LOGINรสจูบที่เต็มไปด้วยการลงทัณฑ์และสัญชาตญาณดิบเถื่อนภายในลานจอดรถทำเอายิหวาแทบขาดใจ ลมหายใจของเธอถูกช่วงชิงไปครั้งแล้วครั้งเล่าจนสมองขาวโพลน สองมือเล็กที่เคยกำแน่นอยู่ที่สายเข็มขัดนิรภัย บัดนี้เปลี่ยนมาขยุ้มคอเสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมของคนตัวโตเพื่อยึดเหนี่ยวไม่ให้ตัวเองละลายกลายเป็นของเหลวคาเบาะรถ
“อื้อ...อื้ม...”
เสียงประท้วงอู้อี้ดังลอดออกมาจากลำคอ เมื่อหมอภัคยอมถอนริมฝีปากออกเพียงเสี้ยววินาทีเพื่อให้เธอได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ก่อนจะบดเบียดลงมาใหม่ซ้ำ ๆ ราวกับคนตะกละตะกลามที่กินเท่าไรก็ไม่รู้จักอิ่ม ปลายลิ้นร้อนชื้นตักตวงความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ สั่งสอนให้เด็กดื้อรู้ซึ้งว่าการไปแจกรอยยิ้มให้ผู้ชายคนอื่นนั้น มีราคาที่ต้องจ่ายแพงแค่ไหน
เนิ่นนานกว่าที่ซีอีโอหนุ่มจะยอมผละออก ชายหนุ่มหอบหายใจหนัก นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาวาวโรจน์ด้วยแรงอารมณ์ที่ยังพุ่งพล่าน เขาซบหน้าผากลงกับหน้าผากมนของคนที่กำลังนอนหอบฮัก หน้าอกกระเพื่อมไหวขึ้นลงอย่างน่ามอง
“นี่คือบทลงโทษสำหรับวันนี้” เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปากบวมเจ่อ “และถ้ามีครั้งหน้า ผมจะไม่หยุดแค่จูบแน่ ยิหวา”
คำขู่ที่แฝงไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าทำเอายิหวาขนลุกซู่ เธอเม้มริมฝีปากแน่น เบือนหน้าหนีสายตาที่เหมือนจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว ไม่กล้าแม้แต่จะเถียงคำใดออกมาเพราะรู้ดีว่าในพื้นที่แคบ ๆ บนรถคันนี้ เธอไม่มีทางสู้แรงราชสีห์หนุ่มได้อย่างแน่นอน
หมอภัคขยับตัวกลับไปนั่งที่ตำแหน่งคนขับ จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ก่อนจะหันมาสั่งเสียงเรียบ
“ลงมา แล้วตามผมขึ้นห้อง”
ยิหวายอมทำตามอย่างว่าง่าย เธอเดินตามแผ่นหลังกว้างเข้าลิฟต์ส่วนตัวไปด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ทั้งโกรธ ทั้งอาย แต่ลึก ๆ แล้วหัวใจกลับเต้นแรงกับความหึงหวงอย่างบ้าคลั่งของเขา
ภายในพื้นที่แคบ ๆ ของลิฟต์ที่มีเพียงเสียงการทำงานของเครื่องยนต์และเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน ยิหวายืนตัวลีบติดผนังลิฟต์ที่เป็นกระจกเงาสะท้อนภาพร่างสูงใหญ่ของหมอภัคที่ยืนอยู่ข้างหน้าเธอไม่ถึงคืบ แสงไฟสีนวลในลิฟต์ขับเน้นให้เห็นสันกรามคมชัดและใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงนิ่งสนิทภายใต้กรอบแว่นสายตา
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมกับกลิ่นมินต์สะอาด ๆ ที่ติดตัวเขามาจาง ๆ ยิ่งทำให้หัวใจของคนตัวเล็กเต้นรัวจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก ยิหวาแอบชำเลืองมองมือหนาของเขาที่กอดอกอยู่ กล้ามเนื้อท่อนแขนที่ปูดโปนจากการใช้กำลังเมื่อครู่ยังคงมีร่องรอยของอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่าน
ยิหวายอมทำตามอย่างว่าง่าย เธอเดินตามแผ่นหลังกว้างเข้าลิฟต์ส่วนตัวไปด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ทั้งโกรธ ทั้งอาย แต่ลึก ๆ แล้วหัวใจกลับเต้นแรงกับความหึงหวงอย่างบ้าคลั่งของเขา
ภายในพื้นที่แคบ ๆ ของลิฟต์ที่มีเพียงเสียงการทำงานของเครื่องยนต์และเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน ยิหวายืนตัวลีบติดผนังลิฟต์ที่เป็นกระจกเงาสะท้อนภาพร่างสูงใหญ่ของหมอภัคที่ยืนอยู่ข้างหน้าเธอไม่ถึงคืบ แสงไฟสีนวลในลิฟต์ขับเน้นให้เห็นสันกรามคมชัดและใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงนิ่งสนิทภายใต้กรอบแว่นสายตา
เมื่อครู่ที่หน้าตึกคณะ เขาเพิ่งจะบอกรุ่นพี่ภาคย์และคนนับร้อยไปว่าเธอคือ ‘คนของเขา’
“อี๋...อะไรคือ ‘คนของผม’ ขนลุกชะมัด!”
ยิหวาพึมพำเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน พร้อมกับทำท่าบรื๋อออ สั่นไหล่ไปมาเหมือนโดนของขยะแขยง
“ตาลุงนั่นคิดว่าตัวเองเป็นประธานบริษัทในซีรีส์หรือไง พูดออกมาได้ หน้าไม่อาย”
เธอยกมือขึ้นถูต้นแขนตัวเองพลางทำหน้ายู่เหมือนจะอ้วกใส่ความน้ำเน่าที่เขาเพิ่งทำลงไป แต่ในขณะที่ปากกำลังบ่นขมุบขมิบ นัยน์ตากลมโตกลับสั่นไหวและมีประกายบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ มุมปากอิ่มแอบกระตุกยิ้มเล็กน้อยเมื่อนึกถึงวินาทีที่เขาก้าวเข้ามาขวางรุ่นพี่ภาคย์ และประกาศอาณาเขตต่อหน้าทุกคนอย่างไร้ความลังเล
ติ๊ง!
เสียงลิฟต์เปิดออกเมื่อถึงชั้นเพนต์เฮาส์ หมอภัคเดินนำลิ่วเข้าไปในห้องโดยไม่หันมามอง ยิหวารีบก้าวตามเข้าไปก่อนจะรีบปลีกตัวเดินตรงไปยังห้องนอนแขกของตัวเองทันที
“เดี๋ยวยิหวา”
เท้าที่กำลังจะก้าวข้ามธรณีประตูชะงักกึก เธอหันกลับไปมองคนตัวโตที่ยืนอยู่กลางห้องนั่งเล่น เขากำลังปลดกระดุมข้อมือออกช้า ๆ สายตาคมกริบมองมาที่เธอด้วยความหมายบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเริ่มร้อนระอุขึ้นมาอีกครั้ง
“คืนนี้อย่าล็อกประตูห้องนะ เผื่อมีอะไรฉุกเฉิน”
“ฉุกเฉินบ้าอะไรเล่า ลุงนั่นแหละตัวอันตรายที่สุด” ยิหวาแหวเข้าให้ ก่อนจะรีบปิดประตูห้องนอนดังปัง แล้วกดล็อกทันทีตามสัญชาตญาณ
ทันทีที่แผ่นหลังบางพิงเข้ากับบานประตูที่ปิดสนิท ยิหวาก็ทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ กับพื้น มือบางยกขึ้นกุมพวงแก้มที่ร้อนผ่าวราวกับจะระเบิด รอยยิ้มกว้างที่พยายามกักเก็บเอาไว้ตั้งแต่ในลิฟต์บัดนี้ผุดขึ้นเต็มใบหน้าหวานจิ้มลิ้ม
“ฮื้อออ...ทำไมต้องหล่อขนาดนั้นด้วยนะไอ้ตาลุงหน้าเลือด”
เธอพึมพำกับตัวเองอย่างคนเสียสติ ท่าทางขยะแขยงที่ทำเมื่อกี้หายไปปลิดทิ้ง เหลือเพียงเด็กสาวที่กำลังใจสั่นเพราะความคลั่งรักของผู้ใหญ่ใจร้าย ยิหวายกมือขึ้นทาบอก สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
แต่ความฟินก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อความกังวลเริ่มจู่โจม สัญญาห้าแสน รอยจูบเมื่อวันก่อน และเหตุการณ์หึงหวงบ้าคลั่งที่หน้าคณะเมื่อครู่ ทุกอย่างมันผสมปนเปจนเธอเริ่มสับสนว่าสถานะระหว่างเธอกับเขาตอนนี้มันคืออะไรกันแน่
“สับสนชะมัดเลยโว้ยยย!”
ยิหวาทิ้งตัวลงนอนดิ้นเร่า ๆ บนเตียง พยายามจะสลัดภาพคุณหมอขี้หึงออกไปจากหัว แต่ดูเหมือนยิ่งพยายามเท่าไร ใบหน้าคมคายและรสจูบดุดันในรถก็ยิ่งชัดเจนขึ้นทุกที
โดยที่ไม่รู้เลยว่าอีกฟากหนึ่งของกำแพงห้อง หมอภัคกำลังยืนพิงประตูห้องนอนของตัวเองอยู่เช่นกัน เขาลูบริมฝีปากตัวเองเบา ๆ พลางนึกถึงรสหวานที่เพิ่งปล้นชิงมาจากเด็กดื้อในลานจอดรถ แววตาคมดุค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความโหยหา
อาณาเขตของราชสีห์ถูกวางไว้แล้ว และเขาจะไม่ยอมให้เหยื่อตัวน้อยหลุดมือไปได้อีกเป็นอันขาด
************************************
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมากระทบผืนน้ำทะเลสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ของหมู่เกาะมัลดีฟส์ เสียงคลื่นลูกเล็ก ๆ กระทบเสาไม้ของวิลลากลางน้ำสุดหรูดังก้องเป็นจังหวะ บรรยากาศแสนโรแมนติกที่คู่ฮันนีมูนทั่วโลกใฝ่ฝัน ทว่าภายในห้องนอนกว้างขวางบนเตียงคิงไซส์หนานุ่มกลับเหลือเพียงความว่างเปล่าใต้ผ้าห่ม หมอภัคค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกงัวเงีย แขนแกร่งวาดออกไปควานหาความนุ่มนิ่มของภรรยาตัวน้อยที่เพิ่งสวมแหวนแต่งงานกันไปหมาด ๆ แต่กลับพบเพียงรอยยับย่นและอุณหภูมิอุ่น ๆ ที่หลงเหลืออยู่ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ท่านประธานบริรักษ์กรุ๊ปผุดลุกขึ้นนั่ง สวมชุดคลุมอาบน้ำสีเข้มทับร่างเปลือยเปล่าท่อนบนที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนบาง ๆ จากสมรภูมิรักเมื่อคืน เขาก้าวเดินออกจากห้องนอน มุ่งหน้าไปยังระเบียงไม้กว้างด้านนอกที่ยื่นออกไปเหนือผืนน้ำทะเล แล้วภาพตรงหน้าก็ทำเอาหมอภัคถึงกับหลุดหัวเราะออ
แสงไฟแชนเดอเลียร์ในห้องแกรนด์บอลรูมถูกหรี่ลงจนสลัว ถูกแทนที่ด้วยแสงเลเซอร์สีสันสดใสและบีตดนตรีอีดีเอ็มจังหวะสนุกสนานจากดีเจชื่อดังที่ถูกจ้างมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ บรรยากาศความหรูหราแบบผู้ดีเก่าในช่วงพิธีการ ถูกเปลี่ยนเป็นฟลอร์เต้นรำสุดเหวี่ยงสำหรับช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ เสียงเป่าปากและเสียงเชียร์ดังกึกก้อง เมื่อนายหญิงบริรักษ์ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในชุดที่เรียกเสียงฮือฮาไปทั่วทั้งงาน ยิหวาสลัดคราบกระสอบข้าวสารฝังเพชรทิ้งไปจนหมดสิ้น หญิงสาวก้าวเข้ามาในชุดมินิเดรสสีขาวมุกที่ตัดเย็บด้วยฝีมือตัวเอง ท่อนบนเป็นคอร์เซ็ตเข้ารูปอวดทรวดทรงองค์เอวชัดเจน แต่ที่เด็ดที่สุดคือดีไซน์โชว์แผ่นหลังขาวเนียนลึกไปจนถึงบั้นเอวคอด ชายกระโปรงสั้นเหนือเข่าประดับด้วยขนนกกระจอกเทศพลิ้วไหวไปตามจังหวะการก้าวเดิน ดูเปรี้ยวซ่า ทะมัดทะแมง และเซ็กซี่จนหนุ่ม ๆ ในงานแทบจะเหลียวหลัง “ว้าว
คืนก่อนวันวิวาห์แห่งปี ภายในเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุดใจกลางเมือง ยิหวาในชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยว นั่งขัดสมาธิอยู่บนพรมหน้าเตียงคิงไซส์ รอบตัวเต็มไปด้วยกระเป๋าเดินทางใบโตสองใบที่เปิดอ้าซ่า หญิงสาวกำลังง่วนอยู่กับการจัดกระเป๋าสำหรับทริปฮันนีมูนที่มัลดีฟส์ “ครีมกันแดด แว่นตา อ้อ! ลืมไม่ได้เด็ดขาด” ยิหวาพึมพำ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบฮาร์ดแวร์วอลเล็ตหรือแฟลชไดร์ฟเก็บคริปโตเคอร์เรนซีสุดหวงแหน ใส่ลงในช่องซิปลับของกระเป๋าสะพายอย่างระมัดระวัง “ไปฮันนีมูนที่เกาะส่วนตัว ยังจะพกกระเป๋าตังค์ดิจิทัลไปอีกเหรอ” เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของหมอภัคที่เพิ่งก้าวออกมาจากห้องน้ำ เขาทรุดตัวลงนั่งซ้อนด้านหลังภรรยาตัวน้อย วาดวงแขนแกร่งโอบรัดเอวคอดเอาไว้หลวม ๆ “ต้องพกสิคะ เผื่อตลาดมันแดงเดือดตอนเรากำลั
ณ ห้องรับรองสุดหรูภายในคฤหาสน์บริรักษ์บรรยากาศในห้องตอนนี้ไม่ได้ตึงเครียดด้วยรังสีอำมหิต แต่มันเต็มไปด้วยรังสีความกดดันแบบแปลก ๆ เมื่อคุณหญิงปิ่นแก้วนั่งกอดอก หน้ามุ่ยอยู่บนโซฟาหลุยส์ตัวโต โดยมีลูกชายและว่าที่ลูกสะใภ้นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม บนโต๊ะกระจกตรงกลาง มีแฟ้มพรีเซนเทชันงานแต่งงานสองแบบวางคู่กัน แบบแรกคือป่าหิมพานต์สุดอลังการดาวล้านดวงของออร์แกไนเซอร์ และแบบที่สองคือมินิมอลลักชัวรีที่ยิหวาแอบไปสั่งแก้มาใหม่ “ตาภัค ยิหวา พวกเธอจะบ้าหรือไง!” คุณหญิงปิ่นแก้วเปิดฉากด้วยน้ำเสียงปรี๊ดปร๊าด “งานแต่งงานของประธานบริรักษ์กรุ๊ป ทายาทหมื่นล้านนะ ไม่ใช่งานผูกข้อมือใต้ต้นมะขาม จะให้จัดงานมินิมอล ดอกไม้เรียบ ๆ ไม่มีเค้กสูงสิบสองเมตร ไม่มีเฮลิคอปเตอร์โปรยดอกกุหลาบได้ยังไง ขืนจัดเล็ก ๆ แบบนี้
หนึ่งสัปดาห์ก่อนวันวิวาห์แห่งปี... บรรยากาศภายในบริรักษ์ เวลเนส แอนด์ สปา สาขาทองหล่อ เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ พนักงานทุกคนทำงานกันอย่างกระฉับกระเฉง รอยยิ้มที่มอบให้ลูกค้าไม่ใช่รอยยิ้มที่ถูกบังคับด้วยกฎเกณฑ์ แต่เป็นรอยยิ้มที่มาจากความสุขจริง ๆ เพราะตั้งแต่ยิหวาเข้ามาบริหารและปรับโครงสร้างสวัสดิการใหม่ ล้างบางระบบทุจริต และตั้งโบนัสตามผลงานอย่างยุติธรรม ทำให้ทุกคนรู้สึกรักและพร้อมถวายหัวให้ว่าที่นายหญิงคนนี้จากใจ ภายในห้องทำงานผู้จัดการที่กรุกระจกใสรอบด้าน ยิหวานั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ในมือไม่ได้ถือแฟ้มสรุปยอดขายของคลินิก แต่กำลังถือไอแพดและขะมักเขม้นอยู่กับการเช็กพอร์ตการลงทุนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี นัยน์ตากลมโตจ้องกราฟสีเขียวสีแดงที่กำลังวิ่งขึ้นลงด้วยความจริงจัง ราวกับกำลังผ่าตัดคนไข้ “อืม... จังหวะนี้แหละ ย่อมาแตะแนวรับพอดี ต้องถัวเพ
เวลาตีสี่ครึ่ง ในขณะที่คนทั้งกรุงเทพมหานครยังคงหลับสนิทอยู่ใต้ผ้าห่มอันอบอุ่น แต่ไฟในเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุดกลับสว่างโร่ พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เดินขวักไขว่ไปมาของทีมงานช่างหน้าช่างผมระดับท็อปของประเทศ ที่ถูกจ้างมาเนรมิตความงามให้กับว่าที่เจ้าสาวแห่งบริรักษ์กรุ๊ป ยิหวาถูกปลุกขึ้นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง หญิงสาวนั่งสัปหงกอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัว ปล่อยให้ช่างผมม้วนลอนและช่างแต่งหน้าลงรองพื้นไปตามระเบียบ วันนี้คือวันถ่ายพรีเวดดิ้งที่หมอภัคจัดการเคลียร์คิวงานของตัวเองและเธอ เพื่อถ่ายทำเซ็ตภาพประวัติศาสตร์ที่จะนำไปใช้ในงานฉลองมงคลสมรสเดือนหน้า “โอ๊ยยย สวยมากค่าคุณยิหวา ผิวละเอียดจนช่างแทบไม่ต้องลงคอนซีลเลอร์เลยนะคะเนี่ย ออร่าเจ้าสาวจับสุด ๆ” ช่างแต่งหน้าชื่อดังเอ่ยชมเปาะ พลางปัดบลัชออนสีพีชลงบนพวงแก้มใส ยิหวาปรือตาขึ้นมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก ก่อนจะลอบถอนหายใจ “สวยก็สวยอยู่หรอกค่ะพี่ช่าง แต่ทำไมเราต้องตื่นมาแต่งหน้ากันตั้งแต่ตีสี่ด้วยล่ะคะ ถ่ายรูปในสตูดิโอไม่ใช่เหรอ ไม่ได้ไปรอแสงเช้าที่ยอดดอยซะหน่อย” “แหม คุณยิ
วันรุ่งขึ้น ยิหวาพยายามหลบหน้าหมอภัคทั้งวัน เธอรีบตื่นตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อออกไปเรียน และเมื่อถึงช่วงบ่ายที่ต้องเข้าเวรพาร์ทไทม์ที่เดอะ บริรักษ์ คลินิก เธอก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่หลังเคาน์เตอร์ ไม่ยอมสบตาหรือพูดคุ
“ขุ่นพระ...” เจไดยกมือขึ้นทาบอก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตะลึงลาน “งานพรีเมียม งานนำเข้า งานแด๊ดดี้ที่แท้ทรู นังหวาผัวแกหล่อวัวตายควายล้มมากกกกกก” ยิหวาเบิกตากว้างจนแทบจะถลน หัวใจดวงน้อยร่ว
“ย... ยุงกัด! ยุงที่คอนโดตาลุงนั่นตัวเท่าควายเลยเจ้าขา เจได กัดทีเป็นรอยเบ้อเริ่ม” ยิหวารีบปัดมือเพื่อนออกแล้วรีบติดกระดุมเสื้อคาร์ดิแกนขึ้
ไอเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องนอนแขกของเพนต์เฮาส์สุดหรู ไม่ได้ช่วยลดทอนความร้อนรุ่มในใจของร่างเล็กที่กำลังขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาได้เลยแม้แต่น้อย&nbs