Mag-log inนางไม่เชื่อว่าเขาจะไม่รักนางจวบจนวันที่นางต้องตายอย่างอนาถถึงคิดได้ เขาไม่รักคือไม่รัก ซูเหมยหลันรักและทุ่มเทให้ญาติผู้พี่ของนาง ความปราถรนาเดียวของนางคือการได้แต่งงานกับเขา และในที่สุดความฝันก็เป็นจริง นางได้แต่งงานแถมยังเป็นภรรยาเอกของเขา แต่หลังจากนั้นสิ่งที่นางได้รับคือ ความเย็นชาจากเขา นางไม่เข้าใจและไม่ยอมเข้าใจจนได้เห็นกับตาว่าเขานั้นมีคนที่รักอยู่แล้ว แล้วคนนั้นก็ไม่ใช่นาง แต่ทุกอย่างก็สายไปแล้ว นางสูญเสียสิ้นทุกอย่างรวมถึงชีวิตที่น่าอนาถของตัวเอง เมื่อสวรรค์มีเมตตาให้นางย้อนกลับมาอีกครา ครานี้นางจะไม่แต่งกับเขาอีกและจะอยู่ให้ห่าง ๆ จากคนไร้ใจเช่นเขา แต่เหตุใดชาตินี้เขากลับตามนางไม่เลิก ถึงกับร้องไห้ขอร้องนางให้อย่าทิ้งเขาไป!
view moreตอนที่ 1 ขอเริ่มชีวิตใหม่
กลางป่าในชายแดนของเมืองต้าหลี่แสงแดดยามเย็นส่องผ่านยอดไม้ลงมา เสียงฝีเท้าทหารของฝ่ายตรงข้ามดังก้อง อยู่ด้านหลัง ซูเหมยหลันที่กำลังวิ่งหนีอย่างสุดกำลัง ดวงตาที่เบลอไปด้วยหยาดน้ำตามองตรงไปยังทางด้านหน้า สองเท้าเร่งความเร็วอย่างสุดแรง อาภรณ์เรียบง่ายที่นางสวมอยู่นั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยด้วยคราบเลือด มันไม่ใช่เลือดของนางแต่เป็นเลือดของสาวใช้มู่อันกับแม่นมหยาง ทั้งสองเพื่อช่วยนางจึงยอมสละชีวิตของตน ซูเหมยหลันยกมือขึ้นปาดน้ำตาบนใบหน้า ในใจเจ็บจนไม่อาจห้ามน้ำตาได้ เพราะความดื้อรั้นของนางที่จะแต่งกับคนที่ไม่รักนาง จึงนำพาให้นางสูญเสียทุกอย่างในวันนี้ มือเรียวลูบลงบนหน้าท้องอย่างแผ่วเบา ตอนนี้เหลือเพียงนางและลูกในท้อง เป็นเพราะความคิดโง่ ๆ ของตัวเองที่ทำให้คิดว่าต้องมาบอกข่าวดีเรื่องนางตั้งครรภ์ให้เขารู้ เขาอาจเอาใจใส่นางบ้างและใจอ่อนกับนางบ้าง แต่พอมาถึงค่ายทหารของเขา กลับพบว่าเขากำลังอยู่กับสตรีผู้หนึ่ง แววตาเขาในยามนั้นกลับอ่อนโยนกว่าในยามที่มองมายังนาง ที่แท้เขานั้นมีคนที่รักอยู่แล้ว เขาจึงไม่รักนางเลย เพียงเสี้ยวนาทีลมก็พัดโหมแรงซูเหมยหลันหยุดชะงักฝีเท้าทันที่เมื่อถึงหน้าผา ดินด้านหน้าปลายเท้านางสไลด์ลงไปอย่างรวดเร็วเพราะแรงสั่นสะเทือนจากฝีเท้าของนาง ซูเหมยหลันหอบหายใจเหนื่อย หยาดน้ำตายังคงไหลริน เหงื่อบนใบหน้าปนกับหยาดน้ำตา “เร็วเข้า! นางอยู่ข้างหน้า!” เสียงของชายฉกรรจ์ดังใกล้เข้ามา ทำให้ซูเหมยหลันสะดุ้งหันกลับมามองด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นพวกเขาวิ่งเข้ามาในมือกำดาบแน่น คมดาบสะท้อนแสงอาทิตย์ยามเย็นวาวแวบ แสยะยิ้มอย่างน่าขยะแขยง ในสมองนางเต็มไปด้วยความคิดมากมาย ความสิ้นหวัง ความโกรธ ความเหนื่อยล้า ความว่างเปล่า และความหวาดกลัว เท้าของนางก้าวถอยหลังไปอย่างไม่ลังเล ร่างบางล่วงลงจากหน้าผา หยาดน้ำตาไหลรินอย่างสิ้นหวังก่อนร่างบางนั้นจะกระแทกกับพื้นแข็งอย่างแรง นางรู้สึกเหมือนร่างกำลังแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ เจ็บจนไม่อาจขยับได้ มือเรียวนั้นพยายามยกขึ้นแตะหน้าท้องอย่างอาลัย เลือดอุ่น ๆ ไหลอาบออกมา กลิ่นคาวเลือดคะคลุ้งแต่ในหูนางยังคงได้ยินเสียงเย็นชาของกู้เฉิงเยี่ยนอยู่ช้ำ ๆ “สิ่งที่เจ้าต้องการข้าให้ได้ แต่จะไม่มีวันรักสตรีไร้ยางอายเช่นเจ้า!” ลมหายใจสุดท้ายของนางหมดลงพร้อมกับภาพใบหน้าที่เย็นชาของกู้เฉิงเยี่ยน หากย้อนกลับไปได้นางจะไม่ขอแต่งงานกับเขาอีก ….. เสียงลมพัดบานหน้าต่างทำให้ซูเหมยหลันสะดุ้งตื่นขึ้น ใบหน้างดงามเต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดใส นี่ข้าตายแล้วหรือ ลูก! มือเล็กยกขึ้นเพื่อลูบไปที่หน้าท้องของตนเพื่อดูว่าลูกของนางยังอยู่หรือไม่ แต่กลับพบแขนแกร่งที่ร้อนระอุวางพาดอยู่ เสียงลมหายใจของบุรุษก็ดังขึ้นข้างหู กลิ่นอายของบุรุษอบอวลอยู่ข้างนาง ซูเหมยหลันหันไปมองพบว่าเป็น กู้เฉิงเยี่ยนที่กำลังนอนเคียงข้างนาง แม้ความร้อนจากกายเขาจะแผ่ไปทั่วกายนางแต่ในใจนางกลับเย็นเฉียบ นางได้ย้อนกลับมาในวันที่วางยากู้เฉิงเยี่ยนเพื่อให้เขายอมแต่งงานกับนาง หลังจากที่บิดาและมารดานางจากไป แม่ทัพกู้จวิ้นก็รับนางมาอยู่ด้วย เพราะนางเป็นบุตรสาวของน้องสาวบุตรธรรมของเขา เขาถือว่านางนั้นก็เป็นหลานสาวแท้ ๆ จึงรับมาเลี้ยงดูดุจคุณหนูในจวน นางเข้ามาอยู่ตอนอายุสิบขวบมักถูกรังแก ครั้งหนึ่งกู้เฉิงเยี่ยนเข้ามาปกป้องนางอย่างวีรบุรุษ ตั้งแต่นั้นมานางก็จดจำเขาเอาไว้ในใจ คอยหาทางเข้าใกล้เขาอยู่เรื่อย ๆ หวังจะแสดงให้เขาเห็นถึงความรักของนาง แม้เขาจะแสดงเพียงท่าทีเย็นชา แต่นางก็ไม่ย่อท้อ นางเชื่อว่าสักวันเขาจะเห็นเองว่านางรักเขาเพียงใด ฮูหยินกู้แม้ไม่ชอบนางแต่ก็ไม่ได้เกลียด แต่พอนางแต่งเป็นภรรยาเอกของกู้เฉิงเยี่ยน ฮูหยินกู้กลับเริ่มเย็นชากับนางและกลั่นแกล้งนางบ่อย ๆ ทั้งให้นางไปทำอาหารมาให้ พอไม่ถูกใจก็ลงโทษให้คุกเข่าอยู่ท่ามกลางสายลมหนาวเย็น มีงานที่ใดฮูหยินกู้ก็ไม่พานางไป พูดจาเหน็บแนมนางอยู่เรื่อย ๆ แม้แต่บ่าวรับใช้ก็กล้านินทานางลับหลังและต่อหน้าอย่างไม่เกรงกลัว ไม่อีกแล้ว นางไม่อยากทนทุกข์เช่นนั้นอีก นางจะไม่แต่งกับเขาอีก ซูเหมยหลันกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ดวงตาร้อนผาว ฝืนขยับร่างกายที่ปวดร้าวนั้นเพื่อลุกขึ้น ทว่ามือใหญ่นั้นกลับรัดแน่นตามสัญชาตญาณ “เหมยหลัน… ” เสียงนั้นทำให้นางสะดุ้งด้วยความหวาดหวั่นนางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นพบว่าเขายังคงหลับสนิทอยู่ นางถอนหายใจแผ่วอย่างโล่งอก ก่อนจะขยับกายออกจากอ้อมกอดของเขา แล้วลุกขึ้นจากเตียง กวาดสายตาหาอาภรณ์ของตนอย่างรวดเร็ว ซูเหมยหลันรีบสวมอาภรณ์ของตนเองแบบลวก ๆ มือเล็กที่สั่นระริกผูกเชือกผิด ๆ ถูก ๆ แต่นางไม่ได้สนใจ ตอนนี้มีในสมองของนางมีเพียงความคิดอย่างเดียว คือต้องออกจากที่นี่ไม่ให้บุรุษที่นอนอยู่บนเตียงเห็น ซูเหมยหลันฝืนทนลากร่างปวดร้าวตรงไปยังประตู มือเรียวยกขึ้นหมายจะเปิดแต่ทันใดนั้นความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมา ไม่ได้หากนางออกทางประตูอาจมีคนเห็นหรือไม่ตอนนี้ องครักษ์ประจำกายของเขาอาจกลับมาแล้ว ดวงตางามที่ยังเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาครุ่นคิดครู่หนึ่ง สายลมพัดเข้ามาต้องร่างบางอาภรณ์นางปลิวไหวเบา ๆ พลันสายตาก็หันไปตามสายลมนั้นทันที ไม่นานนัก ร่างบางของซูเหมยหลันก็ก้าวออกมาจากห้องนั้นด้วยความระมัดระวัง “คุณหนู…” เสียงเรียกของแม่นมหยางดังแผ่ว ทำให้ซูเหมยหลันชะงักฝีเท้าลงทันที ในเงามืดนั้นแม่นมหยางที่ติดตามเลี้ยงดูนางมาตั้งแต่เด็กและ มู่อันสาวใช้ที่เติบโตมากับนาง ทั้งสองก็ก้าวเข้ามาหานางอย่างรวดเร็ว “คุณหนูท่านออกมาทำไมเจ้าคะ อีกไม่กี่ชั่วยามก็ฟ้าสางแล้ว” เสียงแม่นมหยางถามขึ้นด้วยความงุนงง นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดคุณหนูของตนถึงได้ออกมาในยามนี้ เพราะเพื่อคืนนี้ทั้งสามนั้นวางแผนอย่างยากลำบาก และก็ใกล้จะสำเร็จแล้ว ความใฝ่ฝันของคุณหนูที่ชื่นชอบกู้เฉิงเยี่ยน อีกแค่ไม่กี่ชั่วยามนางจะได้สมปรารถนาแล้ว มู่อันสาวใช้รีบก้าวเข้ามาประคองคุณหนูของตนอย่างใส่ใจ แม้จะมืดสลัวแต่นางกลับสังเกตเห็นใบหน้าที่เปลี่ยนไปของคุณหนูตนเองอย่างชัดเจน ในยามนี้คุณหนูของตนกลับไม่สดใสเหมือนก่อนเข้าหากู้เฉิงเยี่ยน แต่กลับดูเศร้าหมองและลำบากใจ “แม่นมหยางข้าไม่อยากแต่งกับเขาแล้ว” เมื่อได้ยินคำตอบของคุณหนูตนเองแม่นมหยางกลับชะงักเล็กน้อย แววตาฉายชัดถึงความแปลกใจ จึงเอ่ยขึ้นอย่างลังเล “แต่ท่าน… ” นางเพียงมองดูก็รู้ว่า คุณหนูของตนเองนั้นสูญเสียความบริสุทธิ์ไปแล้ว หากนางไม่แต่งกับเขา เมื่อเรื่องนี้ถูกแพ่งพร่ายออกไปก็ต้องทำให้นางสูญเสียชื่อเสียงไม่อาจแต่งงานได้อีก ซูเหมยหลันมองท่าทางลังเลของแม่นมหยาง นางก็เข้าใจทันที แม่นมหยางนั้นเลี้ยงนางมาตั้งแต่เด็ก ความรู้สึกของนางก็ราวแม่คนหนึ่ง ไม่อยากให้นางต้องเสื่อมเสียเกียรติ มือเรียวยื่นไปจับมือของแม่นมหยางไว้แน่น ดวงตานางฉายแววแน่วแน่ ริมฝีปากบางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “แม่นม หลันเอ๋อร์ผิดไปแล้ว ข้าดื้อรั้นเกินไป ครั้งนี้ข้าคิดดีแล้ว ท่านลุงมีบุญคุณกับข้า ต่อไปข้าจะไม่อาจเอื้อมเป็นภรรยาของพี่ชายอีก เอาไว้หลังวันครบรอบการจากไปของท่านลุง ข้าจะขอกลับบ้านเกิด เรากลับจวนตระกูลซูกัน ข้าโตแล้วจะค่อย ๆ หาเลี้ยงท่านเองดีหรือไม่” แม่นมหยางเผยรอยยิ้มตื้นตันออกมา มือเหยี่ยวย่นบีบมือเรียวเล็กอย่างเอ็นดูพร้อมพยักหน้ารับด้วยน้ำตาคลอ ในที่สุดคุณหนูของนางก็โตเสียที “ได้เจ้าค่ะ เช่นนั้นเรากลับห้องกันเถิดเดี๋ยวจะมีคนมาเห็นเข้า” ซูเหมยหลันพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มบาง ก่อนจะหมุนกายแล้วก้าวเดินไปตามทางที่ส่องสว่างด้วยโคมไฟ …ตอนที่ 41 น้องหนิงอัน ก้อนแป้งจอมพลังเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว น้องหนิงอันอายุครบหกขวบ ผิวขาวผ่องราวหิมะ แก้มป่องราวซาลาเปาสองลูก ปากแดงเหมือนลูกเชอร์รี่ ดวงตากลมโตสดใส ร่างกลม ๆ ราวก้อนแป้ง อ้วนท้วนสมบูรณ์เกินเด็กในวัยเดียวกัน นางรักการกินที่สุด ท้องกลม ๆ ของนางยื่นออกมาอย่างน่าเอ็นดูวันนี้มีงานเลี้ยงในวัง ฮองเฮาเป็นผู้จัดงานเลี้ยง ในงานเลี้ยงคึกครื้นเต็มไปด้วยอาหารและของอร่อยมากมาย“ท่านย่าพาอันอันไปด้วยนะ อันอันอยากไป”เด็กน้อยในชุดสีแดงอ้วนกลม ดวงตาใส ๆ ของนางยามออดอ้อนไม่มีผู้ใดทนใจร้ายกับนางได้เลย ต้องใจอ่อนทุกทีฮูหยินผู้เฒ่ากู้ย่อกายลงมองหลานสาวที่วิ่งเข้ามาหาด้วยใบหน้าใสซื่อ สีหน้าใสซื่อไร้เดียงสานั้นช่างน่าเอ็นดูเสียจริง นางอดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มให้ด้วยความเอ็นดูมือเหยี่ยวย่นยกขึ้นลูกศีรษะของน้องหนิงอันอย่างเอ็นดู ดวงตาเต็มไปด้วยความรักความห่วงใย“ได้สิ อันอันน้อยของย่า”น้องหนิงอันยิ้มกว้าง ฟันขาวเรียงอย่างงดงาม พ่วงแก้มอวบนวลจนน่าหยิก ดวงตากลมใสระยิบระยับน่าเอ็นดูยิ่งนักฮูหยินผู้เฒ่ากู้ยื่นมือไปจับมือขาวอวบของน้องหนิงอันอย่างอ่อนโยน ผิวน้องหนิงอันนุ่มนิ่มจนคนจับต้องเบามื
ตอนที่40กลับเมืองหลวง(ตอนพิเศษ)เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว น้องหนิงอันอายุได้สามเดือนซูเหมยหลันตัดใจกลับเมืองหลวงไปใช้ชีวิตในจวนตระกูลกู้ เมื่อเดินทางไปถึงจวนใหญ่ในเมืองหลวง กู้เฉิงเยี่ยนก็พาซูเหมยหลันและน้องหนิงอันไปไหว้ป้ายบรรพชนของตระกูลกู้ และจัดงานแต่งใหม่อีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ประกาศให้ผู้คนภายนอกได้รับรู้ว่าแม่ทัพใหญ่กู้เฉิงเยี่ยนแต่งภรรยาเอกของเขาคือ ซูเหมยหลัน และน้องหนิงอันคือบุตรสาวคนโตทายาทของตระกูลกู้ คุณหนูใหญ่หลังจากชายแดนสงบสุขบ้านเมืองสงบสุข กู้เฉิงเยี่ยนได้มีเวลาอยู่กับซูเหมยหลันและหนิงอันอย่างเต็มที่เวลาร่วงเลยมาถึงเทศกาลปีใหม่โคมลอยติดเต็มจวนตระกูลกู้ช่างดูงดงามยิ่งนักซูเหมยหลันนั่งอยู่หน้ากระจกทองเหลือง หยิบพู่กันขึ้นมาวาดคิ้วอย่างตั้งใจ แม้จะอยู่ด้วยกันทุกวันแต่ในยามที่ต้องรอเขากลับจากวังเช่นนี้นางก็รู้สึกรอคอยเช่นกัน ดวงตายังคงทอดมองออกไปด้านนอกที่เริ่มมืดสลัวลงในทุกขณะ กู้เฉิงเยี่ยนสัญญากับนางแล้วว่าจะพานางและน้องหนิงอันไปเดินชมโคมไฟในเทศกาลปีใหม่ แต่นี้ฟ้าก็เริ่มมืดแล้วยังไม่เห็นเงาของเขาปรากฏเลย ซูเหมยหลันถอยหายใจแผ่วเบา มือยังคงหยิบแป้งมาเติมบนใบหน้าอย่างตั
ซูเหมยหลันอุ้มหนิงอันน้อยไว้ในอ้อมอก กู้เฉิงเยี่ยนโอบกอดร่างบางของซูเหมยหลันไว้ในอ้อมแขนของเขา แววตาของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข จากนี้พวกนางแม่ลูกคือโลกทั้งใบของกู้เฉิงเยี่ยน เขาจะทะนุถนอมพวกนางอย่างดีหนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็วฮูหยินกู้เรียกกู้เฉิงเยี่ยนมาคุยถึงเรื่องแต่งงานของทั้งสองคน อย่างไรก็ต้องจัดงานแต่ง น้องหนิงอันจะได้เข้ามาอยู่ในตระกูลกู้และรับมรดกของนางอย่างถูกต้องกู้เฉิงเยี่ยนเองเห็นด้วยกับการแต่งงานนี้ เขาอยากทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ภรรยาของเขาลูกของเขานั้นล้ำค่ามากอยากจะประกาศให้คนนอกได้รู้ ซูเหมยหลันนั้นในหัวใจนางยังลังเลอยู่เล็กน้อยแต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา กู้เฉิงเยี่ยนได้แสดงให้นางเห็นแล้วว่าเขารักนางจริง ๆ และจากคนเย็นชาพูดจาร้าย ๆ ในวันนั้น เขาก็พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองขนาดนี้นางเองก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปฏิเสธเขาอีก ซูเหมยหลันตอบตกลงด้วยใบหน้าเขินอาย ชีวิตนี้นางตัดสินใจแล้วว่าหัวใจยังต้องการเขาอยู่ กู้เฉิงเยี่ยนดีใจจนโอบกอดนางไว้แน่นพร่ำบอกรักนางอย่างจริงใจ เขารู้แล้วว่ารักนางแค่ไหน เขารักนางมาก มากจริง ๆ ชีวิตนี้เขาจะรักนางเพียงคนเดียว และจะไม่ทำให้นางต้องเสียใจอี
ตอนที่ 38คลอดลูก (ตอนพิเศษ)เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ซูเหมยหลันที่กำลังนั่งพักผ่อนอยู่ในห้องพลันปวดท้องขึ้นมา “มู่อัน! มู่อัน!”เสียงเรียกของซูเหมยหลันสั่นเทาด้วยความเจ็บปวด มู่อันรีบวิ่งเข้ามาในห้อง“ข้าปวดท้อง เหมือนกำลังจะคลอดแล้ว”น้ำเสียงของซูเหมยหลันดูอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ มู่อันเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนจะรีบเรียกสติคืนกลับมาแล้ววิ่งออกไปด้านนอกตะโกนอย่างร้อนรน“ไปตามหมอเร็ว! คุณหนูจะคลอดแล้ว!”เสียงนั้นทำให้คนทั้งจวนตระกูลซูวุ่นวายกันยกใหญ่ กู้เฉิงเยี่ยนเมื่อรู้ว่าซูเหมยหลันกำลังจะคลอด เขารู้สึกตื่นเต้นจนทำตัวไปถูก เขากำลังจะได้เห็นหน้าลูกแล้วทันใดนั้นในใจก็เกิดความประหม่าขึ้นมาลูกจะชอบเขาหรือไม่? เขาจะอุ้มลูกอย่างไรล่ะเขาเองยังไม่เคยอุ้มเด็ก ในใจคิดไปต่าง ๆ นานา รีบเร่งฝีเท้ามายังห้องของซูเหมยหลันอย่างร้อนรนแต่เขาต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นถังใส่เลือดมากมายที่บ่าวรับใช้อุ้มออกมา ด้านในยังเต็มไปด้วยเสียงร้องอย่างทรมานของซูเหมยหลัน หัวใจเขารู้สึกปวดร้าวขึ้นมาทันทีความเป็นห่วงนางแล่นขึ้นมาจนไม่อาจอยู่นิ่งได้รีบวิ่งหมายจะเข้าไปด้านในแต่กลับถูกมารดาของเขารั้งไว้ “ท่านแม่ ข้าเป็นห่วงน
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วท้องของซูเหมยหลันก็ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ นางเคยชินกับการมีกู้เฉิงเยี่ยนอยู่ในสายตาแล้ว ตอนนี้นางกับเขากำลังเริ่มสร้างความรักครั้งใหม่ขึ้นมา ความรักที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ เชื่อใจ เพียงไม่นานฮูหยินกู้ที่ใช้เวลาเดินทางมาเกือบเดือนก็เดินทางมาถึงซูโจว ซูโจวเป็นเมืองเล็ก ๆ ผู้คนมีไม่ม
จนคนมองอย่างกู้เฉิงเยี่ยนยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เขาไม่รีรอรีบวางถ้วยยาลงข้างเตียงแล้วโน้มกายไปรัดตัวนางไว้แน่นซูเหมยหลันชะงัก ดวงตากลมใสเบิกโต นางไม่คิดเลยว่าคนที่เย็นชาเยือกเย็นอย่างเขาจะกลายเป็นคนชอบฉวยโอกาสตั้งแต่เมื่อไหร่ นางพยายามดิ้นกายให้หลุดจากอ้อมแขนเขา“โอ้ย ข้าเจ็บเกินไปแล้ว เจ้าอยู่นิ
ตอนที่ 35เริ่มใหม่ซูเหมยหลันค่อย ๆ ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือนางกำลังนอนอยู่บนเตียงที่คุ้นเคย ในใจยังคงจำภาพของกู้เฉิงเยี่ยนที่ล้มลงจมกองเลือด “พี่ชาย!”เสียงของซูเหมยหลันเต็มไปด้วยความร้อนรน ดวงตาแดงก่ำ นางรีบยันกายลุกขึ้นนั่งบนเตียง “มู่อัน! มู่อัน!”“บ่าวอยู่นี่ เจ้าค่ะคุณหนู”ซูเหมยหลันเมื่
ตอนที่ 34ภรรยาข้าใครห้าแตะเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วท้องของซูเหมยหลันค่อย ๆ ใหญ่ขึ้นอย่างไม่อาจปิดบังได้อีก ข่าวที่นางท้องไม่มีพ่อแพร่สะพัดไปทั่วเมืองซูโจว จนซูเหมยหลินเองก็แทบจะไม่กล้าออกมาจากจวนแม้แต่ก้าวเดียว เพราะคำคนนั้นฆ่าคนได้ครบรอบวันตายของบิดานาง ซูเหมยหลันตั้งใจจะไปกราบไว้ท่านและไปวัดเพื่อส





