LOGINหลิวฟางเซียนเคยโง่งมดื่มชาพิษที่ชายคนรักมอบให้เพื่อพรากชีวิตมาแล้วคราหนึ่ง ทว่านางกลับรอดชีวิตมาอย่างปาฏิหาริย์ ครานี้นางจะใช้ชีวิตต่อไปเพื่อครอบครัวที่รักนางและตัดใจจากความรักที่เป็นไปไม่ได้เสียที... 'พี่หย่งฉี...ระหว่างข้ากับท่านขอให้สิ้นวาสนากันแต่เพียงเท่านี้เถิด สตรีที่เคยรักท่านได้จากโลกนี้ไปตั้งแต่ชั่วยามก่อนแล้ว ต่อแต่นี้ ข้าคือหลิวฟางเซียนคนใหม่ คนที่หัวใจจะไม่ได้มีไว้รักท่านอีกแล้ว'
View Moreหลิวฟางเซียนเดินตามสามีออกมา นางเห็นแผ่นหลังของเขาไวๆ เดินไปทางเรือนพักส่วนตัวของนางที่อยู่ใกลออกไปจากโรงหมอชั่วคราวเมื่อตามไปถึงเรือนพักก็เห็นว่าเขานั่งทำหน้าประเดี๋ยวมืดครึ้มประเดี๋ยวเขียวคล้ำอยู่บนโต๊ะน้ำชา“ศึกที่ด่านชายแดนใต้เรียบร้อยแล้วหรือเจ้าคะ”“...” ไร้เสียงตอบรับจากสามี“มาเถิด มาให้เซียนเอ๋อร์ตรวจร่างกายสักหน่อย”“...”เห็นเขาไม่กล่าวอันใดหลิวฟางเซียนจึงเดินเขาไปใกล้ และเอื้อมจับข้อมือของสามี ทว่าเขากลับดึงมือหนี“เชิญพระชายาไปตรวจอาการของแม่ทัพอวี่เหวินเถิด ร่างกายเปิ่นหวาง พระชายาไม่จำเป็นต้องใส่ใจ”หลิวฟางเซียนคลี่ยิ้มออกมา เมื่อเห็นท่าทางแง่งอนของสามี “เหตุใดข้าจึงได้รู้สึกว่าในห้องมีกลิ่นแปลกๆ กัน” นางกล่าวพร้อมทำจมูกฟุดฟิดใกล้ๆ ร่างสูงกำยำของสามี“อ๋อ ที่แท้ก็เป็นกลิ่นไหน้ำส้มแตกนี่เอง”“...”“ท่านพี่วางใจเถิด เรื่องข้ากับแม่ทัพอวี่เหวินนั้นเป็นอดีตที่ข้าหลงลืมไปนานแล้ว ยามอยู่ต่อหน้าเขาก็หาได้รุ้สึกอันใด แลวที่ท่านเห็นว่าข้าจับมือถือแขนกับเขานั้นเป็นเพียงการตรวจร่างกาย”“...”“หากมิใช่เพราะเขาเป็นเพียงคนเดียวที่อาสาทดสอบปลูกฝี ข้าคงต้องใช้ตัวเองมาทดสอบแล้ว รู้อย่า
เพียงวันเดียวที่ปฏิบัติตามคำสั่งพระชายาหลิว ก็สามารถยับยั้งการระบาดของโรคได้หลายส่วน ผู้ติดเชื้อมีจำนวนลดลงต่างจากหลายวันก่อนหน้านี้ทว่าเรื่องสุดท้ายที่พระชายาร้องขอนั้นแม่ทัพหนุ่มยังมิอาจหาคนอาสามาปลูกฝีกับพระชายาได้ ด้วยไม่มีสิ่งใดการันตีว่าพวกเขาจะมิเป็นอันใด“หากไม่มีใครยินยอมก็ช่างเถิด ท่านแม่ทัพ” หลิวฟางเซียนบอกเสียงเรียบเรื่อย นางคิดเอาไว้แล้วว่าเรื่องที่เสี่ยงเช่นนี้คงไม่มีผู้ใดอยากอาสาวันรุ่งขึ้นหลังออกตรวจอาการผู้ป่วย และกำชับเรื่องสำคัญกับหมอหลวงที่ติดตามมาจากเมืองหลวง ก่อนจะกลับไปยังเรือนพัก และหายเงียบไปหลายชั่วยาม“พระชายายังไม่ออกมาจากเรือนพักอีกหรือ”อวี่เหวินหย่งฉีถามผู้ช่วยหมอคนหนึ่งที่กำลังต้มยา“ออกมาแล้วขอรับ”“พระชายาออกมาตรวจอาการผู้ป่วยและกำชับท่านหมอหลวงเรื่องการจัดยาและรักษาผู้ป่วยอยู่หลายประโยค ได้ยินว่าพระชายามีเรื่องเร่งด่วนต้องจัดการ”“เรื่องเร่งด่วนหรือ...” แม่ทัพหนุ่มคิดตามก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะเริ่มถอดสี เมื่อคาดเดาได้ว่าเหตุใดจู่ ๆ พระชายาที่อาสามาลงพื้นที่ถึงได้รีบเร่งกำชับหมอหลวงและหายไปเช่นนี้อวี่เหวินหย่งฉีกึ่งเดินกี่งวิ่งมายังเรือนพักของหลิวฟ
หลิวฟางเซียนคุกเข้าลงแล้วกล่าว “โรคระบาดเป็นเรื่องเร่งด่วน ฝ่าบาททรงประทานอนุญาตเถิดเพคะ”หัวหน้าหมอหลวงที่เห็นว่าตนไร้สามารถในการจัดการปัญหานี้ และต้องการให้พระชายาหลิวเดินทางไปกับตนก็คุกเข่าลงด้วยเช่นกัน“ฝ่าบาทโปรดไตร่ตรองคำขอของพระชายาหลิวเถิดพ่ะย่ะค่ะ”“กระหม่อมและหมอคนอื่นๆ ไร้สามารถ จนบัดนี้ก็ยังมิอาจหาทางยับยั้งการระบาดได้ หากไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากพระชายา เกรงว่าผลที่ตามมาอาจจะร้ายมากกว่าดี”“หากว่านางมิใช่ชายารุ่ยอ๋องเจิ้นก็คงไม่คัดค้าน” “ยามนี้รุ่ยอ๋องกำลังไปปราบศึกเพื่อเจิ้นและทุกคน”“ในยามที่เขาไม่อยู่เราควรที่จะดูแลครอบครัวเขา มิใช่ผลักไสคนในครอบครัวเขาไปเสี่ยงอีกคน”“ฝ่าบาทอย่าได้ทรงกังวลพระทัยเลยเพคะ หม่อมฉันให้คำมั่นว่าจะดูแลรักษาร่างกายตนให้ดี อีกทั้งจะรักษาชีวิตผู้คนในชิงโจวให้ได้มากที่สุด”โอรสสวรรค์ทรงฟังคำของหลิวฟางเซียนจบก็ทรงถอนพระปัสสาสะ ก่อนจะปิดพระเนตรลงพลางใคร่ครวญชั่วชาเดือดจึงได้คำตอบ...“ครานี้เจ้าจะให้เจ้าได้สมหวัง ทว่าเจ้าต้องสัญญากับเจิ้นว่าไม่ว่าอย่างไรก็ห้ามปล่อยให้ตนตกอยู่ในอันตราย”“และหากว่าแม้แต่เจ้าก็มิอาจรักษาโรคระบาดนี้ได้ก็ขอให้เจ้ากลับม
ตอนพิเศษหลังจากคราที่จวิ้นอ๋องและอดีตฮองเฮาสกุลซูทำการกบฏ เมืองหลวงและเขตชายแดนก็ปราศจากศึก สงบสุขมานานหลายปีกระทั่งแปดปีให้หลัง...แคว้นเหลียนที่อยู่ติดเขตชายแดนทิศใต้เกิดเหตุการณ์ผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน สัญญาสงบศึกที่เคยมีมาหลายสิบปีบัดนี้ฮ่องเต้พระองค์ใหม่กลับละเลย ทั้งส่งสาส์นท้ารบ และยกทัพล้อมหัวเมืองหน้าด่านรุ่ยอ๋องผู้เป็นเจ้าของฉายาแม่ทัพมัจจุราชคือผู้ที่ได้รับราชโองการให้ไปปราบทัพแคว้นเหลียนในครั้งนี้ด้วยยามนี้ข้าศึกประชิด สายข่าวรายงานว่า บัดนี้ฮ่องเต้พระองค์ใหม่แคว้นเหลียนลงทุนเสด็จลงมาบัญชาการรบด้วยพระองค์เอง มาดว่าเป้าหมายของฝ่ายนั้นคงจะมิใช่เพียงต้องการครอบครองเมืองหน้าด่าน หากแต่เป็นแคว้นต้าซ่งทั้งแคว้น“ท่านพ่อ” อวี่เหวินเสวี่ยอิงเรียกบิดาด้วยน้ำเสียงอาลัยอาวรณ์ “อิงเอ๋อร์อยากไปปราบข้าศึกกับท่าน”รุ่ยอ๋องยิ้มอบอุ่นมองบุตรสาว ที่มิคล้ายบุตรสาวสักเท่าใด “อิงเอ๋อร์เด็กดี เอาเช่นนี้ดีเหรอไม่ ไว้เมื่อใดที่วรยุทธ์ของลูกเทียบเท่ากับพ่อ พ่อสัญญาว่าจะให้เจ้าเข้าร่วมกองทัพ”“สัญญาแล้วไม่คืนคำนะเจ้าคะ”“ตกลง สัญญาแล้วไม่คืนคำ” เขายื่นนิ้วก้อยของตนมาคล้องเกี่ยวกับบุตรสาว“ท่านพี่ ถน





