Beranda / โรแมนติก / ลวงเงารัก / 7...ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา (1)

Share

7...ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา (1)

Penulis: rasita_suin
last update Tanggal publikasi: 2025-07-19 15:10:45

ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาตติยะนัดทานข้าวตอนเที่ยงกับเพื่อนสาวทุกมื้อ โดยที่หญิงสาวบอกเขาก่อนจะแยกย้ายกันหลังทานโจ๊กวันนั้นว่าขอนัดเป็นมื้อเที่ยง ช่วงประมาณบ่ายโมงเพราะเธอจะสลับกันทานข้าวกับเพื่อน ซึ่งเป็นการนัดเจอกันตรงหน้าปากซอยร้านโจ๊กตามความต้องการของหญิงสาวทุกครั้ง และเธอจะออกมารอเขาเสมอ ตติยะไม่เคยต้องโทรตามแล้วก็ไม่เคยรู้ว่าที่ทำงานอีกที่ของเอื้อมทรายอยู่ที่ไหน

ทว่าวันนี้หลังจากเขามัดมือชกขับรถพาเพื่อนสาวมาทานสเต๊กค่อนข้างไกลจากที่ทำงานของเธอ แล้วพอทานเสร็จฝนก็ตกลงมาอย่างหนักทำให้อีกฝ่ายกลับเองลำบาก ชายหนุ่มจึงอาสามาส่งเธอ กว่าเอื้อมทรายจะยอมให้เขามาส่งก็โวยเขาเสียยกใหญ่ และเขาคิดว่าหญิงสาวเปลี่ยนไปจากเดิมหลายอย่าง เอื้อมทรายค่อนข้างจะพูดตรงและคิดอย่างไรก็พูดออกมาอย่างนั้น หงุดหงิดง่าย ค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเอง แต่ก็จะหายเร็วถ้าง้อถูกจุด แล้วก็คิดน้อยมาก ในขณะที่เมื่อก่อนเพื่อนเขาเป็นคนที่คิดมาก เหมือนมีปัญหาร้อยแปดที่ต้องแก้ไขอยู่ในหัว อีกอย่างคือ มักจะเก็บความรู้สึกและทุกอย่างไว้กับตัวเอง ไม่ค่อยบอกเล่าปัญหาให้ใครฟัง

ทว่าแม้จะต่างไปจากเดิมบ้างหากตติยะก็ยังรู้สึกดีที่ได้เจอกันทุกวัน มันทำให้เขานึกถึงเมื่อก่อนที่เขากับเพื่อนๆ ไปทานข้าวเที่ยงด้วยกันทุกวัน ถึงเอื้อมทรายจะเรียนคนละคณะกับเขา แต่หญิงสาวเป็นแฟนกับเพื่อนในกลุ่มของเขา ทั้งสองรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม แต่เพิ่งมาคบกันตอนเรียนมหาวิทยาลัยและมันก็ทำให้เขาสนิทกับทั้งสองคนมากขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อเธอเลิกกับเพื่อนคนนั้น ตติยะก็ต้องรับฟังคนทั้งสองระบายความในใจ สิ่งที่ตติยะรับรู้คือพวกเขารักกันมาก เขาไม่คิดว่ามีคนผิดในเรื่องนี้ แต่ก็ไม่สามารถทำให้ทั้งคู่กลับมาคืนดีกันได้ ซึ่งนั่นเป็นครั้งเดียวที่เอื้อมทรายระบายความในใจให้เขาฟัง

เอื้อมทรายในวันนี้ดูสดใสกว่าเมื่อก่อนหลายเท่า เธอทำให้เขายิ้มได้บ่อยครั้งกว่าตอนนั้น แต่ชายหนุ่มกลับรู้สึกว่าเธอพยายามเว้นช่องว่างสำหรับเขากับเธอต่างจากวันที่เจอกันที่บริษัท คงเพราะเธอยังไม่หายงอน จนเขาต้องหาทางตอแยเธอมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว สรุปแล้วตติยะมีความสุขในช่วงเวลาที่ได้ทานข้าวกับเพื่อนเก่าทุกๆ วัน แทบจะนับเวลารอให้ถึงเที่ยงเร็วๆ เลยทีเดียว

“ขอบใจนะ” หญิงสาวบอกเขาหลังจากลงรถ ที่นี่ฝนหยุดตกแล้วเธอจึงไม่ต้องกังวล

ตติยะมองป้ายคลินิกขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นคลินิกรักษาทุกโรคและค่อนข้างใหญ่โตหรูหราที่เขามาจอดด้านหน้าอย่างพินิจ เขาขับรถผ่านตรงนี้บ่อยมากเพราะอยู่ไม่ห่างจากคอนโดหรูของภรวี เพิ่งรู้ว่าเอื้อมทรายทำงานที่นี่

“ยินดีอยู่แล้ว ว่าแต่...แซนด์ทำอะไรที่นี่น่ะ”

เขาถามขณะก้าวลงมายืนข้างๆ และเดินตามหญิงสาวไปยังด้านหน้าประตู

คนร่างบางหันไปมองป้ายแล้วก็หันกลับมามองเขา รู้ว่าเขาแปลกใจเพราะสิ่งที่เอื้อมทรายเรียนมานั้นตรงข้ามกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าลิบลับ

“เอ่อ...อืม...บัญชี เป็นฝ่ายบัญชี”

เธอเลือกที่จะบอกไปตามตรง เพราะนึกไม่ออกว่าจะมีงานอะไรในนี้เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ซึ่งหน้าที่รับผิดชอบของเธอที่นี่คือดูแลบัญชีกับพี่อีกหนึ่งคน ซึ่งเป็นภรรยาของหมอคนหนึ่งในคลินิก

“แล้วทำเป็นเหรอ” ชายหนุ่มถามด้วยสีหน้าแปลกใจ

“พี่เขาสอนน่ะ รู้จักกันเขาก็เลยให้มาช่วยเพราะไว้ใจได้”

“อ๋อ...งั้นเดี๋ยววันหลังติวมารับที่นี่นะ”

“เอ่อ...คือ ไม่ต้องหรอก ฉัน...เอ่อ เราว่าติวไม่ต้องมารับแล้วก็ได้ แค่นี้ก็พอแล้ว ตอนแรกที่บอกว่าสองอาทิตย์ก็เพราะอยากแกล้งเล่นน่ะ ดูว่าติวจะทำจริงไหม ตอนนี้ไม่ต้องแล้ว เกรงใจ”

ตติยะมองคนที่ดูอึกอักแล้วทำหน้าเซ็งที่อีกฝ่ายมาปฏิเสธเอาตอนครึ่งทาง ทั้งที่เขาตั้งใจทำตามคำพูดอย่างเต็มที่ ตอนนี้เอื้อมทรายพูดกับเขาดีขึ้นมาแล้วหลังจากคุยกันบ่อยขึ้นและเขาทำตามสัญญา แต่หญิงสาวยังไม่ยอมแทนตัวเองว่า ‘แซนด์’ เขาเคยถามว่าหายโกรธแล้วทำไมยังไม่แทนตัวเองเหมือนเดิม แต่เธอกลับอ้างว่ายังโกรธเขาอยู่อีกหน่อยนึง

“ไม่เอา ติวรับปากแล้ว แล้วก็จะทำตามคำพูดด้วย ติวไม่เคยผิดคำพูดกับเพื่อนแซนด์ก็รู้นี่”

“เอ่อ...แต่ว่า ถ้าจะมารับที่นี่เราไม่ไปด้วยนะ”

“ทำไมล่ะ”

“ก็ถ้าใครเห็นจะให้บอกว่ายังไง อยู่ๆ เราก็มีคนมารับไปทานข้าวเที่ยงทุกวัน ถึงแค่ช่วงสั้นๆ แต่มันก็ต้องมีคนถาม แล้วจะให้บอกว่าไถ่โทษเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนั้นอีก เราไม่อยากพูดถึงมันแล้วด้วย มันยุ่งยาก”

“ยุ่งยากตรงไหน”

“มันยากสำหรับเราก็แล้วกัน เอาตามนี้แหละ นัดเจอกันเหมือนเดิม ถ้าไม่เอาก็ไม่ต้องกินข้าวด้วยกันแล้ว”

“ก็ได้ๆ เอาไงก็เอา”

เมื่อหญิงสาวทำเสียงแข็งตติยะก็ได้แต่ยอมตามใจเธอ เขาอยากรับผิดชอบคำพูดของตัวเองจะได้ไม่มีอะไรค้างคา อีกอย่างได้ทานข้าวกับเพื่อนสนิทที่รู้ใจกันมาก่อนทุกวันรู้สึกสบายใจดีออก เหลือเวลาอีกอาทิตย์เดียวอยู่ๆ เธอก็จะมาบอกเลิกอย่างนี้เสียดายแย่

“งั้นพรุ่งนี้เจอกันที่เดิมนะ”

“อืม...บาย”

เธอโบกมือให้เขาแล้วหันหลังเดินเข้าคลินิก พอร่างบางลับสายตาเข้าไปด้านในตติยะก็หันหลังเดินกลับมาที่รถ แล้วก็เห็นร่างสูงเพรียวของใครคนหนึ่งเดินอ้อมมาหยุดยืนมองด้านหลังรถของเขา ชายหนุ่มตาเบิกกว้างแล้วรีบทักอีกฝ่ายเสียงดังพร้อมๆ กับสาวเท้าเร็วๆ เดินเข้าไปหา

“ไอ้รุตต์”

ใบหน้าขาวภายใต้แว่นเลนส์เหลี่ยมใสไร้กรอบดูออกไปทางค่อนข้างสวย แต่มีความคมเข้มสมชายชาตรีเงยขึ้นมาแล้วหันมองตามเสียงก่อนจะแย้มยิ้ม เมื่อเห็นคนที่ยกมือเรียกชื่อของเขา ลักยิ้มข้างแก้มซ้ายบุ๋มลงชนิดที่สาวที่ไหนก็ต้องลงความเห็นว่าน่ารักน่าหยิกเป็นที่สุด

“อ้าว...ว่าไงไอ้ติว ตั้งแต่กลับมานี่ไม่ติดต่อเพื่อนฝูงเลยนะ ไปไงมาไงถึงมาอยู่นี่ได้วะ”

เมื่อก้าวเข้ามาใกล้ตติยะก็ทำหน้าหมั่นไส้ใส่เขา ทำให้รอยยิ้มที่มีแก้มบุ๋มกว้างขึ้นอีกในทันใด

“ไงวะ แทนที่จะยิ้ม เจอเพื่อนเก่าไหงทำหน้าเหม็นเบื่อแบบนี้”

“ฉันเบื่อไอ้รอยยิ้มกระชากใจสาวของแกนั่นแหละ ยิ้มทีไรเรตติ้งฉันตกทุกที”

“หล่อขั้นเทพอย่างนายน่ะเหรอเรตติ้งจะตก เว่อร์ซะไม่มี”

วิศรุตต์หมอหนุ่มหน้าสวยส่ายหน้าขณะตบบ่าเพื่อนที่ล้อเล่นกันอย่างสนิทสนม เขากับตติยะเป็นเพื่อนสมัยเรียนม.ปลายที่เดียวกัน แต่เข้ามหาวิทยาลัยคนละที่ ทว่าก็ไปเจอกันอีกทีตอนเขาไปเรียนต่อเฉพาะทางที่อเมริกา ทำให้ยังสนิทกันมากอยู่เหมือนเดิม

“แล้วนายมาอยู่แถวนี้ได้ไง ฉันไม่เห็นสัญลักษณ์เวลเลโอแถวนี้เลยนี่หว่า”

“มาส่งเพื่อนน่ะ เขาทำงานที่นี่”

หมอหนุ่มมีสีหน้าแปลกใจ ก่อนจะถามย้ำ

“ในคลินิกนี้เนี่ยนะมีเพื่อนนายทำงานอยู่ด้วย ฉันไม่เชื่อหรอก มาจีบสาวคลินิกฉันอ่ะดิ บอกมาตามตรงเลย สาวๆ ที่นี่สวยๆ ทั้งนั้น”

“พูดอย่างนี้ตัวเองก็จีบเหมือนกันใช่ไหมล่ะ ไอ้สมภารกินไก่วัด”

พอเจอคนรู้ทันแซวกลับคุณหมอหนุ่มก็เกิดอาการหูแดงขึ้นมากะทันหัน ได้แต่เสปัดไปแต่ก็ทำให้ตติยะรู้ว่าเพื่อนกำลังจีบสาวในคลินิกตัวเองจริงๆ

“ก็มีคนที่สนใจอยู่ แต่ช่างมันเถอะ ฉันยังไม่คิดมากเรื่องนี้ว่ะ เอ้อ...ได้เจอกันก็ดีแล้ว คืนนี้ไปผับไอ้ศิลป์กันป่ะ ไอ้พวกนั้นมันรู้ข่าวว่านายกลับมาอยู่ไทยก็อยากเจอทั้งนั้น เดี๋ยวฉันนัดให้”

“แล้วว่างเหรอนายน่ะ”

เขาไม่มีปัญหาอยู่แล้ว นานๆ จะได้เจอเพื่อนฝูงที่เรียนอเมริกาด้วยกันสักที เพื่อนคนไทยของเขาหลายคนกลับมาตั้งแต่เรียนโทจบ ส่วนตติยะนั้นเรียนพร้อมกับทำงานของทางบ้านต่อ จะได้เจอกันบ่อยสุดก็คือวิศรุตต์ เนื่องจากอีกฝ่ายเรียนต่ออีกแล้วก็เพิ่งกลับมาเมืองไทยเมื่อปีที่แล้ว

“ฉันออกเวรที่โรงพยาบาลแล้ว ส่วนที่คลินิกนี่เข้ามาทำถึงสักสองทุ่มก็เลิก”

“จะขยันไปไหนวะ ทำทั้งคลินิก ทั้งโรงพยาบาล ไม่หลับไม่นอนหรือไง ระวังเงินจะทับตายนะเว้ย”

“เงินจะทับนายก่อนมากกว่า คลินิกนี่ฉันหุ้นกับเพื่อนแล้วก็รุ่นพี่ ไม่ใช่ทายาทเจ้าของรถยี่ห้อดังเหมือนนายสักหน่อย แล้วก็พรุ่งนี้เวรบ่ายตื่นสายได้ ตกลงเอาไง ถ้าโอเคฉันจะโทรนัดเลย แล้วเดี๋ยวนัดเจอกันอีกที นายยังไม่รู้จักผับไอ้ศิลป์ จะไปกับฉันหรือเปล่า”

“นัดได้เลยเพื่อน เดี๋ยวฉันมาหานายที่นี่เอง”

“โอเค แล้วเจอกัน”

“อื้อ...สองทุ่มเจอกัน”

ตติยะโบกมือให้ก่อนจะกดรีโมตทำให้วิศรุตต์รู้ว่ารถคันที่เขายืนดูอยู่นี้เป็นรถของเพื่อนเขาเอง ชายหนุ่มเอ่ยถามทั้งที่เห็นอยู่แล้ว

“นี่รถนายเหรอ”

“อืม ทำไม”

“ก็...เปล่า แค่เคยเห็นน่ะ”

“สปอร์ตรุ่นล่าสุดของเวลเลโอเนี่ยเหรอ ฉันจำได้ว่าก่อนฉันจะมามีคนสั่งเข้ามาในไทยแล้วสองคัน คันนี้คันที่สาม ไม่ค่อยมีให้เห็นเกลื่อนเท่าไหร่ แต่ก็ไม่แปลกที่นายเคยเห็นแล้วจะจำมันได้ทันที รุ่นนี้ฉันกับเรฟช่วยกันออกแบบเลยนะ”

“เยี่ยมว่ะ สวยหรูชะมัดเลย”

แม้จะชมเพื่อนออกมาจากใจ ทว่าสมองของคุณหมอหนุ่มค้านเรื่องที่ตัวเองเคยเห็นรถแบบนี้มาแล้ว พร้อมสายตาภายใต้แว่นเหลี่ยมใสก็จับจ้องป้ายทะเบียนรถนิ่ง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ถึงจะมีแค่สามคันแต่ก็คงไม่มีคันที่ใช้ทะเบียนเดียวกันแน่

ตติยะหัวเราะกับคำพูดของเพื่อน เพราะที่บ้านของวิศรุตต์นั้นจะซื้อรถที่หรูกว่านี้มาขับก็ยังได้ แต่เมื่อเห็นเพื่อนเงียบและคิ้วขมวดมุ่นจึงเอ่ยถาม

“มีอะไรเหรอ”

”เปล่า”

แค่รู้สึกคุ้นป้ายทะเบียนนี้ รถรุ่นนี้ แล้วก็สีนี้เท่านั้นเอง เขาไม่ได้บอกเพื่อนเพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรที่ตัวเองจะเคยเห็นรถเพื่อนจอดขวางไฟแดงอยู่ แล้วคนที่ไปกับเขาก็ลงไปเอาเรื่องแม้เขาจะห้ามแล้วก็ตาม ทว่าวิศรุตต์ก็คิดว่ามันไม่สำคัญจนต้องเล่าให้เพื่อนฟัง

ก็แค่ความบังเอิญที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ บนโลกกลมๆ ใบนี้

=====

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลวงเงารัก   40...(จบบริบูรณ์) (2)

    หลังเอื้อมทรายคลอดลูก ทั้งครอบครัวของตติยะก็ยังพักอยู่ต่อโดยไม่มีใครเดินทางกลับนอกจากแขก เพราะต่างก็เห่อหลานชายสองคนที่น่ารักน่าชังมากๆ แม้แต่คุณอานนท์กับคุณนิตยาเองก็ยังเฝ้าหลานทั้งสองคนไม่ห่าง ทิ้งงานที่โรงพยาบาลไปเลยทีเดียว เนื่องจากคุณนิตยาลงความเห็นว่าหลานตัวน้อยยังไม่แข็งแรงพอที่จะเดินทางไปโดนแดดโดนลมทะเลในตอนนี้ ก็เลยเพียงแค่พามาพักที่บ้านพักของตระกูลตติยะเพื่อความสะดวกสบาย และเสียงเด็กๆ จะได้ไม่รบกวนแขกของรีสอร์ต พวกเขาจึงพากันเกงานกันทั้งครอบครัว โดยคุณเจอเซ่สั่งงานผ่านทางวิดีโอคอลกับคนสนิทที่ไว้ใจได้ตลอดทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมาเลยทีเดียวส่วนตัวตติยะนั้นเขาตั้งใจเอาไว้แล้วว่าหลังแต่งงานจะพักฮันนีมูนเป็นเดือนจึงไม่เดือดร้อน เนื่องจากเคลียร์และกับเลขาอย่างคุณวิชัยเรียบร้อย หากมีอะไรด่วนวิชัยคงติดต่อเขามาเอง ก็กว่าเขาจะได้แต่งงานคนอื่นก็นำโด่งไปไกลไม่เห็นฝุ่นแล้ว เพราะนับตั้งแต่คืนที่เขาต้องเสียเงินซื้อรถให้น้องทั้งสองคน เอื้อมธารก็ไม่ค่อยจะยอมให้เขาแตะต้องสักเท่าไร แถมก็งานยุ่งเนื่องจากกำลังอยู่ในช่วงปรับโครงสร้างใหม่ นานๆ ครั้งถึงจะมีโอกาส ฉะนั้นพอแต่งงานตติยะจึงขอใช้เวลาส่วนตัวก

  • ลวงเงารัก   40...(จบบริบูรณ์) (1)

    สองปีต่อมา...“แซนด์ไปไหน คุณหมอเห็นแซนด์หรือเปล่าคะ”ในงานเลี้ยงฉลองงานแต่งงานของลูกชายคนโตตระกูลเวลเลโอ ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งบนเกาะซึ่งเจ้าของงานเหมาทั้งรีสอร์ตเพื่อรับรองแขกนั้น ร่างบางของเจ้าสาวชุดสวยหรูราวเจ้าหญิงเดินไปทั่วทั้งบริเวณจัดงาน หลังจากส่งแขกเรียบร้อยแล้วด้วยใบหน้ากังวล เอื้อมธารถามหมอหนุ่มที่กำลังจะไปนั่งดื่มกับกลุ่มเพื่อนในมุมหนึ่งของรีสอร์ต ทำเอาชายหนุ่มชะงักหันมองอย่างงงๆ เพราะแทนที่จะถามหาเจ้าบ่าวแต่เจ้าสาวกลับถามหาพี่สาว“เปล่าครับ แล้วนี่ซีจะไปไหน น่าจะพักนะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”วิศรุตต์พูดโดยไม่ได้เอ่ยถึงเจ้าบ่าวที่เขาคิดว่ามันคงนั่งร่วมวงอยู่กับกลุ่มเพื่อนๆ เรียบร้อยแล้ว เพราะไม่อยากเป็นคนชี้โพรงให้กระรอกฤกษ์ส่งตัวนั้นมีไปตั้งแต่เมื่อวานที่กรุงเทพฯ เพราะทั้งสองคนแต่งงานที่บ้านสวนแบบเรียบง่าย รดน้ำทำบุญ มีเพียงแขกผู้ใหญ่และคนสนิทจริงๆ ส่วนงานเลี้ยงมาจัดที่เกาะ ซึ่งเป็นความต้องการของเจ้าบ่าวเจ้าสาวแต่ก็อำนวยความสะดวกให้กับแขกที่ได้รับเชิญทั้งไทยและเทศอย่างดี ฉะนั้นคู่บ่าวสาวจึงไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันตามฤกษ์ ส่วนบ้านพักของตระกูลนั้นตติยะให้ผู้ใหญ่ในครอบครัวของเ

  • ลวงเงารัก   39......ครึ่งชัวโมงผ่านไปร่างบางก็ออกมา (2)

    เสียงหอบหายใจคละเคล้ากับเสียงเรียกชื่อเขา พร้อมปฏิกิริยาแสนซื่อจากร่างกายของหญิงสาวทำให้คนเจนสนามไหวร่างไม่นับครั้ง สายตาคมจ้องอกอวบสองข้างที่สะท้อนขึ้นลงไว้มั่น ทั้งแรงเสียดสีจากร่างอ่อนนุ่มก็ทำให้กายแข็งแกร่งร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนสูงลิบแตะเพดาน หัวใจหนุ่มเต้นระส่ำยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ชายหนุ่มเองก็ยิ่งส่งตัวเองเร็วชนิดลืมโลก เขาไม่เคยคลั่งแบบนี้มาก่อน ลืมไปด้วยซ้ำว่าคนใต้ร่างเขานั้นเพิ่งครั้งแรก เมื่อไม่สามารถรั้งตัวเองได้ตติยะก็วิ่งชนโครมเต็มตัวไม่ยั้ง กระทั่งร่างของคนทั้งสองสะท้านเยือกขึ้นพร้อมกัน ร่างสูงใหญ่เกร็งคำรามพร่าในลำคอดัง ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำบิดเหยเกแหงนเงยมองเพดานห้องเอื้อมธารที่กรีดร้องพร้อมตาเบิกโพลงมองภาพชายหนุ่มตรงหน้าด้วยหัวใจที่กระหน่ำแรงโลด รู้สึกรักเขาและภาคภูมิใจในตัวเองอย่างที่สุด หน้าตาท่าทางของอีกฝ่ายแม้จะเหมือนทรมานแสนสาหัสแต่เธอรู้เขาสุขสุดๆ เลยเชียวแหละ เพราะอะไรน่ะหรือ เพราะเธอเองก็ไม่ต่างจากเขาเลยความรักกับเซ็กส์บางครั้งมันก็แยกกันไม่ออก เธอเพิ่งเข้าใจก็วันนี้เอง การได้มีความสุขกับคนที่รักนั้นคือเซ็กส์ที่สุดยอดจริงๆเมื่อปล่อยกายปล่อยใจตามอารมณ์ปรารถนาแล้วตต

  • ลวงเงารัก   39......ครึ่งชัวโมงผ่านไปร่างบางก็ออกมา (1)

    ครึ่งชัวโมงผ่านไปร่างบางก็ออกมาจากห้องพร้อมผ้าขนหนูพันตัวเพราะไม่ได้ถือเสื้อผ้าเตรียมเข้าไป เธอทำใจกล้าก่อนจะมองดูว่าคนตัวสูงใหญ่อยู่ในห้องหรือไม่ เมื่อไม่เห็นก็รีบวิ่งพรวดไปที่ตู้ซึ่งเพิ่งจัดเสื้อผ้าเข้าไปค้นหาของอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ว่าเขาไปไหน แต่ต้องรีบกลับเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำก่อนที่ตติยะจะเข้ามาทว่าช้าไปแล้ว เพราะประตูห้องเปิดพรวดในขณะที่ร่างสูงในชุดกางเกงเลกับเสื้อแขนตัดฟิตเปรี๊ยะจนเห็นกล้ามเนื้อเป็นมัดแข็งแกร่ง มือใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมก้าวเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มชะงักมองคนร่างบางที่หันมามองเขาตาโต ส่วนหญิงสาวก็สะดุ้งตกใจจนเผลอปล่อยทุกอย่างในมือร่วงลงพื้นตาคมสีอ่อนมองร่างสวยตั้งแต่ใบหน้า ผมเปียกที่ถูกขมวดลวกๆ รุ่ยร่ายตกลงมาระลำคอระหง ไหล่บาง เนินอกอวบขาวนวลเนียนก่อนจะถูกผูกทับไว้ด้วยผ้าขนหนู สายตาเขาจึงไล่ลงล่างอย่างรวดเร็ว ขาขาวกลมกลึงที่โผล่จากผ้าผืนเล็กคลุมสะโพกอย่างหมิ่นเหม่ทำเอาชายหนุ่มกลืนน้ำลายเสียงดังชัดเจน คนที่สบตากับเขาถึงกับตัวสั่นเพราะแววกระหายฉายวาบโชติช่วงอย่างไม่ปิดบัง เอื้อมธารจึงเลี่ยงหลุบตาลงมองเสื้อผ้าแล้วย่อตัวลงหยิบ พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้มีส่วนล่อแห

  • ลวงเงารัก   38...สองเดือนต่อมาบ้านสวนก็ได้จัดงานแต่ง (4)

    ขณะนั้นตติยะเริ่มขยับลุกขึ้นก้าวไปข้างหน้า ทว่าได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ล้มลงแล้วลุกขึ้นใหม่ มือหนายื่นไปข้างหน้าเพื่อควานหาคนร่างบาง หากก็ต้องล้มอีกครั้งเพราะความรีบร้อนลุยน้ำและมองไม่เห็น แต่ชายหนุ่มก็ยังฝืนลุกขึ้นก้าวเร็วๆ ขึ้นไปบนผืนทรายจนได้ เขาขยี้ตาที่ยังแสบแต่ก็ยังลืมตาไม่ขึ้นจึงได้แต่เดินสะเปะสะปะยื่นมือไปทั่ว“ซี คุณยังอยู่แถวนี้หรือเปล่า ผมเป็นห่วงคุณนะ ตอบผม ให้ผมได้ยินเสียงคุณหน่อย”หลังจากลืมตาขึ้นมาแล้วยืนมองคนที่ดูเหมือนจะไม่ยอมแพ้ในการหาเธออยู่พักใหญ่จนแทบจะทนไม่ไหว มือบางก็ยื่นไปข้างหน้าช้าๆ หากก็ตัดใจลดมือลงในที่สุดและยืนนิ่งอย่างรอคอย ใจเต้นแรงลุ้นระทึกแทบจะกลั้นหายใจ ขอเวลาอีกนิดเดียว แค่นิดเดียวเท่านั้น‘ก้าวมาสิ มาหาฉัน’เอื้อมธารร้องเรียกอีกฝ่ายอยู่เพียงในใจ“คุณอยู่ที่นี่ใช่ไหมซี”ชายหนุ่มเคลื่อนไหวช้าลง พยายามจับทิศทางก่อนจะขยับไปด้านซ้ายมือเพียงสองก้าวแล้วคว้าหมับ ทำให้ร่างเย็นชื้นหากก็นุ่มนิ่มเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนเขาเต็มๆ ปากบางสวยก้มลงจูบข้างขมับเธอพร้อมกระซิบต่อว่าเบาๆ ทั้งที่ใจเขาแทบขาดรอน กลัวไปหมดทุกอย่าง“แกล้งผมทำไมฮึ คุณจะฆ่าผมหรือไง ทั้งที่รู้ว่าผมรักคุณ

  • ลวงเงารัก   38...สองเดือนต่อมาบ้านสวนก็ได้จัดงานแต่ง (3)

    “บอกอะไรคะ”ชินานางอดถามไม่ได้“ก็พี่ทิมบอกว่า ผู้ชายถ้าได้มีอะไรกับคนที่รักแล้วจะยิ่งรักมากขึ้น ให้ดูพี่เรฟเป็นตัวอย่าง เพราะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเวลาอยู่กับพี่นา แยมไม่ค่อยเชื่อ เพราะพี่เรฟเขาเย็นชา ชอบทำหน้าเฉยตลอด แต่แยมก็เห็นพี่เรฟมองตามพี่นาตลอดเหมือนกัน ตอนเราเล่นน้ำก็มอง แต่พอเห็นความน่ารักของพี่นาเวลาเขินอย่างนี้แยมเข้าใจเลยค่ะ แยมก็ชอบพี่นานะคะ”เอื้อมธารกับชินานางมองคนที่อธิบายเสียงใสแล้วก็มองหน้ากัน โดยชินานางเป็นฝ่ายเขินหลบไปก่อนขณะที่เอื้อมธารคิดตามคำพูดของสาวน้อย เธอเองก็เห็นด้วยเพราะรู้สึกได้ว่า เรฟแสดงออกว่าห่วงใยรักใคร่ชินานางมากกว่านิสัยปกติของเขา คล้ายกับแววตาที่อานินท์มองพี่สาวของเธอ แถมทั้งสองคนยังมีแผนจะแต่งงานกันในอีกหกเดือนข้างหน้า แต่เอื้อมทรายจะยังอยู่กับเธอโดยที่อานินท์ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยส่วนเมื่อคิดถึงแววตาและการเอาใจใส่ดูแลเธอของตติยะก็ไม่ได้น้อยไปกว่าใคร แถมเขายังดูจะตามใจเธอมากกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ ไม่ได้ทำให้เอื้อมธารรู้สึกน้อยหน้าใครๆ แต่อย่างใด“แล้วพี่เรฟ แบบว่ามีเซ็กส์กับพี่นาบ่อยไหมคะ”สาวน้อยจอมซักยังถามต่อ แม้ใบหน้าสวยของตัวเองจะแดงเรื่อขึ้น

  • ลวงเงารัก   37...ร่างสูงใหญ่ของคนที่เพิ่งปลดปล่อย (2)

    “ไม่ได้นะ ก็ไหนซีบอกแล้วว่าจะอยู่กับผม”ตติยะเสียงดังขึ้นมาก่อนที่อานินท์จะทันได้เอ่ยปาก ทำให้เอื้อมธารหันมามองคนข้างตัวแล้วทำตาขวางไม่พอใจ“นี่คุณจะพรากพี่พรากน้องพี่เพิ่งได้เจอกันตั้งแต่วันแรกเลยหรือไงคะ”คนโดนหาความพูดไม่ออก ได้แต่หันไปมองหน้าเพื่อนหนุ่มที่เหวอพอๆ กับเขา ส่วนคนร่างบางนั้นลุกขึ้น

  • ลวงเงารัก   34......ตติยะเงยหน้าจากจอโน้ตบุ๊ก (4)

    เอื้อมทรายตื่นขึ้นมาอีกครั้งในโรงพยาบาลหลังจากเกิดเรื่องสองวัน แล้วก็พบว่าเป็นโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี โดยลุงกับป้าซึ่งไปส่งปลาในตลาดคือคนที่เธอเข้าไปขอความช่วยเหลือพามาส่ง หมอบอกว่ากระดูกขาของหญิงสาวร้าวและต้องเข้าเฝือก ทั้งยังต้องอยู่โรงพยาบาลเป็นเวลานาน แม้จะมีลุงกับป้ามาเยี่ยมเสมอหากเอ

  • ลวงเงารัก   34......ตติยะเงยหน้าจากจอโน้ตบุ๊ก (3)

    อานินท์ขับรถด้วยความเร็วเพราะหงุดหงิดเพื่อนตัวเอง ไม่รู้ว่าตนคิดถูกหรือคิดผิดที่ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามการเวลา เขามองออกว่าใจของตติยะน่าจะอยู่ที่เอื้อมธารมาพักหนึ่งแล้ว แต่ที่เขาไม่แน่ใจก็คือเพื่อนเขาอาจมองภาพเอื้อมธารซ้อนทับลงไปบนเอื้อมทรายในสมัยก่อน ถ้าเป็นอย่างนั้นคนที่น่าสงสารที่สุดคงจะเป็นคน

  • ลวงเงารัก   34......ตติยะเงยหน้าจากจอโน้ตบุ๊ก (1)

    ตติยะเงยหน้าจากจอโน้ตบุ๊กที่นั่งจ้องมันอยู่อย่างนั้นมาพักหนึ่ง มองไปยังทีวีที่เปิดทิ้งด้วยสายตาเลื่อนลอย แม้จะผ่านมาค่อนคืนแล้วหากเขาก็ยังหลับตาไม่ลง ชายหนุ่มเปิดทุกอย่างที่มีแม้แต่เครื่องเล่นเพลง แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรสักอย่าง ทว่ากลับไม่อยากนอนนิ่งๆ เงียบๆ อยู่บนเตียงเพราะรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปบา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status