LOGINวันรุ่งขึ้น ยิหวาพยายามหลบหน้าหมอภัคทั้งวัน เธอรีบตื่นตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อออกไปเรียน และเมื่อถึงช่วงบ่ายที่ต้องเข้าเวรพาร์ทไทม์ที่เดอะ บริรักษ์ คลินิก เธอก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่หลังเคาน์เตอร์ ไม่ยอมสบตาหรือพูดคุยกับท่านประธานคลินิกที่เดินโฉบไปโฉบมาเพื่อตรวจงานเลยแม้แต่น้อย
จนกระทั่งเวลาเลิกงานตอนสองทุ่ม ยิหวาเปลี่ยนชุดกลับมาใส่เสื้อนักศึกษาตัวโคร่งและกระโปรงพลีทตัวเดิม สะพายเป้ใบเก่าเดินออกจากคลินิกเพื่อมุ่งหน้าไปยังป้ายรถเมล์
บรรยากาศยามค่ำคืนในซอยที่ตั้งของคลินิกค่อนข้างเปลี่ยวและเงียบสงบ ยิหวาเสียบหูฟังเปิดเพลงร็อกเพื่อกลบความเงียบ ทว่าเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ลางสังหรณ์บางอย่างก็ท าให้เธอต้องหยุดชะงัก
เงาร่างสูงใหญ่ของชายฉกรรจ์สามคนก้าวออกมาจากมุมมืด ขวางทางเดินของเธอเอาไว้
ยิหวาดึงหูฟังออกทันที นัยน์ตากลมโตหรี่ลงอย่างระแวดระวัง
“พวกแกเป็นใคร หลีกทางไปนะ”
“แหม...ทำเป็นลืมพวกพี่ไปได้นะน้องยิหวา” หนึ่งในนั้นก้าวออกมาข้างหน้า รอยยิ้มแสยะน่าเกลียดปรากฏบนใบหน้ากร้านแดด “ก็พวกพี่ที่เคยไปเยี่ยมแม่น้องที่บ้านไงจ๊ะ”
ยิหวาเบิกตากว้าง “พวกแก แก๊งเงินกู้ของเสี่ยชัย แต่คุณหมอเขาจ่ายหนี้ห้าแสนแทนแม่ฉันไปหมดแล้วนี่ พวกแกยังจะเอาอะไรอีก”
“ห้าแสนน่ะมันเงินต้นเว้ยอีหนู” ชายอีกคนตวาดเสียงดัง “เสี่ยชัยบอกว่าดอกเบี้ยมันเดินทุกวัน ตอนนี้มันงอกมาอีกสองแสนแล้ว ถ้าไม่มีจ่าย วันนี้มึงต้องไปขัดดอกกับเสี่ยที่บ่อน”
“ถุย! สัญญาบ้าบออะไร ดอกเบี้ยผิดกฎหมายชัด ๆ ฉันไม่จ่าย และจะไม่ไปไหนทั้งนั้น!”
ยิหวาถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างไม่เกรงกลัว วิญญาณความห้าวเป้งสไตล์เด็กช่างเข้าประทับร่างทันที สองมือเล็กกำหมัดแน่น เตรียมพร้อมบวก
“ปากดีนักนะอีเด็กนี่ เฮ้ย จับตัวมันไป”
ชายฉกรรจ์ทั้งสามพุ่งเข้าใส่ ยิหวาอาศัยความคล่องตัวเบี่ยงตัวหลบ ก่อนจะใช้กระเป๋าเป้ใบหนักเหวี่ยงฟาดเข้าที่หน้าของหนึ่งในนั้นอย่างแรงจนมันร้องลั่น ทว่าด้วยแรงของผู้หญิงตัวเล็ก ๆ มีหรือจะสู้ชายฉกรรจ์สามคนได้ ไม่นานนัก ท่อนแขนหยาบกร้านก็คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของเธออย่างแรงจนยิหวาหลุดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด
“ปล่อยนะโว้ย! ไอ้พวกหมาหมู่!” ยิหวาดิ้นรนสุดฤทธิ์ ใช้เท้าเตะสะเปะสะปะไปมา
“ฤทธิ์เยอะนักนะมึง ตบสั่งสอนสักทีดีไหม!” อันธพาลคนที่โดนเป้ฟาดง้างมือขึ้นสูง เตรียมจะฟาดลงบนใบหน้าหวานจิ้มลิ้ม
ทว่า...
ฟุ่บ! อั้ก!
ยังไม่ทันที่ฝ่ามือสกปรกจะแตะต้องตัวยิหวา ร่างของอันธพาลคนนั้นก็ลอยกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงอิฐด้านข้างอย่างแรงด้วยลูกเตะที่รวดเร็วและหนักหน่วงราวกับนักมวยอาชีพ
“เฮ้ย! ใครวะ!”
อันธพาลอีกสองคนที่จับตัวยิหวาอยู่ชะงักกึก หันขวับไปมองผู้มาใหม่ ก่อนที่ดวงตาของพวกมันจะเบิกกว้างด้วยความหวาดหวั่น
ร่างสูงสง่าของ นพ. ภควัต ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลัง แสงไฟจากเสาไฟฟ้าริมทางสาดส่องให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่บัดนี้เย็นเยียบและมืดมิดยิ่งกว่าท้องฟ้ายามค่ำคืน คุณหมอหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมสีดำสนิทที่พับแขนขึ้นเผยให้เห็นมัดกล้ามแข็งแกร่ง นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนประกายอำมหิตออกมาอย่างชัดเจน นี่ไม่ใช่ภาพลักษณ์ของคุณหมอผู้ใจดี หรือนักธุรกิจผู้สุขุมอีกต่อไป แต่คือ ‘มัจจุราช’ ในคราบมนุษย์ต่างหาก
“ใครสั่งให้พวกมึงมาแตะต้องคนของกู”
น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ทว่ากลับทรงพลังและแผ่รังสีคุกคามจนอากาศรอบบริเวณนั้นหนาวเหน็บขึ้นมาจับใจ สรรพนามที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงทำเอายิหวาที่กำลังตกใจถึงกับอ้าปากค้าง ลืมความเจ็บปวดที่ต้นแขนไปสนิท
“ม...มึงเป็นใครวะ! อย่ามายุ่งเรื่องของเสี่ยชัยนะเว้ย” พวกมันพยายามทำใจดีสู้เสือ แม้ขาจะเริ่มสั่น
“กูถามว่าใครให้พวกมึงเอามือสกปรก ๆ ไปจับตัวเธอ”
หมอภัคไม่รอฟังคำตอบ เขาก้าวฉับ ๆ เข้ามาหาด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ ฝ่ามือแกร่งคว้าคอเสื้อของอันธพาลคนที่จับแขนยิหวาอยู่ ก่อนจะเหวี่ยงร่างใหญ่โตนั้นลงไปกองกับพื้นอย่างง่ายดายราวกับโยนเศษขยะ ตามด้วยการกระทืบซ้ าลงบนยอดอกจนมันกระอักเลือด
“อ๊ากกก!”
“คุณหมอ!”
ยิหวาร้องเสียงหลงด้วยความตกตะลึง ไม่เคยคิดเลยว่าผู้ชายที่เนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า จะมีศิลปะการต่อสู้ที่ดุดันและป่าเถื่อนขนาดนี้
“มึงตาย!”
อันธพาลคนที่เหลือควักมีดพับออกมาจากกระเป๋ากางเกง พุ่งเข้าใส่หมอภัคหมายจะแทงให้ทะลุ
“ระวัง!” ยิหวากรีดร้อง
ทว่าหมอภัคกลับไม่สะทกสะท้าน เขาเพียงแค่เบี่ยงตัวหลบคมมีดอย่างเฉียดฉิว ก่อนจะใช้มือซ้ายสับเข้าที่ต้นคอของมันอย่างแรงจนมีดหลุดจากมือ แล้วตามด้วยเข่าลอยอัดเข้าที่หน้าท้องจนมันทรุดลงไปนอนขดตัวเป็นกุ้งอยู่บนพื้น หมอหนุ่มขยับแว่นตาที่เคลื่อนเล็กน้อยให้เข้าที่ด้วยท่าทางเย็นชา ก่อนจะใช้ปลายรองเท้าหนังราคาแพงเหยียบลงบนมือที่เคยกำอาวุธของมันแล้วบดขยี้อย่างไร้ความปรานี
“จำใส่หัวพวกมึงเอาไว้” หมอภัคกดเสียงต่ำ นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะ “กูจ่ายหนี้ให้แม่เธอไปหมดแล้ว และถ้าเสี่ยชัยของพวกมึงยังมีปัญหา ให้มันไปคุยกับทนายของ เดอะ บริรักษ์ กรุ๊ป แต่ถ้าพวกมึงกล้ามาป้วนเปี้ยนใกล้ผู้หญิงของกูอีก กูจะไม่หยุดแค่กระทืบพวกมึงแน่”
พูดจบ เขาก็เตะร่างของมันอัดกำแพงซ้ำอีกรอบ ก่อนจะหันกลับมาหาหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้าง ๆ
รังสีอำมหิตที่แผ่กระจายอยู่รอบตัวเขาทำเอายิหวาเผลอก้าวถอยหลังด้วยความหวาดหวั่น ทว่าหมอภัคกลับสืบเท้าเข้ามาใกล้ เอื้อมมือหนามาคว้าข้อมือเล็กของเธอเอาไว้อย่างนุ่มนวลซึ่งขัดกับการกระทำป่าเถื่อนเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง
“เจ็บตรงไหนไหมยิหวา” น้ำเสียงของเขาอ่อนลงหลายระดับ แววตาคมดุที่มองมาเต็มไปด้วยความห่วงใยจนหัวใจของเธออ่อนยวบ
ยิหวาส่ายหน้าช้า ๆ “น...หนูไม่เป็นไรค่ะ”
“เก่งนักนะ ตัวแค่นี้ริอาจจะไปสู้กับพวกมัน ทำไมไม่รู้จักวิ่งหนี” เขาบ่นอุบ ก่อนจะดึงร่างเล็กเข้ามากอดแนบอกอย่างหวงแหน “รู้ไหมว่าผมใจหายแค่ไหนตอนที่เห็นพวกมันจับตัวคุณ”
สัมผัสอบอุ่นและกลิ่นหอมสะอาดที่คุ้นเคยทำให้กำแพงความห้าวหาญของยิหวาพังทลายลงในที่สุด เธอซุกหน้าลงกับแผงอกกว้าง สองมือเล็กยกขึ้นกอดตอบเขาโดยอัตโนมัติ
“กลับบ้านเรากันเถอะ...เด็กดื้อ”
หมอภัคกระซิบชิดกระหม่อมบาง ก่อนจะช้อนร่างของยิหวาขึ้นอุ้ม เดินตรงไปยังรถซูเปอร์คาร์ที่จอดอยู่ไม่ไกล ทิ้งให้พวกอันธพาลนอนโอดครวญอยู่เบื้องหลัง พร้อมกับบทเรียนราคาแพงที่ทำให้พวกมันรู้ซึ้งว่า อย่าได้คิดลองดีกับมาเฟียในคราบหมอศัลยกรรม
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมากระทบผืนน้ำทะเลสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ของหมู่เกาะมัลดีฟส์ เสียงคลื่นลูกเล็ก ๆ กระทบเสาไม้ของวิลลากลางน้ำสุดหรูดังก้องเป็นจังหวะ บรรยากาศแสนโรแมนติกที่คู่ฮันนีมูนทั่วโลกใฝ่ฝัน ทว่าภายในห้องนอนกว้างขวางบนเตียงคิงไซส์หนานุ่มกลับเหลือเพียงความว่างเปล่าใต้ผ้าห่ม หมอภัคค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกงัวเงีย แขนแกร่งวาดออกไปควานหาความนุ่มนิ่มของภรรยาตัวน้อยที่เพิ่งสวมแหวนแต่งงานกันไปหมาด ๆ แต่กลับพบเพียงรอยยับย่นและอุณหภูมิอุ่น ๆ ที่หลงเหลืออยู่ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ท่านประธานบริรักษ์กรุ๊ปผุดลุกขึ้นนั่ง สวมชุดคลุมอาบน้ำสีเข้มทับร่างเปลือยเปล่าท่อนบนที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนบาง ๆ จากสมรภูมิรักเมื่อคืน เขาก้าวเดินออกจากห้องนอน มุ่งหน้าไปยังระเบียงไม้กว้างด้านนอกที่ยื่นออกไปเหนือผืนน้ำทะเล แล้วภาพตรงหน้าก็ทำเอาหมอภัคถึงกับหลุดหัวเราะออ
แสงไฟแชนเดอเลียร์ในห้องแกรนด์บอลรูมถูกหรี่ลงจนสลัว ถูกแทนที่ด้วยแสงเลเซอร์สีสันสดใสและบีตดนตรีอีดีเอ็มจังหวะสนุกสนานจากดีเจชื่อดังที่ถูกจ้างมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ บรรยากาศความหรูหราแบบผู้ดีเก่าในช่วงพิธีการ ถูกเปลี่ยนเป็นฟลอร์เต้นรำสุดเหวี่ยงสำหรับช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ เสียงเป่าปากและเสียงเชียร์ดังกึกก้อง เมื่อนายหญิงบริรักษ์ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในชุดที่เรียกเสียงฮือฮาไปทั่วทั้งงาน ยิหวาสลัดคราบกระสอบข้าวสารฝังเพชรทิ้งไปจนหมดสิ้น หญิงสาวก้าวเข้ามาในชุดมินิเดรสสีขาวมุกที่ตัดเย็บด้วยฝีมือตัวเอง ท่อนบนเป็นคอร์เซ็ตเข้ารูปอวดทรวดทรงองค์เอวชัดเจน แต่ที่เด็ดที่สุดคือดีไซน์โชว์แผ่นหลังขาวเนียนลึกไปจนถึงบั้นเอวคอด ชายกระโปรงสั้นเหนือเข่าประดับด้วยขนนกกระจอกเทศพลิ้วไหวไปตามจังหวะการก้าวเดิน ดูเปรี้ยวซ่า ทะมัดทะแมง และเซ็กซี่จนหนุ่ม ๆ ในงานแทบจะเหลียวหลัง “ว้าว
คืนก่อนวันวิวาห์แห่งปี ภายในเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุดใจกลางเมือง ยิหวาในชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยว นั่งขัดสมาธิอยู่บนพรมหน้าเตียงคิงไซส์ รอบตัวเต็มไปด้วยกระเป๋าเดินทางใบโตสองใบที่เปิดอ้าซ่า หญิงสาวกำลังง่วนอยู่กับการจัดกระเป๋าสำหรับทริปฮันนีมูนที่มัลดีฟส์ “ครีมกันแดด แว่นตา อ้อ! ลืมไม่ได้เด็ดขาด” ยิหวาพึมพำ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบฮาร์ดแวร์วอลเล็ตหรือแฟลชไดร์ฟเก็บคริปโตเคอร์เรนซีสุดหวงแหน ใส่ลงในช่องซิปลับของกระเป๋าสะพายอย่างระมัดระวัง “ไปฮันนีมูนที่เกาะส่วนตัว ยังจะพกกระเป๋าตังค์ดิจิทัลไปอีกเหรอ” เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของหมอภัคที่เพิ่งก้าวออกมาจากห้องน้ำ เขาทรุดตัวลงนั่งซ้อนด้านหลังภรรยาตัวน้อย วาดวงแขนแกร่งโอบรัดเอวคอดเอาไว้หลวม ๆ “ต้องพกสิคะ เผื่อตลาดมันแดงเดือดตอนเรากำลั
ณ ห้องรับรองสุดหรูภายในคฤหาสน์บริรักษ์บรรยากาศในห้องตอนนี้ไม่ได้ตึงเครียดด้วยรังสีอำมหิต แต่มันเต็มไปด้วยรังสีความกดดันแบบแปลก ๆ เมื่อคุณหญิงปิ่นแก้วนั่งกอดอก หน้ามุ่ยอยู่บนโซฟาหลุยส์ตัวโต โดยมีลูกชายและว่าที่ลูกสะใภ้นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม บนโต๊ะกระจกตรงกลาง มีแฟ้มพรีเซนเทชันงานแต่งงานสองแบบวางคู่กัน แบบแรกคือป่าหิมพานต์สุดอลังการดาวล้านดวงของออร์แกไนเซอร์ และแบบที่สองคือมินิมอลลักชัวรีที่ยิหวาแอบไปสั่งแก้มาใหม่ “ตาภัค ยิหวา พวกเธอจะบ้าหรือไง!” คุณหญิงปิ่นแก้วเปิดฉากด้วยน้ำเสียงปรี๊ดปร๊าด “งานแต่งงานของประธานบริรักษ์กรุ๊ป ทายาทหมื่นล้านนะ ไม่ใช่งานผูกข้อมือใต้ต้นมะขาม จะให้จัดงานมินิมอล ดอกไม้เรียบ ๆ ไม่มีเค้กสูงสิบสองเมตร ไม่มีเฮลิคอปเตอร์โปรยดอกกุหลาบได้ยังไง ขืนจัดเล็ก ๆ แบบนี้
หนึ่งสัปดาห์ก่อนวันวิวาห์แห่งปี... บรรยากาศภายในบริรักษ์ เวลเนส แอนด์ สปา สาขาทองหล่อ เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ พนักงานทุกคนทำงานกันอย่างกระฉับกระเฉง รอยยิ้มที่มอบให้ลูกค้าไม่ใช่รอยยิ้มที่ถูกบังคับด้วยกฎเกณฑ์ แต่เป็นรอยยิ้มที่มาจากความสุขจริง ๆ เพราะตั้งแต่ยิหวาเข้ามาบริหารและปรับโครงสร้างสวัสดิการใหม่ ล้างบางระบบทุจริต และตั้งโบนัสตามผลงานอย่างยุติธรรม ทำให้ทุกคนรู้สึกรักและพร้อมถวายหัวให้ว่าที่นายหญิงคนนี้จากใจ ภายในห้องทำงานผู้จัดการที่กรุกระจกใสรอบด้าน ยิหวานั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ในมือไม่ได้ถือแฟ้มสรุปยอดขายของคลินิก แต่กำลังถือไอแพดและขะมักเขม้นอยู่กับการเช็กพอร์ตการลงทุนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี นัยน์ตากลมโตจ้องกราฟสีเขียวสีแดงที่กำลังวิ่งขึ้นลงด้วยความจริงจัง ราวกับกำลังผ่าตัดคนไข้ “อืม... จังหวะนี้แหละ ย่อมาแตะแนวรับพอดี ต้องถัวเพ
เวลาตีสี่ครึ่ง ในขณะที่คนทั้งกรุงเทพมหานครยังคงหลับสนิทอยู่ใต้ผ้าห่มอันอบอุ่น แต่ไฟในเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุดกลับสว่างโร่ พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เดินขวักไขว่ไปมาของทีมงานช่างหน้าช่างผมระดับท็อปของประเทศ ที่ถูกจ้างมาเนรมิตความงามให้กับว่าที่เจ้าสาวแห่งบริรักษ์กรุ๊ป ยิหวาถูกปลุกขึ้นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง หญิงสาวนั่งสัปหงกอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัว ปล่อยให้ช่างผมม้วนลอนและช่างแต่งหน้าลงรองพื้นไปตามระเบียบ วันนี้คือวันถ่ายพรีเวดดิ้งที่หมอภัคจัดการเคลียร์คิวงานของตัวเองและเธอ เพื่อถ่ายทำเซ็ตภาพประวัติศาสตร์ที่จะนำไปใช้ในงานฉลองมงคลสมรสเดือนหน้า “โอ๊ยยย สวยมากค่าคุณยิหวา ผิวละเอียดจนช่างแทบไม่ต้องลงคอนซีลเลอร์เลยนะคะเนี่ย ออร่าเจ้าสาวจับสุด ๆ” ช่างแต่งหน้าชื่อดังเอ่ยชมเปาะ พลางปัดบลัชออนสีพีชลงบนพวงแก้มใส ยิหวาปรือตาขึ้นมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก ก่อนจะลอบถอนหายใจ “สวยก็สวยอยู่หรอกค่ะพี่ช่าง แต่ทำไมเราต้องตื่นมาแต่งหน้ากันตั้งแต่ตีสี่ด้วยล่ะคะ ถ่ายรูปในสตูดิโอไม่ใช่เหรอ ไม่ได้ไปรอแสงเช้าที่ยอดดอยซะหน่อย” “แหม คุณยิ
รสจูบที่เต็มไปด้วยการลงทัณฑ์และสัญชาตญาณดิบเถื่อนภายในลานจอดรถทำเอายิหวาแทบขาดใจ ลมหายใจของเธอถูกช่วงชิงไปครั้งแล้วครั้งเล่าจนสมองขาวโพลน สองมือเล็กที่เคยกำแน่นอยู่ที่สายเข็มขัดนิรภัย บัดนี้เปลี่ยนมาขยุ้มคอเสื้อเชิ้ตแ
“ขุ่นพระ...” เจไดยกมือขึ้นทาบอก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตะลึงลาน “งานพรีเมียม งานนำเข้า งานแด๊ดดี้ที่แท้ทรู นังหวาผัวแกหล่อวัวตายควายล้มมากกกกกก” ยิหวาเบิกตากว้างจนแทบจะถลน หัวใจดวงน้อยร่ว
“ย... ยุงกัด! ยุงที่คอนโดตาลุงนั่นตัวเท่าควายเลยเจ้าขา เจได กัดทีเป็นรอยเบ้อเริ่ม” ยิหวารีบปัดมือเพื่อนออกแล้วรีบติดกระดุมเสื้อคาร์ดิแกนขึ้
ไอเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องนอนแขกของเพนต์เฮาส์สุดหรู ไม่ได้ช่วยลดทอนความร้อนรุ่มในใจของร่างเล็กที่กำลังขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาได้เลยแม้แต่น้อย&nbs







