LOGIN“ขุ่นพระ...” เจไดยกมือขึ้นทาบอก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตะลึงลาน “งานพรีเมียม งานนำเข้า งานแด๊ดดี้ที่แท้ทรู นังหวาผัวแกหล่อวัวตายควายล้มมากกกกกก”
ยิหวาเบิกตากว้างจนแทบจะถลน หัวใจดวงน้อยร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“ซ...ซวยแล้ว”
หมอภัคก้าวเดินเข้ามาด้วยจังหวะที่มั่นคงและหนักแน่น ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยความคุกคามจนอากาศโดยรอบตัวลดอุณหภูมิลงอย่างรวดเร็ว เขาเดินตรงดิ่งมาหยุดอยู่ที่หน้าโต๊ะหินอ่อน นัยน์ตาหลังเลนส์แว่นตวัดมองรุ่นพี่ภาคย์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่เหยียดหยามและเย็นชาจนอีกฝ่ายถึงกับเผลอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว
“อุ๊ย...คุณหมอภัค สวัสดีค่ะ” เจ้าขารีบยกมือไหว้เพื่อนของคุณอาด้วยความตกใจและเกรงใจ
“สวัสดีค่าคุณหมอ” เจไดรีบยกมือไหว้อย่างมีจริตจะก้าน ส่งยิ้มหวานหยดย้อยไปให้คนตัวโต
หมอภัคพยักหน้ารับไหว้เจ้าขาและเจไดเพียงเล็กน้อย ก่อนจะหันมามอง ‘ยัยเด็กดื้อ’ ที่นั่งหน้าซีดเผือดอยู่บนม้านั่ง
“หนีออกมาแต่เช้า แถมยังทิ้งโน้ตไว้ด้วยลายมือเขี่ย ๆ” เสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ทว่ากลับแฝงไปด้วยความกดดันมหาศาล “รู้ไหมว่าผู้จัดการส่วนตัวที่ละทิ้งหน้าที่และแอบมานั่งส่งยิ้มให้ผู้ชายคนอื่นแบบนี้ ต้องโดนลงโทษยังไง ยิหวา”
“หนู...หนูมาเรียนนะคุณหมอ! ไม่ได้หนีเที่ยวสักหน่อย แล้วหนูก็ไม่ได้ส่งยิ้มให้ใครด้วย!” ยิหวาเถียงกลับเสียงแข็ง พยายามกู้หน้าและรักษาฟอร์มความห้าวเป้งของตัวเองเอาไว้ต่อหน้าเพื่อนและรุ่นพี่
“เรียนเสร็จแล้วใช่ไหม”
หมอภัคไม่สนใจคำแก้ตัว เขาเอื้อมมือหนาไปคว้าข้อมือเล็กของยิหวาแล้วออกแรงกระตุกเพียงนิด ร่างบางก็ลอยหวือขึ้นมายืนเผชิญหน้ากับเขาทันที
“เดี๋ยวครับคุณ” รุ่นพี่ภาคย์ที่เพิ่งเรียกสติกลับคืนมาได้ เอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ “คุณเป็นใครครับ ถึงได้มาดึงแขนยิหวาแบบนี้ แล้วยิหวาก็กำลังคุยกับผมอยู่ด้วย”
หมอภัคหันขวับไปมองเด็กหนุ่มรุ่นน้องด้วยหางตา ริมฝีปากหยักลึกกระตุกยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก
“ผมเป็นใคร ไม่จำเป็นต้องอธิบายให้เด็กอย่างคุณฟัง” หมอหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจ ก่อนจะปรายตามองช่อดอกกุหลาบสีขาวในมือของภาคย์ “แต่ขอบใจนะที่ช่วยดูแล ‘คนของผม’ ในระหว่างที่ผมไม่อยู่ แต่ดอกไม้นี่คงไม่จำเป็น เพราะยิหวาเขาแพ้เกสรดอกไม้ราคาถูก”
พูดจบ หมอภัคก็หันกลับมาประจันหน้ากับยิหวา แขนแกร่งตวัดรวบเอวคอดของหญิงสาวเข้ามากระแทกกับแผงอกกว้างอย่างรุนแรงเพื่อประกาศอาณาเขต ยิหวาหลุดเสียงอุทาน สองมือรีบยกขึ้นดันอกเขาไว้ด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปถึงลำคอเมื่อตกเป็นเป้าสายตาของคนนับร้อย
“คุณหมอ! ปล่อยนะ อายคนอื่นเขา!” ยิหวากระซิบเสียงลอดไรฟัน พยายามขืนตัวออกแต่อ้อมแขนของเขากลับรัดแน่นราวกับคีมเหล็ก
“อายทำไม ทีเมื่อคืนตอนที่เราจูบกันที่โซฟา ไม่เห็นคุณจะบอกว่าอายเลยนี่”
ประโยคที่จงใจพูดด้วยระดับเสียงที่ดังพอให้คนรอบข้างได้ยิน ทำเอาเจ้าขาที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ถึงกับตาโตเท่าไข่ห่าน ยกมือขึ้นทาบอกด้วยความตกตะลึง ส่วนเจไดแทบจะกรี๊ดออกมาดัง ๆ ด้วยความฟิน
ส่วนรุ่นพี่ภาคย์หน้าซีดเผือดราวกับไก่ต้ม มองหน้ายิหวาสลับกับชายหนุ่มร่างสูงด้วยความช็อกก่อนจะรีบหมุนตัวเดินหนีออกไปจากบริเวณนั้นทันทีเพราะทนรับความอับอายและรังสีคุกคามไม่ไหว
“ตาลุงบ้า! คนผีทะเล! พูดอะไรออกมาเนี่ย!” ยิหวาแหวเข้าให้ กำปั้นเล็ก ๆ ทุบลงบนอกแกร่งดังอั้กด้วยความโกรธปนอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
“ด่าไปเถอะยิหวา ด่าให้พอ”
หมอภัคก้มหน้าลงมากระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังสั่นระริก นัยน์ตาคมดุภายใต้แว่นสายตาวาวโรจน์ด้วยความหึงหวงที่ปิดบังไม่มิด
“เพราะเย็นนี้ ผมจะกวนคุณ ให้หนักกว่าบทลงโทษเมื่อคืนอีก กลับบ้าน!”
ไม่เปิดโอกาสให้ยัยเด็กพยศได้ประท้วงใด ๆ อีก หมอภัคจัดการกึ่งลากกึ่งจูงยิหวาเดินตรงไปยังรถซูเปอร์คาร์คันหรูที่จอดรออยู่ทันที เขายัดร่างเล็กเข้าไปในฝั่งผู้โดยสาร ปิดประตูดังปัง ก่อนจะเดินอ้อมมาฝั่งคนขับแล้วกระชากรถออกตัวไปด้วยความเร็วสูง ทิ้งให้เหล่านักศึกษาคณะบริหารธุรกิจยืนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก และทิ้งให้เจ้าขากับเจไดนั่งอมยิ้มกริ่มกับความคลั่งรักของคุณหมอหนุ่ม
*************************************
ภายในห้องโดยสารที่ตกแต่งด้วยเบาะหนังสีแดงเข้ม บรรยากาศเงียบกริบและเย็นยะเยือกยิ่งกว่าขั้วโลกเหนือ ยิหวานั่งตัวลีบติดประตูรถ สองมือกำสายเข็มขัดนิรภัยแน่น สายตาเอาแต่เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่กล้าหันไปสบตากับคนที่กำลังจับพวงมาลัยด้วยมือเดียว
รังสีความโกรธและหวงแหนที่แผ่ออกมาจากตัวของหมอภัคชัดเจนจนจับต้องได้ เขาขับรถด้วยความเร็วที่เกินกว่ากฎหมายกำหนดเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบตึง สันกรามถูกขบเข้าหากันแน่นจนเป็นนูน
“ทำไมทีอยู่กับผมล่ะปากเก่งจัง ทีอยู่กับไอ้เด็กเมื่อวานซืนนั่น ทำไมไม่ปฏิเสธมันไปตรง ๆ” เสียงทุ้มแหบพร่าทำลายความเงียบขึ้นมาในที่สุด
“หนูกำลังจะปฏิเสธอยู่แล้ว คุณหมอนั่นแหละที่พุ่งเข้ามาทำตัวเป็นอันธพาลก่อน” ยิหวาหันขวับไปเถียง “แถมยังมาพูดจาบ้าบอต่อหน้าเพื่อนหนูอีก ทีนี้คนทั้งคณะก็เข้าใจผิดกันหมดแล้วว่าหนูกับลุง...เอ้ย คุณหมอ เป็นอะไรกัน”
“เข้าใจผิด?”
หมอภัคหักพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าจอดในลานจอดรถวีไอพีใต้ตึกเพนต์เฮาส์อย่างรุนแรงจนยางเสียดสีกับพื้นลั่นเอี๊ยด เขาดับเครื่องยนต์ ปลดเข็มขัดนิรภัยของตัวเองออก แล้วหันมาเผชิญหน้ากับแม่ตัวดี
“คุณคิดว่าที่ผมจูบคุณเมื่อคืน ผมทำไปเพราะล้อเล่น หรือทำไปเพื่อให้คนอื่นเข้าใจผิดอย่างนั้นเหรอ ยิหวา”
ยิหวาเบิกตากว้างเมื่อร่างสูงใหญ่โถมตัวข้ามคอนโซลกลางเข้ามาหา มือหนาข้างหนึ่งยันกระจกหน้าต่างรถเอาไว้ ส่วนอีกข้างค้ำอยู่ที่พนักพิงเบาะของเธอ กักขังร่างเล็กในชุดนักศึกษาที่ถูกสวมทับด้วยเสื้อคาร์ดิแกนให้จมมิดลงไปกับเบาะหนังสีแดงอย่างไร้ทางหนี
“หนู...หนู...”
คนปากแจ๋วเริ่มติดอ่าง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับนัยน์ตาคมดุที่แฝงไปด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกลิ่นมินต์ที่คุ้นเคยลอยมาปะทะจมูกจนสติเริ่มพร่าเบลอ
“ผมเคยบอกแล้วใช่ไหม ว่าอย่าส่งยิ้มให้ผู้ชายคนไหนอีก”
หมอภัคกระซิบชิดใบหู ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ที่พวงแก้มใสที่ร้อนฉ่า มือหนาเอื้อมไปปลดกระดุมเสื้อคาร์ดิแกนของเธอออกอย่างชำนาญ เผยให้เห็นกระดุมคอเสื้อนักศึกษาที่ติดไว้จนมิดชิด
“ใส่เสื้อซะมิดชิดเพื่อปิดรอย แต่กลับไปทำตัวน่ารักให้ผู้ชายคนอื่นดูเนี่ยนะ ในเมื่อพูดด้วยดี ๆ แล้วไม่ฟัง สงสัยผมคงต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อตอกย้ำให้คุณจำใส่สมองสักที ว่าอาณาเขตของราชสีห์อย่างผม ใครก็ห้ามล้ำเส้น”
ประโยคสุดท้ายจบลงพร้อมกับริมฝีปากหยักลึกที่โฉบลงมาครอบครองกลีบปากสีระเรื่ออย่างรวดเร็วและดุดัน ไม่หลงเหลือความอ่อนโยนแบบเมื่อคืน มีเพียงความหิวโหยและสัญชาตญาณดิบเถื่อนของผู้ชายที่กำลังถูกความหึงหวงครอบงำอย่างสมบูรณ์แบบ
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมากระทบผืนน้ำทะเลสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ของหมู่เกาะมัลดีฟส์ เสียงคลื่นลูกเล็ก ๆ กระทบเสาไม้ของวิลลากลางน้ำสุดหรูดังก้องเป็นจังหวะ บรรยากาศแสนโรแมนติกที่คู่ฮันนีมูนทั่วโลกใฝ่ฝัน ทว่าภายในห้องนอนกว้างขวางบนเตียงคิงไซส์หนานุ่มกลับเหลือเพียงความว่างเปล่าใต้ผ้าห่ม หมอภัคค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกงัวเงีย แขนแกร่งวาดออกไปควานหาความนุ่มนิ่มของภรรยาตัวน้อยที่เพิ่งสวมแหวนแต่งงานกันไปหมาด ๆ แต่กลับพบเพียงรอยยับย่นและอุณหภูมิอุ่น ๆ ที่หลงเหลืออยู่ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ท่านประธานบริรักษ์กรุ๊ปผุดลุกขึ้นนั่ง สวมชุดคลุมอาบน้ำสีเข้มทับร่างเปลือยเปล่าท่อนบนที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนบาง ๆ จากสมรภูมิรักเมื่อคืน เขาก้าวเดินออกจากห้องนอน มุ่งหน้าไปยังระเบียงไม้กว้างด้านนอกที่ยื่นออกไปเหนือผืนน้ำทะเล แล้วภาพตรงหน้าก็ทำเอาหมอภัคถึงกับหลุดหัวเราะออ
แสงไฟแชนเดอเลียร์ในห้องแกรนด์บอลรูมถูกหรี่ลงจนสลัว ถูกแทนที่ด้วยแสงเลเซอร์สีสันสดใสและบีตดนตรีอีดีเอ็มจังหวะสนุกสนานจากดีเจชื่อดังที่ถูกจ้างมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ บรรยากาศความหรูหราแบบผู้ดีเก่าในช่วงพิธีการ ถูกเปลี่ยนเป็นฟลอร์เต้นรำสุดเหวี่ยงสำหรับช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ เสียงเป่าปากและเสียงเชียร์ดังกึกก้อง เมื่อนายหญิงบริรักษ์ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในชุดที่เรียกเสียงฮือฮาไปทั่วทั้งงาน ยิหวาสลัดคราบกระสอบข้าวสารฝังเพชรทิ้งไปจนหมดสิ้น หญิงสาวก้าวเข้ามาในชุดมินิเดรสสีขาวมุกที่ตัดเย็บด้วยฝีมือตัวเอง ท่อนบนเป็นคอร์เซ็ตเข้ารูปอวดทรวดทรงองค์เอวชัดเจน แต่ที่เด็ดที่สุดคือดีไซน์โชว์แผ่นหลังขาวเนียนลึกไปจนถึงบั้นเอวคอด ชายกระโปรงสั้นเหนือเข่าประดับด้วยขนนกกระจอกเทศพลิ้วไหวไปตามจังหวะการก้าวเดิน ดูเปรี้ยวซ่า ทะมัดทะแมง และเซ็กซี่จนหนุ่ม ๆ ในงานแทบจะเหลียวหลัง “ว้าว
คืนก่อนวันวิวาห์แห่งปี ภายในเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุดใจกลางเมือง ยิหวาในชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยว นั่งขัดสมาธิอยู่บนพรมหน้าเตียงคิงไซส์ รอบตัวเต็มไปด้วยกระเป๋าเดินทางใบโตสองใบที่เปิดอ้าซ่า หญิงสาวกำลังง่วนอยู่กับการจัดกระเป๋าสำหรับทริปฮันนีมูนที่มัลดีฟส์ “ครีมกันแดด แว่นตา อ้อ! ลืมไม่ได้เด็ดขาด” ยิหวาพึมพำ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบฮาร์ดแวร์วอลเล็ตหรือแฟลชไดร์ฟเก็บคริปโตเคอร์เรนซีสุดหวงแหน ใส่ลงในช่องซิปลับของกระเป๋าสะพายอย่างระมัดระวัง “ไปฮันนีมูนที่เกาะส่วนตัว ยังจะพกกระเป๋าตังค์ดิจิทัลไปอีกเหรอ” เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของหมอภัคที่เพิ่งก้าวออกมาจากห้องน้ำ เขาทรุดตัวลงนั่งซ้อนด้านหลังภรรยาตัวน้อย วาดวงแขนแกร่งโอบรัดเอวคอดเอาไว้หลวม ๆ “ต้องพกสิคะ เผื่อตลาดมันแดงเดือดตอนเรากำลั
ณ ห้องรับรองสุดหรูภายในคฤหาสน์บริรักษ์บรรยากาศในห้องตอนนี้ไม่ได้ตึงเครียดด้วยรังสีอำมหิต แต่มันเต็มไปด้วยรังสีความกดดันแบบแปลก ๆ เมื่อคุณหญิงปิ่นแก้วนั่งกอดอก หน้ามุ่ยอยู่บนโซฟาหลุยส์ตัวโต โดยมีลูกชายและว่าที่ลูกสะใภ้นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม บนโต๊ะกระจกตรงกลาง มีแฟ้มพรีเซนเทชันงานแต่งงานสองแบบวางคู่กัน แบบแรกคือป่าหิมพานต์สุดอลังการดาวล้านดวงของออร์แกไนเซอร์ และแบบที่สองคือมินิมอลลักชัวรีที่ยิหวาแอบไปสั่งแก้มาใหม่ “ตาภัค ยิหวา พวกเธอจะบ้าหรือไง!” คุณหญิงปิ่นแก้วเปิดฉากด้วยน้ำเสียงปรี๊ดปร๊าด “งานแต่งงานของประธานบริรักษ์กรุ๊ป ทายาทหมื่นล้านนะ ไม่ใช่งานผูกข้อมือใต้ต้นมะขาม จะให้จัดงานมินิมอล ดอกไม้เรียบ ๆ ไม่มีเค้กสูงสิบสองเมตร ไม่มีเฮลิคอปเตอร์โปรยดอกกุหลาบได้ยังไง ขืนจัดเล็ก ๆ แบบนี้
หนึ่งสัปดาห์ก่อนวันวิวาห์แห่งปี... บรรยากาศภายในบริรักษ์ เวลเนส แอนด์ สปา สาขาทองหล่อ เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ พนักงานทุกคนทำงานกันอย่างกระฉับกระเฉง รอยยิ้มที่มอบให้ลูกค้าไม่ใช่รอยยิ้มที่ถูกบังคับด้วยกฎเกณฑ์ แต่เป็นรอยยิ้มที่มาจากความสุขจริง ๆ เพราะตั้งแต่ยิหวาเข้ามาบริหารและปรับโครงสร้างสวัสดิการใหม่ ล้างบางระบบทุจริต และตั้งโบนัสตามผลงานอย่างยุติธรรม ทำให้ทุกคนรู้สึกรักและพร้อมถวายหัวให้ว่าที่นายหญิงคนนี้จากใจ ภายในห้องทำงานผู้จัดการที่กรุกระจกใสรอบด้าน ยิหวานั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ในมือไม่ได้ถือแฟ้มสรุปยอดขายของคลินิก แต่กำลังถือไอแพดและขะมักเขม้นอยู่กับการเช็กพอร์ตการลงทุนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี นัยน์ตากลมโตจ้องกราฟสีเขียวสีแดงที่กำลังวิ่งขึ้นลงด้วยความจริงจัง ราวกับกำลังผ่าตัดคนไข้ “อืม... จังหวะนี้แหละ ย่อมาแตะแนวรับพอดี ต้องถัวเพ
เวลาตีสี่ครึ่ง ในขณะที่คนทั้งกรุงเทพมหานครยังคงหลับสนิทอยู่ใต้ผ้าห่มอันอบอุ่น แต่ไฟในเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุดกลับสว่างโร่ พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เดินขวักไขว่ไปมาของทีมงานช่างหน้าช่างผมระดับท็อปของประเทศ ที่ถูกจ้างมาเนรมิตความงามให้กับว่าที่เจ้าสาวแห่งบริรักษ์กรุ๊ป ยิหวาถูกปลุกขึ้นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง หญิงสาวนั่งสัปหงกอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัว ปล่อยให้ช่างผมม้วนลอนและช่างแต่งหน้าลงรองพื้นไปตามระเบียบ วันนี้คือวันถ่ายพรีเวดดิ้งที่หมอภัคจัดการเคลียร์คิวงานของตัวเองและเธอ เพื่อถ่ายทำเซ็ตภาพประวัติศาสตร์ที่จะนำไปใช้ในงานฉลองมงคลสมรสเดือนหน้า “โอ๊ยยย สวยมากค่าคุณยิหวา ผิวละเอียดจนช่างแทบไม่ต้องลงคอนซีลเลอร์เลยนะคะเนี่ย ออร่าเจ้าสาวจับสุด ๆ” ช่างแต่งหน้าชื่อดังเอ่ยชมเปาะ พลางปัดบลัชออนสีพีชลงบนพวงแก้มใส ยิหวาปรือตาขึ้นมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก ก่อนจะลอบถอนหายใจ “สวยก็สวยอยู่หรอกค่ะพี่ช่าง แต่ทำไมเราต้องตื่นมาแต่งหน้ากันตั้งแต่ตีสี่ด้วยล่ะคะ ถ่ายรูปในสตูดิโอไม่ใช่เหรอ ไม่ได้ไปรอแสงเช้าที่ยอดดอยซะหน่อย” “แหม คุณยิ
วันรุ่งขึ้น ยิหวาพยายามหลบหน้าหมอภัคทั้งวัน เธอรีบตื่นตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อออกไปเรียน และเมื่อถึงช่วงบ่ายที่ต้องเข้าเวรพาร์ทไทม์ที่เดอะ บริรักษ์ คลินิก เธอก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่หลังเคาน์เตอร์ ไม่ยอมสบตาหรือพูดคุ
รสจูบที่เต็มไปด้วยการลงทัณฑ์และสัญชาตญาณดิบเถื่อนภายในลานจอดรถทำเอายิหวาแทบขาดใจ ลมหายใจของเธอถูกช่วงชิงไปครั้งแล้วครั้งเล่าจนสมองขาวโพลน สองมือเล็กที่เคยกำแน่นอยู่ที่สายเข็มขัดนิรภัย บัดนี้เปลี่ยนมาขยุ้มคอเสื้อเชิ้ตแ
“ย... ยุงกัด! ยุงที่คอนโดตาลุงนั่นตัวเท่าควายเลยเจ้าขา เจได กัดทีเป็นรอยเบ้อเริ่ม” ยิหวารีบปัดมือเพื่อนออกแล้วรีบติดกระดุมเสื้อคาร์ดิแกนขึ้
ไอเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องนอนแขกของเพนต์เฮาส์สุดหรู ไม่ได้ช่วยลดทอนความร้อนรุ่มในใจของร่างเล็กที่กำลังขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาได้เลยแม้แต่น้อย&nbs







