีธุระด่วน ไว้วันหลังพี่จะพาไปเที่ยวชดเชยนะครับ” ครามเมื่อเห็นใบหน้าโอเมก้าของตน อัลฟ่าหนุ่มที่ทำงานมาทั้งวันก็หายเหนื่อยทันที

          “ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกครับ” ลออจันทร์เอ่ยอย่างเกรงใจ

          “อู้ววว อาาาา” หม่าม้าคุยกับใครอ่ะ

          “ให้พี่ดูหน้าลลิตหน่อยสิ” ลออจันทร์ถือโทรศัพท์มาตรงหน้าลูกให้ครามมองเห็นชัด ๆ

          “แอ่ะ แอ้” พ่อโง่เองเหรอ ไม่อยากรู้แล้วก็ได้

          มือป้อมดันโทรศัพท์ให้ออกห่างจนครามอดหัวเราะไม่ได้เมื่อนึกว่าลูกต้องการเล่นโทรศัพท์

          “วันนี้พ่อขอโทษที่ไม่ได้ไปรับนะครับ ไว้วันพรุ่งนี้พ่อจะรีบไปหาแต่เช้านะครับ”

          “บู้ววว” ไม่ต้องมาก็ได้นะ

          “บายครับ พ่อรักลูกนะ” บอกรักลูกชายแต่สบตาคนเป็นแม่จนลออจันทร์ที่ถือโทรศัพท์อยู่เกือบเผลอทำหลุดมือ

          “คนเจ้าชู้” เสียงหวานพึมพำเบา ๆ

          .

          .

          “ถึงแล้วครับท่าน”

          “อืม” เสียงที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นเย็นชาอย่างรวดเร็ว เท้ายาวก้าวเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็วมองดูความวุ่นวายในบ้านด้วยสายตาเรียบเฉย

          “คิดว่าคุณจะไปเงียบ ๆ เสียอีก”ตาคมกริบจ้องไปที่โรสรินที่นั่งหน้าซีดอยู่ในอ้อมแขนของคุณไพลิน

          “พูดอะไรน่ะตาคราม”คุณไพลินเอ็ดลูกชายพลางปลอบประโลมลูกสะใภ้ที่นั่งหน้าตาซีดเซียว

          “แงงงงง” เสียงร้องของอัยวาที่อยู่ในอ้อมกอดของพี่เลี้ยงดังขึ้นเรียกสายตาคมเหลือบมองแวบเดียว

          “คุณแม่ดูรูปใบนี้ก่อนสิครับ”ครามเปิดกระเป๋าสตางค์หยิบรูปที่สอดอยู่ด้านในออกมา

          คุณหญิงรับไปดูอย่างงุนงงก่อนจะเบิกตาโพลงเมื่อเห็นสีตาของเด็กน้อยในอ้อมแขนผู้ชายหน้าตาที่คุ้นตา

          “นี่มันลออจันทร์นี่นา แล้วเด็กคนนี้อย่าบอกนะว่า !!!”

          “ครับ เด็กในรูปเป็นลูกของผม”

          “!!!!” คนในห้องโถงตกตะลึง

          โรสรินกัดริมฝีปากแน่นเพราะสาเหตุนี้เองสินะคุณครามถึงได้ตามสืบเรื่องราวในคืนนั้น คุณหญิงไพลินผละตัวจากโอเมก้าสาวเดินไปนั่งข้างคุณพิศาลผู้เป็นสามีก่อนจะยื่นรูปถ่ายให้ช่วยพินิจ

          “ตาครามเพราะเด็กคนนี้หรือลูกถึงต้องหย่ากับหนูรินและให้หนูรินย้ายไปอเมริกา แม่ว่าทำแบบนี้ไม่เกินไปหน่อยเหรอ”คุณหญิงไพลินส่ายหน้าไม่เห็นด้วยกับความคิดของลูกชาย

          “รับแค่เด็กมาเลี้ยงก็พอ ส่วนแม่เด็กก็ให้เงินก้อนไปก้อนหนึ่งแล้วกัน”คุณไพลินนึกถึงใบหน้าของลออจันทร์อดีตเด็กรับใช้บ้านที่เข้ามาทำงานเมื่อสามปีก่อน ถึงว่าทำไมจู่ ๆ ถึงได้ลาออกกะทันหันที่แท้ก็แอบปีนเตียงลูกชายของท่านนั่นเอง แต่ก่อนที่คุณไพลินเริ่มเกิดอคติต่อลออจันทร์ ครามก็พูดสาเหตุที่แท้จริงออกมา

“ไม่ได้หรอกครับ ผมจะให้ลูกชายที่แท้จริงของผมต้องขาดแม่ได้ยังไง

“ลูกชายที่แท้จริง” หญิงวัยกลางคนทวนคำ ครามจ้องมองไปที่โรสรินที่นั่งส่ายหน้าพยายามห้ามปราม

“ครับ อัยวาไม่ใช่ลูกชายของผม ครอบครัวเราถูกหลอกมาตั้งแต่แรก”

“คุณคราม !!!” โรสรินกรีดร้องเสียงหลง

“อะไรนะ” สองสามีภรรยาโยธินตระกูลร้องออกมาพร้อมกัน

“นี่ครับ ผลตรวจดีเอ็นเอของผมกับอัยวา” ลูกชายยื่นผลตรวจที่เตรียมไว้ให้พ่อกับแม่ดู คุณไพลินตัวสั่นเทาด้วยความโกรธเมื่อเห็นผลตรวจเดินปรี่เข้าไปตบหน้าอดีตลูกสะใภ้เสียงดัง

เพียะ

“หล่อนกล้าดียังไง เสียแรงที่ฉันรักและเอ็นดูเธอมาตลอด” ตวาดเสียงดังพร้อมกับตบหน้าอีกข้างทันที

“คุณแม่ ฟังรินก่อนนะคะ” โรสรินกุมแก้มที่โดนตบพยายามอธิบาย

“แงงงงงง” เสียงทะเลาะทำให้ทารกน้อยยิ่งตะเบ็งเสียงร้องไห้

“ไป เอาลูกเธอออกไปจากบ้านฉัน จะไปไหนก็ไป !!!” ชี้นิ้วไล่สองแม่ลูกไปให้พ้นหน้า โรสรินได้แต่หอบลูกพร้อมกับพี่เลี้ยงออกจากบ้านโยธินตระกูลอย่างลนลาน

หลังจากที่คุณไพลินระเบิดอารมณ์ก็นั่งทรุดลงร้องไห้กับอกสามี

“ฮึก คุณพิศาลคะ หนูรินกล้าทำแบบนี้ได้ยัง ฮึก”

“ร้องไห้ออกมาเถอะคุณ” คุณศาลปลอมประโลมภรรยาก่อนจะสบตากับลูกชายที่นั่งจิบกาแฟเงียบ ๆ ราวกับว่าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

“แล้วหนูอัยวาอีก แกเพิ่งจะ เอ๊ะ”คุณไพลินหยุดร้องไห้เมื่อนึกถึงเวลาเกิดของอดีตหลานรัก

“นี่มันคลอดก่อนกำหนดที่ไหนกัน นี่ยัยรินตั้งท้องก่อนที่จะมานอนกับลูกชายเราแน่ ๆ” ครามที่นั่งดื่มกาแฟอยู่เกือบสำลัก เขาลืมนึกถึงอายุของอัยวาไปเสียสนิทชายหนุ่มนับถือผู้เป็นแม่จริง ๆ ที่เชื่อมโยงเรื่องนี้ขึ้นได้

“ผมคิดว่าคุณน้าเกสรน่าจะรู้เรื่องทุกอย่างที่โรสรินทำด้วยนะครับ”เอ่ยย้ำเตือนผู้เป็นแม่ แน่ล่ะสิ ลูกสาวตัวเองสร้างเรื่องใหญ่ขนาดนี้คนเป็นแม่ต้องรู้อยู่แล้ว

“หน็อยยัยเกสร ฉันไม่ปล่อยหล่อนไปแน่”เสียงคำรามของอดีตแม่เสือร้ายฉายาในอดีตดังไปทั่วห้อง

“ใจเย็น ๆ ก่อนคุณลิน”คุณพิศาลสมกับเป็นพ่อเรือนรับหน้าที่ปลอบประโลมภรรยาให้สงบสติอารมณ์ลงได้

“แล้วเด็กคนนั้นล่ะ ลูกของลออจันทร์ชื่อว่าอะไรนะ” คุณไพลินที่สงบสติได้รีบถามถึงหลานชายตัวจริงของตน

“ลลิตครับ ชื่อลลิต”สายตาที่เย็นชานับตั้งแต่เข้ามาในบ้านกลับเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนเมื่อเอ่ยถึงลูกชาย

 “ลลิตงั้นเหรอ ชื่อเพราะจริง” คุณหญิงกล่าวชมพร้อมกับชมเชยหนูน้อยในรูปภาพไปด้วย

“แล้วลูกจะไปรับลลิตกลับมาเมื่อไหร่” ครามขมวดคิ้วเมื่อคุณแม่ของตนไม่เอ่ยถึงลออจันทร์เลยสักนิด

“ลออจันทร์ขอเวลาผมอีกนิดครับ แล้วอีกอย่างผมจะไปรับสองแม่ลูกมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ด้วย”เมื่อได้ยินลูกชายพูดแบบนี้ คุณไพลินก็ส่ายหน้าไม่เห็นด้วย

“แต่ลออจันทร์เขาเป็นแค่…”

เขาเป็นแม่ของลูกผมครับ” ครามสบตาผู้เป็นแม่พูดด้วยเสียงหนักแน่น

“แล้วเราสามคนต้องอยู่ด้วยกัน แต่ถ้าคุณแม่ไม่สบายใจผมจะย้ายออกจากบ้านหลังนี้ไปอยู่คอนโดเองครับ” พูดจบก็เอื้อมมือไปฉกรูปถ่ายในมือของคุณไพลินพร้อมสอดเก็บไว้ในกระเป๋าอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบเดินขึ้นไปห้องทำงานบนชั้นสอง

“เอ๊ะตาคราม จะเอารูปหลานแม่ไปไหน” ตะโกนไล่หลังลูกชายตัวดีที่เดินตัวปลิวออกไป

“แค่รูปเดียว ทำเป็นงกไปได้” คุณไพลินบ่นอุบอิบกับสามี

“เอาน่าคุณ อีกไม่นานเจ้าครามมันก็พาหลานมาที่บ้านอยู่แล้ว”

“เชอะ เห็นแก่หลานหรอกนะ”

ฮัดชิ่ว

เสียงจามของเด็กน้อยที่อาบน้ำเล่นกับคุณเป็ดน้อยอยู่ในอ่างขนาดเล็กทำให้ลออจันทร์ตกใจรีบพาลูกน้อยขึ้นไปเช็ดตัว

ใครมันกล้านินทาลลิตคนนี้ฟะ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 54 END

    แทนไทเดินเข้าไปที่ห้องรับแขก วันนี้นอกจากจะมีครอบครัวเพลิงโชติเมธีแล้วยังมีครอบครัวโยธินตระกูลมาร่วมรับประทานอาหารด้วยลินินตอนนี้อยู่ในอ้อมแขนของคุณวาสินีที่ยิ้มไม่หุบตั้งแต่เข้ามา ร่างตุ้ยนุ้ยนั่งเก้าอี้คอยชวนคุณยายพูดคุยด้วยท่าทางไร้เดียงสา ครามกับปราบนั่งคุยล้อมวงกับคุณอารัญและคุณพิศาล เด็กชายคีตานั่งไถโทรศัพท์เงียบ ๆ นั่งข้างลลิตกับแทมมาลีน“อ้าว พี่จ๋าหายไปไหนมา”แทมมาลีนเอ่ยทัก เผลอละสายตาจากหมากรุกที่เขากับลลิตฟาดฟันมาหลายนาที จังหวะที่ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นไม่รู้ตัวเลยว่าลลิตแอบหยิบหมากตัวเองออกไปหนึ่งตัว“ตานายแล้ว รีบเดินสิ”“เร่งทำไม เอ๊ะ ทำไมมันแปลก ๆ”“แปลกอะไร ไม่มี้” ลลิตพูดเสียงสูง ไม่มีพิรุธสักนิด แทมมาลีนที่เห็นท่าทางลลิตเป็นแบบนี้ก็กระโจนเข้าไปขยี้ผมนุ่มทันที“หน็อยแน่ ทำเป็นเนียนเลยนะ”“ปล่อยนะ นายกล้าทำกับพี่เขยแบบนี้ได้ยังไง” ลลิตเผลอตัวหลุดโพล่งออกมา

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 53

    “บาดแผลสมานตัวดีมาก อย่าลืมมาพบแพทย์ตามนัดอีกสองสัปดาห์นะครับ ตอนนี้คุณหนูสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้วครับ”คุณหมอมอบรอยยิ้มให้เด็กหนุ่มตรงหน้าที่นั่งยิ้มหน้าบาน“ขอบคุณคุณหมอมาก ๆ ครับ”ลลิตไหว้ขอบคุณลุงหมอเจ้าของไข้ที่คอยดูแลเขามาตลอดที่อยู่โรงพยาบาลเมื่อบอกลาคุณหมอเสร็จเจ้าตัวแสบก็ลงมายืนข้างเตียงโดยที่ไม่ต้องมีใครช่วยพยุงอีกแล้ว“...”แทนไทที่เตรียมอุ้มลลิตทำหน้าเสียดาย ช่วงหลังที่ลลิตพักฟื้นเท้าแทบไม่ติดพื้นเพราะมีครามกับแทนไทคอยอุ้มไปไหนต่อไหนตลอดถึงจะถูกลออจันทร์บ่นว่าก็ทำหูทวนลมทั้งสามีและลูกเขยวันนี้ครามติดประชุมสำคัญทำให้มารับลูกชายออกจากโรงพยาบาลไม่ได้ แทนไทจึงอาสามารับแทนสร้างความประทับใจให้แก่ลออจันทร์ยิ่งไปอีก“ไปกันครับ ผมอยากกลับบ้านจะแย่อยู่แล้ว”ลลิตเดินนำหน้าลออจันทร์และแทนไทออกไปอย่างร่าเริง“ลูกคนนี้นับวันยิ่งแก่นแก้วไปทุกที” แทนไทมองลลิตที่ทำตัวร่าเริงด้วยแววตาอ่อนโยน“ดีแล้วครับ ผมชอบที่เขาเป็นแบบนี้”“หม่าม้า ล

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 52

    “ตอนนี้แผลผ่าตัดของคุณหนูลลิตปกติดีครับ ไม่มีการติดเชื้อใด ๆ ผู้ป่วยสามารถลุก เดิน นั่งได้ด้วยตัวเอง หากไม่มีภาวะแทรกซ้อนภายใน หมอจะทำการตัดไหมในวันที่ 7 พร้อมกลับบ้านในวันเดียวกันได้เลยครับ”ครามและลออจันทร์นั่งฟังคำวินิจฉัยของแพทย์ด้วยความดีใจ“คุณหมอหมายความว่า ลลิตหายแล้วใช่ไหมครับ” ลออจันทร์ถามย้ำอย่างตื่นเต้น“ครับ ตอนนี้คุณหนูลลิตปลอดภัยแล้วครับแต่ยังต้องทานยาและมาพบแพทย์ตามนัดด้วยนะครับ”“ขอบคุณครับหมอ” ครามโค้งตัวขอบคุณคุณหมอที่ช่วยชีวิตลูกชายของเขาไว้“ไม่เป็นไรครับ เป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้ว”คุณหมอนพ เจ้าของคนไข้นึกชื่นชมเจ้าของโรงพยาบาลตรงหน้าที่ไม่ถือตน เมื่อได้เวลาที่ต้องไปตรวจคนไข้ก็ขอตัวออกไปก่อน ลออจันทร์ลูบกลุ่มผมนุ่มของคนที่ยังหลับใหล“ลลิตปลอดภัยแล้วนะครับ”“รีบตื่นมาฟังข่าวดีได้แล้ว เจ้าตัวยุ่ง” เหมือนลลิตรู้ตัวว่าหม่าม้ากำลังพูดกับตน ร่างบางส่งเสียงพึมพำออกมาอย่าง

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 51

    ครามที่สองมือหอบข้าวของของภรรยาและลูกชายมาเต็มสองมือไม่ยอมให้ป้าจิตช่วยถือเดินเข้าโรงพยาบาลมาพร้อมกับคุณไพลินและคุณพิศาลที่เดินหน้าเครียดสร้างความตื่นตกใจให้แก่บุคลากรของโรงพยาบาลเป็นอย่างมาก“พี่คราม ผมได้ยินข่าวของลลิตแล้ว หลานของผมเป็นยังไงบ้างครับ” หมอกันต์ที่ออกไปสัมมนาข้างนอกวิ่งเข้ามาเจอครอบครัวของญาติผู้พี่พอดีถามเสียงลั่นไม่นะ หลานชายที่น่ารักของเขาทำไมต้องโชคร้ายขนาดนี้ด้วย“ตอนนี้ลลิตยังปลอดภัย แกก็อย่าตื่นตระหนกไปมากกว่านี้ได้ไหม กว่าฉันจะปลอบคุณแม่ให้สงบลงต้องใช้เวลาแค่ไหน”ครามกระซิบบอกน้องชายเสียงเบา สายตาคอยมองคุณไพลินที่เดินนำหน้าด้วยความเป็นห่วง“แหะ แหะ เข้าใจแล้วครับ” หมอกันต์แย่งตุ๊กตาไดโนเสาร์สีเหลืองที่ผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน&

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 50

    “ป๊ะป๋าตื่นสาย”ลลิตพูดลอย ๆ เมื่อเห็นครามอุ้มลินินเดินลงมาจากชั้นบน ตอนนี้เขากับคีตากำลังกินข้าวเช้าที่ป้าจิตเป็นคนทำให้ คีตาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เกี่ยวกับแผนการของพี่ชายนั่งตักข้าวต้มกินต่อไป “วันนี้วันหยุด ป๊ะป๋าก็อยากตื่นสายบ้าง หม่าม้าก็ชอบตื่นสายเหมือนป๊ะป๋านะ” ครามตอบโต้ลูกชายด้วยการยกหม่าม้าของเจ้าตัวขึ้นมาอ้าง ลลิตหน้าบูดเมื่อพูดอะไรไปเจ้าพ่อบ้ากามก็ไม่สะทกสะท้านจึงนั่งจ้วงข้าวต้มเข้าปากคำโต “มาค่ะ ลินินเดี๋ยวพ่อป้อนหนูนะคะ” “อื้อ ไม่เอาค่ะ หนูอยากกิงเอง ลินินโตแย้วนะ” เด็กหญิงบอกว่าตัวเองโตแล้ว ครามได้แต่นั่งลงทานข้าวแต่โดยดี “เด็ก ๆ ทานข้าวเสร็จหรือยังครับ”ลออจันทร์ที่แต่งตัวเรียบร้อยเดินมาหาลูกชายลูกสาวก่อนจะไล่หอมหัวคนละหนึ่งที&nbs

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 49 NC เล็กน้อย

    "แล้วนายจะกลับอิตาลีเลยหรือเปล่า”ลลิตถามอัยวาขณะที่ทั้งสองอยู่ในลิฟต์ ครามอยากตามลงมาด้วยแต่ถูกเตวิชขวางไว้เสียก่อนจึงได้แต่มองลูกชายและอดีตลูกชายเดินออกไปตาละห้อย “คงต้องกลับเลย ฉันลาหยุดได้แค่ไม่กี่วัน” ราฟาเอลก็ทิ้งการเรียนตามเขามาด้วย อัยวาไม่อยากให้แฟนตัวเองถูกไล่ออกจึงต้องรีบกลับไป“ฉันอยากแวะไปหาคุณยายกับคุณตานะแต่ฉันไปตามที่อยู่เดิมกลับมีคนอื่นเข้ามาอาศัยอยู่แล้ว” อัยวาพูดด้วยน้ำเสียงจนใจ ลลิตได้แต่เห็นใจเรื่องของครอบครัวอัยวาเขาคงไปยุ่งมากไม่ได้โอเมก้าสองคนเดินไปยังร้านกาแฟของลออจันทร์ ทันทีที่ลลิตเปิดประตูเข้าไปก็ต้องอมยิ้มเมื่อเห็นอัลฟ่าสองคนนั่งจ้องหน้ากันโดยมีน้องคีย์นั่งทำการบ้านด้วยใบหน้าบอกบุญไม่รับ“พี่ลลิตมาแย้ว”ลินินที่นั่งอยู่บนตักแทนไทดิ้นลงวิ่งมาหาพี่ชาย“ลินินมาได้ไงครับ” ลลิตถามด้วยความแปลกใจ นี่ยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียนนี่นา“วันนี้โยงเยียนเล

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 7

    “ฮึก อึก” เสียงสะอื้นไห้ของเด็กน้อยดังเป็นพัก ๆ ร่างอ้วนซึ่งตอนนี้ซุกหน้ากับบ่าลออจันทร์ มือป้อมกอดคอผู้เป็นแม่ไว้แน่นแต่ไม่วายจับหางไดโนเสาร์ไม่ยอมปล่อย“อย่ารัดคอแม่แน่นแบบนั้นสิครับ มาให้พ่ออุ้มมา”ครามเห็นท่าลูกหมีโคอา

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 6

    “หม่าม้า ไหนลองพูดสิครับ หม่าม้า”“ม่ะแม่ะ แม่ะ อ้ายย” ทำไมลิ้นเปลี้ยแบบนี้“เก่งมากครับ ฟอด” ลออจันทร์หอมแก้มยุ้ยฟอดใหญ่เป็นรางวัลให้แก่ลูกน้อยที่พยายามเลียนเสียงตนได้สำเร็จเด็กอายุเจ็ดเดือนจะเริ่มพูดคำง่าย ๆ ได้แล้

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 4

    แม้จะเตรียมใจมาบ้างแล้วแต่เมื่อเห็นสถานที่สองแม่ลูกอาศัยอยู่ก็ทำให้ครามรู้สึกปวดใจไปหมดสภาพห้องเช่าขนาดกลางที่ไม่ได้กว้างมากนัก ภายในห้องนอกจากจะมีเตียงขนาดกลางชิดมุมห้องและเปลเด็กกลางห้องยังมีของสำหรับเด็กอ่อนที่อยู่บนโต๊ะข้างตู้เย็นกลางเก่ากลางใหม่บริเวณกลางห้องมีเสื่อเด็กเล่น ยังดีที่มีระเบียงห

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 3

    “ฮึก ฮึก” เสียงสะอื้นของลลิตน้อยเริ่มสงบลงเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของลออจันทร์ โอเมก้าหนุ่มที่ตอนนี้นั่งหลบมุมอยู่ในร้านโดยฝั่งตรงข้ามมีคนหน้าดุเฝ้ามองกระทำด้วยสายตาอ่อนโยนไม่ห่างสายตาที่ทารกวัยเจ็ดเดือนจ้องมองคนแปลกหน้าเขม็งอย่างกับว่ารู้จักมานาน ทำให้คนเป็นพ่อรู้สึกแปลกใจแน่ละสิ เขาต้องรู้จักคนตรงห

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status