Share

บทที่ 6

last update Last Updated: 2025-12-31 07:30:11

ตกอยู่ในภวังค์ของตัวเองอยู่นาน วันวิสาข์ก็ได้พบกับฮูหยินพ่อค้าที่เดินมาขอบอกขอบใจแบบไม่มีวันสิ้นสุด อีกฝ่ายให้ลูกชายคุกเข่าโขกศีรษะเพื่อขอบคุณวันวิสาข์อีกรอบ เมื่อคิดๆ ดูเด็กสาวเห็นว่าคนพวกนี้ก็เป็นมีน้ำใจไม่น้อย พวกเขาช่วยคนแปลกหน้าขึ้นจากฝั่งแม่น้ำ ทั้งที่ไม่รู้ว่าเป็นคนดีหรือเลว

“แม่นางสามีเจ้าเขาฟื้นแล้ว นายท่านให้ข้ามาตามเจ้า”

“ยินดีด้วยนะเจ้ารีบกลับไปดูเขาเถิด เขาคงอยากจะเห็นเจ้าเป็นคนแรก”

“ขอบคุณท่านมาก” วันวิสาข์เดินกลับมายังใต้ต้นไม้ที่มีหัวหน้าพ่อค้านั่งคุยอยู่กับคนเจ็บที่ท่าทางดีขึ้นมาก

“ฮูหยินเจ้ามาแล้ว ข้าไม่กวนพวกเจ้าแล้วนะ ข้าก็ต้องไปช่วยคนอื่นๆ เก็บของออกเดินทาง” หัวหน้าพ่อค้าเอ่ย ได้ยินดังนั้นจ้าวเหยียนเจี๋ยเพียงพยักหน้าน้อยๆ

“แม่นางขอบคุณอีกครั้ง พวกเจ้าช่างเหมาะสมกันจริงๆ แม้แต่ชื่อยังคล้องกันเลย” ประโยคหลังนั้นวันวิสาข์ได้ยินไม่ค่อยถนัดจึงไม่ได้ใส่ใจ

“เป็นเจ้านั่นเองที่พวกเขาเอ่ยถึง เจ้าทำได้อย่างไร”

“ท่านหมายถึงอะไรหรือ”

“ก็ตอนที่เจ้ามาพร้อมกับแสงนั่น แสงนั่นเปลี่ยนทิศทางลูกดอกออกไปจากตัวข้า แล้วไหนจะการแต่งกายของเจ้าที่ไม่ใช่ของแคว้นจ้าว และการพูดของเจ้า”

“มันพูดยาก จะอธิบายอย่างไรดี ที่จริงข้าไม่ใช่คนของที่นี่ข้าชื่อวันวิสาข์ ส่วนเรื่องที่ข้ามาที่นี่ได้ยังไงนั้น ท่านก็เห็นวิธีมาแล้ว แต่มาได้ยังไงนั้นข้าเองก็อธิบายไม่ได้เหมือนกัน”

“แล้วเจ้าเป็นคนแคว้นใดเล่า”

“ไม่ใช่แคว้นแต่เป็นอีกที่ ที่ที่ไกลจากที่นี่มาก”

“ตอนนั้นเจ้าเอ่ยว่า...อีกแล้ว”

“ตอนแรกที่ข้ามายังแคว้นจ้าว เหตุการณ์ก็คล้ายๆ กับตอนเจอท่าน”

“เจ้าหมายถึงเจ้าออกมาจากแสงสีเขียวนั่นหรือ”

“แค่คล้ายๆ น่ะ ข้าผลุบๆ โผล่ๆ อยู่หลายรอบ จนมีคนคิดว่าข้าเป็นผีเลยวิ่งหนีไป แต่หลังจากเกิดเรื่องแบบนั้นต่อกันสามครั้งเขาก็เริ่มชินกระมัง เลยหยุดคุกเข่าให้ข้าแล้วยังคิดว่าข้าเป็นเทพธิดา เราคุยกันแล้วเขาก็พาข้าไปด้วยก่อนจะเกิดเรื่อง หญิงคนรักเขาถูกบังคับให้แต่งงาน เราสามคนเลยขึ้นไปหลบอยู่ที่อารามอยู่สุขบนภูเขา หลังจากนั้นนักพรตคนหนึ่งก็มอบกำไลนี้ให้ข้า ตอนนั้นพอลืมตามาอีกทีข้าก็อยู่ที่บ้านแล้ว ข้าขอดูกำไลท่านหน่อยนะ” วันวิสาข์จับข้อมือของเขายกขึ้นมา

ดูเหมือนจ้าวเหยียนเจี๋ยจะคิดไม่ถึงว่าหญิงสาวจะกล้าจับมือตนแบบสนิทสนมเช่นนี้ จึงอดที่จะรู้สึกแปลกๆไม่ได้

“เหมือนกันเลย” หญิงสาวยกกำไลของตัวเองขึ้นให้เขาดู

จ้าวเหยียนเจี๋ยเองก็มองกำไลของหญิงสาวด้วยใบหน้าบ่งบอกถึงความประหลาดใจไม่แพ้กัน “ไม่หรอก กลอนที่อยู่บนกำไลเป็นกลอนคนละบทกัน” เปลี่ยนเป็นเขาที่จับมือหญิงสาวขึ้นเพื่อพิจารณากำไลใกล้ๆ บ้าง “ของเจ้าคือ บางสิ่งที่เกิดมาคู่กันแม้นจะอยู่ห่างไกล ส่วนของข้าสลักว่า โชคชะตาจะนำทางให้พานพบ กลอนสองบทนี้ต่อกัน ” จ้าวเหยียนเจี๋ยมองหญิงสาวตรงหน้านิ่ง พร้อมกับนึกถึงคำพูดของมารดาที่บอกเขาเอาไว้ว่า “เจ้าต้องหาบรรทัดที่สองของโคลงกลอนให้พบ แล้วเจ้าจะพบโชคชะตาของเจ้า

“หรือว่าโชคชะตาที่ว่าคือนาง” จ้าวเหยียนเจี๋ยพึมพำ

“ข้าว่าการมาของข้าคราวนี้ คงเพราะกำไลนี้แน่ๆ” วันวิสาข์หันมามองเขา “ว่าแต่ท่านรู้วิธีถอดหรือไม่ ข้าถอดมันไม่ได้มาเป็นปีแล้ว”

“มารดาข้าสวมให้และห้ามข้าถอด ตั้งแต่เด็กกระทั่งตอนนี้ข้าก็ไม่สามารถถอดกำไลนี้ เจ้าจะบอกว่าเจ้าเพิ่งใส่แล้วเจ้าจะใส่กำไลเล็กขนาดนี้ได้อย่างไร”

“ก็อย่างที่บอกรู้ตัวอีกทีมันก็สวมอยู่ที่ข้อมือแล้ว จริงสิ เคยได้ยินชื่อจางหย่วนจินหรือไม่ เขาเป็นหมอ เราเคยศึกษาตำราแพทย์ต่างๆ ด้วยกัน บ้านของเขาอยู่ในหมู่บ้านเซินเจี้ยน แถวชายแดนระหว่างแคว้นจ้าวกับแคว้นหนาน ฮูหยินเขาชื่อลั่วอิงยี่” เมื่อได้ยินว่าจุดที่ตนอยู่ใกล้กับชายแดนแคว้นเจ้าและแคว้นหนาน หญิงสาวจึงมีความหวังว่าจะเจอจางหย่วนจิน ผู้เป็นศิษย์อีกครั้ง

“หมู่บ้านเซินเจี้ยนถูกทำลายไปแล้ว สงครามทำให้ชาวบ้านที่นั่นต่างก็แยกย้ายกันออกไปตั้งแต่เริ่มเกิดสงครามแล้ว”

“สองปีเหรอ ก็ปีที่แล้วข้าเพิ่งจะอยู่ที่นั่นอยู่เลย......” หยุดคิดเล็กน้อยเพราะการเดินทางข้ามเวลานั้นเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ โดยเฉพาะช่วงเวลา ต่างภพกันอาจจะต่างเวลา อีกทั้งตอนที่ตนอยู่ที่แคว้นจ้าวนี้สองปี กลับพบว่าเวลาจริงเพียงผ่านไปสองวันเท่านั้น “ยังไงข้าก็ต้องตามหาจางหย่วนจินก่อน เขาเป็นคนเดียวที่ข้ารู้จักที่นี่”

“ข้าได้ยินมาว่าคนของหมู่บ้านนั้นส่วนใหญ่ย้ายเข้าไปในเมืองหลวง หากว่าเขาเป็นหมอดังเช่นเจ้าว่า ข้าอาจจะให้คนของข้าสืบหาตัวเขาให้เจ้าได้ไม่ยาก”

“นั่นสินะ ท่านเป็นทหารนี่นา อย่ามามองข้าแบบนั้นน่าพวกพ่อค้าคุยกัน เห็นบอกว่าดูจากมือท่านพวกเขาก็ดูออกว่าเป็นมือที่จับดาบน่าจะเป็นนายทหาร ข้าเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องนักหรอก”

“ไม่ผิดหรอกข้าเป็นนายทหารจริงๆ” เพียงแต่เป็นนายเหนือหัวของนายทหารเท่านั้นเอง เขาเสริมในใจ

“หากเป็นเช่นนั้นท่านจะช่วยข้าหาตัวเขาจริงๆ หรือ”

“เจ้าช่วยชีวิตข้าเอาไว้ เพื่อเป็นการตอบแทนข้าสัญญาจะช่วยเจ้าจนถึงที่สุด”

“ขอบคุณท่านมาก”

“แม่นางหว่านเอ๋อร์” ฮูหยินหัวหน้าพ่อค้าเดินมาพร้อมกับมองตรงมาที่วันวิสาข์ หญิงสาวมองมายังคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยใบหน้างงงัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 8

    ในที่สุดก็ถึงเวลาแยกจาก ฮูหยินพ่อค้ายังใจดีมอบเสบียง และช่วยจัดของเหยียนหว่านเอ๋อร์ใหม่ โดยเก็บไว้ในห่อผ้าแบบแคว้นจ้าวจะได้ไม่ดูผิดสังเกต เพราะทั้งหมดยังเข้าใจว่าทั้งคู่หนีตามกันมาอยู่จ้าวเหยียนเจี๋ยรับห่อผ้านั้นมาและผูกเอาไว้บนหลัง เขาตัดสินใจไม่ใช้เส้นทางหลักที่ตัดเข้าเมืองหลวง เพราะเกรงว่าหากโดนโจมตีอีกครั้ง เขาเองซึ่งกำลังบาดเจ็บอยู่อาจไม่สามารถคุ้มครองเหยียนหว่านเอ๋อร์ คนทั้งสองเดินแยกไปทางทิศเหนือ ซึ่งเป็นถนนเล็กๆ เพื่ออ้อมไปเข้ายังเมืองหลวง ผ่านหมู่บ้านชนบทต่างๆ ซึ่งไม่ค่อยจะมีเหล่าชาวยุทธ์ และนักเดินทางใช้ นอกจากจะเป็นพ่อค้าและคนพื้นที่ตลอดการเดินทางเหยียนหว่านเอ๋อร์ชวนคุยโน่นคุยนี่ไปเรื่อย จ้าวเหยียนเจี๋ยนั้นปกติชอบความสงบ ทว่าตอนนี้เขาออกจะแปลกใจที่ดูเหมือนเขาจะชอบบรรยากาศรอบๆ ตัวเหยียนหว่านเอ๋อร์ตอนนี้เหลือเกินทั้งสองเดินเท้าเกือบตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนบ่ายคล้อย ในที่สุดก็มาถึงโรงเตี้ยมเล็กๆ ริมแม่น้ำที่นักเดินทางส่วนใหญ่จะมากิน ดื่ม และนอนพักเอาแรงในระหว่างที่รอเรือข้ามฟากที่จะมีทุกสามถึงสี่ชั่วยาม ก่อนหน้านี้เหยียนหว่านเอ๋อร์ส่งถุงเงินที่ได้รับมาจากฮูหยินพ่อค้า และถา

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 7

    “ข้าบอกพวกเขาว่านามของเจ้าคือหว่านเอ๋อร์ ข้าคิดชื่อนี้ออกตอนเห็นเจ้าเดินเข้ามาเมื่อครู่ ข้าบอกกับหัวหน้าพ่อค้าไปแบบนั้นเพราะคิดว่าเจ้าควรมีชื่อตามแบบของแคว้นจ้าว จะได้ไม่ดูเป็นคนต่างถิ่น หว่านเอ๋อร์แซ่เหยียน ต่อไปเจ้าก็ใช้ชื่อแซ่ว่าเหยียนหว่านเอ๋อร์ ส่วนนี่คือเสื้อผ้าชุดใหม่ฮูหยินของเขาฝากมาให้ เห็นบอกว่าฝากให้ฮูหยินของข้า”“โทษข้าไม่ได้นะ กำไลของเราเหมือนกันพวกเขาก็เลยเข้าใจผิด” วันวิสาข์ยักไหล่“เจ้าไปเปลี่ยนเป็นชุดแบบชาวแคว้นจ้าวเสียสิ”“ข้าขอเวลาครู่เดียวนะเจ้าคะฮูหยิน” วันวิสาข์เอ่ยกับฮูหยินพ่อค้าแล้วหันหน้ากลับมามองชายหนุ่ม “เหยียนหว่านเอ๋อร์ ข้าชอบชื่อนี้” วันวิสาข์ยิ้มพอใจกับชื่อใหม่ที่เพิ่งได้“แล้วเรื่องที่หัวหน้าพ่อค้าบอกว่าชื่อคล้องกันเมื่อครู่นั่น...แล้วชื่อของท่าน...”“เหยียนเจี๋ย ข้าชื่อเหยียนเจี๋ย”“เหยียนเจี๋ย เหยียนหว่านเอ๋อร์ ข้าชอบนะทั้งชื่อท่านและชื่อข้า ขอบคุณ” วันวิสาข์ยิ้มสว่างไสว โดยที่ไม่รู้เลยว่าแซ่เหยียนของตนเองนั้นเป็นสิ่งต้องห้าม เพราะเหยียนคือชื่อรองขององค์ชายทั้งสามพระองค์ของแคว้นจ้าว“แม่นางเราคงจะต้องออกเดินทางแล้ว อิงสงคงจะออกตามหาเราเช่นกัน”“อิงสง

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 6

    ตกอยู่ในภวังค์ของตัวเองอยู่นาน วันวิสาข์ก็ได้พบกับฮูหยินพ่อค้าที่เดินมาขอบอกขอบใจแบบไม่มีวันสิ้นสุด อีกฝ่ายให้ลูกชายคุกเข่าโขกศีรษะเพื่อขอบคุณวันวิสาข์อีกรอบ เมื่อคิดๆ ดูเด็กสาวเห็นว่าคนพวกนี้ก็เป็นมีน้ำใจไม่น้อย พวกเขาช่วยคนแปลกหน้าขึ้นจากฝั่งแม่น้ำ ทั้งที่ไม่รู้ว่าเป็นคนดีหรือเลว“แม่นางสามีเจ้าเขาฟื้นแล้ว นายท่านให้ข้ามาตามเจ้า”“ยินดีด้วยนะเจ้ารีบกลับไปดูเขาเถิด เขาคงอยากจะเห็นเจ้าเป็นคนแรก”“ขอบคุณท่านมาก” วันวิสาข์เดินกลับมายังใต้ต้นไม้ที่มีหัวหน้าพ่อค้านั่งคุยอยู่กับคนเจ็บที่ท่าทางดีขึ้นมาก“ฮูหยินเจ้ามาแล้ว ข้าไม่กวนพวกเจ้าแล้วนะ ข้าก็ต้องไปช่วยคนอื่นๆ เก็บของออกเดินทาง” หัวหน้าพ่อค้าเอ่ย ได้ยินดังนั้นจ้าวเหยียนเจี๋ยเพียงพยักหน้าน้อยๆ“แม่นางขอบคุณอีกครั้ง พวกเจ้าช่างเหมาะสมกันจริงๆ แม้แต่ชื่อยังคล้องกันเลย” ประโยคหลังนั้นวันวิสาข์ได้ยินไม่ค่อยถนัดจึงไม่ได้ใส่ใจ“เป็นเจ้านั่นเองที่พวกเขาเอ่ยถึง เจ้าทำได้อย่างไร”“ท่านหมายถึงอะไรหรือ”“ก็ตอนที่เจ้ามาพร้อมกับแสงนั่น แสงนั่นเปลี่ยนทิศทางลูกดอกออกไปจากตัวข้า แล้วไหนจะการแต่งกายของเจ้าที่ไม่ใช่ของแคว้นจ้าว และการพูดของเจ้า”“มันพูด

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 5

    เสียงร้องโหยหวนของจางหย่วนจิน ปลุกวันวิสาข์ขึ้นมาในตอนเช้าตรู่วันหนึ่ง เขากำลังทดลองทำแปลงปลูกพืชสมุนไพร แต่ซุ่มซ่ามล้มลงไปทับจอบที่วางหงายอยู่บนพื้น ต้นขาของเขาเป็นแผลเหวอะหวะน่ากลัว เจอเลือดครั้งแรกวันวิสาข์ตกใจแทบตาย เพราะตั้งแต่ศึกษาวิชาแพทย์มา ยังไม่เคยได้ใช้แบบจริงๆ จังๆ มาก่อน ดังนั้นลูกศิษย์คนแรกผู้น่าสงสารจึงกลายมาเป็นคนไข้คนแรกไปอย่างคาดไม่ถึงหลังจากฝังเข็มห้ามเลือดและทำความสะอาดบาดแผล ขณะกำลังจะเย็บแผลนั้น เจ้าศิษย์โข่งก็แหกปากลั่นเพราะกลัวเจ็บจึงโดนฟาดอีกรอบ เขาลืมไปว่าเด็กสาวนั้นฝังเข็มรอบบาดแผลไปแล้ว ทำให้บริเวณนั้นไม่มีความรู้สึกจางหย่วนจินเพิ่มความเคารพนับถือเป็นเทิดทูนบูชาในตัวหญิงสาวยิ่งกว่าเดิม หลังจากที่เห็นการรักษาแบบใหม่นี้ เพราะไม่เคยเห็นการรักษาบาดแผล ด้วยการเย็บผิวหนังด้วยเข็มกับด้ายมาก่อน การเย็บแผลหลังจากฝังเข็มให้เกิดอาการชานี้ คือการนำแพทย์แผนปัจจุบันเข้ามาผสมผสานกับแพทย์แผนโบราณ ซึ่งในยุคนี้นั้นการเย็บบาดแผลที่ผิวหนังยังไม่ปรากฏ ขนาดซูหย่งจื้อผู้เป็นอาจารย์คนแรกก็ไม่เคยเอ่ยถึงเช่นกันหลังจากบาดแผลของจางหย่วนจินหายดี กลับปรากฏเด็กสาวคนหนึ่งที่กระท่อมพร้อม

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 4

    จำได้ว่านั่นเป็นบทสนทนาครั้งสุดท้ายระหว่างทั้งสองที่ไม่ได้เจอกันนานหลายปี หลังจากนั้นรินรดาก็เดินทางกลับไปเชียงใหม่อีกครั้ง ไม่นานข่าวผู้เป็นยายทวดจากไป ก็ทิ้งไว้แต่ความสับสนและไม่เข้าใจเอาไว้ กระทั่งตอนวันเกิดอายุครบสิบห้าปี เด็กสาวก็เข้าใจว่าทั้งหมดหมายความว่าอย่างไรวันแรกของการฉลองอายุครบสิบห้า เป็นการเดินทางครั้งแรกของวันวิสาข์ มันเกิดขึ้นในตอนเช้าขณะเดินทางไปทะเลที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์หลังจากเรียนจบมัธยมต้น อยู่ๆ ขณะที่กำลังเดินเล่นอยู่ที่หน้าชายหาด ภาพต่างๆ รอบตัวก็เปลี่ยนไป กระทั่งเด็กสาวพบว่าตัวเองหลุดเข้าไปยังหมู่บ้านโบราณ ซึ่งมองยังไงก็ไม่ใช่หมู่บ้านของคนไทยแน่นอนวันวิสาข์สติแตกทันทีและเริ่มแหกปากเรียกหาคนรู้จัก แต่ไม่นานก็นึกถึงคำพูดของผู้เป็นยายทวดที่เคยบอกเอาไว้ ทั้งยังนึกโทษตัวเองว่าเมื่อกลางวันคงจะดูหนังจีนกำลังภายในมากไปหน่อย ทว่าหลังจากเดินไปมาเพื่อสำรวจไปรอบๆ เช่นที่รินรดาบอก ไม่นานภาพต่างๆ รอบตัวก็กลับมาเป็นชายหาดที่ตนกำลังเดินเล่นอยู่เมื่อการเดินทางอีกครั้งมาถึง ครั้งนี้เกิดขึ้นตอนที่วันวิสาข์กำลังเรียนอยู่มัธยมปลายปีแรก วันวิสาข์ได้พบกับชายวัยกลางคนคนหนึ่ง เขา

  • ลำนำจอมนาง   บทที่ 3

    เสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นาๆ ไม่ได้เข้าไปในประสาทการรับรู้ของวันวิสาข์เลย ตอนนี้หญิงสาวคิดเพียงแต่จะช่วยคนเจ็บ กระทั่งผ่านไปนานจึงรู้ว่าขบวนพ่อค้ากลุ่มนี้ กำลังจะเดินทางกลับไปยังบ้านเกิด เพื่อเริ่มต้นค้าขายหลังจากที่สงครามเพิ่งจะสงบ พวกเขาบังเอิญเข้ามาเห็นเหตุการณ์และช่วยทั้งคู่ไว้ มีหลายคนคอยช่วยเหลือตอนหญิงสาวทำการรักษา ทุกคนต่างก็พากันตกตะลึง เมื่อเห็นวิธีการรักษาแบบใช้มีดผ่าเอาลูกดอกออก และเย็บผิวหนังเข้าด้วยกัน หลังจากนั้นก็พูดไปต่างๆ นาๆกลางดึกขณะที่วันวิสาข์กำลังพิจารณากำไลของคนที่นอนเจ็บอยู่ เสียงโหวกเหวกก็ดังขึ้นในกระโจม “แม่นางเจ้าช่วยลูกของข้าด้วย” หัวหน้าขบวนพ่อค้าเข้ามาคุกเข่าต่อหน้าหญิงสาว“ท่านลุงเกิดอะไรขึ้นหรือ”“ลูกข้า ลูกข้า”“เขาเป็นอะไร” วันวิสาข์ถูกลากออกมาและเห็นเด็กคนหนึ่งนอนชักน้ำลายฟูมปากจึงรีบวิ่งเข้าไปดู “พวกท่านถอยออกไป อย่าเข้ามามุง ฮูหยินท่านปล่อยเขาก่อนท่านทำให้เขาหายใจไม่ออก”“ช่วยลูกข้าด้วยช่วยเขาด้วย”“เขาเป็นมานานเท่าไหร่แล้ว”“ข้าเดินเข้ามาก็เห็นเขาเป็นแบบนี้แล้ว” ฮูหยินหัวหน้าพ่อค้าร้องไห้ราวจะขาดใจ“จับเขานอนตะแคงคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปให้หมด”วั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status