LOGIN"พวกแกอยู่ไหน ฉันถึงห้างแล้ว"
อลิซกรอกเสียงเข้าไปในสายในระหว่างที่กำลังเดินเข้ามาภายในห้างดังใจกลางเมือง เธอนัดเจอกับเพื่อนสนิทที่นี่แต่ก็ไม่รู้ว่าทุกคนมาถึงกันหรือยังเลยต้องโทรเช็กสักหน่อย
"โอเค เดี๋ยวเข้าไป"
มือเรียวกดวางสายเพื่อนสนิทอย่างมะนาว เพื่อนสาวเพียงคนเดียวของเธอ เพื่อนในกลุ่มเธอมีทั้งหมดสี่คน คือชายสองหญิงสอง เพื่อนเธอเป็นลูกหลานตระกูลมาเฟียกันทั้งนั้นมีก็แต่มะนาวที่เป็นลูกหลานนักการเมืองใหญ่ส่วนสองหนุ่มเป็นทายาทมาเฟีย
รองเท้าส้นสูงขนาดห้านิ้วเดินกรีดกรายเข้ามาภายในห้างดัง กวาดสายตามองหากลุ่มเพื่อนที่บอกว่านั่งรอเธอยังโซนนั่งเล่นกลางห้างชั้นล่าง ก่อนสายตาสวยจะปะทะเข้ากับสองคนที่กำลังแกล้งแหย่กันเล่นซึ่งก็คือมะนาวกับออสติน เพื่อนรักเพื่อนแค้นกันมาตั้งแต่เด็ก ทะเลาะกันได้ทุกวัน
"โอ๊ย! ยัยมะนาวเน่าเดี๋ยวนี้เล่นตีหัวเลยเหรอวะ"
"เออ ถ้าแกยังไม่หยุดล้อฉันอีกฉันจะทำมากกว่าตีหัวแกอีก"
"หัวกูนี่มีค่ามากเลยน่ะเว้ยมึงเล่นตีแบบนี้เลยเหรอวะ"
"มีค่ายังไงห๊ะ? ค่าหมายหัวเหรอ สักกี่ล้านดีล่ะ สิบหรือยี่สิบดี"
"มึงนี่มัน..."
"กัดอะไรกันแต่เช้าเนี่ย ที่บ้านไม่มีเพื่อนคุยหรือไงเจอกันทีมีเรื่องให้กัดกันตลอด"
มะนาวที่กำลังยืนเท้าเอวทะเลาะกับออสตินหันขวับกลับมายังเจ้าของเสียงที่เดินเข้ามาหา ร่างบางฉีกยิ้มกว้างจนตาหยีด้วยความดีใจวิ่งเข้ามากอดแขนเพื่อนแลบลิ้นตาปลิ้นให้กับมาเฟียหนุ่มที่ยกนิ้วขึ้นชี้หน้ารัวๆ อย่างไม่เกรงกลัว พร้อมกับฟ้องเพื่อนสาวไปด้วย
"ก็นายนี่น่ะสิฉันอุตส่าห์เอารุ่นพี่ที่เข้ามาจีบให้พวกมันดูเพื่ออวดว่าฉันก็มีคนสนใจเหมือนกัน แต่มันกลับบอกว่าพี่มันแค่หลอก ไม่พอนะยังหัวเราะหาว่าฉันโง่เชื่อพี่เขาง่ายอีกฉันเลยโดดตบหัวมันเลยทีหนึ่ง"
"กูพูดจริง ไม่เชื่อถามไอ้คูเปอร์ก็ได้ว่าไอ้นี่มันเจ้าชู้แค่ไหน ถ้ามึงไม่อยากโดนเจาะไข่แดงเล่นก็อย่าคุยกับมัน"
"อย่าโยนมาให้กู กูไม่รู้เรื่องพวกนี้ดีเหมือนมึง" คูเปอร์ที่นั่งไขว่ห้างทนฟังเพื่อนทะเลาะกันมาได้สักพักรีบออกตัวก่อนทันทีเมื่อเพื่อนโยนมาให้เขารับไปด้วย มันเห็นเขาสนใจเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอวะ วันๆ ก็สนใจแต่ของในห้องแล็บไม่ได้สนใจยุ่งเรื่องชาวบ้านเหมือนมัน
"สัส! เออ ตามใจแต่ถ้ามึงโดนหลอกเจาะไข่แดงฟรีเมื่อไหร่อย่าร้องไห้มาหากูก็แล้วกัน" ออสตินตะคอกด่าเพื่อนไม่เบามากนัก ก่อนจะหันมาพูดใส่หน้ามะนาวแล้วหมุนตัวทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ม้านั่งข้างๆ คูเปอร์
อลิซได้แต่ส่ายหน้าด้วยความระอาเช่นเดียวกับมะนาวที่ไหวไหล่ไม่สนใจ เพราะเธอก็ไม่ได้จริงจังอะไรแค่คุยเล่นๆ อีกอย่างแก้เหงาเท่านั้นไม่เห็นต้องคิดอะไรจริงจังมากเลย
"มึงเรียกพวกกูออกมาทำไม" ออสตินหันถามอลิซ ปรายตายังคนข้างๆ เธอเพียงนิดด้วยความไม่สบอารมณ์เล็กน้อย ก่อนจะดึงสายตายังคนที่เอ่ยถามอีกครั้ง
"เดินเล่น อยู่บ้านเบื่อๆ"
"เดินเล่น? มึงพูดเล่นใช่ป่ะ หน้าอย่างพวกกูเนี่ยนะมึงจะชวนมาเดินเล่น"
"ทำไม หน้าอย่างพวกแกเดินเล่นไม่ได้เหรอ ฟ้าจะผ่าหรือไง หรือตึกจะถล่ม อีกอย่างฉันยังไม่ได้จัดการเรื่องที่พวกแกสองคนพาฉันกลับบ้านตากับยายฉันเลยนะ เลือกเอาว่าจะเดินเล่นเป็นเพื่อนฉันแบบหล่อๆ หรือจะให้ฉันเด็ดหัวพวกแก"
"เฮอะ! คิดว่ากลัวหรือไงวะ ไปล่ะกูมีนัดกับพี่เชอรี่เดี๋ยวสายให้ไอ้คูเปอร์เดินเล่นเป็นเพื่อนมึงไปแล้วกัน" ว่าแล้วก็ดันตัวลุกขึ้นเดินจากไปโบกมือลาไม่สนเสียงแว้ดตามหลัง ปิดหูปิดตาแล้วเดินหน้าต่อ
ดวงตากลมโตเหลือบลงมองยังร่างสูงของคูเปอร์ที่ยังคงนั่งไขว่ห้างไม่สนใจอะไร หน้าหล่อๆ ของมันจะนิ่งไปไหนเนี่ย เหมือนพวกผีดิบของจีนที่ไร้อารมณ์มีเพียงแค่ดวงตาสองข้างที่ขยับเคลื่อนไหวได้เท่านั้นเองเลย อลิซยกมือขึ้นกอดอกจ้องเพื่อนเพื่อเอาคำตอบ
"พ่อกูให้เข้าไปดูของที่แล็บไปล่ะ"
"เดี๋ยวสิคูเปอร์! นี่สรุปฉันจะมีพวกแกเป็นเพื่อนทำไงเนี่ย นอกจากชวนเข้าผับกับกินเหล้าก็ไม่ทำอะไรด้วยเลย" เสียงแหลมบ่นให้ตามหลัง สองมือเหวี่ยงลงข้างลำกายย่นคิ้วไม่จริงจัง ก็รู้ว่าเพื่อนสองคนคงไม่มาเดินห้างกับเธอหรอก พวกมันหวงชีวิตตัวเองจะตายไปไม่มาเดินท่ามกลางคนมากมายแบบนี้แน่
ออสตินกับคูเปอร์จะใช้ชีวิตเหมือนมาเฟียในหนังมาเฟียนั่นแหละ มีลูกน้องใส่ชุดดำล้อมหน้าล้อมหลังเต็มไปหมดกลัวจะถูกลอบฆ่า แต่สำหรับเธอ เธอไม่ชอบแบบนั้นถึงรู้ว่าพ่อตัวเองแอบส่งคนติดตามเธอทุกฝีก้าวตั้งแต่เด็กแต่ถ้าไม่เห็นไม่รู้ไม่เป็นไรแต่หากว่าเห็นเธอจะไล่ทันที ไม่มีคำว่าเกรงใจเพราะถือว่าละเมิดความเป็นส่วนตัวของตัวเอง เธอไม่ชอบ
"เอาไง เดินกันสองคนไหม"
"เอาดิ เบื่อๆ อยู่เลย อีกอย่างฉันเป็นเพื่อนแกจะปล่อยให้เด็กน้อยน่าสงสารแบบแกเดินอยู่กลางห้างคนเดียวได้ยังไง ฉันไม่เหมือนพวกมันที่ทิ้งเพื่อนไว้กลางทางคนเดียวแบบนี้ได้"
"หึหึ งั้นไปกัน วันนี้ฉันเลี้ยงแกเองอยากได้อะไรบอกมาเดี๋ยวเปย์ให้"
"พูดแบบนี้แสดงว่าไปได้อะไรมาอีกล่ะสิ"
"ฮึ!" มุมปากสวยเคลือบลิปสติกสีแดงเชอร์รี่กระตุกยกยิ้มเล็กน้อยชูแบล็คการ์ดไม่จำกัดวงเงินในมือขึ้นให้เพื่อนดู หรี่ตามองบัตรในมืออย่างจริตเล็กน้อยก่อนจะเลื่อนสายตากลับขึ้นยังใบหน้าเพื่อน
"แบล็คการ์ด?"
"ใช่ ไม่จำกัดวงเงิน ตอนแรกว่าเกรงใจจะไม่ใช้แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้วจะเอาให้เจ๊งไปเลย"
"อย่าบอกนะว่าเป็นของแด๊ดแกอ่ะ"
"..."
อลิซใช้การเงียบเป็นคำตอบแทน สอดบัตรกลับเข้าในกระเป๋าสตางค์แบรนด์หรูตามเดิมไหวไหล่เล็กน้อยไม่สนใจ เธออาจจะเคยคิดเกรงใจเพราะเห็นท่านทุกข์จากการสูญเสียแม่เธอไปแต่ตอนนี้น่ะเหรอ หึ! เอาให้ตายกันไปข้างไม่เธอก็พ่อเธอที่ต้องยอมถอย แต่โดยนิสัยส่วนตัวแล้วเธอเป็นคนไม่เคยยอมอะไรง่ายๆ และไม่เคยแพ้ใครด้วย
สองวันต่อมา..."เท้าแกเป็นไงบ้าง""ดีขึ้นแล้ว"อลิซก้มมองเท้าตัวเองขยับเล็กน้อยเพื่อเช็กความเจ็บพร้อมกับตอบเพื่อนสนิทไป ก่อนจะเลื่อนสายตากลับขึ้นมายังหน้าจอมือถือในมือตัวเองต่อ หลังจากกลับจากทะเลเธอก็เอาแต่อยู่ในห้อง ไม่ใช่ว่าไม่อยากออกไปไหนนะ แต่เพราะยังรู้สึกเจ็บเท้าอยู่เลยไม่อยากเดินเยอะเธอเลยเลือกที่จะอยู่แต่ในห้องดีกว่าแล้วค่อยออกจากห้องวันเปิดเรียนเลยทีเดียว ซึ่งก็มีคุยกับเพื่อนบ้างแต่เวลาส่วนใหญ่ใช้ไปกับโซเชียลเสียมากกว่า"นี่ๆ เห็นพี่เจสซี่ป่ะ วันนี้นางมากับหนุ่มหล่อด้วยนะ หล่อแบบหล่อมากอ่ะ""หนุ่มไหนกัน พี่เจสซี่ควงผู้เยอะออกแล้ววันนี้ควงคนไหนล่ะ""ก็คน.. นั่นไง มาโน่นแล้ว งุ้ย~ หล่อมากอ่ะ แต่รู้สึกเหมือนจะหน้าคุ้นๆ อ่ะเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย"เสียงพูดคุยของกลุ่มนักศึกษาสาวที่กำลังจับกลุ่มหันมองไปยังเจ้าของชื่อที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมกับหนุ่มหล่อในบทสนทนาไม่ได้ดึงความสนใจของอลิซให้ละความสนใจออกจากหน้าจอสี่เหลี่ยมในมือได้เลยสักนิด เธอจะสนใจเรื่องของผู้หญิงคนนั้นทำไมกัน ใช่ เจสซี่คือรุ่นพี่สาวที่เคยหาเรื่องเธอมาก่อน เธอก็เพิ่งจะม
กึก!เสียงดังกึกกักหน้าบ้านดึงความสนใจของอลิซที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์ให้หันมองตาม ไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็นนักรบหรอกเพราะตั้งแต่เขาออกจากไปตั้งแต่เช้าจนกระทั่งตอนนี้เกือบจะสิบโมงแล้วยังไม่มีแม้แต่เงาของเขาว่าจะเฉียดเข้ามาใกล้รัศมีสองเมตรใกล้บ้านพักเธอเลย "อลิซ"น้ำเสียงคุ้นเคยของเพื่อนสนิททำให้เจ้าของชื่อเผลอพ่นลมหายใจออกเบาๆ ถึงบอกว่าไม่ได้คาดหวังแต่ลึกๆ ก็ยังแอบหวังนั่นแหละ"แกเป็นไรมากป่ะเนี่ย พี่นักรบให้คนไปบอกฉันว่าแกบาดเจ็บ แล้วไหนแกเป็นไรไหม""ไม่เป็นไรแค่เม่นทะเลตำเท้าอ่ะ เดี๋ยวก็หาย""ฉันก็ตกใจคิดว่าเป็นอะไรมากเสียอีก"มะนาวเดินมาทิ้งตัวลงนั่งข้างเพื่อนพร้อมกับถอนหายใจพรืดยาวด้วยความโล่งอกที่เพื่อนไม่ได้เป็นอะไรมาก ทำให้คนได้รับบาดเจ็บถึงกับอมยิ้มตาม"งั้นแพลนดำน้ำแล้วก็อื่นๆ ก็ยกเลิกไปก่อนแล้วกัน ไว้ว่างๆ ค่อยมากันวันหลังก็ได้ ครั้งนี้ก็เดินเล่นเล่นน้ำนิดหน่อยก็พอแล้ว" หลุบมองฝ่าเท้าเล็กที่มีจุดสีแดงอยู่หลายจุดแล้วเอ่ยเสียงอ่อนพ่นลมหายใจเบาๆ"ก็คงต้องเป็นแบบนั้น ...ว่าแต่ แกบอกว่าพี่นักรบให้คนไปบอกแกว่าฉันบาดเจ็บเหรอ แล้วเขาล่ะ""ไม่รู
"หล่อจัง~"จุ๊บ!นักรบชะงักเท้าที่กำลังเดินทันทีหลังคนในอ้อมแขนเขย่งขึ้นมาจุ๊บริมฝีปากบางอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันตั้งตัว ดวงตาคมเรียวหลุบลงยังใบหน้าสวยของเจ้าตัวนิ่งๆ ส่งความเย็นชาผ่านสายตาแทนคำพูดแต่สาวเจ้ากลับทำลอยหน้าลอยตาไม่สนใจแถมยังเอาแต่ยิ้มหน้าระรื่นจนสุดท้ายเป็นเขาเองที่ต้องเป็นคนยอมหันหลบร่างบางถูกวางลงบนม้านั่งโดยที่นักรบก็รีบนั่งทับส้นเท้าลงตาม มือหนายื่นจับเท้าเล็กขึ้นมาวางบนหน้าขาแกร่งมองสำรวจความเจ็บที่เธออุทานก่อนหน้าโดยไม่ถามเจ้าตัว ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างดีเยี่ยมแม้จะไม่ได้เอ่ยปากถามคนเจ็บเลยก็ตาม"เม่นทะเลตำ กลับไปแช่น้ำอุ่นไม่กี่วันก็หาย""อลิซเดินไม่ได้ค่ะ เจ็บ""..."ดวงตาคมเงยกลับขึ้นมาจ้องใบหน้าสวยที่ยังคงมีรอยยิ้มกริ่มประดับอยู่ แม้ขอบตาจะแดงก่ำตัดกับผิวขาวๆ ของเจ้าตัวนัยน์ตาสีน้ำข้าวสั่นเล็กน้อยแต่เธอก็ยังไม่ยอมแสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็น อลิซยื่นแขนสองข้างขึ้นให้ในจังหวะที่ร่างสูงหยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูง เขาเท้าเอวพ่นลมหายใจรำคาญออกเบาๆ แต่ก็ยอมอุ้มเธอขึ้นมาสู่อ้อมแขนอีกครั้ง"พี่นักรบไม่หนักเหรอคะ""...""แล้วงานเป็นไงบ้างคะ เรียบร้อยดีหรือเปล่า""ถ้าเธอ
"ขอบคุณสำหรับการดูแลความปลอดภัยสองสามมานี้ด้วยนะครับ ผมต้องขอโทษด้วยหากว่าภรรยาผมล่วงเกินอะไรไป เธอไม่ค่อยชินกับสถานการณ์แบบนี้เท่าไหร่เลยอาจเผลอทำอะไรลงไป ผมต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะครับ""ไม่เป็นไรครับมันคือหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ"นักรบตอบกลับลูกค้ารายใหญ่ด้วยความเป็นปกติ แม้จะไม่ได้ยิ้มแย้มจนเกินบุคลิกส่วนตัวแต่ก็ไม่ได้แสดงความเย็นชาจนเกินไปให้ลูกค้าสัมผัสได้ งานของเขาครั้งนี้คือตามดูแลความปลอดภัยตลอดระยะเวลาการท่องเที่ยวให้กับภรรยาของนักการเมืองใหญ่ที่เพิ่งเดินทางกลับจากสวีเดนพร้อมกับลูกสาวตัวน้อยวัยเจ็ดขวบ และการทำงานจะสิ้นสุดลงหากทั้งสองคนเดินทางกลับถึงที่พักได้อย่างปลอดภัยซึ่งเหลือเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้างานเขาก็จะจบลงแล้วเขาพวกคุยกับผู้ว่าจ้างอีกสองสามประโยคก็ขอแยกตัวออกมาปล่อยให้ลูกค้าได้ใช้เวลาส่วนตัวกับครอบครัว ร่างสูงสง่าเดินมาหยุดยืนข้างม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ที่คอยให้ความร่มรื่นภายในเขตบริเวณของโรงแรม มือหนาสอดล้วงกล่องบุหรี่ราคาแพงออกมาจุดสูบขมวดคิ้วเล็กน้อยทอดสายตามองตรงไปด้านหน้าด้วยใบหน้าราบเรียบจนกระทั่ง.."นักรบ"เสียงหวานคุ้นเคยของใครบางคนดังมาจากทางด้านหลังเป็นจ
"อือ~"เสียงหวานแหบพร่าครางแผ่วในลำคอพลิกตัวนอนตะแคงหลบแสงสว่างจากด้านนอกที่เข้าปลุกรบกวนการพักผ่อน อลิซนิ่วคิ้วด้วยความหงุดหงิดไม่เพียงการนอนที่ไม่เต็มอิ่มแต่ยังรู้สึกมึนหัวผลพวงจากแอลกอฮอล์ที่เอาเข้าสู่ร่างกายเมื่อคืนด้วยที่ทำให้เธอเกิดความหงุดหงิดตั้งแต่เช้าแบบนี้ร่างบางดันตัวลุกขึ้นทั้งที่ตายังคงปิดแน่นมือเรียวยกขึ้นมาสะบัดผมสวยปรกหน้าออก ค่อยๆ ปรือตาขึ้นรับเช้าวันใหม่หันมองรอบห้องเล็กน้อยก่อนจะผ่อนลมหายใจออกเบาๆเมื่อคืนเธอไม่รู้ว่ากลับมาถึงคอนโดเวลากี่โมง อาจจะเที่ยงคืน ตีหนึ่งตีสองหรือกี่โมงไม่รู้เพราะกลับมาถึงเธอก็ตรงเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำก่อนเลยเป็นอันดับแรก แล้วตามด้วยการมาล้มตัวนอนบนเตียงทันทีเพราะเธอเผลอหลับตลอดการนั่งรถกลับมาแล้ว"น่าโมโหจริงๆ" นึกถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วก็อดจะโมโหขึ้นมาไม่ได้ เธอเกือบจะได้ครอบครองทั้งตัวของชายหนุ่มที่ชอบแล้วเชียวถ้าไม่ใช่เพราะงานที่ไม่รู้เวล่ำเวลาของเขาเข้ามาขัดได้อย่างพอดิบพอดีนะตอนนี้เธอคงได้นอนอยู่กับชายหนุ่มสักแห่งแล้วดวงตากลมหลุบมองยังเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ที่เอาขึ้นมากอดนอนเมื่อคืนแล้วเอื้อมมือหยิบขึ้นมาเสมอระดับใบหน้า กลิ่นหอมเฉพาะ
นักรบชะงักเท้าเล็กน้อยเมื่อร่างกายกำยำกลับเข้ามารับสัมผัสกับอุณหภูมิภายในห้องทำงาน ดวงตาคมเรียวเหลือบมองรอบห้องหาคนที่เพิ่งขึ้นมาก่อนหน้านี้ไม่กี่นาทีแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า เธอไม่ได้อยู่ในห้องนี้ร่างสูงเดินเข้ามาในห้องรับอากาศเย็นสบายจากเครื่องปรับอากาศทั้งกาย ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่พร้อมกับคว้าแฟ้มเอกสารบัญชีของคลับขึ้นมาตรวจต่อ มือหนาเอื้อมคว้าแก้วเหล้าใกล้มือขึ้นมากระดกดื่มจนหมดแก้วแล้วจึงวางแก้วเปล่าที่เหลือเพียงน้ำแข็งสองก้อนลงกลับบนโต๊ะ เอื้อมคว้าขวดเหล้าขึ้นมาเทลงในแก้วแล้วยกกระดกลงคออีกครั้ง ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วที่เขานั่งกระดกดื่มเหล้าเพียวในแก้วลงคอแต่ความร้อนภายในกายหนุ่มเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง หยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามขมับข้างและแผ่นหลังกว้าง หน้าท้องแกร่งความอ่อนไหวเกิดความรู้สึกที่ไม่สมควรจะเกิดแม้มีโอกาสเป็นไปได้ก็ตาม"เวรเอ้ย!"โทนเสียงกระเส่าใบหน้าแดงก่ำเพราะฤทธิ์อารมณ์บางอย่างสบทหยาบคายออกมาไม่เบามากนัก ก่อนมือหนาจะคว้ามือถือส่วนตัวไม่ไกลมือขึ้นเพื่อต่อสายหาลูกน้อง กรามหนาขบแน่นจนขึ้นสันนูนราวกับกำลังพยายามหักห้ามตัวเองอย่างหนั







