LOGIN“มาร์กช่วยฉันหาข้อมูลครอบครัวคนนี้หน่อย”
เมื่อนาฬิกาบอกเวลาเริ่มทำงาน รูปภาพของชายหนุ่มผู้ที่เธออยากรู้เบื้องลึกเบื้องหลังก็ถูกส่งเข้ามือถือเลขาหนุ่มวัยไล่เลี่ยกันในทันที แถมดูแล้วยังน่าจะเป็นเรื่องสำคัญที่รอไม่ได้อีกด้วย
ไม่ถึงสองชั่วโมงลูกน้องฝีมือดีก็ส่งเอกสารข้อมูลส่วนตัวและครอบครัวของชายหนุ่มในภาพถึงมือเรียบร้อย และเมื่อได้อ่านประวัติโดยละเอียดแล้วนั้นซาร่าก็เข้าใจในทันทีว่าทำไมเมื่อเธอพลั้งปากพูดถึงผู้เป็นมารดาเขาถึงมีท่าทีโกรธขนาดนั้น
เขาผู้นี้เสียแม่ไปแต่เด็ก แถมพ่อยังมีเมียน้อยตั้งแต่แม่ยังไม่จากไปทำให้เขาต้องหนีไปพึ่งใบบุญจากผู้เป็นยาย การที่เด็กคนหนึ่งเติบโตขึ้นมาภายใต้การดูแลของยายเพียงผู้เดียวนั้นคงจะโดดเดี่ยวไม่น้อยเลย
ชัชชญาค้นหาช่องทางการติดต่อเขาจากบัญชีโซเชียลของน้องชาย ทว่าเมื่อเห็นเธอยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปอีกเพราะภาพที่ลงนั้นไม่ใช่ภาพผู้เป็นยายก็เป็นสุสานของผู้เป็นแม่
ช่วงเย็นของวันเดียวกัน ชัชชญาขับรถมุ่งตรงมายังคลับน้องชายอีกครั้งแต่ไม่ได้ขึ้นไปยังห้องทำงานส่วนตัวอย่างเช่นเมื่อวาน เพราะเธอตั้งใจจะมาพบและต้องการขอโทษเพื่อนน้องคนนั้นอย่างจริงใจตามมารยาท
และตามคาดไม่นานนักชายหนุ่มที่เธอตั้งตารอก็เดินแทรกผ่านนักท่องราตรีหลากหลายเชื้อชาติเข้ามาในร้าน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาค่อนข้างโดดเด่นในคนหมู่มากอยู่พอสมควร
ทางด้านชายหนุ่มที่ตั้งใจออกล่าเหยื่อได้เห็นแล้วว่าหญิงสาวที่ตนหมายหัวเอาไว้ก็อยู่ในร้านเหมือนกัน แต่เพราะเขายังต้องรักษามาดไว้ก่อนเลยเลือกที่จะเดินผ่านไม่เข้าไปกวนอย่างเช่นวันวาน
“นะ.. นาย !”
“ฮึ !”
ทว่าเดินห่างออกไปเพียงสามก้าวเสียงสั่นเครือก็รั้งเขาเอาไว้ก่อน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เผยอขึ้นอย่างได้ใจก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วหันกลับมาทางผู้เรียก
“กินข้าวยัง”
เขาเพียงหันกลับมาแต่ไม่ได้ตอบรับใด ๆ คนพี่จึงเป็นคนเอ่ยปากถามก่อน และได้คำตอบเป็นการส่ายหัวเบา ๆ สองสามครั้งเท่านั้น
“ไปกินข้าวไหม”
“ทำไม”
แทนที่เขาจะตอบแต่ดันถามกลับจนเธอที่มีฟอร์มเยอะไม่สามารถเอ่ยออกไปได้ว่านี่คือแผนการขอโทษเขาสืบเนื่องจากเรื่องเมื่อวาน
“งั้นไม่เป็นไร”
ร่างเล็กหมุนตัวกลับเข้าโต๊ะดังเดิมปล่อยให้อีกคนงงเป็นไก่ตาแตก ขมวดคิ้วมองการกระทำว่าเธอจะเอาอย่างไรกันแน่
หมับ ! “แค่ถามว่าทำไม ไม่ได้บอกว่าจะไม่ไป !”
เรียวแขนเล็กถูกคว้าให้ลุกขึ้นเดิมตามเขาออกนอกร้านไปอย่างรวดเร็ว ทว่าความยาวของท่อนขาที่ต่างกันมากนั้นทำให้ซาร่าเหมือนกำลังวิ่งตามเด็กหนุ่มข้างหน้าอย่างไรอย่างนั้น
“นี่ ! อย่าเดินเร็วนักสิ ไอ้เด็กนี่”
กระทั่งถึงรถสปอร์ตสีดำด้านเธอถึงได้หยุดพักหายใจ เสียงหอบของหญิงสาวรวมกับท่าทางเหนื่อยพาให้ชายหนุ่มส่ายหน้าขำขัน
“ขายาวอย่างกับเปรต !”
“หนูก็ขาสั้นมันยังวิ่งเร็วเลย”
“ฉันไม่ใช่หนู !”
เธอที่ตั้งใจจะมาขอโทษก็โดนเด็กหนุ่มรุ่นน้องปั่นประสาทจนเริ่มจะหัวร้อนอีกครั้ง แถมพฤติกรรมของเขาเธอไม่สามารถเดาได้เลยว่าสรุปโกรธอยู่หรือไม่
ปัง !
เมื่อทันทีที่ก้าวขึ้นรถจมูกก็ได้รับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของผู้หญิง ซาร่าหันมองพลขับก่อนจะมองออกไปนอกรถด้วยความคิดสบประมาทเขาอีกครั้ง
“มีอะไร”
“เปล่า.. แต่รถยังมีกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงติดอยู่นะ”
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกมะลินั้น หากจำไม่ผิดเป็นกลิ่นคลาสสิกแบรนด์ดังคาดว่าผู้ใช้คงมีรสนิยมอยู่บ้าง และที่สำคัญเลิกผลิตไปหลายปีแล้ว
“กลิ่นน้ำหอมแม่ผมเอง”
“อ๋อ..”
ครานี้ซาร่าเลือกที่จะเงียบและเตือนตัวเองไม่ให้ทักอะไรส่งเดชอีก คดีเก่ายังไม่ทันสะสางเธอก็สร้างคดีใหม่ขึ้นอีกแล้ว แถมยังเป็นเรื่องเดียวกันอีกด้วย
กิจกรรมมากมายเริ่มขึ้นตั้งแต่เช้า วันนี้เด็ก ๆ ไปที่ไหนก็ได้รับของขวัญจากผู้ใหญ่ใจดีจนคนเป็นพ่อแม่ถือแทบช่วยไม่ไหว“วันนี้สนุกไหมคะ”“สนุกค่ะ/ครับ”เด็กน้อยสองคนกระโดดโลดเต้นสนุกสนานกันยกใหญ่ พลังของหนุ่มสาวฟันน้ำนมล้นเหลือเสียจนพ่อแม่เหนื่อยหอบต้องนั่งพักหลายครั้ง“วันนี้ต้องนอนเร็วนะคะ ถ้าอยากไปสวนสัตว์”“ได้ ไปกันโซเนียร์”พี่ชายเดินน้ำน้องสาวเข้าห้องนอนอย่างรู้หน้าที่ ชัชชญาเดินตามเด็กทั้งสองเพื่อห่มผ้าและกล่อมนอนอย่างเช่นทุกวันตอนอยู่ไทย“กาลครั้งหนึ่ง..”นิทานเรื่องแรกเริ่มต้นขึ้น เด็กทั้งสองนอนกอดผู้เป็นแม่ฟังนิทานก่อนนอน เปลือกตาสีไข่ไร้มลทินของเด็กหลับลงจนกระทั่งผ่านไปครึ่งเรื่องถึงเริ่มได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอซาร่าลุกขึ้นออกจากพื้นที่ใจกลางเตียงก่อนจะจัดท่าให้ลูกชายลูกสาวพร้อมห่มผ้าให้ความอบอุ่น ริมฝีปากนุ่มหยุ่นของคนเป็นแม่ประทับลงบนแก้มเนียนของเด็กทีละคนก่อนจะหมุนตัวปิดไฟออกจากห้องเด็กเข้าห้องพักของตนเทียนหอมกลิ่นอโรมาลอยเตะจมูกหญิงสาวทันทีที่เปิดเข้าห้อง โดยรอบเต็มไปด้วยกลีบกุหลาบสีแดงสดไม่เว้นแม้กระทั่งพื้นไม้ของรีสอร์ตหญิงสาวมองไปโดยรอบเพื่อหาผู้เป็นสามี ทว่ากลับไม
หมู่บ้านซานตาครอส - แลปแลนด์ ประเทศฟินแลนด์“กรี๊ดดดดดดดดดดดด ! ฮ่าฮ่าฮ่า”“ไปเลยเจ้าหมาตัวใหญ่”เด็กน้อยสองคนกรีดร้องกราวท่ามกลางหิมะขาวโพลนชมทิวป่าสนรอบข้าง ฝูงสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้หกตัวทรงพลังวิ่งด้วยความเร็วสูงไปรอบหมู่บ้านความสดใสของเด็กวัยสามขวบเรียกกลุ่มสายตาของคนในหมู่บ้านให้หันมอง รอยยิ้มพิมพ์เจ้าบ้านแย้มต้อนรับอย่างอบอุ่นดีใจที่เห็นผู้มาเยือนมีความสุข“ม้า ป๊า”“เป็นไงบ้างเด็ก ๆ เหนื่อยไหม”ซาร่าเดินตรงเข้ามาหาลูกชายลูกสาวเมื่อสุนัขทั้งหกหยุดลง ฝ่ามือของผู้เป็นแม่ปัดป่ายหิมะตามใบหน้าของลูกชายลูกสาวออกทีละคนด้วยความเป็นห่วงกลัวจะเป็นหวัด“ป๊าขอตังค์หน่อย โซเนียร์จะพาซีดีไปขี่กวาง”“โอเค ๆ หมวยดูแลซีดีด้วยนะครับ”เติร์กยื่นธนบัตรให้เด็กสาวก่อนจะลูบหัวลูกชายเป็นอันรู้กันว่าคำพูดเมื่อครู่นั้นสลับเป็นลูกชายต้องดูแลเธอให้ดี ก่อนที่โซเนียร์น้อยจะจูงมือผู้เป็นพี่ชายไปซื้อตั๋วเล่นกิจกรรมต่อไปอย่างไม่รอพ่อแม่“โซเนียร์เหมือนที่รักเลย ดื้อมาก”“ใครตามใจจนลูกซนขนาดนั้นล่ะ รักกันเข้าไป ลูกสาวร้องไห้ไม่ได้เลย”“ก็หมวยเหมือนแม่เขาไง ผมทำใจปล่อยลูกร้องไห้ไม่ได้หรอก”เรียวแขนแกร่งตวัดโ
3 ปีต่อมา“พร้อมยังเด็ก ๆ”“พร้อมค่ะ”สาวน้อยโซเนียร์พายกระเป๋าเป้สีชมพูพร้อมกระโดดโลดเต้นเป็นลิงโลดดีใจที่จะได้ไปโรงเรียนวันแรก ส่วนหนุ่มน้อยซีดีนั่งไขว่ห้างวางมาดหลานชายคนโตตระกูลมาเฟียตั้งแต่เด็ก“ลงไปสวัสดีคุณตาคุณยายก่อนนะคะ”เด็กทั้งสองวิ่งลงบันไดอย่างรวดเร็วเพื่อไปหาคุณตาคุณยายตามที่คุณแม่บอก ซีดีซบแกคุณยายอย่างออดอ้อน ส่วนเด็กสาวตัวแสบทั้งกอดทั้งหอมคุณตาของเธอ“เด็ก ๆ มาหาป๊าก่อนป๊าโอนค่าขนมให้โอนละล้านเลย”“แต่ถ้าเรียกตา ตาเซ็นเช็คให้คนละพันล้านเลยเป็นไง อยากได้อะไรตาให้หมดเลย”ผู้มากประสบการณ์มีหรือจะไม่รู้เท่าทันแผนการลูกเขย และเขาก็ไม่ยอมน้อยหน้าเด็ดขาด หลานของตนต้องรักตนมากกว่า“โซเนียร์อยู่กับตาซาร์นค่ะ เดี๋ยวตอนเย็นค่อยไปเอาของปะป๊านะคะ”ความไร้เดียงสาของเด็กวัยสามขวบไม่มีเลยสักนิด เด็กทั้งสองคนต่างมีแผนการมากมายที่จะกอบโกยทรัพย์สินของทั้งพ่อและตา“เอาล่ะ สวัสดีคุณตาคุณยายได้แล้วลูก”“สวัสดีค่ะ/ครับ คุณตาคุณยาย”ทั้งสี่คนตรงมายังรถตู้เพื่อส่งเด็กนักเรียนฟันน้ำนมไปโรงเรียนวันแรก ความตื่นเต้นที่จะได้เจอเพื่อนใหม่แสดงออกผ่านพฤติกรรมอยู่ไม่สุข เทียวมองทางตั้งแต่ออกจากรั้วบ้
บ้านใหญ่ตระกูลวิระโภคินวันแรกของการเป็นพ่อแม่เต็มตัวเริ่มขึ้นเมื่อออกจากโรงพยาบาล เด็กทั้งสองนอนหลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมแขนอบอุ่นของพ่อแม่“คุณตาคุณยาย ซีดีโซเนียร์มาแล้วค่ะ”หญิงสาวเอ่ยเสียงหวานเรียกพ่อกับแม่ที่นั่งรออยู่แล้ว ชายหญิงมากวัยลุกขึ้นเดินตรงมาหาหลานรักด้วยความตื่นเต้นดีใจซาร์นยื่นมือกระดกนิ้วเข้าหาตัวเองเป็นการบอกว่าขอเด็กให้เขาอุ้ม แต่มีหรือที่ลูกเขยตัวแสบจะให้ง่าย ๆ ในเมื่อเขาเห็นลู่ทางเอาชนะพ่อตาขาโหดได้แล้ว“เอาหลานมาให้กู ส่วนมึงกลับไปได้แล้ว”“อ้าว งั้นผมก็พาลูกพาเมียผมกลับสิครับ”เติร์กเอี้ยวตัวหลบหลีกจากพ่อตาทำท่าว่าจะพาเด็กตัวเล็กในอ้อมแขนหนีจากเขาเล่นเอาคุณตามือใหม่หน้าถอดสีกลัวว่าลูกเขยจะกลับไปจริง ๆ“เฮ้ย.. ไอ้เติร์ก ๆ ! หลานกู !”“แต่ลูกผมอ่ะครับ~”ซาร์นจำเป็นต้องวางมาดลงกวักมือเรียกลูกเขยให้กลับเข้าบ้าน ไม่เช่นนั้นวันนี้จะไม่ได้อุ้มหลานสาวผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจแน่ ๆ“ที่รัก เข้ามาได้แล้วค่ะ ลูกร้อน”ชัชชญาแทรกขึ้นกลางศึกสงครามก่อนที่เด็กจะถูกส่งมือคนเป็นพ่อสู่อ้อมแขนผู้เป็นตา ซาร์นโอบอุ้มเด็กน้อยที่หนักไม่ถึงห้ากิโลกรัมไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม เดินนำทุกคนเข้าสู
ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์รวมแปดเดือนของคนเป็นแม่เรียกได้ว่านอกจากการดิ้นกวนของเจ้าก้อนจิ๋วในท้องก็ไม่มีอาการใดรบกวนอีกเลย“อุ๊บซ์ ! แหวะ !”ต่างจากอีกฝ่ายที่พะอืดพะอมมวนท้องอยากอาเจียนทั้งวัน กินข้าวกินน้ำเช่นคนปกติไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงบุหรี่สุราทั้งหลาย เรียกได้ว่าระยะสิบเมตรยังเหม็น“ที่รักผมเหนื่อย”ชายหนุ่มมุดหน้าเข้าข้างท้องโตศรีภรรยา ฝ่ามือหนาโอบโดยรอบพร้อมกับลูบเบา ๆ จมูกโด่งสูดดมกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากคนท้อง การที่ได้กลิ่นเมียรักเป็นยารักษาอาการแพ้ท้อง (แทนเมีย) ได้เป็นอย่างดี“ฮึ เด็ก ๆ ไม่แกล้งพ่อแล้วนะลูก”มือสาวข้างหนึ่งลูบท้อง อีกข้างลูบหัวผู้เป็นสามี เสียงหัวเราะขำขันปนสงสารดังขึ้นเบา ๆ เพราะตั้งแต่วันแรกที่เธอรู้ว่าท้อง อาการแพ้ต่าง ๆ ทั้งหมดที่ควรจะเกิดกับเธอดันไปตกที่เขาทั้งหมด จวนจะคลอดอยู่แล้วอาการเหล่านั้นยังไม่หาย“หิวไหม อ้วกไปเยอะเลย”“หิวครับ แกะปลาทูให้หน่อย”“กินกับข้าวไหม”“ไม่เอา กินกับโยเกิร์ตเหมือนเดิม จะกินโยเกิร์ตรสปลาทูฝีมือเมีย”ซาร่าพยักหน้าพลางเลิกคิ้วเอือม เพียงแค่คิดรสชาติเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ แต่กลิ่นดันเป็นคาวปลาเธอก็ไม่คิดอยากจะลอง“แม่บ้านซื้อตะลิงปลิงมายัง”
หลังจากเพื่อนทั้งสามเดินออกไปชายหนุ่มยิ่งขยับเข้าใกล้เธอมาขึ้น แขนแกร่งโอบกอดเอวหลวม ๆ ซบใบหน้าลงบนลาดไหล่จูบซับเบา ๆ ด้วยความคิดถึงสุดขั้วหัวใจ“ขอโทษ”“เรื่อง”“ทุกเรื่องเลยครับ คนสวยยกโทษให้ไอ้เด็กคนนี้ได้ไหม”“ชิ !”“ก็ผม.. ผมไม่อยากให้พี่หมั้นกับคนอื่น”เขาสารภาพความจริงจากปากอย่างไม่อาย น้ำเสียงอ่อนระทวยปนแววตาเศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัด ริมฝีปากของปีศาจเจ้าเล่ห์ยับย่น รอบดวงตาปื้อนไปด้วยหยาดน้ำใส“ฉันก็ไม่ได้จะหมั้น !”“รู้แล้วครับ.. แต่ตอนนั้นมันเจ็บจนไม่อยากฟังอะไร พี่รู้ไหมวันนั้นเหมือนโลกของมันผมแตก เพราะโลกทั้งใบของผมกำลังจะเป็นของคนอื่น”ซาร่าแน่นิ่งไปชั่วครู่เมื่อได้ฟังประโยคเศร้าปนความหวานปลาย เธอไม่คิดเลยว่าผู้ชายเช่นเขาจะเจ็บปวดได้มากขนาดนี้ ไม่ต่างจากเธอเลยสักนิดหญิงสาวเอื้อมมือเช็ดคราบน้ำตาให้เขาเบามือ เติร์กกุมมือน้อยของสาวเจ้าเอาไว้ สายตาทั้งสองทอประกายสานกันด้วยความรักและคิดถึง“อย่าหายไปไหนอีกได้ไหม ไม่งั้นคราวนี้ผมจะตายจริง ๆ แล้วนะ”“นายก็อย่าทำอย่างนั้นอีก นายทำอะไรไว้บ้างจำได้ไหม”“ขอโทษครับ ผมทำพี่เจ็บผมรู้ ฮึก ผมรู้ครับ”เขาพยักหน้าระรัวยอมรับผิดเรื่องคืนนั้
ศึกหนักที่ดำเนินมาทั้งคืนสงบลงพร้อมกับที่ร่างเล็กสลบเหมือดคาท่อนเนื้อด้วยความเหนื่อยล้า เติร์กจ้องมองหญิงสาวที่นอนซมซบอกเขาพลางเกลี่ยแก้มเนียนเบา ๆ“พี่เป็นผู้หญิงคนแรกเลยนะที่ผมค้างด้วย”โดยปกติแล้วแค่เสร็จจ่ายแล้วแยกย้ายกกลับไม่เคยมีใครได้นอนพักค้างคืนกับเขา ไม่ว่าจะนัดหน้าใหม่หรือเป็นคนหน้าเก่าก
เข็มยาวของนาฬิกาวนไปหนึ่งรอบหญิงสาวเจ้าของพื้นที่ยังไม่มีท่าทีจะเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มเอกสารกองใหญ่ จนคนที่รอไปส่งเริ่มเอนกายนอนราบไปกับโซฟาตัวยาวท่าทางจริงจังตอนทำงานของหญิงสาวผมสั้นหน้าหมวยนั้นล็อกสายตาคมกริบไม่สามารถเบนหน้าละความสนใจจากเธอได้เลย เรียกได้ว่าเป็นความสวยที่ดูกี่ครั้งก็ไม่รู้สึกเบื่อ ท
“อ่ะ”“อะไร”นามบัตรใบเล็กถูกยื่นให้คนพี่ทันทีที่ขึ้นรถ ถึงแม้จะรู้ดีว่าอำนาจของผู้หญิงคนนี้มีมากเพียงใดแต่เพราะเป็นผู้หญิงไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้เลยที่จะถูกรุกรานคุกคามจากเพศตรงข้าม โดยเฉพาะตัวเงินตัวทองตัวเก่าของเธอคนนั้น“มีอะไรก็รีบโทรหาผม อย่าให้ไอ้เวรนั่นเข้าใกล้อีก !”“ชิ ! จุ้นจ้านไม่เข้าเ
“ไอ้นั่น ?”ปลายคางเชิดยกขึ้นหนึ่งครั้งชี้ไปทางชายหนุ่มที่ยืนรออยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวรถนักเป็นการถามคนสวยเบาะด้านข้าง แต่กลับไม่ได้รับคำตอบหรือปฏิกิริยาใด ๆ จากเธอเลย“จะลงเองหรือให้ผมอุ้ม”กรั่ก !“ลง ๆ ไอ้เด็กเวร !”เพียงแค่ยินเสียงเปิดประตูรถซาร่าก็รีบชิงลงก่อนพร้อมถ้อยคำหยาบคายบ่นด่าเพื่อนน้อง







