Share

9

last update Huling Na-update: 2025-08-30 13:50:53

พระราชวังฉางอาน

ภายในห้องทรงงานของจักรพรรดิถังโจว

“กระหม่อมทูลลา” กุ้ยหย่งหมิงยกมือคำนับ

“เจ้าจะไม่อยู่ดื่มเหล้าเป็นเพื่อนข้าก่อนหรือ” บุรุษที่นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรถามอย่างสุขุม

“ไม่ดีกว่า กระหม่อมยังมีงานต้องทำอีกมาก ไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองเหมือนฝ่าบาท”

ถังโจวกลั้วหัวเราะ ไม่ได้ถือสากับคำพูดเหน็บแนมของที่ปรึกษาคู่ใจ

“ทุกวันนี้เจ้าน่าจะร่ำรวยยิ่งกว่าฮ่องเต้อย่างข้าเสียอีก” ถังโจวกล่าวกับญาติผู้น้องที่เกิดจากน้องสาวของพระมารดา ที่ท่านรักและเมตตายิ่งกว่าพี่น้องร่วมบิดา เพราะเขาคอยช่วยเหลืองานต่าง ๆ ของราชสำนักโดยไม่เคยหวังลาภยศและสิ่งตอบแทนใด ๆ

แม้แต่ตำแหน่งอ๋องท่านก็ต้องเป็นฝ่ายยัดเยียดให้เอง หรือแม้กระทั่งชายาสักคนสองคน ไม่ว่าจะเป็นลูกขุนนางหรือแม้กระทั่งองค์หญิงทั้งหลาย ท่านก็พยายามยัดเยียดให้ แต่ก็ยังไม่เป็นผล

อ๋องรูปงามนามว่ากุ้ยหย่งหมิงยิ้มมุมปากนิด ๆ “สมบัติเหล่านั้นเป็นของที่บิดากระหม่อมหาไว้ก่อนตาย คนที่รวยคือบิดาของกระหม่อมต่างหาก ทูลลา”

“แล้วเรื่องพระชายาเล่า เมื่อไหร่เจ้าจะตกลงปลงใจสักที หรือที่ข้าเสนอให้ยังไม่ถูกใจ”

ยังไม่ทันก้าวเดิน คำถามของฝ่าบาทก็ดักขาของเขาไว้ก่อน

“พวกนางอาจจะถูกใจฝ่าบาท แต่ยังไม่ถูกใจกระหม่อม”

“เลือกมาก แล้วเจ้าต้องการสตรีแบบไหนเล่า บอกข้ามา ข้าจะเฟ้นหาให้เจ้าเอง”

“ถ้าพบแล้วกระหม่อมจะรีบมาบอกพระองค์เป็นคนแรก ทูลลา” แล้วรีบเดินจากไปก่อนที่จะมีคำพูดอะไรมาขวางไว้อีก

จักรพรรดิถังโจวมองตามร่างสูงสง่าที่เดินจากไป ฟังจากน้ำเสียงก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายกำลังหงุดหงิด

นี่เขาไม่อยากแต่งงานถึงเพียงนั้นเชียว สตรีที่เขาแนะนำล้วนเป็นสตรีสูงศักดิ์ที่งามล่มเมือง งานสตรีก็ชำนาญ กิริยาก็ล้วนอ่อนช้อยน่าทะนุถนอม

ทำไมกัน.. หรือเขาไม่ชอบสตรี!

            กุ้ยหย่งหมิงเดินไปถึงที่จอดรถม้า พยักหน้าให้โต้วฉือกับอี่เฉิน เป็นอันรู้กันว่าหมดธุระแล้ว เดินทางกับคฤหาสน์ได้

            “วันนี้ใช้เส้นทางหลังคฤหาสน์ ข้าอยากตรวจดูความเรียบร้อยสักหน่อย”

“ขอรับท่านอ๋อง” องครักษ์ทั้งสองรับคำ รอให้ชายหนุ่มขึ้นไปนั่งในรถม้า เรียบร้อยแล้วจึงประจำที่ คนหนึ่งควบรถม้า อีกคนขี่ม้ารั้งท้าย…

            พุทธิญาพยายามที่จะหลับแต่ก็ไม่เป็นผล เธอรู้สึกปวดหัวจนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ แสบจมูกไปทั้งโพรง และเริ่มมีไข้สูงเพิ่มขึ้นมาอีกอย่าง ภายในร้อนระอุแต่ภายนอกกลับหนาวจนสั่น

เธอหลับตาพิงกำแพง ล้วงเข้าไปในกระเป๋า หยิบผ้าเช็ดหน้ากับขวดน้ำออกมา เทน้ำใส่ผ้าเช็ดหน้าแล้วบิดหมาด โปะลงไปบนใบหน้าของตัวเองเพื่อช่วยลดไข้

            “ไหวหรือไม่แม่นาง” ชายหนุ่มที่เฝ้ายามเดินไปถามอาการด้วยความเป็นห่วง อยากให้ถึงเวลาผลัดเวรเร็ว ๆ จะได้รีบพานางไปหาหมอ

            “เลิกงานแล้วใช่มั้ย” พุทธิญาเข้าใจแบบนั้น จึงดีดตัวลงจากกระเป๋าที่นั่งอยู่.. แล้วโลกของเธอก็หมุนติ้ว ๆ ก่อนที่มันจะมืดสนิท

            “แม่นาง! แม่นาง! เจ้าเป็นอะไร แม่นาง!” เห็นนางล้มหัวกระแทกกับกำแพงต่อหน้าต่อตาก็ตกใจ ทั้งลนลานและทั้งไม่กล้าเข้าไปช่วยนาง.. แต่สุดท้ายก็คุกเข่าลงไปเอามือลองอังที่จมูก ใจของเขาผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสถึงลมหายใจ “แม่นางได้ยินข้าไหม แม่นาง”

           

โต้วฉือกับอี่เฉินเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้างหน้าแต่ไกล เห็นตั้งแต่ยามเฝ้าคฤหาสน์เดินไปหาสตรีผู้นั้น คุยกับนางก่อนที่นางจะล้มลงไป

            “ท่านอ๋อง ข้างหน้าดูเหมือนจะมีเหตุ” อี่เฉินรายงาน

            “ที่กำแพงบ้านข้านี่นะหรือ”

            “ขอรับ คนของเรากำลังช่วยเหลือนางอยู่”

            “เข้าไปดู ใช่กลลวงของศัตรูหรือไม่”

            “ขอรับ”

กุ้ยหย่งหมิงมององครักษ์ประจำกายผ่านม่านหน้าต่าง มองสตรีไร้สติที่ถูกคนของตนจับประคองหลัง 

นางดูแตกต่างจากคนที่นี่อย่างสิ้นเชิง จึงเพ่งมองด้วยความสนใจมากยิ่งขึ้น ใบหน้าที่ซีดเซียวและหลับสนิทนั้นดูมีเสน่ห์ดึงดูด เรียกความสนใจจากเขาได้มากที่เดียว

            “นางเป็นอะไร”

            “นางมีไข้ขอรับท่านอ๋อง”

            “นางเป็นอะไรกับเจ้า”

            “เรียนท่านอ๋อง แม่นางคนนี้ไม่ได้เป็นอะไรกับข้าน้อย นางมาจากดินแดนอื่นและพลัดหลงกับสหาย จึงเข้ามาถามทางไปโรงเตี๊ยม แล้วนางก็ขอนั่งพักสักหน่อย ข้าน้อยเห็นอาการของนางไม่ค่อยดี และนางเพิ่งเคยมาที่นี่ครั้งแรก จึงบอกให้นางนั่งรอข้าน้อยผลัดเวร ตั้งใจว่าจะพานางไปพักที่บ้านพ่อตาแม่ยายของข้าก่อน พรุ่งนี้ค่อยให้เมียของข้าพานางไปหาโรงเตี๊ยม” ทหารยามนามว่าเสี่ยวหัวเล่าละเอียดยิบ เพราะกลัวจะถูกทำโทษที่ละทิ้งหน้าที่

            กุ้ยอ๋องมองสตรีที่อยู่ในการประคองของเสี่ยวหัว ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกดึงดูด ทำเอาใจเขาเต้นไม่เป็นจังหวะขึ้นมา ละสายตาแทบไม่ลง

“พานางขึ้นมา”                      

            “ท่านอ๋องหมายควา”

            “พานางมาขึ้นรถม้า” เขาพูดขัดน้ำเสียงเฉียบขาด

            โต้วฉือแปลกใจกับท่าทีของท่านอ๋อง มองสตรีแปลกหน้า..นางงามหมดจดจริง ๆ เขายอมรับกับตัวเอง แล้วรีบอุ้มนางขึ้นรถม้า

แล้วเขาจะวางนางไว้ตรงไหนดีล่ะ ก็ในเมื่อเจ้านายของเขาถือตัวเป็นหนักหนา ไม่นิยมให้ใครนั่งร่วมเกี้ยว

            “เจ้าจะอุ้มนางไว้อีกนานไหมโต้วฉือ มองนางอิ่มหรือยัง” เสียงถามราบเรียบมีความขุ่นเคืองผสมอยู่

            “ท่านอ๋อง ข้าเพียงแค่แปลกใจเท่านั้น” โต้วฉือร้อนใจหาข้อแก้ตัว

            “เมื่อไหร่เจ้าจะส่งนางมาให้ข้าเสียที” อ๋องกุ้ยหันไปมองอี่เฉินที่เปิดประตูรถม้าค้างไว้ “ตกใจอะไรนัก.. ส่งนางมาให้ข้า” เขายื่นมือออกไปรับหญิงสาวจากโต้วฉือ

องครักษ์หนุ่มรีบส่งนางให้ท่านอ๋อง 

“เอาของใช้ของนางไปด้วย และให้เจ้านั่นตามไปรับรางวัลกับข้า แล้วไปตามหมอหลวงมาดูอาการของนาง”

            “ขอรับท่านอ๋อง” โต้วฉือรับคำสั่งแล้วรีบลงจากรถม้า

            กุ้ยหย่งหมิงโอบประคองหญิงสาวแนบกาย ใช้นิ้วปัดลูกผมบางส่วนที่บดบังใบหน้าออก กลิ่นหอมกรุ่นละมุนจมูกจากตัวนาง ทำให้เขาสูดหายใจเข้าเต็มปอด

เขาเพ่งพิจใบหน้าเรียวได้รูป ยอมรับอย่างไม่มีข้อแม้ว่านางงดงามจับใจ งามจนไร้ที่ติ พิลาสล้ำเหนือคำบรรยาย สะดุดตาสะดุดใจแม้เพียงเห็นแค่หางตา ผิวพรรณของนางผุดผาด เนียนละเอียดไร้จุดด่างดำ แต่ก็แปลกใจกับการแต่งกายแปลกตาของนาง

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ลิขิตรักข้ามกาลเวลา   184

    “..พรุ่งนี้ข้าจะมาเยี่ยมนางอีก วันนี้ข้าขอลา” มันเจ็บปวดจนยากที่จะแกล้งฝืนทำเป็นยิ้มออกไป เอียนจึงตัดสินใจกล่าวลาจอห์นพยักหน้ารับคำลา มองจนอีกฝ่ายลับสายตาออกไปจากห้องจึงถอนหายใจแรง เขาเองก็รู้สึกลำบากใจไม่น้อยกับรักสามเศร้าครั้งนี้ แต่เขาไม่ใช่คนดี ไม่ใช่ผู้เสียสละ ไม่ใช่บาทหลวงผู้ทรงศีล จึงไม่อยากรู้สึกผิดกับการกระทำที่ตัดสินใจทำลงไป……………..ใบหน้าที่พยายามปั้นยิ้มเต็มที่ เริ่มเปลี่ยนเป็นเจ็บปวดเมื่อพ้นประตูห้องของนายใหญ่ออกมา มือเรียวยาวเกาะเอาไว้กับขอบเรือเพื่อประคองตัวเองให้มีแรงก้าวเดิน“ท่านเอียน” ลอยด์เดินออกมาจากในเรือ เห็นอาการผิดปกติของเจ้านายผู้เป็นที่รักก็รีบถลาเข้าไปช่วยเหลือ“ไม่ต้อง”น้ำตาของชายหนุ่มวัยสิบแปดปีเอ่อขึ้นมาทันทีที่ถูกอีกฝ่ายชักแขนหนี“ให้ข้าช่วยท่านเถิดนะ” พยายามกลั้นก้อนสะอื้นและกล่าวออกไปอย่างเอาใจ“ไม่จำเป็น ข้าช่วยตัวเองได้” กล่าวจบเอียนก็ฝืนใจเดินจากไป เขาจะต้องใจแข็งกับลอยด์ให้ได้ จะได้จบ ๆ กันไปสักที“ข้ารู้ว่าท่านหมดอาลัยในตัวข้าแล้ว แต่การกระทำของท่านยิ่งทำให้ข้าเกลียดมันมากยิ่งขึ้น ถ้าข้าพลั้งเผลอทำอะไรลงไป ก็จงรู้เอาด้วยว่าท่านนั่นแหละคือต้นเหต

  • ลิขิตรักข้ามกาลเวลา   183

    หญิงสาวคลี่ยิ้มกว้างส่งให้เขา “เขียนเสร็จแล้วท่านช่วยเป็นธุระจัดส่งให้หน่อยนะจอห์น” “หลินโม่ว มันจะมากไปแล้วนะ” ก็จะทำให้อยู่หรอก เพียงแต่แกล้งทำเสียงข่มขู่ไปอย่างนั้นเอง“ก็ท่านทำได้ง่ายกว่าข้านี่ จะฝากหัวหน้าจั๊วส่งก็โดนบ่นแล้วบ่นอีกอยู่นั่นแหละ กว่าจะรับจดหมายจากข้าได้หูของข้านี่ชาไปหมด” นางยกมือตบที่ใบหูทั้งสองข้างเบา ๆปากเล็ก ๆ ที่ขยับขึ้นลงประกอบกับท่าทางที่นางกระทำนั้นช่างน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก จอห์นมองอย่างพอใจและสุดท้ายก็ก้าวเข้าไปประชิด โอบร่างอรชรแนบอก“เจ้าน่ารักเกินไปแล้วนะหลินโม่ว ต่อไปนี้ข้าขอสั่งห้ามไม่ให้ยิ้มแบบนี้กับคนอื่นอีก โดยเฉพาะกับเอียน จงถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วยล่ะ”ร่างโปร่งระหงเต็มไปด้วยความแข็งแรงแบบสาวชาวป่า ที่ต่างกับสาวเมืองหลวงแสนอ้อนแอ้น ค่อย ๆ ผ่อนคลายร่างกายที่แข็งขืนซุกซบกับร่างหนา“ข้ามีความสุขเหลือเกินที่ได้ยินท่านพูดแบบนี้.. แต่ท่านจะไม่ใจแคบไปหน่อยหรือ ที่ไม่ให้ข้ายิ้มกับผู้อื่นเลย”“ข้าไม่สนว่าเจ้าจะคิดอย่างไร เพราะเจ้าเป็นของข้าแล้ว เจ้าก็ควรรักและภักดีต่อข้าผู้เดียวเท่านั้น ห้ามปันใจให้ใครอื่นอีก”“ท่านใจแคบจริง ๆ ด้วย” นา

  • ลิขิตรักข้ามกาลเวลา   182

    ความรู้สึกของข้าที่มีต่อเขาไม่เหมือนกับท่านเลยสักนิด เพราะกับท่านอ๋องข้าแค่หลงใหลเท่านั้น แต่กับท่าน..ข้านั้นหลงรักหมดหัวใจ“ไม่เหมือนหรอก” นางตอบออกไปเพียงสั้น ๆ ไม่กล้าเอ่ยความคิดในใจออกไปหัวใจของเขาปวดร้าวคล้ายโดนกรีด ที่แท้เขาคือคนที่เหมาะสมจะช่วยนางเท่านั้น แต่ไม่ใช่คนที่นางรู้สึกว่าชอบเหมือนเช่นบุรุษผู้นั้น“แน่ใจแล้วหรือ ทำไมเจ้าไม่คิดให้นานอีกสักนิดก่อนที่จะตอบออกมา”คิ้วเรียวเหมาะเจาะกับใบหน้าขมวดเข้าหากัน“ท่านต้องการอะไรจากข้ากันแน่จอห์น พอข้าไม่ตอบก็รบเร้าให้ข้าตอบ พอข้าตอบไปแล้วก็รบเร้าให้ข้าคิดทบทวนให้นาน ตกลงท่านต้องการรู้อะไรกันแน่ บอกให้ข้าเข้าใจแน่ชัดกว่านี้ได้ไหม ข้าเดาใจท่านไม่ถูกจริง ๆ” ถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ“ข้ารู้คำตอบแล้ว ดื่มน้ำแล้วนอนพักเสีย” เขาหอบหัวใจที่ปวดร้าวออกไปจากห้อง เมื่อจัดการให้นางนอนลงเสร็จแล้วถ้านางชอบเขาบ้างสักนิด นางคงไม่หงุดหงิดใส่เขา……………..สองวันแล้วที่เขาไม่ยอมคุยเล่นกับนาง จะพูดก็เฉพาะตอนที่นางถามเท่านั้น เข้ามาป้อนข้าวป้อนยาให้นางวันละสามเวลา เสร็จแล้วก็เดินจากไป“ออกมาทำไม กลับเข้าไปพักผ่อนเดี๋ยวนี้”หลังอาหารเย็นของวันที่สาม

  • ลิขิตรักข้ามกาลเวลา   181

    “ข้าก็แค่สงสัยเท่านั้น เพราะปกติท่านจะไม่ให้ผู้อื่นวุ่นวายอยู่รอบ ๆ ตัวท่าน”“ยกเว้นคนที่ฉลาดและมีไหวพริบอย่างอาจู พอมีอาจูคอยรับใช้ใกล้ตัว ข้าก็เริ่มรู้สึกว่าขาดเขาไม่ได้ และโมโหมากจนต้องลงทุนเดินมาหาเจ้าถึงที่นี่ เมื่อเขาถูกทำร้ายเพราะความหึงหวงจากคนของเจ้า แต่เมื่อเจ้าบอกว่าได้ทำโทษมันแล้วข้าก็สบายใจ” เขาดื่มไวน์ในแก้วทีเดียวจนหมดแล้วลุกขึ้น “ข้าไปก่อนนะ”……………….“จอห์น”“หือ” เสียงที่ดังมาจากในห้องนอน ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังนั่งทำงานรีบขานรับแล้วลุกไปดู“ยามใดแล้ว”“เจ้าจะถามทำไม จะกี่โมงกี่ยามเจ้าก็ต้องนอนพักอยู่ดี”“ข้ารู้ ท่านช่วยพยุงข้าขึ้นจากที่นอนหน่อยได้ไหม”เห็นสีหน้าบิดเบี้ยวของนางก็รู้ว่าคงจะเจ็บปวดไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นบาดแผลที่หน้า ที่ข้อมือหรือที่ข้อศอก“เจ้าจะลุกไปไหน เจ็บอยู่ไม่ใช่หรือ”“ข้าจะคืนที่นอนให้ท่านไงเล่า รบกวนท่านปูที่นอนให้ข้าหน่อยเถิดนะ วันนี้ข้าทำเองไม่ไหวจริง ๆ”“ถ้าทำไม่ได้ก็ปิดปากให้สนิท และนอนหลับไปเสีย ไม่ต้องห่วงเรื่องที่นอนของข้า ข้ามีปัญญาหาที่หลับนอนเองได้”“แต่ข้าเกรงใจท่านนี่นา” ใบหน้าบอบช้ำเศร้าสลดอย่างรู้สึกผิด“เจ้าน่าจะคิดอย่างนี้ตั้งแต่ก่อน

  • ลิขิตรักข้ามกาลเวลา   180

    “เก็บสัมภาระของเจ้าเอาไว้ให้เรียบร้อย เมื่อเดินทางถึงท่าเรือบริเตนก็จงจากไปอย่างเงียบ ๆ นี่คือความหวังดีสุดท้ายที่ข้าจะมอบให้เจ้า”เสียงพูดที่แผ่วเบาแต่ชัดเจน ดังเข้ามาในหูของจอห์นที่เดินเกือบจะถึงห้องของหมอตู้ ซึ่งแบ่งห้องนอนและห้องพยาบาลเอาไว้อย่างเป็นสัดส่วนแต่เสียงที่เขาได้ยินนั้นไม่ใช่เสียงของหมอตู้ แต่เป็นเสียงของเอียนดังนั้นเท้าที่กำลังจะก้าวผ่านบานประตูที่ปิดสนิทเอาไว้จึงหยุดนิ่งแค่หน้าห้อง ยืนฟังการสนทนาของบุคคลภายในเงียบ ๆ“..ท่านรักมันมากหรือเอียน” ลอยด์มองชายที่ตัวเองด้วยสายตาเจ็บปวด“อย่าหยาบคาย ข้าไม่เคยสั่งสอนให้เจ้าทำตัวแบบนี้”“ข้าก็พูดแบบนี้กับทุกคนที่มายุ่งกับท่าน แล้วทำไมครั้งนี้ท่านถึงต้องโกรธ หรือเพราะท่านรักไอ้เด็กที่ชื่ออาจูคนนั้นมาก” ลอยด์เต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังอาจู“หยุดปากสามหาวของเจ้าเดี๋ยวนี้นะลอยด์ ข้าจะรักจะชอบใครเจ้าไม่มีสิทธิ์มาวุ่นวาย เจ้าเป็นบ่าว ข้าเป็นนาย เจ้าลืมไปแล้วหรือ”“ข้าไม่เคยลืมว่าข้านั้นเป็นแค่เด็กเร่ร่อนที่ท่านเก็บมาอุปถัมภ์ค้ำชู ท่านเป็นนายข้าก็จำได้เสมอไม่ต้องมาตอกย้ำ แต่ผิดด้วยหรือที่บ่าวอย่างข้าตัดรอนนายด้วยความเสียใจสุดแสน เ

  • ลิขิตรักข้ามกาลเวลา   179

    หญิงสาวที่วิ่งไปหยุดอยู่ตรงหน้าประตู หันไปมองชายหนุ่มด้วยใบหน้าแดงก่ำ“ข้าไม่นิยมกอดกับบุรุษหรอกนะท่านเอียน เพราะข้าชอบสตรีมากกว่า” แล้ววิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว“หึ.. หึ ๆ.. ฮา ๆ ๆ...” เอียนค่อย ๆ เปล่งเสียงหัวเราะดังขึ้นเรื่อย ๆ แล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ยกมือข้างที่ได้สัมผัสกับเอวคอดกิ่วขึ้นมาดูเหมือนของล้ำค่า “ต่อให้รู้ว่าเจ้าเป็นสตรี ข้าก็ยังชอบเจ้าไม่เปลี่ยน ชอบมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ” แล้วแนบฝ่ามือนั้นลงบนอก……………..คนตัวใหญ่ที่นอนหนุนแขนตัวเองเล่นอยู่บนเตียงคลี่ยิ้ม เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าอันคุ้นเคยดังใกล้เข้ามา แล้วแกล้งทำเป็นหลับเหมือนตอนที่นางออกไป ไม่นานเกินรอก็ได้ยินเสียงหายใจหอบถี่ที่ข้างเตียง“ยังไม่ตื่นอีกหรือ” เสียงกังวานพึมพำเบา ๆเป็นเวลาเดียวกับที่เขาค่อย ๆ หรี่ตาแอบมอง และสิ่งที่ปรากฏในม่านตาพร่า ๆ ก็ทำให้เขาถึงกับลืมตาเต็มที่ ทะลึ่งพรวดขึ้นจากที่นอน“หน้าเจ้าไปโดนอะไรมาหลินโม่ว!!”ดวงตาเรียวดั่งตากวางเบิกโตด้วยความตกใจ “ทะ..ทะ..ท่าน!”“ข้าถามว่าหน้าเจ้าไปโดนอะไรมา! ตอบข้าสิ!!” จอห์นตะเบ็งเสียงใส่นางอย่างโมโหที่นางไม่ยอมตอบสักที “มือเจ้าก็โดนด้วยหรือ” เขาลุกจากเตียงแล้วเดินสำ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status