LOGIN"พวกแกอยู่ไหน ฉันถึงห้างแล้ว"
อลิซกรอกเสียงเข้าไปในสายในระหว่างที่กำลังเดินเข้ามาภายในห้างดังใจกลางเมือง เธอนัดเจอกับเพื่อนสนิทที่นี่แต่ก็ไม่รู้ว่าทุกคนมาถึงกันหรือยังเลยต้องโทรเช็กสักหน่อย
"โอเค เดี๋ยวเข้าไป"
มือเรียวกดวางสายเพื่อนสนิทอย่างมะนาว เพื่อนสาวเพียงคนเดียวของเธอ เพื่อนในกลุ่มเธอมีทั้งหมดสี่คน คือชายสองหญิงสอง เพื่อนเธอเป็นลูกหลานตระกูลมาเฟียกันทั้งนั้นมีก็แต่มะนาวที่เป็นลูกหลานนักการเมืองใหญ่ส่วนสองหนุ่มเป็นทายาทมาเฟีย
รองเท้าส้นสูงขนาดห้านิ้วเดินกรีดกรายเข้ามาภายในห้างดัง กวาดสายตามองหากลุ่มเพื่อนที่บอกว่านั่งรอเธอยังโซนนั่งเล่นกลางห้างชั้นล่าง ก่อนสายตาสวยจะปะทะเข้ากับสองคนที่กำลังแกล้งแหย่กันเล่นซึ่งก็คือมะนาวกับออสติน เพื่อนรักเพื่อนแค้นกันมาตั้งแต่เด็ก ทะเลาะกันได้ทุกวัน
"โอ๊ย! ยัยมะนาวเน่าเดี๋ยวนี้เล่นตีหัวเลยเหรอวะ"
"เออ ถ้าแกยังไม่หยุดล้อฉันอีกฉันจะทำมากกว่าตีหัวแกอีก"
"หัวกูนี่มีค่ามากเลยน่ะเว้ยมึงเล่นตีแบบนี้เลยเหรอวะ"
"มีค่ายังไงห๊ะ? ค่าหมายหัวเหรอ สักกี่ล้านดีล่ะ สิบหรือยี่สิบดี"
"มึงนี่มัน..."
"กัดอะไรกันแต่เช้าเนี่ย ที่บ้านไม่มีเพื่อนคุยหรือไงเจอกันทีมีเรื่องให้กัดกันตลอด"
มะนาวที่กำลังยืนเท้าเอวทะเลาะกับออสตินหันขวับกลับมายังเจ้าของเสียงที่เดินเข้ามาหา ร่างบางฉีกยิ้มกว้างจนตาหยีด้วยความดีใจวิ่งเข้ามากอดแขนเพื่อนแลบลิ้นตาปลิ้นให้กับมาเฟียหนุ่มที่ยกนิ้วขึ้นชี้หน้ารัวๆ อย่างไม่เกรงกลัว พร้อมกับฟ้องเพื่อนสาวไปด้วย
"ก็นายนี่น่ะสิฉันอุตส่าห์เอารุ่นพี่ที่เข้ามาจีบให้พวกมันดูเพื่ออวดว่าฉันก็มีคนสนใจเหมือนกัน แต่มันกลับบอกว่าพี่มันแค่หลอก ไม่พอนะยังหัวเราะหาว่าฉันโง่เชื่อพี่เขาง่ายอีกฉันเลยโดดตบหัวมันเลยทีหนึ่ง"
"กูพูดจริง ไม่เชื่อถามไอ้คูเปอร์ก็ได้ว่าไอ้นี่มันเจ้าชู้แค่ไหน ถ้ามึงไม่อยากโดนเจาะไข่แดงเล่นก็อย่าคุยกับมัน"
"อย่าโยนมาให้กู กูไม่รู้เรื่องพวกนี้ดีเหมือนมึง" คูเปอร์ที่นั่งไขว่ห้างทนฟังเพื่อนทะเลาะกันมาได้สักพักรีบออกตัวก่อนทันทีเมื่อเพื่อนโยนมาให้เขารับไปด้วย มันเห็นเขาสนใจเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอวะ วันๆ ก็สนใจแต่ของในห้องแล็บไม่ได้สนใจยุ่งเรื่องชาวบ้านเหมือนมัน
"สัส! เออ ตามใจแต่ถ้ามึงโดนหลอกเจาะไข่แดงฟรีเมื่อไหร่อย่าร้องไห้มาหากูก็แล้วกัน" ออสตินตะคอกด่าเพื่อนไม่เบามากนัก ก่อนจะหันมาพูดใส่หน้ามะนาวแล้วหมุนตัวทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ม้านั่งข้างๆ คูเปอร์
อลิซได้แต่ส่ายหน้าด้วยความระอาเช่นเดียวกับมะนาวที่ไหวไหล่ไม่สนใจ เพราะเธอก็ไม่ได้จริงจังอะไรแค่คุยเล่นๆ อีกอย่างแก้เหงาเท่านั้นไม่เห็นต้องคิดอะไรจริงจังมากเลย
"มึงเรียกพวกกูออกมาทำไม" ออสตินหันถามอลิซ ปรายตายังคนข้างๆ เธอเพียงนิดด้วยความไม่สบอารมณ์เล็กน้อย ก่อนจะดึงสายตายังคนที่เอ่ยถามอีกครั้ง
"เดินเล่น อยู่บ้านเบื่อๆ"
"เดินเล่น? มึงพูดเล่นใช่ป่ะ หน้าอย่างพวกกูเนี่ยนะมึงจะชวนมาเดินเล่น"
"ทำไม หน้าอย่างพวกแกเดินเล่นไม่ได้เหรอ ฟ้าจะผ่าหรือไง หรือตึกจะถล่ม อีกอย่างฉันยังไม่ได้จัดการเรื่องที่พวกแกสองคนพาฉันกลับบ้านตากับยายฉันเลยนะ เลือกเอาว่าจะเดินเล่นเป็นเพื่อนฉันแบบหล่อๆ หรือจะให้ฉันเด็ดหัวพวกแก"
"เฮอะ! คิดว่ากลัวหรือไงวะ ไปล่ะกูมีนัดกับพี่เชอรี่เดี๋ยวสายให้ไอ้คูเปอร์เดินเล่นเป็นเพื่อนมึงไปแล้วกัน" ว่าแล้วก็ดันตัวลุกขึ้นเดินจากไปโบกมือลาไม่สนเสียงแว้ดตามหลัง ปิดหูปิดตาแล้วเดินหน้าต่อ
ดวงตากลมโตเหลือบลงมองยังร่างสูงของคูเปอร์ที่ยังคงนั่งไขว่ห้างไม่สนใจอะไร หน้าหล่อๆ ของมันจะนิ่งไปไหนเนี่ย เหมือนพวกผีดิบของจีนที่ไร้อารมณ์มีเพียงแค่ดวงตาสองข้างที่ขยับเคลื่อนไหวได้เท่านั้นเองเลย อลิซยกมือขึ้นกอดอกจ้องเพื่อนเพื่อเอาคำตอบ
"พ่อกูให้เข้าไปดูของที่แล็บไปล่ะ"
"เดี๋ยวสิคูเปอร์! นี่สรุปฉันจะมีพวกแกเป็นเพื่อนทำไงเนี่ย นอกจากชวนเข้าผับกับกินเหล้าก็ไม่ทำอะไรด้วยเลย" เสียงแหลมบ่นให้ตามหลัง สองมือเหวี่ยงลงข้างลำกายย่นคิ้วไม่จริงจัง ก็รู้ว่าเพื่อนสองคนคงไม่มาเดินห้างกับเธอหรอก พวกมันหวงชีวิตตัวเองจะตายไปไม่มาเดินท่ามกลางคนมากมายแบบนี้แน่
ออสตินกับคูเปอร์จะใช้ชีวิตเหมือนมาเฟียในหนังมาเฟียนั่นแหละ มีลูกน้องใส่ชุดดำล้อมหน้าล้อมหลังเต็มไปหมดกลัวจะถูกลอบฆ่า แต่สำหรับเธอ เธอไม่ชอบแบบนั้นถึงรู้ว่าพ่อตัวเองแอบส่งคนติดตามเธอทุกฝีก้าวตั้งแต่เด็กแต่ถ้าไม่เห็นไม่รู้ไม่เป็นไรแต่หากว่าเห็นเธอจะไล่ทันที ไม่มีคำว่าเกรงใจเพราะถือว่าละเมิดความเป็นส่วนตัวของตัวเอง เธอไม่ชอบ
"เอาไง เดินกันสองคนไหม"
"เอาดิ เบื่อๆ อยู่เลย อีกอย่างฉันเป็นเพื่อนแกจะปล่อยให้เด็กน้อยน่าสงสารแบบแกเดินอยู่กลางห้างคนเดียวได้ยังไง ฉันไม่เหมือนพวกมันที่ทิ้งเพื่อนไว้กลางทางคนเดียวแบบนี้ได้"
"หึหึ งั้นไปกัน วันนี้ฉันเลี้ยงแกเองอยากได้อะไรบอกมาเดี๋ยวเปย์ให้"
"พูดแบบนี้แสดงว่าไปได้อะไรมาอีกล่ะสิ"
"ฮึ!" มุมปากสวยเคลือบลิปสติกสีแดงเชอร์รี่กระตุกยกยิ้มเล็กน้อยชูแบล็คการ์ดไม่จำกัดวงเงินในมือขึ้นให้เพื่อนดู หรี่ตามองบัตรในมืออย่างจริตเล็กน้อยก่อนจะเลื่อนสายตากลับขึ้นยังใบหน้าเพื่อน
"แบล็คการ์ด?"
"ใช่ ไม่จำกัดวงเงิน ตอนแรกว่าเกรงใจจะไม่ใช้แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้วจะเอาให้เจ๊งไปเลย"
"อย่าบอกนะว่าเป็นของแด๊ดแกอ่ะ"
"..."
อลิซใช้การเงียบเป็นคำตอบแทน สอดบัตรกลับเข้าในกระเป๋าสตางค์แบรนด์หรูตามเดิมไหวไหล่เล็กน้อยไม่สนใจ เธออาจจะเคยคิดเกรงใจเพราะเห็นท่านทุกข์จากการสูญเสียแม่เธอไปแต่ตอนนี้น่ะเหรอ หึ! เอาให้ตายกันไปข้างไม่เธอก็พ่อเธอที่ต้องยอมถอย แต่โดยนิสัยส่วนตัวแล้วเธอเป็นคนไม่เคยยอมอะไรง่ายๆ และไม่เคยแพ้ใครด้วย
"อึก! แหวะ!"เสียงโก่งคออาเจียนแต่เช้าของอลิซปลุกนักรบให้ตื่นขึ้นมารับวันใหม่ด้วยความตื่นตระหนกตกใจ ร่างแกร่งแทบลุกจากเตียงทันทีที่ได้ยินเสียงเท้าเล็กวิ่งเข้าไปในห้องน้ำแต่ก็ไม่ทันคนตัวเล็กที่ปิดประตูใส่หน้าไปเสียก่อนเธอมีอาการแบบนี้มาได้เกือบสองเดือนแล้วแต่จะเป็นหนักเอาช่วงหลังๆ มานี้เอง ตื่นเช้ามาอาเจียนตลอดแต่ยังคงทานอาหารได้ปกติตอนแรกก็คิดว่าเป็นอาการของคนท้องแต่พอตรวจก็ยังไม่เจอหญิงสาวจึงคิดว่าน่าจะเป็นเพราะพักผ่อนน้อยเพราะหลังจากลับจากมัลดีฟส์เธอก็โหมเรียนหนักมาตลอดเพราะใกล้ช่วงสอบปลายภาคด้วยซึ่งตัวเขาเองก็คิดว่าเหตุผลนั้นอาจจะเป็นไปได้"อลิซเป็นยังไงบ้างเปิดประตูให้พี่หน่อย""..." ภายในห้องน้ำยังคงเงียบจนน่าใจหาย มันเงียบแบบนี้มาสักพักแล้วไม่มีเสียงโอกอากของหญิงสาวแถมยังไม่มีเสียงตอบรับกลับมาอีกด้วย"อลิซได้ยินพี่ไหม เป็นอะไรหรือเปล่าเปิดประตูให้พี่หน่อย""..."ยิ่งมีเพียงความเงียบที่ตอบกลับมาความกระวนกระวายใจก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น นักรบหมุนเท้าเดินกลับมายังตู้วางของข้างหัวเตียงเปิดลิ้นชักหากุญแจสำรองสำหรับทุกห้องภายในเพนท์เฮ้าส์ด
เสียงสายลมพัดเข้าหาฝั่งนำพาเกลียวคลื่นน้ำซัดเข้ากับโขดหินดังเป็นระยะปลุกอลิซที่กำลังนอนอยู่ภายในอ้อมแขนอบอุ่นของคนรักให้ตื่นขึ้นมารับเช้าวันใหม่ แสงสีส้มแดงของดวงตะวันที่กำลังขึ้นเหนือน่านน้ำมหาสมุทรส่องกระทบเปลือกตาสวยทำนัยน์ตากลมต้องกลอกกลิ้งไปมาเบาๆ ก่อนจะเปิดตาขึ้นมาสัมผัสกับไออุ่นบางเบาของมัน"อือ~"เพราะห้องที่พักจะเป็นแบบให้สามารถเปิดรับลมทะเลได้ กระแสลมทะเลที่พัดเข้าหาฝั่งจึงพัดพาม่านผืนบางให้ปลิวไหวตาม ร่างกายสามารถรับสัมผัสไออุ่นจากดวงตะวันที่กำลังขึ้นอย่างเต็มที่ได้อลิซขยับหันกลับมายังคนตัวโตด้านหลังที่ยังคงหลับตาพริ้ม จุดยิ้มบนใบหน้าเล็กน้อยยื่นหน้าเข้าไปจูบปลายจมูกโด่งเบาๆ แสงสีส้มแดงที่ส่องกระทบลงมาบนใบหน้าหล่อเหลามันยิ่งทำให้นักรบดูน่ามองน่าหลงใหลมากกว่าที่เป็น"ตื่นเช้าจัง""หึหึ"ต่อให้เธอจะเพียงแค่ดิ้นเล็กน้อยก็สามารถปลุกคนตัวโตให้ตื่นได้แล้ว สงสัยคงจะเข็ดจากครั้งนั้นที่เขาตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอเธอหลังจากวันนั้นมาเหมือนไม่ว่าเธอจะขยับเพียงเล็กน้อยดิ้นนิดเดียวก็ปลุกเขาให้ตื่นได้แล้วนักรบกระชับท่อนแขนที่กำล
จุ๊บ~"อือ~"อลิซเบี่ยงหน้าหลบสิ่งรบกวนเวลาพักผ่อนย่นจมูกหงุดหงิดซุกตัวเข้าหาความอบอุ่นจากผ้าห่มที่คลุมกายอยู่ ถึงจะใช้เวลาเดินทางมายังมัลดีฟส์เพียงห้าชั่วโมงแต่เพราะช่วงเวลาที่เดินทางมาเป็นช่วงเวลาเย็นจึงทำให้ร่างกายเกิดการง่วงซึมต้องการการพักผ่อนอย่างอัตโนมัติ อีกข้อคือกิจกรรมสูบพลังที่ทำก่อนจะเดินทางมาต่างหากที่ทำเอาร่างกายอ่อนเพลียแบบนี้"หิวหรือเปล่า"เสียงทุ้มกระซิบชิดริมกกหูเล็กลมหายใจอุ่นร้อนพ่นกระทบซีกแก้มนวลเบาๆ ในขณะที่มือแกร่งเลื้อยลงมาบีบเคล้นหน้าอกใหญ่ปลุกคนขี้เซา นักรบหลุบมองปลายจมูกโด่งเชิดที่ขยับฟุดฟิดรำคาญแต่ก็ยอมพลิกตัวหมุนกลับมายกแขนขึ้นคล้องลำคอหนาซุกหน้าเข้าหาซอกคอแกร่งแทนงึมงำเสียงเบาอย่างน่าเอ็นดู"อยู่ไหนแล้ว~""โรงแรม ถึงสักพักแล้ว"ด้วยเพราะการเดินทางที่ใช้เป็นเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวเวลาการขึ้นลงจึงไม่มีเสียงคนนอกดังรบกวนหญิงสาวถึงได้ไม่รู้สึกตัวตอนที่ถูกอ้อมแขนแกร่งช้อนขึ้นจากที่นอนบนเครื่องบินมายังโรงแรมที่ได้จองไว้จึงไม่แปลกที่เธอจะเอ่ยถามนักรบก้มลงกดจูบบนขมับบางหนักๆ หนึ่งทีหยัดกายลุกขึ้นนั่งโดยที่
"อื้อ~ พอแล้ว"อลิซเบรกคนหื่นที่กำลังระดมจูบใส่ริมฝีปากสวยอย่างไม่รู้จักอิ่ม หอบหายใจหนักชิดปลายจมูกโด่งคมสันดันอกกว้างและไหล่หนาเอาไว้"ไหนว่าจะให้จุ๊บ""ยังไม่ได้จุ๊บหรือไง อีกอย่างอลิซบอกให้จุ๊บไม่ใช่จูบแบบดูดดื่มแบบนี้สักหน่อย พี่นี่ชักจะหื่นขึ้นทุกวันแล้วนะ""...""อลิซจะลงแล้ว"ผลักร่างหนาออกหันกลับมาจัดผมเผ้ายุ่งเหยิงให้เข้าทรง หลุบสำรวจการแต่งตัวของตัวเองแล้วก็สอดมือคว้าตลับแป้งพัฟในกระเป๋าออกมาเติมลิปสติกและแป้งหน่อยหนึ่ง ถึงจะไม่แคร์สายตาใครแต่เธอก็ไม่ได้อยากออกไปด้วยสภาพไม่สวยแบบนี้เหมือนกัน"จะเติมอะไรนักหนาจะไปเรียนหรือไปทำอะไร"พอเปลี่ยนสถานะเป็นแฟนแบบออกนอกหน้านี่ก็หวงออกหน้าออกตาเลยนะ ดวงตากลมหันกลับมาจ้องคนหน้านิ่งที่กำลังส่งสายตาไม่พอใจมาให้ ยื่นหน้าเข้าไปจูบริมฝีปากหนาเบาๆ หนึ่งทีแล้วผละออก"มีแฟนแล้วค่ะไม่มองผู้ชายคนอื่นหรอก อีกอย่างอลิซรักพี่มาตั้งหลายปีขนาดนี้ยังไม่เชื่อใจอลิซอีกเหรอ""เชื่อใจแต่ไม่ชอบให้คนอื่นมอง หวง""เฮ้อ... อลิซไปนะคะเดี๋ยวตอนเย็นไปหาที่บริษัทสัญญาว่าจะเป็นเด็กดี"
"นักรบ!"ปึง!"อย่าปีนเกลียวอลิซ"อลิซอมยิ้มขำใบหน้าถมึงทึงของคนที่เปิดประตูเข้ามาตึงตังไม่พอใจกับชื่อที่เธอเอ่ยเรียกออกมาอย่างกวนๆ แต่อย่างนั้นก็ยังเดินเข้ามาอุ้มร่างเล็กบนโถชักโครกขึ้นมาแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำมาด้วยความเงียบไม่บ่นหรือพูดอะไรเหลือบมองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของสาวเจ้าเล็กน้อยปล่อยร่างบางกลับลงบนเตียงกว้างใช้สองแขนกักขังหญิงสาวไว้ใต้อาณัติแต่มันกลับไม่ได้ทำให้คนใต้ร่างกลัวเลยสักนิด เธอยังคงอมยิ้มทำหน้าทะเล้นจ้องกลับเอียงคอเล็กน้อยราวกับลูกแมวน้อย"เหมือนมีเด็กแถวนี้จะไม่เข็ดนะ""ไหนเหรอ เด็กที่ไหนกันทำไมช่างกล้าแบบนี้""...เด็กแสบ!""อื้อ~"ไม่รอให้เด็กแสบได้กวนประสาทมากไปกว่านี้ก็จัดการโฉบลงมาปิดปากเล็กที่เอาแต่กวนประสาทบดจูบขบเม้มกลีบปากนุ่มอย่างหนักหน่วงทันที ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเธอกำลังกวนเขาอยู่ เห็นใจดีด้วยหน่อยเอาใหญ่เลยจำไม่ได้แล้วหรือไงว่าเมื่อคืนตัวเองโดนอะไรไปบ้าง สงสัยอาการเช้านี้ยังไม่พออยากจะเอาอีกสินะนักรบกดร่างบางลงบนที่นอนรวบสองมือตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเพียงข้างเดียว เคลื่อนมืออีกข้างมาถล
"อึก! อื้อ!"อลิซกัดฟันแน่นข่มเสียงครางลามกไว้ในขณะที่ร่างกายกำลังขยับเคลื่อนไหวตามแรงซอยส่งเข้าหาอย่างหนักหน่วงของกายแกร่งด้านบนความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ตกกระทบลงมาบนกายเปลือยเปล่าไม่ได้ช่วยให้รู้สึกเย็นขึ้นเลย ร่างกายยังคงร้อนร่าราวกับอยู่ในกองเพลิง ร่างเปลือยเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ อกใหญ่เต้าสวยกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงเช่นเดียวกับลมหายใจที่ติดขัดจิกปลายเล็บลงไปบนท่อนแขนแกร่งที่กำลังจับตรึงเอวคอดเอาไว้แน่"อะ.. อ๊าาาาา""จะเสร็จแล้วฮึ่ม!"เสียงพร่าแหบครางกระหึ่มในลำคอกัดฟันกรามแน่นขยับเร่งสะโพกสอบให้ซอยเข้าหาหลืบร่องแคบแดงปลั่งแบบไม่ยั้งแรง ยิ่งเสียงกรีดร้องครางหวานหูของอลิซดังไม่หยุดยิ่งเพิ่มอารมณ์ดิบให้ลุกโชนอยากกระแทกปลดปล่อยทุกอย่างอย่างสุดจะกลั้นเอาไว้ได้นักรบปล่อยมือออกจากเอวคอดลงมาดันเรียวขาสวยเปิดอ้ากว้างกระหน่ำสะโพกสะบัดเข้าใส่ร่องฉ่ำแดงปลั่งอย่างบ้าคลั่ง ส่งเสียงครางกระหึ่มในลำคออีกครั้งก่อนจะโน้มลงมาแนบแผงอกแกร่งแข็งแรงกับหน้าอกเต่งตึงเกร็งสะโพกกระตุกปลดปล่อยน้ำรักสีขุ่นเข้าไปในกายสาว กดแช่ค้างขยับเนิบนาบสองสามค
'แกกำลังจะบอกฉันว่าเราเข้าใจผิดงั้นเหรอ'"ก็ไม่เชิง เรื่องที่มันไม่ได้จ้างคนพวกนั้นอาจจะใช่แต่เรื่องที่มันอยากได้พี่นักรบจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ ฉันว่านะแกน่าจะเตือนอาแกหน่อยก็ดีผู้หญิงคนนี้ตอแหลสุดๆ ไม่มีใครเกินเลย" เสียงหวานกรอกเสียงตอบกลับเพื่อนสนิทพลางหย่อนสะโพกลงบนโซฟารับแขกกลางห้องทำงานก
"จะกลับยัง"อลิซเอ่ยถามเพื่อนพลางยกมือขึ้นกอดอกไปด้วยความหงุดหงิดไม่สบอารมณ์ เธอเพิ่งมีเรื่องกับไฮโซคุณหนูอะไรสักอย่างมาจะให้มายิ้มหน้าระรื่นก็คงไม่ใช่"ใจเย็นดิแกมันก็แค่กระเป๋ารุ่นเก่าใบเดียวป่ะ แกจะหงุดหงิดทำไมเนี่ย""ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่กระเป๋าเก่าใบเดียวแต่มันอย
ปึก!"เฮ้ย! แกใจเย็นก่อน ยกกระดกแบบนั้นเดี๋ยวก็ได้น็อคหรอก"มะนาวยื่นมือคว้าแก้วเหล้าในมือเพื่อนมาวางไว้บนบาร์น้ำพลางพ่นลมหายใจเบาๆ หลังจากออกจากมหาลัยมาทั้งสองก็ตรงไปยังคอนโดของอลิซทันที เธอต้องนั่งทนฟังเสียงระบายความในใจของมันตั้งค่อนครึ่งวันจนทนไม่ไหวเลยหาเรื่องพามันออกมาข้างนอก และที่
กึก!เสียงดังกึกกักหน้าบ้านดึงความสนใจของอลิซที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์ให้หันมองตาม ไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็นนักรบหรอกเพราะตั้งแต่เขาออกจากไปตั้งแต่เช้าจนกระทั่งตอนนี้เกือบจะสิบโมงแล้วยังไม่มีแม้แต่เงาของเขาว่าจะเฉียดเข้ามาใกล้รัศมีสองเมตรใกล้บ้านพักเธอเลย "อลิซ"น้ำเสียงคุ้นเคยของเพื่อนส







