Mag-log in“สวัสดีค่ะ คุณรณกร” ทันทีที่มายืนอยู่ตรงหน้าของรณกร รสิตาก็ยกมือไหว้เขาตามมารยาท
“กว่าจะมาได้นะ” เขาตวัดสายมามองเธอ
“ก็ฉันทำงาน” เธอสวนกลับทันที
“ทำงานอะไร ฉันเห็นเธอเล่นกับลูกค้าอยู่” คราวนี้รณกรหันมาประจันหน้ากับรสิตา
“ก็มีบ้างแหละค่ะ เขากล้าจ้าง ฉันก็กล้าดื่ม” เธอยังเชิดหน้าเถียงเขา
“หน้าเงิน”
“ก็ฉันมาทำงานหาเงินนี่คะ” รสิตากัดฟันพูด เธอไม่ชอบที่รณกรพูดจาดูถูกเธอ
“ยอกย้อน” รณกรจ้องหน้า รสิตาก็รีบหลุบตาต่ำลงเพราะเธอไม่อยากมีปัญหากับเขา
“แล้วคุณมีอะไรให้ฉันรับใช้คะ” เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองกำลังทำตัวสบายต่อหน้ามาเฟียหนุ่มคนนี้มากจนเกินไปเธอเลยลดน้ำเสียงลง
“ป้ายชื่อไปไหน ทำไมไม่ใส่” รณกรแกล้งถามทั้ง ๆ ที่เขาเป็นคนที่รู้ดีที่สุดว่าป้ายชื่อนั้นอยู่ที่ไหน
“หายค่ะ หาไม่เจอ” เธอทำหน้ามุ่ย “โดนหักเงินไปแล้วด้วย”
“เงินสำคัญขนาดนั้นเลย” รณกรถาม
“ใช่ค่ะ” รสิตาก็ตอบโดยไม่ลังเล เพราะคนที่โดนไล่ล่าแบบเธอเงินสำคัญจริง ๆ
“คืนนี้ถ้าฉันจ้างเธอดื่มเหล้าเป็นเพื่อนล่ะ” รณกรทำทีเป็นเสนอ
“ไม่รับค่ะ เพราะฉันไม่ใช่พนักงานนั่งดริ้ง” รสิตาก็ตอบกลับโดยไม่ลังเลอีกครั้ง
“กับหมอนั่นเธอยังดื่มด้วย” รณกรชี้ไปยังโต๊ะที่วิโรจน์นั่ง
“นั่นแค่เล่นสนุก แก้วสองแก้วฉันก็หยุดเล่นแล้ว” เธอพูดไปมองด้านล่างไป เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยืนมองลูกค้าจากด้านบนแบบนี้ "สรุปคุณมีอะไรให้ฉันช่วยคะ”
“ล้างแผล” รณกรชี้ไปตรงบริเวณแผลของตัวเอง
“หา...ได้แผลใหม่มาอีกแล้วเหรอ” รสิตาถามด้วยความตกใจ
“แผลเก่า” รณกรตอบ
“อ๋อ...แต่เอ๊ะ! คุณยังไม่ไปโรงพยาบาลเหรอ”
“ยัง”
“ตอนเช้าล้างแผลยัง”
รศิตาเดินเข้าไปจะจับเสื้อสูตรของรณกรเพื่อเปิดดูแผล แต่ไม่ทันที่รสิตาจะได้เตะโดนเสื้อรณกรก็สะบัดมือของเธอออก
“ยัง”
“คุณทำอะไรแล้วบ้างเนี่ย อย่าบอกนะว่ายาก็ยังไม่ทาน ฉันจะบ้าตาย นั่นแผลนะคุณไม่ใช่รอยถลอก” รสิตาบ่นอย่างลืมตัว “มาๆ ฉันจะพาคุณไปล้างแผลเดี๋ยวนี้เลย ถ้าเป็นเด็กฉันจะตีสักที”
ด้วยความลืมตัวขั้นสุดกว่าเธอดึงแขนของรณกรเข้าไปในห้อง โดยมีลูกน้องยืนอ้าปากค้างมองทั้งคู่หายเข้าไปในห้อง
“ไปสนิทกันตอนไหนวะ” สมภพหันมาถามคนข้าง ๆ
“นั่นสิ เมื่อคืนเห็นจะบีบคอกันอยู่” ราเชนทร์ก็สงสัย
ด้านในของห้อง ด้วยความสูงของมาเฟียหนุ่ม รสิตาจับปกสูตรสองข้างแล้วกดรณกรให้นั่งลงบนโซฟา
“อุปกรณ์ทำแผลอยูไหนคะ” เธอหันซ้ายหันขวาเพื่อมองหากล่องยา
“ในตู้”
ในขณะที่รสิตาเดินไปหยิบกล่องยา รณกรก็มองตามไม่วางตา แบบฟอร์มที่รสิตาใส่สะดุดตาของเขา แม้จะเห็นเป็นประจำเพราะนี่คือชุดของพนักงานในบ่อนของเขา แต่พออยู่บนตัวรสิตามันกลับดูน่าสนใจยิ่งขึ้น เสื้อเชิตแขนสั้นสีขาวพอดีตัวกับเสื้อกั๊กรัดรูปโชว์สัดส่วนความเป็นสาวได้เป็นอย่างดี กระโปรงสั้นสีดำผ่าข้างรัดรูปโชว์ขาเรียวสวย ช่างเป็นอะไรที่สวยงามเมื่ออยู่บนเรือนร่างของรสิตา
หลังจากหยิบกล่องยา รสิตาก็กลับมานั่งลงบนพรมข้างๆ รณกรที่นั่งอยู่บนโซฟา ด้วยความไม่ถนัดเธอขยับเข้าไปตรงหว่างขาของเขาโดยไม่รู้ตัว เธอค่อยๆ เปิดเสื้อของรณกรขึ้น
กระโปรงที่สั้นอยู่แล้วกลับสั้นเข้าไปอีกเมื่อเธอนั่งลง โชว์ขาอ่อนขาวเรียบเนียนจนคนที่นั่งอยู่บนโซฟาต้องกลืนน้ำลาย
“เลือดออกแล้วทำไมคุณไม่ดูบ้าง” เธอขมวดคิ้ว “คุณช่วยถือเสื้อหน่อยสิ”
พรึ่บ!!
รณกรเลือกที่จะถอดเสื้อของเขาออก โชว์ให้เห็นหุ่นล่ำ ๆ ที่มีซิกแพ็คก้อนโต ๆ รสิตาทำเพียงแค่ชายตามองเธอไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเท่าไหร่ เพราะหุ่นแบบนี้เธอเห็นมาเยอะแล้ว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังไงรณกรก็หุ่นดีกว่าหนุ่ม ๆ ที่เธอเคยเห็น
“ซี๊ด!!!” ทันทีที่แอลกอฮอล์แตะโดนแผลรณกรก็ร้องซี๊ดขึ้นมา แต่คราวนี้เขาไม่ได้โวยวายเหมือนคืนก่อน
“เจ็บเหรอ” รสิตาถามพลางขยับหน้าเข้าไปใกล้แล้วเป่าแผลให้เขา
ท่าทางที่มันล่อแหลมนี้ทำรณกรคิดไปไหนต่อไหนแล้ว เขากัดฟันกรอด ๆ พลางกำมือแน่น
“ยังไม่หายเหรอ” รสิตาช้อนสายตามองรณกรอย่างไม่ได้ตั้งใจเพราะเห็นรณกรกำหมดแน่นเธอเข้าใจว่าเขายังเจ็บอยู่ “อ๊ะ....อื้อ...”
ปึก! ปึก!
รสิตาใช้หมัดเล็ก ๆ ของเธอทุบไปบนอกแกร่งของรณกร เมื่ออยู่ๆ เขาก็ยกเธอขึ้นไปนั่งคร่อมบนตักแล้วประกบจูบเธอทันทีโดยที่เธอไม่ทันได้หลบหลีกหรือป้องกันตัว
เขาบดเบียดริมฝีปากหนาลงไปบนปากอิ่มที่แดงระเรื่อของคนร่างบางตรงหน้าอย่างดูดดื่ม ไม่มีช่องว่างให้เธอขัดขืนได้เลย แม้ตอนนี้เธอจะเริ่มหายใจไม่ออกเขาก็ไม่สน เมื่อคืนเขามีประสบการณ์แล้ว คืนนี้เขาเลยจับข้อมือเล็ก ๆ นั้นไว้ทั้งสองข้างตั้งแต่เริ่ม
เมื่อรับรู้ได้ว่าคนตรงหน้าเริ่มร้องประท้วงหนักขึ้นรณกรก็ยอมผละจากปากอิ่มนั้นอย่างอ้อยอิ่ง
“คุณมันบ้า คุณกำลังละเมิดสิทธิ์ของฉัน คุณกำลังคุกคามฉัน คุณกำลังทำผิดกฏคุ้มครองแรงงาน คุณมัน...หึ่ย นี่มันครั้งที่สองแล้วนะ คุณสนุกมากหรือไง” ทันทีที่ปากเป็นอิสระ ด้วยความโกรธรสิตาก็รัวคำพูดที่เธอคิดออกในตอนนั้นใส่รณกร
“คืนนี้เธอต้องนอนกับฉัน” รณกรพูดพลางมองไปยังปากอิ่มที่ตอนนี้มันกำลังแดงเพราะฝีมือของเขา
“หา!!” รสิตาไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
“นอนกับฉัน” รณกรยืนยันคำพูดของตัวเองอีกครั้ง
“ไม่!!” เธอปฏิเสธเสียงแข็ง
“เธอต่างหากที่บ้า มีผู้หญิงมากมายอยากชวนฉันขึ้นเตียง เธอโชคดีแค่ไหนที่ฉันเป็นคนชวน ยังจะมาเล่นตัวอีก” รณกรไม่คิดว่ารสิตาจะปฏิเสธ
“บ้ากันไปใหญ่แล้ว” รสิตาโกรธจนหน้าแดง “ฉันไม่ใช่ผู้หญิงพวกนั้นนะ ต่อให้คุณจะเป็นที่หมายปองของสาว ๆ มากมาย ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเหมารวมฉันเข้าไปในพวกสาว ๆ ที่คุณว่า อ่านปากฉันนะ ถึงคุณจะชวนให้ตายฉันก็ไม่มีทางขึ้นเตียงกับคุณเด็ด...อื้อ”
คำพูดถูกกลืนลงคอไปอีกครั้ง เพราะรสิตาลืมไปว่าขณะที่เธอกำลังเถียงกับรณกรอยู่นั้น เธอยังนั่งคร่อมอยู่บนตักของเขา รณกรจึงจูบเธออีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาตั้งใจจะจูบสั่งสอนเธอที่กล้าต่อปากต่อคำกับเขา
“แฮ่ก ๆ ๆ” กว่ารณกรจะปล่อยให้ปากของเธอเป็นอิสระเธอก็แทบหมดแรง ที่เธอยังทรงตัวอยู่ได้ก็เพราะรณกรกอดเอวบางนั้นไว้
“หึ” รณกรหัวเราะในลำคอ “อ่อนระทวยอยู่บนตักของฉันแบบนี้แล้ว เธอยังกล้าปฏิเสธเหรอ”
“ปล่อยนะ ถ้าคุณทำอะไรฉัน ถ้าฉันรอดไปได้ฉันจะไปร้องเรียนให้เขามาปิดคาสิโนของคุณคอยดู” ถึงจะเป็นแบบนั้นรสิตาก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะกลัวรณกรเลยสักนิด “คะ...คุณ”
นั่นแหละเธอถึงได้เงียบ เมื่อรณกรใช้มือสองข้างกดสะโพกของเธอลงไปทำให้ก้นของเธอสัมผัสกับเอ็นร้อนขนาดมหึมาของเขาที่มันพยายามผงาดขึ้นมา
รสิตารีบก้มหน้าลง อยู่ ๆ หน้าของเธอก็ร้อนผ่าวขึ้นมาเมื่อตอนนี้เจ้ามังกรยังกระตุกทักทายก้นของเธอ ท่าทางของรสิตาทำให้รณกรแทบจะหัวเราะออกมา เธอสงบเสงี่ยมแทบจะเป็นคนละคน
“ฉันมีข้อเสนอ” รณกรก้มไปกระซิบที่ข้างหูของรสิตาจนเธอต้องขนลุก
“อะ...อะไร”
“ฉันจะให้เธอแสนนึงถ้ายอมนอนกับฉัน” รณกรยื่นข้อเสนอ เพราะตอนนี้อารมณ์ของเขาถูกปลุกขึ้นมาแล้วและเป้าหมายของเขาคือหญิงสาวที่นั่งคร่อมตักของเขาอยู่ตอนนี้
“ห้าแสนฉันก็ไม่เอา” รสิตาพูดใส่หน้ารณกร “คุณไปหาผู้หญิงคนอื่นมาสนองตัณหาของคุณเถอะ...โอ๊ย”
รณกรเริ่มเหลืออด เขาโยนเธอลงจากตักด้วยความโกรธ เพราะไม่มีใครเคยปฏิเสธเขาแบบนี้
“ออกไป!!” เขาตะโกนไล่เธอทันที
“นั่นยาใส่แผล เมื่อกี้เช็ดแอลกอฮอล์ไปแล้ว อย่าลืมปิดแผลและกินยาด้วย” ก่อนออกจากห้องรสิตาก็ไม่ลืมที่จะบอกเขา เพราะนั่นคือสิ่งที่เธอตั้งใจตั้งแต่แรก
รณกรได้แต่กำหมัดแน่นผู้หญิงคนนี้เป็นใครถึงกล้าปฏิเสธเขาแบบนี้ มีใครบ้างที่เขายอมจ่ายเงินเพื่อนอนด้วย ผู้หญิงทุกคนยอมพลีกายให้เขาฟรี ๆ ทั้งนั้น
“แล้วเจอกัน...รสิตา”
บนโต๊ะอาหาร ที่วันนี้พิเศษกว่าทุก ๆ วัน เพราะมีหนุ่มน้อยหน้ามน 4 ชีวิตนั่งเรียงหน้ากันอยู่ฝั่งตรงข้ามของรสิตาและรมิดา แต่เจ้าของบ้านอย่างรณกรไม่ได้รู้สึกพิเศษเลยแม้แต่น้อย มันเป็นความรู้สึกไม่ชอบใจมากกว่าที่มีหนุ่มแปลกหน้าถึงสามคนมานั่งประจันหน้าลูกสาวของเขา “ทานกันเยอะ ๆ เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ” รสิตาบอกเด็กหนุ่มทั้งสาม “ครับคุณน้า” “รีบ ๆ กินแล้วก็ขึ้นห้องไปนอนได้แล้ว” รณกรพูดเสียงเข้ม “หะ” สามหนุ่มอุทานออกมาพร้อมกัน แทนที่จะหันมองหน้าคนที่พูดแต่กลับหันไปมองรวิกรเป็นตาเดียวเพื่อขอคำอธิบาย “เอ่อ” รวิกรยิ้มแหย ๆ ให้เพื่อนทั้งสาม เขาเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ดี อาการหวงลูกสาวของพ่อคงจะกำเริบอีกแล้ว “ยังไม่หนึ่งทุ่มเลยนะครับป๊า” “เมญ่าก็รีบกินแล้วขึ้นไปอ่านหนังสือ” “ป๊า ญ่าปิดเทอมอยู่นะคะ” เธอพูดเตือนสติพ่อของเธอ “อ่านของเทอมหน้าไง” รณกรเฉไฉไปเรื่อย “คุณคะ” “ว่าไงครับ” ทันทีที่ภรรยาเรียก น้ำเสียงของเขาก็ดูเปลี่ยนไป “รีบทานเถอะค่ะ” “ทำไมเหรอ”
ใต้ต้นไม้ใหญ่ ภายในรั้วบ้านตรงม้านั่งสีขาว มีเด็กสาววัย 16 ปีกำลังนั่งอ่านหนังสือ ความน่ารักของเธอทำให้คนที่ได้พบเจอตกหลุมรักอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว เพราะเหตุผลนี้การเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้านจึงทำให้เธอใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก “เมญ่า” เมญ่า หรือรมิดา ลูกสาวคนเล็กของรณกรและรสิตา เธอเป็นเด็กผู้หญิงผิวขาว แก้มป่อง จมูกกับตาได้พ่อส่วนโครงหน้าและปากได้แม่มา เพราะเป็นลูกสาวคนเดียว เธอเลยถูกประคบประหงมเป็นพิเศษ และยิ่งไปกว่านั้นด้วยความที่พ่อหวงมากเธอจึงถูกส่งไปเรียนโรงเรียนหญิงล้วน “คะหม่าม๊า” “ยกขนมไปให้พี่มาร์ตินที่ห้องหน่อย” “ได้ค่ะ” รมิดาลุกจากเก้าอี้แล้วเดินเข้าไปหาแม่ในครวทันที เป็นปิดเทอมแรกในรั้วมหาวิทยาลัยของรวิกร ดูเหมือนเขาจะสนุกกับสิ่งที่ตัวเองเลือก แม้สาขาวิชาที่เขาเรียนจะได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจของครอบครัว แต่ทุกคนก็สนับสนุนเขาอย่างเต็มที่ รมิดาถือจานขนมเดินขึ้นไปยังห้องของพี่ชาย นี่เป็นครั้งแรกที่เธอถูกวานให้นำขนมมาให้พี่ชาย หลังจากที่เมื่อตอนเธออายุได้ 10 ขวบ ตอนนั้นพี่ชายพาเพื่อนมาที่บ้านเธออาสาถือ
บนชายหาดที่มีแสงแดดอ่อน ๆ และเกลียวคลื่นซัดขึ้นมาบนหาดทราย น้ำทะเลสีฟ้าที่กำลังกระทบแสงทำให้บนผิวน้ำระยิบระยับราวกับมีกลุ่มของดวงดาวอยู่บนนั้น เพราะเลือกมาเที่ยวหาดที่มีความเป็นส่วนตัวสูงจึงทำให้ไม่มีผู้คนพลุกพล่านมากนัก นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขามาเที่ยวกันแบบครอบครัวภาพเด็กน้อยกำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน ทำคนเป็นปู่ ย่า และทวด ต่างนั่งมองด้วยความสุข ตั้งแต่รสิตาคลอดรวิกรออกมาพวกเขาก็ไม่ยอมเจ็บยอมป่วย คงเป็นเพราะอยากอยู่ชื่นชมเด็กน้อยไปนาน ๆ“ป๊า” เด็กน้อยวิ่งไปหาผู้เป็นพ่อที่กำลังนั่งอาบแดดอยู่ไม่ไกลจากที่เขาวิ่งเล่นมากนักชายหนุ่มที่ใส่เพียงแค่กางเกงขาสั้น ส่วนท่อนบนเปลือยเปล่าโชว์ซิกแพ็คก้อนโต แว่นตาแบรนด์ดังที่ประดับอยู่บนใบหน้ายิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้แก่ผู้สวมใส่ ไม่พ้นที่ใครเดินผ่านก็ต่างพากันหันมอง แต่กลับไม่มีใครได้อยู่ในสายตาของเขา เพราะแววตาภายใต้แว่นดำนั้นกลับมีแต่ภาพหญิงสาวที่ใส่ชุดว่ายน้ำทูพีชแบบเซ็กซี่เปิดช่วงอก และกลางลำตัว เขาแอบหวงเธออยู่ลึก ๆ ตั้งใจจะห้ามไม่ให้เธอใส่ แต่สุดท้ายก็ข่มใจไว้ ไม่พูดออกไป “ว่าไงครับ” แต่ก็ยังมีคนสำคัญอีกคนที่สามารถทำให้เขาละสายตาจากภร
หลายคนมักจะพูดว่า เวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยน คำนี้มักจะใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย สำหรับหญิงสาวที่เธอต้องหลับไปพร้อมกับลูกชายมาหลายคืนแล้ว เพราะสามีของเธอไม่ยอมกลับบ้าน โทรไปก็ติดต่อไม่ได้เหมือนเขามีเรื่องอะไรปิดบังเธอไว้ เธอจะทำอะไรได้หากเขาจะเปลี่ยนไป “ม๊าฮะ” เด็กน้อยวัยสามขวบวิ่งเข้ามาหาผู้เป็นแม่ “ป๊าไปไหนฮะ” “ป๊าไปทำงานครับ” นี่คือคำที่รสิตาบอกลูกชายมาตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา “คิดถึงป๊า” “ม๊าก็คิดถึง” เพราะเธอก็คิดถึงพ่อของลูกมากเช่นกัน “ไปหาป๊า” เด็กน้อยชูมือสองข้างขึ้นเพื่อให้ผู้เป็นแม่อุ้ม “คืนนี้มาร์ตินนอนกับย่านะ เดี๋ยวม๊าจะไปพาป๊ากลับมาให้” เธอคิดไว้ว่าถ้าภายในเย็นนี้หากสามีของเธอไม่กลับมา เธอจะไปตามหาเขา “ฮะ” คืนนั้นรสิตาให้แม่ของรณกรเอาหลานไปนอนด้วย พอเวลาสองทุ่มตรงเธอก็จัดการเปลี่ยนชุดแล้วแอบออกไปทางหลังบ้าน เพื่อไม่ให้ลูกน้องเห็น ที่เธอต้องทำแบบนี้ เพราะว่าหลายครั้งที่เธอพยายามออกไปหารณกร ลูกน้องก็มักจะเข้ามาขวางแล้วบอกเธอว่ารณกรสั่งไว้ ไม่อนุญาตให้ออกไปไหน รสิตาไปจนถึงคาสิโน
ณ.ย่านการค้าในตัวเมือง หลังจากที่รณกรเสร็จธุระ เขาสั่งให้ลูกน้องจอดรถในขณะที่กำลังผ่านร้าน ๆ หนึ่ง “นายจะทำอะไรครับ” เอกสิทธิ์ถามด้วยความแปลกใจ “มาจองชุด” เขาตอบขณะกำลังเดินเข้าร้านไป “จองชุด ให้ใครครับ นายจะไปงานแต่งเหรอ” เอกสิทธิ์รีบเดิมตามไป พร้อมยังตั้งคำถามกับเจ้านาย “เปล่า ฉันจะแต่งงาน” “หา!! ตะ...แต่งงาน แต่งกับใครครับ” คำตอบของรณกรทำเอกสิทธิ์ปากค้าง เขาพยายามตั้งสติ นี่เขาไม่ได้หูฝาดไปใช่มั้ย “ก็เมียฉันนะสิ” “เมียนาย คนไหนครับ” “มึงอยากตายหรือไง” รณกรหยุดเดินแล้วหันกลับมาทำตาเขียวใส่อกสิทธิ์ “พูดเหมือนฉันมีหลายคน อย่าไปพูดแบบนี้ให้รสิตาได้ยินเป็นอันขาดนะ” “คะ...ครับ” คราวนี้สมภพรู้แล้วว่าเมียที่รณกรหมายถึงคือใคร หลังจากรณกรเข้าไปในร้านได้ไม่นาน สาวๆ พนักงานต่างก็รีบเข้ามาต้อนรับมาเฟียหนุ่ม ความหล่อของเขาทำสาว ๆ ในร้านต่างพากันเพ้อฝัน “คุณลูกค้าหาชุดแบบไหนคะ” “ชุดแต่งงาน” “ถ้าเป็นชุดเจ้าบ่าวเชิญทางนี้ค่ะ” “อยากดูช
หลังส่งลูกน้อยเข้านอน รสิตาก็ขึ้นมานั่งบนเตียงกว้างที่มีผู้เป็นสามีนอนรออยู่ก่อนแล้ว เธอขยับเข้าไปใกล้เขาแล้วซบลงบนอกแกร่งนั้น “เลี้ยงลูกเหนื่อยหรือเปล่า ให้ฉันจ้างคนมาช่วยเลี้ยงมั้ย” นี่เป็นคำถามครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ตั้งแต่เธอคลอดลูกชายให้เขา รณกรมักจะเป็นห่วงสุขภาพของรสิตา กลัวว่าเธอจะพักผ่อนไม่เพียงพอ เขาจึงอยากจ้างคนมาช่วยเลี้ยง แต่รสิตาก็ปฏิเสธตลอด “ไม่ต้องหรอกค่ะ ตอนกลางวันยายของฉันก็อยู่ ไหนจะคุณแม่กับคุณพ่อของคุณที่แวะเวียนมาไม่หยุดอีก กลางวันฉันแทบจะไม่ต้องเลี้ยงเองเลยค่ะ” “เมื่อไหร่ฉันจะได้ของ ๆ ฉันคืน”“ของอะไรคะ” รสิตาเอียงคอถาม เธอไม่เข้าใจว่าของที่สามีพูดถึงคืออะไร “นี่ไง” รณกรจิ้มไปที่อกกลมที่มันใหญ่กว่าเดิมเป็นสองเท่า เพราะรสิตากำลังเป็นคุณแม่ลูกอ่อนที่ต้องให้นมบุตร “นั่นลูกคุณนะคะ” “ลูกก็เถอะ ถ้ามาแย่งของรักของหวงฉันก็ไม่ยอม” “ไม่งอแงนะคะ อีกไม่นานมาร์ตินก็หย่านมแล้ว ถึงตอนนั้นมันก็จะกลับมาเป็นของคุณ” รสิตาพยายามอธบายให้สามีเข้าใจ “แต่ผมอยากได้คืนตอนนี้” “ค







