Mag-log in“อย่าประมาทนะอ๋องน้อย ถึงหมอหลวงบอกว่าอีกยี่สิบวันจะคลอดก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นแบบนั้นเสมอไปนะ ดีไม่ดีอาจจะคลอดวันนี้พรุ่งนี้เลยก็ได้ เราเตรียมชื่อเอาไว้ก่อนดีกว่า” บิดาแย้งจริงจังแล้วหันไปมองภรรยา “เจ้าว่าหลานเราชื่ออะไรดียิปซี”“ข้าอยากได้ชื่อไทย ๆ ท่านพี่ ถ้าเป็นหลานชายข้าจะให้เขาชื่อเสือ ถ้าเป็นหลานสาวข้าอยากจะให้นางชื่อบัว”“บัว หมายถึงดอกบัวน่ะหรือ”“เจ้าค่ะ”“เพราะดีนะ ถ้าอย่างนั้นข้าจะให้หลานชายข้าชื่อเหล่าหู ถ้าเป็นหลานสาวจะให้ชื่อเหลียนฮวา เจ้าว่าดีไหม”“แบบนี้เขาไม่ได้เรียกว่าคิดนะท่านพี่ เขาเรียกว่าเลียนแบบ” นางหัวเราะสามี“ก็ชื่อที่เจ้าเลือกมามันถูกใจข้านัก บุรุษต้องยิ่งใหญ่ดั่งเสือ สตรีก็ต้องงดงามดั่งดอกบัว พวกเจ้าเห็นด้วยกับข้าไหม” อ๋องกุ้ยหันไปขอความเห็นจากลูกชายและลูกสะใภ้สองสามีภรรยาพยักหน้ารับพร้อมด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม มองหน้ากันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสุขจำปียื่นมือที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะไปดึงมือสามีและกุมไว้ “ขอบคุณท่านมากที่รักข้า พาข้ามาพบกับครอบครัวที่งดงามเช่นนี้” แล้วหันไปส่งความรู้สึกผ่านทางดวงตาที่เปล่งประกายไปด้วยความรัก ขยับปากพูดเบา ๆ ให้เขาได้รับรู้ “ข้
“ข้าแต่งงานแล้ว ข้าต้องไว้หนวดไว้เครานะ ยิ่งมีเมียสวย มีลูกสาวก็ต้องไว้ให้ยาวกว่าปกติ”“ท่านนี่ตลกนัก ชอบทำให้ข้าหัวเราะอยู่เรื่อย”“ข้าพูดจริง ๆ นะ ถ้าเจ้าคลอดลูกชายข้าจะไว้หนวดแต่พองามให้สมกับความงามของเจ้า แต่ถ้าข้ามีลูกสาวข้าจะไว้ยาวให้ถึงอกเลย ตามความงามของเจ้ากับลูกรวมกัน”“ตามใจท่านเลยเจ้าค่ะ ครั้งนี้จะไม่โกนก็ได้นะ”“ไม่ ครั้งนี้ข้าจะยอมโกนไปก่อน เพราะข้าไม่อยากให้เจ้าหงุดหงิดตอนกำลังท้อง” เขาตอบอย่างเอาใจและมีแผนแอบแฝง“พี่เฟิงน่ารักเสมอ”“เจ้าต้องตอบแทนความรักของข้าให้มาก ๆ ด้วย”“เจ้าค่ะ ข้าจะมีลูกให้ท่านหลาย ๆ คนดีไหม อย่างที่ท่านพ่อบอก ชายห้าหญิงห้าเข้าตำราพญามังกร ร่ำรวย รุ่งเรือง เฟื่องฟู”“ดีสิ เพราะการมีลูกหลาย ๆ คนนั่นหมายถึงว่า..” เขาโน้มหน้าไปชิดหูนาง “ข้าจะได้ระเริงรักกับเจ้าบ่อย ๆ”หญิงสาวถลึงตาใส่คนรัก “พูดอะไรของท่านเนี่ย คนอื่นมาได้ยินเข้าจะว่าอย่างไร”“เขาก็คงเอาไปนินทาว่าท่านอ๋องน้อยหลงเมีย หรือไม่ก็ท่านอ๋องน้อยมักมากในกาม ถึงมีลูกดกหัวปีท้ายปี” เขาขยิบตาให้นางเมื่อพูดจบ “แต่ถ้ามีใครได้ยินสิ่งที่ข้ากระซิบกับเจ้า พวกนั้นก็คงเป็นเหล่าองครักษ์หรือไม่ก็บิดาของข้
แต่ผ่านไปเพียงสองชั่วยาม ความคิดของนางก็ต้องเปลี่ยนไป เมื่อหมอหลวงแห่งพระราชสำนักยืนยันหนักแน่นว่านางกำลังตั้งท้องอ่อน ๆ ได้ประมาณครึ่งเดือนไม่ถึงครึ่งเดือนต่อมา ของขวัญแสดงความยินดีจากทั่วทุกสารทิศก็ถูกทยอยนำมามอบให้ไม่ขาดสาย บ่าวรับใช้ต่างช่วยกันจัดเก็บจนหลังขดหลังแข็งส่วนตัวนางนั้นก็เอาแต่นอนเพราะอาการแพ้ท้องอย่างหนัก ทั้งหน้ามืด วิงเวียน อาเจียนสามเวลาหลังอาหาร ที่พอกินได้ก็มีแต่อาหารอ่อน ๆ ประเภทน้ำซุป ต้องทนทรมานอยู่ถึงสี่เดือนถึงจะกลับมากินได้เป็นปกติ.............................หลายเดือนผ่านไป“จำปี เจ้าอยู่ไหน”เสียงเรียกทุ้มหูแต่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ทำให้สตรีท้องโตใกล้คลอด ที่นอนอยู่บนพื้นหญ้าภายในสวนดอกไม้ค่อย ๆ ดันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก“ข้าอยู่นี่” ขานรับสามีทั้งที่ยังมองไม่เห็นตัวเขาหย่งเฟิงหมุนตัวไปทางด้านหลังเมื่อได้ยินเสียงตอบรับของภรรยา เดินไปตามทิศทางเสียงจนเจอตัวนาง“ทำไมถึงทำหน้ามุ่ยอย่างนั้นเล่าพี่เฟิง”“เจ้านี่มันดื้อนัก ข้าสั่งนักสั่งหนาว่าห้ามออกจากเรือนเด็ดขาดจนกว่าข้าจะกลับมาถึงไม่ใช่หรือ” เขาเท้าเอวยืนค้ำหัวภรรยาที่นั่งตัวกลมอยู่กับพื้น“พ
“เป๋าฮื้อน้ำแดงก็ดีต่อสุขภาพ เจ้าสองคนต้องกินเยอะ ๆ นะ”“ขอบคุณท่านพ่อ” อ๋องน้อยคลี่ยิ้มพึงพอใจกับการเอาใจใส่ของบิดา“เอาใจใส่เมียเจ้าให้มาก ๆ หน่อยสิอ๋องน้อย” บิดาคีบเป๋าฮื้อให้ลูกชายบ้าง “แล้วก็อย่าลืมดูแลสุขภาพของตัวเองด้วย เจ้ามีหน้าที่อันยิ่งใหญ่ต้องรับผิดชอบนะ” แล้วคีบเป๋าฮื้อชิ้นใหญ่อีกชิ้นเอาใจลูกสะใภ้ เพราะหวังจะให้นางมีหลานตัวน้อยให้เขาในเร็ววันจำปีเห็นเป๋าฮื้อแล้วอยากจะเขี่ยทิ้งให้พ้น ๆ ถ้วยข้าว รู้สึกขยะแขยงกลิ่นคาวที่แรงติดจมูกอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่ปกติก็ชอบเอามาทำโจ๊กกินเวลาจับได้ในทะเล แต่เพราะเกรงใจพ่อสามีมาก นางจึงจำใจคีบมาใส่ปากแล้วฝืนใจเคี้ยวให้แหลกสักนิดเพื่อจะกลืนได้สะดวกแต่ความพยายามของนางล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่เริ่มกัดคำแรก นางรีบปิดปากแล้ววิ่งออกไปจากห้อง อาเจียนเอาของในปากในท้องออกจนหมด“เป็นอะไรจำปี ไม่สบายหรือเปล่า” กุ้ยหย่งเฟิงที่วิ่งตามภรรยาออกมาช่วยลูบหลังแล้วถามอย่างเป็นห่วง“ข้าปกติดีพี่เฟิง จนกระทั่งถึงตอนกินเป๋าฮื้อนั่นแหละ มันเหม็นคาวมากจนข้าทนไม่ไหว” นางตอบสามีเสียงหอบน้อย ๆ“มันถูกปรุงสุกแล้วนะ ไม่เหม็นคาวเลยสักนิด”“แต่ข้าเหม็นจริง ๆ นะ กลิ่
อ๋องน้อยมองภรรยาที่ก้มหน้าก้มตากินข้าวไม่สนใจตนแม้แต่นิด แต่ถ้าจะพูดให้ถูกนางคงอายคนรับใช้ที่มายืนรอรับใช้อยู่มากกว่า เพราะวันนี้เขากับนางต่างก็หรรษากันมากจนลืมเวลา จึงได้กินข้าวเช้ากับเที่ยงรวมเป็นมื้อเดียวกัน.. เขาคลี่ยิ้มละมุนด้วยความขันระคนเอ็นดู หันไปสะบัดมือไล่ให้คนรับใช้ทั้งสองคนออกไปจากห้อง“หิวมากเลยหรือจำปี”“เจ้าค่ะ”“เงยหน้ามองข้าสักนิดแล้วค่อยตอบก็ได้นะ”หญิงสาวเหลือบมองสามี เหลือบมองไปทางซ้ายขวาไม่เห็นมีใครก็รู้สึกโล่งอก จึงเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างสบายใจมากขึ้น วางตะเกียบในมือลงบนโต๊ะ“ข้าอึดอัดแทบแย่” นางเริ่มบ่นให้เขาฟัง “ข้าไม่ชอบเลยที่มีคนอื่นอยู่ด้วย มันทำให้ข้ากินข้าวไม่อร่อย”เขากลั้วหัวเราะ “ข้าไม่เชื่อเจ้าหรอก”“จริงนะพี่เฟิง บ่าวรับใช้ของท่านทำข้าประหม่าไปหมด” นางยืนยันเสียงแข็ง เริ่มหยิบตะเกียบคีบอาหารใส่ปากตัวเองอีกครั้ง.. “หือ” เลิกคิ้วขึ้นสูงเป็นคำถามเมื่อเขาเอาแต่มองจ้องยิ้ม ๆ ไม่ยอมพูดอะไร แล้วคีบเกี๊ยวนึ่งชิ้นสุดท้ายที่รสชาติถูกปากมากที่สุดยื่นให้เขา “อร่อยมากเลย ข้ายกชิ้นสุดท้ายให้ท่าน”เขาจับมือที่คีบเกี๊ยวให้กลับไปที่ปากของนาง “อร่อยก็กินให้หมด”หญิงสาว
“ไม่” นางรีบปฏิเสธทันควัน ร้อนวาบด้วยความอับอายไปทั้งใบหน้า“ไม่อาบก็ไม่อาบ” เขายอมตามใจนาง พาเดินออกจากห้องอาบน้ำไปที่เตียงนอน“ท่านจะทำอะไรอีก” หญิงสาวรีบดันร่างหนาที่ขึ้นคร่อมร่างตน“เจ้าคงลืมไปแล้วว่าพูดอะไรไว้”“พูดอะไร” นางชักสีหน้างุนงง“หึ! คนเรานะ” อ๋องน้อยทำเป็นค้อนใส่ภรรยา “ใครกันที่บอกว่าวันนี้จะชดเชยให้ข้า”คนถูกทวงถามมองสามีตาโต “นี่ท่านจะทวงกันแต่เช้าแบบนี้เลยหรือ”“อือฮึ” สามีพยักหน้ายอมรับด้วยท่าทางยียวนนิด ๆ แล้วพลิกตัวลงไปนอนแผ่บนเตียง “จัดการชดเชยมาให้ข้าเสียดี ๆ” ในเมื่อพูดดี ๆ ขอดี ๆ แล้วลีลาเยอะนัก เขาก็จะเล่นบทเอาแต่ใจแบบนี้แหละ“พี่เฟิงเจ้าขา”“ไม่ต้องมาทำเสียงอ้อน ข้าไม่ยอมหลงกลเจ้าหรอก”“ฮึ!” นางกระฟัดกระเฟียด เชิดปากอย่างมีแง่งอนเมื่อถูกเขาจับไต๋ได้ “ท่านใจร้ายนัก”“เจ้าต่างหากที่ใจร้าย มีสามีที่ไหนบ้างที่อยากมีอะไรกับเมียตัวเองแล้วต้องมาอ้อนวอนขอแบบข้า”คำถามของสามีทำให้นางครุ่นคิดอยู่สักพัก “ข้าคิดว่าน่าจะมีนะ”“ไม่มีหรอกทูนหัว เรื่องแบบนี้เขาไม่มีความอดทนกันหรอก ถ้าอยากแล้วต้องได้ปลดปล่อย”“จริงหรือเจ้าคะ” นางลังเลไม่อยากเชื่อ มองเขาอย่างจับผิด“ไม่อย่าง
“ขอรับ ข้าจะพาเขาไปฝากกับท่านโจนขอรับ” ล่ามหนุ่มร้อนรนตอบ “ดี เจ้าพาเขาไปฝากฝังเสียวันนี้เลยนะ แล้วเรือจะออกเดินทางวันไหน เจ้ารู้หรือไม่” “อีกสามวันขอรับ” “อีกสามวันข้าจะให้เขาไปขึ้นเรือ” พูดจบก็ลุกขึ้นทันที “ท่านอ๋องสบายใจได้ ระหว่างที่ล่องเรือ ข้าจะ
กุ้ยถิงอยากถามว่าไอ้เล่ห์เหลี่ยมที่ใช้นี่คืออะไร แต่ก็รู้ว่ามันไม่สมควร เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของพวกเขาสองคน นางไม่ควรละลาบละล้วงเกินไป แต่ถ้าคนของนางมาฟ้องสิ นางจะปกป้องเต็มที่ “เอาเถิด วันนี้เจ้ารีบกลับไปดูแลนางเถิด ข้าเดาว่านางน่าจะอยู่ที่บ้านเจ้าตอนนี้” นางไม่ใช่คนโง่ เสี่ยวซิงหา
“คนโง่เง่าอย่างข้า จะเข้าใจประโยคแบบนั้นได้อย่างไร” ใครว่านางไม่เข้าใจกัน ที่ถามก็เพราะต้องการความมั่นใจเท่านั้น“..ข้ารักเจ้า รักเจ้า ข้ารักเสี่ยวซิง พอใจหรือยัง” เขาจะไม่พูดประโยคนี้ให้นางฟังอีกแล้ว มันจะเป็นครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายที่เขาพูดกับนาง แค่นี้ก็อายเต็มทนแล้วใบหน้างอง้ำจ้องมองเขา รอยย
คฤหาสน์สกุลกุ้ยพ่อบ้านฉินย่ำเท้าด้วยความไม่เร่งรีบไปยังศาลารับลม เพื่อแจ้งข่าวแก่กุ้ยอ๋อง ความจริงเขาถ่วงเวลามาพักใหญ่แล้ว เพราะอยากให้สามีภรรยาใช้เวลาอยู่ด้วยกันนาน ๆ เขารู้สึกว่าช่วงนี้ทั้งสองค่อนข้างจะห่างเหินกัน เพราะคนอื่นเป็นต้นเหตุทั้งสิ้นเขาหยุดนิ่งและใช้สายตาที่ยังมองเห็นชัดเจนสอดส่องเข้







