INICIAR SESIÓNภารัณพอเห็นปารารินพูดบอกเขาแบบนั้นก็ทำหน้ามองเธอแบบจดจ้อง ก่อนจะหันไปหาทาเคชิแล้วก็ยิ้มให้กับเขาไป ก่อนจะเอ่ยพูดออกไปแบบจำยอม
“งั้นเราสั่งอาหารกันเลยนะครับ มื้อนี้ผมเลี้ยงเองครับ ส่วนคุณอยากทานอะไรก็สั่งนะครับที่รัก” ภารัณพูดกัดฟันออกไปก็ยิ้ม ก่อนจะหันไปหาปารารินแล้วมองเธอแบบกวนๆ “ขอบคุณครับ งั้นผมขอรวบกวนให้แฟนของคุณภารัณช่วยสั่งให้หน่อยก็แล้วกันนะครับ เพราะผมก็ไม่รู้ว่าจะมีอะไรอร่อยๆให้ผมทานบ้าง” ทาเคชิพูดออกไปก็ยิ้มให้กับแฟนของภารัณ เพราะต้องการทดสอบเธอและภารัณ “อ่อ ได้เลยค่ะ ฉันก็พึ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรก งั้นเราก็สั่งอาหารที่แพงที่สุดของร้านมาก็แล้วกันนะคะ รับรองว่าต้องอร่อยแน่นอนค่ะ น้องคะ เอาอาหารที่แพงที่สุดของร้านมาห้าอย่างแล้วก็ขอไวน์แดงขวดที่แพงที่สุดมาด้วยนะคะ” ปารารินพูดออกไปแล้วก็ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เพราะใครบอกให้เขาพาเธอมาเองล่ะ ไหนๆก็ต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัวแกล้งเป็นแฟนกับเขาแล้ว ก็ขอจัดเต็มหน่อยละกัน ดูสิว่าร้านอาหารหรูๆแบบนี้จะอร่อยแค่ไหนกันเชียว ด้านภารัณก็ถึงกับหันไปมองหน้าของปารารินในขณะที่เธอสั่งอาหารแล้วก็ไวน์นั่นอย่างอึ้งๆ นี่เธอไม่คิดจะถามเขาก่อนหรือไง รู้จักกันไม่กี่ชั่วโมงเธอจะผลาญเงินเขาเป็นแสนๆเลยงั้นเหรอ ยัยตัวแสบ “ฮ่าๆ แฟนของคุณภารัณนี่ใจปล้ำหน้าดูเลยนะครับ แบบนี้ธุรกิจของเราคงจะตกลงกันง่ายขึ้น” ทาเคชิพูดออกไป แล้วรู้สึกว่าสองคนนี้หมือนจะมองกันด้วยสายตาแปลกๆ “ครับ แฟนผมเขาชอบเอาใจทุกคนแบบนี้แหละครับ งั้นระหว่างที่รออาหารเราก็มาคุยเรื่องโครงการใหม่ของเราดีกว่านะครับ นี่เป็นเอกสารสัญญาที่เราตกลงกันไว้ ถ้าคุณทาเคชิอ่านแล้วไม่มีปัญหาอะไรก็เซ็นชื่อได้เลยครับ” ภารัณเอ่ยบอกบอกไปก็ส่งเอกสารให้กับทาเคชิไป “โอเคครับ งั้นผมขออ่านข้อตกลงในสัญญาแปปนะครับ” ทาเคชิรับเอกสารมาก่อนจะเปิดอ่านแล้วพิจารณาอย่างถี่ถ้วน พร้อมกับแอบสงัเกตทั้งสองอย่างเงียบๆ ส่วนภารัณก็หันมาหาปารารินแล้วทำปากต่อว่าเธอออกไปแบบอดไม่ได้ที่ทำอะไรโดยไม่ปรึกษาเขาก่อน แต่พอเห็นหน้าของทาเคชิเงยขึ้นมามองทั้งสองก็ยิ้มออกไป ก่อนที่ภารัณจะพยายามพูดกับเธอออกไปราวกับคนรักที่รักกันมาก จนกระทั่งเวลาผ่านไปไม่นานอาหารก็ถูกนำมาวางลงบนโต๊ะอย่างพร้อมเพียง และปารารินก็มองแล้วกลืนน้ำลายทันทีกับอาหารตรงหน้า “ที่รัก ถ้าคุณหิวก็ทานก่อนได้เลยนะ" ภารัณพูดบอกไปเพราะทนมองหน้าเธอที่ดูอาหารอย่างจดจ้องนั้นไม่ได้ ผู้หญิงอะไรไม่รักษาภาพลักษณ์ตัวเองเอาซะเลย สวยซะเปล่า “ค่ะที่รัก งั้นฉันทานเลยนะคะ ขออนุญาตทานก่อนนะคะคุณทาเคชิ” ปารารินพูดบอกไปแบบพอใจ ก่อนจะเอ่ยบอกทาเคชิอย่างไม่เป็นการเสียมารยาท เพราะอาหารตรงหน้ามาล่อตาล่อใจจนเธอทนไม่ไหวแล้ว “ฮ่าๆ ครับๆ เชิญเลยครับ ไม่ต้องเกร็งใจผมนะครับ ผมคงต้องอ่านสัญญาไปอีกสักพักเลย” ทาเคชิพูดบอกไปก็หัวเราะกับความน่ารักของเธอที่อยากทำอะไรก็ทำได้อย่างอิสระ โดยมีภารัณคอยตามใจอย่างนั้น สงสัยจะรักกันมากทีเดียว จากนั้นปารารินก็ชิมอาหารในจานของเธออย่างพิจารณาก่อนจะทำหน้าทำตาชอบใจกับรสชาติของอาหารที่นี่ เธอก็รีบหั่นเนื้อสเต็กนี่แล้วกินต่อแบบเอร็ดอร่อย โดยที่เธอไม่ได้สนใจภารัณหรือลูกค้าของเขาแม้แต่น้อย จนมีมีเศษอาหารเลอะปากของเธออย่างไม่รู้ตัว ภารัณที่มองเธอกินอย่างอึ้งๆ ก่อนจะใช้มือสะกิดเธอให้เงยหน้ามาสนใจเขา แล้วเขาก็ทำหน้าบอกเธอว่าที่ปากของเธอมีเศษอารติดอยู่ แต่ดูเหมือนเธอจะไม่เข้าใจ จนเขาต้องหยิบทิชชู่ไปเช็ดให้เธอเอง “ที่รัก ทานจนเลอะแล้วนะครับ หิวมากใช่ไหมเนี่ย” ภารัณพูดไปก็เช็ดปากให้เธออย่างแรงอย่างแกล้งๆเธอ ที่กำลังจะทำให้เขาเสียหน้า “หึๆ ก็หิวสิคะ ฉันรอคุณตั้งนานนิคะ คุณก็คงจะหิวแล้วใช่ไหมคะ ทานหน่อยสิคะ มาค่ะ ฉันป้อน ไม่ต้องอายคุณทาเคชิเขาหรอกค่ะ ปกติคุณก็ชอบให้ฉันป้อนอาหารให้คุณทานอยู่บ่อยๆไม่ใช่เหรอคะ” ปารารินที่ถูกเขาเช็ดปากอย่างแรงก็เอาคืนเขา ด้วยการเอาซ่อมจิ้มเนื้อสเต็กบวกกับพริกที่เอามาตกแต่งในจานให้เขาไป “อืม คุณนี่น่ารักตลอดเลยนะที่รัก งับ” ภารัณก็มองปารารินแล้วกัดฟันยิ้มออกไปอย่างจำยอม เพราะตอนนี้ทาเคชิกำลังเงยหน้าขึ้นมามองที่เขาและเธออยู่ ทำให้เขาเอามือไปจับมือของเธอแล้วก็ยอมกินสเต็กที่เธอป้อนมาก่อนจะหลับตาแบบจี๊ดเมื่อกัดเข้ากับพริกเข้าเต็มๆ “อร่อยมากใช่ไหมคะที่รัก ดูทำหน้าเข้าสิ” ปารารินพูดตอกย้ำเขาออกไปแบบสะใจ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างขำๆกับท่าทางของเขา “อืม อร่อยมากเลยล่ะ” ภารัณพูดไปด็หยิบน้ำมาดื่มทันที เพราะเขาทานเผ็ดมากไม่ได้ ก่อนจะภาวนาให้ทาเคชิรีบเซ็นต์เอกสารสัญญาสักที ก่อนที่เขาจะทนกับยัยตัวแสบนี่ไม่ไหว “เอาใจเก่งแบบนี้นี่เอง แบบนี้คุณภารัณไม่หอมแก้มเธอให้รางวัลหน่อยล่ะครับ” ทาเคชิพูดออกไป เพราะถ้าเป็นเขาป่านนี้คงหอมแก้มเอาใจคนรักไปนานแล้วที่เธอออดอ้อนเก่งอย่างนี้ “ห้ะ หอมแก้ม ไม่ ไม่ดีกว่าค่ะ คือฉันอายน่ค่ะ จริงไหมคะที่รัก” ปารารินรีบพูดห่มออกไปทันที ก่อนจะทำตัวเลิกลักแบบเขินๆ “ไม่เห็นต้องอายเลยครับ ผมทำกับภรรยาของผมเป็นประจำเลย เธอจะได้รู้ว่าผมรักเธอไงครับ ทำๆไปเถอะครับไม่ต้องอายผมหรอก หอมเลยๆ” ทาเคชิพูดบอกไปก็เชียร์ให้ภารัณหอมแก้มของแฟนสาวอย่างชอบใจ จนคนที่ทานอาหารหลายๆโต๊ะเริ่มมองมาที่พวกเขา ปารารินก็รู้สึกอายอย่างบอกไม่ถูก เพราะตอนนี้คนในร้านก็มองโต๊ะของพวกเธอกันแบบลุ้นๆ ยิ่งเธอหันไปมองหน้าของภารัณแล้วก็ถึงกับกลืนน้ำลายทันที “ที่รัก คนมองเราเยอะแล้วนะ” ภารัณเองก็เริ่มจะทนกับสายตาของคนอื่นๆไม่ไหว เขาก็หันไปหาปารารินแล้วมองหน้าเธออย่างเขินๆเช่นกัน ก็พูดกัดฟันออกไป เพราะถ้าเขาไม่หอมเธอนี่สิ ทาเคชิคงไม่เชื่อว่าเขากับปารารินเป็นแฟนกันจริงๆ ละนั่นจะยิ่งทำให้เขาพลาดงานนี้ “จะรออะไรล่ะคะ รีบๆหอมสิคะที่รัก ฉันก็อายคนอื่นเขาเหมือนกันนะคะ” ปารารินกัดฟันพูดบอกไปก็ยิ้มออกไปแบบจำยอม ก็แค่หอมแก้มแค่นี้ทำไมเขาไม่รีบทำให้มันจบๆไปสักที แค่นี้ยังอายคนอื่นไม่พอหรือไง “จุ๊บ” ภารัณก็ยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มของปารารินอย่างรวดเร็ว เมื่อเธอพูดอนุญาตเป็นนัยๆแล้ว แล้วเขาก็ได้สูดดมกลิ่นตัวหอมๆของเธอ “ฮ่าๆ เป็นคู่รักที่น่ารักมากนะครับ ผมเห็นแล้วรู้สึกอิจฉาขึ้นมาเลยเนี่ย คุณภารัณโชคดีนะครับที่ได้แฟนน่ารัก แบบนี้ ถ้าแต่งเมื่อไหร่บอกผมด้วยนะครับ ผมจะมาร่วมแสดงความยินดีด้วย” ทาเคชิพูดชมความน่ารักของทั้งสองอย่างอดไม่ได้ และเขาก็เชื่อแล้วว่าทั้งสองเป็นคู่รักกันจริงๆ กลับญี่ปุ่นคราวนี้คงต้องบอกให้ลูกสาวของเขาทำใจแล้วล่ะ “ฮ่าๆ ครับๆ ถ้าผมจะแต่งเมื่อไหร่ผมจะเชิญคุณทาเคชิแน่นอนครับ” ภารัณพูดไปแล้วหันไปมองปารารินแล้วทำหน้ายิ้มแห้งๆออกไป เพราะแค่คิดภาพตามก็สยองแล้ว ทาเคชิมองแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างชอบใจ แล้วเขาก็ตัดสินใจเซ็นต์เอกสารสัญญากับภารัณไป ก่อนจะควักมือเรียกเลขาของเขามาให้มาเก็บสัญญาในฝั่งของเขาไป “ผมเซ็นต์สัญญาให้เรียบร้อยแล้ว หวังว่าผมมาไทยคราวหน้า คุณจะเตรียมแผนสำหรับโครงการใหม่เรียบร้อยแล้วนะครับ งั้นผมคงต้องขอตัวก่อน จะต้องบินไปหาภรรยากับลูกสาวที่ภูเก็ตแล้วก็บินกลับญี่ปุ่นเย็นนี้เลย ยินดีที่ได้ร่วมงานกันอีกครั้งนะครับคุณภารัณ” ทาเคชิพูดบอกไปก็ลุกขึ้นแล้วส่งเอกสารให้กับภารัณไป ก่อนส่งมือไปจับจับมือกับภารัณอย่างเป็นมิตร “แน่นอนครับ ทุกอย่างจะพร้อมทันทีที่คุณมาถึงครับ” ภารัณพูดบอกไปก็ลุกขึ้นแล้วยิ้มให้ทาเคชิ แล้วเขาก็รู้สึกโล่งอกที่ทุกอย่างกำลังจะผ่านไปด้วยดี “เดินทางปลอดภัยนะคะคุณทาเคชิ” ปารารินพูดบอกไปก็ส่งมือไปทักทายเขาอย่างมีมารยาท แล้วเธอก็เข้าไปยืนชิดกับภารัณราวกับคนรักที่แทบไม่ห่างกันเลย “ครับ งั้นขอตัวเลยนะครับ ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้ด้วยนะครับ” ทาเคชิพูดออกไปก็เดินออกไปพร้อมกับเลขาของเขา “เฮ้อ จบสักที ทีนี้ก็กินได้เต็มที่แล้วสิ” ปารารินพูดออกมาอย่างโล่งอกโล่งใจ ที่เธอไม่ต้องมาปั้นหน้ายิ้มทำตัวเป็นคนรักของเขา ก่อนจะนั่งลงแล้วมองอาหารตรงหน้าอย่างชอบใจ “นี่ยังจะมีอารมณ์มากินต่ออีกเหรอคุณ คุณแสบมากนะที่ทำให้ผมต้องจ่ายค่าอาหารเป็นแสนๆเนี่ย” ภารัณนั่งลงแล้วก็พูดบ่นเธออกไปทันที “เอาน่าคุณ ถือว่าเป็นการตอบแทนที่คุณหอมแก้มฉันไง ฉันใจดีแค่ไหนที่ไม่โวยวายจนคุณต้องเสียงานน่ะ” ปารารินพูดบอกไปก็ตักอาหารทานอย่างเอร็ดอร่อย โดยไม่แคร์สายตาของภารัณที่มองเธอมาอย่างไม่พอใจ เพราะเธอไม่ได้แคร์อะไรเขาเลยสักนิด “คุณนี่มันเห็นแก่กินจริงๆเลยนะ ผู้หญิงอะไรไร้ความเป็นกุลสตรีที่สุด เฮ้อ งั้นก็กินให้มันหมดๆ อย่าให้ผมต้องเสียเงินไปฟรีๆ” ภารัณพูดบอกไปอย่างไม่พอใจ แต่ก็ต้องรักษาภาพพจน์ของตัวเองเอาไว้ “ ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันจะห่อไปกินที่บ้าน ไม่อยากมานั่งทานแล้วให้คุณวิจารณ์ฉันแบบนี้ น้องคะ ช่วยเอาอาหารพวกนี้ไปห่อกลับบ้านให้ทีนะคะ” ปารารินพูดบอกไปแล้วก็ยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ เพราะภารัณคงจะเสียหน้าน่าดูที่เธอขอเอาของพวกนี้ห่อกลับบ้าน “ค่ะ คุณผู้หญิง รอสักครู่นะคะ” พนักงานทำหน้ายิ้มแห้งๆออกปก็รีบเอาอาหารและขวดไวน์บนโต๊ะอาหารออกไปทันที “นี่คุณ จะกินก็กินที่นี่สิ จะห่อกลับบ้านทำไมห้ะ” ภารัณพูดต่อว่าเธอไปแบบอายๆ เพราะนี่เป็นร้านอาหารหรู กินๆแล้วทิ้งมีใครเขาห่อกลับบ้านอย่างเธอบ้าง นี่เธอจะแกล้งให้เขาเสียหน้าชัดๆ “ก็ฉันเห็นหน้าห่วยๆของคุณแล้วฉันทานไม่ลงอ่ะ ในเมื่อตอนนี้มันหมดหน้าที่ของฉันแล้ว เราสองคนก็แยกย้ายกันเลยสิ” ปารารินตอบเขาไปก็มองหน้าเขาแบบกวนๆ ใครบอกให้เขามาว่าเธอเองล่ะ ก็ต้องเจอเธอเอาคืนแบบนี้แหละ “อืม คิดว่าผมอยากจะอยู่กับคุณแบบนี้มากหรือไงล่ะ ” ภารัณพูดไปก็มองหน้าของเธออย่างอดทนที่จะไม่โมโหกับคำพูดของเธอ“ฮัลโหล พยาบาลครับ ภรรยาผมน้ำคล่ำแตกแล้วครับ รีบมาที่ห้องด่วนเลยนะครับ ปราง พี่โทรบอกพยาบาลแล้ว ปรางอดทนหน่อยนะคนดี” ภารัณรีบกดเรียกพยาบาลทันที ก่อนจะหันกลับมาแล้วเอ่ยพูดกับปารารินอย่างอ่อนโยน“ค่ะพี่ภาม อื้อ โอ๊ย...” ปารารินพยักหน้าตอบไปก่อนจะร้องออกมา จนทุกคนที่อยู่ในห้องมองอย่างสงสาร แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เพราะปารารินกำลังเจ็บท้องคลอด “ขออนุญาตค่ะ เราต้องพาคุณปารารินเข้าห้องคลอดแล้วค่ะ” พยาบาลเข้ามาในห้องแล้วเอ่ยพูดออกไป ก่อนจะจะมีบุรุษพยาบาลเอาเตียงเคลื่อนที่เข้ามาในห้องด้วยอย่างรวดเร็ว เพราะคนไข้รายนี้คือวีไอพีที่ทางโรงพยาบาลต้องดูแลเป็นพิเศษแบบสุดๆปารารินก็รู้ตัวเลยว่าเวลาที่เธอใกล้จะเห็นหน้าลูกๆใกล้มาถึงแล้ว เธอก็หันหน้าไปมองภารัณที่เดินเข้ามาหาเธอ พร้อมกับจับมือของเธอไว้“พี่อยู่กับปรางเสมอ ไม่ต้องกลัวนะคนดี อดทนหน่อยนะ” ภารัณพูดไปก็ยิ้มให้เธออย่างให้กำลังใจ เพราะเธอกำลังจะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ลูกผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้ และเขาที่เป็นสามีก็ต้องคอยให้กำลังใจเธอจนผ่านพ้นไปได้ด้วยดี จากนั้นปารารินก็ถูกพาออกไปที่ห้องคลอดพร้อมกับภารัณที่จะเข้าไปด้วย โดยมีญาติตามไปคอยที่หน้า
ด้านปารารินที่ท้องลูกแฝดอยู่นั้นก็ถูกห้ามไม่ให้มีเซ็กส์กับสามีอย่างภารัณ ซึ่งเขาและเธอก็ทำตามที่หมอแนะนำอย่างเคร่งครัด แต่ตลอดระยะเวลาห้าเดือนที่ผ่านมานี้ ทั้งสองต่างช่วยกันเติมเต็มความสุขให้กันและกันอย่างไม่มีเกี่ยงงอน ด้วยการออรัลเซ็กส์แทนการมีเซ็กส์จริงๆแทน“ปรางจ๋า เดี๋ยวปรางก็ไปคลอดลูกแล้ว พี่ว่าเราควรจะมาส่งท้ายกันหน่อยดีไหมคนดี” ภารัณพูดไปก็เอามือไต่แขนของปารารินอย่างอ้อนๆเธอ เพราะถ้าเธอคลอดแล้วเขาต้องอดยาวเลยนะ“พี่ภามไม่เหนื่อยบ้างเหรอคะ นี่พี่ภามพึ่งจะกลับมาจากที่ทำงานเองนะคะ” ปารารินเอ่ยถามออกไปแล้วก็หันไปมองเขาที่มานั่งประชิดตัวของเธอด้วยสายตาหื่นๆอยู่“เรื่องแบบนี้พี่ไม่เหนื่อยหรอก มันจะทำให้พี่หายเหนื่อยด้วยซ้ำไป นะคนดี แค่รอบเดียวก็ได้ พี่ไปล้างน้องชายของพี่มาแล้วด้วย มันพร้อมมากเลยตอนนี้” ภารัณพูดบอกไปแล้วก็ทำหน้ากรุ้มกริ่มใส่เธออย่างขอร้อง“ก็ได้ค่ะ แค่รอบเดียวนะคะ อื้อ จุ๊บ อื้อ” ปารารินพูดบอกไปไม่ทันจบภารัณก็เข้ามาจูบปากของเธอทันทีที่เธออนุญาติเขาแล้ว เธอเองก็จูบตอบเขาไปอย่างรู้งาน“อื้อ จุ๊บ จุ๊บ อือ อื้อ…” ภารัณก็จูบกับปารารินอย่างดูดดื่ม ก่อนที่เขาจะเริ่มเอามือดึ
“ก็นั่นแหละค่ะ ดีนะที่ฉันยังโชคดีอยู่ที่แม่คุณชอบฉัน ไม่งั้นฉันกับคุณคงไปกันไม่รอดแน่ๆอ่ะ” ชงโคพูดออกไป เพราถ้าเธอต้องเจอะไรแบบนั้นและมันทำให้ไม่มีความสุข เธอก็คงต้องถอย“ถ้ารักกันมากพอยังไงก็รอดน่า แต่ผมน่ะแก่เกินกว่าที่จะไปคบกับใครใหม่แล้วนะคุณ ยังไงผมก็ต้องจบที่คุณนี่แหละ ปัญหาแม่ผัวคุณก็ไม่ต้องกลัวเลย แม่ผมอยากอุ้มหลานจะตายไป นี่ถ้าไม่ติดว่าคุณทานยาคุมล่ะก็ ป่านนี้คุณท้องตามคุณพีชกับคุณปรางเขาไปแล้ว ผมก็แก่ลงทุกวันคุณไม่ใจอ่อนบ้างเหรอ” ศิลาพูดบอกไปอย่างเสียดาย เพราะชงโคขอเขาเอาไว้ว่าขอคบกันให้ได้สักปีสองปีก่อนแล้วค่อยคุยกันเรื่องที่จะมีครอบครัว ส่วนเขาก็เองก็ไม่ได้เร่งรัดอะไรเธอมาก แค่แอบเอายาคุมทิ้งทีละเม็ดสองเม็ดพอไม่ให้เธอสงสัย เผื่อเขาจะฟลุ๊คทำเธอท้องเขาสักวัน“แก่อะไรกันคะคุณพึ่งจะสามสิบสามเองนะคะ มีลูกตอนสามสิบห้าก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยค่ะ อดทนหน่อยสิคะ ไม่แน่ถ้ายัยปรางคลอดลูกแล้วฉันเล่นกับหลานโอเค ฉันอาจะลดเวลาให้คุณก็ได้” ชงโคพูดบอกไป เพราะเธอไม่ค่อยอะไรกับเด็กเท่าไหร่จึงอยากลองเล่นกับหลานๆดูก่อนที่เธอคิดจะมีจริงๆ“ผมชักอยากให้คุณปรางเขาคลอดลูกไวๆแล้วเนี่ย ผมจะได้ส่งคุณไปเป็
ห้าเดือนผ่านไปหลังจากที่พีชญาไปบ้านของเกริกพลที่ขอนแก่นแล้วก็ทำความรู้จักกับพ่อแม่ของเขาแล้วก็ต้องเจอปัญหาใหญ่ เพราะพ่อแม่ของเขาได้หาผู้หญิงให้กับเกริกพลรออยู่แล้ว และเธอก็พึ่งรู้ว่าครอบครับของเกริกพลนั้นเป็นเศรษฐีบ้านนอกที่มีที่ดินเป็นพันๆไร่ แถมยังเปิดร้านขายวัดสุก่อสร้างขนาดใหญ่อีก ทำให้เธอต้องฝ่าฟันอุปสรรคมาสารพัดอย่างจากแม่ของเขาที่ไม่ค่อยชอบขี้หน้าของเธอ “อะไรนะตาพล นี่แกจะให้แม่ไปขอแฟนแกงั้นเหรอ แม่ไม่ไป แม่ไม่ชอบผู้หญิงกรุงเทพอย่างนั้น ทำตัวเป็นลูกคุณหนู ทำอะไรก็ไม่เป็นสักอย่างแกจะเอามาทำเมียทำไมห้ะ ผู้หญิงดีๆที่แม่หาให้ทำไมแกไม่เลือกหึ แม่ล่ะไม่เข้าใจแกเลยจริงๆ” เกนสินีแม่ของเกริกพลพูดออกไปพร้อมกับชักสีหน้าอย่างไม่พอใจ ก่อนจะมองลูกชายและพีชญาสลับกันไปมาด้วยสายตาเคืองขุ่น“ก็ผมรักพีชเขานิครับแม่ อีกอย่างพีชเขาก็ไม่ได้ทำตัวเป็นคุณหนูอย่างที่แม่ว่าสักหน่อย เขามาบ้านเราทีไรเขาก็พยายามช่วยนั่นช่วยนี่ตลอด พีชเอาใจแม่ขนาดนั้นมันยังไม่ดีอีกเหรอครับ” เกริกพลพูดไปก็มองหน้าแม่ของเขาอย่างม่เข้าใจ เพราะตลอดห้าเดือนที่ผ่านมานี้เขาพาพีชญามาบ้านเขาแทบทุกเดือนเพื่อที่จะทำให้แม่ของเขาสนิทกับ
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปโครงการที่ปารารินทำอยู่ก็เสร็จเรียบร้อยทำให้พวกเขาได้รับวันหยุดพักร้อนคนละหนึ่งอาทิตย์ ส่วนปารารินนั้นก็ต้องหยุดยาวและก็ต้องมอบหมายงานให้เกริกพลและสิตางเป็นคนจัดการต่อ ส่วนเธอก็มีหน้าที่ดูแลตัวเองและลูกในท้องให้ดีที่สุด“หนูปราง แม่ว่าท้องของหนูใหญ่มากเลยนะเนี่ย ตอนแม่ท้องสามเดือนกว่าๆมันยังไม่ใหญ่ขนาดนี้เลย ปกติท้องสาวมันจะเล็กๆนะ” นภาพรพูดออกไปขณะมองหน้าท้องนูนใหญ่ของลูกสะใภ้ ที่ท้องสามเดือนกว่าๆแล้ว“ปรางก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะคุณแม่ แต่มันใหญ่จริงๆค่ะ นี่แค่สามเดือนยังขนาดนี้ถ้าเก้าเดือนจะขนาดไหนกัน” ปารารินพูดไปก็เอามือลูบที่หน้าท้องของเธออย่างสงสัย“ป้าว่านะ เราต้องท้องลูกแฝดแน่ๆเลยยัยปราง ไม่งั้นไม่ใหญ่ขนาดนี้หรอก ดูท้องเราสิเล็กกว่าท้องของเจนนี่ไปนิดเดียวเอง” โรสรินที่มาเยี่ยมหลานสาวที่กรุงเทพเอ่ยพูดบอกไป เพราะวันนี้ปารารินมีตรวจเพศลูกและอัลตร้าซาวด์ ทำให้เธออยากลงมาดูหลานสาวสักหน่อย “เดี๋ยวตรวจดูก็น่าจะรู้แล้วล่ะครับ อย่าพูดให้ผมมีความหวังสิครับ ผมยิ่งอยากได้ลูกแฝดอยู่ด้วย” ภารัณพูดไปขณะรอเข้าตรวจครรภ์ของปาราริน“หึๆ พ่อว่าแฝดแน่ๆว่ะ พ่อว่าน้ำยาลูกชายของพ่อมั
พอปิ่นแก้วออกไปแล้วปารารินก็ไปหาภารัณที่สำนักงานใหญ่ของเขาทันที เพราะเธอคิดว่าปิ่นแก้วจะต้องมาหาเขาก่อนหน้านี้แน่ๆ “พี่ภามคะ เมื่อกี้คุณปิ่นเข้ามาหาพี่ภามใช่ไหมคะ” ปารารินเอ่ยถามออกไปก็มองหน้าของภารัณอย่างอยากรู้“อ่อใช่ แต่ปรางอย่าเข้าใจพี่ผิดนะ ปิ่นเขาแค่มาคุยเรื่องงานแล้วก็มายินดีที่พี่แต่งงานกับปรางเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรเลย แต่ปรางรู้ได้ยังไงว่าปิ่นเขามาที่นี่ ปิ่นเขาพึ่งออกไปเองนะ” ภารัณพูดอธบายออกไปอย่างกลัวว่าปารารินจะเข้าใจเขาผิด ก่อนจะถามเธอว่าเธอรู้ได้ยังไง ทำไมข่าวถึงหูเธอไวแบบนั้น“แม๋ รีบบอกเชียวนะคะ ปรางก็ไม่ได้จะว่าอะไรสักหน่อยค่ะ ที่ปรางรู้ก็เพราะว่าเมื่อกี้คุณปิ่นเขาไปหาปรางที่สำนักงานน่ะสิคะ แล้วเขาก็พูดขอโทษปรางกับเรื่องที่ผ่านมาแล้วเขาก็จะไปอยู่เมืองนอกสักพัก พี่ภามว่าคุณปิ่นเขาจะสำนึกผิดจริงๆไหมคะ” ปารารินเข้าไปนั่งคุยกับภารัณด้วยสีหน้าจริงจัง เพราะเธอเองก็ไม่กล้าไว้ใจเต็มร้อย เนื่องจากที่ผ่านมานั้นปิ่นแก้วก็ร้ายเหลือเกิน“พี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ในเมื่อเขามาขอโทษเราแล้วเราก็ควรจะให้โอกาสเขาไม่ใช่เหรอ พี่ว่าเราลองเชื่อใจปิ่นเขาดูสักครั้งก็ไม่เป็นอะไรนิ เขาคงคิดอ
ด้านภารัณที่เรียกผู้จัดการฝ่ายการจัดการมาพบ เขาก็พูดคุยเกี่ยวกับโครงการใหม่ที่เขาต้องการให้เรวัตไปหาข้อมูลในพื้นที่ให้กับเขา ก่อนที่จะให้เรวัตออกไปทำงานต่อ“อ่อ คุณภามครับ คือเรื่องทุนการศึกษาเราจะประกาศชื่อในวันพรุ่งนี้แล้ว ผมคัดรายชื่อนักศึกษามาแล้ว คุณภามช่วยตรวจสอบหน่อยนะครับ” เรวัตพูดไปก็เอาเอ
ณ บริษัทอีแลนด์กรุ๊ปบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศที่ใครๆต่างก็รู้จัก เพราะมีผู้บริหารสุดเนี๊ยบอย่าง ”ภารัณ” ผู้ที่ไม่เคยปล่อยให้การประมูลที่บริษัทตั้งเป้าหมายเอาไว้พลาดเป้าเลยสักครั้งนับตั้งแต่ที่เขารับตำแหน่งผู้บริหารมา ทำให้งานของเขาทุกอย่างต้องเป๊ะและห้ามมีคำว่าผิดพลาด เขาจึงถูกลูกน้องใ







