Home / รักโบราณ / ลิขิตรัก องค์ชายไร้ใจ / ตอนที่ 5 ทางรอดของตำหนักเย็น

Share

ตอนที่ 5 ทางรอดของตำหนักเย็น

last update Huling Na-update: 2025-06-19 17:48:13

หลังจากฟื้นตัวจากพิษไข้ ไป๋ลี่เยว่นั่งพิงหมอนใบใหญ่ ร่างกายของนางยังคงอ่อนแอจากพิษไข้

ไป๋ลี่เยว่ค่อยๆ ลุกขึ้นเดินไปที่หน้ากระจกเก่าๆ พลางจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเอง

หญิงสาวในกระจกมีใบหน้าซีดเซียว ร่องรอยความเจ็บป่วยยังไม่จางหาย ผมยาวสลวยยุ่งเหยิงเล็กน้อย ร่างอวบอ้วนดูเปราะบางกว่าก่อนป่วย แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุด คือแววตาของนาง

แววตาที่มิได้อ่อนแอตามร่างกาย แววตาของนางกลับแน่วแน่และมุ่งมั่น เพราะนางรู้ดีว่านางมิอาจปล่อยให้ตัวเองตกต่ำไปกว่านี้ได้อีกแล้ว

นางไม่ใช่ไป๋ลี่เยว่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว นางมองผ้าม่านสีซีดของตำหนักเย็น ปราสาทแห่งความเดียวดายของสตรีที่ถูกขับไล่จากสายตาของผู้คน

ที่นี่คือตำหนักเย็น ตำหนักที่ถูกลืมเลือน ไม่มีใครให้การสนับสนุน นางไม่มีเงินทองจากตำหนักใหญ่อีกต่อไป นางไม่มีสถานะเป็นที่โปรดปรานของพระสวามี

หากนางยังมัวแต่เฝ้ารอความเมตตาจากใคร นางกับสาวใช้ในตำหนักคงอดตายกันหมด

“หงเหมย” นางเรียกสาวใช้คนสนิทที่กำลังเช็ดถูห้องอยู่ใกล้ๆ

“ช่วยบอกข้า ตำหนักเย็นนี้มีเสบียงเพียงพอหรือไม่”

หงเหมยชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวเสียงเศร้า “ตำหนักนี้ถูกปล่อยร้างมานานเจ้าค่ะ นอกจากข้าและบ่าวอีกไม่กี่คน ก็ไม่มีผู้ใดเหลียวแล”

“เช่นนั้น เรามีเงินหรือไม่”

“มีเพียงเล็กน้อยเจ้าค่ะ ก่อนที่คุณหนูจะถูกส่งตัวมาที่นี่ บ่าวกับคนอื่นพยายามเก็บรวบรวมเงินมาให้ได้มากที่สุด แต่ก็ยังไม่พอและก็มีของส่วนตัวของคุณหนูเจ้าค่ะ”

ไป๋ลี่เยว่หลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนที่เมื่อนางลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แววตาของนางเปล่งประกายขึ้นมาใหม่

“ข้ามิอาจพึ่งพาตำหนักอ๋องได้อีกแล้ว” นางกล่าวช้าๆ นึกถึงที่องค์ชายสามว่าจะปิดตำหนัก

“นับจากนี้ ข้าจะต้องพึ่งพาตัวเอง ตั้งแต่นี้ไป ข้าจะมิใช่สตรีอ่อนแอที่รอความเมตตาจากผู้ใดอีก หงเหมย ข้ามีเรื่องให้เจ้าช่วย”

“คุณหนู โปรดสั่งการเถอะเจ้าค่ะ”

“ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าในตำหนักเย็นนี้ เรามีอะไรบ้าง”

หงเหมยพยักหน้า “บ่าวสำรวจไว้แล้วเจ้าค่ะ”

“ที่นี่แม้จะถูกปล่อยร้าง แต่ยังพอมีสวนเล็กๆ ด้านหลัง มีเรือนครัวที่ยังใช้งานได้ และมีโรงเก็บของเก่าที่ไม่ได้ใช้มานาน”

“สวน” ไป๋ลี่เยว่ขมวดคิ้วเล็กน้อย

“ด้านหลังตำหนักเย็นมีพื้นที่เพาะปลูกหรือ”

“เจ้าค่ะ แต่เป็นที่รกร้างและไม่ค่อยมีใครสนใจ”

ไป๋ลี่เยว่ยิ้มบางๆ นี่อาจเป็นโชคชะตาที่เข้าข้างนางเล็กน้อย

“เช่นนั้น เราจะเริ่มจากที่นั่น”

“คุณหนู”

“ข้าจะปลูกผักและสมุนไพร เพื่อใช้เป็นเสบียง และเพื่อสร้างเส้นทางของข้าเอง” ไป๋ลี่เยว่สูดหายใจลึกๆ ก่อนจะพยายามกลับมาที่เตียง

“คุณหนู ท่านยังอ่อนแออยู่” หงเหมยรีบเข้ามาประคองนาง

“ท่านต้องพักผ่อนก่อน”

“หงเหมย” ไป๋ลี่เยว่กล่าวเสียงแผ่ว แต่แววตาของนางกลับแน่วแน่กว่าที่เคยเป็นมา

ไป๋ลี่เยว่ยิ้มจางๆ แม้ร่างกายจะยังอ่อนแอ แต่นางก็ตัดสินใจแล้ว ว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

“เจ้าคะ คุณหนู” หงเหมยรีบเดินเข้ามารับคำสั่ง

ไป๋ลี่เยว่กุมมือของสาวใช้ พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เราจะอยู่รอดในตำหนักนี้ได้ ก็ต่อเมื่อเรามีเสบียง มีเงิน และมีหนทางหาเลี้ยงตัวเอง”

หงเหมยมองเจ้านายของนางด้วยความประหลาดใจ ปกติแล้วคุณหนูของนางเป็นหญิงสาวเรียบร้อย อ่อนโยน และขี้อาย แม้จะมีความรู้เรื่องสมุนไพร แต่ก็ไม่เคยคิดเรื่องการทำมาหากิน แต่ตอนนี้ นางกลับดูมุ่งมั่นยิ่งกว่าใคร

“แต่คุณหนู ท่านจะต้องออกแรงมากนะเจ้าคะ ตอนนี้ร่างกายของท่านยังไม่แข็งแรง”

“ข้ารู้” ไป๋ลี่เยว่ยิ้มจางๆ

“แต่หากข้าไม่เริ่มลงมือเสียตอนนี้ ข้าจะไม่มีวันรอดไปได้”

“ข้ามิอาจพึ่งพาองค์ชายสามได้อีกแล้ว หากข้าไม่สร้างเส้นทางของตัวเอง ข้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร” นางหยุดพูดเพียงครู่ เพื่อบังคับน้ำตาไม่ให้ไหล

“หงเหมย เจ้าจะช่วยข้าหรือไม่”

“บ่าวจะช่วยคุณหนูแน่นอนเพคะ” หงเหมยรีบตอบทันที ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความภักดี

“ดี เราต้องรอดด้วยกัน”

“แล้วคุณหนูจะให้พวกเราทำอย่างไร เจ้าคะ” หงเหมยถามอย่างจริงจัง

ไป๋ลี่เยว่หลับตาคิดก่อนเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ

“อันดับแรก เราจะปลูกพืชผัก และสมุนไพร พวกเราต้องปลูกและดูแลมันให้ดี เพราะนี่จะเป็นแหล่งอาหารและรายได้ของพวกเรา”

ไป๋ลี่เยว่กล่าว แม้นางไม่เคยทำการเกษตรมาก่อน แต่การอ่านตำราและความรู้จากบิดาเรื่องการค้าทำให้นางพอจะเข้าใจหลักการอยู่บ้าง

นอกจากพืชผักสำหรับยังชีพ นางยังคิดไปถึงการทำเงิน สมุนไพรเป็นสิ่งที่มีค่าในทุกยุคสมัย หากพวกนางสามารถปลูกสมุนไพรที่หายากและมีสรรพคุณดีได้ ก็น่าจะนำไปขายให้ร้านขายยาในเมืองได้

“แต่คุณหนูเจ้าคะ ร้านยาจะรับของจากพวกเราได้หรือ” หงเหมยถามด้วยความกังวล

ไป๋ลี่เยว่ยิ้มบาง “แน่นอน ถ้าหากสมุนไพรของเรามีคุณภาพดีพอ”

นางรู้ว่าเส้นทางนี้ไม่ง่าย แต่หากทำสำเร็จ ไม่เพียงแต่พวกนางจะมีเงินใช้ ยังสามารถซื้อข้าวของจำเป็น และอาจสะสมกำลังให้มากพอจนไม่ต้องพึ่งพาใครได้อีกต่อไป

ไป๋ลี่เยว่ให้หงเหมยไปนำกล่องไม้เก่าๆ ที่ซ่อนหีบของนางออกมา

เมื่อเปิดฝากล่องออก ด้านในมีเงินจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นเงินที่บิดาของนางเคยให้ไว้ก่อนแต่งงาน

“เงินนี่” หงเหมยมองด้วยความตกตะลึง

“เป็นเงินที่ท่านพ่อเคยให้ข้าไว้ ข้าคิดจะเก็บมันไว้ใช้ยามจำเป็น แต่ตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมแล้ว” ไป๋ลี่เยว่กล่าว

นางแบ่งเงินส่วนหนึ่งให้หงเหมยนำไปซื้อเมล็ดพันธุ์สมุนไพรและอุปกรณ์ทำสวน อีกส่วนให้ไปหาซื้อเสื้อผ้า ผ้าห่ม และเสบียงอาหาร

“หลังจากนี้ เราต้องไม่ให้ผู้ใดดูถูกพวกเราได้อีก”

ไม่กี่วันต่อมา ตำหนักเย็นที่เคยเงียบเหงาก็เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง พื้นที่ด้านหลังตำหนักร้างเคยเป็นสวนมาก่อน แม้จะถูกปล่อยให้รกร้าง แต่ดินยังดีพอสำหรับการเพาะปลูก

“เช่นนั้นวันนี้เริ่มจากทำความสะอาดสวน และเตรียมดินให้พร้อม”

หงเหมยและบ่าวอีกสองสามคนเริ่มช่วยกันถางหญ้า พรวนดิน และลงมือปลูกพืชผักที่โตไว เช่น ผักกาด หัวไชเท้า และถั่วงอก ส่วนสมุนไพรที่มีค่ากว่า เช่น โสม ปี่เสี่ยะ และไป๋จื่อ ก็ถูกปลูกแยกไว้ในเรือนเล็กๆ ที่ทำขึ้นจากเศษไม้และผ้าป่านเก่าๆเมล็ดพันธุ์แห่งความเข้มแข็ง ได้ถูกหว่านลงแล้ว

ไป๋ลี่เยว่แม้จะยังอ่อนแอ แต่ก็ลงมือทำด้วยตัวเองทุกอย่าง นางมิได้เป็นเพียงพระชายาผู้สูงศักดิ์ที่นั่งรอรับใช้ แต่เลือกจะเป็นผู้ลงมือสร้างทุกสิ่งด้วยตัวเอง

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Mga Comments (1)
goodnovel comment avatar
Usanee Anuruthwong
Good and enjoyable
Tignan lahat ng Komento

Pinakabagong kabanata

  • ลิขิตรัก องค์ชายไร้ใจ   ตอนที่ 266 ปีกหงส์ที่โอบอุ้ม

    ตำหนักชิงอวิ๋นภายในตำหนักชิงอวิ๋น กลิ่นกำยานสงบจิตที่ไป๋ลี่เยว่เคยโปรดปราน บัดนี้กลับฉุนกึกจนชวนให้นางรู้สึกคลื่นเหียนจนต้องเบือนหน้าหนี มือเรียวบางที่กำลังคัดอักษรอยู่บนโต๊ะสั่นเทาจนบังคับพู่กันไม่อยู่ ทำให้หยดหมึกสีเข้มหยดบนกระดาษซวนจื่อกระจายเลอะเป็นดวงโหว่... ดุจลางร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามา “พระชายา…” หงเหมยบ่าวคนสนิทประคองถ้วยแกงเข้ามาด้วยท่าทางพะว้าพะวัง สีหน้าเป็นกังวลปิดไม่มิด “เสวยน้ำแกงเกสรบัวสักหน่อยเถิดเพคะ ผิวพรรณพระองค์ดูซีดเซียวลงไปมาก ช่วงนี้ดูเหนื่อยเพลียง่ายกว่าผิดปกติเหลือเกิน จนหม่อมฉันใจคอไม่ดีแล้วนะเพคะ” เพียงแค่เห็นไอร้อนจากถ้วยน้ำแกง ไป๋ลี่เยว่ก็รู้สึกว่าลำคอถูกบีบรัด กลิ่นคาวอ่อนๆ ของบัวโชยแตะจมูกกลับทำให้นางพะอืดพะอม จนต้องรีบผินหน้าหนีไปทางอื่น วางพู่กันลงอย่างแรงเกินควรจนน้ำหมึกกระเซ็น ก่อนจะรีบใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากกลั้นอาการคลื่นเหียน ร่างบางรีบลุกขึ้นเดินถอยไปที่หน้าต่าง เปิดบานไม้รับลมหนาวที่พัดเอาละอองหิมะเข้ามาปะทะใบหน้า แววตาที่เคยนิ่งสงบดุจน้ำ กลับไหวระริกฉายแววตระหนกวูบหนึ่ง‘หรือว่า... ข้าจะ...’ มือเรียววางทาบลงบนหน้าท้องที่ยังราบเรียบของตนเอง

  • ลิขิตรัก องค์ชายไร้ใจ   ตอนที่ 265 รอยยิ้มหลังม่านพิรุณนิรันดร์

    ณ ศาลาเร้นเมฆา ตั้งอยู่ท่ามกลางหมู่แมกไม้หนาทึบ บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงหยดน้ำที่ไหลจากชายคาตกกระทบลงสู่รางหิน... ติ่ง... ติ่ง... แสงโคมสลัวรางพาดผ่านม่านโปร่งบาง พลิ้วไหวตามแรงลมราวมือของปีศาจที่กำลังกรีดกรายเริงระบำในความมืดบนโต๊ะไม้กฤษณาหอม ปรากฏปลายนิ้วเรียวยาวขาวจัดราวกระเบื้องเคลือบ กำลังบรรจงปักด้ายไหมสีเทาหม่นลงบนผืนผ้าสีนิลอย่างเชื่องช้า เข็มเงินวาววับแทงทะลุเนื้อผ้า ให้เส้นไหมสีเทาหม่นสอดประสานกันเป็นรูปลักษณ์ซับซ้อน ปมพิรุณนิรันดร์ ที่พันเกี่ยวจนหาจุดสิ้นสุดมิได้เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้น ก่อนที่เงาร่างหนึ่งในชุดดำสนิทจะทรุดกายลงคุกเข่าที่มุมมืดด้านหลังศาลา“นายท่าน... ข่าวด่วนจากนกพิราบสื่อสาร” เสียงบุรุษสั่นพร่า“หน่วยพิรุณที่ส่งไปชิงขบวนเสบียง ทำงานพลาด เว่ยหลางนำหน่วยม้าเร็วเข้าแทรกแซงได้ทันเวลา พร้อมนำกำลังเข้าตอบโต้ คนของเรา... กลืนยาพิษปลิดชีพตนเองเพื่อรักษาความลับจนสิ้น บัดนี้เสบียงเข้าสู่ค่ายของหลงเจิ้งหยางแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“บัดนี้เสบียง…ถึงค่ายแล้ว”มือที่กำลังปักผ้าชะงักเพียงชั่วครู่ ทว่ามิได้สั่นไหว ปลายนิ้วลูบไล้ไปตามปมผ้าที่เพิ่งปักเสร็จอย่างแผ่วเบา“

  • ลิขิตรัก องค์ชายไร้ใจ   ตอนที่ 264 หมากตัวที่สาม

    “นั่น... ขบวนเสบียง ขบวนเสบียงหลวงมาถึงแล้ว” ทหารยามบนป้อมค่ายแผดเสียงตะโกนฝ่าลมหนาวและม่านหิมะดังไปทั่วค่าย เสียงฝีเท้านับพันและล้อเกวียนบดอัดแผ่นหิมะดังสนั่นกึกก้องจากทิศตะวันออก เสียงโห่ร้องปะทุขึ้นแทบพร้อมกัน ขวัญกำลังใจที่เคยร่วงหล่นถูกร้อยกลับคืนมาแน่นหนายิ่งกว่าเดิมนชั่วพริบตา หลงเจิ้งหยางเดินออกมาจากกระโจมบัญชาการด้วยท่วงท่าสงบสง่า เขาไม่ได้ดูประหลาดใจแม้แต่น้อย แววตาคมปลาบจ้องมองไปยังเงาตะคุ่มของขบวนเกวียนนับร้อยที่ค่อยๆ เคลื่อนฝ่าม่านหมอกเข้ามา โดยมีเว่ยหลางควบม้านำหน้ามาด้วยใบหน้าเปื้อนฝุ่นแต่ดวงตามีประกายแห่งชัยชนะ เว่ยหลางกระโดดลงจากหลังม้าแล้วคุกเข่าลงเบื้องหน้าแม่ทัพใหญ่ทันที“รายงานท่านแม่ทัพ... กระหม่อมนำขบวนเสบียงหลวงกลับมาถึงค่ายโดยสวัสดิภาพแล้วพ่ะย่ะค่ะ เป็นดังที่พระองค์ทรงคาดการณ์… พวกมันสลับป้ายลวงขบวนเกวียนให้วนเวียนอยู่ในหุบเขาฉิงหลัวจนเกือบสิ้นแรง” ด้านหลังของเว่ยหลาง นายกองลำเลียงที่สภาพอิดโรยและใบหน้าเต็มไปด้วยความละอายใจ รีบคลานเข้าหมอบกราบลงกับพื้น ตัวสั่นเทา หน้าซีดเผือด “ท่านแม่ทัพ... ข้าน้อยผิดไปแล้ว ข้าน้อยโง่เขลานักที่เชื่อคำคนนำทางและแผนที่อัปมงค

  • ลิขิตรัก องค์ชายไร้ใจ   ตอนที่ 263 เส้นทางเสบียงที่หายไป

    ท่ามกลางหิมะที่เริ่มจับตัวหนาขึ้นอย่างเชื่องช้า ลานค่ายพักทัพกลับเงียบงันผิดวิสัย ความเงียบนั้นไม่ใช่ความสงบ หากเป็นความเงียบแบบเดียวกับก่อนคมดาบจะฟาดฟันความเงียบที่คนผ่านศึกมาโชกโชนอย่างหลงเจิ้งหยางไม่เคยไว้วางใจเขาก้าวไปหยุดที่กองกระสอบข้าวซึ่งยึดมาได้จากโรงเตี้ยมในเมือง มือหนาล้วงลงไปในกระสอบ หยิบเมล็ดข้าวขึ้นมาปล่อยให้ไหลผ่านนิ้วช้า ๆ เมล็ดข้าวขาวสะอาด แห้งสนิท ลื่นมือ ไร้กลิ่นอับชื้นแม้แต่น้อย“ข้าวพวกนี้…” หลงเจิ้งหยางเอ่ยเสียงต่ำเยือกเย็น “ใหม่เกินกว่าจะเป็นเสบียงสำรองยามขัดสนอย่างที่หูเฉิงอ้าง”เขาหยุดนิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนเอ่ยต่ออย่างเย็นเยียบ “ปริมาณเท่านี้... ต่อให้ประหยัด ก็เลี้ยงทหารได้ไม่ถึงสิบวัน” หานเจี้ยนรองแม่ทัพคู่กายขมวดคิ้วจนเป็นปมสีหน้าเคร่งเครียด ใบหน้าคร่ำเครียดกว่าที่เคยเป็น “พ่ะย่ะค่ะท่านแม่ทัพ... ทว่าเสบียงหลวงชุดหลักจากวังหลวง กลับเงียบหายไปนานถึงห้าวันแล้ว… ตามกำหนดการควรมาถึงตั้งแต่ห้าวันก่อนแล้ว นี่ราวกับระเหยกลายเป็นไอท่ามกลางพายุหิมะ”หลงเจิ้งหยางไม่ตอบ เขาเพียงสะบัดมือให้ทหารรอบข้างถอยออก ก่อนเดินตรงเข้าสู่กระโจมบัญชาการ แสงตะเกียงส่องให้เงาร่างสูง

  • ลิขิตรัก องค์ชายไร้ใจ   ตอนที่ 262 กระชากหน้ากากวิหคเพลิง

    เช้าวันรุ่งขึ้น หูเฉิงเดินทางมาที่ค่ายพักทัพด้วยใบหน้าแสยะยิ้มแกมดูแคลน ที่พยายามปกปิดไว้ เขาตั้งใจจะมาดูภาพกองทัพที่ใกล้พินาศ ทหารที่นอนซมด้วยความอดอยาก และเสียงคร่ำครวญของทหารที่หมดแรงสู้ หลงเจิ้งหยางที่ต้องก้มหัวขอร้องเขาประดุจขอทาน เขาจะใช้โอกาสนี้เห็นอกเห็นใจและถ่วงเวลาต่อไปทว่าเมื่อก้าวเข้าสู่เขตค่าย... หูเฉิงกลับต้องยืนตะลึงจนพัดในมือแทบหล่นภาพที่เห็นไม่ใช่กองทัพที่ใกล้ตาย แต่เป็นเหล่านักรบที่กำลังฝึกซ้อมอาวุธด้วยพละกำลังมหาศาล เสียงโห่ร้องก้องกังวานไปทั่วค่ายใบหน้าของทหารแต่ละนายดูอิ่มเอิบ ผิวพรรณมีเลือดฝาดจากการพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม กลิ่นหอมกรุ่นของข้าวหุงใหม่และเนื้อย่างลอยมาจากโรงครัวในค่าย จนหูเฉิงแทบไม่อยากเชื่อสายตา‘นี่มัน... เป็นไปได้อย่างไร’ หูเฉิงพึมพำ ตัวสั่นเทาด้วยความสับสน‘ข้าส่งไปเพียงข้าวฟ่างเน่าไม่กี่กระสอบ พวกมันควรจะนอนรอความตายมิใช่หรือ’ หลงเจิ้งหยางเดินออกมาจากกระโจมที่พักด้วยท่าทางสง่างาม แววตาคมปลาบดุจพยัคฆ์จ้องตรงมาที่เจ้าเมืองหูเฉิงที่กำลังยืนหน้าซีดเผือด“ท่านหู มาแต่เช้าเชียวหรือ” หลงเจิ้งหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยแรงกดดัน หูเฉิงรีบป

  • ลิขิตรัก องค์ชายไร้ใจ   ตอนที่ 261 เล่ห์กลเหลียนเฉิง

    ภายในกระโจมพักทัพอันหนาวเหน็บ แสงเทียนวูบไหวสะท้อนเงาของหลงเจิ้งหยางที่พาดผ่านผนังผ้าใบราวกับอสูรยืนเด่นกลางหิมะ หูเฉิงเดินเข้ามาพร้อมกับขบวนผู้ติดตามที่แบกข้าวฟ่างมาสามกระสอบ เขาคุกเข่าลงอย่างแรงจนหิมะฟุ้งกระจาย แล้วไอโขลกขลักอย่างผู้ทุกข์ยาก “ท่านแม่ทัพ...ข้าน้อยนำเสบียงมาสมทบเพิ่มพ่ะย่ะค่ะ” เสียงนั้นสั่นพร่า มือหนึ่งกำผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตา“ใจข้าน้อยแทบขาดที่เห็นทหารต้องทนหิว เหลียนเฉิงยามนี้ขัดสนยิ่งนัก แม้แต่ข้าน้อยเองก็ลดอาหารเหลือเพียงมื้อเดียว…”หลงเจิ้งหยางนิ่งมิได้ขยับ เพียงทอดสายตามองนิ้วมืออวบอ้วนที่กำผ้าเช็ดหน้าแน่น กลิ่นเครื่องเทศชั้นดีลอยกรุ่นออกมาจากอาภรณ์ขุนนางไหมราคาแพง กลิ่นที่ไม่ควรอยู่บนร่างของผู้ที่อดอยากมานาน “เจ้าเมืองหู ช่างมีความลำบากที่น่าเลื่อมใสนัก” เขาเอ่ยเสียงเรียบ “ข้าต้องขอบคุณแทนทหารทั้งกอง บุญคุณครั้งนี้… ข้าจะตอบแทนให้สาสมในเร็ววัน” แม้ท่านแม่ทัพจะเอ่ยราบเรียบ ทว่าซูเหวินที่ยืนด้านข้างกลับสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่แผ่ออกมา รับรู้ได้ทันทีว่า คำว่า ตอบแทน นั้นเย็นยิ่งกว่าลมหนาวหูเฉิงชะงักไปครู่หนึ่ง รู้สึกเย็นสันหลังวาบ ก่อนรีบก้มศีรษะต่ำกว่าเดิม แล้วพ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status