LOGIN"นะนะครับ"ศิรัญที่เห็นว่าเขาใช้ไม้แข็ง อังศิญาเหมือนจะต่อต้าน เขาจึงเปลี่ยนมาใช้ลูกอ้อนแทน
ศิรัญส่งสายตาหวานเยิ้มจนอังศิญาเองก็เคลิ้มเพราะตอนนี้ทั้งตัวศิรัญไม่เหลืออะไรปกปิดอีกแล้ว ใบหน้าหล่อคมคายวาจาสุภาพเนื้อตัวล่ำสันแผงอกเรียงตัวสวย แน่นไปทุกจุด ศิรัญค่อยๆโน้มใบหน้าลงไปหน้าริมฝีปากของอังศิญา เขาพยายามครอบครองมันและเป็นตัวคุมเกมส์ เขามอบจุมพิตที่อ่อนโยนและเร้าร้อนไปในตัว อังศิญาเองก็เผลอไผลไปกับรสจูบของศิรัญจนลืมตัว ทั้งคู่มอบจูบที่หอมหวานและต้องการจนดุเดือด ศิรัญเริ่มลูกหนักโดยการใช้มือสอดแทรกเข้าไปในชุดกระโปรงยาวนอนข องอังศิญาจนเธอสะดุ้งโหยงออกจากภวังค์ความต้องการ "อื้อออออ"เธออื้ออึงในลำคอและพยายามถอนจูบออกจากศรัญแต่เขาไม่ยอม เพราะมาถึงขั้นนี้แล้ว ความเป็นชายของเขาก็พร้อมที่จะสร้างรักกับเธอเต็มที แต่แล้วทุกอย่างก็หยุดลงเมื่อมือของศิรัญล่วงล้ำเข้าไปในกางเกงชั้นในของอังศิญาและพบเข้ากับวัตถุบางอย่างที่มีลักษณะนุ่มๆหนาๆ "อังมีประจำเดือนค่ะ"อังศิญาเอ่ยบอกศิรัญไปพลางทำสีหน้าเจื่อนลง "อังขอโทษนะคะอังบกพร่องเอง" "อังให้ความสุขความต้องการกับคุณในวันที่คุณต้องการอังไม่ได้"อังศิญาว่าเสียงเศร้าน้ำตาคลพลางเบือนหน้าหนีไม่สบตาศิรัญ ศิรัญใจกระตุกวูบที่ได้ยินคำพูดของภรรยาสุดที่รักกำลังตัดพ้อน้อยใจที่เธอทำหน้าที่ภรรยาไม่ได้เต็มที่ "ไม่ใช่ความผิดอังหรอกครับเป็นเพราะผมเอง....อังอย่าโทษตัวเองนะคะ" "ไว้รออังหมดรอบเดือนแล้วเราค่อยมานับวันไข่ตกกันใหม่นะ"ศิรัญว่าเสียงนุ่มพลางใช้มือหนาจับใบหน้าอังศิญาอย่างเบามือให้เธอหันกลับมาจ้องหน้าเขาเหมือนเดิม อังศิญาทำแววตาเป็นประกายก่อนจะยิ้ออกมาเมื่อได้ยินคำพูดที่ให้กำลังใจเธอจากสามีที่แสนดีแบบศิรัญ "ขอบคุณนะคะรัญที่เข้าใจอังมาตลอดเลย" "ผมรักอังหนิครับอังนอนเถอะอย่าคิดมากนะ"ศรัญว่าเสียงนุ่มก่อนจะก้มหน้าลงไปจุมพิตลงบนหน้าผากมนของอังศิญาอย่างรักใคร่และหวงแหน อังศิญาหลับตาพริ้มรับสัมผัสที่อ่อนโยนจากศิรัญ "ฝันดีครับ"ศิรัญว่าพร้อมกับผละตัวลุกออกมาจากอังศิญา และเขาไม่ลืมที่จะหยิบผ้านวมมาห่มร่างบางให้เธอ เขายิ้มอ่อนโยนให้เธอ เธอก็ยิ้มตอบเขา และเขาก็หันไปหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำที่เขาถอดเมื่อกี้ลงบนพื้นห้องก่อนจะหยิบขึ้นมาสวมใส่ เดินกลับเข้าไปในห้องแต่งตัว หยิบชุดนนอสีดำมาใส่ก่อนจะเดินกลับไปทิ้งตัวลงนอนข้างภรรยารักของเขา และไม่ลืมที่จะสวมกอดเธอจากด้านหลังและหลับพริ้มเข้าสู่ห้วงนิทราไปในค่ำคืนนั้น วันต่อมา บ้านเช่าของเพลงขวัญ 6:00น. "ยายจ๋ายาย" "ว่าไงลูก?" "วันนี้เพลงเริ่มทำงานวันแรกยายช่วยอวยพรให้เพลงด้วยซิจ๊ะ"ฉันวิ่งปรี่เข้าไปหายายที่ตอนนี้ท่านกำลังห่อขนมกล้วยอยู่ ยายละมือจากทุกอย่างและหันมามองหน้าฉันก่อนจะยิ้้มกว้างขึ้น "ยายภูมิใจในตัวหนูมากเลยลูก" "ตั้งใจทำให้เต็มที่ยายเชื่อว่าหนูจะต้องทำได้" "เพราะหลานของยายเก่งที่สุด"ยายเอ่ยออกมาพลางยิ้มด้วยความภูมิใจในตัวฉัน ฉันก็ยิ้มกว้างก่อนจะหยัดตัวออกมาจากยาย และก้มลงกราบแนบเท้าของยาย เท้าที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น เล็บที่หงิกงอที่เกิดจากการเดินทำงานหนักรอยเท้า "เพลง?"ยายถลาตัวลงมาก่อนจะจับร่างของฉันไว้ด้วยควาตกใจ ฉันเองร้องไห้ออกมาทั้งที่มือยังคงอยู่ในท่าพนมมือไหว้ ยายเองก็ร้องไห้ออกมา "เพลงของยาย" "ยายเหนื่อยเพราะเพลงมามากแล้ว... ต่อไปนี้เพลงทำงานแล้วยายจะได้เหนื่อยน้อยลงสักทีนะคะ"ฉันเอ่ยเสียงสั่นไปทั้งน้ำตา มือหนาที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นความสากของเนื้อที่เเข็งจากการหยิบจับของเป็นเวลานาน ผิวหนังที่แตกขรุขระของยายกำลังใช้ปลายนิ้วที่ไร้ร่องรอยแผลน่อยที่สุดเช็ดให้ฉันอย่างอ่อนโยน ฉันจับมือยายทั้งฝามือจับเข้ามาที่แก้มของฉัน ยายตกใจจะชักมือออกแต่ฉันก็รั้งไว้ "ยายจ๋าสองมือนี้เลี้ยงเพลงมาตั้งแต่เล็กยั้นโต....เพลงไม่เคยรังเกียจมือของยายเลยนะคะ" "แต่ผิวแก้มนวลของเพลงจะเจ็บได้นะ"ยายว่าพลางมองมาที่แก้มของฉันด้วยความเป็นห่วง "ไม่เจ็บเลยจ๊ะแต่เพลงกลับรู้สึกอบอุ่นเสียมากกว่ายิ่งแบบนี้เพลงยิ่งรู้สึกดี"ฉันว่าพร้อมกับสวมกอดยายด้วยความรัก เรามีกันแค่สองคน ผ่านอะไรกันมาตั้งมากมาย ลำบาก แต่ฉันไม่เคยอด แต่ยายจะเป็นคนเสียสละแทนฉัน ให้ฉันได้กินอิ่มและนอนหลับ ยายผู้เป็นที่รักที่สุดของหัวใจ 30น.ต่อมา ตลาดสด วิหารไกลกาล..... "ชื่อตลาดเหมือนกับชื่อบริษัทที่หนูไปทำงานเลยนะจ๊ะ?"ฉันที่นั่งช่วยยายจัดเรียงขนมไทยใส่ถาดหาบเร่ของยายอยู่ "น่าจะเป็นเจ้าของเดียวกัน"ฉันเอ่ยต่อ ยายก็พยักหน้าตามอย่างคิดตรงกันกับฉัน "คนรวยนี่ดีจังเลยนะจ๊ะยาย" "คนรวยอาจจะไม่ได้มีความสุขแบบที่เราคิดก็ได้นะ?"คำพูดของยายทำให้ฉันหันไปมองหน้ายายมานั่งอยู่ข้างๆอย่างไม่เข้าใจ คนรวยจะไม่มีความสุขได้ยังไง เงินซื้อได้ทุกอย่าง ฉันเชื่อแบบนั้น เพราะตลอดระยะเวลาที่ฉันจำความได้ ฉันจำได้ว่ามันลำบาก ยากเย็นและแสนเข็ญแค่ไหน กลับกันถ้าฉันรวยมีเงินล่ะ ฉันคงจะมีชีวิตที่ดี แบบดีมากๆ "ยังไงหรือจ๊ะยาย?" "ไม่รู้สิ.....แต่คนเราไม่ได้พอใจในสิ่งที่ตัวเรามีหรอกนะ" "หืมเป็นหนูเสียไม่ได้ถ้าหนูเป็นคนรวยนะคงจะมีความสุขมากแน่ๆเลยจ๊ะ"ฉันพูดไปพลางลอยหน้าลอยตาเคลิ้มฝันไป แค่ขอให้ได้คิด ก็พอ หลอกตัวเองก่อนเพื่อความสบายใจ "ต่อให้เราจะมีเงินหรือไม่เงิน.,...ขอแค่ให้เรามีสติใช้ชีวิตอยู่บนความสุขของตัวเราเองโดยที่ไม่เบียดเบียนคนอื่น" "ไม่ลืมคุณคนไม่ลืมตัวเองจะไม่มีวันตกระกำลำบาก" "จ้ายาย....แต่ก็ไม่รู้เมื่อไหร่เนอะที่เพลงจะได้ลืมตัวเอง" ฉันพูดอย่างติดตลก ยายก็หัวเราะร่าออกมา "นี่จ๊ะเอาไว้กินระหว่างทางหนูจะได้ไม่หิวท้องอิ่มจะทำให้สมองโปร่งและทำงานได้อย่างเต็มที่"ยายว่าพร้อมกับยื่นถุงพลาสติกสีใสให้ฉัน ฉันก็ยิ้มกว้างก่อนจะยกมือไหว้ยาย "ขอบคุณจ๊ะ"สิ้นคำขอบคุณฉันก็ยื่นมือไปรับถุงขนมมาจากยาย "ยายเองก็อย่าลืมทานข้าวนะคะ" "จ้าหนูก็เดินทางปลอดภัยให้วันนี้เป็นวันที่ดีของเพลงหลานรักของยายนะ"ยายว่าพร้อมกับยื่นมือมาลูบกลุ่มผมของฉัน "สวัสดีหนูไปทำงานก่อนนะ"ฉันเองก็ยกมือไหว้ยายอย่างเคารพ "จ้า"ยายขานรับคำฉัน ฉันก็ยิ้มให้ยายก่อนจะลุกขึ้นยืนโบกมือบ๊ายบายยายยายเองก็ยกมือบ๊ายบายฉัน เราสองคนยิ้มให้กันอีกครั้งก่อนที่ฉันจะเดินหันหลังให้ร้านของยาย เดินไปขึ้ยรถเมล์ประจำทางเพื่อเดินทางไปยัง บริษัทวิหารไกลกาล วันนี้เป็นวันทำงานของฉันวันแรก ฉันจะไปสายไม่ได้"นี่คุณศิรัญกับคุณอังศิญาเป็นสามีภรรยากันเหรอคะโอ้ว้าว" เสียงตื่นเต้นของคุณหญิงนฤมิตรดังเกินคนในงานทั้งสามดูมีความสุขคุยกันถูกคอ ทั้งคุณหญิงนฤมิตรและคุณศิรัญรวมถึงคุณอังศิญาเองก็ด้วยฉันที่ยืนอยู่หลังสุดของผู้คนไฮโซ ได้แต่มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคุณหญิงนฤมิตรดังออกมาเป็นระยะสื่อว่าเธอกำลังมีความสุขที่ได้พูดคุยกับสองคนนั้น"อาหารนี่มีส่วนผสมของถั่วริสงไหมคะ?"เสียงคุ้นหูของผู้หญิงที่ไม่ใช่ภาษาไทยเอ่ยขึ้นจากทางด้านหลังฉันที่เป็นโซนของกินฉันจึงหันไปหาเธอคนนั้นก่อนจะยิ้มออกมาและรีบเดินตรงไปหาเธอที่ตอนนี้เธอกำลังยืนคุยอยู่กับพนักงานที่ยืนเฝ้าซุ้มของกินอยู่อาหารในงานเป็นแบบบุฟเฟ่ต์คือให้แขกเดินมาดักและนำไปนั่งกินที่โต๊ะได้เองเลย"คุณคามีลา""คุณพิณรณี"ทั้งคุณคามีลาและฉันต่างเรียกชื่อของกันและกันด้วยความดีใจเธอบอกว่าเธอจะมางานเลี้ยงไม่คิดว่าจะเป็นงานเดียวกัน"ฉันดีใจมากค่ะที่เจอคุณที่นี่" คุณคามีลาว่าพร้อมกับยิ้มและโผล่เข้าสวมกอดฉันทันทีด้วยความดีใจฉันเองก็ดีใจและกอดตอบเธอไป"ฉันก็ดีใจค่ะ"ฉันว่าหลังจากที่เราผละกอดออกจากกันแล้ว"ฉันอยากจะกินอาหารอันนี
ฉันที่กำลังจิบน้ำส้มไปด้วยและมองบรรยากาศในงานไปด้วยสายตาก็ไปสบเข้ากับแผ่นหลังเนียนบางของใครคนหนึ่งที่เธอสวมใส่ชุดเดรสสีทองเปิดแผ่นหลังโชว์เรือนร่างที่เย้ายวนกำลังยืนอยู่ท่ามกลางของผู้คนทั้งชายและหญิงรุมล้อมเธอใบหน้าของเธอสวยเนียนแต่งหน้าโทนอ่อนแต่ทำให้เธอคนนี้ดูมีเสน่ห์และน่ารักพร้อมสวยไปในตัวยิ่งเวลาเธอยิ้ม เธอยิ่งสวย"คุณอังศิญา?"ฉันเอ่ยชื่อของเธอคนที่ฉันกำลังชื่นชมออกไป และหันกลับมามองท่านรองที่ตอนนี้เขาเองก็กำลังจิบไวน์ไป และพูดคุยกับเพื่อนๆในแวดวงธุรกิจไปด้วย ใบหน้าของเขาก็ยิ้มแย้มดูมีความสุขสองคนนี้ ดูเหมาะสมกันมากจังเลยนะ อีกคนก็สวยสง่า อีกคนก็หล่อปานเทพบุตรลงมาจุติแล้วแบบนี้ท่านรองจะอยากมีเมียน้อยเหรอ "โอ้ย?"ฉันที่รู้สึกมึนหัวเพราะภาพตรงหน้ากำลังขึ้นเป็นภาพซ้อน เหมือนตาลาย อย่าบอกว่าฉันจะเป็นลมน่ะ! พรึบ"เป็นอะไรไหมครับ?"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นข้างหนูฉันและเป็นเจ้าของอ้อมแขนที่รับร่างฉันอยู่ในตอนนี้ฉันจึงหันไปมองคนคนนั้น ก็พบว่า หน้าตาคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน"ไม่สบายหรือครับไปนั่งพักรับลมข้างนอกก่อนดีกว่าครับ""เดี๋ยวผมพาไป""ได้ค่ะขอบคุณมากนะคะ" ฉันเอ่ยบอกเขาไปพร้อม
20:00น.ชั้นจัดเลี้ยงงานวัดเกิดคุณหญิง นฤมิตร...หน้าทางเข้างานเพลงขวัญ พิณรณี......."คุณพิณรณี"เสียงทุ้มที่คุ้นหูฉันเอ่ยขึ้นทันทีที่ร่างของฉันเดินมาถึงหน้าทางเข้างานก็ต้องได้ยินใครบางคนเรียกฉันฉันที่รีบชนิดที่ว่ากึ่งเดินกึ่งวิ่งต้องหันขวับกลับไปมองยังต้นเสียงก่อนจะยิ้มแหยๆให้เขาไป เมื่อคนคนนั้น คือท่านรอง ศิรัญวิหารไกลกาลเจ้านายฉัน"คุณมาสาย?" เขาเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกแขนขึ้นมาดูนาฬิกาที่ข้อมือเขาก่อนจะตวัดสายตาคมมองมาที่ฉันด้วยสายตาพิจารณา"ขอโทษค่ะท่านรอง" ฉันว่าพร้อมกับยกมือไหว้ขอโทษเขาเขาก็ผ่อนลมหายใจออกมาก่อนจะหยิบกล่องกำมะหยี่เท่าฝามือขึ้นมาฉันก็มองเขา เขาก็จัดการเปิดกล่องในนั้นเป็นสร้อยเพชรเม็ดกลมเงาวาววับจนแสบตา"หันหลังสิ"ท่านรองว่าในขณะที่ปลดตะขอสร้อยออกเตรียมพร้อมที่จะใส่ฉันก็ทำหน้างงๆ"เธอจะปล่อยให้คอว่างแบบนั้นได้ไงไม่มีของประดับ" ท่านรองว่าเสียงเรียบแววตานิ่งเฉย ฉันจึงต้องยอมหันหลังให้ท่านรองเขาก็จัดการสวมสร้อยให้ฉันจากทางด้านหลังในขณะที่มือของท่านรองสัมผัสที่แผ่นต้นคอฉัน ทำให้ฉันสะดุ้งเพราะไออุ่นจากมือเขาทำให้ฉันเผลอหัวใจเต้นแรงใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาเสียดื้อๆเม
"ท่านรองยังไม่มาโชคดีไปนะยัยเพลง!"ฉันบ่นอุบกับตัวเองในขณะที่มาถึงหน้าประตูทางเข้าโรงแรมเป็นที่เรียบร้อยแล้วโรงแรมหรูระดับห้าดาวเลยจะดูหรูหราสมราคามากถ้าจะนอนค้างที่นี่ห้าหลักอัพแพงหูฉี่มากฉันคงจะนอนที่บ้านเช่าหลังเก่าดีกว่าแต่ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากจะพายายมานอนที่ดีๆแบบนี้บ้าง"ว่าแต่เขาจัดงานกันชั้นไหนนะ?"ฉันพึมพำกับตัวเองอีกครั้งก่อนจะมองซ้ายมองขวาหาเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เมื่อมองเห็นฉันก็เดินเข้าไปหาโต๊ะประชาสัมพันธ์ทันที"ขอโทษนะคะเขาจัดงานเลี้ยงวันเกิดคุณหญิงนฤมิตรชั้นไหนนะคะ""รอสักครู่นะคะ" ประชาสัมพันธ์ที่เป็นผู้หญิงสวมใส่ชุดยูนิฟอร์มของโรงแรมโดนเฉพาะเอ่ยขึ้นก่อนจะก้มหน้าไปดูจอคอมพิวเตอร์และกดพิมพ์แป้นพิมพ์คีย์บอร์ด้วยสายตาไม่ค่อยเป็นมิตรระหว่างยืนรอฉันก็มองดูบรรยากาศรอบๆไปด้วยผู้คนมากมายผลัดกันเดินเข้าเดินออกบางคนแต่งตัวธรรมดาบางคนแต่งตัวหรูหราสวมร้อยเพชรประดับประดาอย่างกับงานขายเครื่องเพชรพวกคนรวยก็แบบนี้แหละ แข่งกันแต่งตัวออกงานตามสังคมเพื่ออวดความรวยของตัวเองที่คนจนๆอย่างฉันไม่มีวันเข้าใจ"ห้องรับรองชั้นยี่สิบ"" ขอบคุณมากค่ะ"ฉันเอ่ยขอบคุณพนักงานไปพร้อมกับยิ้มให้
18:00น.ศิรัญ........ติ๋งผมหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานจากโต๊ะเสริมของรถลีมูซีนคันหรูคันนี้ขึ้นมาดู เมื่อมีการแจ้งเตือนเงินออกข้อความเข้า:เงินออกจำนวน 200000บาทจากบัตรเดบิต"สองแสนบาท?"ผมพึมพำขึ้นมาเมื่อเห็นข้อความในมือถือจากบัตรเครดิตที่ถูกใช้รูดซื้อของ บัตรที่ผมให้พิณรณีไป"คนนี้หรือที่แกบอกว่าเป็นเด็กของไอ้ทศพล?"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างสงสัยดังมาจากผู้ชายหน้ามนคนผิวสองสีที่นั่งอยู่เบาะนั่งข้างผมผมจึงหันไปมองหน้ามัน "ใช่""สวยเก่งฉลาดแถมพูดสเปนคล่องมาก""ใช่ฉันยังตกใจ"ผมเอ่ยเสริมมันไปอย่างเห็นด้วยเพราะเธอไม่ได้เขียนในใบสมัครว่าเธอพูดได้แค่ภาษาอังกฤษ"และแกจะทำยังไงต่อ?""ถ้าข่าวเรื่องนี้รู้ถึงหูไอ้ทศแสดงว่าเธอนี่แหละเป็นสายของมันจริงมันส่งเธอเพื่อเข้ามาล้วงความลับฉัน""และแกจะปล่อยมันไปแบบนี้?""ใช่ก็เล่นตามน้ำไปก่อนแกเองก็อย่าเผลอหลุดพูดภาษาไทย""โห้มันใช่เรื่องง่ายเหรอวะ?"ไอ้มิตเชลล์โวยก่อนจะทำหน้าบู้บี้ตาทประสาของมันผมก็ยักคิ้วให้มันก่อนจะหันมาให้ความสนใจงานของผมตรงหน้าต่อ"และเรื่องการตลาดที่ฉันให้แกไปติดต่อชาวด์ที่สเปนเป็นยังไงบ้าง?""จะได้เรื่องอะไรว่ะชาวด์เข้าถึงยาก
"ขอบคุณมากนะริที่แกยอมเสียสละรูปนี้ให้ฉัน"ฉันเอ่ยบอกเอริไปในขณะที่ตัวเองกำลังจ้องมองกรอบสี่เหลี่ยมที่ถูกห่อหุ้มด้วยกระดาษห่อของขวัญสีชมพู(ไม่เป็นไรเพื่อแกเรื่องแค่นี้ฉันให้ได้อยู่แล้ว)"แต่นั้นเท่ากับแกเสียคะแนนเลยนะ"ฉันเอ่ยบอกเอริไปอย่างห่วงใยเธอฉันโทรไปขอคำปรึกษาว่าจะเอาอะไรให้เป็นของขวัญวันเกิดคุณหญิงนฤมิตร เอริเองเสนอให้ฉันนำรูปภาพที่วาดด้วยสีน้ำมันเป็นรูปคุณหญิงจากนักจิตรกรชื่อดังคนที่คุณหญิงชื่นชอบเอริเองก็จัดเตรียมไว้ให้คุณหญิง แต่เธอกลับเสียสละให้ฉันเอารูปนี้ไปแทนฉันล่ะนับถือน้ำใจเธอเสียจริงๆ(ไม่เป็นไรถึงต่อให้ฉันทำดีกับท่านแค่ไหนท่านก็ไม่มองมาทางฉันอยู่แล้ว)"แต่ขุนศึกรักแก"(ขุนศึกรักแต่แม่เขาไม่รัก)"ริ"(ไม่เป็นไรฉันชินแล้วเอ่อว่าแต่แกเถอะมีชุดไปงานยัง?)"มีแล้วนี่ฉันก็กำลังแต่งตัวเพื่อจะไปงานคืนนี้อยู่ว่าแต่แกไปไหม?"(ก็ไปแหละไว้เจอกันนะเดี๋ยวโทรหาฉันไปเตรียมตัวเหมือนกัน)"โอเคจ้าบ๊ายนะ"(จ้า)ฉันวางสายเอริ ฉันก็กดโทรหาแพรวดาว ที่จริงฉันบอกเธอไปแล้วว่าวันนี้จะไม่ไป เพราะมีงานที่บริษัทด่วน แพรวดาวก็ไม่ได้ว่าอะไร(ว่าไงแก?)"แกมีคนไหม?"(มีไม่ต้องคิดมากแกไปทำหน้าทำตัวใ







