LOGINในอดีต…ความหลงใหลของเขา แปรเปลี่ยนเป็นการทำลาย คืนหนึ่งที่ถูกวางแผน ย่ำยี และพรากทุกความฝันของเธอไปตลอดกาล หลายปีผ่านไป เธอกลับมาอีกครั้ง ไม่ใช่ในฐานะเหยื่อผู้หวาดกลัว แต่ในนาม เชฟมือหนึ่ง ผู้ยืนหยัดอยู่ในโรงแรมของเขา ครั้งนี้เธอจะไม่ยอมถูกทำร้าย และเขาจะต้องเผชิญกับรสชาติของบาปที่ตนเคยก่อ เมื่ออดีตที่เขาคิดว่าคุมได้…กำลังลุกขึ้นทวงคืนทุกอย่าง
View Moreบรรยากาศหน้ารั้วมหาวิทยาลัยชั้นนำของเมืองไทย ในเวลายามเย็น บรรดานิสิตนักศึกษามากมายต่างสัญจรไปมา บ้างก็เดินทางเท้า บ้างก็เกาะกลุ่มอยู่ภายในร้านบริเวณตรงข้ามกับมหาวิทยาลัย หนุ่มสาววัยเจริญพันธุ์ทั้งหลายต่างหยอกล้อกันไปมาตามประสาวัยรุ่นยุคใหม่ทำให้ทุกอย่างดูครึกครื้นอย่างเห็นได้ชัด...
“ถ้านายสนใจเธอ ฉันจัดให้ได้นะโว้ย คนนี้อาจจะเล่นยากหน่อยแต่ว่าฉันมีแผน! รับรอง!...เธอทำให้นายถึงใจแน่...อินทัช”
“นั่นมันเด็กสิบหกจริงหรือเปล่าวะ ฉันว่าไม่น่าจะใช่ เธอดูโตเกินวัยไปซะหน่อย...”
สายตาคมจับจ้องไปยังเรือนร่างของสาววัยสิบหกที่สวมชุดนักเรียนมอ-ปลาย กระโปรงมีจีบรอบ ตัวเอวยกสูง เสื้อนักเรียนสีขาวทับใน รองเท้าหุ้มส้นสีดำ ร่างบางอวบอิ่มสมส่วนในวัยสาว ผิวขาวนวลเนียนใส ริมฝีปากสีชมพูเป็นรูปกระจับเย้ายวนน่าสัมผัส ในมือเธอถือกระเป๋านักเรียนกำลังมองซ้ายมองขวาข้ามถนนอยู่ไม่ไกล
“ใช่...เกินวัยจริง...หัวจรดเท้า...ได้จัดสักคืนพ่อจะรีดน้ำออกให้หมด...เด็กอะไรวะสวยฉิบ!”
“อืม...สวยจริง...ว่าแต่นายจะใช้วิธีไหนวะกันต์ เธอเป็นเด็กมอ-ปลายอยู่เลย ไม่น่าจะมีทางเป็นไปได้...”
“นายจะจัดป่ะล่ะ...เกรดA เลยนะโว้ยคนนี้ มีคนเล็งไว้หลายคนแล้ว แต่แมร่งเข้าไม่ถึงสักคน หล่อนเป็นเด็กเรียนของจริงเช้าเรียนเย็นกลับบ้าน วงจรชีวิตเหมือนนก...เช้าหาอาหาร..เย็นก็ต้องกลับเข้ารัง...”
“และไอ่วิธีที่นายบอก มันจะมีทางเป็นไปได้ยังไงวะกันต์ หรือนายจะโม้เกินเบอร์ไปหน่อยมั้ง...”
“เงินถึง! ของก็มาเองแหละ ต่อให้ UFO ฉันก็หามาให้นายได้...อินทัช!”
“เรื่องเงินฉันไม่มีปัญหา...ขอแค่ได้เธอมาก็พอ...นายคงลืมไปแล้วสิ...ว่าฉันลูกใคร!”
“เออ...นายคือนายน้อยอินทัชทายาทเจ้าของโรงแรมและภัตคารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีมรดกเป็นพันล้านหมื่นล้านไง...แหม...นายนี่มันสุดจริงว่ะ...อินทัช!”
“เฮ้อ! ฉันนั่งฟังนายสองคนเมาท์อยู่นานแล้ว ไม่เห็นมันจะมีอะไรสร้างสรรค์ซักเรื่อง เมื่อไหร่นายสองคนจะสนใจเรื่องเรียนมากกว่าสาวๆ พวกนั้นวะกันต์...อินทัช...”
“อ่าว...เวย์...นายจะพูดแบบนี้ไม่ได้นะโว้ย...พวกฉันชอบสาวๆ เนื้อนมไข่มันถูกใจพวกฉัน ส่วนนายไม่ชอบหญิงนี่หว่าก็พูดได้ดิ...ของสวยๆ งามๆ ใครก็ชอบกันทั้งนั้น นายเข้าไม่ถึงหรอก...ของพวกนี้...สำหรับนายคงจะเข้าถึงแต่...”
“เข้าถึงอะไร! นายจะพูดว่าอะไร พูดมาชัดๆ นะโว้ย ไม่งั้นปากแตกแน่ๆ ลองสิ!”
“ใจเย็นเวย์...และนาย! ไอ่กันต์ นายนี่ชอบหาเรื่องจริงๆ”
“นายควรจะว่าไอ่เวย์มันมากกว่านะโว้ย มันน่ะพวกแหกคอก ดูสิเราสองคนเรียนวิศ-วะ แต่มันดันเรียนหมอ...เฮอะ! เด็กเรียนสิ พวกวิศ-วะสายดาร์กอยู่แล้ว แต่หมอนี่สิ!”
“จะสายอะไรมันก็เรื่องของฉันนะกันต์ นายมันพวกชอบบลูลี่ เหยียดเพศ สักวันเถอะจะเจอดี!”
“เจอดีอะไรวะ...ทุกวันนี่แมร่งโคตรดีเลยว่ะ ขาว อวบ อึ๋มทั้งนั้น ของดีๆ น่ากินทุกวัน! เดินผ่านไปผ่านมา ดูสิ...”
“ขาว อวบ อึ๋ม กินไม่ดูตาม้าตาเรือ ระวังเถอะ!”
“พอกันได้แล้ว นายสองคนนี่เป็นไรกันมากเปล่าวะ...”
“นายเองก็อย่าไปเชื่อมันนะ...อินทัช...ไอ่กันต์มันจะพานายไปทำเรื่องไม่ดี...เข้าสักวัน”
“ไม่ดี! ไม่ดีตรงไหนวะ! ฮ่า ฮ่า คงจะตรงที่ชอบไม่เหมือนนายล่ะสิเวย์...อย่างนายนี่คงจะชอบแต่...”
“ไอ่กันต์!!! มันจะมากไปแล้วนะโว้ย!”
“หยุด! หยุด! หยุดทั้งสองคน...ฉันปวดหัวกับพวกนายจริงๆ ทะเลาะกันทุกวันไม่เบื่อบ้างหรือไงวะ...ไป! กลับกันได้แล้ว...”
@บ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์น...
“กลับมาแล้วเหรอเดียร์...ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงมาทานข้าวเร็วลูก...วันนี้ป้าทำไข่พะโล้ที่หนูชอบด้วยนะ”
กนกอร หรือ ป้าอรหญิงวัย 44 ปี บอกกับหลานสาววัย 16 ปีที่กำลังย่างกรายเข้ามาภายในบ้านเหมือนทุกวันในเวลาเดียวกันคือหลังเลิกเรียน หลานสาวที่เธอนั้นรับอุปการะมาเกือบสิบปีเนื่องจากบิดามารดาของเธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ซึ่งชนกับรถของกนกอรเมื่อสิบปีที่แล้ว ทำให้ทั้งสองเสียชีวิต แต่ทว่ากนกอรนั้นกลับรอดอย่างปาฏิหาริย์
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้กนกอรเสียใจเป็นอย่างมาก ถ้าเพราะเธอไม่เล่นมือถือขณะขับรถวันนั้น เหตุการณ์อันเศร้าสลดก็คงไม่เกิดขึ้น ความรู้สึกผิดนั้นกัดกินในหัวใจของกนกอรเป็นอย่างมาก เลยทำให้เธอนั้นรับอุปการะดูแลชีวิตของหลานสาวคนนี้เพื่อชดใช้ความผิดที่ผ่านมา...
“ค่ะคุณป้า...แล้วนี่ลุงเรศกับพี่ธามกลับมาแล้วเหรอคะ เดียร์เข้ามายังไม่เห็นใครสักคนเลยค่ะ”
เด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มวัย 16 ปี ‘เปมิกา วิวัฒนากูล’ กวาดสายตาไปรอบๆ บริเวณภายในบ้านด้วยความเคยชิน
“ยังจ้า...ตาธามยังไม่กลับจาก*มหาลัย ส่วนลุงเรศของเธอไปรับยัยครีมที่โรงเรียน เห็นว่าวันนี้คงเย็นหน่อย ที่โรงเรียนยัยครีมมีกิจกรรม ไม่ต้องรอหรอกนะ ป้าว่าหนูทานก่อนเลย มีการบ้านเยอะไม่ใช่เหรอ รีบทานจะได้ไปทำการบ้านต่อได้”
“ค่ะป้าอร...เอ่อ...ป้าอรคะ วันศุกร์นี้เดียร์จะขออนุญาตป้าไปงานวันเกิดของเอยได้มั้ยคะ...เอยเขาอยากให้เดียร์ไปนอนค้างที่บ้านเขาด้วยค่ะป้า เพราะมันไกล เอยเขาไม่อยากให้เดียร์กลับบ้านตอนดึกค่ะ เอยเลยจะให้เดียร์นอนค้างที่นั่นค่ะ”
“เอาสิ...ถ้าเป็นบ้านเอย ป้าไม่ห่วงหรอกจ้า เดียร์เรียนหนักมาตลอดผ่อนคลายบ้างก็ดีนะป้าว่า...เออ...แล้วของขวัญล่ะจ๊ะ เดียร์เตรียมไว้หรือยัง ถ้ายังป้าจะให้พี่ธามพาไปซื้อ”
“เรียบร้อยแล้วค่ะป้าอร”
“จ้า งั้นทานข้าวเถอะ เดี๋ยวป้าไปทำขนมในครัวต่อ ของโปรดตาธามด้วยวันนี้ เดียร์ถ้าหนูอยากทาน อีกสักชั่วโมงก็ลงมานะ”
“ค่ะป้าอร”
เด็กสาวจ้องมองป้าที่เดินจากไป ‘ป้าอร’ คือคนที่ดีกับเปมิกาตลอดเสมอต้นเสมอปลาย ตั้งแต่วันที่พ่อกับแม่เธอเสียชีวิตลงเมื่อสิบปีที่แล้ว เปมิกาอายุได้หกขวบในเวลานั้นเธอยังเด็กมาก แต่เปมิกายังจำได้ดี ว่าคนที่พรากพ่อกับแม่ของเธอไปก็คือ ป้าอรนั่นเอง
........................
“เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันจะสนใจเธอ?” “ดูสายตาของคุณแพรที่มองผมก็รู้แล้วครับ” “...” คนถามหน้าแดงทันที ‘เด็กคนนี้รู้ทันเธอหรือนี่’ “ฉันต้องจ่ายเธอเท่าไหร่ ไหนลองบอกมาซิ ว่าบริการของเธอจะแพงไหม? หนุ่มน้อย” “คุณเป็นคนเปิดคนแรก...ฟรีครับ ทั้งคืน จนกว่าคุณจะหมดแรงครับ” ‘กรี๊ดดดด!!!’ เสียงกรีดร้องที่อยู่ในใจของอติญา มันจะระเบิดออกมาเพราะคำพูดของเด็กหนุ่มคนนี้ “เธอกล้ามากหนุ่มน้อย” “ถึงผมจะเป็นหนุ่มน้อยอย่างที่คุณเรียก แต่อย่างอื่นผมไม่น้อยนะครับคุณแพร...ผมหมายถึงความสามารถน่ะครับ” “อะไรนะ!!!!” อติญาหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีกับคำพูดของเด็กหนุ่มคนนี้ เลือดในกายของเธอแผ่ซ่านไปทั่วเรือนร่างของเธอ อติญาชักจะทนไม่ไหวกับคำพูดอันล่อแหลมนี้แล้ว!!! อีกฝากฝั่งของเหตุการณ์ห้วงเวลาเดียวกัน ติ๊ด! ติ๊ด! เสียงสมาร์ทโฟนของเปมิกาดังขึ้น “เบอร์ใครกัน??”เปมิกาแปลกใจเป็นอย่างมาก ปกติเบอร์ที่เธอรู้จักเธอจะ *เมมชื่อไว้ตลอด แต่นี่คือเบอร์ของใคร? หรือว่ามิจฉาชีพ แต่นี่เวลาดึกขนาดนี้ไม่น่าจะใช่ “รับสิเดี
@ คลับหรูแห่งหนึ่ง... “ฉันว่านะอินทัช เธอคงจะกลัวนายก็ได้ เมื่อแปดปีที่แล้ว นายเล่นเธอไปกี่ยกกัน เธอถึงกลัวนายขนาดนั้น”ชนกันต์ยกแก้วบรั่นดีขึ้นดื่ม พร้อมกับเริ่มบทสนทนาในคลับหรูที่เจ้ามือก็คืออินทัชนั่นเอง “ถามน่าเกลียดมากกันต์ นายนี่เมื่อไหร่จะลดบ้างเรื่องนี้”ธีรุตม์หมั่นไส้เพื่อนเต็มทน เขาอดที่จะต่อว่าไม่ได้ “ไม่รู้สิ ฉันจำไม่ได้ว่ากี่ยก แต่รู้ว่าถ้าวันนั้นฉันไม่ป้องกัน เธอก็คงจะท้องแล้วมั้ง”อินทัชนึกถึงบทรักที่เขาทำกับเธอวันนั้น มันร้อนแรงจนตราตรึงในใจของเขาจนถึงทุกวันนี้ “เฮ้อ...นายก็อีกคนอินทัช ฉันว่านายต้องชอบเธอมากแน่ๆ เธอทำให้นายเสียทรงขนาดนี้เลยเหรอ” “อ่าว...เวย์...นายไปว่าเพื่อนทำไม...นายเองยังคงไม่เจอคนที่ใช่น่ะสิ...ถึงพูดได้...ฉันว่าถ้านายเจอคนที่ใช่เมื่อไหร่ บางทีจะมากกว่าอินทัชมันก็ได้นะ” “คงไม่มีวันนั้นหรอก...ดูจากวงจรชีวิตการทำงานของฉัน มันเจอแค่หมอกับพยาบาล และก็พวกนายแค่นั้นแหละ พวกLGBTQ อย่างฉันหายากที่จะเจอคนที่ใช่และจริงใจ” “โอ...พูดซะน่าสงสารเลยว่ะเวย์ หัวใจไอ่กันต์กระตุกวาบเลยล่ะทีนี้ ฉันว่
“เมื่อก่อนฉันชอบนาย...น่ะใช่! แต่ตอนนี้ฉันชักไม่แน่ใจตัวฉันเองแล้ว ว่าผู้ชายบ้าๆ แบบนายเหรอวะที่ฉันเคยชอบ สงสัยเมื่อก่อนฉันคงตาบอดน่ะ ตอนนี้ฉันตาสว่างแล้ว” “ฮ่า ฮ่า ถูกใจอีเจ้นักแล...ปอนด์น่ารักมากวันนี้ พูดได้ดีมากเลยนะลูกสาวแม่...” “เออ...เข้าไปกันเถอะ ไม่อยากคุยแล้ว”เพลย์บอยหนุ่มทนการโดนรุมในบทสนทนาไม่ไหวจำเป็นต้องเปลี่ยนเรื่องทันควัน อีกด้านหนึ่ง... “วันนี้นายเลี้ยงเมาฉันได้แล้วนะอินทัช ฉันได้ข้อมูลทุกอย่างมาให้นายหมดแล้ว สรุปเธอโสดไม่ได้มีใครอย่างที่นายคิด สบายใจได้หรือยัง”บทสนทนาผ่านทางวีดีโอคอลของสามหนุ่มเกิดขึ้น ชนกันต์ทวงสัญญาจากอินทัชทันที เมื่อเขาได้ไปสืบข้อมูลของเด็กมอ-ปลายคนนั้นให้กับเพื่อนของเขาเรียบร้อยพร้อมรายงาน “ไม่ได้เห็นแก่กินเลยนะกันต์”เสียงของธีรุตม์เหน็บเพื่อนขึ้นโดยอัตโนมัติ “ใช่! เพราะเข้าเดือนที่สองแล้วที่ฉันห่างหายจากสิ่งพวกนี้ ทำงานหนักจนไม่มีเวลาสังสรรค์กับพวกนายเลยว่ะ” “งั้นวันนี้ที่เดิมของเรานะ...เต็มที่” “ต้องอย่างนี้สิ...เพื่อนฉัน!” “ฉันขอบายนะวันนี้”
@ คลินิกยามเย็น... “คิวที่ 22 เชิญด้านในเลยค่ะ”เสียงใสๆ ของพยาบาลหน้าห้องร้องเรียกคนไข้ที่นั่งรอหน้าห้องตรวจ “ผมขอเข้าไปกับคุณแม่ได้ไหมครับคุณพยาบาล” “เข้าไปได้ค่ะ เชิญค่ะ” “ขอบคุณครับ” แกร๊ก! ประตูห้องตรวจถูกเปิด “สวัสดีครับคุณอมรรัตน์ วันนี้มาพบหมอมีอะไรเอ่ย”เสียงของธีรุตม์เอ่ยทักคนไข้ด้วยน้ำเสียงที่นิ่มนวลน่าฟัง พร้อมกับเงยขึ้นจากการก้มดูเอกสารประวัติของคนไข้ ธีรุตม์เปิดคลินิกเป็นของตัวเอง และเป็นหมอสังกัดในโรงพยาบาลเอกชนอีกเวลาหนึ่งด้วย “ป้ารู้สึกหายใจไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ค่ะคุณหมอ วันนี้เลยให้ลูกชายลองพามาที่คลินิกหมอ ได้ยินว่าที่นี่รักษาดีค่ะ” “อ่อ ครับ เดี๋ยวขอหมอตรวจก่อนนะครับ”ธีรุตม์พูดกับคนไข้วัยกลางคน พร้อมกับเหลือบมองลูกชายที่คนไข้บอก และเขาก็พบว่าตัวเองถูกจ้องมองอยู่ก่อนแล้ว “ผมขอฟังรายละเอียดคุณแม่ด้วยนะครับ”ชนาธิปเอ่ยขออนุญาตกับหมอหนุ่ม ปกติญาติของคนไข้จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในห้องตรวจด้วยเขาเลยต้องเอ่ยปากขึ้น “ครับ...ดีเลยครับญาติคนไข้จะได้รับฟังและช่วยดูแลไปด้วยคร





