LOGINอารยา นักกายภาพบำบัดที่เกลียดคำว่า หมอนวด จับใจ เดินทางมาไกลในดินแดนทะเลทรายเพื่อทำงานที่ตนเองถนัด ราเฟย์ รัชทายาทหนุ่มร่างสูงสง่าที่มองโลกในแง่ร้าย เขามองอารยาเป็นผู้หญิงหิวเงิน ความเข้าใจผิดตั้งแต่พบหน้ากันครั้งแรก กลับทำให้ใกล้ชิดอย่างไม่รู้ตัว “มองเรา...แค่ตอนนี้...มีแค่เราสองคนไม่มีชนชั้นวรรณะใด มีแค่เราสองคน” ชายหนุ่มมอบจุมพิตดื่มด่ำที่ค่อยๆ กลายเป็นความร้อนแรงทุกขณะ มือไม้ของเขาเลื่อนปลดเปลื้องเสื้อผ้าของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังช้าในความรู้สึกของเขา แม้ว่าจะเคยเห็นและสัมผัสร่างกายนี้มาก่อนแล้ว แต่ครั้งกลับให้ความรู้สึกที่แปลกใหม่สำหรับเขา “เราปรารถนาเจ้า...อารยา” ‘ฉันรักคุณ...ราเฟย์’ ลิขิตรักในเพลิงทราย (ชุดเล่ห์รักในรอยทราย)
View Moreบทนำ
อารยา นักกายภาพบำบัดที่เกลียดคำว่าหมอนวดจับใจ
เดินทางมาไกลในดินแดนทะเลทรายเพื่อทำงานที่ตนเองถนัด
ราเฟย์ รัชทายาทหนุ่มร่างสูงสง่าที่มองโลกในแง่ร้าย เขามองอารยาเป็นผู้หญิงหิวเงิน
ความเข้าใจผิดตั้งแต่พบหน้ากันครั้งแรก กลับทำให้ใกล้ชิดอย่างไม่รู้ตัว
“มองเรา...แค่ตอนนี้...มีแค่เราสองคนไม่มีชนชั้นวรรณะใด มีแค่เราสองคน”
ชายหนุ่มมอบจุมพิตดื่มด่ำที่ค่อยๆ กลายเป็นความร้อนแรงทุกขณะ มือไม้ของเขาเลื่อนปลดเปลื้องเสื้อผ้าของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังช้าในความรู้สึกของเขา แม้ว่าจะเคยเห็นและสัมผัสร่างกายนี้มาก่อนแล้ว
แต่ครั้งกลับให้ความรู้สึกที่แปลกใหม่สำหรับเขา
“เราปรารถนาเจ้า...อารยา”
‘ฉันรักคุณ...ราเฟย์’
ทั้งที่ยืนอยู่ในอาคารขาเข้าของสนามบิน อารยากลับรู้สึกได้กลิ่นลมทะเลทราย หญิงสาวหันซ้ายแลขวาไม่มองหาคนที่จะมารับเธอแต่ดวงตาสีดำดุจนิลกลับมองหาที่มาของกลิ่น นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เดินทางมาต่างประเทศและเป็นครั้งแรกที่มาเยือนดินแดนที่ห้อมล้อมไปด้วยทะเลทราย แต่เธอแปลกใจที่ตัวเองมั่นใจว่าสิ่งที่สัมผัสได้คือสายลมแห่งทะเลทรายทั้งที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
เธอเดินวนไปมาเหมือนเด็กหลงทางแล้วร่างบางก็ต้องสะดุ้งเมื่อแขนเล็กถูกจับเบาๆ อารยาหันไปทันทีเธอจ้องมองชายร่างสูงใหญ่ในชุดดำทั้งชุดอายุราวสามสิบห้าปี แม้ริมฝีปากจะกระตุกยิ้มน้อยๆ แต่เธอก็รู้สึกว่าใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนวดเครารุงรัง หญิงสาวถึงกับผงะถอยหลังแต่มือใหญ่ยังคงจับแขนเอาไว้ แม้เขาจะออกแรงไม่มากแต่เธอก็รู้สึกได้ว่าน้ำหนักมือเขามากพอดู
“คุณอารยาใช่ไหมครับ” เขาเอ่ยถามเป็นภาษาอังกฤษ แล้วหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่เขาพับเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อออกมายื่นให้เธอดู
อารยารับมาดูอย่างหวาดๆ กระดาษแผ่นนี้นอกจากจะมีรูปถ่ายของเธอแล้วยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเธอและตำแหน่งหน้าที่ที่ทำให้เธอต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงที่นี่
“ผมชื่อกีวอน ท่านคาร์ดัลให้ผมมารับคุณอารยาครับ”
“สวัสดีค่ะ” อารยายกมือไหว้แบบไทยๆ ทำให้อีกฝ่ายทำหน้างงๆ “ขอโทษที่แสดงกิริยาไม่สุภาพออกไป ดิฉันตกใจค่ะ” เธอตอบเขาเป็นภาษาอังกฤษ แล้วยิ้มอย่างโล่งอก อีกฝ่ายจึงพยักหน้ารับและช่วยเธอถือกระเป๋าเดินทางไปที่รถลีมูซีนที่จอดคอยอยู่
หญิงสาวนั่งชิดกระจกรถพยายามองสองข้างทางของเมืองบาฮาเนีย ทั้งตื่นเต้นที่ได้นั่งรถหรู และยังได้เห็นบ้านเมืองที่แตกต่างไปจากบ้านเกิด
“จะเปิดกระจกก็ได้นะครับ” กีวอนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ความจริงเขากลั้นหัวเราะ ไม่คิดว่าเธอจะแสดงสีหน้าและตื่นเต้นออกมาชัดขนาดนี้
“ได้หรือคะ” อารยายิ้มกว้าง กีวอนกดปุ่มอัตโนมัติกระจกเลื่อนลงจนสุดปล่อยให้สายลมพัดเข้ามาปะทะใบหน้าสวยหวานของหญิงสาว
“นี่เป็นเมืองหลวงของบาฮาเนียชื่อ เอล บาฮา” กีวอนอธิบาย “ผู้หญิงแห่งทะเลทรายจะต้องมีผ้าคลุมหน้า ตั้งแต่บาฮาเนียนเปิดประเทศทำธุรกิจกับต่างชาติมากขึ้น เราก็ไม่ค่อยเคร่งครัดนัก แต่ถ้าเป็นไปได้คุณอารยาก็ควรจะมีผ้าคลุมหน้าของตัวเอง”
“ค่ะดิฉันเข้าใจ” อารยาตอบทั้งที่สายตายังมองไปที่สองข้างทางที่รถแล่นผ่าน “ไม่เห็นทะเลทรายเลย เอ่อ...คือดิฉันอ่านในคู่มือว่าบาฮาเนียเป็นเมืองที่อยู่กลางทะเล”
กีวอนหัวเราะเปิดเผย แต่ก็ยังไม่ทิ้งมาดเข้มของตัวเอง “ทะเลทรายอยู่ห่างจากเมืองหลวงไปประมาณ ร้อยยี่สิบเจ็ดกิโลเมตร คุณอารยาไม่ต้องห่วงยังไงคุณต้องได้เห็นทะเลทรายแน่ๆ หรือบางทีคุณอาจจะไม่อยากนึกถึงมันเลยก็ได้”
“เป็นเมืองที่ดูสงบและเรียบง่ายจังเลยนะคะ”
“แค่ช่วงนี้เท่านั้นแหละครับ” กีวอนเริ่มรู้สึกว่าตัวเองพูดมากกว่าปกติ “คุณอาจต้องใช้เวลาปรับตัวหน่อยกว่าจะรับความเป็นเมืองแห่งทะเลทรายนี้ได้”
‘จะปรับตัวได้หรือไม่ได้ ยังไงฉันก็ต้องอยู่ที่นี้สองปี หรือไม่ก็หาเงินสองล้านไปคืนคุณคาร์ดัล’
อารยาแอบถอนหายใจเบา ๆ เธอมาทำงานใช้หนี้เงินสองล้านที่จ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาลแม่บุญธรรมของเธอ หญิงสาวทำงานเป็นนักกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง แต่เธอเคยเรียนการนวดแผนไทยจับเส้นคลายจุด เธอเชื่อว่าภูมิปัญญาชาวบ้านเหล่านี้จะนำมาประยุกต์ใช้กับงานที่เธอทำอยู่ได้ แต่มันกลายเป็นว่าโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ไม่ยอมรับความคิดของเธอ และยิ่งรู้ว่าเธอไปบีบนวดจับเส้นให้ชาวบ้านที่ยากจนในวันหยุดของเธอ
อารยาไม่เห็นเป็นเรื่องน่าอายตรงไหน และยิ่งไม่เห็นว่ามันทำลายภาพพจน์ของโรงพยาบาลได้อย่างไร เธอกลับโดนบีบบังคับแทบทุกทางจนเธอต้องเป็นฝ่ายยื่นใบลาออก จนต้องระเห็จมาทำงานที่อนามัยเล็กๆของชุมชนที่เธออยู่ จากเงินเดือนหลักหมื่นเหลือหลักพัน แต่เพราะมีรายได้จากการนวดแผนโบราณที่เธอได้เรียนรู้มานั้นแหละที่เพิ่มรายได้ให้เธออีกทางหนึ่ง แต่อะไรก็ไม่ทำให้เธอลำบากใจเท่ากับที่ถูกเรียกว่า ‘หมอนวด’ แม้ว่าหญิงสาวจะไม่ใช่คนชอบดูถูกดูแคลนคนอื่น แต่เธอก็ไม่ชอบใจที่บางครั้ง คนบางคนก็มีความคิดต่ำ ๆ ว่าเธอใช้ร่างกายเข้าแลกเงิน
‘ถ้าฉันสวยจริง ๆ คงไปเป็นดารานางแบบแล้วละ’
“เอ่อ...จะเรียกอย่างนั้นก็ได้ค่ะ” อารยายิ้มแหย “แล้วองค์จัสมินละเพะคะ” “บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้พูดแบบเป็นกันเอง” จัสมินหัวเราะ “ฉันมาซื้อหนังสือไปเตรียมตัวสอน อย่าบอกใครว่าฉันเห่อนะคะ” เธอยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง ราเฟย์ส่ายหน้าที่ได้ยินน้องสาวพูดออกมา พลันสายตาเขาเหลือบไปเห็นที่มุมหนึ่งของร้าน เพียงเขาสบตากับฝ่ายตรงข้าม ร่างอ้วนเตี้ยก็สะดุ้งและลุกขึ้นเดินมาทางเขา “ไม่คิดว่าองค์รัชทายาทจะมาถึงที่นี่พระเจ้าข้า” “อย่ามากพิธีเลยเสด็จอา” ราเฟย์ลุกขึ้นยืนและทักทาย “นี่หลานจัสมินซินะไม่เจอกันหลายปี ตอนนั้นเจ้ายังตัวเล็กนิดเดียว” ชายร่างเตี้ยอ้วนทักพร้อมรอยยิ้มที่ดูไม่เป็นมิตรนัก “แต่หม่อมฉันจำเสด็จอานาวาทได้เป็นอย่างดีเพคะ” จัสมินลุกขึ้นและย่ออย่างงดงามราวกับเธอเองก็ถูกฝึกสอนมาให้เป็นกุลสตรีที่เหมาะสมกับเป็นเชื้อพระวงค์ แต่ทำให้อารยาลุกขึ้นและทำตาม นาวาทมองร่างบอบบางสมส่วนของอารยาแล้วรู้สึกน้ำลายสอนาน ๆ จะมีหญิงสาวชาวเอเชียมาให้ยลโฉม แต่เมื่อเห็นว่ามากับราเฟย์เขาจึงต้องพยายามเก็บอารมณ์ของตัวเอง“ได้ข่าวว่ากล
“ก็ไม่ทำไมนี่เพคะ หม่อนฉันอยู่ในวังก็ใส่แค่ชุดพยาบาลจะแต่งตัวสวยๆ ไปทำไม เสื้อผ้าพวกนี้ไม่ได้มีความหมายกับหม่อนฉันนี่เพคะ” ‘ทำไมไม่พูดออกมาเลยละว่าเสด็จพ่อให้เจ้าได้มากกว่านี้!’ราเฟย์ขมกรามแน่นจนเป็นสันนูน เขาชี้ไปที่ร้านจิวเวอรี่ “แล้วเครื่องประดับพวกนั้นหละ ถ้าเจ้าต้องการทั้งร้านเราจะซื้อให้” “หม่อมฉันจะเอามาทำอะไรละเพคะ” อารยาทำหน้าเหวอทั้งร้าน! เธอจะเอาไปทำไม เธอทำธุรกิจอะไรไม่เป็นหรอกนะ หรือจะซื้อเครื่องประดับให้เธอก็ไม่รู้จะใส่ไปไหนอีกนั้นแหละ เกะกะเปล่าๆ เวลาทำงานนอกจากนาฬิกาแล้วเธอไม่เคยมีเครื่องประดับอย่างอื่นเลย หญิงสาวถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจก่อนที่จะใช้นิ้วเกี่ยวสร้อยทองคำขาวที่สวมอยู่ออกมาจากในเสื้อ จี้ที่ห้อยคออยู่สะท้อนแสงแดดวาววับ “หม่อมฉันมีแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว” ‘ใฝ่สูงเกินไปแล้ว!’ราเฟย์กำหมัดแน่น พยายามข่มอารมณ์ที่เดือดพล่าน ถ้าไม่เป็นถนนสาธารณะ เขาอาจจะสะบัดหลังมือใส่หญิงสาวบอบบางคนนี้ก็ได้ เธอช่างกล้านักนะ ฉลาดแกมโกงเป็นที่สุด! ใช่ซิ! ทรัพย์สมบัติของทั้งราชวงค์ฯมันมีค่ามากกว่าเครื่องประดับทั้งร้านจิวเวอรี่นั่นด้วยซ
ราเฟย์นึกอยากต่อยหน้าองค์รักษ์ของตัวเองเสียจริง! เขาลุกขึ้นยืนโดยไม่ช่วยพยุงหญิงสาวขึ้น อารยาปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าอย่างรีบร้อน “กระหม่อมเพียงแต่ต้องการมาแจ้งให้ทราบว่าเตรียมรถไว้พร้อมแล้ว”แววตาทะเล้นขององครักษ์หนุ่มทำให้ราเฟย์คล้ายอารมณ์ร้ายลงบ้าง ในสายตานั่นคล้ายมีคำพูดว่า‘ขออภัยที่กระหม่อมมาขัดจังหวะพระเจ้าข้า’“ดี! รู้สึกว่าคุณอารยาก็พร้อมแล้วนี่”“เอ๊ะ! เกี่ยวอะไรกับฉัน เอ่อ...หม่อมฉันเพคะ” อารยาหงุดหงิดใจไม่รู้ว่าองค์รัชทายาทหื่นกามพระองค์นี้คิดอะไรกันแน่ “ทำไม? ก็เราอยากพาเจ้าไปเที่ยวชมเมือง เป็นการตอบแทนที่ดูแลเสด็จพ่อเราจนดีวันดีคืนไงละ”“ไม่เป็นไรเพคะ หม่อมฉันมีคนที่จะพาไปแล้ว ป่านนี้เค้าคงมารอหม่อมฉันแล้ว” “หมายถึงคนของคาร์ดัลใช่มั๊ย” เขากระตุกยิ้มที่มุมปากรู้สึกเจ็บจนต้องยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตนเอง “ถ้าเจ้ากังวลใจที่จะไปกับเรา ก็นำคนของเจ้าไปด้วยเถิด แต่อย่าคิดว่าเจ้าจะได้ไปเที่ยวอย่างสนุกสนานเพียงลำพัง!”‘สนุกสนานเพียงลำพัง!’นี่เขารู้ได้ไงว่าเธอจะไปไหน! เขารู้ได้ยังไงว่าการที่มีเขาอยู่คือการทำลายความสุขของเธอ! อารยาพยายามสงบสติอารมณ์ของตนเอง เมื่อก่อนตอนที่ท
ราเฟย์ก่นด่าพยาบาลสาวชาวเอเชียคนนั้นในใจ เขาเข้ามารายงานสถานการณ์บ้านเมืองกับเสด็จพ่อ และบังเอิญผ่านมาได้ยินเสียงคนทั้งสามคุยกัน เขาไม่รู้ว่าคาร์ดัลซึ่งเป็นที่ปรึกษาของคณะรัฐมนตรีและเป็นพระสหายของบิดาเขานั่นคิดสิ่งใดอยู่ สายรายงานว่า คาร์ดัลแอบสะสมผู้คนพร้อมอาวุธจำนวนหนึ่งมาได้ระยะหนึ่งแล้ว เขาพยายามจับผิดแต่ยังขาดหลักฐานที่หนาแน่น โดยเฉพาะที่คาร์ดัลกลับเมืองไทยและหมอยามาทซึ่งเป็นหลานแท้ๆ ของคาร์ดัลคัดค้านการผ่าตัดรักษาพระอาการเจ็บป่วยของเสด็จพ่อ เขาได้แต่นึกถึงคำเตือนของเสด็จอานาวาทที่ให้ระวังคนอย่างคาร์ดัล สถานการณ์บ้านเมืองเช่นนี้เขาไว้ใจใครไม่ได้เลย! แล้วจู่ๆ ใบหน้าคมเข้มก็กระตุกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มเยือกเย็นและน่ากลัวมากกว่าจะเป็นรอยยิ้ม!“เที่ยวเหรอ! คิดเหรอว่าเธอจะได้ใช้เงินสกปรกนั่น อารยา!”อารยาตื่นแต่เช้าด้วยอาการร่าเริง เธออยู่แต่ในวังสวมชุดพยาบาลจนไม่รู้ว่าจะออกไปข้างนอกด้วยชุดไหน เธออยากลองใส่ชุดประจำชาติของบาฮาเนียบ้าง แต่ก็นั้นแหละ ใส่ไม่เป็นแล้วมันจะกลายเป็นตัวตลกเปล่าๆ เธอคว้าเสื้อคอจีนสีขาวที่เคยชอบใส่ตอนอยู่เมืองไทยกับกระโปรงผ้าฝ้ายสีม่วงอ่อนหวานยาวคลุมเข