Beranda / โรแมนติก / ลูกหนี้ที่รัก / ตอนที่ 7 งานหมั้น

Share

ตอนที่ 7 งานหมั้น

last update Tanggal publikasi: 2026-04-11 00:22:39

โคมไฟคริสตัลแสงสีขาวนวลในโรงแรมหรูระดับห้าดาว ที่ส่องสว่างกระทบม่านบางสีหวานที่ถูกจัดตกแต่งไว้อย่างประณีต ดอกไม้สดสีหวานหลากหลายชนิดที่ถูกปักประดับอยู่ที่ฉากด้านหลัง ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยปะปนในอากาศทั่วทั้งห้องจัดเลี้ยง บวกกับเสียงสนทนาและเสียงหัวเราะเบา ๆ ที่ประสานกันอยู่เป็นระยะ ในพิธีหมั้นหมายระหว่างนักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อไฟแรง ทีชานนท์ ศตพิพัฒน์ และหญิงสาวทายาทเพียงหนึ่งเดียวของนายกิตติผู้ล่วงลับ ธิดาวดี วงศ์พิกุลรัตน์

พิธีถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย แต่ให้ความรู้สึกอบอุ่นในบรรยากาศที่เป็นกันเอง เพราะมีเพียงครอบครัวและคนสนิทเพียงเท่านั้นที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน ราณีนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข สองหนุ่มสาวคู่หมั้นหมาย นั่งพับเพียบอยู่บนพรมสีงาช้างด้านหน้า

ธิดาวดีสวมชุดเดรสไหล่เฉียงสีชมพูเบจ จับจีบเป็นช่อดอกไม้ที่ไหล่ ปักลายเส้นสลับกับมุกอย่างสวยงาม กระโปรงบานพองแต่งจีบยาวคลุมเข่า ผมยาวถูกเกล้าแบบเรียบง่าย เก็บผมม้วนไว้ท้ายทอย เน้นใบหน้าสวยให้โดดเด่น

ทีชานนท์คอยลอบมองใบหน้าเธออยู่เป็นระยะ ถึงแม้พิธีหมั้นครั้งนี้จะไม่ได้เกิดขึ้นจากความรัก แต่เธอก็มีรอยยิ้มบาง ๆ เจืออยู่บนใบหน้าเสมอ ผิดกับราณี และเพื่อนสาวทั้งสองของเธอ นับดาวและเขมจิราที่ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มจนหุบแทบไม่ลง

“โตแล้วตั้งรู้จักวางตัว” คำพูดของผู้เป็นพ่อที่บอกเธออยู่เสมอขณะยังมีชีวิตอยู่

เข็มนาฬิกาชี้เวลาตามฤกษ์ดี กล่องกำมะหยี่สีเข้มในมือของทีชานนท์ก็ถูกเปิดออก เพชรเม็ดงามส่องประกายวิบวับเล่นแสงอวดความหรูเลอค่าของตัวมันเอง  ดึงดูดทุกสายตาให้หันมามอง ก่อนที่จะถูกบรรจงสวมลงที่นิ้วนางข้างซ้ายของธิดาวดี แสงแฟลชจากช่างภาพมืออาชีพสะท้อนวิบวับจนแสบตา ก่อนพิธีจะจบลง และต่อด้วยการถ่ายภาพความทรงจำนี้เก็บไว้

“ยินดีด้วยนะผึ้ง”

“ยินดีด้วยนะคะพี่นนท์”

คำอวยพรจากสองเพื่อนสาวนับดาวและเขมจิรา ที่ดูเหมือนจะสดใสกว่าเจ้าของงาน

“พี่นนท์มาถ่ายรูปกันเร็ว” นับดาวลากญาติผู้พี่มาร่วมเฟรมถ่ายภาพมุมนั้นมุมนี้จนเป็นที่พอใจ ก่อนจะอัพลงโชเชียลกับแคปชั่นแสดงความยินดีกับเพื่อนรักด้วยรอยยิ้มสดใส

อีกมุม คือ ทีชากรณ์ที่เมาหัวราน้ำและไม่ยอมมาร่วมงาน ขลุกอยู่ร้านเหล้าตลอดทั้งคืนจนถึงเช้า

ทันทีที่กิ่งฉัตรเปิดเข้าไปในห้องพักผ่อนของภาคินก็ต้องย่นจมูกใบหน้าเหยเก กับกลิ่นแอลกอฮอล์ที่ชวนเวียนหัวอบอวลอยู่ในนั้น พร้อมกับร่างของชายหนุ่มที่นอนแผ่หราอยู่กับพื้น อย่างคนหมดอาลัยตายอยากในชีวิต

“แกจะเมาทุกวันเลยหรือยังไงฮะตาคิน” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด ภาคินปรือตาขึ้นมาเพียงเล็กน้อย ก่อนจะปิดลงเหมือนไม่ได้ยินสิ่งที่ผู้เป็นแม่กำลังพูดอยู่

“แกโตแล้วนะไม่ใช่เด็ก ๆ อยู่กับความจริงได้แล้ว”

“เห็นหรือยังว่าหล่อนไม่ได้รักแกจริงเลยสักนิด” จากสภาพที่เป็นอยู่ของผู้เป็นลูกก็เดาได้ไม่ยากว่าสาเหตุมาจากอะไร

“แล้วแกจะมานั่งมานอนเสียใจให้มันได้อะไรขึ้นมา กับผู้หญิงเห็นแก่เงินแบบนั้น” ภาคินพ่นลมหายใจเสียงดังเมื่อสิ่งที่กิ่งฉัตรพูดนั้น คือคำพูดที่เขาไม่อยากได้ยิน

“เลิกกับแกแค่ไม่กี่วันก็หมั้นแล้ว...หึ...แม่ดูคนไม่ผิดเลยจริง ๆ ผู้หญิงอย่างหล่อนไม่เหมาะสมกับแกเลยสักนิด”

“คุณแม่ต่างหากที่บีบเธอ” ภาคินพยุงร่างลุกขึ้นนั่งคอตก

“นี่...ตาคิน” กิ่งฉัตรแว้ดเสียงแหลม

“ผมรักผึ้ง ถึงคุณแม่จะให้ผมหมั้นหรือแต่งกับใครเพื่ออะไรก็แล้วแต่ ผมก็จะยังรักผึ้ง และไม่มีวันเลิกรัก คุณแม่อยากทำอะไรกับชีวิตผมก็ทำไปเลย แต่ยังไงผมก็ไม่มีวันหยุดรักผึ้ง”

“ดี...งั้นแกก็เตรียมตัวให้พร้อมก็แล้วกัน เพราะฉันจะจัดงานหมั้นให้แกกับหนูแพรเร็ว ๆ นี้แน่” ก่อนจะกระทืบเท้าเดินออกห้องไป

ทีชานนท์เงยหน้าขึ้นจากแฟ้มเอกสารตรงหน้า เมื่อประตูห้องทำงานถูกเปิดเข้ามาโดยพลการ พร้อมกับร่างของวิยาดาที่ตรงเข้ามาหาเขาด้วยใบหน้าที่บ่งบอกความไม่สบอารมณ์ของหล่อน พร้อมกับร่างของผู้ช่วยภูริศที่วิ่งตามเข้ามาติด ๆ

“ขอโทษครับบอส” ภูริศค้อมศีรษะเป็นการรับผิดที่ไม่สามารถห้ามวิยาดาไว้ได้ ทีชานนท์ยกมือขึ้นส่งสัญญาณบอกผู้ช่วยว่าไม่เป็นไร ก่อนภูริศจะปลีกตัวเดินออกห้องไป ทีชานนท์ยกมือขึ้นกอดอกและตวัดสายตามามองผู้มาเยือนที่ไม่ยอมพกมารยาทมาด้วย

“นนท์หมั้นกับใคร?” หล่อนเปิดประเด็นถาม เมื่อยืนอยู่ตรงหน้าเขา

“วิไม่เคยเห็นนนท์คบใครเลย อยู่ดี ๆ ก็มีงานหมั้นมาได้ยังไง วิไม่เห็นรู้เรื่องมาก่อนเลยว่านนท์จะหมั้น”

“ที่ผมไม่ได้บอกคุณเพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกัน”

“นนท์” เสียงแหลมแว้ดขึ้นทันที

“ทีหลังอย่าพรวดพราดเข้ามาแบบนี้อีกนะวิ เดี๋ยวเด็ก ๆ จะหาว่าคุณไม่มีมารยาท”

“นนท์” เสียงแหลมที่สูงขึ้นอีก หัวคิ้วย่นเข้าหากันคางบิดเบี้ยวไปมา ทีชานนท์ช้อนสายตาขึ้นมองวิยาดาที่หายใจถี่ ๆ แบบกำลังควบคุมตัวเองอยู่ ก่อนจะเดินมานั่งที่เก้าอี้ตรงหน้าเขา

“วิแค่สงสัยเท่านั้นล่ะค่ะ วัน ๆ คุณก็ทำแต่งานไม่เคยเห็นใครไปมาหาสู่กับคุณเลยสักครั้ง ถ้าคุณหมั้นเพราะความจำเป็นวิก็เข้าใจได้ แค่ให้คุณบอกความจริงวิเท่านั้นก็พอ” วิยาดาเสียงอ่อนลง คงไม่พ้นราณีเป็นแน่ที่จัดแจงเรื่องพวกนี้ให้กับเขา ก็แน่ล่ะ ว่าที่แม่ผัวที่ไม่ชอบหน้าหล่อนเอาเสียเลยนี่นา

ทีชานนท์ผ่อนลมหายใจทิ้งด้วยขี้เกียจจะอธิบาย ไม่ว่าเขาจะพูดสักร้อยสักพันครั้ง หล่อนก็ยังดื้อดึงจะสานสัมพันธ์ต่อท่าเดียว

“อะไรนะคะ?”

“ให้ฉันไปช่วยงานที่บริษัทของคุณงั้นเหรอ?” ธิดาวดีขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อได้ฟังคำพูดของทีชานนท์

“ใช่...ช่วงนี้ที่นั่นยุ่งมาก ภูริศแทบไม่ได้หยุดเลย ทั้งงานนอกงานใน ส่วนที่นี่ภูริศจะหาคนมาช่วยดูอีกที คุณไม่ต้องไปทุกวันก็ได้ สัปดาห์ละไม่กี่ครั้งเอง” เขาอธิบายเรียบ ๆ ทั้งนำเสียงและสีหน้า

“คุณเลือกเอาละกันว่าจะขอเงินเดือนเพิ่มหรือให้ลดดอกเบี้ย”

“ดอกเบี้ยอะไร?” ธิดาวดีขมวดคิ้วถาม

“บ้านไง”

“บ้านอะไร?” หัวคิ้วหญิงสาวที่ยังไม่คลายออกจากกัน

“ก็บ้านคุณไง...บ้านที่ผมซื้อคืนให้คุณ”

“อย่าบอกนะว่าคุณคิดว่าหมั้นแล้วหนี้จะเป็นศูนย์ มันมีแค่ในนิยายเท่านั้นแหละ ผมไม่ได้ใจดีขนาดนั้น” ธิดาวดีจ้องหน้าเขาไม่เชื่อในสิ่งที่เพิ่งได้ยินเมื่อครู่ เขาซื้อบ้านที่กำลังจะถูกยึดคืนมาให้เธอ แต่นำมาคิดเป็นดอกเบี้ยอย่างนั้นเหรอ

“แต่คุณป้าบอกว่า...”

“ไม่เกี่ยวกับคุณแม่” ทีชานนท์พูดสวนขึ้น

          “เงื่อนไขของคุณแม่คือให้ผมหมั้นและแต่งงานกับคุณ แล้วมารักษาบริษัทที่กำลังป่วยอยู่ตอนนี้ไง โดยที่คุณก็ยังเป็นหุ้นส่วนเหมือนเดิมไม่เสียอะไรไปเลย แต่ผมสิ...คุณว่าผมได้อะไรจากเรื่องนี้?” เขาแบมือออกทั้งสองข้างและยักไหล่

“ไม่มี” เสียงสูงตอบเอง ยกคิ้วขึ้นยิ้มมุมปากน้อย ๆ เหมือนเป็นการเยาะเย้ยตัวเองที่กำลังตกที่นั่งลำบากอยู่แบบนี้ โดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย พร้อมกับหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ

“เนื้อไม่ได้กินหนังไม่ได้รองนั่งเอากระดูกมาแขวนคอไง” ท่าทียียวน และเหมือนเป็นการตอกย้ำว่าเธอคือต้นเหตุสินะ

“และเงินที่ไถ่บ้านคืนมาให้คุณ ก็เงินผมไม่ใช่เงินคุณแม่”

“งั้นฉันขอดูสัญญาค่ะ” ธิดาวดีโพล่งออกไปทันที นึกอยากจะอ้างอะไรก็อ้างได้อย่างนั้นเหรอ

“ได้อยู่แล้ว” ทีชานนท์พูดเสียงเรียบ ธิดาวดีแบมือยื่นไปตรงหน้าเขา

“ไม่ใช่ตอนนี้ เดี๋ยวให้ภูริศเอาไปให้”

ธิดาวดีกวาดสายตาอ่านเอกสารสัญญา ตามตัวอักษรทุกบรรทัดอย่างตั้งใจ โดยมีภูริศยืนกุมมืออย่างสำรวมอยู่ข้างโต๊ะ รอให้รายละเอียดเพิ่มเติมในหัวข้อที่เธอสงสัยตามคำสั่งของประธาน

สัญญาทาสชัด ๆ บ้าบอคอแตก หญิงสาวคิดในใจ พร้อมทั้งหยิบปากกาสีแดงกากบาทขีดทับในหัวข้อที่เธอไม่เห็นด้วย และยื่นแฟ้มกลับให้ภูริศ ผู้ช่วยหนุ่มนำแฟ้มกลับไปหาประธานอีกครั้ง และกลับมาพร้อมสัญญาฉบับใหม่ส่งให้ธิดาวดี หญิงสาวใช้หมึกสีแดงขีดทับข้อที่ไม่เห็นด้วยและส่งกลับให้เขาอีกเช่นเคย และเป็นอยู่แบบนี้หลายรอบ

“บอสให้ผมเชิญคุณน้ำผึ้งมาที่ห้องบอสดีไหมครับ?” เมื่อเห็นว่าสัญญาฉบับนี้คงหาข้อยุติได้ไม่ง่าย เมื่อสองเจ้านายหนุ่มสาวไม่ยอมหันหน้าเข้าหากัน และยิ่งไปกว่านั้น บอสของเขากลายเป็นคนใจเย็นและเรื่องมากแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

ก๊อก ๆ

เสียงเคาะที่หน้าประตูพร้อมกับร่างของธิดาวดีที่เดินเข้ามาด้านใน และนั่งลงเก้าอี้ด้านหน้าทีชานนท์ โดยไม่รอให้เขาเชิญ มองหน้าชายหนุ่มด้วยท่าทีเรียบเฉย แต่เดาได้ไม่ยากว่าหล่อนไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง นี่คงไม่ชินกับการถูกขัดใจมาตั้งแต่เด็กแล้วสินะ ทีชานนท์คิดในใจ

ธิดาวดียื่นมือไปที่หน้าภูริศขอแฟ้มสัญญาจากเขา ผู้ช่วยหนุ่มยื่นให้ทันที เธอกางออกตรงหน้าทีชานนท์ และสงครามน้ำลายก็เริ่มขึ้นทันที ภูริศที่เริ่มเห็นท่าไม่ดีกำลังจะปลีกตัวเดินออกมา

“คุณภูริศอยู่ตรงนี้ล่ะค่ะ” ขาที่กำลังจะก้าวหยุดกึกอยู่ตรงนั้นตามคำสั่ง

“ครับ” และยืนนิ่งต่อไป

“คุณแค่ตกลงไปช่วยงานผมที่บริษัทใหญ่ และทำหน้าที่คู่หมั้นของคุณให้ดีก็พอ คุณแม่จะได้ไม่ต้องมายุ่งวุ่นวายกับผมอีก ผมจะเพิ่มเงินเดือนให้คุณสามเท่า และไม่คิดดอกเบี้ยเรื่องบ้านกับคุณ”

ทีชานนท์สรุปให้หลังจากตอบโต้กันอยู่สักพักแต่ก็ยังหาข้อยุติไม่ได้

“จริง ๆ แล้วคุณไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะมาต่อรองด้วยซ้ำ แต่ผมก็ยอมถอยให้ตั้งหลายก้าว”

มันก็จริงอย่างที่เขาพูด แต่จะให้เธอก้มหัวให้เขาทุกอย่างกับสัญญาที่ไม่เป็นธรรมนั้นคงไม่ใช่ธิดาวดีแน่นอน หญิงสาวนิ่งฟังอยู่พร้อมกับควบคุมตัวเองไปด้วย บางครั้งการปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลจนขาดสติก็ไม่ใช่เรื่องดี และตอนนี้อารมณ์ของเธอก็พุ่งขึ้นสูงจนเกือบถึงขีดแดงแล้ว ก่อนจะดึงสติตัวเองกลับมา

“ก็ได้ค่ะ”

“ฉันจะไปช่วยงานคุณที่บริษัทใหญ่ และทำหน้าที่คู่หมั้นของคุณให้ดี แต่ฉันขอเงินเดือนเพิ่มเป็นห้าเท่า ส่วนเงินซื้อบ้านฉันจะผ่อนให้คุณปีละสองครั้ง และคุณจะไม่คิดดอกเบี้ย” ในเมื่อเขาหน้าเลือดกับเธอก่อน เธอก็ต้องปกป้องตัวเอง

“ได้...ตามนั้น” ทีชานนท์หันไปมองหน้าภูริศ

“ครับบอส” รับแฟ้มจากธิดาวดีและเดินออกห้องไป พร้อมกับเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก

ปิ่นปภัส

หมั้นกันแล้วน้าาาาา 💕 ฝากเอ็นดูประธานมาดเข้มกับคู่หมั้นหัวดื้อด้วยนะคะ

| Sukai
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 34 เริ่มต้นใหม่ด้วยความสุข

    แสงสลัวจากด้านนอกที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามาด้านในห้อง ของค่ำคืนที่เงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังอื้ออึงแข่งกับความเงียบอยู่เป็นระยะ ธิดาวดีหลับตาในอ้อมกอดของเขา อาการนอนไม่หลับติดต่อกันมาหลายคืนเพราะแพ้ท้องอย่างรุนแรงนั้น ตอนนี้กลับเหมือนถูกปลิดทิ้งเสียอย่างนั้นหรืออาจจะเป็นเพราะเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในท้อง จะรับรู้ถึงความอบอุ่นในอ้อมกอดของพ่อที่ส่งผ่านมาให้นะ เธอตั้งคำถามให้ตัวเอง แม้ลูกยังเป็นแค่ก้อนเลือดอยู่เท่านั้น หรืออาจจะเป็นเพราะความกังวลทั้งหลายมันหายไป และรู้สึกปลอดภัยในอ้อมกอดของเขาช่วงเวลาที่ห่างกันไปเพียงไม่นาน มาในวันนี้เธอมีคำตอบให้ตัวเองแล้วกับความรู้สึกของหัวใจที่มีต่อเขา แม้พยายามปฏิเสธ ก่อนจะซุกหน้าเข้าไปในอ้อมอก ภาษากายของเธอที่แสดงออกมานั้น สร้างรอยยิ้มให้กับทีชานนท์อย่างพอใจ ก่อนจะกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น ประทับจูบลงที่เรือนผมของเธอ“พรุ่งนี้เราไปหาหมอกันนะ” พูดเสียงทุ้มอยู่ข้างหู“ไปฝากท้อง ให้หมอตรวจให้ละเอียด ผมสงสารคุณเวลาเห็นคุณแพ้ท้อง” ธิดาวดีพยักหน้าเบา ๆ “รอให้คุณดีขึ้นแล้วเราค่อยจัดงานแต่ง...ดีไหม?” “แต่งงาน...เหรอคะ?”“

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 33 ขอนอนกับลูกได้ไหม?

    ธิดาวดีเปิดอ่านทีละหน้าอย่างช้า ๆ มากมายเรื่องราวที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน รวมทั้งเรื่องที่กิตติถูกนำเข้าโครงการวิจัยโรคร้าย และถูกยกเว้นค่าใช้จ่ายนั้น มันเป็นเรื่องโกหก เป็นเขาต่างหากที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้ทุกบาททุกสตางค์ นี่เขาหรอกเหรอที่อยู่เบื้องหลังเรื่องพวกนี้ คอยซัพพอร์ทเธอในหลาย ๆ เรื่อง แต่ทำไมต่อหน้าเธอเขากลับแสดงออกมาอีกอย่าง เขารู้ว่ากิ่งฉัตรยักยอกเงิน และเตรียมเทคโอเว่อร์บริษัทต่อจากกิ่งฉัตร และโอนหุ้นคืนให้เธออ่านไปพร้อมกับความแข็งในหัวใจที่อ่อนยวบลงเช่นกัน พลันทำให้นึกถึงใบหน้าของเขาขึ้นมาทันที คนสุขุมมาดเข้มอย่างเขามีโมเม้นเขียนบันทึกความทรงจำแบบนี้ด้วยอย่างนั้นหรือ“เป็นคุณเองเหรอคะคุณนนท์” พูดคนเดียวอย่างแผ่วเบาทีชานนท์เดินกลับไปกลับมาอยู่ในห้องทำงานชั้นล่าง หลังจากถูกสั่งห้ามไม่ให้ขึ้นไปรบกวนธิดาวดีด้านบน และคืนนี้เขาก็ต้องนอนในห้องนี้ แต่สุดท้ายก็ต้องขัดคำสั่งราณีและเดินขึ้นไปชั้นบนเพราะแพ้เสียงในหัวตัวเอง มือที่กำลังจะยกขึ้นเคาะห้องชะงักไปชั่วครู่ เมื่อตั้งคำถามให้กับตัวเอง แล้วถ้าเจอหน้าเขาแล้วเธอโมโหล่ะ หมอบอกคุณแม่ท้องอ่อนอารมณ์แปรปรวน แล้วถ้าเธอฉุนเฉีย

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 32 กล่องความทรงจำ

    รอเคลื่อนออกจากบริษัทมาได้ไม่นานก็ต้องจอดข้างทาง เมื่ออาการแพ้ท้องกำเริบขึ้นอีกเหมือนแกล้งเธอ ยาดม ยาลม ยาหม่อง ที่เขาให้แม่บ้านเตรียมไว้ในรถดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไร ทีชานนท์รวบผมเธอไว้เมื่อธิดาวดีโก่งคออาเจียนอยู่ริมถนน มืออีกข้างลูบหลังเธอแผ่วเบา ธิดาวดีนั่งหายใจหอบอยู่ข้างทางจนตัวโยนใบหน้าซีดเซียว ทีชานนท์เข้าไปหยิบขวดน้ำและกระดาษชำระในรถยื่นให้เธอ ก่อนจะพยุงหญิงสาวเข้าไปนั่งในรถ“ไหนบอกจะไปเอาโฉนดที่คอนโดไงคะ?” เธอหันมาถามเขาสายตาเอาเรื่อง เมื่อรถเปลี่ยนเส้นทาง“มีช่างมาซ่อมแอร์ และท่อน้ำในห้อง เครื่องมือเกะกะไปหมดคงไม่สะดวก”“คุณนนท์” ไม่บอกก็รู้ว่าโกหกชัด ๆ จ้องหน้าเขาอย่างหงุดหงิด ทีชานนท์กดสายหาภูริศและเปิดลำโพงให้เธอได้ยิน“เอาโฉนดและเอกสารทุกอย่างของคุณผึ้งอยู่ที่คอนโดมาให้ฉันที่บ้าน” เขากรอกเสียงลงไป(“ครับบอส”)“โอเคนะ” สั่งภูริศจบก็หันมาพูดกับเธอเพื่อให้อารมณ์หญิงสาวเย็นลง“งั้นให้คุณภูริศเอาไปให้ที่บ้านฉันก็แล้วกันค่ะ”“ไปส่งผึ้งที่บ้านด้วยค่ะ” ส่งเสียงบอกคนขับรถ“คุณแม่เป็นห่วงคุณมากและตอนนี้ก็ไม่สบาย ขอให้คุณแม่เจอหน้าคุณก่อนได้ไหม ให้ท่านสบายใจก่อนว่าคุณสบายดี” เอาราณ

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 31 เป็นห่วง

    ธิดาวดีเปิดฝายาดมและยกขึ้นจ่อจมูกสูดกลิ่นเข้าลึกจนเต็มปอด เหนื่อยกับการแพ้ท้องก็อ่อนแรงพอตัวแล้ว ไหนจะต้องมาหงุดหงิดกับคำบอกเล่าของทนายนาครที่เพิ่งวางสายไปเมื่อครู่อีก“คนโรคจิต” เธอพึมพำคนเดียวอย่างหงุดหงิด เมื่อนึกถึงใบหน้าพ่อของลูกในท้อง นึกอยากจะขอหย่าก็ขอ ยัดเยียดความผิดให้คนอื่นแบบไม่มีเหตุผล พอมาวันนี้บอกว่าไม่คิดจะหย่าแล้ว เห็นเธอเป็นที่รองรับอารมณ์ของเขาหรืออย่างไร แน่ชัดแล้วว่าเขาเป็นไบโพล่าจริง ๆ หรือไม่ก็คงปั่นประสาทเธออยู่“คุณนนท์ไล่ตามหาแกให้ขวักเลย ไหนจะป้าราณีอีก ทุกคนเป็นห่วงแกมากเลยนะ อีกหน่อยคุณนนท์ก็คงรู้ว่าแกอยู่ที่ไหน กลับมาได้แล้ว” คำพูดของเขมจิรา ฟังดูแล้วทุกคนคงคิดว่าเธอกำลังงอนเขาอยู่ เหมือนกับว่านี่มันคือความผิดของเธอเสียอย่างนั้น เขาเองต่างหากที่ผลักเธอให้ออกห่าง แต่มาวันนี้กลับวิ่งวุ่นตามหาเธอเหมือนจำการกระทำของตัวเองไม่ได้เสียอย่างนั้น นี่ขนาดไม่รู้ว่าเธอตั้งท้องทุกคนยังขอร้องแทนเขาขนาดนี้ ถ้ารู้ว่าท้องไม่ตามอุ้มกลับเลยหรือยังไงแค่นึกความขุ่นมัวในอารมณ์ก็ก่อตัวเข้มขึ้น ทำไมเธอจะต้องทำตามความต้องการของเขาด้วย ไม่อยากจะหย่าตอนนี้อย่างนั้นหรือ ได้เลย น้ำผึ

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 30 คนไม่มีใจ

    “คุณน้ำผึ้งกลับมาเมื่อหลายวันก่อนแล้วค่ะ เก็บกระเป๋าออกไปพร้อมกับคุณภายังไม่กลับมาเลยค่ะคุณนนท์” คำบอกเล่าของแม่บ้านนารีที่สร้างความรู้สึกหวั่น ๆ ในใจให้กับชายหนุ่ม ถ้าอย่างนั้นเธอโกหกราณีว่าจะกลับมาบ้านสินะ“แล้วผึ้งได้บอกไหมครับว่าจะกลับมาวันไหน?”“ไม่ได้บอกค่ะ” ทีชานนท์พยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินกลับไปขึ้นรถ แม่บ้านนารีมองตามหลังรถที่เคลื่อนออกรั้วบ้านไป พร้อมกับถอนหายใจ“มิน่าล่ะคุณน้ำผึ้งถึงดูเศร้าจัง ที่แท้ก็ทะเลาะกันนี่เอง” เธอพึมพำคนเดียวและเดินเข้าบ้านไปทีชานนท์นั่งใช้ความคิดอยู่ในรถอย่างเงียบ ๆ ปะติดปะต่อหลายเรื่องราวและทบทวนคำพูดของแม่บ้านเมื่อครู่ หรือเธอจะเดินทางไปต่างประเทศกับวิภารัตน์ และกดสายหาผู้ช่วยหนุ่มภูริศทันที ก่อนจะกลับเข้าบ้านศตพิพัฒน์อีกครั้ง“อ้าว ไหนบอกไปรับหนูผึ้งไง” ราณีทักเมื่อเห็นชายหนุ่มกลับเข้ามาคนเดียว ผู้ถูกถามไม่ตอบแต่ก้าวขายาว ๆ กลับขึ้นไปบนห้องทันที เปิดตู้เสื้อผ้าออกสำรวจอย่างร้อนใจ พลันหัวใจก็หล่นวูบเป็นครั้งที่สอง เมื่อเสื้อผ้าของเธอหายไปเกือบเกลี้ยงตู้ ตรงไปที่หน้ากระจกทันที ของใช้ส่วนตัวของเธอไม่เหลืออยู่แม้แต่ชิ้นเดียว เปิดลิ้นชัก และสำรวจทุก

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 29 เริ่มต้นใหม่

    “วันนี้คุณนนท์ไม่กลับบ้านคุณผึ้งให้ตั้งโต๊ะมื้อเย็นเลยไหมคะ?” แม่บ้านพิไลเอ่ยถามธิดาวดี เมื่อกลับเข้าบ้านศตพิพัฒน์อีกครั้งหลังจากวิภารัตน์กลับต่างประเทศไปแล้วหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น ทีชานนท์ก็ไม่กลับมาบ้านอีกเลย เขาขลุกอยู่ที่คอนโดจนถึงวันที่ต้องเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศ คงไม่อยากเห็นหน้าเธอกระมัง“คุณแม่จะกลับจากปฏิบัติธรรมวันไหนเหรอคะป้าพิไล?”“วันนี้แหละค่ะคุณผึ้ง ตาเข่งออกไปรับนานแล้วค่ะ เดี๋ยวก็คงถึงมั้งคะ”“งั้นรอคุณแม่ก่อนดีกว่าค่ะ”“ได้ค่ะ”หญิงสาวขึ้นไปบนห้อง กวาดตามองไปทั่วทุกมุมที่เงียบงัน นับจากนี้ไปที่แห่งนี้ก็เป็นเพียงความทรงจำที่ไม่ควรเกิดขึ้นของเธอเท่านั้น เปิดตู้เสื้อผ้าเก็บข้าวของส่วนตัวลงกระเป๋า“เราไปเริ่มต้นใหม่ในที่ของเรานะคะ” ลูบหน้าท้องเบา ๆ ฝืนยิ้มให้ก้อนเนื้อที่อยู่ในนั้นแต่นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเศร้า เสียงเคาะประตูที่หน้าห้องทำให้เธอวางมือจากการเก็บของ เมื่อพิไลขึ้นมาแจ้งว่าราณีกลับมาถึงบ้านแล้ว“หนูผึ้งมาพอดีเลย” ราณีเอ่ยทักเมื่อเธอเดินเข้าไปนั่งลงที่โซฟา นายเข่งคนขับรถขนถุงของฝากมากมาย มากองรวมกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่น“แม่ซื้อขนมที่หนูผึ้งชอบมาฝากด้วยนะ”

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 8 แฟนเก่า

    ทันทีที่รถจอดหน้าสำนักงานศตพิพัฒน์ ธิดาวดีกวาดสายตามองไปรอบบริเวณที่เธอยังไม่คุ้นชิน ทีชานนท์ก้าวลงจากรถและยืนรอเธอเพื่อเดินเข้าบริษัทพร้อมกัน หญิงสาวเดินมาหยุดอยู่ข้างเขา มองทะลุกระจกใสเข้าไปด้านใน ที่นี่คือบริษัทของว่าที่สามีในอนาคตไม่ใช่เหรอ เธอจะรู้สึกหนักใจทำไมกันนะ ก่อนจะเผลอถอนหายใจทิ้งอย่าง

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 6 เคลียร์ให้จบก่อน

    รถหรูวิ่งมาจอดหน้าบ้าน แสงไฟหน้ารถที่สาดส่องลงกระทบพื้นยังไม่ถูกปิดลง หลังกลับจากทานอาหารมื้อเย็นนอกบ้าน เมื่อราณีนัดพูดคุยเรื่องการหมั้นหมายกับสองหนุ่มสาว พร้อมกำหนดการและรายละเอียดที่จัดแจงไว้อย่างลงตัวเรียบร้อยแล้วให้ทีชานนท์และธิดาวดีรับรู้“ขอบคุณสำหรับอาหารเย็นอร่อย ๆ นะคะคุณป้า” ธิดาวดีเอ่ยขอ

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 5 เตรียมตัว

    หลังจากวางสายโทรเข้าจากราณี ธิดาวดีเหลือบตามองนาฬิกาหรูที่แขวนอยู่ผนังห้อง ตารางงานที่วางแผนไว้ว่าจะเคลียร์ให้จบในวันนี้คงไม่เป็นอย่างนั้นเสียแล้ว เมื่อทีชานนท์กำลังจะเข้ามารับเธอเพื่อออกไปสตูดิโอเสื้อผ้าด้วยกัน สำหรับการเตรียมความพร้อมในงานหมั้นที่จะจัดขึ้นเร็ว ๆ นี้ ตามคำสั่งประกาศิตของผู้มีอำนา

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 4 เจ้าหนี้

    น้ำผลไม้คั้นสดสีสันสดใสถูกบรรจุอยู่ในแก้วใบหรูรูปทรงแปลกตา คือเมนูโปรดของธิดาวดีที่ภาคินจำได้ขึ้นใจ ถูกยกมาวางที่โต๊ะทันทีที่หญิงสาวมาถึง และนั่งลงตรงข้ามกับเขาภายในร้านอาหารประจำของสองหนุ่มสาว หลังจากที่ธิดาวดีปฏิเสธที่จะเจอหน้าชายหนุ่มมาตลอด จากเหตุการณ์ที่สนามม้าในวันนั้น แต่วันนี้เป็นเธอเองที่น

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status