INICIAR SESIÓNด้านปิ่นแก้วที่มาทานอาหารพร้อมกับศิลาคู่หมั้นของตัวเอง ก็ได้ยินเสียงคนเชียร์ใครคนหนึ่งให้หอมแก้มกัน เธอก็หันไปมองอย่างอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะทำหน้าอึ้งๆเมื่อได้เห็นภารัณอดีตแฟนของเธอกำลังหอมแก้มผู้หญิง โดยมีคุณทาเคชิหนึ่งในผู้บริหารจากญี่ปุ่นที่ตอนนี้กำลังเนื้อหอมเพราะใครๆก็อยากจะร่วมงานด้วยนั่งอยู่ตรงนั้นด้วย และมันน่าแปลกที่ภารัณกล้าหอมแก้มผู้หญิงคนนั้นต่อหน้าคนอื่นๆ จนกระทั่งเขาตกลงกับคุณทาเคชิเสร็จไปแล้ว แต่เขาก็ยังใกล้ชิดกับเด็กผู้หญิงคนนั้นไม่ห่าง
“ดูท่าตอนนี้อดีตคนรักของคุณเขาจะมีผู้หญิงคนใหม่ซะแล้วสิ แถมยังเด็กมากด้วยนะนั่น” ศิลาพูดไปก็มองผู้หญิงที่ภารัณควงมาอย่างพิจารณา ว่าเธอน่าจะเป็นสาววัยใสที่กำลังถูกโคแก่อย่างภารัณเลี้ยงเอาไว้แน่ๆ ปิ่นแก้วก็ใช้สายตามองอย่างพิจารณาเช่นกัน และเธอก็ไม่อยากจะเชื่อว่าภารัณจะคบกับเด็กวัยละอ่อนขนาดนั้น ทั้งที่เขานั้นไม่เคยคบกับใครแบบเปิดตัวเลยนับตั้งแต่เลิกกับเธอไป ซึ่งมันก็ทำให้เธอรู้ว่าเขานั้นยังลืมเธอไม่ได้ แต่นี่เขากลับหอมแก้มยัยเด็กนี่ต่อหน้าคนอื่นแบบนี้ ทั้งที่เขาก็ไม่เคยหอมแก้มหรืออะไรอย่างนี้กับเธอต่อหน้าคนอื่น มันจึ้งทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจอย่างบอกไม่ถูก “อยากจะไปทักทายอดีตคนรักของคุณไหมล่ะ เผื่อจะได้รู้ว่านั่นน่ะแค่คนควงเล่นๆหรือว่าตัวจริงของเขากันแน่” ศิลาพูดออกไปแล้วมองหน้าของคนรักที่กำลังมองไปยังโต๊ะจองภารัณอยู่ด้วยรอยยิ้มร้ายๆ เพราะเขารอวันที่ปิ่นแกล้วจะลืมภารัณได้อย่างหมดใจมานานแล้ว แต่เธอยังคงทำงานอยู่กับเขา จะทำให้เขาวางใจได้ยังไงในเมื่อไอ้หมอนี่มันก็ยังครองตัวเป็นโสดอยู่ พอเขาได้มาเห็นอย่างนี้แล้วก็ทำให้เขาอดดีใจไม่ได้ “ไม่ดีกว่าค่ะ นี่เป็นวันครบรอบของเราสองคน ฉันไม่อยากทำให้คุณเสียบรรยากาศ เราอย่าไปสนใจพวกเขาเลยค่ะ ทานอาหารต่อเถอะ” ปิ่นแก้วพูดออกไปก็ทำเป็นไม่สนใจภารัณและผู้หญิงของเขา “มาเถอะน่า ไปทำความรู้จักกันนิดๆหน่อยๆเอง ถ้าคุณไม่ได้คิดอะไรกับเขาแล้วก็ลุกขึ้นแล้วไปกับผม ” ศิลาพูดไปก็ลุกขึ้นแล้วก็เดินเข้าไปหาปิ่นแก้ว “ค่ะ” ปิ่นแก้วพยักหน้าตอบไปก็ลุกขึ้น แล้วก็ควงแขนของศิลาเข้าไปหาภารัณและผู้หญิงของเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะศิลาไม่เคยไว้ใจเธอเรื่องของภารัณเลยสักครั้ง “อ่าว คุณภารัณ จะไปกันแล้วเหรอครับ ผมกับปิ่นอุตส่าห์รีบเดินมาหาเพราะอยากจะรู้จักสาวน้อยที่คุณควงมานะครับเนี่ย เห็นหอมแก้มกันต่อหน้าคุณทาเคชิซะด้วย หวานกันจังเลยนะครับ ไม่ทราบว่าสาวน้อยคนนี้คือ” ศิลาเข้ามาแล้วเอ่ยพูดออกไปรัวๆ เพื่อตอกย้ำให้คู่หมั้นของเขาได้เห็นว่าภารัณนั้นกำลังจะมีผู้หญิงคนใหม่แล้ว ด้านภารัณก็มองหน้าของศิลาและปิ่นแก้วแล้วเขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจที่ต้องมาเจอกับสองคนนี้ในเวลาแบบนี้ แล้วสองคนนี้ก็ยังมาเห็นตอนเขาหอมแก้มปารารินอีก เขาคงต้องแกล้งเป็นแฟนของเธอต่อไปอีกสินะ ส่วนปารารินก็มองชายหญิงทั้งสองคนเข้ามาทักทายภารัณด้วยสายตาสงสัย เพราะดูเหมือนมันจะมีรังสีความไม่เป็นมิตรซ่อนอยู่ “นี่ปาราริน แฟนของผมเอง ” ภารัณพูดแนะนำปารารินออกไปแล้วเอามือโอบเอวของปาราริน ก่อนจะจมองสบตากับปิ่นแก้วที่มองมาที่เขา พอเขาจะแนะนำทั้งสองให้กับปารารินก็ดันลูกศิลาพูดแทรกขึ้นมาซะก่อน “จริงเหรอครับเนี่ย ตั้งแต่ผมเห็นคุณภารัณเลิกกับคู่หมั้นของผมไป ผมก็นึกว่าคุณยังลืมปิ่นเขาไม่ได้ซะอีก พอเห็นคุณมีแฟนใหม่อย่างนี้แล้วผมก็ยินดีด้วยจริงๆครับ” ศิลาพูดออกไปแล้วก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ เพราะมันทำให้เขาได้ตอกย้ำเรื่องของปิ่นแก้วกับภารัณให้รู้สถานะของทั้งสอง ภารัณก็กำหมัดแน่นอย่างเก็บความไม่พอใจ และปารารินก็รับรู้ได้ว่าเขากำลังกำหมัดแน่น ทำให้เธอแลสายตาไปมองเขาอย่างสงสารกับการถูกข่มแบบนี้ นี่เขาคงจะยังรักผู้หญิงคนนี้อยู่แน่ๆ ถึงได้ยอมแบบนี้ปกติเห็นปากเก่งจะตายไป “ศิลาคะ เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้วนะคะ ถ้าภามเขาจะมีแฟนใหม่มันก็ไม่ใชเรื่องแปลกอะไรนี่คะ เรากลับไปนั่งโต๊ะของเราเถอะค่ะ ” ปิ่นแก้วพูดออกไปก็มองไปที่ภารัณด้วยสายตาเศร้าๆ เพราะเธอยอมรับว่าเธอก็ยังรู้สึกดีกับเขาอยู่ พอเขาควงผู้หญิงคนใหม่มาแบบนี้แล้ว มันก็ทำให้เธอรู้สึกจุกๆ ปารารินที่ยืนอยู่เงียบๆก็มองดูสงครามประสาทของทั้งสาม ที่ดูเหมือนจะเป็นรักสามเศร้า เพราะคนหนึ่งก็หวงคู่หมั้น อีกคนหนึ่งก็หวงก้าง ส่วนอีกคนก็อาลัยอาวรณ์กันทางสายตา เฮ้อ เห็นแล้วไม่รู้จะสมเพชหรือสงสารดีกับเรื่องแบบนี้ แต่ดูๆไปแล้วไอ้คู่หมั้นของแฟนขานี่มันก็น่าหมั่นไส้จริงๆ พูดจากวนประสาทอยู่ได้ “เดี๋ยวก่อนสิครับปิ่น เรายังไม่ได้รู้จักแฟนใหม่ของคุณภารัณเขาเลยนะครับ คุณจะรีบไปไหนล่ะ ” ศิลาพูดไปก็หันไปมองหน้าของปิ่นแก้วแบบจดจ้อง “ผมศิลาเป็นเพื่อนทางธุรกิจของคุณภารัณ แล้วก็นี่ปิ่นแก้วคู่หมั้นของผมเอง พอดีวันนี้เรามาฉลองวันครบรอบสามปีที่เราหมั้นกันน่ะครับ ถ้าไม่รังเกียจเชิญคุณภารัณกับคุณปารารินร่วมทานอาหารกับเราหน่อยได้ไหมครับ” ศิลาพูดออกไปแล้วยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ออกไป “อ่อ ยินดีที่ได้รู้จักคุณศิลาแล้วก็คุณปิ่นแก้วนะคะ แต่ต้องขอโทษด้วยจริงๆค่ะที่เราคงร่วมทานอาหารกับคุณสองคนไม่ได้ เพราะเราทานอาหารกับคุณทาเคชิกันจนอิ่มแล้ว แล้วเดี๋ยวคุณภารัณเขาต้องพาฉันไปช๊อปต่อด้วยคงไม่ว่างมาทานอาหารร่วมกับคุณสองคนหรอกค่ะ จริงไหมคะที่รัก” ปารารินพูดบอกไปแล้วยิ้มอย่างสดใส อย่างช่วยๆภารัณให้เขาออกจากสถานการณ์นี้ “อืมใช่ พอดีผมต้องพาแฟนไปช็อปปิ้งต่ออีก คงทานอาหารกับคุณสองคนไม่ได้ ยังไงผมขอตัวเลยก็แล้วนะ” ภารัณเห็นปารารินช่วยเขาพูดอย่างนั้น เขาก็เอ่ยเสริมเธอออกไปทันที “ภามคะ” ปิ่นแก้วเรียกภารัณออกไปอย่างอดไม่ได้ ก่อนจะมองสบตากับเขาอย่างลึกซึ้ง “มีอะไรเหรอปิ่น” ภารัณถามออกไปแล้วมองแววตาของธอที่มองมาที่เขา มันก็ทำให้เขารู้สึกปวดใจที่เขาไม่สามารถมีเธอได้อีกแล้ว “ปิ่นดีใจนะคะที่คุณเจอผู้หญิงที่คุณรักแล้วคุณก็มีเวลาให้เธอแบบนี้ เธอโชคดีกว่าปิ่นมาก” ปิ่นแก้วพูดบอกไปอย่างน้อยใจ เพราะสาเหตุที่เธอเลิกกับเขาก็เป็นแพราะเขาไม่มีเวลาให้เธอ แต่ดูตอนนี้สิ เขากลับมีเวลาพาผู้หญิงคนนี้ไปช็อปปิ้งแถมยังแสดงความรักด้วยการเรียกขานกันอย่างสนิทสนม ปารารินเห็นทั้งสองพูดกันด้วยพร้อมกับมองกันด้วยสายตาแฝงด้วยความนัยอย่างนั้นแล้ว เธอก็มองไปที่คู่หมั้นของผู้หญิงคนนี้ทันที แล้วเขาก็ทำท่าทีที่ดูจะไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน จนเธอต้องรีบเอ่ยแทรกทันที “เรื่องที่มันเป็นอดีตไปแล้วเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้หรอกค่ะ มันคนละเวลากัน แต่ฉันก็โชคดีจริงๆแหละค่ะที่เจอผู้ชายอย่างเขา เขาเป็นคนที่ดีมากๆจนฉันแทบไม่อยากจะห่างเขาไปไหนเลยค่ะ คุยกันมานานแล้ว เราไปกันได้หรือยังคะที่รัก เดี๋ยวไม่ทันซื้อกระเป๋าคอลเลคชั่นใหม่ให้ฉันนะคะ” ปารารินพูดออกไปก็เงยหน้ามองภารัณแล้วยิ้มออกไปแบบอ้อนๆ ทั้งที่เธอแทบอยากจะฆ่าเขาเลยต่างหาก “ครับที่รัก งั้นผมสองคนขอตัวก่อนนะครับ” ภารัณพูดบอกไปก็ฝืนยิ้มให้ทั้งสองไป ก่อนจะค่อยเอามือที่โอบเอวของปารารินมาเลื่อนลงมาให้เหมือนจับมือกัน ก่อนที่เขาจะเดินจูงมือเธอออกไปทันที “ไปนะคะ” ปารารินพูดบอกไปแบบรนๆ เมื่อภารัณเดินออกมาแล้วเธอที่จับมือกับเขาอยู่ก็ต้องรีบเดินตามออกมา “คุณมองคุณภารัณแบบนั้นคงไม่ใช่เพราะหึงหรอกนะ” ศิลาถามออกไป เพราะสีหน้าและท่าทางรวมถึงคำพูดของปิ่นแก้ว มันทำให้เขาอดคิดไมได้ว่าจนถึงตอนนี้แล้วเธอก็ยังไม่ลืมภารัณ “เปล่าค่ะ คุณอย่าคิดมากเลยค่ะ ฉันกับภามเลิกกันมาหลายปีแล้วนะคะ ถ้าฉันหึงภามแล้วฉันจะมาหมั้นกับคุณทำไมล่ะคะ เรากลับไปที่โต๊ะของเราเถอะค่ะ ถ้าคุณยังอยากจะฉลองวันครบรอบของเราอยู่” ปิ่นแก้วพูดออกไปก็เดินกลับไปที่โต๊ะของพวกเธอที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง “ผมจะทำให้คุณลืมมันให้ได้” ศิลาพูดตามร่างบางไปอย่างมาดมั่น เพราะเขาจะไม่มีวันปล่อยให้ปิ่นแก้วกลับไปหาคนอย่างภารัณเด็ดขาด“ฮัลโหล พยาบาลครับ ภรรยาผมน้ำคล่ำแตกแล้วครับ รีบมาที่ห้องด่วนเลยนะครับ ปราง พี่โทรบอกพยาบาลแล้ว ปรางอดทนหน่อยนะคนดี” ภารัณรีบกดเรียกพยาบาลทันที ก่อนจะหันกลับมาแล้วเอ่ยพูดกับปารารินอย่างอ่อนโยน“ค่ะพี่ภาม อื้อ โอ๊ย...” ปารารินพยักหน้าตอบไปก่อนจะร้องออกมา จนทุกคนที่อยู่ในห้องมองอย่างสงสาร แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เพราะปารารินกำลังเจ็บท้องคลอด “ขออนุญาตค่ะ เราต้องพาคุณปารารินเข้าห้องคลอดแล้วค่ะ” พยาบาลเข้ามาในห้องแล้วเอ่ยพูดออกไป ก่อนจะจะมีบุรุษพยาบาลเอาเตียงเคลื่อนที่เข้ามาในห้องด้วยอย่างรวดเร็ว เพราะคนไข้รายนี้คือวีไอพีที่ทางโรงพยาบาลต้องดูแลเป็นพิเศษแบบสุดๆปารารินก็รู้ตัวเลยว่าเวลาที่เธอใกล้จะเห็นหน้าลูกๆใกล้มาถึงแล้ว เธอก็หันหน้าไปมองภารัณที่เดินเข้ามาหาเธอ พร้อมกับจับมือของเธอไว้“พี่อยู่กับปรางเสมอ ไม่ต้องกลัวนะคนดี อดทนหน่อยนะ” ภารัณพูดไปก็ยิ้มให้เธออย่างให้กำลังใจ เพราะเธอกำลังจะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ลูกผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้ และเขาที่เป็นสามีก็ต้องคอยให้กำลังใจเธอจนผ่านพ้นไปได้ด้วยดี จากนั้นปารารินก็ถูกพาออกไปที่ห้องคลอดพร้อมกับภารัณที่จะเข้าไปด้วย โดยมีญาติตามไปคอยที่หน้า
ด้านปารารินที่ท้องลูกแฝดอยู่นั้นก็ถูกห้ามไม่ให้มีเซ็กส์กับสามีอย่างภารัณ ซึ่งเขาและเธอก็ทำตามที่หมอแนะนำอย่างเคร่งครัด แต่ตลอดระยะเวลาห้าเดือนที่ผ่านมานี้ ทั้งสองต่างช่วยกันเติมเต็มความสุขให้กันและกันอย่างไม่มีเกี่ยงงอน ด้วยการออรัลเซ็กส์แทนการมีเซ็กส์จริงๆแทน“ปรางจ๋า เดี๋ยวปรางก็ไปคลอดลูกแล้ว พี่ว่าเราควรจะมาส่งท้ายกันหน่อยดีไหมคนดี” ภารัณพูดไปก็เอามือไต่แขนของปารารินอย่างอ้อนๆเธอ เพราะถ้าเธอคลอดแล้วเขาต้องอดยาวเลยนะ“พี่ภามไม่เหนื่อยบ้างเหรอคะ นี่พี่ภามพึ่งจะกลับมาจากที่ทำงานเองนะคะ” ปารารินเอ่ยถามออกไปแล้วก็หันไปมองเขาที่มานั่งประชิดตัวของเธอด้วยสายตาหื่นๆอยู่“เรื่องแบบนี้พี่ไม่เหนื่อยหรอก มันจะทำให้พี่หายเหนื่อยด้วยซ้ำไป นะคนดี แค่รอบเดียวก็ได้ พี่ไปล้างน้องชายของพี่มาแล้วด้วย มันพร้อมมากเลยตอนนี้” ภารัณพูดบอกไปแล้วก็ทำหน้ากรุ้มกริ่มใส่เธออย่างขอร้อง“ก็ได้ค่ะ แค่รอบเดียวนะคะ อื้อ จุ๊บ อื้อ” ปารารินพูดบอกไปไม่ทันจบภารัณก็เข้ามาจูบปากของเธอทันทีที่เธออนุญาติเขาแล้ว เธอเองก็จูบตอบเขาไปอย่างรู้งาน“อื้อ จุ๊บ จุ๊บ อือ อื้อ…” ภารัณก็จูบกับปารารินอย่างดูดดื่ม ก่อนที่เขาจะเริ่มเอามือดึ
“ก็นั่นแหละค่ะ ดีนะที่ฉันยังโชคดีอยู่ที่แม่คุณชอบฉัน ไม่งั้นฉันกับคุณคงไปกันไม่รอดแน่ๆอ่ะ” ชงโคพูดออกไป เพราถ้าเธอต้องเจอะไรแบบนั้นและมันทำให้ไม่มีความสุข เธอก็คงต้องถอย“ถ้ารักกันมากพอยังไงก็รอดน่า แต่ผมน่ะแก่เกินกว่าที่จะไปคบกับใครใหม่แล้วนะคุณ ยังไงผมก็ต้องจบที่คุณนี่แหละ ปัญหาแม่ผัวคุณก็ไม่ต้องกลัวเลย แม่ผมอยากอุ้มหลานจะตายไป นี่ถ้าไม่ติดว่าคุณทานยาคุมล่ะก็ ป่านนี้คุณท้องตามคุณพีชกับคุณปรางเขาไปแล้ว ผมก็แก่ลงทุกวันคุณไม่ใจอ่อนบ้างเหรอ” ศิลาพูดบอกไปอย่างเสียดาย เพราะชงโคขอเขาเอาไว้ว่าขอคบกันให้ได้สักปีสองปีก่อนแล้วค่อยคุยกันเรื่องที่จะมีครอบครัว ส่วนเขาก็เองก็ไม่ได้เร่งรัดอะไรเธอมาก แค่แอบเอายาคุมทิ้งทีละเม็ดสองเม็ดพอไม่ให้เธอสงสัย เผื่อเขาจะฟลุ๊คทำเธอท้องเขาสักวัน“แก่อะไรกันคะคุณพึ่งจะสามสิบสามเองนะคะ มีลูกตอนสามสิบห้าก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยค่ะ อดทนหน่อยสิคะ ไม่แน่ถ้ายัยปรางคลอดลูกแล้วฉันเล่นกับหลานโอเค ฉันอาจะลดเวลาให้คุณก็ได้” ชงโคพูดบอกไป เพราะเธอไม่ค่อยอะไรกับเด็กเท่าไหร่จึงอยากลองเล่นกับหลานๆดูก่อนที่เธอคิดจะมีจริงๆ“ผมชักอยากให้คุณปรางเขาคลอดลูกไวๆแล้วเนี่ย ผมจะได้ส่งคุณไปเป็
ห้าเดือนผ่านไปหลังจากที่พีชญาไปบ้านของเกริกพลที่ขอนแก่นแล้วก็ทำความรู้จักกับพ่อแม่ของเขาแล้วก็ต้องเจอปัญหาใหญ่ เพราะพ่อแม่ของเขาได้หาผู้หญิงให้กับเกริกพลรออยู่แล้ว และเธอก็พึ่งรู้ว่าครอบครับของเกริกพลนั้นเป็นเศรษฐีบ้านนอกที่มีที่ดินเป็นพันๆไร่ แถมยังเปิดร้านขายวัดสุก่อสร้างขนาดใหญ่อีก ทำให้เธอต้องฝ่าฟันอุปสรรคมาสารพัดอย่างจากแม่ของเขาที่ไม่ค่อยชอบขี้หน้าของเธอ “อะไรนะตาพล นี่แกจะให้แม่ไปขอแฟนแกงั้นเหรอ แม่ไม่ไป แม่ไม่ชอบผู้หญิงกรุงเทพอย่างนั้น ทำตัวเป็นลูกคุณหนู ทำอะไรก็ไม่เป็นสักอย่างแกจะเอามาทำเมียทำไมห้ะ ผู้หญิงดีๆที่แม่หาให้ทำไมแกไม่เลือกหึ แม่ล่ะไม่เข้าใจแกเลยจริงๆ” เกนสินีแม่ของเกริกพลพูดออกไปพร้อมกับชักสีหน้าอย่างไม่พอใจ ก่อนจะมองลูกชายและพีชญาสลับกันไปมาด้วยสายตาเคืองขุ่น“ก็ผมรักพีชเขานิครับแม่ อีกอย่างพีชเขาก็ไม่ได้ทำตัวเป็นคุณหนูอย่างที่แม่ว่าสักหน่อย เขามาบ้านเราทีไรเขาก็พยายามช่วยนั่นช่วยนี่ตลอด พีชเอาใจแม่ขนาดนั้นมันยังไม่ดีอีกเหรอครับ” เกริกพลพูดไปก็มองหน้าแม่ของเขาอย่างม่เข้าใจ เพราะตลอดห้าเดือนที่ผ่านมานี้เขาพาพีชญามาบ้านเขาแทบทุกเดือนเพื่อที่จะทำให้แม่ของเขาสนิทกับ
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปโครงการที่ปารารินทำอยู่ก็เสร็จเรียบร้อยทำให้พวกเขาได้รับวันหยุดพักร้อนคนละหนึ่งอาทิตย์ ส่วนปารารินนั้นก็ต้องหยุดยาวและก็ต้องมอบหมายงานให้เกริกพลและสิตางเป็นคนจัดการต่อ ส่วนเธอก็มีหน้าที่ดูแลตัวเองและลูกในท้องให้ดีที่สุด“หนูปราง แม่ว่าท้องของหนูใหญ่มากเลยนะเนี่ย ตอนแม่ท้องสามเดือนกว่าๆมันยังไม่ใหญ่ขนาดนี้เลย ปกติท้องสาวมันจะเล็กๆนะ” นภาพรพูดออกไปขณะมองหน้าท้องนูนใหญ่ของลูกสะใภ้ ที่ท้องสามเดือนกว่าๆแล้ว“ปรางก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะคุณแม่ แต่มันใหญ่จริงๆค่ะ นี่แค่สามเดือนยังขนาดนี้ถ้าเก้าเดือนจะขนาดไหนกัน” ปารารินพูดไปก็เอามือลูบที่หน้าท้องของเธออย่างสงสัย“ป้าว่านะ เราต้องท้องลูกแฝดแน่ๆเลยยัยปราง ไม่งั้นไม่ใหญ่ขนาดนี้หรอก ดูท้องเราสิเล็กกว่าท้องของเจนนี่ไปนิดเดียวเอง” โรสรินที่มาเยี่ยมหลานสาวที่กรุงเทพเอ่ยพูดบอกไป เพราะวันนี้ปารารินมีตรวจเพศลูกและอัลตร้าซาวด์ ทำให้เธออยากลงมาดูหลานสาวสักหน่อย “เดี๋ยวตรวจดูก็น่าจะรู้แล้วล่ะครับ อย่าพูดให้ผมมีความหวังสิครับ ผมยิ่งอยากได้ลูกแฝดอยู่ด้วย” ภารัณพูดไปขณะรอเข้าตรวจครรภ์ของปาราริน“หึๆ พ่อว่าแฝดแน่ๆว่ะ พ่อว่าน้ำยาลูกชายของพ่อมั
พอปิ่นแก้วออกไปแล้วปารารินก็ไปหาภารัณที่สำนักงานใหญ่ของเขาทันที เพราะเธอคิดว่าปิ่นแก้วจะต้องมาหาเขาก่อนหน้านี้แน่ๆ “พี่ภามคะ เมื่อกี้คุณปิ่นเข้ามาหาพี่ภามใช่ไหมคะ” ปารารินเอ่ยถามออกไปก็มองหน้าของภารัณอย่างอยากรู้“อ่อใช่ แต่ปรางอย่าเข้าใจพี่ผิดนะ ปิ่นเขาแค่มาคุยเรื่องงานแล้วก็มายินดีที่พี่แต่งงานกับปรางเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรเลย แต่ปรางรู้ได้ยังไงว่าปิ่นเขามาที่นี่ ปิ่นเขาพึ่งออกไปเองนะ” ภารัณพูดอธบายออกไปอย่างกลัวว่าปารารินจะเข้าใจเขาผิด ก่อนจะถามเธอว่าเธอรู้ได้ยังไง ทำไมข่าวถึงหูเธอไวแบบนั้น“แม๋ รีบบอกเชียวนะคะ ปรางก็ไม่ได้จะว่าอะไรสักหน่อยค่ะ ที่ปรางรู้ก็เพราะว่าเมื่อกี้คุณปิ่นเขาไปหาปรางที่สำนักงานน่ะสิคะ แล้วเขาก็พูดขอโทษปรางกับเรื่องที่ผ่านมาแล้วเขาก็จะไปอยู่เมืองนอกสักพัก พี่ภามว่าคุณปิ่นเขาจะสำนึกผิดจริงๆไหมคะ” ปารารินเข้าไปนั่งคุยกับภารัณด้วยสีหน้าจริงจัง เพราะเธอเองก็ไม่กล้าไว้ใจเต็มร้อย เนื่องจากที่ผ่านมานั้นปิ่นแก้วก็ร้ายเหลือเกิน“พี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ในเมื่อเขามาขอโทษเราแล้วเราก็ควรจะให้โอกาสเขาไม่ใช่เหรอ พี่ว่าเราลองเชื่อใจปิ่นเขาดูสักครั้งก็ไม่เป็นอะไรนิ เขาคงคิดอ
ด้านภารัณที่เรียกผู้จัดการฝ่ายการจัดการมาพบ เขาก็พูดคุยเกี่ยวกับโครงการใหม่ที่เขาต้องการให้เรวัตไปหาข้อมูลในพื้นที่ให้กับเขา ก่อนที่จะให้เรวัตออกไปทำงานต่อ“อ่อ คุณภามครับ คือเรื่องทุนการศึกษาเราจะประกาศชื่อในวันพรุ่งนี้แล้ว ผมคัดรายชื่อนักศึกษามาแล้ว คุณภามช่วยตรวจสอบหน่อยนะครับ” เรวัตพูดไปก็เอาเอ
ณ บริษัทอีแลนด์กรุ๊ปบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศที่ใครๆต่างก็รู้จัก เพราะมีผู้บริหารสุดเนี๊ยบอย่าง ”ภารัณ” ผู้ที่ไม่เคยปล่อยให้การประมูลที่บริษัทตั้งเป้าหมายเอาไว้พลาดเป้าเลยสักครั้งนับตั้งแต่ที่เขารับตำแหน่งผู้บริหารมา ทำให้งานของเขาทุกอย่างต้องเป๊ะและห้ามมีคำว่าผิดพลาด เขาจึงถูกลูกน้องใ







