Masukตอนที่ 44 แอบอ่านแผนลับของข้า แล้วท่านอ๋องก็ถูกจอง!เยี่ยฉิงชางหยุดอยู่หน้าประตูชั่วครู่ สายตาคมกวาดมองรอบห้องอย่างสนใจการจัดห้องของนางต่างจากเรือนสตรีทั่วไป พื้นที่เปิดโล่งเชื่อมต่อกับสวนและสายน้ำด้านนอก มองออกไปก็เห็นทุ่งดอกไม้กำลังเบ่งบาน หากต้องการความเป็นส่วนตัว เพียงเลื่อนประตูไม้ก็แบ่งห้องเป็นสองส่วนได้ทันที เรียบง่าย แต่สะดวกสบายเหมือนเจ้าของห้องไม่มีผิดเขาเดินไปนั่งข้างเตียง มองเส้นผมดำที่กระจายอยู่บนหมอนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนนิ้วหนาจะเกี่ยวปอยผมที่ปรกหน้าไปทัดไว้หลังใบหู แล้วประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากนางเบา ๆจากนั้นสายตาก็เลื่อนไปยังกองกระดาษบนโต๊ะเขาลุกขึ้นไปหยิบมาอ่าน ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะมีอะไรน่าสนใจ แต่ยิ่งอ่านแววตาก็ยิ่งเปลี่ยนไป ลายมือของนางงดงามเกินคาด ที่สำคัญคือรูปแบบการวางแผนเข้าใจง่ายอย่างยิ่ง เพียงชั่วครู่เขาก็มองเห็นโครงสร้างของเทศกาลทั้งหมดแต่หลายส่วนยังมีช่องว่าง โดยเฉพาะหัวข้อรางวัลข้างช่องว่างนั้นมีตัวอักษรกำกับไว้ว่า รางวัลใหญ่ ให้ท่านอ๋องคิดเยี่ยฉิงชางมุมปากกระตุกสตรีผู้นี้... โยนภาระให้เขาหน้าตาเฉยสายตาของเขาเลื่อนไปยังปากกาหยกบนโต๊ะ ของแปลกตาชิ้นนี้
ตอนที่ 43 สามวันมันน้อยไป ข้าจะจัดสักเจ็ดวันจ๊วบ...สิ้นเสียงเห็นพ้อง ริมฝีปากร้อนผ่าวก็อ้าออกแล้วดูดดึงเนื้อตรงไหล่เนียนเข้าปากอย่างแรงจนเกิดเสียงลามกดังขึ้นมา“อ๊ะ... ท่านอ๋อง!”ฉินซูเหยาร้องเบา ๆ มือบางฟาดลงบนบ่ากว้างหนึ่งทีด้วยความมันเขี้ยว ทว่ามืออีกข้างก็ยังลูบผมเขาต่อไปอย่างเคยชินกับความเอาแต่ใจของบุรุษผู้นี้“แล้วหากข้าอยากจัดซุ้มถนนคนเดิน จัดประกวดบุปผา และวางผังลานค้าให้เป็นระบบตามที่ข้าคิด จะทำได้หรือไม่เพคะ”“เจ้าทำได้เต็มที่ตามที่ใจต้องการ ไม่ต้องกังวลสิ่งใดทั้งสิ้น”ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตานาง แววตาทรงอำนาจฉายประกายหนักแน่น“เจ้ามีหน้าที่บริหารจัดการภาพรวมและดึงความงดงามออกมาให้หมด ส่วนเรื่องพิธีการโบราณหรือกฎระเบียบราชสำนักที่เจ้าไม่คุ้นชิน เจ้ากรมพิธีการเจี้ยงจะคอยจัดการรองรับเจ้าเองทั้งหมด”ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีข้อแม้ความมั่นใจและแรงสนับสนุนที่ได้รับอย่างไร้ข้อกังขาทำให้หัวใจดวงน้อยพองโต ฉินซูเหยายกยิ้มหวาน ก่อนโน้มใบหน้าลงไปประกบจูบกลีบปากหยักของเขาอย่างดูดดื่มชายหนุ่มพลิกกายขึ้นคร่อมร่างบาง สองมือหนาโอบรั้งเอวนางเข้าไปชิดแนบอกริมฝีปากสีแดงเหยียดยิ้มอย่างยั่วเย้าคื
ตอนที่ 42 ข้าเห็นแต่เงินเท่านั้นฉินซูเหยาครุ่นคิดตามคำบอกเล่าของเยี่ยฉิงชางอยู่ครู่หนึ่ง นิ้วเรียวที่เล่นกับปลายผมดำของเขาหยุดลงโดยไม่รู้ตัวดอกไม้สดมีน้อย งานก็จะต้องกร่อย ต้องใช้ดอกไม้กระดาษมาแทนฟังแล้วเหมือนปัญหาใหญ่ แต่สำหรับนาง มันคือช่องว่างในตลาดที่เปิดกว้างจนอดยิ้มไม่ได้ไม่คิดว่าโลกนิยายแห่งนี้จะมีช่องว่างแบบนี้เหมือนกัน“ท่านอ๋องเพคะ”“อืม”“ในเมื่อปีนี้หม่อมฉันได้เป็นแม่งานหลักเป็นครั้งแรก หม่อมฉันก็อยากทำให้เทศกาลบุปผาครั้งนี้ไม่เหมือนทุกปีที่ผ่านมาเพคะ”เยี่ยฉิงชางเลิกคิ้วเล็กน้อย“ไม่เหมือนอย่างไร”ดวงตากลมโตของหญิงสาวเป็นประกายวาบ“หม่อมฉันอยากให้งานนี้ไม่ใช่เพียงงานชมบุปผา แต่เป็นเวทีที่ทำให้ทุกคนเห็นความอุดมสมบูรณ์ ความมั่งคั่ง และศักยภาพของแคว้นต้าหลิงเพคะ”นางขยับตัวขึ้นเล็กน้อย ก่อนกล่าวอย่างจริงจัง“หม่อมฉันจะขยายงานจากสามวันสามคืน เป็นเจ็ดวันเจ็ดคืนเพคะ”เยี่ยฉิงชางไม่ตอบทันทีเขาไม่ได้คัดค้าน เพียงขมวดคิ้วบาง ๆ แล้วเอ่ยเสียงต่ำ“เจ็ดวัน ดอกไม้สามวันยังไม่พอ เจ้าจะหาดอกไม้มาจากที่ใด”คำถามนี้นางรอมาตั้งแต่ต้น ฉินซูเหยายิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนเอียงหน้าเข้าไปใกล้เขาอีก
ตอนที่ 41 ให้ข้าเป็น…งั้นหรือ?ฉินซูเหยาชะงักไปเล็กน้อยอะไรนะนี่เขากำลังชวนไปเป็นออแกไนเซอร์งานใหญ่ระดับราชสำนักจริง ๆ หรือความคิดมากมายวิ่งผ่านสมองอย่างรวดเร็วเดี๋ยวก่อน...เจี้ยงเป่าเหรินสามารถเข้ามาถึงคฤหาสน์แห่งนี้ได้ อีกทั้งยังรู้เรื่องหอหมื่นบุปผาอย่างละเอียด ถ้าเยี่ยฉิงชางไม่ได้เปิดทางไว้ก่อน เกรงว่าเจ้ากรมพิธีการคงไม่มีทางมานั่งดื่มชากับนางอย่างสงบเช่นนี้พ่อตัวฉลาดของข้า… นี่คงเป็นฝีมือของท่านอีกแล้วสินะหรืออีกทางหนึ่ง อาจเป็นฮ่องเต้ที่ต้องการให้เจี้ยงเป่าเหรินใช้โอกาสนี้ชดเชยเรื่องบุตรสาวของตนก็เป็นได้แต่ไม่ว่าเบื้องหลังจะเป็นอย่างไร...ฉินซูเหยาเริ่มชั่งน้ำหนักในใจเทศกาลชมบุปผาเป็นงานใหญ่ของราชสำนัก ขุนนาง ตระกูลใหญ่ พ่อค้าวาณิช รวมถึงชาวเมืองจำนวนมากต้องมาร่วมงานหากหอหมื่นบุปผาได้รับหน้าที่จัดดอกไม้สำหรับเทศกาลนี้ เท่ากับได้โฆษณากิจการต่อหน้าคนทั้งเมืองโดยแทบไม่ต้องเสียแรงประชาสัมพันธ์เองได้ชื่อเสียง ได้เส้นสาย ได้โอกาสรู้จักขุนนางและพ่อค้ารายใหญ่ที่สำคัญ… ได้เงิน!ยิ่งคิด ดวงตาของนางก็ยิ่งเป็นประกายงานนี้มีแต่ได้กับได้ แล้วนางจะปฏิเสธไปทำไมกันถึงในใจจะตัดสินใจ
ตอนที่ 40 เขามาหาข้าทำไมภายในคฤหาสน์นอกเมืองฉินซูเหยากำลังนั่งเลือกผ้าอยู่ข้างหน้าต่างปลายนิ้วเรียวลูบผ่านเนื้อไหมสีอ่อนหลายผืนอย่างพึงพอใจนางกำลังคิดว่าจะนำผ้าเหล่านี้ไปใช้ตกแต่งส่วนใดของหอหมื่นบุปผาดี เสียงฝีเท้าของพ่อบ้านโม่ตูก็ดังเข้ามา“คุณหนูฉินขอรับ”ฉินซูเหยาเงยหน้าขึ้น“มีอะไรหรือ”โม่ตูประสานมือ“ท่านเจ้ากรมพิธีการ เจี้ยงเป่าเหริน เดินทางมาขอพบคุณหนูเป็นการส่วนตัวขอรับ”มือที่กำลังลูบผ้าหยุดลง“เจี้ยงเป่าเหริน?”คิ้วเรียวเลิกขึ้นด้วยความแปลกใจ“เจ้ากรมพิธีการระดับนั้นมาหาข้าทำไมกัน”นางชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง“คนตัวเล็ก ๆ อย่างข้าเนี่ยนะ”โม่ตูก้มศีรษะ“ข้าน้อยไม่ทราบรายละเอียดขอรับ”จากนั้นจึงกล่าวเสริม“แต่ในเมื่อท่านเจ้ากรมสามารถเข้ามาถึงคฤหาสน์นอกเมืองได้ ย่อมหมายความว่าท่านอ๋องอนุญาตแล้ว”ฉินซูเหยาหรี่ตาลงเจี้ยงเป่าเหริน...นางนึกไปถึงสตรีอีกคนทันทีเจียงเป่าตานหรือจะเป็นเรื่องของลูกสาวเขาหญิงสาววางผ้าในมือลงคราวก่อนนางเล่นงานเจียงเป่าตานเสียจนหน้าหงาย อีกทั้งเรื่องยังลุกลามไปถึงผู้เป็นบิดาจนถูกฮ่องเต้เรียกไปตำหนิหากชายผู้นี้คิดจะมาต่อว่านางก็พอเข้าใจได้แต่ถ้ามาเอ
ตอนที่ 39 คนของทูตเทพ“ภายใต้ความโหดร้ายของเมืองหลวง ตระกูลหลินไม่ใช่ตระกูลธรรมดาที่กลัวข่าวลือแบบที่เจ้ากล่าวออกมาเลย”“พวกเขาจัดการทุกคนที่ขวางทางได้หมดโดยไม่เกรงกลัวสิ่งใดด้วยซ้ำ”“ขนาดนั้นเลยหรือเพคะ?”เยี่ยฉิงชางยกชาขึ้นจิบพร้อมรอยยิ้มแปลก ๆ ที่ทำให้ฉินซูเหยารู้สึกขนลุกซู่ในยามราตรี ภายในคฤหาสน์ตระกูลหลินเหล่าบุรุษที่ทำหน้าที่ช่วยพิธีกรรมใต้ดินทยอยเดินออกจากทางลับ เพื่อขึ้นมายืดเส้นยืดสายบริเวณลานด้านหลัง ชายผู้หนึ่งยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ บิดลำตัวไปมา อีกคนหักข้อนิ้วจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบ“ในที่สุดก็ได้







