Home / รักโบราณ / ลิขิตรัก องค์ชายไร้ใจ / ตอนที่ 4 พระชายาที่ถูกทอดทิ้ง

Share

ตอนที่ 4 พระชายาที่ถูกทอดทิ้ง

last update Last Updated: 2025-06-18 22:53:21

“คุณหนูเจ้าคะ ท่านลืมตาสิ ท่านเป็นแบบนี้บ่าวใจคอไม่ดีเลย”

เสียงเรียกที่แสนคุ้นเคย เสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงและความเจ็บปวดแทนนาง ทำให้ไป๋ลี่เยว่พยายามขยับตัว แต่เพียงแค่ขยับปลายนิ้ว ร่างกายกลับหนักอึ้งราวกับถูกโซ่ตรวนพันธนาการไว้ รู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงทั้งหมดถูกสูบหายไป ทุกส่วนของร่างกายร้อนดั่งกับถูกเผาไหม้จากพิษไข้

“อืมมม” ไป๋ลี่เยว่ครางเสียงแผ่ว แต่เสียงที่เปล่งออกมากลับแหบแห้งจนแทบไม่ได้ยิน ลำคอแห้งผากราวกับมีไฟเผา แต่ลมหายใจกลับแผ่วเบาเหมือนกับเชือกที่พร้อมจะขาดลงได้ทุกเมื่อ

“คุณหนู ท่านต้องไม่เป็นอะไรนะเจ้าคะ หากท่านเป็นอะไรไป แล้วบ่าวกับคนอื่นๆ จะทำเช่นไร”

 เสียงของหงเหมยสะอื้นไห้ มือเล็กๆ นั้นเย็นเฉียบ เพราะความวิตกกังวลกับอาการป่วยของไป๋ลี่เยว่คุณหนูของนาง หงเมยขอตามเข้าวังมารับใช้คุณหนูของจวนตระกูลไป๋ด้วยความซื่อสัตย์

เสียงสั่นเครือของหงเหมย สาวใช้คนสนิทดังอยู่ข้างหู ไป๋ลี่เยว่พยายามฝืนลืมตาขึ้นอีกครั้งแต่กลับรู้สึกหนักอึ้ง ราวกับมีหินกดทับ

ร่างอวบอ้วนของไป๋ลี่เยว่นอนขดตัวอยู่บนเตียงหลังเก่า อาภรณ์บางเบาที่เคยงดงามของนางบัดนี้เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ ผิวพรรณที่เคยเปล่งปลั่งบัดนี้ซีดขาวราวกระดาษ แก้มอวบอิ่มซีดเผือดแต่กลับร้อนผ่าว ริมฝีปากอวบแตกระแหงจากพิษไข้ 

ตั้งแต่ค่ำคืนแห่งความอัปยศนั้น ไป๋ลี่เยว่ถูกผลักไสไล่ส่งมายังตำหนักเย็นทันทีในตอนเช้า ไม่มีขบวนส่งตัว ไม่มีเกียรติยศสมเป็นพระชายา ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนหัวใจของนางยังตั้งรับไม่ทัน 

และหลังจากคืนนั้น ทุกส่วนของร่างกายเหมือนกำลังถูกกลืนกินด้วยความอ่อนแอ ความหนาวเหน็บกัดกินร่างกายของนาง แต่ในความทรมานนั้น นางกลับรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากมือเล็กๆ ของสาวใช้ที่กำลังกุมมือนางไว้แน่น ประหนึ่งกลัวว่าหากปล่อยมือไป นางจะหายไปจากโลกนี้ตลอดกาล 

อาการไข้ของไป๋ลี่เยว่ขึ้นสูงจนหมดสติ หงเหมยและบ่าวรับใช้ที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่คน ต้องช่วยกันปรนนิบัตินาง ดูแลนางตลอดทั้งคืนทั้งวัน

พวกนางต้องไปต้มยาสมุนไพรจากเศษยาที่เก็บสะสมไว้ คอยเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้นางทุกชั่วยาม คอยพยุงป้อนน้ำ ป้อนยา และคอยภาวนาให้คุณหนูของพวกนางฟื้นขึ้นมา

ทว่าระหว่างนั้น บุรุษผู้เป็นพระสวามีกลับไม่เคยย่างกรายเข้ามาสักก้าวเดียว

หลงเจิ้งหยางยังคงใช้ชีวิตของเขาตามปกติ เตรียมตัวออกศึก และไม่เคยสนใจว่าพระชายาของตนเองจะเป็นหรือตาย

ในที่สุด เช้าวันที่สี่ ไป๋ลี่เยว่ก็ฟื้นขึ้นมาจากไข้หนัก นางลืมตาช้าๆ มองเพดานห้องที่แตกร้าว ที่นี่มิใช่ตำหนักอันโอ่อ่าของพระชายา แต่เป็นเพียงสถานที่ที่ใช้ขับไล่สตรีที่ไม่เป็นที่ต้องการ หัวใจของนางสงบนิ่งอย่างประหลาด ไม่มีน้ำตา ไม่มีเสียงสะอื้น มีเพียงความว่างเปล่า

“คุณหนู เอ่อ พระชายา ท่านฟื้นแล้ว” หงเหมยรีบเข้ามาประคองนาง ดวงตาแดงก่ำด้วยความยินดี

ไป๋ลี่เยว่พยายามเคลื่อนริมฝีปากที่แห้งผาก เปล่งเสียงแหบแห้งออกมา 

“ขะ ข้า ไม่เป็นไร เรียกข้าเหมือนเดิมเถิด หงเหมย”

“คุณหนู” หงเหมยรีบเอาหลังมือเช็ดน้ำตาของตัวเองที่ไหลอาบแก้ม ด้วยความดีใจที่เห็นอีกคุณหนูของตนได้สติ 

 “ในที่สุดท่านก็ฟื้นแล้ว”

หงเหมยรีบใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดใบหน้าซีดเซียวของนาง ดวงตาแดงก่ำ “คุณหนู บ่าวจะไปขอหมอจากจวนอ๋องมาให้ท่านนะเจ้าคะ”

ไป๋ลี่เยว่ส่ายหน้าแผ่วเบา

หมอของจวนอ๋องหรือ ฮึ ต่อให้นางตายตรงนี้ องค์ชายสามก็คงไม่แม้แต่จะปรายตามอง ตอนนี้เขาคงออกไปชายแดนแล้วกระมัง

“ไม่จำเป็น” นางพึมพำเสียงแหบ

 “ข้าแค่ ไข้ขึ้นเท่านั้น หงเหมย ตอนนี้ข้าเกือบหายแล้ว ขอบใจเจ้าที่ดูแลข้า เจ้าแค่ต้มยาให้ข้าก็พอแล้ว”

“คุณหนู แต่ท่านป่วยหนักมาก” หงเหมยรีบกล่าวค้านเสียงสะอื้น 

“ตั้งแต่ท่านถูกส่งมาที่ตำหนักเย็น ท่านก็เป็นไข้สูงจนไม่ได้สติมาหลายวันแล้ว”

หงเหมยกัดริมฝีปากแน่น แม้จะรู้ว่าคุณหนูของนางไม่ต้องการให้ไปขอร้องใคร แต่นางกลับอดเจ็บใจไม่ได้ องค์ชายสามช่างใจร้ายเกินไป แม้จะไม่รักคุณหนูของนาง แต่ก็ไม่น่าจะปล่อยให้พระชายาป่วยหนักเช่นนี้ 

สามวันสามคืนที่คุณหนูของนางไม่ได้สติ มีเพียงบ่าวรับใช้ที่พากันเฝ้าดูแล แต่ทว่า ไร้เงาของพระสวามีมาเยือน ไม่เคยแม้แต่จะส่งคนมาไถ่ถาม ความใจร้ายขององค์ชายสามเกินจะกล่าวถึง

“หลายวัน หรือ”

ไป๋ลี่เยว่พยายามนึกย้อนกลับไป แต่สิ่งที่แล่นเข้ามาในความคิดของนาง คือใบหน้าของบุรุษหนึ่งเดียวในใจ ใบหน้าของหลงเจิ้งหยาง

เมื่อภาพแห่งความทรงจำ ย้อนกลับมาแทงใจนางอีกครั้ง นางยังจำได้ดี คืนนั้น เขากระชากผ้านางออกโดยไร้ซึ่งความอ่อนโยน คืนนั้น เขาทำให้นางกลายเป็นของเขา ทั้งๆ ที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ และรุ่งเช้าเขากลับสาดวาจาทำร้ายนางให้เจ็บช้ำ

“เจ้าจะถูกย้ายไปอยู่ตำหนักเย็น ตั้งแต่วันนี้ไป อย่าได้ก้าวล้ำเข้ามาในชีวิตของข้าอีก”

“เจ้ารู้ตัวหรือไม่ ว่าการที่ข้าต้องแตะต้องเจ้า มันเป็นเรื่องที่ข้าขยะแขยงเพียงใด”

“อย่าได้หวังว่าข้าจะมองเจ้าด้วยสายตาอื่น เพราะข้ามิได้รักเจ้า และจะไม่มีวันรัก”

หัวใจของไป๋ลี่เยว่บีบรัดแน่น ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบคั้นมันอย่างไร้ปรานี น้ำตาเอ่อคลอในดวงตา แต่สุดท้าย นางก็เม้มริมฝีปากแน่น กลืนมันกลับลงไป

“ข้าจะอ่อนแอมิได้ ถึงแม้เขาจะทอดทิ้งข้า แต่ข้าจะไม่ยอมให้ตัวเองพังทลายเพราะเขา”

ไป๋ลี่เยว่กะพริบตาช้าๆ นางมองมือที่ซีดเซียวของตนเอง แล้วกำมันแน่น

สามวันสามคืน องค์ชายสามไม่เคยมาเยี่ยมนางเลยสักครั้ง ทำราวกับว่านางไม่มีตัวตน นางเข้าใจแล้ว ความรักของนางช่างไร้ค่าเพียงใดในสายตาของเขา

ไป๋ลี่เยว่สูดหายใจลึก นางพยายามพยุงตัวเองขึ้นนั่ง แม้ร่างกายจะยังอ่อนแอ แต่จิตใจของนางกลับแข็งแกร่งกว่าครั้งไหนๆ

“หงเหมย” นางเอ่ยเสียงแผ่วเบา แต่น้ำเสียงกลับหนักแน่น 

“ต่อจากนี้ไป ข้าจะไม่รอคอยใครอีกแล้ว”

หงเหมยมองคุณหนูของตนอย่างตกตะลึง

นัยน์ตาของไป๋ลี่เยว่ในตอนนี้ มิได้อ่อนแอเช่นเคยอีกแล้ว นับจากวันนี้ไป ไป๋ลี่เยว่คนเดิมจะไม่มีวันกลับมา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ลิขิตรัก องค์ชายไร้ใจ   ตอนที่ 265 รอยยิ้มหลังม่านพิรุณนิรันดร์

    ณ ศาลาเร้นเมฆา ตั้งอยู่ท่ามกลางหมู่แมกไม้หนาทึบ บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงหยดน้ำที่ไหลจากชายคาตกกระทบลงสู่รางหิน... ติ่ง... ติ่ง... แสงโคมสลัวรางพาดผ่านม่านโปร่งบาง พลิ้วไหวตามแรงลมราวมือของปีศาจที่กำลังกรีดกรายเริงระบำในความมืดบนโต๊ะไม้กฤษณาหอม ปรากฏปลายนิ้วเรียวยาวขาวจัดราวกระเบื้องเคลือบ กำลังบรรจงปักด้ายไหมสีเทาหม่นลงบนผืนผ้าสีนิลอย่างเชื่องช้า เข็มเงินวาววับแทงทะลุเนื้อผ้า ให้เส้นไหมสีเทาหม่นสอดประสานกันเป็นรูปลักษณ์ซับซ้อน ปมพิรุณนิรันดร์ ที่พันเกี่ยวจนหาจุดสิ้นสุดมิได้เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้น ก่อนที่เงาร่างหนึ่งในชุดดำสนิทจะทรุดกายลงคุกเข่าที่มุมมืดด้านหลังศาลา“นายท่าน... ข่าวด่วนจากนกพิราบสื่อสาร” เสียงบุรุษสั่นพร่า“หน่วยพิรุณที่ส่งไปชิงขบวนเสบียง ทำงานพลาด เว่ยหลางนำหน่วยม้าเร็วเข้าแทรกแซงได้ทันเวลา พร้อมนำกำลังเข้าตอบโต้ คนของเรา... กลืนยาพิษปลิดชีพตนเองเพื่อรักษาความลับจนสิ้น บัดนี้เสบียงเข้าสู่ค่ายของหลงเจิ้งหยางแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“บัดนี้เสบียง…ถึงค่ายแล้ว”มือที่กำลังปักผ้าชะงักเพียงชั่วครู่ ทว่ามิได้สั่นไหว ปลายนิ้วลูบไล้ไปตามปมผ้าที่เพิ่งปักเสร็จอย่างแผ่วเบา“

  • ลิขิตรัก องค์ชายไร้ใจ   ตอนที่ 264 หมากตัวที่สาม

    “นั่น... ขบวนเสบียง ขบวนเสบียงหลวงมาถึงแล้ว” ทหารยามบนป้อมค่ายแผดเสียงตะโกนฝ่าลมหนาวและม่านหิมะดังไปทั่วค่าย เสียงฝีเท้านับพันและล้อเกวียนบดอัดแผ่นหิมะดังสนั่นกึกก้องจากทิศตะวันออก เสียงโห่ร้องปะทุขึ้นแทบพร้อมกัน ขวัญกำลังใจที่เคยร่วงหล่นถูกร้อยกลับคืนมาแน่นหนายิ่งกว่าเดิมนชั่วพริบตา หลงเจิ้งหยางเดินออกมาจากกระโจมบัญชาการด้วยท่วงท่าสงบสง่า เขาไม่ได้ดูประหลาดใจแม้แต่น้อย แววตาคมปลาบจ้องมองไปยังเงาตะคุ่มของขบวนเกวียนนับร้อยที่ค่อยๆ เคลื่อนฝ่าม่านหมอกเข้ามา โดยมีเว่ยหลางควบม้านำหน้ามาด้วยใบหน้าเปื้อนฝุ่นแต่ดวงตามีประกายแห่งชัยชนะ เว่ยหลางกระโดดลงจากหลังม้าแล้วคุกเข่าลงเบื้องหน้าแม่ทัพใหญ่ทันที“รายงานท่านแม่ทัพ... กระหม่อมนำขบวนเสบียงหลวงกลับมาถึงค่ายโดยสวัสดิภาพแล้วพ่ะย่ะค่ะ เป็นดังที่พระองค์ทรงคาดการณ์… พวกมันสลับป้ายลวงขบวนเกวียนให้วนเวียนอยู่ในหุบเขาฉิงหลัวจนเกือบสิ้นแรง” ด้านหลังของเว่ยหลาง นายกองลำเลียงที่สภาพอิดโรยและใบหน้าเต็มไปด้วยความละอายใจ รีบคลานเข้าหมอบกราบลงกับพื้น ตัวสั่นเทา หน้าซีดเผือด “ท่านแม่ทัพ... ข้าน้อยผิดไปแล้ว ข้าน้อยโง่เขลานักที่เชื่อคำคนนำทางและแผนที่อัปมงค

  • ลิขิตรัก องค์ชายไร้ใจ   ตอนที่ 263 เส้นทางเสบียงที่หายไป

    ท่ามกลางหิมะที่เริ่มจับตัวหนาขึ้นอย่างเชื่องช้า ลานค่ายพักทัพกลับเงียบงันผิดวิสัย ความเงียบนั้นไม่ใช่ความสงบ หากเป็นความเงียบแบบเดียวกับก่อนคมดาบจะฟาดฟันความเงียบที่คนผ่านศึกมาโชกโชนอย่างหลงเจิ้งหยางไม่เคยไว้วางใจเขาก้าวไปหยุดที่กองกระสอบข้าวซึ่งยึดมาได้จากโรงเตี้ยมในเมือง มือหนาล้วงลงไปในกระสอบ หยิบเมล็ดข้าวขึ้นมาปล่อยให้ไหลผ่านนิ้วช้า ๆ เมล็ดข้าวขาวสะอาด แห้งสนิท ลื่นมือ ไร้กลิ่นอับชื้นแม้แต่น้อย“ข้าวพวกนี้…” หลงเจิ้งหยางเอ่ยเสียงต่ำเยือกเย็น “ใหม่เกินกว่าจะเป็นเสบียงสำรองยามขัดสนอย่างที่หูเฉิงอ้าง”เขาหยุดนิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนเอ่ยต่ออย่างเย็นเยียบ “ปริมาณเท่านี้... ต่อให้ประหยัด ก็เลี้ยงทหารได้ไม่ถึงสิบวัน” หานเจี้ยนรองแม่ทัพคู่กายขมวดคิ้วจนเป็นปมสีหน้าเคร่งเครียด ใบหน้าคร่ำเครียดกว่าที่เคยเป็น “พ่ะย่ะค่ะท่านแม่ทัพ... ทว่าเสบียงหลวงชุดหลักจากวังหลวง กลับเงียบหายไปนานถึงห้าวันแล้ว… ตามกำหนดการควรมาถึงตั้งแต่ห้าวันก่อนแล้ว นี่ราวกับระเหยกลายเป็นไอท่ามกลางพายุหิมะ”หลงเจิ้งหยางไม่ตอบ เขาเพียงสะบัดมือให้ทหารรอบข้างถอยออก ก่อนเดินตรงเข้าสู่กระโจมบัญชาการ แสงตะเกียงส่องให้เงาร่างสูง

  • ลิขิตรัก องค์ชายไร้ใจ   ตอนที่ 262 กระชากหน้ากากวิหคเพลิง

    เช้าวันรุ่งขึ้น หูเฉิงเดินทางมาที่ค่ายพักทัพด้วยใบหน้าแสยะยิ้มแกมดูแคลน ที่พยายามปกปิดไว้ เขาตั้งใจจะมาดูภาพกองทัพที่ใกล้พินาศ ทหารที่นอนซมด้วยความอดอยาก และเสียงคร่ำครวญของทหารที่หมดแรงสู้ หลงเจิ้งหยางที่ต้องก้มหัวขอร้องเขาประดุจขอทาน เขาจะใช้โอกาสนี้เห็นอกเห็นใจและถ่วงเวลาต่อไปทว่าเมื่อก้าวเข้าสู่เขตค่าย... หูเฉิงกลับต้องยืนตะลึงจนพัดในมือแทบหล่นภาพที่เห็นไม่ใช่กองทัพที่ใกล้ตาย แต่เป็นเหล่านักรบที่กำลังฝึกซ้อมอาวุธด้วยพละกำลังมหาศาล เสียงโห่ร้องก้องกังวานไปทั่วค่ายใบหน้าของทหารแต่ละนายดูอิ่มเอิบ ผิวพรรณมีเลือดฝาดจากการพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม กลิ่นหอมกรุ่นของข้าวหุงใหม่และเนื้อย่างลอยมาจากโรงครัวในค่าย จนหูเฉิงแทบไม่อยากเชื่อสายตา‘นี่มัน... เป็นไปได้อย่างไร’ หูเฉิงพึมพำ ตัวสั่นเทาด้วยความสับสน‘ข้าส่งไปเพียงข้าวฟ่างเน่าไม่กี่กระสอบ พวกมันควรจะนอนรอความตายมิใช่หรือ’ หลงเจิ้งหยางเดินออกมาจากกระโจมที่พักด้วยท่าทางสง่างาม แววตาคมปลาบดุจพยัคฆ์จ้องตรงมาที่เจ้าเมืองหูเฉิงที่กำลังยืนหน้าซีดเผือด“ท่านหู มาแต่เช้าเชียวหรือ” หลงเจิ้งหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยแรงกดดัน หูเฉิงรีบป

  • ลิขิตรัก องค์ชายไร้ใจ   ตอนที่ 261 เล่ห์กลเหลียนเฉิง

    ภายในกระโจมพักทัพอันหนาวเหน็บ แสงเทียนวูบไหวสะท้อนเงาของหลงเจิ้งหยางที่พาดผ่านผนังผ้าใบราวกับอสูรยืนเด่นกลางหิมะ หูเฉิงเดินเข้ามาพร้อมกับขบวนผู้ติดตามที่แบกข้าวฟ่างมาสามกระสอบ เขาคุกเข่าลงอย่างแรงจนหิมะฟุ้งกระจาย แล้วไอโขลกขลักอย่างผู้ทุกข์ยาก “ท่านแม่ทัพ...ข้าน้อยนำเสบียงมาสมทบเพิ่มพ่ะย่ะค่ะ” เสียงนั้นสั่นพร่า มือหนึ่งกำผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตา“ใจข้าน้อยแทบขาดที่เห็นทหารต้องทนหิว เหลียนเฉิงยามนี้ขัดสนยิ่งนัก แม้แต่ข้าน้อยเองก็ลดอาหารเหลือเพียงมื้อเดียว…”หลงเจิ้งหยางนิ่งมิได้ขยับ เพียงทอดสายตามองนิ้วมืออวบอ้วนที่กำผ้าเช็ดหน้าแน่น กลิ่นเครื่องเทศชั้นดีลอยกรุ่นออกมาจากอาภรณ์ขุนนางไหมราคาแพง กลิ่นที่ไม่ควรอยู่บนร่างของผู้ที่อดอยากมานาน “เจ้าเมืองหู ช่างมีความลำบากที่น่าเลื่อมใสนัก” เขาเอ่ยเสียงเรียบ “ข้าต้องขอบคุณแทนทหารทั้งกอง บุญคุณครั้งนี้… ข้าจะตอบแทนให้สาสมในเร็ววัน” แม้ท่านแม่ทัพจะเอ่ยราบเรียบ ทว่าซูเหวินที่ยืนด้านข้างกลับสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่แผ่ออกมา รับรู้ได้ทันทีว่า คำว่า ตอบแทน นั้นเย็นยิ่งกว่าลมหนาวหูเฉิงชะงักไปครู่หนึ่ง รู้สึกเย็นสันหลังวาบ ก่อนรีบก้มศีรษะต่ำกว่าเดิม แล้วพ

  • ลิขิตรัก องค์ชายไร้ใจ    ตอนที่ 260 อำนาจอาญาสิทธิ์

    เสียงกรีดร้องสั้น ๆ ดับลงท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของพายุหิมะที่ยังโหมกระหน่ำ หน่วยเงาพยัคฆ์ ทะยานลงมาจากยอดผาประดุจภูตพรายที่ก้าวออกมาจากม่านหิมะ หัวหน้าหน่วยลงมาด้วยใบหน้าที่มีคราบเลือดกระเซ็นเปื้อน เขาคุกเข่าลงต่อหน้าหลงเจิ้งหยางพลางยื่นวัตถุสำคัญให้ท่ามกลางม่านควันสลัว“ท่านแม่ทัพ... คนบนนั้นไม่ใช่ทหารชิงโจว หรือกลุ่มโจรชายแดนพ่ะย่ะค่ะ”หลงเจิ้งหยางรับวัตถุชิ้นแรกมา มันคือ ป้ายหยกดำสลักลายวิหคเพลิง ของกองกำลังหน่วยเขี้ยวอัคคีที่ขึ้นตรงต่อกรมอาญาในวังหลวง แววตาของเขาวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ เย็นเยียบลงจนน่าขนลุก ทว่าสิ่งที่ทำให้มือของเขาสั่นสะท้านกลับเป็นวัตถุชิ้นที่สอง... ลูกธนูเหล็กกล้า ที่หน่วยเงาพยัคฆ์ยึดมาจากซากศพเบื้องบนเขาพลิกโคนธนูขึ้นดูช้า ๆ แสงไฟจากสัมภาระที่ยังมอดไหม้สะท้อนให้เห็นรอยประทับเล็ก ๆ ที่สลักลงในเนื้อเหล็กอย่างประณีต... รอยตราโรงหล่อหลวงอาวุธที่มีอานุภาพทะลุทะลวงเกราะชั้นดีเช่นนี้ มีเพียงองครักษ์หรือกองกำลังพิเศษที่ได้รับงบอนุญาตจากราชสำนักเท่านั้นที่จะมีไว้ในครอบครองหลงเจิ้งหยางไม่เอ่ยคำใดออกมา เขาเพียงแต่กำลูกธนูและป้ายหยกนั้นไว้ในฝ่ามือ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status