مشاركة

บทที่ 6

last update تاريخ النشر: 2025-04-01 16:00:05

“หม่าม้า ไหนลองพูดสิครับ หม่าม้า”

“ม่ะแม่ะ แม่ะ อ้ายย” ทำไมลิ้นเปลี้ยแบบนี้

“เก่งมากครับ ฟอด” ลออจันทร์หอมแก้มยุ้ยฟอดใหญ่เป็นรางวัลให้แก่ลูกน้อยที่พยายามเลียนเสียงตนได้สำเร็จ

เด็กอายุเจ็ดเดือนจะเริ่มพูดคำง่าย ๆ ได้แล้วลออจันทร์จึงอยากให้ลลิตลองฝึกดูแต่ปรากฏว่าลูกเขาช่างฉลาดจริง ๆ สอนไม่กี่รอบก็พูดได้แล้ว

“แม่ะ แม่ะ หม่ำ หม่ำ” หม่าม้าลลิตหิวข้าวแล้ว

“โอ๋ ลลิตหิวข้าวแล้วเหรอครับ รอแปปนึงนะครับ”

“อ้ายย ยา อ้ายย”

กริ๊ง กริ๊ง

ลออจันทร์ที่กำลังบดข้าวกับกล้วยสุกได้ยินเสียงกริ่งจึงเดินไปเปิดประตูเชิญแขกที่คุ้นหน้าคุ้นตาเข้ามาในห้อง ครามที่ในวันนี้แต่งตัวสบาย ๆ สวมเสื้อยืดแบรนด์ดังกับกางเกงเนื้อดีถือถุงใบใหญ่เข้ามาในห้องสร้างความสนใจให้แก่ลลิต

“อา อา” ถืออะไรมาอ่ะ

ลลิตคลานมาตรงหน้าผู้เป็นพ่อด้วยความอยากรู้ ครามที่เห็นลูกคลานมาหาก็ดีใจย่อตัวลงรวบร่างอวบอัดเข้ามากอดมาหอม

“แอ้ อ้ายยย” อย่ามาหอมนะ

มือป้อมพยายามดันใบหน้าให้ห่างออกไปแต่ก็ต้องยอมแพ้แรงผู้ใหญ่ปล่อยให้ครามกอดฟัดให้หนำใจ

“ลออกำลังทำอาหารเช้าอยู่เหรอ”

“ทำอาหารให้ลูกน่ะครับ” พูดจบก็เดินไปถือชามรูปหมีน่ารักมาเตรียมป้อนข้าวให้ลูกน้อย

“หม่ำ ๆ ครับ คนเก่ง”

“หม่ำ หม่ำ” ร่างน้อยดิ้นรนออกจากอ้อมแขนแกร่งยื่นมือไปทางผู้เป็นแม่

“วันนี้ขอพี่ลองป้อนข้าวลูกหน่อยเถอะนะ” หลายวันที่ครามเห็นลออจันทร์ป้อนข้าวลูกชายจึงนึกอยากจะป้อนข้าวให้ลูกบ้าง

“เอ ก็ได้ครับ”เมื่อเห็นสายตาเว้าวอนของคนตัวโตจึงยอมถอย ครามยิ้มดีใจรีบอุ้มลูกนั่งโต๊ะทานข้าวสำหรับเด็กก่อนจะนั่งขัดสมาธิมือหนึ่งถือชามข้าวอีกมือใช้ช้อนตักอาหารจ่อไปที่ปากเล็ก

“......” มือหนาจ่อช้อนรูปหมีที่ตักอาหารเต็มช้อนเกือบล้นไปที่ปากน้อย ๆ ที่เม้มสนิท สะบัดหน้าหนีไปอีกทาง

ครามหน้าเสียเมื่อเห็นลูกชายเมินใส่ ลออจันทร์หัวเราะคิกคักเมื่อเห็นท่าทางเงอะงะของชายหนุ่ม

“คุณครามครับ ตักคำโตไปแล้วครับ”

“อ่า งั้นหรอกหรือ” ครามเริ่มใหม่ใช้ช้อนตักพอดีคำก่อนจะจ่อไปที่ปากน้อย ๆ อีกครั้ง วินาทีที่ลลิตยอมอ้าปากกินข้าวที่เขาป้อนครั้งแรกทำให้ความรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

“อ้าาาา” มัวเหม่ออะไร ป้อนต่อสิ

“ครับ อ้ามมมม” ครามลองเลียนแบบลออจันทร์เวลาที่ป้อนข้าวลูกน้อยมักจะทำเสียงแปลกประหลาดจึงจดจำลองนำมาใช้กับลูกบ้าง

ปัญญาอ่อนชะมัด พ่อใครเนี่ย

หลังมื้อเช้าที่ชวนอลเวงผ่านไป ลออจันทร์ที่ขอตัวไปซักผ้าทิ้งให้พ่ออยู่เล่นกับลูกตามลำพัง ครามเมื่อสบโอกาสก็หยิบของข้างในถุงที่อยู่ด้านข้างออกมา

“พี่ไดโนเสาร์ของน้องลลิตเองครับ” ครามพยายามฉีกยิ้มหลอกล่อลูกชายด้วยตุ๊กตาที่มีขนาดเหมาะสำหรับเด็ก

“อูววว ดายย” ไดโนเสาร์สีชมพูซะด้วย นี่เห็นฉันเป็นคนยังไง

ต่อให้ในใจเกรี้ยวกราดแค่ไหนแต่มือกับคว้าหมับไปที่ตัวตุ๊กตาพลางเอาเข้าปากทันที

“โธ่ หนูอย่าเอาเข้าปากสิครับ”

“แอ่ะ แอ้” มันห้ามได้ที่ไหนเล่า

ครามพยายามเบี่ยงเบนความสนใจเด็กน้อยด้วยการเปิดการ์ตูนในสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดให้ดูและมันก็ได้ผลเมื่อลลิตยอมเอาหางไดโนเสาร์ออกจากปากและสนใจตัวดุ๊กดิ๊กที่เต้นอยู่ในโทรศัพท์

ในโลกนี้มีโดเรม่อนด้วยงั้นเหรอ งั้นมันก็ไม่ต่างไปจากโลกเดิมที่เราเคยอยู่เลยน่ะสิ

“อูวว อา อูวว”เสียงตื่นเต้นของลูกน้อยเรียกความสนใจจากลออจันทร์ที่กำลังตากผ้าอยู่นอกระเบียง

สงสัยลลิตจะชอบคุณครามมาก

“เสร็จแล้วเหรอ ไปกันเถอะ” ครามเมื่อเห็นร่างบางเตรียมตัวเสร็จแล้ว ก็โอบอุ้มร่างลูกน้อยที่ยังกอดตุ๊กตาไว้ขึ้นแนบอก

“ครับ” มือของลออจันทร์ถือกระเป๋าใบใหญ่ที่ข้างในมีแต่ของหนูน้อยลลิตเท่านั้น

“ดา ดา ดา” ไปไหนกันเหรอ

ทารกน้อยนั่งรถไปกับพ่อแม่ด้วยความสงสัยพลางกัดหางตุ๊กตาไดโนเสาร์ไปด้วย ครามมองภาพลลิตฟัดตุ๊กตาอย่างเมามันครุ่นคิดในใจว่าคงต้องไปซื้อเพิ่มอีกหลายตัวเผื่อเจ้าตัวน้อยกัดหางไดโนเสาร์ตัวนี้ขาดไปจะได้มีตัวใหม่ใช้แทนทันที

เมื่อรถเคลื่อนตัวไปสักพักก็หยุดตรงสถานที่น่ากลัวแห่งหนึ่ง ครามที่อุ้มลูกน้อยลงจากรถก็รับรู้ได้ว่าร่างในอ้อมอกชะงักไปและเริ่มเบะปาก

เขารู้แล้วว่าหม่าม้ากับเจ้าพ่อโง่พาเขามาที่ไหน

“แงงงงงงงง” เสียงร้องไห้โฮดังออกมาพร้อมกับร่างกายที่ดีดดิ้นไปมาจนครามต้องรวบลูกน้อยไว้แน่น

“เหมือนแกจะรู้นะว่าเรามาที่ไหน” ครามพูดยิ้ม ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในโรงพยาบาลเอกชนพร้อมกับร่างของลออจันทร์ที่เครียดเกร็งไม่แพ้คนเป็นลูก

แน่ละสิ ลออจันทร์ไม่เคยเข้าโรงพยาบาลเอกชนที่หรูหราขนาดนี้มาก่อน รอบที่พาหนูน้อยลลิตไปฉีดวัคซีนก็พาไปที่โรงพยาบาลรัฐธรรมดาเท่านั้น แต่เมื่อครามรู้เรื่องที่ต้องลลิตน้อยต้องไปฉีดวัคซีนตามกำหนดก็ขอตามไปด้วยทันที แต่พอรู้เรื่องสถานที่ที่ลูกน้อยต้องไปฉีดก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

“พี่พอจะรู้จักโรงพยาบาลดี ๆ อยู่บ้าง พรุ่งนี้ให้พี่ไปส่งนะครับ”

“แต่ว่า...”

“เถอะนะ ให้พี่ได้ดูแลลลิตบ้าง”สายตาคมมองไปยังลูกน้อยที่นั่งเล่นตัวต่อกับน้องยาหยีอย่างสนุกสนานในมุมเด็กเล่น

“ก็ได้ครับ”

จึงเป็นที่มาของเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตอนนี้

“ฮึก แงงงงงง”

“สวัสดีค่ะ วันนี้พาน้องมาฉีดวัคซีนหรือคะ” พยาบาลสาวสวยยิ้มหวานต้อนรับคุณพ่อยังหนุ่มตรงหน้า

“ครับ นัดไว้แล้วครับ ชื่อคราม โยธินตระกูล”

“คะ เอ๊ะนี่มัน...” พยาบาลที่เพิ่งยิ้มหวานสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นนามสกุลของชายหนุ่ม

“อ้าว พี่ครามมาแล้วเหรอ” เสียงเรียกชื่อจากด้านหลังทำให้ครามและลออจันทร์หันไปเจอกับร่างสูงโปร่งในชุดกาวน์หน้าตาน่ารัก หากสังเกตดี ๆ เมื่อยามคุณหมอยิ้มจะเห็นลักยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากด้านซ้ายด้วย

“กันต์เองเหรอ” ครามพยักหน้าให้กับลูกพี่ลูกน้องของตนเป็นการทักทาย คุณหมอหนุ่มชะงักไปวินาทีหนึ่งเมื่อสบตาสีอำพันของเด็กน้อยในอ้อมแขนของญาติผู้พี่

“เด็กคนนี้คือลลิตเองสินะ” หมอกันต์คือคนที่ครามไว้ใจให้ตรวจดีเอ็นเอระว่างเขากับอัยวาจึงพลอยรู้เรื่องราวทั้งหมดไปด้วย

“ฮึก ฮือออ” ใครอีกเนี่ย?

“จ๊ะเอ๋” หมอกันต์คนมาดเท่เวลาเล่นกับหลานช่างดูปัญญาอ่อนเหลือเกิน ทุกคนที่เห็นภาพนี้ต่างคิดในใจเหมือนกันหมด หากแต่หนูน้อยลลิตกลับดูชอบท่าทางเพี้ยน ๆ ของหมอหนุ่ม

“คิกคิกคิก” ฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้หมอนี่ตลกชะมัด

“อะแฮ่ม นี่ลออจันทร์เมียของฉันเอง” เมื่อเห็นท่าทางปัญญาอ่อนของน้องชายทำให้ลูกชายหยุดร้องไห้ได้ จึงแนะนำลออจันทร์ให้รู้จัก

คุณคราม” ลออจันทร์หน้าซีดเมื่อได้ยินคำแนะนำตัวแบบนั้น

คุณโรสรินต่างหากที่เป็นภรรยาของคุณคราม

หากยังไม่ทันได้เอ่ยแย้งก็ถูกหมอหนุ่มจับมือทักทายเสียก่อน

“สวัสดีครับพี่สะใภ้ เรียกผมว่ากันต์เฉย ๆ ก็ได้นะครับ เหมือนเราสองคนจะอายุไล่เลี่ยกันเลย”

“คุณกันต์ครับ ผมกับคุณครามไม่ได้...”

“อ่ะ ได้เวลาแล้ว เราไปกันเถอะ” ไม่รอให้ลออจันทร์ได้แก้ตัว คนตัวสูงก็รีบพาสองแม่ลูกไปขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่ต้องการทันที

“พี่ครามนี่ขี้หวงชะมัด” หมอหนุ่มบ่นอุบอิบ เมื่อพี่ชายของตนลับสายตาไปก่อนจะหันไปยิ้มหวานให้พยาบาลที่ยังทำหน้างุนงง

“ไม่ทราบว่าคุณครามคนเมื่อกี๊ ใช่คนเดียวกันกับเจ้าของโรงพยาบาลแห่งนี้ไหมคะ” พยาบาลตื่นเต้นเมื่อคิดว่าตนเองโชคดีได้เจอเจ้าของโรงพยาบาลที่แทบไม่เคยเหยียบย่างเข้ามาตรวจงานเลยสักครั้ง

“ถูกแล้วครับ ผมก็นึกว่าคุณรู้แล้วซะอีก” ทิ้งระเบิดไว้ลูกใหญ่ก่อนจะผิวปากเดินทอดน่องไปตรวจงานบริเวณอื่น

“ลลิตครับ หันหน้ามาหน่อยเร็ว คนเก่ง” ลออจันทร์พยายามกล่อมลูกชายที่ขอตัวเป็นก้อนซุกเข้าที่หน้าท้องของครามให้หันมา

“ฮึก แงงงงง” หม่าม้าลลิตกลัวเข็มครับ

เกิดมาสามสิบปีไม่เคยกลัวอะไรนอกจากเข็มแท่งเล็ก ๆ ไม่ว่าจะถูกหม่าม้าเกลี้ยกล่อมขนาดไหนเจ้าก้อนน้อย ๆ ก็ไม่ยอมหันออกมา ครามจึงตัดสินใจใช้วิธีชั่วร้าย

“โอ๊ะ นั่นอะไรน่ะ” มือยาวชี้ไปที่ด้านหลัง คุณหมอที่รอจังหวะอยู่แล้วรีบฉีดวัคซีนเข็มเล็กเข้าที่แขนนุ่มนิ่มทันที ลลิตน้อยที่หลงกลคนเป็นพ่อได้แต่แผดเสียงร้องลั่น

“แงงงงงงงงง” ฝากไว้ก่อนเถอะ ไอ้พ่อโง่

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 54 END

    แทนไทเดินเข้าไปที่ห้องรับแขก วันนี้นอกจากจะมีครอบครัวเพลิงโชติเมธีแล้วยังมีครอบครัวโยธินตระกูลมาร่วมรับประทานอาหารด้วยลินินตอนนี้อยู่ในอ้อมแขนของคุณวาสินีที่ยิ้มไม่หุบตั้งแต่เข้ามา ร่างตุ้ยนุ้ยนั่งเก้าอี้คอยชวนคุณยายพูดคุยด้วยท่าทางไร้เดียงสา ครามกับปราบนั่งคุยล้อมวงกับคุณอารัญและคุณพิศาล เด็กชายคีตานั่งไถโทรศัพท์เงียบ ๆ นั่งข้างลลิตกับแทมมาลีน“อ้าว พี่จ๋าหายไปไหนมา”แทมมาลีนเอ่ยทัก เผลอละสายตาจากหมากรุกที่เขากับลลิตฟาดฟันมาหลายนาที จังหวะที่ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นไม่รู้ตัวเลยว่าลลิตแอบหยิบหมากตัวเองออกไปหนึ่งตัว“ตานายแล้ว รีบเดินสิ”“เร่งทำไม เอ๊ะ ทำไมมันแปลก ๆ”“แปลกอะไร ไม่มี้” ลลิตพูดเสียงสูง ไม่มีพิรุธสักนิด แทมมาลีนที่เห็นท่าทางลลิตเป็นแบบนี้ก็กระโจนเข้าไปขยี้ผมนุ่มทันที“หน็อยแน่ ทำเป็นเนียนเลยนะ”“ปล่อยนะ นายกล้าทำกับพี่เขยแบบนี้ได้ยังไง” ลลิตเผลอตัวหลุดโพล่งออกมา

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 53

    “บาดแผลสมานตัวดีมาก อย่าลืมมาพบแพทย์ตามนัดอีกสองสัปดาห์นะครับ ตอนนี้คุณหนูสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้วครับ”คุณหมอมอบรอยยิ้มให้เด็กหนุ่มตรงหน้าที่นั่งยิ้มหน้าบาน“ขอบคุณคุณหมอมาก ๆ ครับ”ลลิตไหว้ขอบคุณลุงหมอเจ้าของไข้ที่คอยดูแลเขามาตลอดที่อยู่โรงพยาบาลเมื่อบอกลาคุณหมอเสร็จเจ้าตัวแสบก็ลงมายืนข้างเตียงโดยที่ไม่ต้องมีใครช่วยพยุงอีกแล้ว“...”แทนไทที่เตรียมอุ้มลลิตทำหน้าเสียดาย ช่วงหลังที่ลลิตพักฟื้นเท้าแทบไม่ติดพื้นเพราะมีครามกับแทนไทคอยอุ้มไปไหนต่อไหนตลอดถึงจะถูกลออจันทร์บ่นว่าก็ทำหูทวนลมทั้งสามีและลูกเขยวันนี้ครามติดประชุมสำคัญทำให้มารับลูกชายออกจากโรงพยาบาลไม่ได้ แทนไทจึงอาสามารับแทนสร้างความประทับใจให้แก่ลออจันทร์ยิ่งไปอีก“ไปกันครับ ผมอยากกลับบ้านจะแย่อยู่แล้ว”ลลิตเดินนำหน้าลออจันทร์และแทนไทออกไปอย่างร่าเริง“ลูกคนนี้นับวันยิ่งแก่นแก้วไปทุกที” แทนไทมองลลิตที่ทำตัวร่าเริงด้วยแววตาอ่อนโยน“ดีแล้วครับ ผมชอบที่เขาเป็นแบบนี้”“หม่าม้า ล

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 52

    “ตอนนี้แผลผ่าตัดของคุณหนูลลิตปกติดีครับ ไม่มีการติดเชื้อใด ๆ ผู้ป่วยสามารถลุก เดิน นั่งได้ด้วยตัวเอง หากไม่มีภาวะแทรกซ้อนภายใน หมอจะทำการตัดไหมในวันที่ 7 พร้อมกลับบ้านในวันเดียวกันได้เลยครับ”ครามและลออจันทร์นั่งฟังคำวินิจฉัยของแพทย์ด้วยความดีใจ“คุณหมอหมายความว่า ลลิตหายแล้วใช่ไหมครับ” ลออจันทร์ถามย้ำอย่างตื่นเต้น“ครับ ตอนนี้คุณหนูลลิตปลอดภัยแล้วครับแต่ยังต้องทานยาและมาพบแพทย์ตามนัดด้วยนะครับ”“ขอบคุณครับหมอ” ครามโค้งตัวขอบคุณคุณหมอที่ช่วยชีวิตลูกชายของเขาไว้“ไม่เป็นไรครับ เป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้ว”คุณหมอนพ เจ้าของคนไข้นึกชื่นชมเจ้าของโรงพยาบาลตรงหน้าที่ไม่ถือตน เมื่อได้เวลาที่ต้องไปตรวจคนไข้ก็ขอตัวออกไปก่อน ลออจันทร์ลูบกลุ่มผมนุ่มของคนที่ยังหลับใหล“ลลิตปลอดภัยแล้วนะครับ”“รีบตื่นมาฟังข่าวดีได้แล้ว เจ้าตัวยุ่ง” เหมือนลลิตรู้ตัวว่าหม่าม้ากำลังพูดกับตน ร่างบางส่งเสียงพึมพำออกมาอย่าง

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 51

    ครามที่สองมือหอบข้าวของของภรรยาและลูกชายมาเต็มสองมือไม่ยอมให้ป้าจิตช่วยถือเดินเข้าโรงพยาบาลมาพร้อมกับคุณไพลินและคุณพิศาลที่เดินหน้าเครียดสร้างความตื่นตกใจให้แก่บุคลากรของโรงพยาบาลเป็นอย่างมาก“พี่คราม ผมได้ยินข่าวของลลิตแล้ว หลานของผมเป็นยังไงบ้างครับ” หมอกันต์ที่ออกไปสัมมนาข้างนอกวิ่งเข้ามาเจอครอบครัวของญาติผู้พี่พอดีถามเสียงลั่นไม่นะ หลานชายที่น่ารักของเขาทำไมต้องโชคร้ายขนาดนี้ด้วย“ตอนนี้ลลิตยังปลอดภัย แกก็อย่าตื่นตระหนกไปมากกว่านี้ได้ไหม กว่าฉันจะปลอบคุณแม่ให้สงบลงต้องใช้เวลาแค่ไหน”ครามกระซิบบอกน้องชายเสียงเบา สายตาคอยมองคุณไพลินที่เดินนำหน้าด้วยความเป็นห่วง“แหะ แหะ เข้าใจแล้วครับ” หมอกันต์แย่งตุ๊กตาไดโนเสาร์สีเหลืองที่ผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน&

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 50

    “ป๊ะป๋าตื่นสาย”ลลิตพูดลอย ๆ เมื่อเห็นครามอุ้มลินินเดินลงมาจากชั้นบน ตอนนี้เขากับคีตากำลังกินข้าวเช้าที่ป้าจิตเป็นคนทำให้ คีตาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เกี่ยวกับแผนการของพี่ชายนั่งตักข้าวต้มกินต่อไป “วันนี้วันหยุด ป๊ะป๋าก็อยากตื่นสายบ้าง หม่าม้าก็ชอบตื่นสายเหมือนป๊ะป๋านะ” ครามตอบโต้ลูกชายด้วยการยกหม่าม้าของเจ้าตัวขึ้นมาอ้าง ลลิตหน้าบูดเมื่อพูดอะไรไปเจ้าพ่อบ้ากามก็ไม่สะทกสะท้านจึงนั่งจ้วงข้าวต้มเข้าปากคำโต “มาค่ะ ลินินเดี๋ยวพ่อป้อนหนูนะคะ” “อื้อ ไม่เอาค่ะ หนูอยากกิงเอง ลินินโตแย้วนะ” เด็กหญิงบอกว่าตัวเองโตแล้ว ครามได้แต่นั่งลงทานข้าวแต่โดยดี “เด็ก ๆ ทานข้าวเสร็จหรือยังครับ”ลออจันทร์ที่แต่งตัวเรียบร้อยเดินมาหาลูกชายลูกสาวก่อนจะไล่หอมหัวคนละหนึ่งที&nbs

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 49 NC เล็กน้อย

    "แล้วนายจะกลับอิตาลีเลยหรือเปล่า”ลลิตถามอัยวาขณะที่ทั้งสองอยู่ในลิฟต์ ครามอยากตามลงมาด้วยแต่ถูกเตวิชขวางไว้เสียก่อนจึงได้แต่มองลูกชายและอดีตลูกชายเดินออกไปตาละห้อย “คงต้องกลับเลย ฉันลาหยุดได้แค่ไม่กี่วัน” ราฟาเอลก็ทิ้งการเรียนตามเขามาด้วย อัยวาไม่อยากให้แฟนตัวเองถูกไล่ออกจึงต้องรีบกลับไป“ฉันอยากแวะไปหาคุณยายกับคุณตานะแต่ฉันไปตามที่อยู่เดิมกลับมีคนอื่นเข้ามาอาศัยอยู่แล้ว” อัยวาพูดด้วยน้ำเสียงจนใจ ลลิตได้แต่เห็นใจเรื่องของครอบครัวอัยวาเขาคงไปยุ่งมากไม่ได้โอเมก้าสองคนเดินไปยังร้านกาแฟของลออจันทร์ ทันทีที่ลลิตเปิดประตูเข้าไปก็ต้องอมยิ้มเมื่อเห็นอัลฟ่าสองคนนั่งจ้องหน้ากันโดยมีน้องคีย์นั่งทำการบ้านด้วยใบหน้าบอกบุญไม่รับ“พี่ลลิตมาแย้ว”ลินินที่นั่งอยู่บนตักแทนไทดิ้นลงวิ่งมาหาพี่ชาย“ลินินมาได้ไงครับ” ลลิตถามด้วยความแปลกใจ นี่ยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียนนี่นา“วันนี้โยงเยียนเล

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 4

    แม้จะเตรียมใจมาบ้างแล้วแต่เมื่อเห็นสถานที่สองแม่ลูกอาศัยอยู่ก็ทำให้ครามรู้สึกปวดใจไปหมดสภาพห้องเช่าขนาดกลางที่ไม่ได้กว้างมากนัก ภายในห้องนอกจากจะมีเตียงขนาดกลางชิดมุมห้องและเปลเด็กกลางห้องยังมีของสำหรับเด็กอ่อนที่อยู่บนโต๊ะข้างตู้เย็นกลางเก่ากลางใหม่บริเวณกลางห้องมีเสื่อเด็กเล่น ยังดีที่มีระเบียงห

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 3

    “ฮึก ฮึก” เสียงสะอื้นของลลิตน้อยเริ่มสงบลงเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของลออจันทร์ โอเมก้าหนุ่มที่ตอนนี้นั่งหลบมุมอยู่ในร้านโดยฝั่งตรงข้ามมีคนหน้าดุเฝ้ามองกระทำด้วยสายตาอ่อนโยนไม่ห่างสายตาที่ทารกวัยเจ็ดเดือนจ้องมองคนแปลกหน้าเขม็งอย่างกับว่ารู้จักมานาน ทำให้คนเป็นพ่อรู้สึกแปลกใจแน่ละสิ เขาต้องรู้จักคนตรงห

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 2

    จ๊วบ จ๊วบ เสียงดูดกลืนน้ำนมของทารกน้อย เรียกรอยยิ้มของลออจันทร์ให้กว้างขึ้นไปอีกความจริงเขาไม่อยากดื่มนมจากเต้าหรอกนะ แต่ร่างกายทารกนี่ยุ่งยากจริงหากไม่หิวก็หลับอยู่นั่นแหละ ลลิตคิดถึงร่างกายผอมแห้งของลลิตตอนโต มืออวบยิ่งบีบจับเต้าไว้แน่นออกแรงดูดกลืนน้ำนมจนเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของโอเมก้าหนุ่ม

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง    บทที่ 1

    ใบไผ่ ไม่สิตอนนี้เขาชื่อ ลลิต ลูกชายของโอเมก้ากลิ่นน้ำผึ้งป่า ลออจันทร์ ในโลกใบนี้แบ่งเป็นเพศหลักชายหญิงและเพศรองซึ่งได้แก่ อัลฟ่า เบต้า โอเมก้า เพศรองจะตรวจพบเมื่อเด็กอายุเจ็ดขวบขึ้นไปลลิตเหม่อมองตุ๊กตาแขวนหมุนไปมาอย่างปลงตก นี่เขาทะลุมิติมาในเรื่อง วางแผนมัดใจนายอัลฟ่าเย็นชา นิยายบอยเลิฟชื่อดังท

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status