ลืมเสียเถิดว่าเคยเป็นหมอ (ทะลุมิติ)

ลืมเสียเถิดว่าเคยเป็นหมอ (ทะลุมิติ)

last updateLast Updated : 2026-08-18
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
18Chapters
243views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ชื่อเรื่อง ลืมเสียเถิดว่าเคยเป็นหมอ ชาติก่อนนางคือหมอในองค์กรลึกลับแห่งหนึ่ง และตายเพราะถูกนำเป็นร่างทดลองปรับแปลงดีเอ็นเอ การทดลองผิดพลาดจนถึงแก่ชีวิตจึงได้ย้อนกลับมาเกิดในร่างของสตรีแสนอาภัพในยุคโบราณ คุณหนูตกอัพผู้นี้คือบุตรีที่บิดาไม่แยแส ให้อยู่ในบ้านท้ายจวนเยี่ยงบ่าวหนึ่งคน สุดท้ายก็ป่วยจนตาย พอนางได้เข้าร่างแทนจึงต้องกระเสือกกระสนออกหางานยามค่ำคืนเพื่อหาเงินเลี้ยงตัวเอง ด้วยความเป็นหมอในชาติก่อนแต่อาชีพนี้หาได้รุ่งเรืองสำหรับสตรีในยุคนี้ไม่ ทำให้คุณหมอจำต้องกลายเป็นหมอเบ็ดเตล็ดรักษาโรคสตรีประจำในหอนางโลม! วันหนึ่งด้วยความโชคร้ายกลับถูกกินเต้าหู้จากแม่ทัพปีศาจที่ถือว่าเป็นแขกประจำในหอนางโลมแห่งนี้ ไหนจะอยู่มาวันหนึ่งบิดาผู้มิเคยเเยเเสกลับมาหยิบบุตรีคนนี้ใส่ตะกร้าล้างน้ำ ประเคนให้ผู้อื่นเพื่อเสริมสร้างอำนาจอีกล่ะ แล้วทีนี้นางจะอยู่รอดพ้นจากเงื้อมมือผู้ไม่หวังดีได้อย่างไร

View More

Chapter 1

บทนำ

บทนำ

            พอดวงตะวันลับขอบฟ้า อากาศยิ่งหนาวเย็นยะเยือกมากขึ้น กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอบอวลปะปนกับกลิ่นเหม็นสาบบุรุษ กลิ่นเหงื่อไคลปนกลิ่นเหม็นเปรี้ยวลอยมา ตามลม

            “ราตรีนี้เป็นคืนขึ้นสิบห้าค่ำขอรับ ท่านแม่ทัพ”

            แผ่นหลังเหยียดตรงของบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าโดดเด่นยามเขายืนอยู่ท่ามกลางบุรุษหลากวัยที่ใบหน้าต่างเปื้อนดินเปื้อนฝุ่น ยิ่งทำให้เขาดูราวหยกงามสง่าล้ำค่าท่ามกลางก้อนหินหลากพันธุ์ ใบหน้าคม สันกรามนูนเด่น ตัดกับผิวสีน้ำผึ้งเยื้องไปทางขาวทำให้เขาโดดเด่นท่ามกลางบุรุษผิวคล้ำแดด

            “อย่างนั้นเลิกได้!”

            สิ้นคำ เหล่าบุรุษหลายร้อยนายเบื้องหน้าที่ก่อนหน้าเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบก็ขานรับอย่างพร้อมเพียงเสียงดังก้องค่าย หลังจากนั้นไม่เกินหนึ่งเค่อ พื้นที่ที่เคยเต็มไปด้วยบุรุษและกลิ่นเหม็นคลุ้งก็กลายเป็นพื้นที่โล่งว่างและฝุ่นกระจายฟุ้งแทน

            “ท่านแม่ทัพต้องการกินอาหารที่...”

            ยังไม่ทันที่เสียงของบุรุษผู้มียศเป็นรองแท่ทัพอย่างโต่งปี้ฉวนจะเอ่ยจบ เสียงแหบพร่าปนสั่นสะท้านของบุรุษผู้เป็นใหญ่ ณ ค่ายทหารประจำชายแดนแห่งนี้ก็ขัดขึ้น พร้อมร่างสูงสง่าก้าวเท้าเร่งรีบมุ่งหน้าสู่กระโจมหลังโดดเดี่ยวตั้งริมสุดค่าย ทันทีที่เข้าใกล้กระโจมหลังนั้นพลันกลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องหอมและดอกไม้หลากพันธุ์พุ่งเข้าสู่โสตประสาท แม้เขาจะไม่ชอบแต่ยามนี้หาได้สนใจไม่

            เท้าหนาพาสังขารตัวเองจนเข้าไปยังกระโจมเบื้องหน้าได้สำเร็จ

            “ว้าย ท่านแม่ทัพมาแล้ว คิกคิก”

            เสียงหวานหยดย้อยปานน้ำผึ้งดังขึ้น และตามมาด้วยเสียงสตรีคนอื่น ๆ ร่างบอบบางหลายนางในชุดเสื้อผ้าเนื้อบางหลากสีเร่งเดินเข้ามาล้อมรอบบุรุษผู้มาใหม่ทันที

            และไม่รอให้มากความ บุรุษหนึ่งเดียวคว้าร่างบางระหงของสตรีที่ยืนอยู่ใกล้สุดเข้ามา มือหนากระชากผ้าบางเบาสีชมพูสดจนขาดวิ่น นวลเนื้อขาวผ่องปรากฏขึ้นล่อตาแต่เจ้าของแรงกระชากหาได้สนใจไม่ มือหนาคว้าสะโพกกลมกลึงเข้าหาเอวสอบของตนและเริ่มกระแทกตัวตนใส่อีกฝ่ายทันทีไร้การเล้าโลมใดใดเช่นอย่างเคย

            ใบหน้าไร้ความสุขขัดกับสิ่งที่ทำตลอดค่ำคืน สตรีที่นอนล้มกองไร้ระเบียบบนพื้นบนใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อเคล้าความสุข บางคนหายใจรวนระรินอ้าปากครางเสียงใสจนลำคอปล่อยได้เพียงเสียงแหบแห้ง สภาพภายในกระโจมยามนี้มิต่างกับสภาพสนามรบหลังรู้ผลแพ้ชนะอย่างไรอย่างนั้น

            บุรุษหนึ่งเดียวก้มลงจัดระเบียบเสื้อผ้าก่อนก้าวออกจากกระโจมไปมิเหลียวแลเบื้องหลัง

            ...ออกข้างนอกกระโจมมาก็พบกับแสงแรกแห่งวันเสียแล้ว

            ใบหน้าที่เคยงามสง่าแต่ครานี้กลับหมองคล้ำแฝงความอ่อนล้า นัยน์ตาคลอน้ำใส เส้นเลือดฝอยปรากฏขึ้นราวคนอดนอนหลายวันสร้างความหวั่นเกรงให้แก่ผู้พบเห็น

  แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านร่องเล็กใหญ่เข้ามากระทบร่างบางของสตรีสองนางที่นั่งอยู่ภายในเรือนหลังหนึ่ง ร่างออกอวบหนาสวมเสื้อผ้าเก่าที่เต็มไปด้วยรอยปรุแทบทั้งชุดกำลังก้ม ๆเงย ๆหน้าเตาเติมฟืนเพื่อเคี่ยวน้ำในหม้อก่อนหันไปมองสตรีอีกนางที่นั่งอยู่ด้านหลังหน้ากองผ้ากองโต ใบหน้านวลไร้เครื่องประทินผิวต้องแสงอาทิตย์ดูงดงามสบายตาขัดกับเรียวคิ้วขมวดมุ่นและริมฝีปากมู่ทู่อย่างยิ่ง

            “ข้าไม่ไหวจริง ๆงานเย็บปักมิใช่ทางถนัดข้าเสียเลย”

            เจ้าของร่างผอมบางเจ้าของนามว่าเหม่ยจูโยนเข็มและผ้าที่ตัวเองกำลังเย็บอยู่ลงบนกองผ้ากองใหญ่ข้างหน้า น้ำเสียงแฝงความไม่พอใจกึ่งเล่นนั่นสร้างรอยยิ้มเอ็นดูขึ้นบนใบหน้าขอสตรีวัยกลางทันที

            “คุณหนูนั่งเฉย ๆรอบ่าวเตรียมสำรับเถอะเจ้าค่ะ บ่าวก็บอกแล้วว่างานพวกนี้ท่านไม่ต้องทำ หากบ่าวทำอาหารเสร็จเดี๋ยวไปทำต่อเอง”

            “คุณหนูอะไรกัน ข้าก็บอกให้ท่านเรียกข้าว่าเสี่ยวจูอย่างไรเล่า”

            ไม่พูดเปล่าร่างบอบบางในชุดสีหม่นเนื้อผ้าหยาบก็เดินเข้ามาเกยคางกับบ่าวที่เปรียบเสมือนแม่อีกคนนามว่าจื่อเหยียน นางอายุราวสี่สิบปีต้น รูปร่างอวบเล็กน้อย แต่มีความสูงน้อยกว่านาง ใบหน้าของจื่อเหยียนมักจะประดับรอยยิ้มอบอุ่นเสมอแม้ว่าจะเจอเรื่องร้ายอันใดก็ตาม เป็นเพราะนางนั้นมิอยากให้คุณหนูของตนต้องทุกข์ใจไปมากกว่านี้

            “บ่าวก็ลืมไปบ้างเจ้าค่ะ เสี่ยวจูไปนั่งรอเถิด”

            “นี่แหนะ เรียกแทนตัวเองว่าบ่าวได้อย่างไรกัน ข้าบอกแล้วว่าข้านับถือท่านอย่างแม่คนหนึ่ง มิใช่ในฐานะบ่าว”

            เหม่ยจูตีเบา ๆที่แขนของแม่นมตน ก่อนไปนั่งตามที่นางเอ่ยแนะ

            “เมื่อวานนี้ข้าไปหางานได้แล้ว หากข้าได้เงินก้อนแรกมาท่านจะได้เลิกทำงานพวกนี้เสีย”

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
18 Chapters
บทนำ
บทนำ พอดวงตะวันลับขอบฟ้า อากาศยิ่งหนาวเย็นยะเยือกมากขึ้น กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอบอวลปะปนกับกลิ่นเหม็นสาบบุรุษ กลิ่นเหงื่อไคลปนกลิ่นเหม็นเปรี้ยวลอยมา ตามลม “ราตรีนี้เป็นคืนขึ้นสิบห้าค่ำขอรับ ท่านแม่ทัพ” แผ่นหลังเหยียดตรงของบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าโดดเด่นยามเขายืนอยู่ท่ามกลางบุรุษหลากวัยที่ใบหน้าต่างเปื้อนดินเปื้อนฝุ่น ยิ่งทำให้เขาดูราวหยกงามสง่าล้ำค่าท่ามกลางก้อนหินหลากพันธุ์ ใบหน้าคม สันกรามนูนเด่น ตัดกับผิวสีน้ำผึ้งเยื้องไปทางขาวทำให้เขาโดดเด่นท่ามกลางบุรุษผิวคล้ำแดด “อย่างนั้นเลิกได้!” สิ้นคำ เหล่าบุรุษหลายร้อยนายเบื้องหน้าที่ก่อนหน้าเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบก็ขานรับอย่างพร้อมเพียงเสียงดังก้องค่าย หลังจากนั้นไม่เกินหนึ่งเค่อ พื้นที่ที่เคยเต็มไปด้วยบุรุษและกลิ่นเหม็นคลุ้งก็กลายเป็นพื้นที่โล่งว่างและฝุ่นกระจายฟุ้งแทน “ท่านแม่ทัพต้องการกินอาหารที่...” ยังไม่ทันที่เสียงของบุรุษผู้มียศเป็นรองแท่ทัพอย่างโต่งปี้ฉวนจะเอ่ยจบ เสียงแหบพร่าปนสั่นสะท้านของบุรุษผู้เป็นใหญ่ ณ ค่ายทหารประจำชายแดนแห่งนี้ก็ขัดขึ้น พร้อ
last updateLast Updated : 2026-07-26
Read more
หนึ่ง ไม่กินข้าจะนำน้ำแกงไปทิ้งเสีย
หนึ่ง เหม่ยจูนึกย้อนไปตอนที่นางเพิ่งเข้ามาเกิดในร่างนี้ใหม่ ๆ ครานั้นร่างเดิมทนพิษไข้ไม่ไหวจึงหมดลมหายใจไป และเป็นนาง นามเหม่ยจูเช่นเดียวกัน แต่เป็นคุณหมอดาวรุ่งรุ่นใหม่ในยุคศตวรรษที่ยี่สิบ ที่เพิ่งเรียนจบหมาด ๆด้วยความไฟแรงอยากทำงานที่มีความก้าวหน้าสูงเงินเดือนมาก จึงตอบรับคำเชิญไปเป็นหมอในองค์กรลึกลับแห่งหนึ่ง หลังจากทำงานไปได้ไม่ถึงสิบปีเพิ่งมารู้ก่อนตายว่าตนเองถูกนำมาเป็นหนึ่งในหนูทดลองการเปลี่ยนแปลงดีเอ็นเอ ซึ่งในปีสุดท้ายก่อนตายนั้น นางถูกจับฉีดสารบางชนิดเข้าร่างกายซึ่งเป็นขั้นสุดท้ายของการทดลองนั้น และก็เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังเพราะหากการทดลองสำเร็จนางคงไม่ตายแล้วเกิดใหม่ในยุคโบราณเช่นนี้หรอก โดยตอนที่คุณหมอเหม่ยจูมาเกิดร่างกายนี้ช่างอ่อนแอยิ่งนัก ร่างกายก็ผ่ายผอม ทั้งยังเป็นไข้หนัก ยาก็ไม่มีรักษา ด้วยโชคของนางหรืออย่างไรไม่สามารถรู้ได้ นอกจากจะได้เกิดใหม่แล้วยังได้พรทำให้ร่างกายค่อย ๆดีขึ้นจนกระทั่งหายจากป่วยได้ในสามวันต่อมา โดยมิต้องดื่มยาสักเทียบ และหากนับแต่วันที่คุณหมอเหม่ยจูรู้สึกตัวในร่างนี้นางก็เห็นเพียงสตรีวัยกลางคนนามจื่อเหยียนซึ่งคื
last updateLast Updated : 2026-07-26
Read more
สอง หมอจูหยิบชุดสีแดงลายดอกกุ้ยฮวาให้ข้าหน่อย 1
สอง หนุ่มน้อยในชุดสีฟ้าหม่นมีรอยปะชุนหลายแห่งเร่งฝีเท้าก้าวเดินไปตามถนนจนกระทั่งหยุดลงที่หน้าหอนางโลมนามซือเซียน ด้านหน้าไร้ผู้คนเดินเข้าออกอย่างร้านหรือหออาหารข้างเคียง เพราะเวลานี้เพียงยามเว่ยเท่านั้น หอนางโลมแห่งนี้ยังไม่เปิดให้บริการ พอเหม่ยจูมาถึงก็เอ่ยสองสามประโยคแก่คนเฝ้าหน้าประตูข้างหน้าก็ได้เข้าไปแล้ว ภายในหอนางโลมมีบุรุษหลายสิบคนกำลังช่วยกันจัดของและล้างทำความสะอาดเยี่ยงทุกวัน จุดดึงดูดสายตาของหอนางโลมแห่งนี้คงจะเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านซ้าย โดยกึ่งกลางสระมีพื้นที่ขนาดพอดีไว้สำหรับจัดแสดงแล้วแต่วันว่ามีการแสดงใด พอเดินเข้ามาด้านในจะเป็นแหล่งรวมชุดโต๊ะทานอาหารระดับหนึ่งหรือก็คือระดับต่ำสุด ราคาเข้าถึงง่าย พอเดินเข้าไปอีกหน่อยทางขวามือเป็นชุดโต๊ะระดับสอง และทางซ้ายมือเป็นบันไดขึ้นไปยังห้องพิเศษที่แยกเป็นส่วนระดับสาม และด้านในสุดคือห้องระดับสี่ที่มีเตียงและห้องอาบน้ำพร้อมอยู่ค้างคืน และส่วนสุดท้ายเข้าไปลึกสุดของชั้นสองผ่านห้องระดับสี่ไปจะเป็นห้องของเหล่าสาวงาม เป็นแหล่งที่หลับนอน อยู่กิน มีสองชั้นสามารถเข้าได้จากทางเดินชั้นหนึ
last updateLast Updated : 2026-07-26
Read more
สอง แม่นมรับปักผ้าได้เงินเท่าไหร่หรือ 2
“พวกพี่ทั้งสองช่วยไปเตรียมผ้าชุบน้ำให้ข้าทีเถิด แล้วก็นำเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้แม่นางฟางซินด้วย” เหม่ยจูหันไปสั่งบ่าวด้านหลังรอจนทั้งสองนางออกไปจากห้องหมดก็หันกลับมามองสบหน้ากับสตรีบนเตียงนิ่ง “เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าตั้งครรภ์อยู่” เสียงไม่ดังมากดังออกมาจากปากเหม่ยจู เจ้าตัวที่ควรตกใจแต่ความจริงแล้วกลับมาสีหน้าเฉยเมยติดเศร้าสลด “แล้วจะเอาอย่างไรต่อหรือ ตามหน้าที่ของข้าแล้วจำต้องบอกลี่มามานะ” เหม่ยจูให้บ่าวทั้งสองคนออกไปก่อนเพราะนางอยากคุยกับคนตรงหน้า เพราะนางรู้ว่าการที่ตั้งครรภ์ขึ้นมานี้หากคนอื่นรู้เข้าย่อมไม่เป็นผลดีต่อนางคณิกาเป็นแน่ และยิ่งสตรีตรงหน้าคือดาวเด่นเสียด้วย ดังนั้นเหม่ยจูจึงให้โอกาสฟางซินก่อน นางไม่อยากทำร้ายอนาคตใคร “ข้ารู้และต้องขอบใจเจ้ามากที่ไม่บอกใคร ข้ากำลังจะจัดการอีกไม่นาน” เหม่ยจูมองสตรีตรงหน้าอย่างรู้สึกเวทนา ที่ฟางซินบอกว่าจัดการคงหมายถึงทำแท้งกระมัง แววตาเด็ดเดี่ยวแต่แอบแฝงความเศร้านั่นทำเอาเหม่ยจูเบือนหน้าหนี ...เหม่ยจูช่วยนางได้เพียงเท่านี้แหละ นอกจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าตัวแล้ว นาง
last updateLast Updated : 2026-07-26
Read more
สาม ปัญหาอยู่ที่ตอนนี้... 1
สาม วันนี้เหม่ยจูออกจากจวนหลังกินข้าวกลางวันเลยซึ่งเร็วกว่าปรกติเพราะนางคิดไว้ว่าจะลองมาเดินตรวจสอบราคาผ้าปักตามร้านขายผ้าเสียหน่อย นางวางแผนไว้ว่าจะให้แม่นมปักผ้าลายธรรมดาสักผืนแล้วนางจะลองเอาไปขายดู คิดว่าหากขายออกน่าจะได้เงินมากกว่ารับปักผ้าจากบ่าวในจวนแน่นอน ระหว่างทางนั้นเหม่ยจูก็ต้องตกใจเพราะอยู่ดีดีถิงยี่ คณิกาคนหนึ่งในหอซือเซียนวิ่งเข้ามารวบจับมือนางไว้ พอมองไปที่ใบหน้าเปียกเหงื่อของนาง คิ้วเรียวของเหม่ยจูพลันขมวดมุ่น “ช่วยด้วยข้าด้วยหมอจู พี่สาวข้าแย่แล้ว” เสียงร้อนรนปนหายใจแรงจากความเหนื่อยจากการวิ่งมาทำเอาเหม่ยจูต้องยกมือขึ้นลูบหลังสตรีตรงหน้าเบา ๆ “ใจเย็นก่อน พี่สาวเจ้าเป็นอะไร นางมิได้พักอยู่ที่บ้านหรอกหรือ” พี่สาวของถิงยี่ก็คือฟางซิน คนที่เหม่ยจูช่วยปิดความลับไว้ว่าตั้งครรภ์นั่นเอง นับจากวันนั้นก็ผ่านมาวันนี้วันที่สองแล้ว นางจึงคิดว่าฟางซินน่าจะนอนพักอยู่บ้าน แต่ที่บอกว่าพี่สาวนางแย่แล้วหมายถึงเรื่องอันใดกัน “ใช่เจ้าค่ะ แต่ ๆนางยังไม่ได้ทำแท้งนะเจ้าค่ะ นอนพักอยู่บ้านเพราะร่างกายไม่แข็งแรง” ถ
last updateLast Updated : 2026-07-26
Read more
สาม เจ้าอย่าได้รบกวนนางเลย 2
“ตื่นสิ นี่พวกข้าอุตส่าห์มาเยี่ยมเจ้า จะไม่ตื่นมารับคำเสียหน่อยหรือ” ร่างบนเตียงก็ยังคงนิ่งเหมือนเดิม เหม่ยจูมองการกระทำของเหมยฮวาก็ส่ายหน้าเบา ๆ ...ความอิจฉาริษยาไม่เข้าใครออกใครจริง ๆ “นางคงหลับลึกน่ะ นางเพิ่งดื่มยาไป เจ้าอย่าได้รบกวนนางเลย หากนางพักผ่อนไม่พออาการป่วยก็ยิ่งเรื้อรัง นานหาย” เหมยฮวาค้อนขวับไปยังเจ้าของเสียงก่อนหน้า ...จะหยุดได้อย่างไรเล่า นางอุตส่าห์ออกเงินตัวเองซื้ออาหารของหอมาเพื่อทดสอบว่าฟางซินตั้งครรภ์หรือไม่เชียวนะ จะให้นางเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ได้อย่างไร “พอเถอะ ให้นางนอนพักผ่อนเถอะ เห็นว่านางไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้ว กลับเถิด” ลี่มามารีบสั่งเหมยฮวา นางไม่อยากให้ฟางซินเป็นเรื้อรังหรอกนะ ยิ่งหายเร็วเท่าไรยิ่งดี เมื่อวานพอไม่มีดาวเด่นของหอมาร่ายรำเปิดหอก็เรียกลูกค้าเข้าได้น้อยลง หากเป็นอย่างนี้ต่อไปคงไม่ดีแน่ “งั้นฝากหมอจูด้วย นอกจากหน้าที่รักษาที่หอซือเซียนข้าก็ขอฝากแม่นางฟางซินให้เจ้าอีกคน” พูดจบลี่มามาก็หมุนตัวออกไปทันที ส่วนเหมยฮวาแม้ไม่อยากไปแต่ก็จำต้อ
last updateLast Updated : 2026-07-28
Read more
สี่ เจ้าอาจจะลืมไปว่า... 1
สี่ เหม่ยจูมาทำงานที่หอซือเซียนได้ครบเดือนแล้ว ในทุกวันส่วนใหญ่จะยุ่งสุดตอนช่วยเหล่านางคณิกาเตรียมตัวก่อนหอซือเซียนเปิดให้บริการ พอหลังนั้นก็นั่งโง่ในห้องแต่งตัวเผื่อมีคนเจ็บป่วยฉุกเฉิน แต่เท่าที่สังเกตมาคือกรณีของแม่นางฟางซินที่ตั้งครรภ์คือทำให้นางได้ทำหน้าที่ของหมอสุดแล้ว นอกจากนั้นก็จะเป็นนางโลมบางนางมาปรึกษานางเรื่องสิวเรื่องผื่นหรือเรื่องความสวยความงามซะส่วนใหญ่ และด้วยวันนี้เหม่ยจูก็เหนื่อยมากเพราะช่วงเช้าที่ผ่านมานางลองเอาผ้าเช็ดหน้าที่แม่นมปักไปขายตามร้านผ้าต่าง ๆ เดินจนขาลากก็ขายไม่ได้ หรือถ้าจะขายก็ราคาต่ำมากนางจึงยังเก็บไว้ใช้เองดีกว่า ไม่ขายเสียหรอก ขนาดลายที่นางให้แม่นมปักนี้นางเป็นคนคิดเองเชียวนะ เป็นลายหัวใจแบบที่คนในยุคที่นางจากมาชอบวาดกันแม้จะเป็นลายง่ายแสนง่ายแต่เท่าที่ดูในยุคนี้ไม่มีใครเคยเห็นอยู่แล้ว ของที่มีชิ้นเดียวในชาตินี้จะให้ขายในราคาถูก ๆได้อย่างไรกัน บ่าวนางหนึ่งที่เหมือนเพิ่งกลับมาจากการเอาอาหารไปให้แขกสักห้องอยู่ดีดีก็วิ่งเข้าห้องแต่งตัวที่เหม่ยจูนั่งอยู่ สีหน้าตื่นเต้นอีกทั้งนัยน์ตาหวานเยิ้มพร้อมเอ่ยพูดกับนาง “ข้าช่างโ
last updateLast Updated : 2026-07-28
Read more
สี่ ไปแทนน่ะไปได้ แต่ขอค่าแรงหน่อยจะดีมาก 2
“ข้าอยู่นี่ เอ้า ไยเจ้ามีสภาพอย่างนี้เล่า” เหม่ยจูเข้าไปช่วยพยุงย่าถิงที่เกาะประตูค่อย ๆก้าวเข้ามา สภาพไร้เรี่ยวแรงแตกต่างจากก่อนหน้าสิ้นเชิง “ข้าน่าจะท้องเสียกระทันหันน่ะ ขอยาหน่อย” พาย่าถิงมายังตั่งและให้เอนนั่งกึ่งนอน คลำชีพจรตรวจดูอาการชั่วครู่ “เจ้าไปกินอาหารที่ไหนมาถึงได้ท้องเสียอย่างนี้” เหม่ยจูเอ่ยพลางเดินไปต้มยาที่ห้องเล็กด้านข้าวซึ่งถูกทำไว้สำหรับทางโดยเฉพาะ พอได้ยาเสร็จก็นำมาให้ย่าเฟินดื่ม “ขอบใจหมอจู ข้าก็กินปรกตินะแล้วก็กิน...โอย มาอีกแล้ว หมอจูข้าฝากหน่อย หากมีคนมาเรียกข้าไปทำงานหมอจูช่วยไปแทนข้าทีนะ ข้าไปก่อนล่ะ” ย่าเฟินไม่รอคำตอบใด นางลากสังขารอันไร้เรี่ยวแรงก่อนหน้าไปถ่ายหนักทันที ...เฮ้อ ไปแทนน่ะไปได้ แต่ขอค่าแรงหน่อยจะดีมาก ได้แต่บ่นในใจเพราะเจ้าตัวเจ้าปัญหานั้นไปนานแล้ว เหม่ยจูยังคงนั่งรออยู่ในห้อง จนกระทั่งเวลาผ่านไปราวหนึ่งเค่อก็มีบ่าวนางหนึ่งวิ่งเข้ามาเรียกหาย่าเฟินเพื่อให้ไปทำงาน เหม่ยจูจึงต้องไปแทนตามที่คนป่วยของนางขอไว้ เหม่ยจูเดินไปรับอาหาร
last updateLast Updated : 2026-07-30
Read more
สี่ 3
เขาที่ว่าก็คือ เหม่ยจูนั่นเอง ไม่ว่าชาติก่อนหรือชาตินี้นางเคยลิ้มรสสุราเสียที่ไหนเล่า!!! นอกจะหมกมุ่นในกามารมณ์แล้ว ยังบ้าอำนาจอีกด้วย โถ ใครบอกว่านางบุญช่วยหนุนนำ นางว่าสวรรค์แกล้งนางเสียมากกว่า ในสถานะเยี่ยงบ่าวคนนึงนางหาได้มีสิทธิ์ปฏิเสธได้ไม่ เหม่ยจูในชุดเนื้อผ้าหยาบใบหน้าและตัวทาถ่านดำเดินเข้าไปยกสุราในจอกขึ้นดื่มอย่างจำใจ รสขมแสบคอไหลลงผ่านลำคอร้อนลวกจนหลับตาหยีน้ำตาเล็ด เรียกเสียงหัวเราะจากบุรุษชุดน้ำเงินได้ดียิ่ง “ข้าเรียกแม่นางสักคนสองคนให้ไหม ท่านอยู่ชายแดนมานานคงขาดแคลนมิใช่น้อยกระมัง” เหม่ยจูได้ยินดันนั้นก็รีบพยักหน้าเห็นด้วย ตอนนี้นางรู้สึกมึนหัวประหลาด จากบุรุษสองคนตรงหน้าไยมองอีกทีก็มีสี่คนได้เล่า “ไม่ต้อง! ข้าไม่ชอบกลิ่นของพวกนาง” “ประหลาดโดยแท้ ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเอกบุรุษทุกด้านอย่างท่าน สตรีทั่วเมืองหลวงต่างวาดฝันถึง ผ่านสตรีมาไม่รู้เท่าไหร่ กลับไม่ชอบกลิ่นสตรี จุ๊จุ๊” ใบหน้าเคร่งขรึมไม่มีหลุดราวคำพูดก่อนหน้าไม่เข้าหูเขาแม้แต่น้อย เหม่ยจูสะบัดหัวเผื่อว่าจะหายมึนบ้าง แต่ก็
last updateLast Updated : 2026-08-04
Read more
ห้า คุณหนูทำเป็นหรือเจ้าคะ
ห้า วันต่อมาเหม่ยจูตื่นสายกว่าทุกวัน นางตื่นประมาณยามอู่ ตื่นมาพร้อมกับอาการมึนหัวแทบแตก โดยเหม่ยจูรู้สึกตัวตอนยามอิ๋นพบว่าตัวเองเอนนอนอยู่ที่ห้องแต่งตัวของเหล่านางโลม จากคำบอกกล่าวของบ่าวผู้ที่เป็นคนนำนางออกมาจากห้องนั้นเอ่ยว่า ตอนพวกเขาไปเก็บห้องเจอเหม่ยจูนอนอยู่บนพื้นไม่ได้สติ และที่นางตื่นขึ้นมาเพราะมีบ่าวคนหนึ่งมีน้ำใจเช็ดลูบด้วยผ้าเปียกน้ำให้ตามหน้าและตัว เพราะกลัวว่าแม่นมจะเป็นห่วงเหม่ยจูจึงฝืนลากสังขารตัวเองกลับจวนมาจนได้ โดยที่แม่นมหลับไปแล้ว นางรู้สึกแค้นเคียงพ่อบุรุษขวัญใจสตรีหอซือเซียนมากที่ใช้อำนาจบังคับนางให้ดื่มสุราแทนแล้วยังปล่อยนางทิ้งไว้ในห้องอีก แต่ความโกรธเคืองทั้งหมดก็หายไปเมื่อพบว่าที่อกของตนมีก้อนเงินก้อนหนึ่งหลบอยู่! หนึ่งตำลึงทอง!! นางรวยแล้ว ความน้อยเนื้อต่ำใจ ความแค้นทั้งหมดปลิวหายเป็นปลิดทิ้ง เหม่ยจูคิดว่าเงินก้อนนี้คงเป็นบุรุษผู้นั้นให้นางเป็นของตอบแทนที่นางทำงานให้อย่างแน่นอน เอาล่ะจากที่ร่างกายอ่อนเพลียตอนนี้กลับรู้สึกกระฉับกระเฉงขึ้นมาทันใด เหม่ยจูรีบล้างหน้าล้างตาและออกมาทานข้าวกับแม่นมจื่อเหยียน
last updateLast Updated : 2026-08-06
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status