Masukหลายวันต่อมา รสิตายังคงไปทำงานปกติ เธอไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพียงแต่รู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องของรณกรก็แค่นั้น เรื่องนี้กวนใจเธออยู่ตลอดเวลา ถึงแม้รณกรจะเป็นเจ้านายแต่เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะมาทำแบบนี้กับเธอ
“เป็นอะไร” เอมิกาเดินเข้ามาถาม “เห็นเอาแต่มองไปด้านบน”
“หงุดหงิดค่ะพี่” เมื่อนึกถึงรณกรเธอก็จะหงุดหงิดทุกครั้ง เพราะเธอโตมาก็เกือบจะ 30 ปี แล้ว ยังไม่เคยเจอผู้ชายที่กล้าชวนเธอขึ้นเตียงเหมือนมาเฟียหื่นกามคนนี้เลย
“เรื่องอะไร”
“ก็เจ้าพ่อมาเฟียนั่นนะสิ บ้าอำนาจมาก”
“คุณกรทำอะไร” เธอมีท่าทีตกใจ “พี่บอกแล้วว่าถ้าไม่จำเป็นอย่าเข้าใกล้”
“ก็ไม่อยากเข้าใกล้หรอกค่ะ มันเป็นอุบัติเหตุ” รสิตาบอก
“อย่าบอกว่าโดนลากขึ้นเตียงแล้ว” เอมิกาเอามือสองข้างปิดปากตัวเอง
“คิดไปไกลแล้วพี่” รสิตารีบแย้ง เพราะเธอเองก็ไม่อยากให้เอมิกาเข้าใจอะไรผิด ๆ
“รอดมาได้ไง ปกติถ้าอยากนอนกับใครก็ไม่มีใครกล้าขัด”
นี่คือความเป็นจริงที่ใคร ๆ ต่างก็รู้ เพราะรณกรไม่เคยปล่อยให้เหยื่อรอดมาได้สักครั้ง
“ไม่รู้สิ หนูคงไม่ดึงดูดเหมือนสาว ๆ พวกนั้นมั้ง” รสิตาพูดให้เป็นเรื่องตลก เพราะเธอไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรมาลบล้างนอกจากมองว่าเธอไม่เช็กซี่พอ
“หุ่นแบบนี้” เอมิกาทำมือเป็นรูปนาฬิกาทรายตามรูปร่างของรสิตา “ไม่ดึงดูดพี่ก็ไม่รู้จะพูดว่าอะไรแล้ว”
“ช่างเถอะค่ะ อย่าไปพูดถึงเลย หนูคงพิเศษกว่าใคร ๆ ถึงรอดมาได้”
“เดี๋ยวพี่รับแขกก่อน” เอมิกาพูดจบก็เดินไปควงแขนแขกประจำที่มักจะใช้บริการเธออยู่บ่อย ๆ
รสิตามองตามหลังไป ก่อนที่เธอจะเดินกลับไปตรงเคาน์เตอร์บาร์
“อ่ะ”
ทันทีที่รสิตาเดินไปถึงจักรพงศ์ก็ยื่นบางอย่างให้เธอ เธอมองด้วยความแปลกใจก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อรู้ว่าของสิ่งนั้นคืออะไร
“เจอที่ไหนคะ”
“มีคนเอามาฝากไว้”
“ดีจัง ต่อไปก็ไม่ต้องเสียค่าปรับแล้ว”
รสิตารับป้ายชื่อมาติดไว้ เธอก็ไม่ได้เซ้าซี้ถาม เพราะเข้าใจว่าคงจะเป็นลูกค้าในร้านที่เก็บได้แล้วเอามาคืน
หลังจากรสิตาเลิกงานไม่นานเธอก็ใช้เส้นทางเดิมในการกลับที่พัก วันนี้เธอก็ยังมีอาหารติดมือกลับมาให้ยายเหมือนทุก ๆ วัน
แกร็ก!!
“กลับมาแล้วเหรอ”
“ทำไมยังไม่นอนคะ หนูบอกยายแล้วว่าไม่ต้องรอหนู ยิ่งช่วงนี้ยายสุขภาพไม่ค่อยดีอยู่ นอนดึกจะไม่สบายเอานะคะ” รสิตาเอ็ดยายของเธอเบา ๆ
“ยายนั่ง ๆ นอน ๆ ทั้งวันแล้ว”
“หนูขอโทษนะที่ทำให้ยายต้องเป็นแบบนี้” รสิตาเดินเข้าไปกอดยายของเธอ
“ไม่เป็นไรหรอกลูก อย่าคิดมาก แค่เรายังมีลมหายใจก็ดีแค่ไหนแล้ว” หญิงชราไม่อยากให้หลานคิดมาก
“หนูสัญญาว่าถ้ามีเงินเยอะๆ หนูจะพายายไปจากทีนี่ ไปให้ไกลจากพวกมันค่ะ” รสิตาตั้งใจไว้แบบนั้น
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“ใครมา” หญิงชราหันมาถามหลานสาว
“ยายไปหลบหลังตู้ก่อนนะคะ” รสิตาก็ไม่รู้ว่าใคร แต่เธอต้องให้ยายไปหลบก่อนเพื่อความปลอดภัย
ปัง! ปัง! ปัง!
เมื่อยังไม่มีคนมาเปิดคนที่อยู่ด้านนอกเลยเปลี่ยนจากเคาะเป็นทุบประตู
แกร๊ก!!
ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่ออยู่ ๆ คนที่อยู่ด้านนอกก็ไขกุญแจเข้ามาอย่างง่ายดาย เธอตั้งการ์ดเตรียมรับมือ
“จะเอาอีกมั้ยประตูน่ะ” ทันทีที่เดินเข้ามารณกรก็ถามด้วยความหงุดหงิด เพราะรู้ว่ามีคนอยู่ในห้อง แต่ไม่ยอมมาเปิด
“คุณรณกร”
“เออ ฉันเอง” เขายังหงุดหงิดอยู่
“คุณมีธุระอะไรคะ” รสิตาพยายามถามอย่างใจเย็น เพราะเธอก็มองออกว่ารณกรกำลังอารมณ์เสีย
“เปล่า แค่มาตรวจดูความเรียบร้อย” รณกรอ้าง
“มาเฟียนี่เขาไม่หลับไม่นอนกันเหรอคะ” รสิตาก็อดไม่ได้ที่จะไม่เหน็บแนมเขา
“หึ...อยากเปลี่ยนที่นอน” รณกรแสยะยิ้ม
“คุณหยุดพูดนะ” รสิตายกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะไปตรงปากของตัวเอง เธอรู้ความหมายคำพูดของรณกร เธอไม่อยากให้ยายได้ยิน
“ทำไม” รณกรเดินเข้าไปประชิดตัวรสิตา แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อรสิตาไม่ได้ขัดขืนหรือถอยหนีแต่กลับเดินเข้าใกล้เขาจนไม่เหลือช่องว่าง
“คุณ” คราวนี้รสิตากระซิบจนรณกรเองก็สงสัย เขาก้มมองหน้าเธอ “คุณอย่าเสียงดังเดี๋ยวยายของฉันตกใจ”
รณกรมองไปรอบ ๆ ห้องทันที แววตานักล่าก่อนหน้านี้เปลี่ยนไป เมื่อสายตาของเขาไปสะดุดเข้ากลับใครคนหนึ่งที่กำลังแอบอยู่หลังตู้
“ออกมาเถอะ” เขาเอ่ยเสียงเรียบพลางขยับถอยห่างจาก รสิตาหนึ่งก้าว
“ยาย ออกมาเถอะค่ะ ไม่มีอะไรแล้ว” รสิตาหันไปพูดซ้ำ
แล้วหญิงชราก็เดินออกมาจากหลังตู้ รณกรจำหน้าหญิงชราได้ แสดงว่ารสิตาก็คือเด็กสาวที่เขาเห็นในคืนนั้นขณะที่เขากำลังรีบออกไปจากร้าน
“ยายคะ” รสิตรีบเดินเข้าไปหายายของเธอ “นี่คุณรณกรค่ะ เจ้าของที่นี่”
“สวัสดีค่ะคุณรณกร” หญิงชรารีบยกมือไหว้ ส่วนรณกรก็พยักหน้าตอบ
“เธออยู่กับยายสองคนเหรอ” รณกรหันไปถามรสิตา
“ใช่ค่ะ”
รณกรกวาดสายมองไปรอบ ๆ ในห้องมีแค่ตู้เสื้อผ้า เตียงและชั้นวางของเล็กๆ หนึ่งอัน
‘ห้องเล็กแค่นี้อยู่กันสองคน เตียงก็แคบจะนอนยังไง’ เขาคิดในใจ
“คุณมีอะไรจะใช้ฉันหรือเปล่าคะ”
“เปล่า ฉันแค่ผ่านมา เคาะแล้วไม่เปิดคิดว่าเป็นอะไรเลยลองไขกุญแจเข้ามาดู” รณกรโกหกคำโต จริงๆ เขาตามรสิตามาตั้งแต่ตอนที่เธอเลิกงานแล้ว เพราะตอนที่เธอออกทางด้านหลังเขาบังเอิญเห็นเข้าพอดี แต่เพราะเธอวิ่งไวมากเขาเลยเรียกไว้ไม่ทัน
สิ่งที่เขาคิดไว้ทั้งหมดต้องพังลงเมื่อได้รู้ว่าในห้องนี้มีหญิงชราอาศัยอยู่ด้วย อย่างน้อยเขาก็เป็นลูกผู้ชายพอที่จะไม่ข่มขู่รสิตาต่อหน้าหญิงชรา
กลางดึกคืนเดียวกันนั้นหญิงชรามีอาการเหนื่อยมากกว่าปกติ เธอพยายามไม่เสียงดังเพราะกลัวว่าหลานจะตื่น
“แค๊ก ๆ ๆ” เสียงไอยังคงดังขึ้นเรื่อย ๆ จนคนที่นอนหลับอยู่รู้สึกตัว
“ยายเป็นอะไรคะ”
“แค่ไอนิดหน่อย”
“ไม่นิดหน่อยแล้วค่ะ หนูว่าไปโรงพยาบาลดีกว่า ยายหน้าซีดมากเลย”
“นอนพักสักหน่อยเดี๋ยวก็หาย”
“ไม่ได้ค่ะ หนูว่าไปเลยดีกว่า”
ในที่สุดหญิงชราก็ยอมแพ้ให้กับลูกตื๊อของหลานสาว เธอยอมให้รสิตาพาไปโรงพยาบาล
ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังเดินออกไปเพื่อรอรถเป็นเวลาเดียวกันกับรถซีดานสีดำขลับกำลังเคลื่อนตัวออกจากบ่อนคาสิโนพอดี รถคันดังกล่าวจึงเลี้ยวมาจอดอยู่ตรงหน้าของรสิตาและหญิงชรา
“นายถามว่าจะไปไหนกัน”
หลังกระจกรถเลื่อนลงราเชนทร์ก็โผล่หน้าออกมาถาม
“ไปโรงพยาบาล” รสิตาตอบกลับไป แต่สายตากลับมองไปยังถนนเผื่อว่าจะมีรถแท็กซี่ผ่านมาตอนนี้
“ไปโรงพยาบาลครับนาย” ราเชนทร์หันไปบอกรณกรที่นั่งอยู่ตรงเบาะหลัง
“ได้ยินแล้ว”
“ออกรถเลยมั้ยครับ”
“รับไปด้วย เราผ่านโรงพยาบาลพอดี”
“มะ...” เพียงแค่อ้าปากจะพูดแย้งแต่ก็โดนสายตาพิฆาตจ้องมองมา จึงทำให้ราเชนทร์รีบหุบปากลง “มาขึ้นรถ”
ราเชนทร์กวักมือเรียกสองยายหลาน
“ไม่เป็นไรค่ะ แท็กซี่มาพอดีเลย ขอบคุณมากนะคะ”
รสิตาพายายของเธอไปที่รถแท็กซี่ที่จอดรออยู่ รณกรมองตามจนรถแท็กซี่คันนั้นขับห่างออกไป เขาได้แต่กำหมัดแน่นรู้สึกเจ็บใจที่รสิตาปฏิเสธน้ำใจของเขา
คืนนี้หญิงชราเลยต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อรอดูอาการ หากไม่เป็นอะไรมากหมอก็จะให้กลับบ้านในวันรุ่งขึ้น
บนโต๊ะอาหาร ที่วันนี้พิเศษกว่าทุก ๆ วัน เพราะมีหนุ่มน้อยหน้ามน 4 ชีวิตนั่งเรียงหน้ากันอยู่ฝั่งตรงข้ามของรสิตาและรมิดา แต่เจ้าของบ้านอย่างรณกรไม่ได้รู้สึกพิเศษเลยแม้แต่น้อย มันเป็นความรู้สึกไม่ชอบใจมากกว่าที่มีหนุ่มแปลกหน้าถึงสามคนมานั่งประจันหน้าลูกสาวของเขา “ทานกันเยอะ ๆ เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ” รสิตาบอกเด็กหนุ่มทั้งสาม “ครับคุณน้า” “รีบ ๆ กินแล้วก็ขึ้นห้องไปนอนได้แล้ว” รณกรพูดเสียงเข้ม “หะ” สามหนุ่มอุทานออกมาพร้อมกัน แทนที่จะหันมองหน้าคนที่พูดแต่กลับหันไปมองรวิกรเป็นตาเดียวเพื่อขอคำอธิบาย “เอ่อ” รวิกรยิ้มแหย ๆ ให้เพื่อนทั้งสาม เขาเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ดี อาการหวงลูกสาวของพ่อคงจะกำเริบอีกแล้ว “ยังไม่หนึ่งทุ่มเลยนะครับป๊า” “เมญ่าก็รีบกินแล้วขึ้นไปอ่านหนังสือ” “ป๊า ญ่าปิดเทอมอยู่นะคะ” เธอพูดเตือนสติพ่อของเธอ “อ่านของเทอมหน้าไง” รณกรเฉไฉไปเรื่อย “คุณคะ” “ว่าไงครับ” ทันทีที่ภรรยาเรียก น้ำเสียงของเขาก็ดูเปลี่ยนไป “รีบทานเถอะค่ะ” “ทำไมเหรอ”
ใต้ต้นไม้ใหญ่ ภายในรั้วบ้านตรงม้านั่งสีขาว มีเด็กสาววัย 16 ปีกำลังนั่งอ่านหนังสือ ความน่ารักของเธอทำให้คนที่ได้พบเจอตกหลุมรักอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว เพราะเหตุผลนี้การเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้านจึงทำให้เธอใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก “เมญ่า” เมญ่า หรือรมิดา ลูกสาวคนเล็กของรณกรและรสิตา เธอเป็นเด็กผู้หญิงผิวขาว แก้มป่อง จมูกกับตาได้พ่อส่วนโครงหน้าและปากได้แม่มา เพราะเป็นลูกสาวคนเดียว เธอเลยถูกประคบประหงมเป็นพิเศษ และยิ่งไปกว่านั้นด้วยความที่พ่อหวงมากเธอจึงถูกส่งไปเรียนโรงเรียนหญิงล้วน “คะหม่าม๊า” “ยกขนมไปให้พี่มาร์ตินที่ห้องหน่อย” “ได้ค่ะ” รมิดาลุกจากเก้าอี้แล้วเดินเข้าไปหาแม่ในครวทันที เป็นปิดเทอมแรกในรั้วมหาวิทยาลัยของรวิกร ดูเหมือนเขาจะสนุกกับสิ่งที่ตัวเองเลือก แม้สาขาวิชาที่เขาเรียนจะได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจของครอบครัว แต่ทุกคนก็สนับสนุนเขาอย่างเต็มที่ รมิดาถือจานขนมเดินขึ้นไปยังห้องของพี่ชาย นี่เป็นครั้งแรกที่เธอถูกวานให้นำขนมมาให้พี่ชาย หลังจากที่เมื่อตอนเธออายุได้ 10 ขวบ ตอนนั้นพี่ชายพาเพื่อนมาที่บ้านเธออาสาถือ
บนชายหาดที่มีแสงแดดอ่อน ๆ และเกลียวคลื่นซัดขึ้นมาบนหาดทราย น้ำทะเลสีฟ้าที่กำลังกระทบแสงทำให้บนผิวน้ำระยิบระยับราวกับมีกลุ่มของดวงดาวอยู่บนนั้น เพราะเลือกมาเที่ยวหาดที่มีความเป็นส่วนตัวสูงจึงทำให้ไม่มีผู้คนพลุกพล่านมากนัก นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขามาเที่ยวกันแบบครอบครัวภาพเด็กน้อยกำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน ทำคนเป็นปู่ ย่า และทวด ต่างนั่งมองด้วยความสุข ตั้งแต่รสิตาคลอดรวิกรออกมาพวกเขาก็ไม่ยอมเจ็บยอมป่วย คงเป็นเพราะอยากอยู่ชื่นชมเด็กน้อยไปนาน ๆ“ป๊า” เด็กน้อยวิ่งไปหาผู้เป็นพ่อที่กำลังนั่งอาบแดดอยู่ไม่ไกลจากที่เขาวิ่งเล่นมากนักชายหนุ่มที่ใส่เพียงแค่กางเกงขาสั้น ส่วนท่อนบนเปลือยเปล่าโชว์ซิกแพ็คก้อนโต แว่นตาแบรนด์ดังที่ประดับอยู่บนใบหน้ายิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้แก่ผู้สวมใส่ ไม่พ้นที่ใครเดินผ่านก็ต่างพากันหันมอง แต่กลับไม่มีใครได้อยู่ในสายตาของเขา เพราะแววตาภายใต้แว่นดำนั้นกลับมีแต่ภาพหญิงสาวที่ใส่ชุดว่ายน้ำทูพีชแบบเซ็กซี่เปิดช่วงอก และกลางลำตัว เขาแอบหวงเธออยู่ลึก ๆ ตั้งใจจะห้ามไม่ให้เธอใส่ แต่สุดท้ายก็ข่มใจไว้ ไม่พูดออกไป “ว่าไงครับ” แต่ก็ยังมีคนสำคัญอีกคนที่สามารถทำให้เขาละสายตาจากภร
หลายคนมักจะพูดว่า เวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยน คำนี้มักจะใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย สำหรับหญิงสาวที่เธอต้องหลับไปพร้อมกับลูกชายมาหลายคืนแล้ว เพราะสามีของเธอไม่ยอมกลับบ้าน โทรไปก็ติดต่อไม่ได้เหมือนเขามีเรื่องอะไรปิดบังเธอไว้ เธอจะทำอะไรได้หากเขาจะเปลี่ยนไป “ม๊าฮะ” เด็กน้อยวัยสามขวบวิ่งเข้ามาหาผู้เป็นแม่ “ป๊าไปไหนฮะ” “ป๊าไปทำงานครับ” นี่คือคำที่รสิตาบอกลูกชายมาตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา “คิดถึงป๊า” “ม๊าก็คิดถึง” เพราะเธอก็คิดถึงพ่อของลูกมากเช่นกัน “ไปหาป๊า” เด็กน้อยชูมือสองข้างขึ้นเพื่อให้ผู้เป็นแม่อุ้ม “คืนนี้มาร์ตินนอนกับย่านะ เดี๋ยวม๊าจะไปพาป๊ากลับมาให้” เธอคิดไว้ว่าถ้าภายในเย็นนี้หากสามีของเธอไม่กลับมา เธอจะไปตามหาเขา “ฮะ” คืนนั้นรสิตาให้แม่ของรณกรเอาหลานไปนอนด้วย พอเวลาสองทุ่มตรงเธอก็จัดการเปลี่ยนชุดแล้วแอบออกไปทางหลังบ้าน เพื่อไม่ให้ลูกน้องเห็น ที่เธอต้องทำแบบนี้ เพราะว่าหลายครั้งที่เธอพยายามออกไปหารณกร ลูกน้องก็มักจะเข้ามาขวางแล้วบอกเธอว่ารณกรสั่งไว้ ไม่อนุญาตให้ออกไปไหน รสิตาไปจนถึงคาสิโน
ณ.ย่านการค้าในตัวเมือง หลังจากที่รณกรเสร็จธุระ เขาสั่งให้ลูกน้องจอดรถในขณะที่กำลังผ่านร้าน ๆ หนึ่ง “นายจะทำอะไรครับ” เอกสิทธิ์ถามด้วยความแปลกใจ “มาจองชุด” เขาตอบขณะกำลังเดินเข้าร้านไป “จองชุด ให้ใครครับ นายจะไปงานแต่งเหรอ” เอกสิทธิ์รีบเดิมตามไป พร้อมยังตั้งคำถามกับเจ้านาย “เปล่า ฉันจะแต่งงาน” “หา!! ตะ...แต่งงาน แต่งกับใครครับ” คำตอบของรณกรทำเอกสิทธิ์ปากค้าง เขาพยายามตั้งสติ นี่เขาไม่ได้หูฝาดไปใช่มั้ย “ก็เมียฉันนะสิ” “เมียนาย คนไหนครับ” “มึงอยากตายหรือไง” รณกรหยุดเดินแล้วหันกลับมาทำตาเขียวใส่อกสิทธิ์ “พูดเหมือนฉันมีหลายคน อย่าไปพูดแบบนี้ให้รสิตาได้ยินเป็นอันขาดนะ” “คะ...ครับ” คราวนี้สมภพรู้แล้วว่าเมียที่รณกรหมายถึงคือใคร หลังจากรณกรเข้าไปในร้านได้ไม่นาน สาวๆ พนักงานต่างก็รีบเข้ามาต้อนรับมาเฟียหนุ่ม ความหล่อของเขาทำสาว ๆ ในร้านต่างพากันเพ้อฝัน “คุณลูกค้าหาชุดแบบไหนคะ” “ชุดแต่งงาน” “ถ้าเป็นชุดเจ้าบ่าวเชิญทางนี้ค่ะ” “อยากดูช
หลังส่งลูกน้อยเข้านอน รสิตาก็ขึ้นมานั่งบนเตียงกว้างที่มีผู้เป็นสามีนอนรออยู่ก่อนแล้ว เธอขยับเข้าไปใกล้เขาแล้วซบลงบนอกแกร่งนั้น “เลี้ยงลูกเหนื่อยหรือเปล่า ให้ฉันจ้างคนมาช่วยเลี้ยงมั้ย” นี่เป็นคำถามครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ตั้งแต่เธอคลอดลูกชายให้เขา รณกรมักจะเป็นห่วงสุขภาพของรสิตา กลัวว่าเธอจะพักผ่อนไม่เพียงพอ เขาจึงอยากจ้างคนมาช่วยเลี้ยง แต่รสิตาก็ปฏิเสธตลอด “ไม่ต้องหรอกค่ะ ตอนกลางวันยายของฉันก็อยู่ ไหนจะคุณแม่กับคุณพ่อของคุณที่แวะเวียนมาไม่หยุดอีก กลางวันฉันแทบจะไม่ต้องเลี้ยงเองเลยค่ะ” “เมื่อไหร่ฉันจะได้ของ ๆ ฉันคืน”“ของอะไรคะ” รสิตาเอียงคอถาม เธอไม่เข้าใจว่าของที่สามีพูดถึงคืออะไร “นี่ไง” รณกรจิ้มไปที่อกกลมที่มันใหญ่กว่าเดิมเป็นสองเท่า เพราะรสิตากำลังเป็นคุณแม่ลูกอ่อนที่ต้องให้นมบุตร “นั่นลูกคุณนะคะ” “ลูกก็เถอะ ถ้ามาแย่งของรักของหวงฉันก็ไม่ยอม” “ไม่งอแงนะคะ อีกไม่นานมาร์ตินก็หย่านมแล้ว ถึงตอนนั้นมันก็จะกลับมาเป็นของคุณ” รสิตาพยายามอธบายให้สามีเข้าใจ “แต่ผมอยากได้คืนตอนนี้” “ค







![NightZ [III] RASCAL MAFIA](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)