Share

หก 2

last update publish date: 2026-08-07 08:25:32

สิ้นคำตะหวาดกร้าวเหม่ยจูก็เดินไปข้างหน้า ทำเอาบ่าวที่ตัวใหญ่กว่าเหม่ยจูเกือบสองเท่าพากันเดินถอยหลังอย่างพร้อมเพรียง ประกอบกับแววตาแข็งกร้าวของเหม่ยจูและสภาพของบ่าวคนที่ถูกทุ่มลงพื้นทำให้พวกนางตัดสินใจวิ่งหนีออกไปราวสุนัขถูกน้ำร้อนลวก

“คุณหนูของบ่าวใจเย็น ๆก่อนเจ้าค่ะ เราไม่จำเป็นต้องนำพิมเสนไปแลกกับเกลือ”

จื่อเหยียนพาเหม่ยจูไปนั่งยังเก้าอี้ที่นางเพิ่งจับกลับมาตั้งหลังจากถูกพวกบ่าวเทระเนระนาด

“บ่าวพวกนี้ล้วนมีคนบงการอยู่เบื้องหลังทั้งนั้นเจ้าค่ะ คุณหนูทำแบบนี้ดีมิดีจะถูกกลั่นแกล้งหนักขึ้นเอาได้”

เหม่ยจูถอนหายใจแรงมองใบหน้าซูบผอมของแม่นมนิ่ง “ข้าอดทนมาพอแล้ว ท่านมิเห็นหรือที่ผ่านมาทั้งท่านและข้าต่างก็อดทน หาได้เรียกร้องใดไม่ แต่ต่อไปนี้หากใครมาคิดร้ายแก่ข้า ข้าก็จะเอาคืนให้สาสม”

จื่อเหยียนมองคุณหนูตรงหน้านิ่งในใจหวาดหวั่นประหลาด ใบหน้า รูปร่างก็คือคุณหนูของนางอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ไยนิสัยและจิตใจกลับเปลี่ยนไปสิ้นเชิงเช่นนี้

“แต่แม่นมมิต้องกังวลไป เราก็อยู่ส่วนเรา หากพวกนั้นไม่มาหาเรื่องข้าก่อน ข้าก็จะไม่ไปยุ่งกับพวกเขา รอสักหน่อยหากข้าหาเงินได้เพียงพอเราจะย้ายไปอยู่ที่อื่นกัน”

เหม่ยจูหันกลับไปก็เจอแววตาเคลือบแคลงสงสัยของจื่อเหยียนพอดีนางจึงเข้าไปกอดเอวสตรีวัยกลางคนอย่างออดอ้อนเพื่อกลบเกลื่อนความสงสัย

เมื่อนางได้โอกาสมาเกิดใหม่แล้ว ชีวิตและร่างกายนี้ย่อมเป็นของนางทั้งหมด ฉะนั้นนางจะต้องเป็นคนกำหนดเส้นทางชีวิตตัวเอง

“กำไลไหม กำไลไหม แวะเข้าเลือกดูก่อนได้จ้า”

เหม่ยจูแอบชำเลืองมองตามเสียงนั่นชั่วครู่และออกเดินต่อ ตอนนี้ยามเซิน แสงแดดช่วงกลางวันเริ่มอ่อนกำลังลง ผู้คนก็ออกเดินตามถนนมากขึ้น ซึ่งเวลานี้เหม่ยจูจะออกเดินมาเรื่อย ๆสำรวจตลาดไปพลางกว่าจะไปถึงหอซือเซียนก็ได้เวลาเข้างานพอดี

ทว่าวันนี้เหมือนดวงไม่เข้าข้างนางตั้งแต่เมื่อเช้าที่ถูกพวกบ่าวในเรือนมาหาเรื่องแล้ว นางเดินอยู่ดีดีก็มีเด็กชายคนหนึ่งตัวเท่าเอวค่อนขึ้นไปทางอกนางวิ่งมาชนอย่างจัง เหม่ยจูเซถอยหลังเล็กน้อย ส่วนเด็กที่วิ่งมาชนนั้นล้มไปบนพื้น พร้อมถุงปักอันหนึ่งตกกระแทกพื้นก้อนเงินในนั้นกระดอนกระจายเต็มพื้น

“มาเดี๋ยวข้าช่วยเก็บ”

เหม่ยจูมองเด็กชายหน้าตามอมแมมที่ก้มหน้าก้มตารีบเก็บเงินไม่แม้จะมองหน้านางที่ถูกชน เด็กชายรีบรวบก้อนเงินบนพื้นเก็บเข้าถุงอย่างรวดเร็วและทำท่าจะวิ่งจากไป แต่ก็รู้สึกว่าถุงเงินในมือถูกดึงไว้ทำให้เคลื่อนที่ไม่ได้

“นี่เงินเจ้าหรือ?”

เหม่ยจูมองถุงปักเนื้อผ้าเรียบลื่นสีน้ำเงิน และเงินจำนวนมากในนั้นเทียบกับเด็กชายที่น่าจะเป็นขอทานคนหนึ่งแถวนี้แล้วรู้ได้ทันทีว่า เงินนี่น่าจะถูกขโมยมา

จริงดังคิด เด็กชายขอทานสะบัดให้หลุดจากการเกาะกุมและวิ่งหนีหายไปอย่างรวดเร็ว ส่วนถุงเงินก็ทิ้งไว้ที่นาง

...แล้วนี่เงินใครล่ะเนี่ย

เหม่ยจูหันมองรอบกายเพื่อดูว่าใครมีท่าทีเหมือนคนทำเงินหายหรือเหมือนกำลังหาเงินบ้าง หากไม่มีนางคงต้องนำไปให้ที่ว่าการประกาศหาเจ้าของแหละ

โอะ อาจเป็นเขาคนนั้น

เหม่ยจูเดินเข้าไปหาบุรุษผู้หนึ่งที่กำลังนั่งยอง ๆคุยหรือทำอะไรสักอย่างกับเด็กชายมอมแมมสองคนตรงหน้า

“นี่ถุงเงินของท่านหรือไม่”

เสียงเล็กติดแข็งเอ่ยพร้อมเหวี่ยงถุงเงินสะกิดจนคนถูกสะกิดหันกลับมามอง พอเห็นถุงเงินของตนเองที่ควรจะผูกไว้ที่ข้างตัวก็มีสีหน้าตระหนกชั่วครู่ก่อนพยักหน้ารับคำ

“ใช่แล้ว มิทราบว่าไปอยู่ที่ท่านได้อย่างไรหรือ”

“ท่านถูกต้มเสียจนเปื่อยยังมิรู้ตัวอีก เฮ้อ” เขามองใบหน้าเล็กนั่นก่อนมองตามสายตาบุรุษผู้มาใหม่ที่ตัวสูงเพียงอกเขา

“ท่านมัวแต่คุยกับเจ้าขอทานนั่นจนไม่ระวังตัวถูกลักถุงเงินไป ข้าบังเอิญชนเจ้าเด็กขอทานนั่นจึงเดาว่าเป็นของท่าน และก็จริงเสียด้วย”

คนตรงหน้ากำลังจะบอกว่ากุนซืออย่างเขาถูกหลอกอย่างนั้นหรือ? พูดที่ไหนอายที่นั่นเชียวนะ

พอบุรุษร่างเล็กวางถุงเงินในมือของเขาเสร็จก็เดินจากไปทันที เขานิ่งคิดชั่วครู่ ใคร่ครวญแล้วก็คิดว่าบุรุษเมื่อครู่คงไม่ได้โกหก ในถุงเงินก็อยู่ครบ อีกทั้งพอหันหลังกลับไปบริเวณที่เคยมีเด็กชายขอทานสองคนยืนอยู่กลับกลายเป็นว่างเปล่าเสียแล้ว

เมื่อครู่เขาเห็นเจ้าเด็กขอทานสองคนนี้แล้วนึกถึงตัวเองในอดีตจึงทำให้ไม่ระวังจนถูกหลอกจนได้ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่คิดโกรธอันใด เขาติดจะเข้าใจเด็กขอทานเสียด้วยซ้ำ

...เพราะในอดีตเขาก็เคยต้องอดอยาก เร่ร่อนเยี่ยงเด็กพวกนี้อย่างไรเล่า

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ลืมเสียเถิดว่าเคยเป็นหมอ (ทะลุมิติ)   สิบห้า ต้องให้ข้าเชิญหรืออย่างไร

    สิบห้า “คุณหนูต้องระวังกริยามารยาทด้วยนะเจ้าคะ อย่าลืมท่าทางการเดินที่บ่าวสอน แล้วก็กริยามารยาทด้วย” จื่อเหยียนเอ่ยปากบอกไปมือก็ช่วยเหม่ยจูแต่งตัวไปพลาง นางยังคงมีความหวังตราบใดที่คุณหนูของนางยังได้ชื่อว่าเป็นคุณหนูคนหนึ่งในจวนอย่างไรนายท่านก็ต้องนึกถึง แล้วก็ได้รับโอกาสนี้พอดี “แม่นมไม่ต้องเอ่ยอันใดท่านลืมเสียแล้วกระมังว่าข้าไปในฐานะคนใช้ มิใช่คุณหนูตระกูลหง” เหม่ยจูหมุนตัวให้แม่นมผูกผ้าคาดเอวให้ ด้วยตั้งแต่นางมาเกิดในร่างนี้นั้นด้วยสถานะทางการเงินอันแสนอัตคัดนั้นทำให้เหม่ยจูได้แต่ใส่เสื้อผ้าง่าย ๆบาง ๆไม่ได้มีความซับซ้อนอย่างชุดนี้ แม้จะไม่ได้ดูหรูหราแต่ก็ดูดี ทั้งใหม่ และสีสันสวยกว่าชุดที่เหม่ยจูใส่ปัจจุบันมาก …นี่ขนาดเป็นเพียงชุดสาวใช้เท่านั้นนะ มิคาดคิดเลยว่าชุดของเหล่าคุณหนูยามออกงานใหญ่จะหรูหราอลังการเพียงใด ใช่แล้ว อ่านมิผิด คุณหนูใหญ่ตัวจริงเสียงจริงอย่างเหม่ยจูคนนี้กลับต้องใส่ชุดสาวใช้และไปเข้าร่วมงานเลี้ยงในฐานะคนรับใช้ข้างกายคุณหนูใหญ่ตัวปลอมอย่างเหม่ยเฉิน โดยวันก่อนหน้าไม่กี่วัน เหม่ยเฉินใ

  • ลืมเสียเถิดว่าเคยเป็นหมอ (ทะลุมิติ)   สิบสี่ นี่คือของขวัญต้อนรับแม่ทัพหยางหลง 2

    เรื่องพิษที่เขาได้รับนี้มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ หยางหลงเหลือบตาสบสายตาที่จ้องมาที่เขาตอบอย่างนิ่งสงบแต่ในใจเขาเริ่มก่อเกิดความกรุ่นโกรธแล้ว “มิใช่ข้าตั้งใจนำเรื่องนี้มาบังคับให้ท่านมาอยู่ฝ่ายข้าหรอก เพียงแต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ข้าบังเอิญรู้หลังจากตามสืบเรื่อง ๆนึงต่างหาก ท่านแม่ทัพคิดอย่างไรเล่าว่าไยเรื่องที่คนอย่างข้าสืบถึงได้มาบรรจบกับเรื่องราวในศึกครานั้นได้” หยางหลงเริ่มเอะในใจ หากเป็นเรื่องที่คนอย่างองค์รัชทายาทสนใจแล้วต้องมิพ้นเรื่องเกี่ยวกับอำนาจในราชสำนักหรือไม่ก็เรื่องของฝ่ายตรงข้ามอย่างองค์ชายใหญ่จิ้นหลี่เป็นแน่ “ท่านจะเอ่ยอะไรก็อย่าได้ชักช้าเลย ข้ามิมีเวลามาคุยเล่นกับท่านมากนักหรอกหนา” จิ้นฝูหัวเราะเสียงเบา เขามิคาดว่าหยางหลงจะหมดความอดทนได้เร็วขนาดนี้จึงรีบเอ่ยขึ้น “แน่นอนว่าครานั้นคุณชายน้อยตระกูลเซี่ย ผู้ที่ได้เป็นศิษย์เอกของแม่ทัพหงเที่ยนลู่อย่างท่านย่อมต้องจำเหตุการณ์วันนั้นได้ดีใช่หรือไม่” เมื่อคราเกิดสงครามระหว่างอาณาจักรหมิงเวยกับอาณาจักรต้าฮวางนั้น ฝ่ายของอาณาจักรหมิงเวยของฝ่ายพวกเขานั้นถ

  • ลืมเสียเถิดว่าเคยเป็นหมอ (ทะลุมิติ)   สิบสี่ ไม่ขออ้อมค้อมแล้วกัน 1

    สิบสี่ ในห้องอันแสนคุ้นเคย ห้องสำหรับลูกค้าประจำอย่างแม่ทัพหยางหลง บุรุษขวัญใจชาวหอนางโลมซือเซียน บุรุษที่มาหอนางโลมแห่งนี้ทีไรก็ไม่เคยจะเรียกใช้นางคณิกาสักคนเสียที และบุรุษผู้นี้ก็คือเดียวกันที่ต้องสั่งรับนางคณิกาของหอแห่งนี้เป็นจำนวนมากหนึ่งครั้งต่อเดือน และก็เป็นบุรุษคนเดียวกันที่เอ่ยว่าไม่ชอบกลิ่นหอมปรุงของสตรีในหอนี้ เซี่ยหยางหลงยกชาขึ้นดื่ม เขานั่งรอพบคนมาประมาณหนึ่งเค่อได้แล้ว และก็ถึงเวลาที่นัดกันพอดี ประตูแสนมิดชิดเปิดออกพร้อมบุรุษคนหนึ่ง ใบหน้าเปื้อนยิ้มแววตามักมองหาความสนุกสบเข้ากับแววตาแสนเย็นยะเยือกของหยางหลง ก่อนที่ตัวเขาจะเดินเข้ามานั่งยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม “คารวะแม่ทัพหลง ต้องให้ท่านคอยนานแล้ว” บุรุษผู้มาใหม่สวมชุดผ้าปักอย่างดี ชุดทั้งตัวเป็นสีสว่างต่างอย่างสิ้นเชิงกับหยางหลง เขาสวมชุดผ้าอย่างง่ายที่เน้นความสบาย และสีชุดก็เป็นสีทึบออกน้ำเงิน “ท่านคงไม่ได้จะมาพูดเรื่องเดิมกระมัง หากเป็นเช่นนั้นคงต้องสียเวลาท่านแล้ว” ไม่ใช่คนสนิทเขาแต่ก็น่าจะรู้ว่าเขาไม่ชอบพูดอะไรซ้ำซ้อน และเขาก็ไม่ชอบทำงานกับคนเข้าใ

  • ลืมเสียเถิดว่าเคยเป็นหมอ (ทะลุมิติ)   สิบสาม “คุณชายอี้จะให้ข้านำแป้งไปวางขายที่นั่นได้จริงหรือ

    สิบสาม หลังจากวันนี้เหม่ยจูก็มีเวลาอิสระมากขึ้นด้วยเพราะนางตกลงกับลี่มามาไว้ว่าจะขอเข้ามาทำงานที่หอนางโลมบางวันเพราะถึงอย่างไรงานของเหม่ยจูจริง ๆนั้นไม่ได้มีทุกวัน ส่วนใหญ่นางจะนั่งว่าง ๆอยู่ที่หอเสียมากกว่าซึ่งลี่มามาก็เข้าใจดี ฉะนั้นวันนี้เหม่ยจูจึงตัดสินใจว่าจะลองนำแป้งผลัดหน้าสูตรหมอจูออกมาฝากขายตามร้านในตลาดดู ทว่าเหม่ยจูก็เดินเข้าออกร้านเครื่องหอมเกือบจะทุกร้านแล้วก็ยังไม่มีร้านไหนรับฝากเลย “เจ้าออกไปเถิด ร้านข้ามีแป้งผลัดหลายชนิดแล้ว แป้งผลัดไร้ที่มาอย่างของเจ้าข้าไม่รับฝากหรอก” “แต่แป้งผลัดของข้าไม่เหมือนใครหนาทั้งให้ความบางเบาเสมือนไม่ได้ทาแต่สามารถปกปิดรอยสิวได้ อีกทั้งยังสามารถบำรุงผิวหน้าได้ในตัวอีกด้วย ใช้ไปแล้วเจ็ดวันหน้าจะเรียบเนียนขึ้นดูขาวกระจ่างใส ท่านไม่รับไปลองวางขายหน่อยหรือ” “บอกว่าไม่ก็คือไม่สิ! ไป!จากร้านข้าได้แล้ว” “แป้งของเจ้าทำได้อย่างที่พูดจริงหรือ” เหม่ยจูเดินคอตกออกมาจากร้านเครื่องหอมร้านสุดท้ายบนถนนทิศประจิม นางเงยหน้ามองเจ้าของคำถาม หน้าตาบุรุษตรงหน้าดูคุ้น ๆ

  • ลืมเสียเถิดว่าเคยเป็นหมอ (ทะลุมิติ)   สิบสอง แต่อย่าให้นางทำเรื่องขายหน้าก็แล้วกัน

    สิบสอง ในห้องโถงกลางตระกูลหง หงเสี่ยวหม่าเดินกลับเข้ามาในห้องหลังจากที่เขาไปส่งแขกที่หน้าประตูจวนเรียบร้อยแล้ว ฉับพลันใบหน้าก็ฉายความประหลาดใจ เพราะตรงหน้ามีบุตรีสุดรักยืนอยู่ “เจ้ามีอะไรจะคุยกับพ่องั้นหรือ” หงเสี่ยวหม่าเดินเข้ามานั่งยังตั่งตำแหน่งประธาน มองไปที่บุตรีในชุดสีชมพูอ่อนงดงามสมวัย ในใจเขาพลันรู้สึกภูมิใจในตัวเหม่ยเฉินไม่คลาย ทั้งงดงาม กริยาเรียบร้อย “เฉินเอ๋อร์นำพุทราใส่น้ำแข็งมาให้ท่านพ่อเจ้าค่ะ” พูดพลางก้าวเข้าหาบุรุษในชุดสีน้ำเงินผู้เป็นบิดา ก่อนยกถ้วยที่อยู่กับบ่าวมาให้เสี่ยวหม่า ท่าทางลื่นไหลประกอบกับรอยยิ้มอ่อนหวานทำเอาผู้เป็นบิดารู้สึกเย็นสบายขึ้นทันตา “รู้ใจพ่อจริงเชียว ทานตอนนี้ดียิ่ง อากาศวันนี้ช่างร้อนนัก” เหม่ยเฉินถอยออกมานั่งตั่งอีกตัว นางมองเสี่ยวหม่ารอจังหวะเพื่อเอ่ยพูด “เมื่อครู่เป็นคนของกรมพิธีการหรือเจ้าคะ” หงเสี่ยวหม่าพยักหน้าให้ “นำจดหมายคำเชิญมาให้จวนของเราน่ะ” “หือ ช่วงที่ที่พระราชวังกำลังจะมีงานอะไรหรือเจ้าคะ” ตามจริงตอน

  • ลืมเสียเถิดว่าเคยเป็นหมอ (ทะลุมิติ)   สิบเอ็ด แป้งผลัดสูตรใหม่

    สิบเอ็ด “วันนี้ท่านแม่ทัพหยางหลงของข้าถึงกับขนาดตอบรับคำเชิญไปงานของตระกูลเล็ก ๆได้อะไรติดมือมาบ้างล่ะ” กุนซือหนุ่มที่เพิ่งก้าวพ้นประตูเข้ามาในห้องหนังสือของสหายเจ้าของห้อง สีหน้าเย็นยะเยือกของหยางหลงที่ส่งมายังผู้มาใหม่เชิงต่อว่าไม่ทำให้ฮ้าวอี้กลัวแต่อย่างใด เขาชินเสียแล้ว เขามักได้รับสายตาแบบนี้เสมอตลอดที่ทำงานด้วยกันมา “ตระกูลหงตอนนี้จอมปลอมสิ้นดี เสี่ยวหม่าช่างทำตัวน่าขันนัก เขาทำราวกับตระกูลหงนี้เจริญรุ่งเรืองถึงขั้นนี้ได้เป็นเพราะความสามารถของตน ทั้งที่ตำแหน่งที่เขาได้มานั้นเป็นเพราะ...หึ่ย” หยางหลงกำแท่งหมึกในมือกำจนแหลกละเอียด นัยน์ตาดุดัน อารมณ์อัดอั้นที่ไม่สามารถช่วยคนที่ตนนับถือเยี่ยงบิดาคนหนึ่งได้ทำเอาแววตาเศร้าสลดหดหู่ฉายวาบหนึ่ง “เจ้าอาจต้องปล่อยวางบ้าง ถึงอย่างไรท่านเสี่ยวถานก็จากไปแล้ว ตระกูลหงก็ถือว่าเป็นของเสี่ยวหม่าก็ไม่ผิดหรอก เราเป็นเพียงคนนอกคงมิอาจเข้าไปยุ่งได้” ฮ้าวอี้นั่งลงที่ขอบหน้าต่างมองบรรยากาศยามค่ำคืนพลางถอนหายใจให้อารมณ์กลมกลืนไปกับสายลมที่พัดมาเอื่อย ๆ “ข้าไม่ยุ่งแน่ หา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status