Masuk“นี่ลูกชายกับลูกสาวฉัน ราเฟย์กับจัสมิน อายุคงไล่ๆ กับเธอ”
กษัตริย์ฮัสซันลูกสาวที่ได้เค้าโครงมาจากแม่เต็ม จัสมิน ยิ้มให้อย่างเป็นกันเองและไม่ถือตัว ผิดกับผู้ชายร่างสูงสง่าคนนั้นที่เขาแต่ทำหน้าเคร่งขรึม อารยายกมือแบบไทยๆ พยายามยิ้มผูกมิตรแต่เมื่อราเฟย์ไม่มีท่าทีตอบไมตรีของเธอ หญิงสาวจึงหน้าเจือนลงทันที
‘เขาทำเหมือนไม่เคยเจอเธอเลย’
อารยาพึมพำกับตัวเองในใจ ผิดกับครั้งแรกที่เธอได้รับความช่วยเหลือนำทางไปโรงครัว หญิงสาวจำได้ดีของท่าทางร้อนร้นของเหล่าบรรดาแม่ครัวที่จัดเตรียมสำรับอาหารมาบริการเธอและเขา เขานั่งกินแซนวิชเพียงคู่เดียวกับกาแฟดำ ในขณะที่เธอกินไปตั้งสามคู่แถมนมอีกแก้วใหญ่ เขาละเลียดทานอาหารอย่างใจเย็นจนเธอเสร็จเรียบร้อยและเดินนำเธอมาส่งถึงห้องที่จัดไว้เป็นเสมือน ‘ห้องพยาบาล’ ประจำราชวัง
“ขอบคุณค่ะ”
อารยาจำได้วาพูดได้แค่นั้นเขาก็หันหลังและเดินจากไปยังไม่ทันถามชื่อเสียงเรียงนาม แต่เธอก็คาดเดาได้ไม่ยากนักว่าเขาคงไม่ใช่ ‘คนธรรมดา’ อย่างแน่นอน เพราะที่เห็นตั้งแต่ในโรงครัวจนตลอดทางเดินนั่น มีแต่คนถวายการเคารพเขาแทบทั้งนั้น ที่จริงเขาเป็นถึง ‘องค์รัชทายาท’ ก็น่าอยู่หรอกที่เขาจะทำตัวราวกับไม่เคยพบหน้าเธอมาก่อน
“ได้ข่าวว่าเจ้าเตรียมตัวจะเป็นอาจารย์งั้นรึ จัสมิน” กษัตริย์ฮัสซันเอ่ยถาม โบกพระหัตถ์เรียกคนสนิทมาใกล้กระซิบรับสั่งสองสามคำก่อนหันมาสนใจลูกสาวของตน “ว่าไงละ”
“เป็นอาจารย์พิเศษเพคะ ที่มหาวิทยาลัยประจำชาติจะเริ่มสอนต้นเดือนหน้า” จัสมินตอบด้วยความภาคภูมิใจ
“ดีแล้วควรทำตัวให้มีประโยชน์ต่อบ้านเมือง” ดวงเนตรมีประกายความอ่อนโยนอย่างที่จัสมินไม่เคยเห็น เธอแทบจะหยิกตัวเองเพื่อเตือนสติว่านี่ฝันหรือว่าตื่น “แต่ข้าเริ่มเบื่อหน้าเจ้าแล้วนะราเฟย์ เจ้าชอบทำหน้าเครียดอย่างนี้เสมอ”
“กระหม่อมก็เป็นเช่นนี้มานานแล้ว” ดวงตาสีเข้มเปล่งประกาย “ผิดกับเสด็จพ่อที่ดูสดใสขึ้นมาก”
“เราดูดีขึ้นแล้วทำให้เจ้าไม่พอใจรึ” พระองค์ทรงหยอกเย้า เป็นจังหวะที่คนสนิทนำกล่องกำมะหยี่สีแดงสดส่งให้พระองค์สองกล่อง พระองค์รับมาเปิดดูแล้วยื่นให้จัสมิน
“รับขวัญที่เจ้ากลับมา พ่อคิดจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับเจ้า ตั้งแต่เจ้ากลับมามาก็แทบไม่ได้พูดคุยอะไรกับเจ้าเลย เจ้าอยากจัดงานเลี้ยงเมื่อไหร่ยังไงก็บอกพี่ชายเจ้า พ่ออนุญาต”
จัสมินยิ้มกว้างมือที่ยื่นไปรับของขวัญนั่นสั่นน้อยๆ กล่องกำมะหยี่สีแดงถูกเปิดออกเป็นสร้อยคอประดับเพชรน้ำงาม ประเมินมูลค่ามิได้ เธอไม่เคยคาดหวังจะรับเครื่องประดับหรือของขวัญใดๆ เพราะสิ่งที่มีค่าที่สุดคือการที่กษัตริย์ฮัสซันมองเธอด้วยสายตาของบิดาที่มองดูลูกสาว!
“ขอบพระทัยเพคะ”
“อันนี้ของเจ้า ในฐานะที่เจ้าดูแลเราเป็นอย่างดี”
“หม่อมฉันรึเพคะ”
อารยาทำหน้างุนงง แต่เมื่อเห็นพระหัตถ์ที่ยื่นกล่องกำมะหยี่แบบเดียวที่ให้จัสมินมาตรงหน้า หญิงสาวจึงต้องยื่นมือไปรับและเปิดออกดู ข้างในเป็นสร้อยคอทองคำขาวห้อยจี้เป็นแผ่นสีเหลี่ยมผืนผ้ามีตราสัญลักษณ์ราชวงศ์บาฮาเนีย นั่นคือ ‘เหยี่ยวทะเลทราย’
“เอ่อ...คือ...”
อารยาไม่รู้เอ่ยถามอย่างไร ภาษาอังกฤษในสมองตีกันยุ่งเหยิงไปหมด แต่ที่แน่ๆ สีหน้าขององค์รัชทายาทแสดงความไม่พอใจอย่างยิ่ง
“มันเป็นเครื่องหมายที่ทำให้เจ้าเข้านอกออกในในวังนี้ได้ เผื่อว่าเจ้าจะอยากไปเที่ยวชมประเทศของเรา จริงซิ! จัสมินหากเจ้าพอมีเวลาก็พาอารยาไปเที่ยวชมบ้านเมืองเราด้วยนะ”
“แต่ว่าหม่อนฉันมาที่นี้เพื่อถวายการรักษาฝ่าบาทไม่ได้มาเพื่อท่องเที่ยว เกรงว่าหม่อมฉันจะรับไว้ไม่ได้”
มือเล็กๆ สั่นเทาแต่ก็ยื่นคืนสร้อยเส้นนั้นคืนกษัตริย์ฮัสซัน
“อย่าได้กระทำการดูหมิ่นน้ำพระทัยกษัตริย์แห่งบาฮาเนีย”
น้ำเสียงราบเรียบแต่ฟังคล้ายคำสั่งอยู่ในที แต่ดวงตาสีฟ้าเข้มฉายชัดความไม่พอใจ
กษัตริย์ฮัสซันอดแย้มพระสรวลไม่ได้ “เจ้าทำให้เราพอใจมาก เอาละเจ้าไปพักผ่อนเถอะ เราเองก็อยากพักผ่อนเหมือนกัน”
ในเมื่อไม่เห็นทางที่จะปฏิเสธได้ อารยาได้แต่กล่าวขอบคุณแล้วลุกขึ้นเดินนำออกมาก่อน จัสมินหันไปยิ้มให้กับพี่ชายนิดหนึ่งก่อนเดินตามร่างของอารยา ราเฟย์รู้สึกหงุดหงิดใจอย่างหาเหตุผลไม่เจอ เขาหมุนตัวจะเดินออกไป แต่กลับต้องชะงักเท้าเมื่อได้ยินเสียงพระบิดา
“ถ้ามีพระชายานิสัยดีอย่างอารยาสักคนก็น่าจะดีนะ”
ราเฟย์หันขวับมาทางต้นเสียงแต่ปรากฏว่าพระบิดาปิดเปลือกตาเข้าสู่ห้วงนิทราแล้ว เขาไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ได้ยินเป็นเสียงของเสด็จพ่อ หรือเป็นความกังวลใจที่มันเกาะตัวจนกลายเป็นเสียงหลอนประสาทเขากันแน่
ร่างสูงสง่าหมุนตัวกลับและเดินจากไปด้วยใจว้าวุ่น โดยไม่รู้ว่ามีคนแกล้งหลับแอบยิ้มอยู่บนเตียง
“เดี๋ยวก่อน...เธอ...เอ่อ...อา...”
อารยาได้ยินเสียงเรียกจากด้านหลัง แม้ไม่แน่ใจว่าเรียกเธอหรือไม่แต่เท้าก็หยุดแล้วหันกลับไปมอง ร่างเพรียวบางของจัสมินกึ่งวิ่งกึ่งเดินมาใกล้ๆ รอยยิ้มที่เป็นกันเองทำให้อารยารู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาด
“องค์หญิงเรียกหม่อมฉันหรือเพคะ”
“พูดกับฉันธรรมดาเถอะจ๊ะ ดูท่าเราจะอายุเท่ากันใช่มั๊ย” จัสมินได้เพื่อนใหม่ถึงกับลืมพี่ชายไปเลยทีเดียว “เธอชื่ออะไรนะ”
“อารยาเพคะ”
“ฉันจัสมิน ยินดีที่ได้รู้จัก ปีนี้เธออายุเท่าไหร่ฉันยี่สิบสองแล้ว”
“หม่อมฉันอายุมากกว่าพระองค์สองปีเพคะ”
“ไม่ได้ๆ ไม่เอาๆ” จัสมินทำท่ากระฟัดกระเฟียดเหมือนเด็กถูกขัดใจ “พูดกับฉันธรรมดาๆ ซิ ฉันรู้สึกถูกชะตากับเธอ เราเป็นเพื่อนกันนะ”
“พะ...พะ...เพื่อน” ‘โอโฮ จะได้มีเพื่อนเป็นองค์หญิงเหรอเนี่ย’
“บังอาจนัก! อยู่ในวังของเราแต่กลับทำเรื่องเสื่อมเสียเช่นนี้ได้คาร์ดัล! เจ้าจะให้ข้าทำยังไงกับคนของเจ้า นางตั้งครรภ์โดยไม่ได้สมรสกับใครได้อย่างไร...” กษัตริย์ฮัสซันตรัสด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด แต่ในพระทัยกลับตรงข้าม ยิ่งได้เห็นสีหน้าทุกข์ร้อนของเจ้าลูกชายก็อดสะใจไม่ได้ “กระหม่อมดูแลคนไม่ดีขาดการอบรม สร้างความเสื่อมเสียยิ่งนัก กระหม่อมจะจัดการนาง...” “ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น!” ราเฟย์ทะลึ่งกายลุกพรวดพลาดจากเก้าอี้ ตวัดสายตาคมกริบไปที่คาร์ดัลที่พูดจารับมุขกับกษัตริย์ฮัสซัน “ใครกล้าแตะต้องภรรยาของเรา เราจะตัดหัวมันให้หมด!” ‘ตัดหัว!’ บรรดาคนฟังถึงกับสะดุ้งโหย่ง ราเฟย์ก้าวเท้ายาว ๆ ออกจากห้องทันทีและตะโกนเรียกคานัน “ต้องโดนกระตุ้นถึงจะรู้ตัวนะเจ้าลูกคนนี้” กษัตริย์ฮัสซันส่ายพระพักตร์ไปมา “ก็เหมือนกับพระองค์ตอนหนุ่มๆ ไงพระเจ้าข้า” คาร์ดัลช่วยเสริม “คราวนี้พระองค์ก็จะได้มีหลานสมใจแล้วนะพระเจ้าข้า” “ฮะ ฮ่า ใช่แล้ว โดยเฉพาะกับหญิงที่เราถูกใจอยากได้เป็นสะใภ้ด้วยยิ่งดีใหญ่ เอ๋..หมอยามาทพอจะรู้ไหมว่าหลานของเราชายหรือหญิง”
“ขอโทษค่ะ เอ่อ...ขอโทษเพคะ” อารยารีบก้มเก็บอ่างน้ำใบเล็ก น้ำหกจนพื้นพรมชื้นแฉะนางกำนัลรีบนำผ้ามาซับน้ำก่อนที่พรมราคาแพงจะเปื้อนเปรอะ หญิงสาวระบายลมหายใจอย่างหงุดหงิด มือไม้เหมือนคนไม่มีแรงเอาเสียงเลย “เจ้าไม่สบายอีกแล้วเรอะ อารยา” สรุเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใยทำให้อารยาตื่นจากภวังค์ “หม่อมฉันไม่เป็นอะไรมากเพคะ...” ‘แค่คนท้องอ่อน ๆ ไม่ได้เจ็บป่วยตรงไหนเสียหน่อย’ เธอได้แต่บอกกับตัวเองในใจ “เราให้เจ้าหยุดพักผ่อนก็ไม่ยอม ดื้อเหมือนใครนะ” กษัตริย์ฮัสซันตั้งใจพูดกระทบลูกชายคนโตที่เดินหน้าตึงเข้ามาเหมือนทุกครั้ง “ถ้าเอาข้อราชการมาคุยกับพ่อ พ่อไม่คุยด้วยนะ” ราเฟย์เลิกคิ้วสูงข้างหนึ่งอย่างแปลกใจ ไม่คิดว่าผู้เป็นบิดาจะรู้ว่าเขาชอบเอา ‘ข้อราชการ’ มาเป็นข้ออ้างเพื่อพบหน้าคนบ้างคน “หม่อมฉันอยากถวายงานให้เต็มที่เพคะ” ‘ก่อนที่จะไม่ได้อยู่สนองพระคุณของพระองค์อีกแล้ว’ “กระหม่อมก็เช่นกันพระเจ้าข้า” ราเฟย์กระตุกยิ้มที่มุมปากขณะปรายตามองทางหญิงสาวที่ค้อนขวับเข้าให้ “พ่ออยากฟังเรื่องอื่นแล้ว อย่างพวกงานอภิเษกอะ
เสียงครางเบาๆ ของเธอกลับปลุกอารมณ์ของเขาอย่างเหลือเชื่อมันทำให้เขาจูบเธออย่างรุนแรงและเร้าร้อนจนริมฝีปากบางแดงจัด เขาพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างบางที่นอนระทวยและขยับตัวไปมาอย่างเสียวซ่านกับสัมผัสที่ได้รับ ราเฟย์พรมจูบทั่วใบหน้าระเรื่อยจากซอกคอจนถึงเนินเนื้อที่ยอดอก ทุกสัมผัสของเขาสร้างเสียงครวญครางและแรงปรารถนารุนแรงยากจะควบคุม มันกลายเป็นพายุลูกใหญ่ที่พาคนทั้งคู่ปั่นป่วนรัญจวนใจ และทุกอย่างสงบนิ่งเมื่อสายน้ำอุ่นพัดผ่านไปอารยาปรือตาขึ้นอย่างยากลำบากรู้สึกถึงลมหายใจที่สม่ำเสมอกับชีพจรหัวใจที่กลับสู่สภาวะปกติ เธอลุกขึ้นช้าๆ และเบา ๆ แต่กระนั้นก็ยังทำให้คนที่นอนอยู่ตวัดแขนรั้งเอวบางให้กลับไปนอนแนบอีกครั้ง “จะไปไหน?” เขาพึมพำทั้งที่ดวงตาปิดสนิท “ห้อง...ห้องน้ำค่ะ” น้ำเสียงตะกุกตะกักของเธอทำให้มุมปากของเขากระตุกยิ้มเหมือนจะหัวเราะแต่ก็ปล่อยให้เธอลุกขึ้นจากเตียงทำตามความต้องการ อารยาสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วก็ออกมาจากห้องน้ำดวงตาของเธอเห็นร่างสูงใหญ่เผลอหลับอย่างอ่อนเพลีย เธออยากอยู่ในอ้อมกอดของเขาจนถึงเช้าวันใหม่ไม่ซิ! อยากอยู่อย่างนี้ทุกวันทุกคืน
ภาพหญิงสาวสวยประดุจเจ้าหญิงยิ้มหวานสะดุดอารยาจนเธอหยิบขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ที่มุมล่างของภาพเป็นลายเซ็นหวัด ๆ เขียนไว้ว่า ‘แด่ราเฟย์ ยอดรักของ แอนเดรีย’ “แอนเดรีย? คงเป็นคนรักของราเฟย์” มือเรียวสั่นน้อยๆ จนต้องรีบวางรูปนั้นไว้ที่เดิมเพราะกลัวว่ามือของเธอจะไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะถือรูปนี้ไว้ได้ เธอรู้สึกหน้ามืดจนแทบจะเป็นลมอีกครั้ง แต่ก็ยังประคองตัวเองไปนั่งบนเตียงนอนหนานุ่มที่ตั้งเด่นอยู่กลางห้องได้สำเร็จ “ใจเย็นๆ ซิอารยาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ” เธอยกมือทาบอกพยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเอง ไม่คิดว่าแค่ตัวเองรู้ว่าหัวใจของเขามีเจ้าของก็แทบทำให้เธอเป็นลมล้มพับได้ ไม่เคยคิดว่าจะอ่อนแอขนาดนี้ ‘ไม่ได้นะ เราจะอ่อนแอไม่ได้ ต่อไปนี้เราจะต้องเข้มแข็งอย่างน้อยที่สุดก็เพื่อลูกของเราเอง’ ปัง! เสียงปิดประตูอย่างรุนแรงทำให้อารยาสะดุดโหย่ง คงมีคนเดียวที่กล้าปิดประตูห้องเสียงดังอย่างนี้ถ้าไม่ใช่เจ้าของห้องเอง อารยาหันซ้ายแลขวาหาที่ซ่อนตัว แม้ว่าห้องนอนจะใหญ่โตแต่เธอกลับไม่รุ้จะไปซ่อนตัวตรงไหน ตลบชายผ้าปูที่นอนขึ้นหวังจะมุดเข้าไปใต้เตียงแต่กลับ
“ราเฟย์เป็นพ่อเด็กในท้องใช่ไหม?” “ยัยแป๋ม! แกรู้ได้ไง” อารยาตาโตอย่างตกใจ “โธ่! ดูแค่นี้ก็รู้แล้ว” เปรมวดีถอนหายใจหนักๆ “แล้วจะทำยังไง แกน่าจะบอกเค้านะ เค้าต้องรับผิดชอบแก” “แต่...เค้าเป็นใคร...ฉันเป็นใคร...แกก็น่าจะรู้ดี” “แล้วไงละยะ! จะเป็นใครก็ช่าง แต่เค้าก็เป็นพ่อของเด็กในท้องแกนะเฟ้ย!” เปรมวดีอดโมโหแทนเพื่อนไม้ได้ “แกก็น่าจะเห็น เค้ามีผู้หญิงอื่นตั้งเยอะแยะ เค้า...ไม่ได้รักฉันหรอก” “ไอ้ผู้หญิงแยะแยะนะเห็นอยู่ แต่แกแน่ใจได้ไงว่าเค้าไม่ได้รักแก” “เค้า...คิดว่าฉันจะมากอบกอบทรัพย์สินเงินทองมากกว่า” แค่คิดเรื่องนี้ขึ้นมาน้ำใสๆ ก็คลอเบ้าตาของอารยาทันที “เฮ้ย! แกคิดไปเองหรือเปล่า หรือแกเล่าให้ฉันฟังไม่หมดใช่มั๊ย” เปรมวดีโอบกอดเพื่อนแน่น เธอไม่ค่อยเห็นเพื่อนรักต้องเสียน้ำตาให้ใครอย่างนี้ “ฉันไม่ได้คิดไปเอง เค้าเคยแกล้งฉันสารพัด” “โอเค...แล้วแกจะทำยังไงต่อไป” “ฉันจะเลี้ยงลูกเอง...ฉันเลี้ยงลูกฉันได้...” อารยาพึมพำทั้งน้ำตานองหน้า “แกจะเลี้ยงได
“มันไม่เกี่ยวอะไรกับท่านหรอกเพคะ” “ทำไมถึงไม่เกี่ยวละ อะไรที่เกี่ยวกับเจ้าก็เกี่ยวกับเราด้วยทั้งนั้น” เขาพูดอย่างอวดดียื่นหน้าเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมละมุนจากเรือนแก้มที่แดงระเรื่อชวนหลงใหล “เจ้าไม่สบายเป็นยังไงบ้าง” น้ำเสียงอาทรของราเฟย์ทำให้หัวใจของอารยาหวั่นไหว เธอรู้ดีว่าเขามักถือตัวว่าตนเองเหนือกว่าพยายามจะควบคุมอารมณ์และความรู้สึกของเธอ “ไม่เป็นไรเพคะ” กว่าจะเอ่ยปากตอบได้ก็ลำบากยากเย็น ความน้อยใจที่เขาทำราวกับคืนวันในทะเลทรายเป็นเพียงความฝันทำให้น้ำตาคลอเบ้าขึ้นมาทันที “อารยา” ปลายนิ้วใหญ่เกลี่ยน้ำตาหยดใส หัวใจเขาปวดปร่าที่เห็นดวงตาสีนิลมีน้ำตา“เจ้าร้องไห้ทำไม เจ็บปวดตรงไหนบอกเราซิ” ราเฟย์โอบไหล่บางที่สั่นสะท้านเพราะพยายามกลั้นสะอื้น หญิงสาวไม่มีแรงต้านทานจึงได้แต่เอนซบอกกว้างที่คุ้นเคย ทำไมเขาต้องถามเธออย่างนี้ด้วยนะ เขาไม่รู้จริงๆ หรือไงว่าทำให้เธอทรมานใจแค่ไหน ทุกครั้งที่เขาพาสาวๆ สวยๆ มากุ๊กกิ๊กให้เธอเห็นตำตา หัวใจมันปวดร้าวแค่ไหนและยิ่งเจ็บปวดมากเป็นทวีคูณเพราะเธอรู้ดีว่าเขาไม่ได้ใยดีเธอเลย ทุกความปวดร้าวใน
“เจ้าก็พูดไปได้นะ” คาร์ดัลหัวเราะ “นี่อารยาเป็นนักกายภาพบำบัดและเชี่ยวชาญการนวดแผนโบราณ อารยานี่คุณหมอประจำพระองค์ฯ ชื่อ ยามาท เป็นหลานชายฉันด้วย”“สวัสดีค่ะ” อารยายกมือไหว้แบบไทยๆ เล่นเอาหมอหนุ่มยื่นมือไปเก้อ เขาหัวเราะเบาๆ แล้วยื่นแฟ้มประวัติคนไข้ให้อารยาศึกษา“ต่อไปนี้เจ้าก็พักที่นี่นะอารยา” คาร
“พระพักตร์ของฝ่าบาทผ่องใสขึ้นนะพ่ะย่ะค่ะ” “ก็เพราะของฝากของเจ้าไงคาร์ดัล” กษัตริย์ฮัสซันทรงพระสรวลขึ้นพลางปรายตาไปยังหญิงสาวชาวเอเชียในชุดนางพยาบาลสีขาวสะอาดตา คาร์ดัลยิ้มขึ้นที่มุมปาก เมื่อมองไปที่ ‘ของฝาก’ ที่ตนนำมาจากเมืองไทย อารยาไม่เข้าใจภาษาบาฮาเนีย แม้เธอจะพยายาม
“ใช่ซิ เพื่อนไง ฉันเพิ่งกลับมาจากอังกฤษได้สองเดือน นอกจากพี่ราเฟย์แล้วฉันไม่ค่อยสนิทกับใครเลย ฉันถูกส่งไปอยู่เมืองนอกตั้งแต่เด็ก” จัสมินคล้องแขนอารยาแล้วเดินเรื่อยๆ ตามทางที่จะไปสู่ห้องโถงใหญ่ “เธอนี่เหมาะกับชุดพยาบาลจัง เอาไว้วันไหนเธอว่างเรามาคุยกันนะ เธอพักที่ห้องพักของพยาบาลใช่มั๊ย”“ค่ะ”
แม้เขาจะเป็นองค์รัชทายาทแต่เขาก็ชอบทำตัวง่ายๆ ไม่จำเป็นต้องตั้งโต๊ะอาหารให้มันวุ่นวาย เขาหมุนตัวและเดินนำหน้าแต่เมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ได้ก้าวตามมาเขาก็เหลียวมอง“ตามมาสิ”“ไม่เป็นไรค่ะ แค่บอกทางดิฉันก็พอแล้ว”ไม่ใช่เพราะความเกรงใจหรอกที่ทำให้อารยาพูดแบบนี้ออกมา แต่เพราะเธอกำลังหงุดหงิดที่ถูกสั่ง



![ไฟรักเพลิงสวาท [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



