LOGIN“เธอเห็นเลือดฉันแล้ว คราวนี้ให้ฉันเห็นเลือดเธอบ้างสิ สโรชา”
ทุกครั้งที่เขาเรียกชื่อเธอ ท้ายทอยบางมักเย็นวาบเสมอ
“จะ จะกัดคืนเหรอคะ” คำถามของสาวน้อยทำให้ชีคหนุ่มกระตุกยิ้ม วงแขนแกร่งอุ้มกระเตงร่างอรชรขึ้น สองแขนเรียวรีบกอดรอบคอเขาไว้แน่นเพราะกลัวจะตก อีกทั้งสองขาก็รีบเกี่ยวเอวสอบเอาไว้ พลันนั้นกระโปรงทรงเอตัวน้อยก็ร่นขึ้นไปจนถึงเอวคอด
“เดี๋ยวก่อนค่ะ” สโรชาใจหายวาบทันทีที่คนตรงหน้าวางเธอลงบนโต๊ะทำงานตัวใหม่ มือเรียวดันแผงอกแกร่งเอาไว้ ฝ่ามือที่แนบกับผิวเนื้อเปลือยเปล่าของเขาทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นโครมคราม พอจินตนาการว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าร่างกายจะแนบชิดกัน หัวใจก็เต้นแรงขึ้น
“อะไร? เธอต้องทำตามสัญญาสิ” คิ้วเข้มกระตุกเมื่อเห็นคนตรงหน้าอิดออด “ถ้าไม่อยากทำก็ยกเลิกสัญญาไป”
“…ไม่ใช่แบบนั้น” ดวงตากลมสั่นไหวจ้องมองดวงตาคมกริบ “ฉันแค่จะบอกให้คุณใส่ถุงก่อน”
“…เธอไม่ได้รักษาเนื้อรักษาตัวตามที่ฉันบอกไว้หรือไง” คราวนี้คิ้วเข้มกระตุกรัว ๆ จู่ ๆ ชีคหนุ่มก็อารมณ์เสียขึ้นมา
“ฉันดูแลรักษาตัวเองอย่างดีค่ะ ดีมากด้วย คุณต่างหากที่ไม่รักษาเนื้อรักษาตัว” ดูก็รู้ว่าคนอย่างเขาคงไม่แค่บินกลับประเทศไปทำธุระเฉย ๆ ระหว่างนั้นคงมีหญิงสาวมากมายคอยต้อนรับอยู่
“ตั้งแต่วันที่ทำสัญญา ฉันก็ไม่เคยนอนกับใคร”
“แต่ยังไงก็ต้องใส่ค่ะ”
“ถ้าเธอสะอาดฉันก็ไม่จำเป็นต้องใส่”
“งั้นก็ซื้อยาคุมมาให้ฉันก่อนค่ะ”
“วุ่นวาย” เสียงเข้มเอ่ยพร้อมถอนหายใจพรืดใหญ่ออกมา ร่างกำยำเดินตรงไปยังโต๊ะทำงาน ดึงลิ้นชักออกมาแล้วหยิบกล่องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ติดมือมาด้วย “ทีนี้ก็อ้าขาออกได้แล้ว” ประโยคเข้มปนดุทำให้สโรชาใจหาย คราวนี้เธอคงไม่รอด แต่ก็ค่อย ๆ อ้าขาออกอย่างว่าง่าย
“ทำไมกระดุมเสื้อเธอมัน…” อารมณ์เสียเพราะสาวน้อยบอกให้ใส่ถุงยางแล้วยังต้องมาอารมณ์เสียเพราะกระดุมปราบเซียนนี่อีก “มันถอดมือเดียวไม่ได้ คราวหน้าอย่าใส่ชุดนี้มาอีกนะ”
แควก!
สิ้นเสียงของคนอารมณ์เสียก็เป็นเสียงของเสื้อนักศึกษาที่ถูกกระชากจนกระดุมสีเงินกระจัดกระจายเต็มพื้น
“คุณ!”
“เดี๋ยวพาไปซื้อใหม่” เสียงเข้มปนดุเอ่ยสั้น ๆ ก่อนจะกระตุกผ้าเช็ดตัวที่พันรอบเอวออก พลันนั้นสิ่งที่ผงาดอยู่กลางหว่างขาแกร่งก็ทำให้สโรชารีบหุบขาแล้วถอยกรูไปด้านหลัง
“จะไปไหน” มือใหญ่คว้าข้อเท้าเล็กไว้แล้วกระชากให้กลับมาหา ร่างกำยำเข้าไปยืนแทรกกลางหว่างขาสาว วันนี้สโรชาสวมแพนตี้สีดำลายลูกไม้ ดวงตาคมจ้องมองสีผ้าที่ตัดกับผิวขาวเนียนอย่างพึงพอใจ ก่อนจะดึงสายตาขึ้นมามองสองเนินเนื้อที่ล้นทะลักออกมานอกบราเซียร์สีดำลายลูกไม้ตรงหน้า “ชุดนี้เหมาะกับเธอดีนะ”
“…” คนหน้าแดงเบือนหนีไปอีกทาง ไม่กล้าสบตา ในใจทั้งประหม่าและกังวล ทั้งเขินอายจนไม่รู้ว่าต้องทำตัวยังไงเมื่ออยู่ในสถานการณ์แบบนี้
“แต่จะดีกว่านี้ถ้าไม่ใส่อะไรเลย” ว่าจบมือข้างหนึ่งก็เคลื่อนไปปลดตะขอบราเซียร์จากด้านหลังแล้วรั้งเอวบางให้เข้ามาใกล้ ถอดเสื้อนักศึกษาที่สภาพสะบักสะบอมออกตามด้วยบราเซียร์
“จะมีคนเข้ามาไหมคะ” เมื่อท่อนบนตัวเองล่อนจ้อนก็นึกได้ แม้ร่างกำยำนี้จะยืนบังไว้แต่ก็ไม่อยากให้ใครได้ยินเสียงหรือรับรู้ว่าตอนนี้เธอกำลังทำอะไร
“เคยมีคนเข้ามาในนี้โดยที่ฉันไม่อนุญาตด้วยเหรอ” ดวงตาคมกริบจ้องมองคนตรงหน้าที่นั่งห้อยขาอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะกดปลายจมูกคมลงบนเนินเนื้อขาวเนียน ดูดดึงปลายยอดสีหวานสลับกับวาดวนลิ้นร้อนไปมาจนร่างเล็กสะดุ้ง มือข้างหนึ่งเคล้นคลึงความอวบอั๋นตรงหน้า ขณะที่มืออีกข้างประคองเอวบางเอาไว้
“อื้อ คุณ…” สโรชาแอ่นตัวเข้าหาร่างกำยำจนใบหน้าคมคายฝังลงกลางเนื้อนุ่ม โอบกอดรอบคอหนาไว้อย่างไม่รู้ตัว สองขาเรียวหนีบเกี่ยวเอวสอบจนกึ่งกลางกายแนบชิดกัน คนที่กังวลว่าจะทำอย่างไรในสถานการณ์นี้ ตอนนี้กลับกลายเป็นฝ่ายปลุกเร้าอารมณ์ชีคหนุ่มไปแล้ว
“ถ้าทำแบบนี้ต่อไป เธอจะตายนะสโรชา” คนที่ซุกหน้าอยู่กลางสองเนินเนื้อนุ่มเอ่ยก่อนจะกดริมฝีปากลงอีกครั้ง มือใหญ่เคลื่อนลงต่ำไปหาบั้นท้ายงาม บีบเคล้นจนผิวเนื้อขาวนวลกลายเป็นแดงก่ำ ขณะเดียวกันกลีบปากหนาก็ประทับร่องรอยสีแดงคล้ายกลีบกุหลาบเอาไว้จนเนินเนื้อท่อนบนไม่เหลือที่ว่าง
“อื้อ!” เสียงร้องท้วงของร่างน้อยดังขึ้นเป็นระยะขณะชีคหนุ่มตักตวงความหอมหวานจากกายสาว ยอดดอกบัวสีหวานตอนนี้บวมเป่งและแดงก่ำ ทั้งยังรู้สึกเสียวซ่านปนเจ็บแปลบ “อ๊ะ ยะ อย่ากัด…” เรียวปากสวยขบกันแน่นกลั้นเสียงครางเอาไว้ เมื่อชีคหนุ่มขบกัดยอดดอกบัวสีหวานรุนแรงขึ้น คิ้วเรียวสองข้างยับย่นชนกันเมื่อความเจ็บปนเสียวประดังเข้ามาพร้อมกันเป็นเวลานาน
“เธอแฉะแล้วนี่” เสียงแหบพร่าเอ่ยหลังผละออกจากเนื้อนุ่มฟูตรงหน้า ความเย็นชื้นจากกายสาวเบื้องล่างที่บดเบียดกับอาวุธร้ายทำให้เข้าพึงพอใจ
“นอนลงแล้วอ้าขาออก” มือใหญ่ดันตัวคนบนโต๊ะให้เอนกายลงพร้อมกับแยกสองขาเรียวออกจากกัน สโรชานอนนิ่วหน้าหลับตาปี๋ มือเล็กสองข้างกำกันแน่นอยู่ข้างลำตัว ทรวงอกสาวกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจถี่รัวด้วยความตื่นเต้น
“จะตายทั้งที่ยังไม่เริ่มไม่ได้นะ” ชีคหนุ่มเอ่ยขณะสวมเกราะป้องกันให้อาวุธ ดวงตาคมไล่มองกายเปลือยของคนตรงหน้าด้วยความพอใจ เขาไม่เคยรู้สึกพึงพอใจสตรีนางไหนแบบนี้มาก่อน ทุกคนที่ถูกเรียกเข้ามา เขาเพียงแค่รีบ ๆ ทำให้จบ ๆ ไปเพื่อคลายเครียดเท่านั้น ไม่ได้ลิ้มชิมความหอมหวานหรือโลมเล้าจนเนิ่นนานแบบนี้
กลับมาที่ปัจจุบัน…“อัสซาน! กลับมาแล้วเหรอ” เสียงใสขององค์หญิงตัวน้อยดังขึ้นทันทีที่รู้ว่าใครบางคนกลับจากโรงเรียนแล้ว แม้จะเป็นช่วงปิดเทอมฤดูร้อนแต่อัสซานซึ่งเป็นลูกบุญธรรมของคาริบกับโยธกาก็ยังไปเรียนอยู่ตลอด และเป็นโรงเรียนประจำที่กลับบ้านได้เฉพาะเสาร์อาทิตย์เท่านั้นจึงทำให้เด็กชายไม่รู้เลยว่าตอนนี้ที่บ้านมีแขก“องค์หญิง…” ดวงตากลมเบิกกว้างขึ้นเมื่อได้ยินเสียงสดใสของใครบางคน ร่างร้อยในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่องวิ่งลงจากบันไดมาด้วยรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะพุ่งเข้าไปกอดคนตรงหน้าที่ยังงงอยู่“ได้ยังไงพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงอยู่ที่นี่ได้ยังไง...” เด็กชายวัยสิบขวบมองเด็กน้อยตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เพราะทุกครั้งที่เขาได้เจอเธอคือตอนไปคฤหาสน์ฟูไจราห์กับบิดา“อัสซานกลับมาแล้วเหรอลูก” คาริบเดินลงมาจากบันไดเอ่ยกับลูกชาย แม้จะจับปืนมาทั้งชีวิต แต่พอรับอัสซานมาเป็นลูกเขาก็อ่อนโยนขึ้นและทำหน้าที่ของพ่อได้อย่า
“เฮ้ย! ห้องนั้นเข้าไปไม่ได้นะคุณ”“ทามมาย” ศีรษะทุยหันมาถามคนที่รั้งแขนเอาไว้ทัน แต่มืออีกข้างของเธอก็เกาะขอบประตูไว้แน่น“โอเค ถ้าจะนอนก็นอนเงียบ ๆ เดี๋ยวผมจะไปนอนห้องคุณโอเคไหม แต่ห้ามรื้อค้นอะไรทั้งนั้น”“อู้หูววว” เหมือนคนเมาจะไม่ฟังอะไร สายตาหยาดเยิ้มจ้องมองมาที่แผ่งอกแกร่งแล้วทาบฝ่ามือร้อน ๆ ลง “ผู้ชายอะไรนมโต๊โต”“คุณโยธกา” มือใหญ่รีบคว้าข้อมือเล็กไว้พร้อมเค้นเสียงลอดไรฟัน ถลึงตาใส่คนตรงหน้าด้วยแววตาดุ ๆ ทว่าคนเมาจะไปรู้อะไร เธอไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเขาจะทำหน้าแบบไหน“เรียกทำไมจ๊ะคนหล่อ”“เอามือออกจากหน้าอกผม”“อ๋อ หวงเหรอจ๊ะ ขอจับหน่อยหนึ่งก็ไม่ได้”“คุณนี่แปลกตั้งแต่วันแรกที่เจอยังไง วันนี้ก็แปลกอย่างนั้นนะครับ”“แปลกแต่แซ่บนะจ๊ะ ถ้าลองแล้วจะติดใจ”“คุณโยธกา”
หลังงานแต่งงานของเชคอาซิซกับเชคคาห์สโรชาจบลง ไม่นานงานหมั้นของคาริบกับโยธกาก็ถูกจัดขึ้น แน่นอนว่าหลังหมั้นกันแล้วทั้งคู่ก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่ได้ติดต่ออะไรกันราวกับว่าการหมั้นหมายไม่เคยเกิดขึ้น โยธกาอยู่ที่เมืองไทยเพราะยังติดเรื่องฝึกงานและวางแผนไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ส่วนเพื่อนซี้เธอนั้นเพราะฝึกงานในบริษัทฯ ของสามีตัวเองจึงไม่มีปัญหาเรื่องชั่วโมงฝึก และเพราะมีเบบี๋แล้วเลยต้องยกเลิกแพลนเรียนต่อไปก่อน คาริบเองก็ไป ๆ มา ๆ ระหว่างเมืองไทยกับฟูไจราห์ แต่หลังจากเจ้านายแต่งงานเขาก็มาอยู่เมืองไทยเป็นหลักเพราะเชคคาห์ตั้งท้อง คนเป็นสามีเลยต้องอยู่ดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้งานทุกอย่างในเมืองไทยและประเทศใกล้เคียงตกอยู่ที่เขา“อีกห้าวันก็ได้ถอนหมั้นแล้วสินะ” คนที่หยิบเสื้อคลุมมาสวมเอ่ยกับเงาตัวเองที่สะท้อนในกระจก แม้โยธกาจะยังไม่ได้ไปเรียนต่อแต่เธอก็รักษาระยะห่างจากเขาและแสดงให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจไปเองว่าทั้งคู่กำลังห่างเหินกัน คาริบซึ่งยุ่งกับงานอยู่แล้วจึงไม่ต้องแสดงละครเพราะเขายุ่งจริง ๆ ทำให้ความสมจริงเ
แปดปีก่อน…ทันทีที่กลับเข้ามาในคฤหาสน์หลังใหญ่ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานแสนคุ้นเคย ชายหนุ่มผู้ที่เป็นทั้งหัวหน้าหน่วยอารักขาและเลขาคนสนิทของผู้นำรัฐก็ต้องตกใจ เมื่อสายเรียกเข้าจากพ่อบังเกิดเกล้าทำให้เขาได้ยินเรื่องประหลาดเข้า“ผมไปมีแฟนตั้งแต่ตอนไหนครับ? ไม่เห็นจะรู้เลย” หลังโวยวายไปแบบนั้น เรื่องยาวยืดน่าปวดหัวก็ทำให้เขารีบนั่งเครื่องบินส่วนตัวของเจ้านายจากฟูไจราห์ตรงไปอาบูดาบีบ้านเกิดทันทีเมื่อจัดการเรื่องวุ่นวายที่บ้านเสร็จแล้วเขาก็รีบกลับมายังฟูไจราห์เพื่อรอคอยเจ้านายทั้งสองอย่างใจจดใจจ่อ นี่เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มมากความสามารถรู้สึกเหมือนคอตัวเองวางอยู่บนแท่นประหาร รอวันที่เจ้านายจะมาช่วยเหลือ“หัวหน้า ท่านเชคกับท่านเชคคาห์กลับมาแล้วครับ” คาริบถอนหายใจหนัก ๆ ออกมาด้วยความโล่งอก เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์กว่า ๆ ที่เจ้านายทั้งสองของเขาทิ้งงานหลายอย่างไว้ให้โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ยิ่งไปกว่านั้นยังให้เขาไปออกงานแทนจนมีคนเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็
เสียงกรีดร้องของเชคคาห์สาวทำให้ภายในกองเกิดความโกลาหลไปชั่วขณะ แต่ก็จบลงด้วยการที่เชคอาซิซออกมาบอกว่ามีงูทะเลทรายเข้าไปในกระโจม แต่เขาจัดการมันเรียบร้อยแล้ว ทุกคนจึงแยกย้ายกันไปทำหน้าที่เฝ้ายามและบางส่วนก็แยกย้ายกันไปนอนต่อ“เกือบเป็นเรื่องแล้วไหมคะ” พอกลับเข้าไปในกระโจมร่างน้อยก็หันไปดุคนข้าง ๆ การที่เขาพลิกตัวกะทันหัน ทำให้เธอที่กลายเป็นฝ่ายอยู่ใต้ร่างเผลอกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ แถมแสงไฟจากตะเกียงที่กระทบใบหน้าของเขาก็ทำให้คนที่อยู่ใต้ร่างรู้สึกไม่ปลอดภัย หากข้ารับใช้ไม่ร้องถามและไม่เกิดความโกลาหลขึ้นเสียก่อน เธอคงได้นอนหอบอยู่ใต้ร่างเขาไปแล้ว“ก็ใครเป็นคนเริ่มก่อนล่ะ” เสียงทุ้มเถียงกลับขณะมองภรรยาล้มตัวนอนลงบนฟูกผืนหนา ร่างกำยำรีบกระตุกเชือกเสื้อคลุมออกอย่างรวดเร็วทำเอาคนที่เพิ่งเอนกายลงรีบร้องท้วง“จะทำอะไรคะ”“มาต่อให้จบเถอะ ไม่งั้นคืนนี้ฉันหลับไม่ลงแน่ ๆ” ก็เธอยั่วให้อยากแล้วจากไปอย่างนั้น เขาทนได้จนถึงตอนนี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว
ผ่านมาสองวันแล้วที่กองคาราวานของเชคอาซิซยังปักหลักอยู่ที่โอเอซิสแห่งใหม่ เพื่อให้ความร่วมมือกับทางโอมานที่ส่งคนเข้ามาวัดระดับของน้ำเพื่อติดป้ายเตือนความลึกตื้น และปักธงของประเทศรวมถึงป้ายถือครองกรรมสิทธิ์ ทำให้แนวชายแดนระหว่างโอมานกับเอมิเรสต์มีทหารติดอาวุธของสองประเทศคอยลาดตระเวนอยู่ ทั้งที่ปกติแล้วในทะเลทรายไม่จำเป็นต้องมีทหารลาดตระเวน และสองวันที่ผ่านมาการอารักขาบริเวณกระโจมของฟูไจราห์ก็แน่นหนาขึ้น อีกทั้งเหนือน่านฟ้าของสองประเทศยังมีเฮลิคอปเตอร์ของสองกองทัพบินวนอยู่แทบจะทั้งวัน“ผมกลับแล้วนะท่านพี่ ไว้พบกันใหม่นะครับพี่สะใภ้” เชคอาคิมบอกลาพี่ชายและพี่สะใภ้ก่อนจะบังคับอูฐให้เดินออกไปกับขบวน“น้องชายของคุณจะแต่งงานจริง ๆ เหรอคะ ดูไม่เหมือนคนที่กำลังจะแต่งงานเลย” เสียงหวานหันไปถามสามีขณะเดินกลับเข้ามาในกระโจม สีหน้าของอีกฝ่ายดูกลัดกลุ้มอยู่ตลอด ทำให้ตลอดเวลาของการพบกันเชคคาห์สาวไม่กล้าเอ่ยถึงผู้ที่จะมาเป็นน้องสะใภ้“ถูกคลุมถุงชน คงไม่ดีใจหรอก” คนตอบแค่นยิ้ม







