INICIAR SESIÓNหลายวันต่อมา รสิตายังคงไปทำงานปกติ เธอไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพียงแต่รู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องของรณกรก็แค่นั้น เรื่องนี้กวนใจเธออยู่ตลอดเวลา ถึงแม้รณกรจะเป็นเจ้านายแต่เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะมาทำแบบนี้กับเธอ
“เป็นอะไร” เอมิกาเดินเข้ามาถาม “เห็นเอาแต่มองไปด้านบน”
“หงุดหงิดค่ะพี่” เมื่อนึกถึงรณกรเธอก็จะหงุดหงิดทุกครั้ง เพราะเธอโตมาก็เกือบจะ 30 ปี แล้ว ยังไม่เคยเจอผู้ชายที่กล้าชวนเธอขึ้นเตียงเหมือนมาเฟียหื่นกามคนนี้เลย
“เรื่องอะไร”
“ก็เจ้าพ่อมาเฟียนั่นนะสิ บ้าอำนาจมาก”
“คุณกรทำอะไร” เธอมีท่าทีตกใจ “พี่บอกแล้วว่าถ้าไม่จำเป็นอย่าเข้าใกล้”
“ก็ไม่อยากเข้าใกล้หรอกค่ะ มันเป็นอุบัติเหตุ” รสิตาบอก
“อย่าบอกว่าโดนลากขึ้นเตียงแล้ว” เอมิกาเอามือสองข้างปิดปากตัวเอง
“คิดไปไกลแล้วพี่” รสิตารีบแย้ง เพราะเธอเองก็ไม่อยากให้เอมิกาเข้าใจอะไรผิด ๆ
“รอดมาได้ไง ปกติถ้าอยากนอนกับใครก็ไม่มีใครกล้าขัด”
นี่คือความเป็นจริงที่ใคร ๆ ต่างก็รู้ เพราะรณกรไม่เคยปล่อยให้เหยื่อรอดมาได้สักครั้ง
“ไม่รู้สิ หนูคงไม่ดึงดูดเหมือนสาว ๆ พวกนั้นมั้ง” รสิตาพูดให้เป็นเรื่องตลก เพราะเธอไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรมาลบล้างนอกจากมองว่าเธอไม่เช็กซี่พอ
“หุ่นแบบนี้” เอมิกาทำมือเป็นรูปนาฬิกาทรายตามรูปร่างของรสิตา “ไม่ดึงดูดพี่ก็ไม่รู้จะพูดว่าอะไรแล้ว”
“ช่างเถอะค่ะ อย่าไปพูดถึงเลย หนูคงพิเศษกว่าใคร ๆ ถึงรอดมาได้”
“เดี๋ยวพี่รับแขกก่อน” เอมิกาพูดจบก็เดินไปควงแขนแขกประจำที่มักจะใช้บริการเธออยู่บ่อย ๆ
รสิตามองตามหลังไป ก่อนที่เธอจะเดินกลับไปตรงเคาน์เตอร์บาร์
“อ่ะ”
ทันทีที่รสิตาเดินไปถึงจักรพงศ์ก็ยื่นบางอย่างให้เธอ เธอมองด้วยความแปลกใจก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อรู้ว่าของสิ่งนั้นคืออะไร
“เจอที่ไหนคะ”
“มีคนเอามาฝากไว้”
“ดีจัง ต่อไปก็ไม่ต้องเสียค่าปรับแล้ว”
รสิตารับป้ายชื่อมาติดไว้ เธอก็ไม่ได้เซ้าซี้ถาม เพราะเข้าใจว่าคงจะเป็นลูกค้าในร้านที่เก็บได้แล้วเอามาคืน
หลังจากรสิตาเลิกงานไม่นานเธอก็ใช้เส้นทางเดิมในการกลับที่พัก วันนี้เธอก็ยังมีอาหารติดมือกลับมาให้ยายเหมือนทุก ๆ วัน
แกร็ก!!
“กลับมาแล้วเหรอ”
“ทำไมยังไม่นอนคะ หนูบอกยายแล้วว่าไม่ต้องรอหนู ยิ่งช่วงนี้ยายสุขภาพไม่ค่อยดีอยู่ นอนดึกจะไม่สบายเอานะคะ” รสิตาเอ็ดยายของเธอเบา ๆ
“ยายนั่ง ๆ นอน ๆ ทั้งวันแล้ว”
“หนูขอโทษนะที่ทำให้ยายต้องเป็นแบบนี้” รสิตาเดินเข้าไปกอดยายของเธอ
“ไม่เป็นไรหรอกลูก อย่าคิดมาก แค่เรายังมีลมหายใจก็ดีแค่ไหนแล้ว” หญิงชราไม่อยากให้หลานคิดมาก
“หนูสัญญาว่าถ้ามีเงินเยอะๆ หนูจะพายายไปจากทีนี่ ไปให้ไกลจากพวกมันค่ะ” รสิตาตั้งใจไว้แบบนั้น
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“ใครมา” หญิงชราหันมาถามหลานสาว
“ยายไปหลบหลังตู้ก่อนนะคะ” รสิตาก็ไม่รู้ว่าใคร แต่เธอต้องให้ยายไปหลบก่อนเพื่อความปลอดภัย
ปัง! ปัง! ปัง!
เมื่อยังไม่มีคนมาเปิดคนที่อยู่ด้านนอกเลยเปลี่ยนจากเคาะเป็นทุบประตู
แกร๊ก!!
ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่ออยู่ ๆ คนที่อยู่ด้านนอกก็ไขกุญแจเข้ามาอย่างง่ายดาย เธอตั้งการ์ดเตรียมรับมือ
“จะเอาอีกมั้ยประตูน่ะ” ทันทีที่เดินเข้ามารณกรก็ถามด้วยความหงุดหงิด เพราะรู้ว่ามีคนอยู่ในห้อง แต่ไม่ยอมมาเปิด
“คุณรณกร”
“เออ ฉันเอง” เขายังหงุดหงิดอยู่
“คุณมีธุระอะไรคะ” รสิตาพยายามถามอย่างใจเย็น เพราะเธอก็มองออกว่ารณกรกำลังอารมณ์เสีย
“เปล่า แค่มาตรวจดูความเรียบร้อย” รณกรอ้าง
“มาเฟียนี่เขาไม่หลับไม่นอนกันเหรอคะ” รสิตาก็อดไม่ได้ที่จะไม่เหน็บแนมเขา
“หึ...อยากเปลี่ยนที่นอน” รณกรแสยะยิ้ม
“คุณหยุดพูดนะ” รสิตายกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะไปตรงปากของตัวเอง เธอรู้ความหมายคำพูดของรณกร เธอไม่อยากให้ยายได้ยิน
“ทำไม” รณกรเดินเข้าไปประชิดตัวรสิตา แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อรสิตาไม่ได้ขัดขืนหรือถอยหนีแต่กลับเดินเข้าใกล้เขาจนไม่เหลือช่องว่าง
“คุณ” คราวนี้รสิตากระซิบจนรณกรเองก็สงสัย เขาก้มมองหน้าเธอ “คุณอย่าเสียงดังเดี๋ยวยายของฉันตกใจ”
รณกรมองไปรอบ ๆ ห้องทันที แววตานักล่าก่อนหน้านี้เปลี่ยนไป เมื่อสายตาของเขาไปสะดุดเข้ากลับใครคนหนึ่งที่กำลังแอบอยู่หลังตู้
“ออกมาเถอะ” เขาเอ่ยเสียงเรียบพลางขยับถอยห่างจาก รสิตาหนึ่งก้าว
“ยาย ออกมาเถอะค่ะ ไม่มีอะไรแล้ว” รสิตาหันไปพูดซ้ำ
แล้วหญิงชราก็เดินออกมาจากหลังตู้ รณกรจำหน้าหญิงชราได้ แสดงว่ารสิตาก็คือเด็กสาวที่เขาเห็นในคืนนั้นขณะที่เขากำลังรีบออกไปจากร้าน
“ยายคะ” รสิตรีบเดินเข้าไปหายายของเธอ “นี่คุณรณกรค่ะ เจ้าของที่นี่”
“สวัสดีค่ะคุณรณกร” หญิงชรารีบยกมือไหว้ ส่วนรณกรก็พยักหน้าตอบ
“เธออยู่กับยายสองคนเหรอ” รณกรหันไปถามรสิตา
“ใช่ค่ะ”
รณกรกวาดสายมองไปรอบ ๆ ในห้องมีแค่ตู้เสื้อผ้า เตียงและชั้นวางของเล็กๆ หนึ่งอัน
‘ห้องเล็กแค่นี้อยู่กันสองคน เตียงก็แคบจะนอนยังไง’ เขาคิดในใจ
“คุณมีอะไรจะใช้ฉันหรือเปล่าคะ”
“เปล่า ฉันแค่ผ่านมา เคาะแล้วไม่เปิดคิดว่าเป็นอะไรเลยลองไขกุญแจเข้ามาดู” รณกรโกหกคำโต จริงๆ เขาตามรสิตามาตั้งแต่ตอนที่เธอเลิกงานแล้ว เพราะตอนที่เธอออกทางด้านหลังเขาบังเอิญเห็นเข้าพอดี แต่เพราะเธอวิ่งไวมากเขาเลยเรียกไว้ไม่ทัน
สิ่งที่เขาคิดไว้ทั้งหมดต้องพังลงเมื่อได้รู้ว่าในห้องนี้มีหญิงชราอาศัยอยู่ด้วย อย่างน้อยเขาก็เป็นลูกผู้ชายพอที่จะไม่ข่มขู่รสิตาต่อหน้าหญิงชรา
กลางดึกคืนเดียวกันนั้นหญิงชรามีอาการเหนื่อยมากกว่าปกติ เธอพยายามไม่เสียงดังเพราะกลัวว่าหลานจะตื่น
“แค๊ก ๆ ๆ” เสียงไอยังคงดังขึ้นเรื่อย ๆ จนคนที่นอนหลับอยู่รู้สึกตัว
“ยายเป็นอะไรคะ”
“แค่ไอนิดหน่อย”
“ไม่นิดหน่อยแล้วค่ะ หนูว่าไปโรงพยาบาลดีกว่า ยายหน้าซีดมากเลย”
“นอนพักสักหน่อยเดี๋ยวก็หาย”
“ไม่ได้ค่ะ หนูว่าไปเลยดีกว่า”
ในที่สุดหญิงชราก็ยอมแพ้ให้กับลูกตื๊อของหลานสาว เธอยอมให้รสิตาพาไปโรงพยาบาล
ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังเดินออกไปเพื่อรอรถเป็นเวลาเดียวกันกับรถซีดานสีดำขลับกำลังเคลื่อนตัวออกจากบ่อนคาสิโนพอดี รถคันดังกล่าวจึงเลี้ยวมาจอดอยู่ตรงหน้าของรสิตาและหญิงชรา
“นายถามว่าจะไปไหนกัน”
หลังกระจกรถเลื่อนลงราเชนทร์ก็โผล่หน้าออกมาถาม
“ไปโรงพยาบาล” รสิตาตอบกลับไป แต่สายตากลับมองไปยังถนนเผื่อว่าจะมีรถแท็กซี่ผ่านมาตอนนี้
“ไปโรงพยาบาลครับนาย” ราเชนทร์หันไปบอกรณกรที่นั่งอยู่ตรงเบาะหลัง
“ได้ยินแล้ว”
“ออกรถเลยมั้ยครับ”
“รับไปด้วย เราผ่านโรงพยาบาลพอดี”
“มะ...” เพียงแค่อ้าปากจะพูดแย้งแต่ก็โดนสายตาพิฆาตจ้องมองมา จึงทำให้ราเชนทร์รีบหุบปากลง “มาขึ้นรถ”
ราเชนทร์กวักมือเรียกสองยายหลาน
“ไม่เป็นไรค่ะ แท็กซี่มาพอดีเลย ขอบคุณมากนะคะ”
รสิตาพายายของเธอไปที่รถแท็กซี่ที่จอดรออยู่ รณกรมองตามจนรถแท็กซี่คันนั้นขับห่างออกไป เขาได้แต่กำหมัดแน่นรู้สึกเจ็บใจที่รสิตาปฏิเสธน้ำใจของเขา
คืนนี้หญิงชราเลยต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อรอดูอาการ หากไม่เป็นอะไรมากหมอก็จะให้กลับบ้านในวันรุ่งขึ้น
“เห็นรสิตามั้ยครับ” หลังกลับขึ้นไปไม่นานรณกรก็สั่งให้บดินทร์มาตามรสิตา“ทำไม่เหรอ” จักรพงศ์สงสัยเพราะคิดว่าบดินทร์ถามหาเอง“นายเรียกพบครับ”“ไม่เห็นนะ” จักรพงศ์กวาดสายตามองโดยรอบก่อนจะตอบ “ขึ้นไปก่อน เดี๋ยวฉันไปดูให้”จักรพงศ์ลองเดินมาจนถึงห้องพักของพนักงาน ก็เห็นว่าไฟในห้องพักของรสิตาเปิดอยู่ เขาเลยมั่นใจว่าเธอต้องอยู่ในห้องแน่ๆก๊อกๆๆๆๆแกร๊ก!!เพียงไม่นานประตูก็ถูกเปิดออกโดยคนที่อยู่ด้านใน“พี่โจ” รสิตาทำหน้าแปลกใจที่เห็นจักรพงศ์มาอยู่ที่นี่“ทำอะไรน่ะ” จักรพงศ์เอ่ยถามเมื่อเห็นกระเป๋าเป้วางอยู่“เก็บของค่ะ”“จะไปไหน”“ยังไม่รู้เลยค่ะ” ขณะพูดไปเธอก็เก็บของใส่กระเป๋าไป“พี่ไม่เข้าใจ” พอรสิตาตอบแบบนั้นจักรพงศ์ก็เลยสงสัย เขาคิดว่ารสิตาจะไปเฝ้ายายที่โรงพยาบาลซะอีก“ก็หนูโดนไล่ออกแล้วไม่ใช่เหรอคะ”“คุณกรยังไม่พูดอะไรสักคำเลย” จักรพงศ์รับรู้ได้ในทันทีว่าคงเป็นตอนที่รณกรพูดกับวันชัยแน่นอน รสิตาตีความไปเองว่ารณกรไล่เธอออก“แต่...”“ช่างเถอะ ตอนนี้คุณกรเรียกพบรีบไปเถอะ”คำว่าโดนเรียกพบทำเธอหายใจไม่ทั่วท้อง ใช่ว่าสามวันมานี้เธอจะลืมเหตุการณ์วันนั้นไป เธอแค่โชคดีที่ไม่ได้เจอเขาเลยตั้งแต่วันนั้
สามวันต่อมา ขณะที่รณกรเข้ามาในคาสิโนเขากวาดสายตามองหาพนักงานสาวที่เขาไม่เจอหน้ามาสามวันแล้ว หลังจากที่เธอได้เงินของเขาไป เขาจึงคิดไปว่าบางทีเธออาจจะเชิดเงินหนีเขาไปแล้ว“เรียกคุณโจมาพบฉันหน่อย” เขาหันไปใช้ลูกน้องขณะกำลังเดินเข้าห้องทำงาน“ครับนาย”เพียงไม่นานจักรพงศ์ก็มาพบรณกรที่ห้อง“สวัสดีครับคุณกร มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ”“มีพนักงานคนไหนลาออกไปแล้วบ้าง”“ไม่มีนี่ครับ”“แล้วมีพนักงานคนไหนหยุดงานบ่อย ๆ บ้าง”“ไม่มีครับ”“แล้วมีพนักงานคนไหนที่ไม่มาทำงานติดต่อกันสามวันบ้าง”“คุณกรหมายถึงใครครับ” ตอนนี้จักรพงค์เริ่มเอะใจแล้วว่าคนที่รณกรพยายามพูดถึงใช่คนเดียวกันกับที่เขาคิดหรือเปล่า“เปล่า” รณกรเลือกที่จะไม่พูดออกไป “คุณโจกลับไปทำงานต่อเถอะครับ ผมไม่รบกวนแล้ว”“ครับคุณกร” จักรพงศ์ตอบรับแบบงง ๆ เขาหมุนตัวเพื่อจะเดินออกจากห้องไป แต่ขณะที่จับลูกบิดประตูเขากลับนึกอะไรขึ้นมาได้ “คุณกรครับ”“ว่าไง” เขาขานรับโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมอง“คือที่คุณเคยสั่งไว้ เรื่องของรสิตา” ขณะพูดก็สังเกตท่าทางของรณกรไปด้วยคราวนี้รณกรละสายตาจากเอกสารตรงหน้าขึ้นมามองจักรพงศ์ แล้วรอฟังว่าจักรพงศ์จะพูออะไรต่อ“เ
“ตัวเธอ” เขาไม่อ้อมค้อมเพราะนี่คือสิ่งที่เขาคิดไว้“แล้วฉันจะมั่นใจได้ยังไงว่าฉันจะได้เงินก้อนนั้นทันทีหลังจากที่คุณได้ตัวฉันไปแล้ว”รณกรยิ้มมุมปาก จนรสิตาเองก็รู้สึกขนลุกครืด!!เสียงลิ้นชักที่ถูกดึงออกมา ในนั้นมีสมุดเช็คอยู่ รณกรหยิบมันขึ้นมาแล้วเขียนตัวเลขจำนวนหกหลักลงไป ก่อนจะจบด้วยลายเซ็นของเขารสิตามองการกระทำนั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัว เวลานี้เธอควรจะดีใจหรือเสียดี เธอกำลังได้เงินไปช่วยยาย ในขณะที่ตัวเธอเองก็กำลังจะโดนย่ำยี“มารับไปสิ” เขาชูเช็คในมือขึ้นรสิตานิ่งไป เธอกำมือแน่นสุดท้ายเธอก็ต้องพ่ายแพ้ให้เขาอย่างนั้นเหรอครืด!!เสียงลิ้นชักโดนเปิดออกอีกครั้ง“ถ้าไม่เอาฉันก็จะเก็บ” รณกรขู่เมื่อไม่มีทางเลือกรสิตาก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหารณกรตรงเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่ ท่าทางประหม่าของรสิตาทำให้รณกรยิ้มมุมปาก“นั่งสิ”เมื่อถูกสั่งให้นั่งรสิตาก็หันซ้ายหันขวามองว่าเขาจะให้เธอนั่งตรงไหน“จะไปไหน” เมื่อเห็นว่ารสิตาหมุนตัวจะเดินไป รณกรก็เรียกขึ้น“ไปเอาเก้าอี้ค่ะ”“ฉันหมายถึงนั่งตรงนี้” เขาตบลงไปบนตัก“ทะ...ทำไมต้องนั่งตรงนั้นด้วยล่ะ” รสิตาขยับถอยหนึ่งก้าว หน้าของเธอก็เห่อร้อนขึ้นมาเมื่อนึกถึงตอ
ตอนเย็นรสิตากลับมาที่คาสิโนเพื่อเข้างานในกะของเธอ“เป็นไงบ้าง” เอมิกาถามขึ้นเมื่อรสิตาเดินไปเสิร์ฟเครื่องดื่มให้ลูกค้า“เรียบร้อยดีค่ะ ขาดก็แค่....” รสิตาหน้าเศร้าลง“อะไร”“เงินค่ะ ต้องใช้เงินเยอะเลย”“เอาไงล่ะทีนี้”“พี่เฟิร์สมีที่ไหนแนะนำมั้ยคะ ที่ ๆ หาเงินง่าย ๆ หน่อยภายในคืนนี้ได้ยิ่งดี”“โห คืนนี้เลยเหรอ มันก็มีแหละ แต่...” แต่เธอไม่อยากให้รสิตาทำ“อะไรคะ”“ขายตัวให้เสี่ย” เธอกระซิบ“มีวิธีที่ดีกว่านี้มั้ยคะ” รสิตาก็ไม่ได้มีท่าทีตกใจ แต่เธออยากให้วิธีนี้เป็นวิธีสุดท้าย“ไม่มีหรอก ถ้าต้องการเงินเยอะขนาดนั้น” เอมิกาก็ไม่รู้ว่าจะมีวิธีไหนที่จะได้เงินไวเท่าวิธีนี้“หนูจะทำไงดี”“มีอีกวิธี ไม่รู้ว่าริบบิ้นจะกล้ามั้ย” เอมิกานึกขึ้นได้“อะไรคะ” เธอรอคำตอบอย่างมีความหวัง และเหมือนกับว่าเธอกำลังเจอแสงสว่าง“คุณกร...ลองไปขอกู้ดูสิ”“ให้หนูไปตายง่ายกว่ามั้ย” ทันทีทีได้ยินชื่อมาเฟียหนุ่ม หน้าตาของรสิตาก็ดูจะสิ้นหวังลง“ไม่ตายหรอกน่า เชื่อพี่ ลึก ๆ คุณกรก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนะ ถึงแม้จะชอบทำหน้าดุ เวลาลูกน้องมีปัญหาก็มักจะยืมมือคุณโจมาช่วยตลอด ไม่ค่อยออกตัวเท่าไหร่ พี่อยากให้เราลองดู”เพราะเอมิ
หลังจากวันนั้นยายของรสิตาก็เข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง และกลางดึกของคืนหนึ่งเธอก็ต้องพายายของเธอไปโรงบาลแบบเร่งด่วนเพราะยายของเธอมีอาการเจ็บหน้าอก และเหนื่อยเพลียอย่างต่อเนื่อง ผลการวินิจฉัยของหมอในครั้งนี้สรุปว่ายายของเธอเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล แม้จะกังวลแต่รสิตาก็ทำตามที่หมอแนะนำคือต้องรักษาโดยการผ่าตัดหลังผ่าตัดได้สองวันอาการของหญิงชราก็มีอาการดีขึ้นตามลำดับ รสิตายังเทียวไปเทียวมาระหว่างคาสิโนและโรงพยาบาลเพื่อดูแลยายของเธอ“นายครับ ผมเจอคนไข้คนนึงนามสกุลเดียวกับนังตำรวจคนนั้น...ครับนาย...ผมจะรีบจัดการให้ครับ”ขณะที่รสิตากำลังเดินผ่านตรงที่บุรุษพยาบาลคนหนึ่ง นั่งคุยโทรศัพท์อยู่ เธอก็ได้ยินบทสนทนานั้นโดยบังเอิญ จึงรีบก้มหน้าลงแล้วเดินผ่านไป“คุณหมอคะ ถ้าฉันจะขอย้ายโรงพยาบาลได้มั้ย” รสิตารีบเข้าพบหมอที่เป็นเจ้าของไข้ของหญิงชราทันที“แล้วแต่ความประสงค์ของญาติเลยค่ะ” หมอพูดขณะที่ดูแฟ้มประวัติของคนไข้ “แต่หมอแนะนำว่าให้ยืดเวลาออกไปก่อน เพราะตอนนี้คนไข้ยังไม่เหมาะที่จะเคลื่อนย้ายเพราะเพิ่งได้รับการผ่าตัดมาใหม่ๆ”“แต่ฉันจำเป็นจริงๆ นะคะ”“ถ้าอย่า
หลายวันต่อมา รสิตายังคงไปทำงานปกติ เธอไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพียงแต่รู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องของรณกรก็แค่นั้น เรื่องนี้กวนใจเธออยู่ตลอดเวลา ถึงแม้รณกรจะเป็นเจ้านายแต่เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะมาทำแบบนี้กับเธอ“เป็นอะไร” เอมิกาเดินเข้ามาถาม “เห็นเอาแต่มองไปด้านบน”“หงุดหงิดค่ะพี่” เมื่อนึกถึงรณกรเธอก็จะหงุดหงิดทุกครั้ง เพราะเธอโตมาก็เกือบจะ 30 ปี แล้ว ยังไม่เคยเจอผู้ชายที่กล้าชวนเธอขึ้นเตียงเหมือนมาเฟียหื่นกามคนนี้เลย“เรื่องอะไร”“ก็เจ้าพ่อมาเฟียนั่นนะสิ บ้าอำนาจมาก”“คุณกรทำอะไร” เธอมีท่าทีตกใจ “พี่บอกแล้วว่าถ้าไม่จำเป็นอย่าเข้าใกล้”“ก็ไม่อยากเข้าใกล้หรอกค่ะ มันเป็นอุบัติเหตุ” รสิตาบอก“อย่าบอกว่าโดนลากขึ้นเตียงแล้ว” เอมิกาเอามือสองข้างปิดปากตัวเอง“คิดไปไกลแล้วพี่” รสิตารีบแย้ง เพราะเธอเองก็ไม่อยากให้เอมิกาเข้าใจอะไรผิด ๆ“รอดมาได้ไง ปกติถ้าอยากนอนกับใครก็ไม่มีใครกล้าขัด”นี่คือความเป็นจริงที่ใคร ๆ ต่างก็รู้ เพราะรณกรไม่เคยปล่อยให้เหยื่อรอดมาได้สักครั้ง“ไม่รู้สิ หนูคงไม่ดึงดูดเหมือนสาว ๆ พวกนั้นมั้ง” รสิตาพูดให้เป็นเรื่องตลก เพราะเธอไม่รู้จะหาเหตุผลอ







