로그인หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีพนักงานหนุ่มเดินเข้ามาหาเฌอรีนอย่างสุภาพ ก่อนจะส่งกระดาษแผ่นเล็กให้ เธอขมวดคิ้วและรับมาด้วยความสงสัย ก่อนจะรีบคลี่กระดาษอ่านเนื้อหาในนั้นทันที
"ขอไลน์หน่อยได้ไหมครับ... ไทก้า" แค่อ่านจบ ร่างกายของเธอก็ชาวาบทันที เธอแทบจะกรีดร้องออกมาด้วยความดีใจและไม่อยากเชื่อ ถ้าไม่เกรงว่าจะดูเป็นผู้หญิงที่น่าเกลียด และเขาที่มองมาอาจจะตกใจกับการกระทำที่ดีใจจนออกนอกหน้านั้นได้ "อ๊ากกก" จึงมีแค่เสียงกรีดร้องเบา ๆ หลุดออกมา บวกกับดวงตากลมโตที่เบิกกว้าง ก้มกระซิบบอกข้าวฟ่างเพื่อนสนิท ด้วยน้ำเสียงดีใจจนปิดไม่มิด "ไอ้ฟ่าง! มึงดูสิ หมอไทก้าเขาขอไลน์กูแล้วว่ะ! กูฝันไปรึเปล่าเนี่ย? เขาจำกูไม่ได้ใช่ไหมวะ เพราะถ้าเขาจำได้ เขาคงไม่ทำแบบนี้" ความรู้สึกหลงใหลที่ซุกซ่อนอยู่ลึกในใจพลุ่งพล่านทันที ด้วยความคิดว่านี่คือโอกาสที่สวรรค์ประทานมาให้ เธอจึงไม่อยากรอช้าเลยสักวินาที ที่จะสานความสัมพันธ์นี้ รีบคว้าปากกาเขียนไอดีไลน์ของเธอโดยไม่ลังเล ลงบนกระดาษแผ่นนั้นด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะพับส่งคืนให้พนักงานหนุ่มคนเดิมอย่างรวดเร็ว สายตาคู่สวยจ้องมองตามแผ่นหลังของพนักงานที่ค่อย ๆ เดินขึ้นไปยังชั้นสอง จนกระทั่งมองเห็นจากไกล ๆ ว่าเขาส่งกระดาษให้กับหมอหนุ่มร่างสูง ทันทีที่เขารับกระดาษและเงยหน้ามองลงมาที่เธอ ดวงตาคู่คมจับจ้องกันตรง ๆ แบบไม่หลบสายตา หัวใจของเฌอรีนเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความคิดในหัวตีกันไม่หยุด "มึงว่าเขาจะทักมาหากูไหม แล้วถ้าเขาทักมา เราจะคุยอะไรกันดีวะ" ด้านไทก้าเขารับกระดาษและมองเห็นช่องทางการติดต่อเรียบร้อย ก็หันมามองเพื่อนสนิทด้วยสายตาไม่พอใจเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดขึ้น น้ำเสียงเย็นติดจะดุดันดังขึ้นแทบจะทันที "สัดธัน!! มึงบ้าไปแล้วเหรอวะ กูบอกตอนไหนว่าให้มึงไปขอ เสือกเกินหน้าที่อีกแล้วนะมึง" ธันเดอร์ที่ได้ยิน เขากลับไม่สะทกสะท้าน ยังคงนั่งยิ้มกว้างอย่างพอใจ ก่อนจะตะโกนกระตุ้นเพื่อนด้วยน้ำเสียงคุ้นเคย "กูก็อยากเห็นมึงมีเมียสักที มึงดูเพื่อนคนอื่นสิ ลูกโตกันหมดแล้ว" ไทก้าส่ายหน้าด้วยความระอา ถึงจะไม่ค่อยพอใจมากแค่ไหน แต่ก็เข้าใจความหวังดีของเพื่อนดีทุกอย่าง "ลูกไอ้ฟรินท์เรียนประถมแล้วนะ ไหนจะลูกพี่ชายมึงอีก เด็กแฝดสามเดินวิ่งคล่องแล้ว ลูกกูก็จะขวบนึงแล้ว เหลือแค่มึงคนเดียวที่ยังโสดอยู่แบบนี้ อุตส่าห์ออกจากโรงพยาบาลมาเปิดคลีนิคเป็นของตัวเอง พวกกูก็คิดว่ามึงคิดจะแต่งงานเสียอีก เอาตรง ๆ นะ กูคิดว่ามึงจะคบกับคุณหมอคนสวยเอิงเอย เห็นชวนมาเป็นคุณหมอที่คลีนิคด้วยกัน แต่สุดท้ายพวกกูก็คิดผิด" "คิดเหี้ยไรของมึงวะ เอยเป็นแค่เพื่อนกู" "ก็นั่นไง มัวแต่เป็นเพื่อน แล้วเมื่อไหร่มึงจะได้เมีย" ไทก้าถอนหายใจออกมา เหนื่อยใจกับความคิดของธันเดอร์ "กูไม่ได้คิดอะไรกับเอย" "แล้วกับผู้หญิงคนนั้นล่ะ กูเห็นมึงมองเธอตาเป็นประกายเลยนะ กูก็เลยหวังดีจัดการให้" คำพูดของเพื่อนทำให้ไทก้านิ่งเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะในลำคอด้วยความเย็นชา เอ่ยตอบกลับด้วยความคิดที่อยู่ภายในใจ "มึงคิดว่ากูจะมาหาแม่ของลูก หาเมียในสถานที่แบบนี้เหรอวะไอ้ธัน ผู้หญิงที่พบกันในผับกลางคืน ก็เอาไว้แค่จะมาสนุกกันคืนเดียวก็พอได้อยู่นะ แต่จะให้แต่งงานกันจริง ๆ กูว่ายาก" พูดจบเขาก็ทอดสายตาไปมองร่างบางชุดสีดำที่ยังคงจ้องมองขึ้นมาที่เขา ดวงตาคมกริบเปล่งประกายเย้ายวนลึกลับ ในใจคิดเพียงว่าเธอสวยน่าดึงดูด ถ้าจะเอามาคลายเหงาสักคืน คงจะไม่ทำให้เขาผิดหวังแน่นอน กระดาษแผ่นเล็กที่มีไอดีไลน์จึงถูกจับจ้องและพลิกไปมาอยู่ในมือหนาของเขา นัยน์ตาคมกริบฉายแววความคิดบางอย่าง ก่อนนิ้วเรียวยาวจะกดเปิดแอปพลิเคชันและพิมพ์ค้นหาไอดีนั้นลงไปอย่างไม่รีบร้อน ทันทีที่หน้าจอปรากฏขึ้น ภาพโปรไฟล์ที่เห็น ก็ทำเอาลมหายใจของชายหนุ่มขาดหายไปทันที หญิงสาวรูปร่างหน้าตาดี สวมชุดว่ายน้ำสีแดงสดท่อนบนคู่กับกางเกงขาสั้นสีขาว ตัดกับผิวขาวเนียนละเอียดเปล่งประกาย ท่ามกลางแสงแดดริมทะเล เธอยืนโพสต์ท่ายั่วยวน อกอวบอิ่มดูเย้ายวนสุดขีด ไทก้าหันไปมองด้านล่างอีกครั้ง ผู้หญิงคนนั้นกับคนในรูปเป็นคนเดียวกันแน่ไม่ผิดเพี้ยน เธอกำลังจ้องมองเขานิ่ง รูปร่างของเธอตอนนี้ก็ดูเย้ายวนสายตา โดยเฉพาะเนินอกอวบอิ่มที่โผล่พ้นออกมาชัดเจน เป็นจุดดึงดูดใจที่ทำให้เลือดเนื้อในร่างกายของเขาร้อนระอุจนไม่อาจควบคุม กล้ามเนื้อทั้งร่างตึงขึ้น ความรู้สึกถูกกระตุ้นเร่าร้อนพุ่งพล่านขึ้นมาจากร่างกาย จนถึงใบหน้าคมที่แดงระเรื่อลามไปถึงใบหู "โคตรจะเซ็กซี่... " เขาพึมพำในลำคอด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ก่อนจะตัดสินใจกดปุ่มเพิ่มเพื่อนและส่งสติ๊กเกอร์รูปแก้วเหล้าเป็นคำทักทายไปอย่างรวดเร็ว ติ้ง! ไม่นานแถบแจ้งเตือนก็เด้งขึ้นมาทันที เป็นรูปสติ๊กเกอร์หมีตัวกลมกอดหัวใจสีแดง ส่งมาจากบัญชีนั้น เพียงแค่มองไทก้าก็รู้ทันทีว่า... ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา แม้จะถูกกระตุ้นจนใจสั่น แต่นิสัยระมัดระวังและกฎเกณฑ์ในใจก็ยังคงยึดมั่นแน่นหนา เขาจึงพิมพ์ถามประโยคแรกที่สำคัญที่สุดทันที ไทก้า: อายุเท่าไหร่ครับ เพราะถ้ารู้ว่ายังเป็นนักศึกษามหาลัย หรืออายุน้อยกว่ามาก เขาจะถอยห่างทันที ไม่เคยคิดจะยุ่งยากกับเด็กสาววัยรุ่น ไม่เหมือนธันเดอร์เพื่อนรักที่ชอบใจผู้หญิงอายุน้อยกว่า ยินดีที่จะเป็นฝ่ายเอาอกเอาใจ ติ้ง! ไม่นานคำตอบก็เด้งกลับมา ทำให้มุมปากหนากระตุกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เฌอรีน: 27 ค่ะ คุณล่ะคะ" ไทก้ามองตัวเลขนั้นด้วยความพึงพอใจ อายุ 27 ห่างจากเขา6 ปี ก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เขายอมรับได้ ไม่ห่างจนรู้สึกว่าเป็นภาระของเขา จึงตอบกลับด้วยประโยคที่ทำให้อีกฝ่ายใจเต้นแรง ไทก้า: 33 แล้วครับ คงแทนตัวเองว่าพี่ได้แล้วสินะ ไทก้า: อยากไปนั่งรถเล่นกับพี่ไหมครับ คืนนี้อากาศดีมากนะหลังจากการเล่นน้ำที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของครอบครัวสิ้นสุดลง คุณปู่และคุณย่าก็เข้ามารับช่วงต่อ พาสองแฝดเจไดและเจด้าไปนอนพักผ่อนกลางวันตามประสาเด็กเล็กที่ใช้พลังงานไปเยอะ บรรยากาศรอบกายพลันกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ทว่าสิ่งที่ทำให้เฌอรีนรู้สึกแปลกใจคือท่าทีของไทก้า ที่จู่ ๆ ก็เงียบขรึมลงอย่างเห็นได้ชัด เขาเดินสะบัดตัวกลับเข้าห้องพักไปโดยไม่พูดไม่จาสักคำ เฌอรีนคิ้วขมวดด้วยความสงสัย เธอรีบก้าวตามเข้าไปในห้อง เห็นแผ่นหลังกว้างของสามียืนนิ่งอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ สายตาของเขาจดจ้องไปยังเส้นขอบฟ้าเหนือท้องทะเลด้วยสีหน้าบึ้งตึง เธอจึงค่อย ๆ เดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบจากทางด้านหลัง ซบหน้าลงกับแผ่นหลังแกร่งที่ยังคงมีความชื้นจากน้ำในสระหลงเหลืออยู่เล็กน้อย “เป็นอะไรคะ ทำไมจู่ ๆ ก็เดินหนีมาทำหน้ายักษ์ใส่ทะเลแบบนี้ล่ะ?” ไทก้ายังคงนิ่งเงียบ แววตาคมกริบนั้นดูหม่นเศร้าลงอย่างประหลาด จนเฌอรีนต้องผละอ้อมกอดแล้วเดินไปยืนเบื้องหน้าเขา เธอช้อนสายตามองใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้ดูแสนงอนเหมือนเด็ก “พี่ก้าคะ... บอกเฌอสิว่าเป็นอะไร เฌอทำอะไรให้ไม่พอใจหรือเปล่า?” ไทก้าถอนหายใจยาวออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะยอมเอ่ยปา
สามปีต่อมา บรรยากาศริมชายหาดพัทยาที่เคยเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิง บัดนี้ได้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นงานวิวาห์สุดหรูหราอลังการที่โรงแรมระดับห้าดาว กลิ่นหอมของดอกกุหลาบสีขาวนวลคละคลุ้งไปทั่วงาน แสงไฟนวลตานับพันดวงสะท้อนกับผิวน้ำทะเลในยามค่ำคืน สร้างบรรยากาศให้ดูราวกับสรวงสวรรค์ ไทก้าในชุดสูททักสิโดสีดำเรียบหรู ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนเวทีกลางสวนสวย สายตาของเขาจ้องมองไปยังทางเดินที่โรยด้วยกลีบดอกไม้ เมื่อเจ้าสาวของเขาปรากฏตัวขึ้น เฌอรีนงดงามราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยายในชุดเจ้าสาวสีขาวลูกไม้ฝรั่งเศส แต่ที่ทำให้แขกเหรื่อทั้งงานต้องยิ้มตาม คือนางฟ้าและเทวดาตัวน้อยที่เดินนำหน้าเธอมา ลูกแฝดชายชื่อเจไดในชุดสูทตัวจิ๋วสีขาว และลูกแฝดหญิงชื่อเจด้าในชุดกระโปรงฟูฟ่องสีชมพูอ่อน เด็กแฝดวัยสองขวบครึ่งทั้งสองคนที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากพ่อและแม่ราวกับพิมพ์เดียวกัน เดินถือตะกร้าดอกไม้โปรยทางอย่างขะมักเขม้น แม้เจไดจะแอบเอาดอกไม้เข้าปากหลายครั้ง แต่ก็เดินมาจนถึงมือของคนเป็นพ่อ เจ้าบ่าวอุ้มลูกทั้งสองขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะยื่นมือไปรับมือของเฌอรีนมาจับไว้ พิธีการต่าง ๆ เริ่มไปอย่างอบอุ่น จนถึงช
หลังจบพิธีการ บรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นความรื่นเริงในช่วงถ่ายภาพ ข้าวฟ่างเพื่อนสนิทของเฌอรีนรีบวิ่งเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มกว้าง “โอ๊ยเฌอ มึงสวยมากเลยรู้ไหม กูจะร้องไห้แล้วเนี่ย ในที่สุดเพื่อนกูก็ได้เป็นฝั่งเป็นฝาสักที” ทางด้านเพื่อนสนิทของไทก้าอย่างฟรินท์ ธันเดอร์ และไทเกอร์ ก็เดินเข้ามาร่วมวงด้วยท่าทีขี้เล่นตามสไตล์กลุ่มเพื่อนซี้ “คุณหมอไทก้าของเราเสียอาการขนาดนี้เลยเหรอวะ” ธันเดอร์แซวพลางตบบ่าเพื่อน “ตอนแรกทำเป็นเก๊กไปงั้น ที่ไหนได้ยอมเด็กจนหมดท่าเลยนะมึง” “ว่าก็ว่านะ เมียเด็กมันสวยจริงวะ ยอม ๆ ไปเหอะ” ฟรินท์เสริมพลางยิ้มให้เฌอรีนอย่างเป็นมิตร ส่วนไทเกอร์ก็หยิบกล้องขึ้นมาเตรียมเก็บภาพ “เอ้า! ทุกคน มองกล้องหน่อยครับ เจ้าบ่าวช่วยโอบว่าที่เจ้าสาวให้ชิดกว่านี้หน่อย ไอ้หมอครับ มือมึงน่ะ วางบนท้องน้องเฌอเลยครับ ภาพจะได้ออกมาดูอบอุ่น” ไทก้าทำตามคำแนะนำอย่างว่าง่าย เขาขยับเข้าไปชิดร่างเล็ก โอบเอวบางไว้ด้วยแขนข้างหนึ่ง ส่วนมือหนาอีกข้างวางลงบนหน้าท้องนูนสวยอย่างทะนุถนอม สัมผัสถึงสิ่งมีชีวิตตัวน้อย ๆ ที่กำลังจะเกิดมาเป็นพยานรักของเขาและเธอ “มองกล้องนะเฌอ...” ไทก้ากระซิบที่ข้างหูเธอแผ
ไทก้ายังไม่ตอบเป็นคำพูด แต่กลับโน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้ที่ซอกคอหอมกรุ่น ก่อนจะกระซิบข้างใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่า “พี่อยากเอาเฌออีก... แค่นมเฌอถูกับอกพี่เมื่อกี้ พี่ก็มีอารมณ์จนทนไม่ไหวแล้วครับ..." "....." "ให้พี่เอาได้ไหม?” เฌอรีนหลุดหัวเราะคิกคักกับความตรงไปตรงมาของคุณหมอจอมหื่น เธอไม่ได้มีท่าทีขัดขืน แต่กลับส่งมือเล็กไปกุมแก่นกายใหญ่โตที่กำลังพองขยายสู้มือเธออยู่ใต้ผ้าห่ม เธอออกแรงขยับรูดรั้งมันขึ้นลงช้า ๆ จนไทก้าถึงกับซี้ดปาก สูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความเสียวซ่าน “อยากมากแค่ไหนคะ?” เฌอรีนถามยั่วเย้า สายตาหวานเชื่อมจ้องมองปฏิกิริยาของเขาอย่างนึกสนุก “อยากมาก... สารภาพเลยนะเฌอ พี่เห็นร่างกายเฌอไม่ได้เลย พี่มีอารมณ์กับเฌอได้ตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนที่เฌอเป็นลมที่คลินิก พี่ก็ยังเผลอคิดลามกกับเฌอ ทั้งที่ชีวิตนี้พี่ไม่เคยเป็นแบบนี้กับใครมาก่อนเลย” ไทก้าสารภาพออกมาอย่างหมดเปลือก แววตาคมกริบฉายชัดถึงความต้องการที่พลุ่งพล่าน เมื่อได้ยินคำสารภาพที่แสนเร้าอารมณ์ เฌอรีนก็ตัดสินใจเลิกแกล้งเขาทันที เธอขยับตัวนอนหงายราบไปกับเตียง ก่อนจะดึงผ้าห่มที่ปกปิดร่างกายเปลือยเปล่าออกจนหมดสิ้น
เขาวางร่างที่ยังสั่นเทาของเธอ ลงบนเตียงนุ่มอย่างแผ่วเบา แต่แทนที่เขาจะตามขึ้นไปทาบทับ เขากลับเลือกที่จะยืนอยู่ตรงปลายเตียง สายตาคมกริบจ้องมองเรือนร่างเปลือยเปล่าของคนรักด้วยความหลงใหลและกระหายในเวลาเดียวกัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ถูกส่งไปให้เธอ พลางใช้ฝ่ามือหนากุมแก่นกายใหญ่โตที่แข็งคัดจนขึ้นเส้นเลือดชัดเจน มันสั่นระริกท้าทายสายตาเธอ เฌอรีนที่อารมณ์ตอนนี้ไร้ซึ่งความอาย มีเพียงความโหยหาที่ตรงกัน เธอค่อย ๆ ขยับกายขึ้นมานั่งตรงขอบเตียงในระดับสายตาของสิ่งที่กำลังพองขยายอยู่ตรงหน้า มือเล็กเอื้อมไปกุมความแข็งขืนนั้นไว้ สัมผัสถึงความร้อนระอุที่แผ่ออกมา ก่อนจะโน้มใบหน้าสวยเข้าไปใกล้และกดจูบลงบนส่วนหัวที่แดงก่ำอย่างทะนุถนอม ลิ้นเล็กตวัดเลียรอบรอยแยกแผ่วเบา จนไทก้าถึงกับสูดปากด้วยความเสียวซ่าน เธอลากไล้เรียวลิ้นไปตามความยาวของลำแกร่งอย่างอ้อยอิ่ง เรียกเสียงครางทุ้มต่ำในลำคอของชายหนุ่มออกมาอย่างต่อเนื่อง "อืม เฌอ..." ไทก้าพึมพำเสียงพร่า มือหนาเอื้อมไปขยุ้มกลุ่มผมสลวยของเธอไว้เบา ๆ เพื่อประคองจังหวะ ร่างเล็กอ้าปากอุ่นชุ่มชื้นงับกลืนความใหญ่โตนั้นเข้าไปจนสุดโคน เธอผงกศีรษะเข้าออกด้วยจังหวะที่เริ่
แสงแดดอ่อนยามเช้าเริ่มทอแสงเหนือขอบฟ้าพัทยา แต่บรรยากาศที่ริมหาดหน้ารีสอร์ทกลับดูร้อนระอุผิดกับอุณหภูมิของน้ำทะเล ไทก้าเดินแกมวิ่งออกมาจากตัวบ้านพัก โดยมีเฌอรีนเดินตามหลังมาติด ๆ ทั้งคู่แต่งตัวด้วยชุดที่ดูรีบเร่ง แต่ก็เรียบร้อยพอที่จะเผชิญหน้ากับผู้ใหญ่ ทันทีที่ฝีเท้าของลูกชายตัวดีหยุดลงตรงหน้า มะปราง ผู้เป็นแม่ที่ยืนกอดอกรออยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแผ่รังสีอำมหิตออกมาอย่างรุนแรง เธอก็ไม่รอช้าที่จะเปิดฉากพ่นคำด่าใส่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนทันที "ก้าทำแบบนี้ได้ยังไงห๊ะ! อายุจะสามสิบห้าอยู่แล้วนะ ทำตัวเหมือนเด็กวัยรุ่น ปล่อยให้หนูเฌอต้องหนีมานอนร้องไห้ที่นี่คนเดียวได้ยังไง แม่สอนลูกมาตลอดว่าอะไรที่ยอมได้ก็ต้องยอม เป็นถึงหมอที่รักษาหัวใจคนไข้ แต่กลับรักษาหัวใจคนใกล้ตัวไม่ได้" มะปรางรัวคำพูดออกมาเป็นชุด ชนิดที่ไม่เปิดโอกาสให้ลูกชายได้แทรกแม้แต่คำเดียว ไทก้าได้แต่ยืนก้มหน้าสำนึกผิด ตัวที่สูงใหญ่กว่าแม่เกือบเท่าตัวกลับดูเล็กลงถนัดตา เขาพยายามจะอ้าปากอธิบาย "คือคุณแม่ครับ ผม" "ไม่ต้องมาผมอะไรทั้งนั้น อะไรกันทำให้เมียที่กำลังท้องไส้ต้องหนีข้ามจังหวัดมา ถ้ามีอันตรายอะไรเกิดขึ้นจะทำยังไง ถ