Masukร่างกายกำยำเดินเคียงคู่ควงแขนมากับร่างเล็กขาวอมชมพูผ่านสายตาพนักงานและแขกที่เข้าพักนับร้อยออกจากโรงแรมไป เมื่อฝ่าเท้าเขาก้าวพ้นรอยยิ้มหวานของพนักงานฝึกประสบการณ์ก็แย้มสรวลขึ้นทันที
การทำงานในเวลาที่เหลือไม่กี่ชั่วโมงนี้ของเธอถือได้ว่าเป็นช่วงที่มีความสุขมากที่สุด เทียบได้กับสุภาษิตที่ว่าแมวไม่อยู่หนูร่าเริงเลยก็ได้
หญิงสาวที่ทำงานอย่างสำราญผิดหูผิดตาจนคนข้าง ๆ รู้สึกได้ ตั้งแต่ทำงานมาจวนครึ่งเดือนหญิงสาวพึ่งจะมีรอยยิ้มอิ่มใจเช่นนี้ครั้งแรก ราวกับได้ทำงานอยู่ในแดนสุขาวดี
“มึงอารมณ์ดีอะไรขนาดนั้น”
“ก็มีความสุข”
เธอทำหน้าตาใสซื่อหลังจากนั้นก็ยกยิ้มขึ้นจนเห็นฟันหน้าทั้งหมด ทำเอาเพื่อนที่เคลือบแคลงเป็นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งสงสัยเพิ่มเข้าไปอีก
“มีอะไร”
“เปล่าจ้า...”
“อีเจน !”
สุดท้ายสิ่งที่ปกปิดอยู่ก็ไม่พ้นสายตาเพื่อนที่คบกันมาสี่ปีของเธอ เจ้าหล่อนสูดหายใจแรงตั้งสติพร้อมกับมองไปรอบ ๆ ก่อนที่จะเริ่มพูด
“ก็อีตาท่านรองนั่นชอบมาพูดแทะโลมกูตลอด”
“ว้าย ! จริงปะเนี่ยอีเจน ! อ๋อ ที่ชอบหงุดหงิดเวลาเห็นท่านรองคือแบบนี้เองเหรอ”
“เออ ! มึงอะชอบมาชมว่าหล่อ หล่อตรงไหนวะ คิ้วหนาอย่างกับปลิงควาย ยัดหมอนรองผมทำไม งง”
แขนเรียวเล็กกอดอกเอนหลังอิงผนังพร้อมใบหน้าบิดเบ้ยามพูดถึงคนที่ตนไม่ชอบหน้า แววตาฉายแววชัดเจนว่าเธอแทบจะเกลียดเขาเลยด้วยซ้ำ
“แล้วก่อนหน้านี้ทำไมไม่บอกกูวะ ให้กูชมอยู่ตั้งนาน”
“กูไม่อยากให้มึงระแวงไปด้วยไง ทำงานจอย ๆ ไงคะกะเทย”
ชาคริสต์พยักหน้าอย่างเข้าใจ นัยน์ตาที่เคยชื่นชมอยู่ก่อนแอบสั่นไหวระรัว ไม่อยากจะเชื่อว่าท่านรองของตนจะเป็นเช่นนั้นจริง
“เขาอาจจะชอบมึงจริง ๆ หรือเปล่าชะนี”
“โนค่ะ ! อ่านกินตูดกูนี่ เข้าขั้นโรคจิตมากกว่า ต้องรักษาไม่ใช่มาส่งสายตาใส่ กูไม่ใช่จิตแพทย์เนาะ”
เธอเบะปากมองบนไม่พอใจเอามากกับคำพูดของเพื่อน อย่างเขาที่เปลี่ยนผู้หญิงไปเรื่อยน่ะหรือที่จะชอบเธอจริง ๆ แค่อยากได้เธอแล้วทิ้งเป็นผักปลาเหมือนผู้หญิงคนอื่นล่ะไม่ว่า
“อะแฮ่ม !”
เสียงเข้มกระแอมไอขึ้นจากคนที่แอบฟังอยู่อีกฟากของกำแพง ทันทีที่เผยตัวตนออกมาก็ทำเอาเด็กชายกึ่งหญิงตะลึงลานแทบช็อก ต่างจากผู้หญิงที่ด่าตนไปฉาดใหญ่เมื่อครู่ นัยน์ตาคู่นั้นไม่ได้มีความรู้สึกผิดอยู่เลยแม้แต่น้อย
“เธอออกไปก่อน ไม่งั้นฉันไล่ออกทั้งคู่”
เขาขับไล่เพื่อนที่เป็นส่วนเกินออกไป แม้จะเป็นห่วงเพื่อนอยู่มากแต่เจนิสเองก็ไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ง่าย ๆ แถมเธอยังบอกย้ำให้เขาออกไปก่อน เพราะกลัวว่าเพื่อนจะมีปัญหา
“ปากดีขนาดนี้ครางบนเตียงฉันหลายคนแล้ว อยากเป็นอีกสักคนไหม”
“หนูไม่กินหมาค่ะ”
“หึ อยากลองท่าหมาไหมคะคนสวย”
ร่างสูงโปร่งขยับเข้าใกล้ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบข้างหูทำเอาเธอขนอ่อนลุกเกลียวไปทั่วร่างด้วยความสะอิดสะเอียน หญิงสาวเบ้หน้าไม่พอใจก่อนจะถอยออกให้ห่างจากผู้ชายตรงหน้า การกระทำของเขานั้นเธอไม่ได้ประทับใจเลยสักนิดเฉียดไปทางรังเกียจกว่าเดิมด้วยซ้ำ
สายตาที่ส่งถึงผู้บริหารหนุ่มมีแต่คำด่าก่อนที่เธอจะโค้งตัวเตรียมจะเดินจากไป แต่ยังไม่ถึงไหนก็ถูกมือใหญ่อีกคนรั้งไว้ก่อน
“ด่าฉันขนาดนั้น ไม่คิดจะขอโทษกันเลย ฉันไม่ให้เธอผ่านงานได้เลยนะ”
“ฮื่อ !”
ด้วยอำนาจของเขานั้นที่พูดเมื่อครู่ทำได้แน่นอน เจนิสผ่อนลมหายใจแรงอย่างไม่พอใจ ก่อนจะสลัดแขนออกจากเขาเบา ๆ แล้วหันมาไหว้อีกคนอย่างไม่เต็มใจนัก
“ขอโทษค่ะ”
“จริงใจกว่านี้หน่อย ทำเหมือนตอนที่ด่าฉันเมื่อกี้”
สายตาแข็งกร้าวเงยขึ้นมองค้อนอีกคนเชิงถามความต้องการจริงของเขา และแน่นอนว่าผู้มากประสบการณ์นั้นดูออกที่เธอจะสื่อ
โทรศัพท์เครื่องเท่าฝ่ามือควักออกจากกระเป๋าก่อนจะกดเบอร์สิบหลักโทร. ออกหาใครสักคน เพียงไม่กี่วินาทีเครื่องมือสื่อสารของคนตรงหน้าก็แจ้งเตือนรัวจนเธอต้องหยิบออกมาดู
“เมมเบอร์ฉันไว้”
“คุณเอาเบอร์หนูมาจากไหนคะ”
“แค่เบอร์เด็กฝึกงาน ผู้บริหารอย่างฉันไม่ใช่เรื่องยากขนาดนั้นมั้ง”
เจนิสทำตามที่เขาสั่งเพราะไม่อยากจะโต้เถียงกันไปมากกว่านี้ แถมบริเวณนี้ยังเป็นที่ลับตาคนหากใครมาเห็นเข้าจะโดนนินทาเอาได้
“หนูขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ ท่านรอง”
เธอยกหน้าจอมือถือให้เขาดูพร้อมกับโค้งคำนับ และย้ำสถานะชัด ๆ อีกครั้ง เพราะดูเหมือนว่าเขาจะใช้อำนาจไปในทางที่ไม่ถูกไม่ชอบเหลือเกิน
คนหงุดหงิดเดินเข้าเคาน์เตอร์ด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก ก่อนจะทิ้งมือถือแสดงหน้าจอรายชื่อใหม่ที่พึ่งถูกบันทึกไปเมื่อครู่
“เป็นไงบ้าง... หู้ยชะนี ! หล่อนแน่มาก ขอบ้างได้ปะ”
“แล้วแต่มึงแล้วกัน กูไม่ได้อยากได้”
เธอเหลือบมองเบอร์ส่วนตัวนั้นถึงมันจะค่อนข้างลับเฉพาะ แต่ก็ไม่ได้ล้างความคิดลบที่มีต่อเขาลงได้เลย เธออดคิดไม่ได้ว่าผู้หญิงคนอื่นก็คงมีเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวเขาเช่นกัน หรืออาจจะใช้เบอร์นี้ติดต่อกับผู้หญิงโดยเฉพาะก็เป็นได้
คอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ด้วยน้า อ้อน ๆ
ช่วงนี้สอบถี่มาก ไม่รู้มีคนรอกันหรือเปล่า
18.30 น. Charoen - Kiat Hotel – ภูเก็ต ความครึกครื้นของโรงแรมเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเพราะวันนี้เป็นวันที่ท่านรองประธานบริหารโรงแรมกับประธานคนใหม่เข้าพิธีมงคลสมรสกันห้องโถงพิธีติดริมทะเลอนุญาตให้เฉพาะผู้ที่มีการ์ดเชิญเข้าเท่านั้น โดยส่วนใหญ่มาจากแวดวงธุรกิจของทั้งสองครอบครัว แต่กระนั้นเขายังไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกว่า เป็นส่วนเกินในบทสนทนาเลยสักครั้ง“งานแต่งยิ่งใหญ่มากเลยครับท่าน”“แหม ก็สองตระกูลเป็นดองกันทั้งทีก็ต้องให้สมเกียรติหน่อย”นักธุรกิจมากวัยคุยหยอกเล่นกันอย่างไม่จริงจังนัก แต่ความหมายเหมือนว่า การแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงเรื่องธุรกิจไม่ได้มีความรู้สึกใดเกี่ยวเนื่องด้วยเลย“ก็จัดให้ใหญ่สมกับความรักที่ผมมีต่อภรรยานั่นแหละครับ”เข็มทิศโอบเอวศรีภรรยาข้าง ๆ ให้เข้ามาใกล้มากยิ่งขึ้น รอยยิ้มอันอบอุ่นแผ่ซ่านปกป้องหญิงสาวไม่ให้รู้สึกหนาวเหน็บ จนเจ้าหล่อนอดยิ้มอย่างขอบคุณไม่ได้คู่บ่าวสาวเดินวนไปทั่วงานต้อนรับแขกผู้มาเยือน บ้างก็แสดงความยินดี บ้างก็ชื่นชมความหล่อสวย แต่สุดท้ายก็มักจะจบลงเรื่องธุรกิจจนได้“หนูเบื่อไหมคะ”“ไม่ค่ะ เข้าใจได้ แค่ลุ้นว่าจะมีเมียน้อยจากที่ไหนโผล่มาหรือเปล่า”“หยอ
สัปดาห์สุดท้ายของการฝึกประสบการณ์ เจนิสดีใจแทบเนื้อเต้นอยากให้ถึงวันที่เธอสำเร็จการศึกษาไว ๆ ทว่าต่างจากเจ้าของบริษัทยิ่งนัก เพราะเขายังอยากให้เธออยู่ที่นี่ด้วยในทุกวัน อยากเจอหน้าเธอเวลาเหนื่อย อยากดื่มกาแฟฝีมือเธอในทุกบ่าย อยากกอดอยากหอมเจ้าหล่อนได้ทุกเวลาที่อยากเหมือนเช่นตอนนี้“ท่านรองขา เซ็นเอกสารให้หนูได้แล้วค่ะ”“ไม่จบได้ไหม ฝึกต่ออีกหน่อย”“พี่ทิศ~”เจนิสมองไปยังบานประตูที่ทึบแล้วก่อนจะนั่งลงบนตักคนพี่พร้อมทั้งโอบแขนเรียวรอบคอ สายตาหวานเชื่อมออดอ้อนแฟนหนุ่มให้ยินยอมเซ็นเอกสารผ่านงานให้เธอสักที“พี่ทิศอยากให้คนอื่นนินทาว่า ท่านรองมีเมียเรียนไม่จบเหรอคะ”“ใครว่าพี่จะฉีกปากมัน !”“ฮึ ไม่เอาน่า เรียนจบแล้วหนูจะได้เป็นคุณนายเจริญเกียรติเต็มตัวไงคะ”เหมือนว่าข้อตกลงของเธอจะน่าสนใจจนเขาต้องหยุดครุ่นคิดสักพักแล้วยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ ชายหนุ่มถือเอกสารไว้ในมือพร้อมทั้งอุ้มคนตัวเล็กขึ้นตรงเข้ามาห้องนอนส่วนตัวรองประธานบริษัท“เซ็นท่าไหนคะ ถึงต้องเข้าห้อง”“ท่าหมาค่ะ”“เวลางาน เดี๋ยวหนูก็โดนไล่ออก”เธอผลักอกแกร่งของคนพี่เบา ๆ อย่างหยอกล้อ เธอรู้ดีว่าสถานการณ์ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น เพียงแต่
ตั้งแต่เรื่องวันนั้นเกิดขึ้นดูเหมือนว่าปภาวรินทร์จะใช้ชีวิตได้สงบมากขึ้น เสียงที่เคยจอแจข้างหูก็ไม่ดังให้รำคาญ จนบางครั้งเธอเองรู้สึกว่าขาดอะไรไปเอริส : เจ้ ว่างไหม ป๊ากับม้ามาเจนิส : ได้อยู่ เลิกงานเดี๋ยวไปหาเอริส : โอเคจ้าเมื่อตอบข้อความน้องสาวแสนซนเสร็จความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นบนหัวจนเผลอเหลือบมองท่านรองประธานบริษัทผ่านกระจกหน้าห้อง‘พาไปเจอป๊ากับม้าจะไวไปไหมนะ’เจนิสพิเคราะห์ซ้ำอยู่อย่างนั้นหลายรอบ คิดไม่ตกกลัวว่าการพาแฟนที่พึ่งคบกันได้เพียงเดือนกว่าไปเจอพ่อแม่นั้นจะเร็วเกินไปสำหรับเขา แต่เธอก็ไม่อยากปิดบังเช่นกันเจนิสเดินขึ้นรถสปอร์ตของรองประธานตามปกติอย่างทุกวันตอนเลิกงาน แต่ที่ไม่ปกติก็คือความร่าเริงสดใสหล่นหายมีแค่อาการเหม่อลอยเท่านั้น ทำเอาแฟนหนุ่มหวนคิดว่าเขาใช้งานเธอหนักเกินไปหรือเปล่า“เป็นอะไรหรือเปล่า เหนื่อยเหรอคะ”“เปล่าค่ะ...”“อ๋อเออ... ช่วงเย็นพี่ไม่ว่างนะ มีนัด”เจนิสกำลังจะเอ่ยปากชวนก็ต้องเก็บความคิดของตนเอาไว้ เพราะตารางแน่นเอี๊ยดของผู้บริหารนั้นเธอรู้ดีว่ายากแค่ไหนที่จะเจียดเวลาไปกับเธอ ยิ่งไม่ได้บอกล่วงหน้ายิ่งแล้วใหญ่“เดี๋ยวหนูไปกับพี่หน่อยนะ แป๊บเดียว”“
“หายหัวเลยน้า... คุณนายท่านรอง”สาวประเภทสองอย่างชาคริสต์เอ่ยทักทายหญิงสาวที่พึ่งหลุดออกจากวงแขนท่านรองประธานมาหมาด ๆ อย่างรู้ทัน รอยยิ้มแฝงไปด้วยการเย้าหยอกนั้นส่งผลให้เจนิสได้แต่อมยิ้มไม่โต้ตอบ เพราะทุกอย่างมันชัดเจนบนใบหน้า จนเธอไม่สามารถปกปิดได้แล้วการคบกันอย่างเปิดเผยของรองประธานและเด็กฝึกงานเป็นที่เลื่องลือในโรงแรม บ้างก็เข้ามายินดี บ้างก็ใส่ร้ายป้ายสีต่าง ๆ นานา แต่สุดท้ายด้วยอำนาจของรองประธานคำพูดเสียหายนั้นก็เงียบลง“เอาเต้าไต่จนได้ดีเลยนะมึง”“ก็ว่าแล้วทำไมมั่นนัก”ลมหายใจร้อนฉ่าพ่นออกจากจมูกโด่งของเด็กสาวฝึกประสบการณ์ถึงแม้ว่าพนักงานคนก่อนจะโดนไล่ออกไปแล้วก็ยังมีอีกหลายคนที่คอยพูดจาเหน็บแนมเธออยู่ดี“มึง เอาไง จัดการเลยไหม”“หึ ไม่อะ มึงก็รู้ว่าอีเจนไม่ได้สนใจหมาเห่าอยู่แล้ว”เธอบอกปัดเพื่อนอีกครั้งก้มหน้าทำงานของตนเองต่อแม้ว่าเสียงของพนักงานพวกนั้นจะยังไม่สงบลงก็ตาม เจนิสรู้ดีว่าถ้ายิ่งใส่ใจมากเท่าไรพวกเขาก็ยิ่งได้ใจมากเท่านั้น เธอจึงเลือกมองข้ามให้คนที่คิดไม่ดีต่อเธออกแตกตายแทนปภาวรินทร์นั่งโต๊ะหน้าห้องรองประธานทำหน้าที่ผู้ช่วยเลขาอย่างเต็มความสามารถ งานเอกสาร ตารางเวลา
เจนิสนอนเป็นลูกแมวเชื่องหลับอยู่บนเตียงหนานุ่มโดยมิทราบเลยว่า เจ้าหล่อนไม่ได้อยู่ห้องของตัวเอง แถมเจ้าของห้องยังกำลังเช็ดเนื้อตัวทำความสะอาดให้อย่างอ่อนโยน“พี่ไม่ให้หนีไปไหนแล้วนะ”คำพูดแผ่วเบาแต่อัดแน่นไปด้วยความจริงใจบอกคนน้องที่กำลังหลับใหล แม้ตอนนี้เธอจะยังไม่ได้สติ แต่เขาก็ยังอยากจะบอกอยู่ดีชายหนุ่มยัดตัวเองเข้าในผ้าห่มโอบกอดเธอไว้อย่างนั้นราวกับว่ากลัวเธอจะหายไป แต่ด้วยความที่เขาเองก็เหนื่อยล้าไม่ได้หลับมาหลายวันจึงทำให้เข้าสู่ภวังค์ไปอย่างง่ายดายเมื่อได้กลิ่นกายของคนที่รักช่วยกล่อมค่ำคืนวันผ่านไปอย่างรวดเร็วราวฝัน เจนิสฟื้นจากการนอนก็เห็นผู้ชายที่เธอคร่ำครวญหาอยู่ข้างกาย แถมเขายังยิ้มย่องเหมือนรอการตื่นของเธอ“ตื่นแล้วเหรอเมียขา”“หยุดพูดนะ ใครเมียคุณ !”หญิงสาวถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ไม่อยากจะคุยกับคนมักมาก แต่ครั้นจะลุกขึ้นก็รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างยึดติดเธอไว้กับเขา“ปลดกุญแจเดี๋ยวนี้”“ไม่ เมื่อคืนมีแมวแจ้งความจับพี่ ก็เลยถูกใส่กุญแจไว้ อยากปลดต้องไปปลดที่อำเภอ”“อืม งั้นก็ลุก”การที่เขาบอกเช่นนั้นทำเธองงเป็นไก่ตาแตก ไม่ใช่ว่าเธอทำอะไรแปลก ๆ ต่อหน้าเขาหรอกนะ แต่เธอคงไม่เ
เพื่อนสนิททั้งสามถูกเรียกมาประชุมปัญหาใจในครั้งแรกตั้งแต่คบกันมา แม้ว่าจะมีเรื่องผู้หญิงให้คุยกันบ่อย ๆ แต่ไม่มีครั้งไหนจริงจังเท่าครั้งนี้เลย“หนักขนาดต้องเลิกเลยเหรอวะ”“เออแม่ง ! แล้วไอ้เหี้ยนั่นเป็นใครก็ไม่รู้”พูดจบเหล้ารสชาติขมปร่าดั่งชีวิตในตอนนี้ก็สาดลงคอ ผู้ชายที่ไม่ได้นอนมาสองคืนติดวิ่งวุ่นหาทางออกจนเหนื่อยล้าตรงหน้า ทำเอาเพื่อนทั้งสามไม่กล้าที่จะแกล้งอย่างที่เคย“เอาไงต่อวะ”“ไม่รู้ แต่กูจะเอาเมียกูคืน ง้อไม่ได้ก็ฉุด”“ไอ้เหี้ย ! ลูกเขามีพ่อมีแม่ !”ยังเป็นอาจารย์ผู้รอบคอบเอ่ยตักเตือน แต่ดูเหมือนในเวลานี้เพื่อนจะไม่อยากฟังสักเท่าไร เพราะสายตาที่มองมานั้นราวกับต้องการจะเข่นฆ่าเขา“อะ แหกตาดูก่อนไอ้ควาย ! คนก็เยอะไม่รู้จักใช้”ไทเกอร์โยนแฟ้มเอกสารที่มีประวัติชายที่เพื่อนพูดถึงลงเต็มแรง สกุลอันเลื่องลือเป็นนามเดียวกับที่เธอใช้ เข็มทิศอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าพร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขจนน้ำตาคลอหน่วย“แล้วจะเอาไงต่อ”“ง้อสิ พวกมึงก็ต้องไปเป็นพยานด้วย ข้อหาสมรู้ร่วมคิด”“ไอ้เวร ตอนเอาก็เอากันสองคนไม่เห็นเรียกพวกกู !”ฝ่ามือหนาเอื้อมไปตบที่ผมกระเซอะกระเซิงเต็มแรง แต่แทนที่เขาจะตอบ
การประชุมครั้งใหญ่ระดับประเทศเริ่มต้นขึ้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้เกียรติมาเป็นประธานการประชุมเองความจริงเจ้าของโรงแรมกับรัฐมนตรีไม่ได้กินเส้นกันสักเท่าไร แต่เพราะผู้ใหญ่หลายฝ่ายขอร้องมา เขาจึงเข้าร่วมและมองข้ามไป และถือว่าตนสร้างความสัมพันธ์กับหลายฝ่ายเอาไว้ด้วยครืด ครืด~ เสี
หญิงสาวรับหน้าที่ประจำที่เคาน์เตอร์จนรุ่งเช้า แต่ตอนนี้ผ่านไปยังไม่ถึงค่อนคืนด้วยซ้ำ ร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการทำงานหรือจากกิจกรรมอื่นก็จวนจะไม่ไหว“ไปนอนไหม”“ไม่ค่ะ หนูทำงาน คุณจะกลับแล้วเหรอคะ”เมื่อออกจากห้องประชุมชายหนุ่มก็ตรงมาหาเด็กฝึกงานทันที และเมื่อเห็นว่าเธอนั่งสัปหงกอยู่หน้าฟร้อนต์บริกา
“ทำไมต้องใกล้กันขนาดนั้น”“ใครคะ”“โต้”“พี่โต้เขาเป็นหัวหน้าหนูไงคะ”เธอพยายามอธิบายให้เขาเข้าใจ ทว่าเหมือนเป่าปี่ให้ควายฟังอยู่ดีเพราะคนที่กรุ่นโมโหหูดับไปแล้วไม่พร้อมรับฟังอะไรทั้งนั้น“เขาเป็นคนเซ็นเอกสารผ่านงานให้หนู”“ฉันเป็นเจ้าของโรงแรมก็เซ็นให้ได้ ไม่เห็นมาใกล้ฉันขนาดนั้นบ้างเลย !”คิ้วเรี
“คุณ... มีอะไรหรือเปล่าคะ”เมื่อเท้าก้าวเข้าห้องรองประธานโรงแรมมา เสียงเศร้าสลดของปภาวรินทร์ก็เอ่ยถามขึ้นแผ่วเบา เธอแอบกังวลอยู่บ้างว่าจะถูกไล่ออกแต่อย่างไรก็ตามเธอยินดีรับผลกรรมที่ตัวเองไม่ได้ก่อ“รู้สึกผิด ?”“ค่ะ หนูทำคุณเสียเงินลงทุน”“หึ ที่ฉันทำไม่ใช่เพราะเธออย่างเดียว แต่ฉันสืบได้ว่าไอ้นั่นเ







