ログイン"พอดีอังยุ่งเรื่องที่มูลนิธินะคะรัญ" อังศิญาเอ่ยเสียงสั่นก่อนจะหันไปยกมืไหว้อากง
"สวัสดีค่ะอากงพอดีอังไปที่บ้านคุณแม่มาด้วยและก็ชงน้ำขิงสูตรของตระกูลบ้านอังมาให้อากงทานก่อนนอนด้วยค่ะ" "จะได้สดชื่นมีแรง"อังศิญาว่าพร้อมกับพูดเสียงใสและชูของที่อยู่ในมือเธอให้อากงดู "ดีๆอั๊วชอบดื่มชาตระกูลลื้อมากที่สุด....อั๊วอิ่มแล้วอานานาเอาชาที่อาอังไปให้อั๊วดื่มบนห้อง" "ได้ค่ะมายดาริ้ง"นานาว่าพลางทำหน้าตาหวานหยดย้อยใส่อากงก่อนจะหันมาจ้องหน้าอังศิญาก่อนจะยกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างผู้ที่เหนือชั้นกว่า "ฉันไม่ได้ทำเพราะเธอ"อังศิญาว่ากดเสียงต่ำใส่นานาไปให้ได้ยินแค่เธอสองคน "หึและมาดูกันว่าใครจะได้ดีกว่ากัน"นานาเองก็กดเสียงต่ำใส่อังศิญาและทั้งสองก็จ้องหน้ากันอีกครั้งอย่างไม่ยอมใคร "อานานาเร็วๆ"อากงที่รอไม่ไหว จนต้องเรียกเร่งนานา เพราะเขานั้นอยากจะทำเรื่องอยากว่ากับเมียเด็กคนนี้แล้วเหลือเกิน และยาของอังศิญา ก็เหมือนยาปลุกกำหนัดให้เขา ได้มีแรงกระปรี้กระเปร่าทำให้นานาและเขามีความสุขแบบที่ต้องการได้ "ค่าาาา"นานาขานรับเสียงหวานก่อนจะหันหลังสะบัดปรอยผมแรงจนเกือบโดนหน้าอังศิญา อังศิญาคับแค้นใจแต่ก็ทำท่าทางอะไรออกไปมากไม่ได้ เพราะมีศิรัญนั่งอยู่ในห้องนี้ด้วย "อังไม่ทานข้าวหรือครับ?"ศิรัญเอ่ยขึ้นในขณะที่แป๋ววางจานข้าวลงตรงหน้าของเขา "พอดีอังทานมาจากข้างนอกแล้วนะคะรัญ...อังขอไปอาบน้ำนอนก่อนนะคะ" "เหนียวตัวมาทั้งวันแล้ว" "ครับเดี๋ยวรัญกินข้าวเสร็จแล้วจะตามไปนะ" "ค่ะ"อังศิญารับคำศิรัญก่อนจะเดินออกไปจากห้องอาหารปล่อยให้ศิรัญนั่งทานข้าวอยู่คนเดียว โดยมีแป๋วคอยรับใช้ "วันนี้อาหารที่คุณผู้หญิงทำคุณศิรัญมองทานข้าวได้เยอะเลยนะคะ"แป๋วเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มยิงฟันให้ศิรัญดู ศิรัญที่ทานข้าวจนหมดจานจริงอย่างที่แป๋วว่าก็พยักหน้าเห็นด้วย อาหารของคุณแม่เขา อร่อยทุกอย่างจริงๆบนโต๊ะอาหารตอนนี้ "แล้วนี่คุณแม่ไปไหน?" "คุณผู้หญิงขึ้นไปอาบน้ำนอนแล้วค่ะคุณศิรัญ"แป๋วว่าในขณะที่วางแก้วน้ำเปล่าลงตรงหน้าของศิรัญ เขาก็พยักหน้ารับรู้ก่อนจะยื่นมือไปจับแก้วน้ำตรงหน้ามากระดกดื่มอย่างกระหาย "งั้นจะขึ้นนอนเลยเหมือนกันเธอก็ตรวจตราบ้านให้ดีๆ" "ได้ค่ะคุณศิรัญ"แป๋วรับคำศิรัญผู้เป็นหนึ่ฃในเจ้านายอย่างรับคำสั่งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ศิรัญที่ระอากับท่าทางของสาวใช้บ้านนอกคนนี้ทำได้เพียงแค่ส่ายศีรษะไปมาก่อนจะเดินขึ้นไปยังบนคฤหาสน์ชั้นสองซึ่งเป็นที่นอนของเขา โดยบ้านนี้จะประกอบไปด้วยสมาชิกทั้งหมด6คน ได้แค่ อากลงหรือท่านกรกฏ ผู้ทีมีอิทธิพลเหนือใครในบ้าน รองลงมาท่านณรงค์ศักดิ์ ท่านประธานบริษัทวิหารไกลกาลเนชั่นกรุ๊ป ท่านณรงค์เป็นคนเคร่งเครียดและจริงจังกับงานและจะเข้มกับลูกทุกๆคน เขามีภรรยานับไม่ถ้วนซึ่งได้เชื้อมาจากผู้เป็นพ่อ เจ้าชู้เหมือนกัน แต่ที่ศิรัญได้เข้ามาอยู่ในวิหารไกลกาล เพราะเขาเป็นลูกที่เกิดจากภรรยาแต่ง ที่พ่อของเขาไม่ได้รัก เขาจึงไม่ใช่ลูกรักของพ่อ และศิรัญ ผู้ที่ดำรงตำแหน่งท่านรองประธานอยู่ในขณะนี้ เขาถูกปลูกฝังเกี่ยวกับเรื่องของบริษัท และแรงกดดันมาตั้งแต่เด็ก ชีวิตเขาจึงอยู่ในกรอบไปนิด และคนที่สี่ภรรยาสุดที่รักของศิรัญ อังศิญา วิหารไกลกาล ลูกสาวตระกูลไฮโซ ร่ำรวยสวยและเก่ง คนที่ห้าแม่ของศิรัญ ที่เธอมีพื้นฐานครอบครัวที่ดี เป็นตระกูลเก่าแก่มีเชื้อคุณหญิง ถูกคลุมถุงชนให้แต่งงงานกับณรงค์ศักดิ์ตั้งแต่ยังสาว และคนสุดท้าย นานา หญิงสาวขายบริการที่อยากผันตัวเองมาอยู่ในแวดวงไฮโซ จึงใช้ทั้งมารยาและเสน่ห์ในตัวเธอยั่วท่านกรกฏ โชคดีที่ท่านกรกฏทั้งรักและหลงเธอ เธอจึงถือว่ามีวาสนาอยู่บ้าง "รัญคะ" เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างตกใจที่ฝ่ามือเย็นสัมผัสลงที่ก้นงอนกลมกลึงของเธอ ในขณะที่เธอนอนหันหลังให้กับฝั่งวางข้างที่นอน เพื่อเว้นรอให้สามีของเธอได้นอน แต่เธอก็ต้องสะดุ้งเพราะเธอเพิ่งจะหลับตาได้ไม่กี่นาที ศิรัญสามีของเธอก็ล้มตัวลงนอนข้างกายเธอและยื่นมือมาลูบไล้ก้นกลมกลึงของเธอไม่พอ ยังจะใช้ปลายจมูกไกล่เกลี่ยไปมาบนซอกคอของเธอจนเธอต้องขยับหนี ทำให้ศิรัญชักสีหน้าใส่อังศิญาทันที แต่เขาไม่ยอมแพ้รีบพุ่งตรงเข้าไปสวมกอดอังศิญาอย่างรวดเร็วไม่ให้เธอได้ตั้งตัว เขาจับตัวของอังศิญาขึงตรึงรวบไว้เหนือหัวของเธอและจัดการขึ้นคร่อมร่างบางทันทีกักกันทุกทางไม่ให้เธอได้ดีดดิ้นไปไหน "รัญจะทำอะไรคะ?" อังศิญาถามศิรัญเสียงสั่น เพราะตั้งแต่อยู่กินแต่งงานกันมาศิรัญไม่เคยทำรุนแรงแบบนี้กับเธอ เธอจ้องสายตาคมกริบที่มองเธอด้วยแววตาอ่อนโยนและหลงใหล ซึ่งเธอเองก็รู้ดี ว่าศิรัญ หลงรักเธอมากขนาดไหน "ผมอยากมีลูกกับคุณ" "นะนะครับ"ศิรัญที่เห็นว่าเขาใช้ไม้แข็ง อังศิญาเหมือนจะต่อต้าน เขาจึงเปลี่ยนมาใช้ลูกอ้อนแทน"นี่คุณศิรัญกับคุณอังศิญาเป็นสามีภรรยากันเหรอคะโอ้ว้าว" เสียงตื่นเต้นของคุณหญิงนฤมิตรดังเกินคนในงานทั้งสามดูมีความสุขคุยกันถูกคอ ทั้งคุณหญิงนฤมิตรและคุณศิรัญรวมถึงคุณอังศิญาเองก็ด้วยฉันที่ยืนอยู่หลังสุดของผู้คนไฮโซ ได้แต่มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคุณหญิงนฤมิตรดังออกมาเป็นระยะสื่อว่าเธอกำลังมีความสุขที่ได้พูดคุยกับสองคนนั้น"อาหารนี่มีส่วนผสมของถั่วริสงไหมคะ?"เสียงคุ้นหูของผู้หญิงที่ไม่ใช่ภาษาไทยเอ่ยขึ้นจากทางด้านหลังฉันที่เป็นโซนของกินฉันจึงหันไปหาเธอคนนั้นก่อนจะยิ้มออกมาและรีบเดินตรงไปหาเธอที่ตอนนี้เธอกำลังยืนคุยอยู่กับพนักงานที่ยืนเฝ้าซุ้มของกินอยู่อาหารในงานเป็นแบบบุฟเฟ่ต์คือให้แขกเดินมาดักและนำไปนั่งกินที่โต๊ะได้เองเลย"คุณคามีลา""คุณพิณรณี"ทั้งคุณคามีลาและฉันต่างเรียกชื่อของกันและกันด้วยความดีใจเธอบอกว่าเธอจะมางานเลี้ยงไม่คิดว่าจะเป็นงานเดียวกัน"ฉันดีใจมากค่ะที่เจอคุณที่นี่" คุณคามีลาว่าพร้อมกับยิ้มและโผล่เข้าสวมกอดฉันทันทีด้วยความดีใจฉันเองก็ดีใจและกอดตอบเธอไป"ฉันก็ดีใจค่ะ"ฉันว่าหลังจากที่เราผละกอดออกจากกันแล้ว"ฉันอยากจะกินอาหารอันนี
ฉันที่กำลังจิบน้ำส้มไปด้วยและมองบรรยากาศในงานไปด้วยสายตาก็ไปสบเข้ากับแผ่นหลังเนียนบางของใครคนหนึ่งที่เธอสวมใส่ชุดเดรสสีทองเปิดแผ่นหลังโชว์เรือนร่างที่เย้ายวนกำลังยืนอยู่ท่ามกลางของผู้คนทั้งชายและหญิงรุมล้อมเธอใบหน้าของเธอสวยเนียนแต่งหน้าโทนอ่อนแต่ทำให้เธอคนนี้ดูมีเสน่ห์และน่ารักพร้อมสวยไปในตัวยิ่งเวลาเธอยิ้ม เธอยิ่งสวย"คุณอังศิญา?"ฉันเอ่ยชื่อของเธอคนที่ฉันกำลังชื่นชมออกไป และหันกลับมามองท่านรองที่ตอนนี้เขาเองก็กำลังจิบไวน์ไป และพูดคุยกับเพื่อนๆในแวดวงธุรกิจไปด้วย ใบหน้าของเขาก็ยิ้มแย้มดูมีความสุขสองคนนี้ ดูเหมาะสมกันมากจังเลยนะ อีกคนก็สวยสง่า อีกคนก็หล่อปานเทพบุตรลงมาจุติแล้วแบบนี้ท่านรองจะอยากมีเมียน้อยเหรอ "โอ้ย?"ฉันที่รู้สึกมึนหัวเพราะภาพตรงหน้ากำลังขึ้นเป็นภาพซ้อน เหมือนตาลาย อย่าบอกว่าฉันจะเป็นลมน่ะ! พรึบ"เป็นอะไรไหมครับ?"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นข้างหนูฉันและเป็นเจ้าของอ้อมแขนที่รับร่างฉันอยู่ในตอนนี้ฉันจึงหันไปมองคนคนนั้น ก็พบว่า หน้าตาคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน"ไม่สบายหรือครับไปนั่งพักรับลมข้างนอกก่อนดีกว่าครับ""เดี๋ยวผมพาไป""ได้ค่ะขอบคุณมากนะคะ" ฉันเอ่ยบอกเขาไปพร้อม
20:00น.ชั้นจัดเลี้ยงงานวัดเกิดคุณหญิง นฤมิตร...หน้าทางเข้างานเพลงขวัญ พิณรณี......."คุณพิณรณี"เสียงทุ้มที่คุ้นหูฉันเอ่ยขึ้นทันทีที่ร่างของฉันเดินมาถึงหน้าทางเข้างานก็ต้องได้ยินใครบางคนเรียกฉันฉันที่รีบชนิดที่ว่ากึ่งเดินกึ่งวิ่งต้องหันขวับกลับไปมองยังต้นเสียงก่อนจะยิ้มแหยๆให้เขาไป เมื่อคนคนนั้น คือท่านรอง ศิรัญวิหารไกลกาลเจ้านายฉัน"คุณมาสาย?" เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกแขนขึ้นมาดูนาฬิกาที่ข้อมือเขาก่อนจะตวัดสายตาคมมองมาที่ฉันด้วยสายตาพิจารณา"ขอโทษค่ะท่านรอง" ฉันว่าพร้อมกับยกมือไหว้ขอโทษเขาเขาก็ผ่อนลมหายใจออกมาก่อนจะหยิบกล่องกำมะหยี่เท่าฝามือขึ้นมาฉันก็มองเขา เขาก็จัดการเปิดกล่องในนั้นเป็นสร้อยเพชรเม็ดกลมเงาวาววับจนแสบตา"หันหลังสิ"ท่านรองว่าในขณะที่ปลดตะขอสร้อยออกเตรียมพร้อมที่จะใส่ฉันก็ทำหน้างงๆ"เธอจะปล่อยให้คอว่างแบบนั้นได้ไงไม่มีของประดับ" ท่านรองว่าเสียงเรียบแววตานิ่งเฉย ฉันจึงต้องยอมหันหลังให้ท่านรองเขาก็จัดการสวมสร้อยให้ฉันจากทางด้านหลังในขณะที่มือของท่านรองสัมผัสที่แผ่นต้นคอฉัน ทำให้ฉันสะดุ้งเพราะไออุ่นจากมือเขาทำให้ฉันเผลอหัวใจเต้นแรงใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาเสียดื้อๆเม
"ท่านรองยังไม่มาโชคดีไปนะยัยเพลง!"ฉันบ่นอุบกับตัวเองในขณะที่มาถึงหน้าประตูทางเข้าโรงแรมเป็นที่เรียบร้อยแล้วโรงแรมหรูระดับห้าดาวเลยจะดูหรูหราสมราคามากถ้าจะนอนค้างที่นี่ห้าหลักอัพแพงหูฉี่มากฉันคงจะนอนที่บ้านเช่าหลังเก่าดีกว่าแต่ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากจะพายายมานอนที่ดีๆแบบนี้บ้าง"ว่าแต่เขาจัดงานกันชั้นไหนนะ?"ฉันพึมพำกับตัวเองอีกครั้งก่อนจะมองซ้ายมองขวาหาเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เมื่อมองเห็นฉันก็เดินเข้าไปหาโต๊ะประชาสัมพันธ์ทันที"ขอโทษนะคะเขาจัดงานเลี้ยงวันเกิดคุณหญิงนฤมิตรชั้นไหนนะคะ""รอสักครู่นะคะ" ประชาสัมพันธ์ที่เป็นผู้หญิงสวมใส่ชุดยูนิฟอร์มของโรงแรมโดนเฉพาะเอ่ยขึ้นก่อนจะก้มหน้าไปดูจอคอมพิวเตอร์และกดพิมพ์แป้นพิมพ์คีย์บอร์ด้วยสายตาไม่ค่อยเป็นมิตรระหว่างยืนรอฉันก็มองดูบรรยากาศรอบๆไปด้วยผู้คนมากมายผลัดกันเดินเข้าเดินออกบางคนแต่งตัวธรรมดาบางคนแต่งตัวหรูหราสวมร้อยเพชรประดับประดาอย่างกับงานขายเครื่องเพชรพวกคนรวยก็แบบนี้แหละ แข่งกันแต่งตัวออกงานตามสังคมเพื่ออวดความรวยของตัวเองที่คนจนๆอย่างฉันไม่มีวันเข้าใจ"ห้องรับรองชั้นยี่สิบ"" ขอบคุณมากค่ะ"ฉันเอ่ยขอบคุณพนักงานไปพร้อมกับยิ้มให้
18:00น.ศิรัญ........ติ๋งผมหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานจากโต๊ะเสริมของรถลีมูซีนคันหรูคันนี้ขึ้นมาดู เมื่อมีการแจ้งเตือนเงินออกข้อความเข้า:เงินออกจำนวน 200000บาทจากบัตรเดบิต"สองแสนบาท?"ผมพึมพำขึ้นมาเมื่อเห็นข้อความในมือถือจากบัตรเครดิตที่ถูกใช้รูดซื้อของ บัตรที่ผมให้พิณรณีไป"คนนี้หรือที่แกบอกว่าเป็นเด็กของไอ้ทศพล?"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างสงสัยดังมาจากผู้ชายหน้ามนคนผิวสองสีที่นั่งอยู่เบาะนั่งข้างผมผมจึงหันไปมองหน้ามัน "ใช่""สวยเก่งฉลาดแถมพูดสเปนคล่องมาก""ใช่ฉันยังตกใจ"ผมเอ่ยเสริมมันไปอย่างเห็นด้วยเพราะเธอไม่ได้เขียนในใบสมัครว่าเธอพูดได้แค่ภาษาอังกฤษ"และแกจะทำยังไงต่อ?""ถ้าข่าวเรื่องนี้รู้ถึงหูไอ้ทศแสดงว่าเธอนี่แหละเป็นสายของมันจริงมันส่งเธอเพื่อเข้ามาล้วงความลับฉัน""และแกจะปล่อยมันไปแบบนี้?""ใช่ก็เล่นตามน้ำไปก่อนแกเองก็อย่าเผลอหลุดพูดภาษาไทย""โห้มันใช่เรื่องง่ายเหรอวะ?"ไอ้มิตเชลล์โวยก่อนจะทำหน้าบู้บี้ตาทประสาของมันผมก็ยักคิ้วให้มันก่อนจะหันมาให้ความสนใจงานของผมตรงหน้าต่อ"และเรื่องการตลาดที่ฉันให้แกไปติดต่อชาวด์ที่สเปนเป็นยังไงบ้าง?""จะได้เรื่องอะไรว่ะชาวด์เข้าถึงยาก
"ขอบคุณมากนะริที่แกยอมเสียสละรูปนี้ให้ฉัน"ฉันเอ่ยบอกเอริไปในขณะที่ตัวเองกำลังจ้องมองกรอบสี่เหลี่ยมที่ถูกห่อหุ้มด้วยกระดาษห่อของขวัญสีชมพู(ไม่เป็นไรเพื่อแกเรื่องแค่นี้ฉันให้ได้อยู่แล้ว)"แต่นั้นเท่ากับแกเสียคะแนนเลยนะ"ฉันเอ่ยบอกเอริไปอย่างห่วงใยเธอฉันโทรไปขอคำปรึกษาว่าจะเอาอะไรให้เป็นของขวัญวันเกิดคุณหญิงนฤมิตร เอริเองเสนอให้ฉันนำรูปภาพที่วาดด้วยสีน้ำมันเป็นรูปคุณหญิงจากนักจิตรกรชื่อดังคนที่คุณหญิงชื่นชอบเอริเองก็จัดเตรียมไว้ให้คุณหญิง แต่เธอกลับเสียสละให้ฉันเอารูปนี้ไปแทนฉันล่ะนับถือน้ำใจเธอเสียจริงๆ(ไม่เป็นไรถึงต่อให้ฉันทำดีกับท่านแค่ไหนท่านก็ไม่มองมาทางฉันอยู่แล้ว)"แต่ขุนศึกรักแก"(ขุนศึกรักแต่แม่เขาไม่รัก)"ริ"(ไม่เป็นไรฉันชินแล้วเอ่อว่าแต่แกเถอะมีชุดไปงานยัง?)"มีแล้วนี่ฉันก็กำลังแต่งตัวเพื่อจะไปงานคืนนี้อยู่ว่าแต่แกไปไหม?"(ก็ไปแหละไว้เจอกันนะเดี๋ยวโทรหาฉันไปเตรียมตัวเหมือนกัน)"โอเคจ้าบ๊ายนะ"(จ้า)ฉันวางสายเอริ ฉันก็กดโทรหาแพรวดาว ที่จริงฉันบอกเธอไปแล้วว่าวันนี้จะไม่ไป เพราะมีงานที่บริษัทด่วน แพรวดาวก็ไม่ได้ว่าอะไร(ว่าไงแก?)"แกมีคนไหม?"(มีไม่ต้องคิดมากแกไปทำหน้าทำตัวใ







