ログインหลิวฟางเซียนเคยโง่งมดื่มชาพิษที่ชายคนรักมอบให้เพื่อพรากชีวิตมาแล้วคราหนึ่ง ทว่านางกลับรอดชีวิตมาอย่างปาฏิหาริย์ ครานี้นางจะใช้ชีวิตต่อไปเพื่อครอบครัวที่รักนางและตัดใจจากความรักที่เป็นไปไม่ได้เสียที... 'พี่หย่งฉี...ระหว่างข้ากับท่านขอให้สิ้นวาสนากันแต่เพียงเท่านี้เถิด สตรีที่เคยรักท่านได้จากโลกนี้ไปตั้งแต่ชั่วยามก่อนแล้ว ต่อแต่นี้ ข้าคือหลิวฟางเซียนคนใหม่ คนที่หัวใจจะไม่ได้มีไว้รักท่านอีกแล้ว'
もっと見るจวนราชครู
แพขนตางอนค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างช้าๆ เผยให้เห็นดวงตาคู่งามที่เต็มไปด้วยร่องรอยของคราบน้ำตา...
หลิวฟางเซียนกวาดสายตามองไปรอบๆ กาย ยามนี้ผู้เป็นบิดาที่กุมมือเรียวข้างหนึ่งของนางเอาไว้กำลังมองมาที่นางด้วยสายตาตกตะลึง ระคนดีใจ ร่างระหงยันกายลุกขึ้นมานั่ง พลางยกมือเรียวอีกข้างแตะริมฝีปากอิ่มที่ยามนี้ยังคงมีคราบโลหิตสีเข้มติดอยู่มุมปาก
ครึ่งชั่วยามก่อน หมอหลวงที่ถูกเชิญมารักษาบุตรีคนรองของท่านราชครูหลิวยังส่ายหน้าและ กล่าวว่าสายไปเสียแล้วมิอาจรักษานางได้ นางสิ้นใจไปแล้ว
แล้วเหตุไฉน เจ้าของใบหน้างดงามนางนี้ถึงฟื้นคืนชีพได้เล่า...
ฮูหยินผู้เฒ่าที่เป็นลมล้มพับไปหลังได้รับข่าวว่าหลานรักสิ้นใจ รีบรุดมาที่เรือนหลังเล็กทันทีที่ได้รับข่าวใหม่
"เซียนเอ๋อร์ของย่า เจ้ายังไม่ตาย สวรรค์ช่างเมตตาข้านัก"หญิงชรากล่าวอย่างดีใจ สองมือเหี่ยวย่นลูบไล้ใบหน้านวลอย่างหวงแหน
"อาหลาน เจ้ารีบไปเชิญหมอหลวงมาดูอาการลูกข้า"ราชครูหลิวหันไปบอกกับบ่าวคนสนิท
"เซียนเอ๋อร์ เจ็บปวดที่ใดหรือไม่ลูกรัก" ราชครูหลิวหันมาถามบุตรสาว แม้นางจะฟื้นจากความตายมาแล้วแต่เขาไม่อาจวางใจ
หลิวฟางเซียนส่ายหน้าเบาๆ แทนคำตอบ
หมอหลวงที่ถูกเชิญมาตรวจอาการของหลิวฟางเซียนอีกครั้ง เมื่อเห็นว่านางยังไม่ตาย ก็มีท่าทีตกใจราวกับเห็นผี ถึงกระนั้นเขาก็อดทนจนตรวจนางเสร็จ
จากคำของหมอหลวงร่างกายของหลิวฟางเซียนเป็นปกติราวกับไม่เคยถูกพิษ
ทั้ง ๆ ที่ ครึ่งชั่วยามก่อนนางถูกพิษชนิดรุนแรงเล่นงานจนไร้ลมหายใจไร้สัญญาณชีพ ช่างเป็นเรื่องประหลาดนักสำหรับคนเป็นหมอมาเกินครึ่งชีวิตเช่นเขา
หลิวฟางเซียนเองก็ตกใจไม่แพ้คนทั้งหมด...
ทั้ง ๆ ที่นางจงใจดื่มมันจนหมดจอก ยาพิษนั่นอยู่ในชาชั้นดีที่บุรุษที่นางรักมอบให้ ไม่รู้ว่าเขาจะรู้หรือไม่ว่าชาพวกนั้นมีพิษปลิดชีพรุนแรงที่ทางใต้นิยมใช้
ใช่ว่านางจะไม่รู้... หลิวฟางเซียนร่ำเรียนวิชาแพทย์จากมารดามาทั้งชีวิต มีหรือที่นางจะแยกแยะไม่ออก เพียงแต่ว่าคนที่มอบความตายให้นางนั้นคือเขา เขาที่เป็นรักแรกของนาง
หลิวฟางเซียนรู้ดีว่าเรื่องระหว่างนางและเขาช่างเป็นไปได้ยาก เขาเป็นถึงชินอ๋องต่อไปอาจจะได้เป็นองค์รัชทายาท แม้ว่าการเป็นบุตรีภรรยาเอกจวนราชครูจะมิได้ต่ำต้อยไร้ค่า แต่ก็มิได้เป็นกำลังหนุนนำทางทหารหรือเอื้อผลประโยชน์ใดๆ
ฮองเฮาต้องทรงไม่ยอมแน่ เบื้องหลังของยาพิษนี้คงเป็นพระองค์ที่ประสงค์ แต่เขาล่ะเขาจะรู้หรือไม่นะ ว่าเขาได้มอบความตายให้นางแล้ว
ทั้งที่เวลานี้นางน่าจะอยู่ที่ไหนสักแห่งในปรโลก...
เหตุใดถึงยังฟื้นคืนชีพ ทั้งยังไม่หลงเหลือพิษตกค้างในร่างกาย
คงเป็นสวรรค์...ที่ไม่ยอมรับคนอกตัญญูเช่นนาง ถึงได้มีปาฏิหาริย์เช่นนี้ ลิขิตสวรรค์ยากนักที่จะฝืน
'พี่หย่งฉี...ระหว่างข้ากับท่านขอให้สิ้นวาสนากันแต่เพียงเท่านี้เถิด สตรีที่เคยรักท่านได้จากโลกนี้ไปตั้งแต่ชั่วยามก่อนแล้ว ต่อแต่นี้ ข้าคือหลิวฟางเซียนคนใหม่ คนที่หัวใจจะไม่ได้มีไว้รักท่านอีกแล้ว'
หลิวฟางเซียนได้แต่รำพึงรำพันในใจ ความรักที่เป็นดังดาบสองคมเช่นนี้ นางฝืนไว้ไม่ไหวจริงๆ
ที่เรือนใหญ่ท่านราชครูหลิว หลิวหลิ่งเหอ กำลังไต่สวนบ่าวรับใช้ที่ดูแลเรื่องอาหารและปรนนิบัติบุตรีคนรองด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว
"ท่านพ่อ ข้าตรวจสอบอาหารของน้องรองทั้งหมดแล้ว ไม่พบพิษปนเปื้อนเลยขอรับ เว้นเสียแต่..."
หลิวเฟิงเหลียน บุตรชายคนโตของท่านราชครูหลิว ขุนนางหนุ่มรูปงามผู้รั้งตำแหน่งรองเจ้ากรมอาญา กล่าวรายงานการตรวจสอบสาเหตุที่น้องสาวถูกพิษต่อบิดาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"เว้นเสียแต่อะไร" ท่านราชครูหลิวเค้นเสียงถามบุตรชาย
"เว้นเสียแต่ชาที่ชินอ๋องมอบให้น้องรอง" หลิวเฟิงเหลียนบอกผู้เป็นบิดา
"เจ้าไปนำชาเหล่านั้นมาตรวจสอบ...หากมีพิษจริงดังเจ้าคาด ข้าจะต้องไปคุยกับชินอ๋องเสียใหม่"
"ท่านพ่อขอรับ"
"มีอันใดจะบอกข้าอีกหรือ"
"เรื่องพิษ ข้าคิดว่าเราควรพูดกับน้องรองสักหน่อย นางเชี่ยวชาญวิชาแพทย์ที่ร่ำเรียนกับท่านแม่มาแต่เล็ก มีหรือพิษที่เพียงได้กลิ่นก็รู้ว่ามีพิษเช่นนั้น นางจะแยกไม่ออก ข้าคิดว่านางจงใจดื่มเข้าไปขอรับท่านพ่อ"
"แม่นาง สนใจทายปริศนาโคมไฟหรือไม่" เจ้าของแผงกล่าวเชื้อเชิญ "รางวัลคือโคมกระต่ายน้อย""ทาย! ข้าทาย!" หลิวเหมยหลินกล่าวอย่างกระตือรือร้น"อันใดหนา? ยามวาดเป็นวงกลม ยามเขียนเป็นสี่เหลี่ยม""ยามวาดเป็นวงกลม ยามเขียนเป็นสี่เหลี่ยม" ดรุณีน้อยพึมพำคิดทบทวน ก่อนจะกล่าวตอบเมื่อนึกขึ้นได้ "อ๋อ ข้ารู้แล้ว คำตอบคือ ดวงอาทิตย์ ยามวาดเป็นวงกลม ยามเขียนเป็นสี่เหลี่ยม" "ถูกต้องแม่นาง นี่รางวัลของท่าน" เจ้าของแผงว่าพลางส่งโคมไฟกระต่ายน้อยให้หลิวเหมยหลิน ก่อนจะหันมาถามหลิวฟางเซียน "แม่นางเล่าจะทายด้วยหรือไม่""ข้าทายเจ้าค่ะ" หญิงสาวตอบพร้อมรอยยิ้มบางๆเจ้าของแผงนิ่งอึ้งตกอยู่ในภวังค์ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยออกมาอย่างละล่ำละลัก "ชะ...เช่นนั้นครานี้หากท่านตอบถูกข้าจะให้ท่านเลือกโคมไฟเองดีหรือไม่""เจ้าค่ะ""อันใดหนา? คอยาว ปากเล็ก ท้องใหญ่ สวมหมวกทรงกลม ตัวห่อด้วยดอกไม้"หลิวฟางเซียนยกยิ้มน้อยๆ ก่อนกล่าวตอบ "กาน้ำชาเจ้าค่ะ""แม่นางตอบได้ถูกต้อง เชิญเลือกโคมไฟเถิด" เจ้าของแผงบอกอย่างเป็นมิตร ก่อนจะมองหญิงสาวและยิ้มอย่างแปลกใจ เมื่อนางเลือกโคมไฟเสือขาว สตรีงดงามถึงเพียงนี้กลับเลือกโคมไฟที่ดูดุดันราวบุรุษ น่าแป
"เอาเถิด บางทีพี่อาจจะเป็นหนูทดลองยาให้เจ้าปีศาจน้อยก็ได้ เพียงแต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนสักหน่อย" ประมุขหนุ่มกล่าวพร้อมยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมเฉี่ยวทอประกายอย่างเจ้าเล่ห์ "ข้อแลกเปลี่ยนอันใดหรือเจ้าคะ?""อีกสามวันจะมีงานเทศกาลหยวนเซียว เจ้าต้องไปดูโคมไฟเป็นเพื่อนพี่ ดีหรือไม่"ทันทีที่ประมุขหนุ่มกล่าวจบ หญิงสาวก็ลอบยิ้มอย่างดีใจ ข้อแลกเปลี่ยนของพี่เสือน้อยนั้น มิใช่ว่าเอื้อประโยชน์ให้นางทั้งสิ้นหรอกหรือ แค่ไปดูโคมไฟกับเที่ยวเล่น นางล้วนเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์'พี่เสือน้อย ท่านพลาดพลั้งให้แก่ข้าแล้วเจ้าค่ะ''วันนี้ยาที่ข้าจะทดสอบหาใช่ยาทั่วไป ทว่าเป็น...ยาพิษ ที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ ผู้ถูกพิษจะมีอาการหัวเราะไม่หยุด ข้าตั้งชื่อให้มันว่า...พิษหัวเราะสะท้านโลกา'"ตกลงเจ้าค่ะ ข้าจะไปชมโคมไฟกับท่าน"ปลายยามโหย่ว วันงานเทศกาลหยวนเซียวรถม้าคันใหญ่ของจวนตระกูลโม่วิ่งเข้ามาจอดหน้าจวนราชครู ก่อนที่ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคมคายรูปร่างสูงโปร่งท่าทางองอาจจะเดินลงมาจากรถม้า โดยมีชายหนุ่มอีกคนที่มีใบหน้างดงามราวกับหยกเดินตามลงมา โม่เสวี่ยหยางส่งสายตาเอือมระอามาให้น้องชาย ใจจริงประมุขหนุ่มอยากจะใช้เวลานี้กั
"เสด็จพ่อ ลูกมีเรื่องทูลขอพระองค์" ชินอ๋องกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง หลังตัดสินใจมาขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้"หย่งฉีมีอันใดจะขอเจิ้นหรือ" อวี่เหวินหย่งตี้ฮ่องเต้ บุรุษวัยสี่สิบห้าหนาวเอ่ยถามโอรสคนโตเสียงนุ่ม "ลูกอยากขอให้เสด็จพ่อมีราชโองการพระราชทานสมรสให้หลิวฟางเซียนเป็นชายารองของลูกพ่ะย่ะค่ะ""เรื่องนี้..." ฮ่องเต้เกริ่นเนิบช้าอย่างครุ่นคิด"ไม่ได้นะเพคะ" เสียงฮองเฮาดังขึ้นพร้อมบานประตูห้องทรงงานที่เปิดออก "ชินอ๋อง รู้หรือไม่ว่ากำลังทูลขอเรื่องที่ไม่สมควร""เสด็จแม่..." "หย่งฉี เจ้าเพิ่งจะแต่งคุณหนูตระกูลซูได้ไม่ถึงสองเดือน เหตุใดจึงทำเช่นนี้ เจ้าเคยคิดถึงนางหรือไม่ แล้วท่านแม่ทัพซูเล่าหากเขารู้ว่าเจ้าแต่งบุตรีเขามาทิ้งขว้างเช่นนี้ เขาจะรู้สึกเช่นไร" ฮองเฮากล่าวราบเรื่อยใจเย็น แม้ยามนี้ภายในใจจะร้อนรุ่มราวกับมีไฟมาสมอก"เจิ้นคิดเช่นเดียวกับฮองเฮา ยังไม่ครบปีต้องให้เกียรติชายาเอกเจ้ามิควรแต่งชายารองตอนนี้""แต่...""ไม่มีแต่ แม่ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าหลิวฟางเซียนนั่นมีดีอันใดนักหนา เหตุใดจึงอยากแต่งกับนางนัก"ชินอ๋องไม่ตอบ เขาได้แต่ทอดถอนใจอย่างผิดหวัง หนึ่งปีก็หนึ่งปี หวังว่าเจ้าจะรอพี่นะเซียนเอ
ทั้งสามเดินมานั่งลงที่โต๊ะอาหาร โดยมีอาจูอาจิ้นยกหม้อน้ำแกงตามมา หลิวฟางเซียนตักน้ำแกงส่งให้พี่ชายและประมุขหนุ่ม ก่อนจะตักส่วนของตัวเอง"อร่อยยิ่งนัก อาหู่ ฝีมือของเจ้าเทียบเคียงพ่อครัวในเหลาชื่อดังได้เลย" หลิวเฟิงเหลียนเอ่ยชม หลิวฟางเซียนพยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วยกับคำของพี่ชายพี่เสือน้อยของนางทำอาหารเก่งมาตั้งแต่ยังเยาว์แล้ว ด้วยมารดาของเขาทำอาหารได้อร่อยเลิศรส แม่นางน้อยยังจำได้ว่าตอนนั้นหลังจากอาการถูกพิษของฮูหยินโม่ดีขึ้น นางทำอาหารให้ทุกคนในหุบเขาไป๋ซานกินเป็นการตอบแทนที่ช่วยชีวิต อาหารมื้อนั้นช่างอร่อยเหลือเกินจนแม้กระทั่งหลิวฟางเซียนที่เป็นเด็กกินยากยังต้องขอเพิ่มข้าว "พี่เสือน้อยเจ้าคะ" แม่นางน้อยร้องเรียกประมุขหนุ่มเสียงหวาน "เซียนเอ๋อร์คิดว่าอยากจะเรียนทำอาหารกับท่าน หากกลับไปยังเมืองหลวงแล้ว พี่เสือน้อยพอจะมีเวลาสอนน้องสาวคนนี้หรือไม่""ได้สิ ถ้าเจ้าปีศาจน้อยต้องการ พี่เสือน้อยจะสอนเจ้าเอง" โม่เสวี่ยหยางรับปากเสียงนุ่ม ได้ใกล้ชิดกับนางบ่อยๆ เข้าหรือจะปฏิเสธสองพี่น้อง (ไม่แท้) คุยกันอย่างออกรสราวกับอยู่กันลำพัง คนเป็นพี่ชายแท้ๆ สายเลือดเดียวกันได้แต่ตักน้ำแกงเข้าปาก นึกหมั่น

















