แชร์

บทที่ 6

ผู้เขียน: หรงเย่า / นาย่า
last update วันที่เผยแพร่: 2025-12-31 07:30:11

ตกอยู่ในภวังค์ของตัวเองอยู่นาน วันวิสาข์ก็ได้พบกับฮูหยินพ่อค้าที่เดินมาขอบอกขอบใจแบบไม่มีวันสิ้นสุด อีกฝ่ายให้ลูกชายคุกเข่าโขกศีรษะเพื่อขอบคุณวันวิสาข์อีกรอบ เมื่อคิดๆ ดูเด็กสาวเห็นว่าคนพวกนี้ก็เป็นมีน้ำใจไม่น้อย พวกเขาช่วยคนแปลกหน้าขึ้นจากฝั่งแม่น้ำ ทั้งที่ไม่รู้ว่าเป็นคนดีหรือเลว

“แม่นางสามีเจ้าเขาฟื้นแล้ว นายท่านให้ข้ามาตามเจ้า”

“ยินดีด้วยนะเจ้ารีบกลับไปดูเขาเถิด เขาคงอยากจะเห็นเจ้าเป็นคนแรก”

“ขอบคุณท่านมาก” วันวิสาข์เดินกลับมายังใต้ต้นไม้ที่มีหัวหน้าพ่อค้านั่งคุยอยู่กับคนเจ็บที่ท่าทางดีขึ้นมาก

“ฮูหยินเจ้ามาแล้ว ข้าไม่กวนพวกเจ้าแล้วนะ ข้าก็ต้องไปช่วยคนอื่นๆ เก็บของออกเดินทาง” หัวหน้าพ่อค้าเอ่ย ได้ยินดังนั้นจ้าวเหยียนเจี๋ยเพียงพยักหน้าน้อยๆ

“แม่นางขอบคุณอีกครั้ง พวกเจ้าช่างเหมาะสมกันจริงๆ แม้แต่ชื่อยังคล้องกันเลย” ประโยคหลังนั้นวันวิสาข์ได้ยินไม่ค่อยถนัดจึงไม่ได้ใส่ใจ

“เป็นเจ้านั่นเองที่พวกเขาเอ่ยถึง เจ้าทำได้อย่างไร”

“ท่านหมายถึงอะไรหรือ”

“ก็ตอนที่เจ้ามาพร้อมกับแสงนั่น แสงนั่นเปลี่ยนทิศทางลูกดอกออกไปจากตัวข้า แล้วไหนจะการแต่งกายของเจ้าที่ไม่ใช่ของแคว้นจ้าว และการพูดของเจ้า”

“มันพูดยาก จะอธิบายอย่างไรดี ที่จริงข้าไม่ใช่คนของที่นี่ข้าชื่อวันวิสาข์ ส่วนเรื่องที่ข้ามาที่นี่ได้ยังไงนั้น ท่านก็เห็นวิธีมาแล้ว แต่มาได้ยังไงนั้นข้าเองก็อธิบายไม่ได้เหมือนกัน”

“แล้วเจ้าเป็นคนแคว้นใดเล่า”

“ไม่ใช่แคว้นแต่เป็นอีกที่ ที่ที่ไกลจากที่นี่มาก”

“ตอนนั้นเจ้าเอ่ยว่า...อีกแล้ว”

“ตอนแรกที่ข้ามายังแคว้นจ้าว เหตุการณ์ก็คล้ายๆ กับตอนเจอท่าน”

“เจ้าหมายถึงเจ้าออกมาจากแสงสีเขียวนั่นหรือ”

“แค่คล้ายๆ น่ะ ข้าผลุบๆ โผล่ๆ อยู่หลายรอบ จนมีคนคิดว่าข้าเป็นผีเลยวิ่งหนีไป แต่หลังจากเกิดเรื่องแบบนั้นต่อกันสามครั้งเขาก็เริ่มชินกระมัง เลยหยุดคุกเข่าให้ข้าแล้วยังคิดว่าข้าเป็นเทพธิดา เราคุยกันแล้วเขาก็พาข้าไปด้วยก่อนจะเกิดเรื่อง หญิงคนรักเขาถูกบังคับให้แต่งงาน เราสามคนเลยขึ้นไปหลบอยู่ที่อารามอยู่สุขบนภูเขา หลังจากนั้นนักพรตคนหนึ่งก็มอบกำไลนี้ให้ข้า ตอนนั้นพอลืมตามาอีกทีข้าก็อยู่ที่บ้านแล้ว ข้าขอดูกำไลท่านหน่อยนะ” วันวิสาข์จับข้อมือของเขายกขึ้นมา

ดูเหมือนจ้าวเหยียนเจี๋ยจะคิดไม่ถึงว่าหญิงสาวจะกล้าจับมือตนแบบสนิทสนมเช่นนี้ จึงอดที่จะรู้สึกแปลกๆไม่ได้

“เหมือนกันเลย” หญิงสาวยกกำไลของตัวเองขึ้นให้เขาดู

จ้าวเหยียนเจี๋ยเองก็มองกำไลของหญิงสาวด้วยใบหน้าบ่งบอกถึงความประหลาดใจไม่แพ้กัน “ไม่หรอก กลอนที่อยู่บนกำไลเป็นกลอนคนละบทกัน” เปลี่ยนเป็นเขาที่จับมือหญิงสาวขึ้นเพื่อพิจารณากำไลใกล้ๆ บ้าง “ของเจ้าคือ บางสิ่งที่เกิดมาคู่กันแม้นจะอยู่ห่างไกล ส่วนของข้าสลักว่า โชคชะตาจะนำทางให้พานพบ กลอนสองบทนี้ต่อกัน ” จ้าวเหยียนเจี๋ยมองหญิงสาวตรงหน้านิ่ง พร้อมกับนึกถึงคำพูดของมารดาที่บอกเขาเอาไว้ว่า “เจ้าต้องหาบรรทัดที่สองของโคลงกลอนให้พบ แล้วเจ้าจะพบโชคชะตาของเจ้า

“หรือว่าโชคชะตาที่ว่าคือนาง” จ้าวเหยียนเจี๋ยพึมพำ

“ข้าว่าการมาของข้าคราวนี้ คงเพราะกำไลนี้แน่ๆ” วันวิสาข์หันมามองเขา “ว่าแต่ท่านรู้วิธีถอดหรือไม่ ข้าถอดมันไม่ได้มาเป็นปีแล้ว”

“มารดาข้าสวมให้และห้ามข้าถอด ตั้งแต่เด็กกระทั่งตอนนี้ข้าก็ไม่สามารถถอดกำไลนี้ เจ้าจะบอกว่าเจ้าเพิ่งใส่แล้วเจ้าจะใส่กำไลเล็กขนาดนี้ได้อย่างไร”

“ก็อย่างที่บอกรู้ตัวอีกทีมันก็สวมอยู่ที่ข้อมือแล้ว จริงสิ เคยได้ยินชื่อจางหย่วนจินหรือไม่ เขาเป็นหมอ เราเคยศึกษาตำราแพทย์ต่างๆ ด้วยกัน บ้านของเขาอยู่ในหมู่บ้านเซินเจี้ยน แถวชายแดนระหว่างแคว้นจ้าวกับแคว้นหนาน ฮูหยินเขาชื่อลั่วอิงยี่” เมื่อได้ยินว่าจุดที่ตนอยู่ใกล้กับชายแดนแคว้นเจ้าและแคว้นหนาน หญิงสาวจึงมีความหวังว่าจะเจอจางหย่วนจิน ผู้เป็นศิษย์อีกครั้ง

“หมู่บ้านเซินเจี้ยนถูกทำลายไปแล้ว สงครามทำให้ชาวบ้านที่นั่นต่างก็แยกย้ายกันออกไปตั้งแต่เริ่มเกิดสงครามแล้ว”

“สองปีเหรอ ก็ปีที่แล้วข้าเพิ่งจะอยู่ที่นั่นอยู่เลย......” หยุดคิดเล็กน้อยเพราะการเดินทางข้ามเวลานั้นเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ โดยเฉพาะช่วงเวลา ต่างภพกันอาจจะต่างเวลา อีกทั้งตอนที่ตนอยู่ที่แคว้นจ้าวนี้สองปี กลับพบว่าเวลาจริงเพียงผ่านไปสองวันเท่านั้น “ยังไงข้าก็ต้องตามหาจางหย่วนจินก่อน เขาเป็นคนเดียวที่ข้ารู้จักที่นี่”

“ข้าได้ยินมาว่าคนของหมู่บ้านนั้นส่วนใหญ่ย้ายเข้าไปในเมืองหลวง หากว่าเขาเป็นหมอดังเช่นเจ้าว่า ข้าอาจจะให้คนของข้าสืบหาตัวเขาให้เจ้าได้ไม่ยาก”

“นั่นสินะ ท่านเป็นทหารนี่นา อย่ามามองข้าแบบนั้นน่าพวกพ่อค้าคุยกัน เห็นบอกว่าดูจากมือท่านพวกเขาก็ดูออกว่าเป็นมือที่จับดาบน่าจะเป็นนายทหาร ข้าเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องนักหรอก”

“ไม่ผิดหรอกข้าเป็นนายทหารจริงๆ” เพียงแต่เป็นนายเหนือหัวของนายทหารเท่านั้นเอง เขาเสริมในใจ

“หากเป็นเช่นนั้นท่านจะช่วยข้าหาตัวเขาจริงๆ หรือ”

“เจ้าช่วยชีวิตข้าเอาไว้ เพื่อเป็นการตอบแทนข้าสัญญาจะช่วยเจ้าจนถึงที่สุด”

“ขอบคุณท่านมาก”

“แม่นางหว่านเอ๋อร์” ฮูหยินหัวหน้าพ่อค้าเดินมาพร้อมกับมองตรงมาที่วันวิสาข์ หญิงสาวมองมายังคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยใบหน้างงงัน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 220 จบ

    กระท่อมหลังถัดมาหลังที่สามมิใช่ที่อยู่แต่เป็นโรงครัว ห้องกินข้าว และห้องเก็บอาหาร พวกเราทั้งหมดใช้มันร่วมกัน กินข้าวด้วยกัน ทำกับข้าวสรวลเสเฮฮาร่วมกัน ตอนแรกหม่าซือหยวนคิดว่าอาจารย์มีความคิดที่แปลกประหลาดยิ่ง บ้านของใครก็ควรจะมีโรงครัวเป็นของตัวเองสิ แต่ตอนนี้เขาเห็นแล้วว่าการทำแบบนี้ทำให้ทั้งหมดกลายเป็นครอบครัวใหญ่จริงๆ เพราะตกเย็นทั้งหมดได้มานั่งร่วมกัน กินข้าวด้วยกัน พูดคุยกัน ทั้งยังแบ่งปันสิ่งที่ทำมาให้กันและกันฟังกระท่อมหลังสุดท้ายเป็นของอาจารย์กับนายท่านเหยียนเจี๋ย กระท่อมหลังนี้เป็นหลังที่ดีที่สุดสร้างขึ้นเพื่อเป็นของขวัญให้กับคนทั้งสอง เพราะอาจารย์ของเขามีความรู้สึกไวต่ออากาศเย็น ดังนั้นกระท่อมหลังนี้จึงเป็นแบบปิด ภายในนั้นมีเตาผิงที่ต้องจุดไฟเอาไว้ตลอดเวลาในหน้าหนาว แต่หน้าร้อนก็สามารถเปิดหน้าต่างระบายอากาศได้สมาชิกครอบครัวใหญ่อาศัยอยู่ที่หุบเขามังกรหลับแห่งนี้ทั้งหมดเก้าคน มีตัวเขาหม่าซือหยวน นายท่านเหยียนเจี๋ย อาจารย์ อาจารย์ปู่ ผู้อาวุโสเฟิง สือเจี้ยนหาว อู๋อิงสงกับฮูหยินของเขา และคนสุดท้ายแม่นางน้อยที่ใจแข็งคนหนึ่ง สาวน้อยผู้ที่กำลังซักผ้าอยู่ที่ริมลำธาร แม่นางเสี่ยวจู

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 219

    ทั้งสองจุมพิตกันและกันอย่างเร่าร้อนคลอเคลียพัวพันไม่ห่าง ใบหน้างดงามของเหยียนหว่านเอ๋อร์แดงซ่าน แม้จะเต็มเปี่ยมไปด้วยความต้องการ แม้จะเคยเห็นบทรักในหนังมามาก ทว่าพอเอาเข้าจริงหญิงสาวกลับไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหน ร่างกายที่ร้อนรุ่มยิ่งทวีความร้อนขึ้นกว่าเดิมเมื่อร่างเปลือยเปล่าของนางถูกเขาจุมพิตไปทั่วความรู้สึกขัดแย้งในกายพุ่งขึ้นสูง ทั้งสุขสมทว่ากลับไม่สบายตัว คล้ายบางอย่างไม่ได้รับการเติมเต็ม หญิงสาวหอบหายใจภายใต้ร่างของเขาอย่างไร้ทางสู้ มือทั้งสองข้างกอดเกี่ยวเขาเอาไว้ทั้งยังแอ่นกายขึ้นไปแนบร่างเข้าหาตัวเขา นางคล้ายหนาวสั่นและพยายามโหยหาความอบอุ่น มือน้อยลูบไล้มัดกล้ามบนตัวเขาอย่างสะเปะสะปะอากัปกิริยาของนางทำให้เขาสูดลมหายใจเข้าอย่างห้ามไม่อยู่ เขาโน้มกายเข้าหานางและจุมพิตปากเล็กที่กำลังครางเสียงหวานออกมาเบาๆ คล้ายลูกแมวกำลังออดอ้อนขอความรักจ้าวเหยียนเจี๋ยจุมพิตแผ่วเบาเพื่อปลอบโยนนาง ในยามที่เขาโน้มกายเข้าครอบครองนางในที่สุด ทว่าความเจ็บปวดที่พุ่งขึ้นสูง ทำให้นางหวีดร้องออกมาเสียงแผ่ว บางอย่างในกายฉีกขาดออกจากกันให้ ความรู้สึกเจ็บร้าวทำให้นางผงะถอย ทว่าจ้าวเหยียนเจี๋ยกลับใช้สอ

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 218

    “เจ้าเจี๋ย เจ้าบ่าวจะต้องอยู่ดื่มเหล้ามงคลกับแขกเหรื่อก่อนสิจึงจะถูก” ซูหย่งจื้อเอ่ย“อาจารย์” เหยียนหว่านเอ๋อร์มองซูหย่งจื้ออย่างงงงัน“เขาเมาน่ะ” หลี่เฟิงเสวียนเอ่ยกลั้วหัวเราะ“นี่ พวกเจ้าแม้จะแต่งงานก็ยังร่วมหอไม่ได้นะ สุขภาพเจ้าไม่แน่ว่าจะรับไหวดังนั้นข้าขอเตือน”“อาจารย์!” เหยียนหว่านเอ๋อร์หน้าแดง“นี่มันคืนส่งตัวนะผู้อาวุโส” หลายคนพยายามดึงเขาออกไปจากห้องหอ“เจ้าเจี๋ยน่ะ ข้าไว้ใจ แต่ที่ข้าไม่ไว้ใจน่ะศิษย์ตัวแสบของข้าต่างหาก”“ท่านกำลังพูดอะไรกัน ไป ท่านเมาแล้ว” สือเจี้ยนหาวอ่อนใจเหลือเกิน ศิษย์อาจารย์คู่นี้ช่างหาเรื่องให้ปวดหัวได้ไม่เว้นวันจริงๆ“จริงๆ นะ เจ้าเจี๋ย อย่าให้นางจับเจ้ากินไปเสียก่อนเล่า”“อาจารย์ท่านเหลวไหลอะไร!!”“ข้าน่ะหรือเหลวไหล เจ้าน่ะไม่น่าไว้ใจ ส่วนเจ้าเจี๋ยเขาไม่มีทางรู้ทันความเจ้าเล่ห์ของเจ้าหรอก เจ้ากะจะจับเขากินโดยไม่ฟังข้าล่ะสิ”“อาจารย์!” เหยียนหว่านเอ๋อร์ถึงกับพูดไม่ออก นางอายจนใบหน้าแดงก่ำร้อนแทบจะลุกเป็นไฟ“เจ้าเจี๋ย...ข้าไว้ใจเจ้านะ” เสียงตะโกนของซูหย่งจื้อยังคงดังเข้ามาแม้ว่าเขาจะโดนหิ้วตัวไปแล้ว“เอ่อ...นี่เป็นการก่อกวนห้องหอเท่านั้น ขอท่านอาเขยก

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 217

    “ข้าจ้าวเหยียนเจี๋ยขอสาบาน ข้าจะรักเหยียนหว่านเอ๋อร์เพียงผู้เดียวมิแบ่งใจให้คนอื่น เจ้าจะเป็นหนึ่งเดียวในใจข้า ข้าจะซื่อสัตย์ต่อเจ้าเพียงผู้เดียวไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่”“ข้าเหยียนหว่านเอ๋อร์ขอสาบาน ข้าจะรักจ้าวเหยียนเจี๋ย รักด้วยจิตวิญญาณทั้งหมดของข้า ท่านจะมีข้า และข้าจะมีท่านเดินเคียงข้างกันไปนับจากวันนี้ จวบจนวันสุดท้ายของชีวิต”ถ้อยคำหนักแน่นของทั้งสองดังขึ้นท่ามกลางสายลมที่พัดแผ่ว ท่ามกลางทุ่งดอกหญ้าสีขาวบริสุทธิ์ ท่ามกลางหุบเขาลำเราไพรที่ร่วมเป็นสักขีพยาน... งานมงคลเรียบง่ายของบ่างสาวสองคู่ถูกจัดขึ้น จ้าวเหยียนเจี๋ยแต่งเหยียนหว่านเอ๋อร์เป็นฮูหยิน และอู๋อิงสงแต่งอวิ๋นหยาเป็นฮูหยิน ภายในถ้ำนำแข็งพันปีของวังเมฆาอัคคีถูกตบแต่งด้วยข้าวของมงคลสีแดงทว่าเหล่าสักขีพยานที่เข้ามาร่วมงานกลับมีเยอะกว่าที่เหยียนหว่านเอ๋อร์คาด ตอนแรกนางเพียงอยากให้งานมงคลนี้เป็นเพียงงานเลี้ยงเล็กๆ เท่านั้น แต่จ้าวเหยียนเจี๋ยกลับส่งคนไปเชิญสหายสนิททั้งหมดของนางมาร่วมแสดงความยินดีเสวียนหมิง ลั่วอิงยี่ หลิงหลิง จ้าวเหยียนอิ่ง ซิ่วอิ่งจิน มู่หรงเซียว ซิ่วจินหลิน หลี่เฟิงเสวียน ซูหย่งจื้อ สือเจี้ยนหาว คนทั้งหมดนี

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 216

    นางรู้เพียงถูกลงโทษตามกฎของพรรค เสวียนหมิงให้จั่วจินเหิงนาบสัญลักษณ์ของการถูกขับไล่ก่อนจะให้จั่วจินเหิงโบยนางด้วยตนเอง เมื่อครบร้อยไม้แล้วพวกเขาก็ประกาศไปว่านางตายไปแล้ว ศพของนางถูกส่งลงเขามาฝังทว่าลมหายใจนางกลับคืนมา เสวียนหมิงจึงให้ซูหย่งจื้อรั้งชีวิตนางเอาไว้กระนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ คือนางถูกนาบสัญลักษณ์ของการถูกขับไล่ และที่ต้องเป็นจั่วจินเหิงเท่านั้นที่ทำหน้าที่โบย เนื่องจากเสวียนหมิงไม่ไว้ใจให้คนอื่นทำเขาจะต้องกะแรงให้พอดิบพอดีไม่ลงหนักหรือเบาจนเกินไป แต่เขาก็ยังต้องโบยถึงห้าสิบไม้กว่าที่อวิ๋นหยาจะสลบ ก่อนจะประกาศไปว่านางสิ้นลมแล้วส่งตัวนางมายังกระท่อมแห่งนี้“เจ้า...ข้าคิดว่าจ้าววังส่งเจ้าไปที่อื่น เขาบอกว่าเจ้าทำความผิดร้ายแรงต้องถูกลงโทษ เลยต้องส่งเจ้าไป”“ข้าอยู่ที่นี่มาตลอด คนในพรรคคิดว่าข้าตายไปแล้ว แต่นั่นก็จริงสำหรับพวกเขาข้าตายไปแล้ว ข้าถูกขับออกจากพรรคตอนนี้ข้าไม่มีที่ให้ไปแล้ว ดังนั้นหากท่านไม่ทำตามคำพูดไม่แต่งข้าเป็นฮูหยิน ข้าจะฆ่าท่านเสีย” นางขู่“แล้วข้าจะแต่งใครได้” เขาจูบหนักๆ ลงบนหน้าผากนาง“ต้องขอบคุณฮูหยินท่านนั้น” อิงสงหันกลับมามองคนที่เดินตามเขามาถึงกระ

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 215

    เช้าวันต่อมาข่าวการเสียชีวิตของเหยียนหว่านเอ๋อร์ก็ถูกประกาศออกไป พร้อมๆ กันนั้นข่าวที่องค์ชายสามทรงอาการบาดเจ็บภายในทรุดลง เพราะทรงเสียพระทัยกับข่าวการตายของว่าที่พระชายาก็ได้แพร่ออกไป กระทั่งสองวันหลังจากนั้นข่าวการที่องค์ชายสามทรงสิ้นพระชนม์ตามว่าที่พระชายาก็ถูกประกาศออกไปในวังหลวงต่างก็เต็มไปด้วยความโศกเศร้า ทว่าก็ซาบซึ้งกับความรักที่องค์ชายสามมีต่อพระชายายิ่งนัก ว่ากันว่าจ้าวเหยียนอี้อนุญาตให้ฝังศพของคนทั้งสองไว้ด้วยกันในสุสานหลวง แต่เพราะเหยียนหว่านเอ๋อร์ยังมิได้แต่งให้องค์ชายสามอย่างถูกต้อง และยังไม่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระชายาอย่างเป็นทางการ จ้าวเหยียนอี้จึงพระราชทานตำแหน่งให้เหยียนหว่านเอ๋อร์เป็นฮูหยินคุณธรรม ฮูหยินแม่ทัพใหญ่แคว้นจ้าวขณะที่ผู้คนในเมืองหลวงต่างไว้ทุกข์ให้องค์ชายสามและฮูหยินคุณธรรมอยู่นั้น เหยียนหว่านเอ๋อร์ก็ถูกพาเข้าไปนอนรักษาตัวอยู่บนเตียงน้ำแข็ง ในถ้ำน้ำแข็งพันปีของวังเมฆาอัคคี โดยมีเสวียนหมิงและซูหย่งจื้อดูแลอยู่อย่างใกล้ชิด“อาหมิง เรื่องอวิ๋นหยาไปถึงไหนแล้ว”“ท่านอาโปรดวางใจ ข้าได้ทำตามที่ท่านอาบอกแล้ว”“เช่นนั้นหรือ นางเป็นเช่นไรบ้าง”“ยังมีชีวิตอยู่

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 125

    “ทำไมหญิงสาวเช่นเจ้า จึงมาอยู่ที่หอสุราเช่นนี้ แล้วนี่เจ้าจะไปทำอะไรที่หอนางโลม” อู๋อิงสงเอ่ยถามเสียงเบานางแต่งกายเป็นชายแล้วมาดื่มที่หอสุรานั้น ยังไม่ทำให้เขาประหลาดใจเท่าไหร่ เพราะดูจากนิสัยที่ค่อนข้างจะพยศของนางแล้ว นางไม่น่าจะเป็นสตรีที่อยู่กับเย้าเฝ้ากับเรือน แต่การที่นางต้องการจะไปยังหอฉานจ้ว

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 124

    “วันวิสาข์เอ๋ยวันวิสาข์ เจ้าช่างโชคดียิ่งนักที่มีบุรุษซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นผู้กล้าเช่นนี้รักและจริงใจต่อเจ้า แล้วหากเจ้ากลับมาไม่ได้เล่า เขาจะเป็นเช่นไร เจ้าก็...พยายามรักษาสัญญาเอาไว้ให้ได้ล่ะ ข้าเองก็จะรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเจ้าก็แล้วกัน” ซูหย่งจื้อส่ายหน้าแล้วเดินเข้าไปหาจ้าวเหยียนเจี๋ย “เจ้าจะท

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 123

    “เจ้าคงจะได้ยินเรื่องทั้งหมดแล้วกระมัง ทางที่ดีเจ้าแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินจะดีกับตัวเจ้ามากกว่า เรื่องบางเรื่องมิใช่ใครก็จะสามารถยุ่งเกี่ยวได้” ทั้งสองเงียบไปครู่ใหญ่กระทั่งชิงเซียนเอ่ยทำลายความเงียบ “มีบางอย่างข้าสงสัยอยากจะถามเจ้า”“ว่ามาสิ” เหยียนหว่านเอ๋อร์พยักหน้า“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าหลินกุ้ยเฟย

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 122

    สารทิศสงบสุข ไร้สงคราม ไร้การแก่งแย่งชิงดีระหว่างขุนนางด้วยกัน ไม่มีการแบ่งพรรคแบ่งพวกเพราะเกรงกลัวตระกูลเจิ้ง เหล่าองค์ชายไม่มีใครกล้าแม้แต่จะคิดก่อการกบฏ แม่ทัพที่มีกำลังพลมากต่างก็ถูกควบคุม ดังนั้นแม้ว่าฮ่องเต้เองก็ดูคล้ายกับอยู่ภายใต้อำนาจตระกูลเจิ้ง แต่ก็นับเป็นยุคทองของแคว้นที่ไม่เคยเป็นมาก่อ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status