LOGIN“ข้าบอกพวกเขาว่านามของเจ้าคือหว่านเอ๋อร์ ข้าคิดชื่อนี้ออกตอนเห็นเจ้าเดินเข้ามาเมื่อครู่ ข้าบอกกับหัวหน้าพ่อค้าไปแบบนั้นเพราะคิดว่าเจ้าควรมีชื่อตามแบบของแคว้นจ้าว จะได้ไม่ดูเป็นคนต่างถิ่น หว่านเอ๋อร์แซ่เหยียน ต่อไปเจ้าก็ใช้ชื่อแซ่ว่าเหยียนหว่านเอ๋อร์ ส่วนนี่คือเสื้อผ้าชุดใหม่ฮูหยินของเขาฝากมาให้ เห็นบอกว่าฝากให้ฮูหยินของข้า”
“โทษข้าไม่ได้นะ กำไลของเราเหมือนกันพวกเขาก็เลยเข้าใจผิด” วันวิสาข์ยักไหล่
“เจ้าไปเปลี่ยนเป็นชุดแบบชาวแคว้นจ้าวเสียสิ”
“ข้าขอเวลาครู่เดียวนะเจ้าคะฮูหยิน” วันวิสาข์เอ่ยกับฮูหยินพ่อค้าแล้วหันหน้ากลับมามองชายหนุ่ม “เหยียนหว่านเอ๋อร์ ข้าชอบชื่อนี้” วันวิสาข์ยิ้มพอใจกับชื่อใหม่ที่เพิ่งได้
“แล้วเรื่องที่หัวหน้าพ่อค้าบอกว่าชื่อคล้องกันเมื่อครู่นั่น...แล้วชื่อของท่าน...”
“เหยียนเจี๋ย ข้าชื่อเหยียนเจี๋ย”
“เหยียนเจี๋ย เหยียนหว่านเอ๋อร์ ข้าชอบนะทั้งชื่อท่านและชื่อข้า ขอบคุณ” วันวิสาข์ยิ้มสว่างไสว โดยที่ไม่รู้เลยว่าแซ่เหยียนของตนเองนั้นเป็นสิ่งต้องห้าม เพราะเหยียนคือชื่อรองขององค์ชายทั้งสามพระองค์ของแคว้นจ้าว
“แม่นางเราคงจะต้องออกเดินทางแล้ว อิงสงคงจะออกตามหาเราเช่นกัน”
“อิงสง ท่านคงจะหมายถึงคนที่หน้าบึ้งๆ บนสะพานคนนั้นใช่หรือเปล่า”
“ใช่” จ้าวเหยียนเจี๋ยยิ้มอย่าขบขันเมื่อได้ยินเช่นนั้น
รอยยิ้มเขาน่ามองชะมัด หญิงสาวคิดในใจ “ว่าแต่ท่านเป็นคนตั้งชื่อข้า อย่าเรียกแม่นางสิ ต่อไปเราสองคนคือเพื่อนกันแล้วนะ”
“เพื่อนหรือ”
“เอ่อ...หมายถึงสหายน่ะ สหายกันก็ต้องเรียกชื่อโอเคนะ”
“อะไรคือ โอเค”
“เอ่อ...ลืมตัวแฮะ...เอาเป็นว่าท่านเรียกชื่อข้าหว่านเอ๋อร์ ข้าก็จะเรียกท่านว่าเหยียนเจี๋ย ว่าแต่ว่าท่านรู้สึกดีขึ้นแล้วหรือ ท่านเสียเลือดไปมาก”
“ข้าไม่เป็นไร ข้าต้องขอบคุณเจ้าจริงๆ”
“ขอล่ะ ตั้งแต่เช้าเจอแต่คนขอบอกขอบใจจนตัวข้าจะลอยขึ้นไปแล้ว”
“ได้ยินมาว่าเจ้าช่วยลูกชายคนเดียวของหัวหน้าพ่อค้าเอาไว้ด้วย”
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ท่านไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก แต่เปลี่ยนเป็นช่วยข้าตามหาหมอจางก็พอ ตกลงตามนี้” เหยียนหว่านเอ๋อร์เอ่ย และเดินเข้าไปหาฮูหยินหัวหน้าพ่อค้าที่ยังคงยืนรออยู่
จ้าวเหยียนเจี๋ยมองตามร่างอรชรที่เดินห่างออกไปด้วยอารมณ์หลากหลาย หลังจากที่ได้สนทนากับหัวหน้าพ่อค้า ที่เล่าเรื่องราวตอนที่เขาหมดสตินั้น เขาไม่แน่ใจว่าตอนนี้เขาคิดอะไรอยู่ และคิดอย่างไรกับหญิงสาวแปลกหน้าคนนี้ที่มีที่มาไม่ธรรมดา
‘ฮูหยินท่านคงจะรักท่านมากนะ’
‘ฮูหยินของข้า’
‘ใช่ นางไปล้างหน้าล้างตา เดี๋ยวคงจะมา ฮูหยินข้าชอบนางมากเลย ทั้งสวยทั้งฉลาด แถมเป็นหมออีกด้วย นี่ฮูหยินข้าถึงขนาดยกชุดนี้ให้ นางรักชุดนี้มากเลยนะนานๆ ครั้งถึงจะใส่ แต่ก็ยอมยกให้ฮูหยินของเจ้า’
‘นางบอกพวกท่านว่าข้าเป็นสามีของนางหรือ’
‘หรือว่าพวกเจ้าเพิ่งจะหนีตามกันมาเลยโดนทำร้ายใช่ไหม เฮ้อน่าเศร้าจริงๆ นี่เจ้าคงจะไปรักกับคุณหนูสูงศักดิ์ละสิ’
‘คือ...ว่า’
‘ไม่เป็นไร ข้าเข้าใจพวกเจ้า ข้าดูแล้วเจ้าสองคนเป็นคนดีเหมาะสมกันด้วย อีกอย่างดูก็รู้ว่านางรักเจ้ามาก นางดูร้อนใจมาตอนเจ้านอนเจ็บ ข้าก็ไม่รู้ว่านางทำได้อย่างไรแต่นางถึงกับยอมแบ่งลมหายใจให้ท่านเลยนะ’
‘ท่านหมายความว่าอย่างไรที่นางยอมแบ่งลมหายใจให้ข้า’
‘ก็ข้าเจอท่านตอนนั้น ท่านไม่มีลมหายใจแล้ว แต่นางกลับเป่าลมหายใจของนางเข้าไปในปากท่าน ผ่านปากของนางเองเลย ตอนแรกข้านึกว่านางเป็นบ้าไปแล้ว เพราะความเสียใจแต่ที่ไหนได้ หลังจากนางทำแบบนั้น เจ้าก็กลับมามีลมหายใจอีกครั้งไม่เชื่อก็ต้องเชื่อล่ะ’
‘จริงหรือ’ เขาแตะริมฝีปากตังเองอย่างลืมตัว
‘ว่าแต่ฮูหยินเจ้าชื่ออะไรเล่าพ่อหนุ่ม ข้าลืมถามนางซะสนิทเลย’
‘ชื่อของนาง...’
‘ใช่ข้าจะได้จำเอาไว้เพราะเมื่อคืนนี้นางช่วยรักษาอาการป่วยของลูกข้าเอาไว้ด้วย’ ทันใดนั้นร่างแบบบางของหญิงสาวที่กำลังเดินใกล้เข้ามาก็ปรากฏขึ้น
‘หว่านเอ๋อร์... ชื่อของนางคือหว่านเอ๋อร์’ เขายิ้มเล็กน้อยแล้วเอ่ยออกมา
‘หว่านเอ๋อร์ ชื่อเพราะสมตัวนาง เจ้าล่ะพ่อหนุ่ม’
‘เหยียนเจี๋ยคือชื่อของข้า’ เขาไม่ได้เอ่ยออกมาทั้งหมดว่าเขาคือองค์ชายจ้าวเหยียนเจี๋ย องค์ชายสามแคว้นจ้าวและแม่ทัพใหญ่รักษาดินแดน เพราะในระหว่างการเดินทางนี้ เขาตัดสินใจว่าเขาจะเป็นเพียงแค่เหยียนเจี๋ย นายทหารคนหนึ่งเท่านั้น
‘สองคนทั้งรูปงามนามก็เพราะช่างเหมาะสมกันจริงๆ’
‘งามนัก เจ้าสวมชุดนี้แล้วสวยมากเลยแม่นางหว่านเอ๋อร์’ ฮูหยินพ่อค้าเอ่ยชมจนเหยียนหว่านเอ๋อร์รู้สึกขัดเขิน
‘นั่นเพราะชุดที่ท่านให้มาแท้ๆ เลยขอบคุณท่านมากนะเจ้าคะ’
‘อย่าได้เกรงใจไปเลย ท่านช่วยรักษาลูกชายของเราแค่นี้ยังน้อยไปวันหน้าหากเจ้าไปที่เมืองจงตูก็แวะไปหาข้าได้ตลอดเลย มาเถอะสายมากแล้วเจ้าและข้าต่างก็สมควรออกเดินทางได้แล้ว’
เมื่อเดินเข้ามารวมกับคนอื่นๆ ทุกคนในขบวน ต่างก็มองมาที่เหยียนหว่านเอ๋อร์เป็นตาเดียวกัน พวกเขาเอ่ยชมเป็นเสียงเดียวกัน จ้าวเหยียนเจี๋ยเองก็มองนางด้วยความชื่นชมเขาคิดไว้มิผิดจริงๆ เหยียนหว่านเอ๋อร์เหมาะกับชุดของหญิงสาวแคว้นจ้าว อีกทั้งชุดสีขาวสลับเหลืองช่วยขับให้ผิวเนียนสดใสของนางให้แลดูอ่อนเยาว์ ผมยาวสลวยของนางที่เคยถูกพันไว้ลวกๆ ตอนนี้ครึ่งหนึ่งถูกปล่อยสยายลงมาเต็มบ่า ส่วนอีกครึ่งถูกถักเอาไว้แล้วม้วนเป็นวงยึดเอาไว้กึ่งกลางศีรษะด้วยปิ่นไม้
เหยียนหว่านเอ๋อร์เดินยิ้มเข้ามาหาจ้าวเหยียนเจี๋ย ตอนนี้เขาเองก็เปลี่ยนมาใส่ชุดสีน้ำตาลเข้มที่ได้รับมาจากพ่อค้าซึ่งมีรูปร่างใกล้เคียงกัน “ข้าดูเป็นอย่างไรบ้าง”
“สวยมากเลยแม่นาง” ทุกคนเอ่ย
ในที่สุดก็ถึงเวลาแยกจาก ฮูหยินพ่อค้ายังใจดีมอบเสบียง และช่วยจัดของเหยียนหว่านเอ๋อร์ใหม่ โดยเก็บไว้ในห่อผ้าแบบแคว้นจ้าวจะได้ไม่ดูผิดสังเกต เพราะทั้งหมดยังเข้าใจว่าทั้งคู่หนีตามกันมาอยู่จ้าวเหยียนเจี๋ยรับห่อผ้านั้นมาและผูกเอาไว้บนหลัง เขาตัดสินใจไม่ใช้เส้นทางหลักที่ตัดเข้าเมืองหลวง เพราะเกรงว่าหากโดนโจมตีอีกครั้ง เขาเองซึ่งกำลังบาดเจ็บอยู่อาจไม่สามารถคุ้มครองเหยียนหว่านเอ๋อร์ คนทั้งสองเดินแยกไปทางทิศเหนือ ซึ่งเป็นถนนเล็กๆ เพื่ออ้อมไปเข้ายังเมืองหลวง ผ่านหมู่บ้านชนบทต่างๆ ซึ่งไม่ค่อยจะมีเหล่าชาวยุทธ์ และนักเดินทางใช้ นอกจากจะเป็นพ่อค้าและคนพื้นที่ตลอดการเดินทางเหยียนหว่านเอ๋อร์ชวนคุยโน่นคุยนี่ไปเรื่อย จ้าวเหยียนเจี๋ยนั้นปกติชอบความสงบ ทว่าตอนนี้เขาออกจะแปลกใจที่ดูเหมือนเขาจะชอบบรรยากาศรอบๆ ตัวเหยียนหว่านเอ๋อร์ตอนนี้เหลือเกินทั้งสองเดินเท้าเกือบตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนบ่ายคล้อย ในที่สุดก็มาถึงโรงเตี้ยมเล็กๆ ริมแม่น้ำที่นักเดินทางส่วนใหญ่จะมากิน ดื่ม และนอนพักเอาแรงในระหว่างที่รอเรือข้ามฟากที่จะมีทุกสามถึงสี่ชั่วยาม ก่อนหน้านี้เหยียนหว่านเอ๋อร์ส่งถุงเงินที่ได้รับมาจากฮูหยินพ่อค้า และถา
“ข้าบอกพวกเขาว่านามของเจ้าคือหว่านเอ๋อร์ ข้าคิดชื่อนี้ออกตอนเห็นเจ้าเดินเข้ามาเมื่อครู่ ข้าบอกกับหัวหน้าพ่อค้าไปแบบนั้นเพราะคิดว่าเจ้าควรมีชื่อตามแบบของแคว้นจ้าว จะได้ไม่ดูเป็นคนต่างถิ่น หว่านเอ๋อร์แซ่เหยียน ต่อไปเจ้าก็ใช้ชื่อแซ่ว่าเหยียนหว่านเอ๋อร์ ส่วนนี่คือเสื้อผ้าชุดใหม่ฮูหยินของเขาฝากมาให้ เห็นบอกว่าฝากให้ฮูหยินของข้า”“โทษข้าไม่ได้นะ กำไลของเราเหมือนกันพวกเขาก็เลยเข้าใจผิด” วันวิสาข์ยักไหล่“เจ้าไปเปลี่ยนเป็นชุดแบบชาวแคว้นจ้าวเสียสิ”“ข้าขอเวลาครู่เดียวนะเจ้าคะฮูหยิน” วันวิสาข์เอ่ยกับฮูหยินพ่อค้าแล้วหันหน้ากลับมามองชายหนุ่ม “เหยียนหว่านเอ๋อร์ ข้าชอบชื่อนี้” วันวิสาข์ยิ้มพอใจกับชื่อใหม่ที่เพิ่งได้“แล้วเรื่องที่หัวหน้าพ่อค้าบอกว่าชื่อคล้องกันเมื่อครู่นั่น...แล้วชื่อของท่าน...”“เหยียนเจี๋ย ข้าชื่อเหยียนเจี๋ย”“เหยียนเจี๋ย เหยียนหว่านเอ๋อร์ ข้าชอบนะทั้งชื่อท่านและชื่อข้า ขอบคุณ” วันวิสาข์ยิ้มสว่างไสว โดยที่ไม่รู้เลยว่าแซ่เหยียนของตนเองนั้นเป็นสิ่งต้องห้าม เพราะเหยียนคือชื่อรองขององค์ชายทั้งสามพระองค์ของแคว้นจ้าว“แม่นางเราคงจะต้องออกเดินทางแล้ว อิงสงคงจะออกตามหาเราเช่นกัน”“อิงสง
ตกอยู่ในภวังค์ของตัวเองอยู่นาน วันวิสาข์ก็ได้พบกับฮูหยินพ่อค้าที่เดินมาขอบอกขอบใจแบบไม่มีวันสิ้นสุด อีกฝ่ายให้ลูกชายคุกเข่าโขกศีรษะเพื่อขอบคุณวันวิสาข์อีกรอบ เมื่อคิดๆ ดูเด็กสาวเห็นว่าคนพวกนี้ก็เป็นมีน้ำใจไม่น้อย พวกเขาช่วยคนแปลกหน้าขึ้นจากฝั่งแม่น้ำ ทั้งที่ไม่รู้ว่าเป็นคนดีหรือเลว“แม่นางสามีเจ้าเขาฟื้นแล้ว นายท่านให้ข้ามาตามเจ้า”“ยินดีด้วยนะเจ้ารีบกลับไปดูเขาเถิด เขาคงอยากจะเห็นเจ้าเป็นคนแรก”“ขอบคุณท่านมาก” วันวิสาข์เดินกลับมายังใต้ต้นไม้ที่มีหัวหน้าพ่อค้านั่งคุยอยู่กับคนเจ็บที่ท่าทางดีขึ้นมาก“ฮูหยินเจ้ามาแล้ว ข้าไม่กวนพวกเจ้าแล้วนะ ข้าก็ต้องไปช่วยคนอื่นๆ เก็บของออกเดินทาง” หัวหน้าพ่อค้าเอ่ย ได้ยินดังนั้นจ้าวเหยียนเจี๋ยเพียงพยักหน้าน้อยๆ“แม่นางขอบคุณอีกครั้ง พวกเจ้าช่างเหมาะสมกันจริงๆ แม้แต่ชื่อยังคล้องกันเลย” ประโยคหลังนั้นวันวิสาข์ได้ยินไม่ค่อยถนัดจึงไม่ได้ใส่ใจ“เป็นเจ้านั่นเองที่พวกเขาเอ่ยถึง เจ้าทำได้อย่างไร”“ท่านหมายถึงอะไรหรือ”“ก็ตอนที่เจ้ามาพร้อมกับแสงนั่น แสงนั่นเปลี่ยนทิศทางลูกดอกออกไปจากตัวข้า แล้วไหนจะการแต่งกายของเจ้าที่ไม่ใช่ของแคว้นจ้าว และการพูดของเจ้า”“มันพูด
เสียงร้องโหยหวนของจางหย่วนจิน ปลุกวันวิสาข์ขึ้นมาในตอนเช้าตรู่วันหนึ่ง เขากำลังทดลองทำแปลงปลูกพืชสมุนไพร แต่ซุ่มซ่ามล้มลงไปทับจอบที่วางหงายอยู่บนพื้น ต้นขาของเขาเป็นแผลเหวอะหวะน่ากลัว เจอเลือดครั้งแรกวันวิสาข์ตกใจแทบตาย เพราะตั้งแต่ศึกษาวิชาแพทย์มา ยังไม่เคยได้ใช้แบบจริงๆ จังๆ มาก่อน ดังนั้นลูกศิษย์คนแรกผู้น่าสงสารจึงกลายมาเป็นคนไข้คนแรกไปอย่างคาดไม่ถึงหลังจากฝังเข็มห้ามเลือดและทำความสะอาดบาดแผล ขณะกำลังจะเย็บแผลนั้น เจ้าศิษย์โข่งก็แหกปากลั่นเพราะกลัวเจ็บจึงโดนฟาดอีกรอบ เขาลืมไปว่าเด็กสาวนั้นฝังเข็มรอบบาดแผลไปแล้ว ทำให้บริเวณนั้นไม่มีความรู้สึกจางหย่วนจินเพิ่มความเคารพนับถือเป็นเทิดทูนบูชาในตัวหญิงสาวยิ่งกว่าเดิม หลังจากที่เห็นการรักษาแบบใหม่นี้ เพราะไม่เคยเห็นการรักษาบาดแผล ด้วยการเย็บผิวหนังด้วยเข็มกับด้ายมาก่อน การเย็บแผลหลังจากฝังเข็มให้เกิดอาการชานี้ คือการนำแพทย์แผนปัจจุบันเข้ามาผสมผสานกับแพทย์แผนโบราณ ซึ่งในยุคนี้นั้นการเย็บบาดแผลที่ผิวหนังยังไม่ปรากฏ ขนาดซูหย่งจื้อผู้เป็นอาจารย์คนแรกก็ไม่เคยเอ่ยถึงเช่นกันหลังจากบาดแผลของจางหย่วนจินหายดี กลับปรากฏเด็กสาวคนหนึ่งที่กระท่อมพร้อม
จำได้ว่านั่นเป็นบทสนทนาครั้งสุดท้ายระหว่างทั้งสองที่ไม่ได้เจอกันนานหลายปี หลังจากนั้นรินรดาก็เดินทางกลับไปเชียงใหม่อีกครั้ง ไม่นานข่าวผู้เป็นยายทวดจากไป ก็ทิ้งไว้แต่ความสับสนและไม่เข้าใจเอาไว้ กระทั่งตอนวันเกิดอายุครบสิบห้าปี เด็กสาวก็เข้าใจว่าทั้งหมดหมายความว่าอย่างไรวันแรกของการฉลองอายุครบสิบห้า เป็นการเดินทางครั้งแรกของวันวิสาข์ มันเกิดขึ้นในตอนเช้าขณะเดินทางไปทะเลที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์หลังจากเรียนจบมัธยมต้น อยู่ๆ ขณะที่กำลังเดินเล่นอยู่ที่หน้าชายหาด ภาพต่างๆ รอบตัวก็เปลี่ยนไป กระทั่งเด็กสาวพบว่าตัวเองหลุดเข้าไปยังหมู่บ้านโบราณ ซึ่งมองยังไงก็ไม่ใช่หมู่บ้านของคนไทยแน่นอนวันวิสาข์สติแตกทันทีและเริ่มแหกปากเรียกหาคนรู้จัก แต่ไม่นานก็นึกถึงคำพูดของผู้เป็นยายทวดที่เคยบอกเอาไว้ ทั้งยังนึกโทษตัวเองว่าเมื่อกลางวันคงจะดูหนังจีนกำลังภายในมากไปหน่อย ทว่าหลังจากเดินไปมาเพื่อสำรวจไปรอบๆ เช่นที่รินรดาบอก ไม่นานภาพต่างๆ รอบตัวก็กลับมาเป็นชายหาดที่ตนกำลังเดินเล่นอยู่เมื่อการเดินทางอีกครั้งมาถึง ครั้งนี้เกิดขึ้นตอนที่วันวิสาข์กำลังเรียนอยู่มัธยมปลายปีแรก วันวิสาข์ได้พบกับชายวัยกลางคนคนหนึ่ง เขา
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นาๆ ไม่ได้เข้าไปในประสาทการรับรู้ของวันวิสาข์เลย ตอนนี้หญิงสาวคิดเพียงแต่จะช่วยคนเจ็บ กระทั่งผ่านไปนานจึงรู้ว่าขบวนพ่อค้ากลุ่มนี้ กำลังจะเดินทางกลับไปยังบ้านเกิด เพื่อเริ่มต้นค้าขายหลังจากที่สงครามเพิ่งจะสงบ พวกเขาบังเอิญเข้ามาเห็นเหตุการณ์และช่วยทั้งคู่ไว้ มีหลายคนคอยช่วยเหลือตอนหญิงสาวทำการรักษา ทุกคนต่างก็พากันตกตะลึง เมื่อเห็นวิธีการรักษาแบบใช้มีดผ่าเอาลูกดอกออก และเย็บผิวหนังเข้าด้วยกัน หลังจากนั้นก็พูดไปต่างๆ นาๆกลางดึกขณะที่วันวิสาข์กำลังพิจารณากำไลของคนที่นอนเจ็บอยู่ เสียงโหวกเหวกก็ดังขึ้นในกระโจม “แม่นางเจ้าช่วยลูกของข้าด้วย” หัวหน้าขบวนพ่อค้าเข้ามาคุกเข่าต่อหน้าหญิงสาว“ท่านลุงเกิดอะไรขึ้นหรือ”“ลูกข้า ลูกข้า”“เขาเป็นอะไร” วันวิสาข์ถูกลากออกมาและเห็นเด็กคนหนึ่งนอนชักน้ำลายฟูมปากจึงรีบวิ่งเข้าไปดู “พวกท่านถอยออกไป อย่าเข้ามามุง ฮูหยินท่านปล่อยเขาก่อนท่านทำให้เขาหายใจไม่ออก”“ช่วยลูกข้าด้วยช่วยเขาด้วย”“เขาเป็นมานานเท่าไหร่แล้ว”“ข้าเดินเข้ามาก็เห็นเขาเป็นแบบนี้แล้ว” ฮูหยินหัวหน้าพ่อค้าร้องไห้ราวจะขาดใจ“จับเขานอนตะแคงคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปให้หมด”วั







