공유

8

last update 최신 업데이트: 2025-08-30 13:48:36

พุทธิญามองสิ่งแปลกตารอบ ๆ ตัวด้วยความแปลกใจ.. ทำไมมีตลาดแบบนี้ในสวนหย่อมของสนามบิน เธอมองผู้คนที่แต่งตัวด้วยชุดโบราณ นึกสงสัยว่าพวกเขาคงมาถ่ายซีรีส์กัน แต่ก็ไม่เห็นทีมงานกองถ่ายเลยสักคน

เธอมองหาทีมงานกองถ่าย แต่ก็ไม่ลืมที่จะมองตามคุณยายหมอดูที่เดินอยู่ข้างหน้า เธอพยายามหลบหลีกผู้คนที่พลุกพล่าน และรู้สึกประหม่าแกมหวาดหวั่นเมื่อมีสายตาหลายสิบคู่มองดูเธอแปลก ๆ และซุบซิบใส่กัน..

แล้วความคิดหนึ่งก็วิ่งเข้ามาในหัวสมองของเธอทันที

“ดวงของเจ้าไม่ใช่คนที่นี่ เจ้าเป็นคนที่มาจากอดีต”

พุทธิญารีบมองหาคุณยายหมอดูด้วยหัวใจที่เต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ เพื่อจะถามท่านให้รู้เรื่อง.. แต่ข้างหน้าเธอไม่มีท่านอยู่แล้ว มีแต่คนที่แต่งตัวแปลก ๆ เดินสวนกันไปมา 

น้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมาที่ลูกตา แต่ก็อดกลั้นไม่ให้มันไหลออกมา ความกลัวเริ่มคืบคลานเข้ามา เธอลากกระเป๋าใบใหญ่ที่เปรียบเสมือนเพื่อนของเธอในตอนนี้ไปตามทาง พยายามแยกตัวออกจากผู้คนเพื่อไม่ให้ตัวเองเป็นจุดเด่น

จนออกห่างจากความวุ่นวาย เธอยังเดินไปเรื่อย ๆ ตามทางเล็ก ๆ ที่ติดกับกำแพงอิฐสูงท่วมหัว แต่เดินมาตั้งไกลแล้วก็ยังไม่พ้นกำแพงนี้สักที  

เธอเริ่มรู้สึกตัวว่าหนาวขึ้นมาก จึงหยุดเดินแล้วติดกระดุมเสื้อคลุมให้เรียบร้อย อาการแพ้อากาศและอาการปวดหัวกำลังเล่นงานเธอหนักขึ้น จึงหยิบยาแก้แพ้และแก้ปวด กับน้ำที่เหลืออยู่เกือบเต็มขวดในกระเป๋าสะพายออกมากิน

เรียบร้อยแล้วจึงเริ่มต้นเดินต่อไป เดินไปได้สักพักก็พบผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ในช่องกำแพง เมื่อเห็นชุดที่เขาสวมจึงเดาว่าเขาอาจจะเป็นทหารเฝ้ายาม

อาการไข้ที่เริ่มหนักขึ้นทำให้เธอตัดสินใจเดินเข้าไปหาเขา

“เอ่อ..ขอโทษนะคะ ขอฉันนั่งพักที่นี่สักครู่ได้มั้ย” เธอชี้ที่พื้นด้านหน้าขณะพูดกับเขาด้วยภาษาจีนกลาง ไม่มั่นใจสักนิดว่าเขาจะเข้าใจหรือเปล่า

“ไม่ได้หรอกแม่นาง ที่นี่เป็นคฤหาสน์ของท่านอ๋อง ไม่ใช่ศาลาริมทางที่ใครจะมานั่งก็ได้” ชายคนนั้นตอบสีหน้าจริงจัง น้ำเสียงห้วนห้าวไร้ความเป็นมิตร

อยากจะบ้าตาย ฉันหลุดมาอยู่ยุคนี้ได้ยังไงกันนะ ทำไมมีคนแล้งน้ำใจเช่นนี้หนอ.. เธอคิดในใจ

แล้วน้ำตาที่อดกลั้นเอาไว้ก็ไหลออกมาราวทำนบพัง ความอัดอั้นบวกกับอาการไข้ที่เป็นอยู่ ทำให้รู้สึกท้อแท้สิ้นหวัง

“เจ้าเป็นอะไร ทำไมต้องร้องไห้ด้วยเล่า” ชายหนุ่มตกใจจนหน้าซีด เขายังไม่ได้ทำอะไรนางสักนิด แต่นางก็มาร้องไห้โฮอยู่ตรงหน้าแบบนี้ นึกอยากจะไล่ก็ไล่ไม่ลง สุดท้ายก็ยอมใจอ่อน “เงียบได้แล้วแม่นาง ถ้าอยากจะนั่งพักก็เชิญ แต่อย่านานนักล่ะ เพราะถ้าเจ้านายของข้ามาเห็นเข้า เกรงว่าศีรษะของข้ากับเจ้าอาจจะไม่ได้ตั้งอยู่ที่เดิม”

พุทธิญาตกใจกับเรื่องที่ได้ยิน

อะไรกันหนักหนา ไม่พอใจก็ตัดหัว ไม่พอใจก็ฆ่า นี่มันยุคไหนกันวะ

หัวเธอหมุนติ้ว อาการปวดหัวกำเริบหนักเข้าไปอีก รู้สึกถึงแรงเต้นของเส้นเลือดในสมองจนต้องนิ่วหน้า รีบปาดน้ำตาทิ้งแล้วคว้ากระเป๋าเดินออกจากตรงนั้น เพราะไม่อยากสร้างความเดือดร้อนให้ใคร

“นั่นเจ้าจะไปไหน ไม่นั่งพักก่อนเหรอ” ชายหนุ่มยังมีแก่ใจวิ่งออกมาดักหน้าแล้วถามอย่างมีน้ำใจ

“ขอบคุณท่านมาก แต่ข้าไม่รบกวนท่านดีกว่า”

ชายหนุ่มมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างพิจารณา แม้สีหน้าของเธอจะดูซีดเซียวอยู่บ้าง แต่ก็ได้รับการตกแต่งไว้อย่างสวยงามรับกับใบหน้าเหลือเกิน สรุปแล้วเธอเป็นสาวงามที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาเลยทีเดียว

“แล้วเจ้าจะไปที่ไหน เจ้ามาจากไหน ทำไมแต่งตัวไม่เหมือนคนที่นี่ เจ้าเป็นชาวตะวันตกเหรอ แล้วทำไมเจ้าถึงพูดภาษาของเราได้”

“ข้าไม่ใช่ชาวตะวันตก แต่เป็นคนสยาม ดินแดนสยามอยู่ทางทิศใต้ของดินแดนแห่งนี้ มาเที่ยวที่นี่ครั้งแรก แต่ตอนนี้พลัดหลงกับสหายหากันไม่เจอ”

“ข้าไม่รู้จักดินแดนสยามของเจ้าหรอก แต่หน้าตาเจ้าไม่สู้ดีนัก นั่งพักสักครู่แล้วค่อยเดินทางต่อเถิด” เขาแสดงความมีน้ำใจ

“ข้าไม่อยากทำให้เจ้าเดือดร้อน ช่วยบอกฉันหน่อยได้มั้ยว่าแถวนี้มีโรงแรมไหม..ข้าหมายถึงโรงเตี๊ยมน่ะ” เธอแปลกใจตัวเองมากที่พูดคุยตอบโต้ได้คล่องปาก และสามารถฟังภาษาจีนยุคโบราณของเขาได้แตกฉานจนน่าอัศจรรย์

“บอกไปเจ้าก็ไปไม่ถูกหรอก เอาอย่างนี้ดีไหม รอให้ข้าผลัดเวรยามก่อน แล้วข้าจะพาแม่นางไปที่บ้าน ไม่ต้องตกใจ ๆ ที่บ้านข้ามีเมียและลูกอยู่ด้วย บ้านแม่ยายพ่อตาข้าก็อยู่ใกล้ ๆ กัน เจ้าก็ไปนอนที่บ้านพวกท่าน บ้านข้าอยู่ท้ายคฤหาสน์ท่านอ๋องนี่เอง ท่านอ๋องแบ่งปันที่ดินให้พวกเราบ่าวไพร่ได้อาศัยอยู่” เขารีบบอกให้นางเข้าใจ เมื่อเห็นนางมองเขาด้วยความไม่ไว้ใจ

“ข้าเกรงใจ แค่บอกทางไปโรงเตี๊ยมก็พอ” ถึงจะรู้สึกดีที่เจอคนมีน้ำใจแต่เธอก็ไม่กล้าไว้วางใจใคร

“บอกไปก็เกรงว่าเจ้าจะไปไม่ถูก รอข้านะหนึ่งชั่วยามได้หรือไม่ แล้วข้าจะพาไป”

เธอยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู แปลกใจตัวเองที่รู้ว่าหนึ่งชั่วยามของเขาเท่ากับสองชั่วโมง.. เท่ากับเธอต้องรอเกือบหกโมงเย็น 

“..ก็ได้” รอก็รอ เพราะเธอก็ไม่รู้จะไปไหนจริง ๆ เงินของสมัยนี้ก็ไม่มี มีแต่สร้อยคอกับแหวนอีกสองวงหนักอย่างละสลึง และกำไลข้อมือหนักสี่บาท สมัยนี้เขาใช้ทองแลกเปลี่ยนกันหรือเปล่าเธอก็ไม่รู้อีก

ซู้ด...ไม่ไหวแล้ว เธอคิดต่อไม่ไหวแล้ว เพราะปวดหัวมากขึ้นทุกที แสบจมูกคัดจมูกไปหมด จึงตัดสินใจลากกระเป๋าไปพิงกับกำแพงแล้วใช้นั่งแทนเก้าอี้ พิงหลังกับกำแพงให้ได้ท่าที่สบายที่สุดแล้วเริ่มนวดขมับให้คลายปวด

ถ้าได้นอนสักหน่อยอาการอาจจะดีขึ้น คิดได้ดังนั้นจึงหลับตาลง

“ข้าปวดหัวมาก ขอนอนพักระหว่างรอเจ้าหน่อยนะ”

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • ลิขิตรักข้ามกาลเวลา   244

    “ข้าไม่ได้ทำอย่างนั้นนะขอรับท่านหญิง ข้าบริสุทธิ์ใจ ถ้าไม่เชื่อก็ค้นตัวข้าได้เลย”“หุบปาก!” องค์เซียนตวาดลั่นด้วยความโมโห ก็เขาเห็นกับตาและเขามั่นใจว่าไม่ได้ตาฝาดด้วย“ท่านนั่นแหละที่หุบปาก แล้วก็ปล่อยเขาด้วย” จินลี่ฮัวโมโหใส่บุรุษวัยกลางคน“ท่านหญิง” เสวี่ยกระตุกแขนของคุณหนู ใช้สายตาตำหนิจริงจัง “ทำไมท่านไม่ตรวจดูก่อนว่ามีอะไรหายไปจริงหรือเปล่า”“ข้ามั่นใจว่าไม่มี แต่ข้าจะตรวจดูก่อนก็ได้” หญิงสาวเหลือบมองบุรุษที่เข้ามาวุ่นวายไม่เข้าเรื่อง แล้วคลำไปที่ผ้ารัดเอวบุรุษหนุ่มวัยฉกรรจ์ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นลุงมองอาการคลำตามตัวของอีกฝ่ายโดยไม่แสดงอาการ เพราะกำลังเคืองนางที่เชื่อใจโจรมากกว่าเขา“..กำไลหยกที่ข้าซื้อให้ท่านแม่หายไปแล้วเสวี่ย” สีหน้าหาเรื่องเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ดวงตารื้นด้วยน้ำตา พยายามคลำตามตัวอีกรอบ“แล้วถุงเงินเล่า”“ช่างถุงเงินมันเถิด กำไลต่างหากที่สำคัญ”“แสดงว่านายท่านผู้นั้นพูดจริงสิเจ้าคะ” เสวี่ยกระซิบไม่เบานักกุ้ยจินลี่ฮัวหันขวับไปทางเขา น้ำตาที่รื้นดวงตาไหลปริ่มออกมาเป็นทาง แล้วเดินตึง ๆ ไปเกือบประชิด เงยขึ้นมองหน้าเขาแล้วหลุบลงมองคนที่ถูกเขาจองจำ“เจ้าขโมยกำไลหยกข้า

  • ลิขิตรักข้ามกาลเวลา   243

    อาไต้เอ่ยถึงช่างแกะสลักหยกชื่อดังแห่งอาณาจักรฉางอานที่ไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเขาผู้นั้นเคยถูกจักรพรรดิเรียกตัวไปพบเพื่อแกะสลักหยกพระราชทานให้แก่ประเทศอาคันตุกะที่นำเครื่องราชบรรณาการมาถวาย“ข้าก็คิดเหมือนเจ้า แต่กำไลหยกวงนั้นดูด้อยค่าไปเลยเมื่อเทียบกับความงดงามของนาง” อาขุ่ยมองสตรีนางนั้นแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ผลัวะ!มือใหญ่ของอาไต้ฟาดใส่ศีรษะของอาขุ่ยเพื่อให้เขาได้สติ ถลึงตาใส่อย่างตำหนิ“นางเป็นใคร เจ้าเป็นใคร อย่าเพ้อฝันไปหน่อยเลย ทำงานของเราดีกว่าถ้าไม่อยากอดตาย”อาขุ่ยลูบหลังศีรษะที่ถูกตบเต็มแรงด้วยสีหน้าเจ็บปวด แต่ก็ไม่ได้รู้สึกโกรธคนที่ทำให้เจ็บ“เจ้าหรือข้าดี”“ข้าดีกว่า” อาไต้รับอาสา สำหรับเขาแล้วความสวยไม่ได้สำคัญไปกว่าปากท้อง ผิดกับเพื่อนที่มักจะหลงใหลกับความงามของสตรีอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ไม่มีครั้งไหนที่แสดงออกถึงขั้นเพ้อแบบนี้ “เราค่อย ๆ ตามนางไปก่อน รอจนสบโอกาสแล้วค่อยลงมือ”“ตกลง”จอมโจรจากนอกเมืองที่แต่งตัวดีตบตาชาวบ้านนัดแนะกัน แล้วแยกย้ายกันทำหน้าที่ หนึ่งคนเดินนำหน้าสตรีที่หมายตา ส่วนอีกคนเดินตามหลัง ทิ้งระยะแบบที่ไม่น่าสงสัย แอบมองทุกการเคลื่อนไหวอยู่ห่าง ๆเกือบ ๆ ครึ

  • ลิขิตรักข้ามกาลเวลา   242

    คนถูกตำหนิหันไปส่งยิ้มกว้างให้อดีตพ่อบ้านที่ดูแลคฤหาสน์หลังนี้มาตั้งแต่รุ่นพ่อสามีด้วยความรักและซื่อสัตย์ ตอนนี้เขาได้ปลดประจำการแล้ว แต่เพราะไม่มีครอบครัวดูแล นางกับสามีจึงรับอุปการะเลี้ยงดูและให้มีคนคอยดูแลอย่างใกล้ชิด“ข้ายังไม่อยากให้นางแต่งงานนี่ท่านพ่อบ้าน”“โธ่พระชายา เป็นสตรีถ้าอายุเกินสิบแปดไปแล้วยังไม่ออกเรือน มันจะกลายเป็นขี้ปากของชาวบ้านได้นะ”“อย่าเพิ่งทำหน้าเศร้าแบบนั้นสิ” นางโบกมือไล่ให้คนดูแลท่านพ่อบ้านออกไป แล้วไปนั่งใกล้ ๆ เขา “ข้าเข้าใจความห่วงใยของท่านพ่อบ้านดี แต่ข้ากับสามียังไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้กันเลย แต่ถ้ามีคุณชายบ้านไหนมาทาบทามพวกเราก็ไม่คิดจะปฏิเสธเหมือนกัน”“แต่ที่มาทาบทามล้วนถูกปฏิเสธกลับไปทุกราย”“ก็เราไม่อยากบังคับจิตใจลูกสาวของเรานี่ เราอยากให้นางแต่งงานกับคนที่นางรักมากกว่าความเหมาะสม เราอยากให้นางมีความสุขกับชีวิตคู่เหมือนเราสองคนก็เท่านั้น”“ส่วนใหญ่ก็ไม่มีคู่ไหนเริ่มต้นจากความรักกันหรอกนะพระชายา พออยู่ด้วยกันไปพวกเขาก็รักกันเอง”“รักแต่ไม่หมดทั้งหัวใจ พวกเขาล้วนมีอนุกันเกือบทั้งนั้น ข้าไม่ต้องการแบบนั้น ท่านอ๋องเองก็เช่นกัน” กุ้ยถิงในวัยห้าสิบสี่ปีแ

  • ลิขิตรักข้ามกาลเวลา   241

    “อือ..” คนถูกชมพยักหน้าคล้อยตาม “ข้าก็เพิ่งจะรู้วันนี้เองว่าตัวเองเป็นคนเช่นไร เจ้าช่างปราดเปรื่องนัก รู้จักข้าดีกว่าตัวข้าอีก” พูดจบก็ลุกจากที่นั่งแล้วกางแขนออก “ข้าจะนอนแล้ว ช่วยปรนนิบัติข้าที”“เพคะ” สตรีทั้งสองคลี่ยิ้มกว้างด้วยความยินดี รีบเดินเข้าไปช่วยปลดเสื้อตัวนอกให้องค์ชายว่าที่รัชทายาทเมื่อชุดถูกปลดไปจากตัวจนเหลือเพียงชุดตัวในสีขาว องค์ชายก็เดินไปขึ้นเตียงแล้วเอนตัวนอน“หม่อมฉันดับไฟนะเพคะ” นางกำนัลอวี้เอ่ยขึ้น“ไม่ต้องหรอก ถ้าดับไฟแล้วพวกเจ้าจะปรนนิบัติข้าลำบาก พวกเจ้ามานั่งตรงนี้มา” องค์ชายตบที่นั่งข้างกายทั้งสองฝั่งที่นอน“เพคะ” สตรีรูปร่างอรชรขานรับแล้วรีบไปนั่งกันคนละฝั่ง“ไม่ต้อง” องค์เซียนยกมือห้ามเมื่อนางทั้งสองทำท่าจะปลดชุดบนตัว “พวกเจ้าช่วยนวดให้ข้าหน่อย เจ้านวดด้านซ้าย ส่วนเจ้านวดด้านขวา ห้ามหยุดแม้ข้าจะหลับไปแล้วก็ตาม ถ้าข้าตื่นมาแล้วไม่เห็นพวกเจ้านวดอยู่ ข้าจะทำโทษพวกเจ้าให้หนัก” สั่งเสร็จเขาก็หลับตาลงทันที แต่ริมฝีปากกลับประดับด้วยรอยยิ้ม ขบขันเมื่อได้เห็นสีหน้าร้อนรนของพวกนาง‘คิดว่าเอาสตรีมาล่อหม่อมฉันแล้วหม่อมฉันจะหลงกลหรือเสด็จพ่อ หึ ๆ ๆ’ .......

  • ลิขิตรักข้ามกาลเวลา   240

    ตำหนักสือกุยหลง“ขันทีหนิว”“พ่ะย่ะค่ะองค์ชาย”“ส่านเตี้ยนอยู่ข้างนอกหรือไม่ เรียกเขามาพบข้าที”“พ่ะย่ะค่ะองค์ชาย” ขันทีหนิวผู้มีหน้าที่รับใช้ใกล้ชิดองค์ชายตอบรับแล้วค่อย ๆ ถอยหลังออกไปจากห้องบรรทม ไม่นานองครักษ์คนสนิทก็เดินเข้ามาในห้อง“องค์ชาย” ส่านเตี้ยนยกมือทำความเคารพเจ้านายที่ติดตามรับใช้กันมาถึงยี่สิบห้าปี“ตั้งแต่กลับเข้ามาอยู่ในวังหลวง ข้าไม่ค่อยได้เห็นหน้าเจ้าเลยนะ” องค์เซียนรินน้ำชายื่นให้ผู้ติดตามคนสนิทที่โตกว่าสองปี“ขอบพระทัยองค์ชาย”“นั่งสิ”“ขอบพระทัยองค์ชาย” องครักษ์นั่งลงบนเก้าอี้หยกตัวกลมตามที่อีกฝ่ายชี้นำ แล้วจิบชาลงคอหนึ่งอึก “องค์ชายต้องการพบข้า มีเรื่องอะไรให้ข้าทำหรือเปล่า”“พรุ่งนี้ข้าอยากออกไปขี่ม้าสักหน่อย อยากให้เจ้าติดตามไปด้วย”“ถ้าอย่างนั้นข้าจะบอกให้ขันทีเตรียมตัว”“ไม่ต้องบอกใครทั้งนั้น แค่เจ้ากับข้าเท่านั้นก็พอ” คนกล่าวอมยิ้มนิด ๆ เมื่อพูดจบเป็นเดือนแล้วที่เขาคิดถึงดรุณีน้อยนางหนึ่งไม่สร่างซา พรุ่งนี้เขาจะไปที่ทุ่งดอกเบญจมาศอีกครั้ง ถ้าครั้งนี้เขาได้พบกับนางที่นั่นอีก เขาจะถือว่าเป็นบุพเพ และจะเอานางมาเป็นของตัวเองให้ได้แต่ถ้าไม่พบ..เขาจะตัดใจให้ลืม

  • ลิขิตรักข้ามกาลเวลา   239

    วันต่อมา“ท่านหญิง วันนี้ท่านก็จะออกไปอีกหรือเจ้าคะ” เสวี่ยถามคุณหนูขณะมวยผมให้นาง“ไปสิ เมื่อวานข้ายังไม่ได้กินเสี่ยวหลงเปากับเต้าทึงร้อนเลยนี่นา พี่จิ้งกับพี่หลิงคงเสียใจแย่ที่ข้าไม่ได้กินอาหารที่พวกเขาเตรียมให้ วันนี้ข้าต้องไปกินเพื่อขอโทษพวกเขา”“แล้วถ้าเจอนายท่านผู้นั้นอีกเล่า ท่านหญิงจะทำอย่างไร”“อย่าพูดถึงเขาได้ไหม พูดแล้วข้าก็โมโหนัก” นางโมโหและก็อายมากด้วย แค่คิดก็ร้อนวาบไปทั้งใบหน้าเพียะ!“ท่านหญิง! จะตบหน้าตัวเองทำไม” สาวใช้เอ็ดตะโรไม่พอใจ “เมื่อวานก็ครั้งหนึ่งแล้ว”“ก็ข้าอายนี่ ข้าถึงต้องตบหน้าตัวเองให้เจ็บ สติจะได้กลับมา” นางสารภาพอย่างไม่ปิดบัง“ท่านชอบบุรุษผู้นั้นหรือท่านหญิง” เสวี่ยกระซิบกระซาบเพราะกลัวคนอื่นจะได้ยิน ท่าทางเต็มไปด้วยความกังวล“ข้าเนี่ยนะจะชอบบุรุษคราวพ่อคนนั้น” ท่านหญิงน้อยแสยะปากอย่างรับไม่ได้ “ท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าแต่งงานตอนอายุมากแล้ว กว่าจะมีพี่ชายข้าก็ต้องรอถึงเก้าปี กว่าจะมีข้าก็อีกสี่ปี ถ้าเป็นครอบครัวอื่นคงมีหลานมีเหลนกันไปแล้ว แล้วเจ้าคิดว่าตาลุงนั่นจะเป็นอย่างไร ข้าว่าลูกเขากับข้าคงอายุไล่ ๆ กันแล้ว”“แต่บุรุษท่านนั้นรูปงามมากนะ ดูสง่ามีร

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status