Accueil / โรแมนติก / ลูกหนี้ที่รัก / ตอนที่ 9 ไม่ต้องแต่งแค่จดทะเบียนก็พอ

Partager

ตอนที่ 9 ไม่ต้องแต่งแค่จดทะเบียนก็พอ

last update Date de publication: 2026-04-12 19:21:50

การปรับตัวกับการเริ่มต้นงานใหม่ ที่สำนักงานใหญ่ของทีชานนท์นั้นไม่มีปัญหาใด ๆ สำหรับธิดาวดีเลย เพราะมีพ่อพวงมาลัยทีชากรณ์ที่แวะเวียนมาหาบ่อยครั้ง ถึงแม้จะยังไม่อยากทำใจยอมรับแต่จะให้คาสโนว่าตัวพ่ออย่างเขาซึมเศร้าอยู่ตลอดนั้นคงไม่ใช่ คอยให้ข้อมูลที่หญิงสาวต้องการทั้งเรื่องนอกและเรื่องในที่ทำงาน อีกทั้งมีเลขาวีณาที่เธอเป็นคนเลือกให้มาช่วยงานและกันหมา ในระหว่างที่ทีชานนท์เดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศ ก็ถือเป็นช่วงเวลาให้เธอได้เรียนรู้งานและพักผ่อนไปในตัว

“คุณผึ้งคะ” เลขาวีณาที่เดินหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องทำงาน

“ว่าไงวีณา”

“ตอนนี้ท่านรองอยู่ที่โรงพยาบาลค่ะ”

ทีชานนท์เปิดประตูห้องผู้ป่วยพิเศษเข้าไปด้านใน หลังจากกลับจากต่างประเทศถึงได้ทราบอาการป่วยของผู้เป็นแม่จากแม่บ้าน กวาดสายตาไปบนเตียงคนไข้ ตรงหน้าคือร่างของราณีที่หลับสนิทเพราะฤทธิ์ยา ถัดไปที่มุมห้องคือธิดาวดีที่กำลังหลับสนิทเฝ้าไข้ผู้ป่วยอยู่บนโซฟาเช่นกัน

เขานั่งลงที่ข้างเตียงสำรวจใบหน้าผู้เป็นแม่ หลังจากคำบอกเล่าของหมอประจำตัวว่าอาการไม่ได้ร้ายแรงอะไร แค่โรคเก่ากำเริบบวกกับความดันเท่านั้นเอง แต่ต้องอยู่ตรวจร่างกายเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีโรคอื่นแทรก

“คุณผึ้งยังไม่ได้กลับบ้านเลยครับ เฝ้าคุณผู้หญิงอยู่ที่โรงพยาบาลครับ” คำบอกเล่าของคนขับรถ

พยาบาลพิเศษก็มี ยังจะมานอนเฝ้าให้ตัวเองลำบากทำไมกัน เอาใจเก่งไม่เบาเลยนะ คิดในใจคนเดียว กวาดสายตาสำรวจตามกรอบหน้าสวยของหญิงสาว เปลือกตาโตตอนนี้ปิดสนิท ทำให้เห็นแผงขนตาสีดำเป็นแพเรียงเด่นชัด จมูกรั้นรับกับริมฝีปากของคนอวดดี เวลาที่ปิดสนิทแบบนี้ก็น่ามองไม่น้อย ร่างบางภายใต้ผ้าห่มผืนเล็กกระเพื่อมขึ้นลงแผ่วเบาตามจังหวะหายใจ เสียงไอของผู้ป่วยที่ดังขึ้นปลุกเธอให้ตื่น เขาละสายตาไปที่ผู้เป็นแม่ ราณีขยับตัวและหลับต่อ ธิดาวดีขยับตัวลุกขึ้นนั่ง เขาเข้ามาตอนไหนนะ ทำไมไม่ส่งเสียงเลย

“คุณมาถึงเมื่อไหร่คะ?”

“สักพัก”

“ทำไมไม่บอกผมว่าคุณแม่ไม่สบาย?”

“คุณหมอบอกว่าคุณป้าไม่เป็นอะไรมาก ฉันไม่อยากให้คุณกังวลก็เลยไม่ได้บอก พรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้แล้วค่ะ”

หลังจากสั่งห้ามไม่ให้ผู้ช่วยหนุ่มภูริศแจ้งข่าวทีชานนท์ โดยไม่อยากให้เขาเป็นกังวลจนกระทบกับการประชุมคัดเลือกคู่ค้าใหม่ที่กิตติวงศ์เข้าร่วมการคัดเลือกด้วยเช่นกัน เสียงสนทนาของหนุ่มสาวปลุกราณีให้ลืมตาขึ้น

“ตานนท์”

“แม่เป็นยังไงบ้างครับ?” เอื้อมไปกุมมือผู้เป็นแม่

ยังไม่ทันจะตอบคำถามคนป่วยก็ไอแห้งถี่ ๆ เสียยืดยาว ราณีพยุงตัวลุกนั่งกึ่งนอน ธิดาวดีหยิบหมอนมาพิงหลังให้เธอ ก่อนจะหยิบแก้วน้ำจ่อที่ปาก

“ดื่มน้ำก่อนค่ะคุณป้า” ราณีจิบน้ำไปแค่อึกเดียวก็ดันแก้วออก

“ดีขึ้นไหมคะ?” เธอถามด้วยความห่วงใย ราณีถอนหายใจเฮือกใหญ่ สีหน้าหมองลงทันที

“ไม้ใกล้ฝั่งก็แบบนี้แหละ จะตายวันตายพรุ่งก็ยังไม่รู้เลย”

“แม่ครับ” ทีชานนท์ปรามด้วยสายตากับคำพูดไม่เป็นมงคลของผู้เป็นแม่

“คุณป้าอย่าพูดแบบนั้นสิคะ คุณหมอบอกไม่เป็นอะไรมากแล้วค่ะ แค่รักษาสุขภาพใจสุขภาพกายให้ดี พักผ่อนให้เพียงพอเท่านั้นเอง พรุ่งนี้ก็ได้กลับบ้านแล้วค่ะ”

“แม่อยากอุ้มหลาน” ผู้ป่วยที่พูดไปอีกเรื่อง

“อะไรนะคะ?”

“อะไรนะครับ?” สองหนุ่มสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกัน

“เดี๋ยวออกจากโรงพยาบาลแม่จะหาฤกษ์แต่งให้แกกับหนูผึ้ง”

“คุณป้าคะ...คือ...ผึ้ง...” หญิงสาวอึกอักลำบากใจ มองหน้าชายหนุ่มสลับกับราณีไปมา หวังให้เขาช่วยพูด ยังไงเสียเขาก็คงไม่ได้ยินดีอยู่แล้ว

“หนูผึ้งติดอะไรเหรอ ถึงไม่อยากแต่ง?”

“คือ...” อึกอักตอบ

“ผึ้งว่าถ้ามีงานมงคลตอนนี้คงไม่น่าจะเหมาะมั้งคะ ยังไม่ครบร้อยวันของคุณพ่อเลยค่ะ แล้วเรื่องงานก็ยังไม่เข้าที่เข้าทางเลย” ราณีทำท่าครุ่นคิด

“มันก็จริง...งั้นยังไม่แต่งตอนนี้ก็ได้จ้ะ” ธิดาวดีถอนหายใจอย่างโล่งอก

“ค่ะคุณป้า”

“จดทะเบียนอย่างเดียวก่อน รอให้พร้อมแล้วค่อยจัดงานแต่งนะ” เป็นประโยคที่ทำให้สองหนุ่มสาวถึงกับหูผึ่ง

“แต่...แม่ครับ” คำทัดทานของทีชานนท์

“ทำไม?” ราณีแว้ดขึ้นทันทีแบบลืมว่าตัวเองป่วยอยู่

“แกจะรอวิยาดาหรือยังไง...หรือจะรอให้แม่ตายก่อน”

“นะ...หนูผึ้ง” ดึงมือบอบบางมากุม อ้อนเธอด้วยสายตา

“ป้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะตายวันไหน จะอยู่ทันได้อุ้มหลานหรือเปล่ายังไม่รู้เลย” พูดเหมือนเป็นโรคร้ายเสียอย่างนั้น

“เอ่อ....” ธิดาวดีสบตากับราณีที่ยังรอคำตอบอยู่

“แกเห็นข่าววงในที่เขาลือบ้างหรือเปล่า นี่แกไม่คิดจะปกป้องน้องบ้างเลยหรือยังไง แค่ทำให้แม่นอนตายตาหลับแกทำให้ไม่ได้เหรอ?”

“โอเคครับแม่...โอเคครับ” ชายหนุ่มยกมือทั้งสองข้างขึ้นเป็นการยุติบทสนทนา สิ่งเดียวเท่านั้นที่จะทำให้โลกของเขาสงบสุขลงได้ในตอนนี้ คือการตอบตกลงเท่านั้น

“แค่นี้ก็จบ” ราณียิ้มอย่างพอใจ

รถยนต์สีดำคันยาวแล่นผ่านประตูเหล็กบานใหญ่ของคฤหาสน์เข้ามาด้านใน และจอดเทียบบันไดทางเข้าด้านหน้า ธิดาวดีก้าวลงจากรถพร้อมกับทีชานนท์ โดยมีราณียืนรอรับลูกสะใภ้ป้ายแดงอยู่ด้วยรอยยิ้ม แม่บ้าน สาวใช้ รวมทั้งคนสวนก็ยืนรอต้อนรับอยู่เช่นกัน

“ยินดีต้อนรับจ้ะหนูผึ้ง”

ราณีทักทายด้วยรอยยิ้ม เดินมาจูงมือหญิงสาวเข้าด้านในไปพร้อมกัน ไม่สนใจทีชานนท์ที่เหมือนไม่ได้อยู่ตรงนั้น

“เอาของที่ฉันเตรียมไว้มาที่ห้องพักผ่อน” หันไปสั่งแม่บ้านคนสนิท

“ค่ะ คุณผู้หญิง”

สักพักแม่บ้านพิไลก็เดินกลับเข้ามาพร้อมของที่ถืออยู่ในมือ

“ได้แล้วค่ะคุณผู้หญิง” วางมันลงที่โต๊ะตรงหน้า และเดินออกห้องไป

“หนูผึ้งมานั่งใกล้ ๆ ป้าสิลูก...ไม่สิ...ต้องเรียกแม่สิถึงจะถูก”

เธอบอกตัวเองอย่างอารมณ์ดี ทีชานนท์ปรายตามองสองสาวต่างวัยที่พูดคุยกันเหมือนเขาไม่ได้อยู่ตรงนี้ ธิดาวดีขยับมานั่งใกล้ตามคำสั่ง ราณีเอื้อมมือหยิบกล่องกำมะหยี่ตรงหน้าและเปิดออก ด้านในคือชุดเครื่องเพชรเรียบหรูแต่เลอค่า ไม่หวือหวาแต่เปล่งประกายอย่างงดงาม ราวกับถูกสร้างมาเพื่อมอบให้เพื่อเธอโดยเฉพาะ

“แม่เห็นหนูผึ้งก็นึกถึงตัวเองตอนยังสาว” รอยยิ้มบาง ๆ ที่เจือด้วยความเอ็นดู

“นี่คือของขวัญต้อนรับการเข้าสู่บ้านศตพิพัฒน์จ้ะ” น้ำเสียงอ่อนโยน ธิดาวดีมองกล่องในมือราณี จากการประเมินด้วยสายตาเครื่องเพชรชุดนี้ราคาคงไม่ใช่เล่น และยังนั่งนิ่งอยู่

“รับไว้สิจ๊ะ” ราณีคะยั้นคะยอ

“จำแหวนวงนี้ได้ไหมที่หนูผึ้งเอามาคืนแม่ สุดท้ายคนที่เป็นเจ้าของก็คือหนูผึ้งอยู่ดี” เธอเอ่ยอย่างอบอุ่น พร้อมภาพในอดีตที่หวนมาให้คิด ในครั้งนั้นที่ครอบครัวตกที่นั่งลำบาก และเธอคิดจะนำเครื่องเพชรไปขายเพื่อพยุงสถานะการเงิน แต่ถูกเจ้าตัวแสบทีชากรณ์แอบจิ๊กมันไปซ่อนไว้ และแอบนำไปให้ธิดาวดีเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์เพื่อตามจีบเธอ โดยไม่รู้ราคาและสภาวะความเดือดร้อนของครอบครัว เป็นธิดาวดีที่นำมาคืนให้กับราณี

“ขอบคุณค่ะคุณป้า” ยกมือไว้อย่างนอบน้อมแม้ไม่อยากรับ เพราะราณีนั้นก็เมตตาเธอมากพอแล้วในหลาย ๆ เรื่อง

“เรียกแม่จ้ะ” มองหน้าหญิงสาวและรอฟัง

“ค่ะ...คุณแม่” พร้อมกับปรายตามองสามีที่เพิ่งได้ตำแหน่งมาหมาด ๆ ของเธอ ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ และตวัดสายตาขึ้นมามองเธอเช่นกัน

“โอเค...” ราณีตบมือเบา ๆ อย่างโล่งอก เมื่อทุกอย่างเป็นไปดั่งใจ

“ไปพักผ่อนกันเถอะจ้ะแม่ไม่กวนแล้ว ตานนท์พาน้องไปพักได้แล้วลูก”

“ไม่เป็นไรค่ะ ผึ้งไปเองก็ได้ค่ะ...แล้วห้องผึ้งอยู่ตรงไหนเหรอคะ?”

“ห้องผึ้ง?” ราณีทวนประโยคที่เธอพูด พลางยกคิ้วเป็นคำถาม

“ก็ห้องพี่นนท์ไง”

“คะ?”

“หนูผึ้งกับพี่นนท์จดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยากันแล้วนะลูก” เตือนความจำให้เธอ ธิดาวดีกะพริบตาปริบ ๆ ทำไมทุกอย่างมันเร็วกระชั้นชิดแบบนี้นะ นี่เธอจะต้องอยู่รวมห้องกับเขาทันทีที่ย้ายเข้ามาเลยอย่างนั้นหรือ

“ตานนท์พาน้องไปพักผ่อนได้แล้วลูก” พูดตัดจบและเดินจากไป

ทีชานนท์ลุกจากโซฟาเดินนำหน้าไป ก่อนจะหยุดและหันกลับมามองเมื่อหญิงสาวยังนั่งอยู่ที่เดิม ก็เดาได้ไม่ยากว่าเธอคงกระอักกระอ่วนใจอยู่ไม่น้อย

“ชั้นบนห้องขวามือริมสุด” เขาเอ่ยสั้น ๆ และเดินขึ้นห้องไปก่อน

ธิดาวดีถอนหายใจทิ้งเฮือกใหญ่ ก้มมองดูแหวนเพชรเม็ดงามที่นิ้วมือ แหวนเลอค่าที่เธอไม่ต้องการวงนี้ก็คงเป็นเหมือนหัวโขนสินะ เมื่อสวมแล้วก็ต้องร่ายรำตามหน้าที่เท่านั้น

ทีชานนท์อาบน้ำเสร็จเรียบร้อย เอนกายอยู่บนเตียงนอนแล้ว ไถหน้าจอโทรศัพท์มือถือเช็คข่าวสารไปเรื่อย ๆ รอดูว่าเมื่อไหร่หล่อนจะขึ้นมา คงจะรอให้เขาหลับก่อนกระมัง และเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น ธิดาวดีหยุดยืนอยู่หน้าห้อง กวาดสายตาไปทั่วบริเวณ ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่คนบนเตียง ทีชานนท์มองหล่อนอยู่ก่อนแล้ว เธอเดินไปนั่งลงโซฟาตัวเล็กมุมห้อง โดยไม่รู้ว่าจะทำอะไร

“ผมจะนอนแล้ว” เขาเอ่ยขึ้น ธิดาวดีตวัดสายตาขึ้นมองเขา จะนอนก็นอนไปสิจะบอกเธอทำไมกัน พร้อมกับความคิดบางอย่างที่โผล่เข้ามา และเริ่มหวิว ๆ ในใจ

“ผมนอนไม่หลับถ้าไฟสว่าง” เขาอธิบาย

“คุณปิดไฟได้เลยค่ะ”

“แล้วคุณไม่อาบน้ำเหรอ?”

“....”

“เสื้อผ้าอยู่ในนั้น” เขาปรายตาไปที่ตู้เสื้อผ้า ธิดาวดีเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าและหยิบออกมาเดินเข้าห้องน้ำไป นานสองนานกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย ไม่ใช่ว่าเป็นคนอาบน้ำนาน แต่เป็นเพราะรอให้เขาหลับก่อน เดินออกมาจากห้องน้ำเขายังเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่เช่นเดิม แอร์เย็น ๆ ในห้องที่ชวนหลับสำหรับคนที่เหนื่อยมาทั้งวัน แต่ทำไมวันนี้เธอรู้สึกหนาวผิดปกติ

“ผมเป็นคนขี้ร้อนถ้าคุณหนาวก็ห่มผ้าหนา ๆ ละกัน”

“ค่ะ”

ทีชานนท์วางโทรศัพท์ลงที่หัวเตียง เอื้อมมือหยิบรีโมทมาปิดไฟในห้อง เหลือไว้เพียงโคมไฟหัวเตียงเท่านั้น ธิดาวดีเดินมาหยุดอยู่ข้างเตียง ก่อนจะค่อย ๆ หย่อนก้นลงนั่งอย่างเกร็ง ๆ เอนตัวลงนอนบนที่นอนนุ่ม ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างจนถึงคาง พยายามหายใจให้เบาที่สุด ทันใดนั้นหัวใจหญิงสาวก็หล่นวูบ เมื่อเขาพลิกตัวและลุกขึ้นขยับเข้ามาใกล้เธอ

“คุณจะทำอะไร?” มือกำผ้าห่มไว้แน่น กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืด ๆ ทีชานนท์ไม่ตอบแต่โน้มหน้าเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ หัวใจหญิงสาวเต้นแรงเหมือนจะทะลุออกมาด้านนอก และเขาก็เอื้อมมือไปปิดสวิตช์โคมไฟหัวเตียง

“ปิดไฟ” และเอนตัวลงนอนตามเดิม ธิดาวดีเป่าปากออกยืดยาวอย่างโล่งอก

ไม่เห็นต้องทำให้น่ากลัวขนาดนี้ก็ได้มั้ง หญิงสาวคิดในใจ หันกลับไปมองแผ่นหลังของคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ มองออกไปในความมืดอย่างไม่มีจุดหมาย แสงไฟจากด้านนอกที่สาดส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่านหนาเข้ามาด้านใน ให้พอเห็นแสงสลัวบาง ๆ คงเหมือนกับชีวิตของเธอในตอนนี้สินะ ที่ยังหาทางสว่างให้ตัวเองยังไม่ได้ ค่อย ๆ ปรับสายตาในความมืด นอนฟังเสียงหายใจของอีกคนที่นอนอยู่ข้างกัน ต่อไปนี้ชีวิตคงไม่ง่ายแล้วกระมัง เธอต้องปรับตัวใหม่อีกครั้ง กับตำแหน่งใหม่ที่เพิ่งได้รับที่มาพร้อมทะเบียนสมรส และใบสัญญาในฐานะ ภรรยาลูกหนี้

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 34 เริ่มต้นใหม่ด้วยความสุข

    แสงสลัวจากด้านนอกที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามาด้านในห้อง ของค่ำคืนที่เงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังอื้ออึงแข่งกับความเงียบอยู่เป็นระยะ ธิดาวดีหลับตาในอ้อมกอดของเขา อาการนอนไม่หลับติดต่อกันมาหลายคืนเพราะแพ้ท้องอย่างรุนแรงนั้น ตอนนี้กลับเหมือนถูกปลิดทิ้งเสียอย่างนั้นหรืออาจจะเป็นเพราะเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในท้อง จะรับรู้ถึงความอบอุ่นในอ้อมกอดของพ่อที่ส่งผ่านมาให้นะ เธอตั้งคำถามให้ตัวเอง แม้ลูกยังเป็นแค่ก้อนเลือดอยู่เท่านั้น หรืออาจจะเป็นเพราะความกังวลทั้งหลายมันหายไป และรู้สึกปลอดภัยในอ้อมกอดของเขาช่วงเวลาที่ห่างกันไปเพียงไม่นาน มาในวันนี้เธอมีคำตอบให้ตัวเองแล้วกับความรู้สึกของหัวใจที่มีต่อเขา แม้พยายามปฏิเสธ ก่อนจะซุกหน้าเข้าไปในอ้อมอก ภาษากายของเธอที่แสดงออกมานั้น สร้างรอยยิ้มให้กับทีชานนท์อย่างพอใจ ก่อนจะกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น ประทับจูบลงที่เรือนผมของเธอ“พรุ่งนี้เราไปหาหมอกันนะ” พูดเสียงทุ้มอยู่ข้างหู“ไปฝากท้อง ให้หมอตรวจให้ละเอียด ผมสงสารคุณเวลาเห็นคุณแพ้ท้อง” ธิดาวดีพยักหน้าเบา ๆ “รอให้คุณดีขึ้นแล้วเราค่อยจัดงานแต่ง...ดีไหม?” “แต่งงาน...เหรอคะ?”“

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 33 ขอนอนกับลูกได้ไหม?

    ธิดาวดีเปิดอ่านทีละหน้าอย่างช้า ๆ มากมายเรื่องราวที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน รวมทั้งเรื่องที่กิตติถูกนำเข้าโครงการวิจัยโรคร้าย และถูกยกเว้นค่าใช้จ่ายนั้น มันเป็นเรื่องโกหก เป็นเขาต่างหากที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้ทุกบาททุกสตางค์ นี่เขาหรอกเหรอที่อยู่เบื้องหลังเรื่องพวกนี้ คอยซัพพอร์ทเธอในหลาย ๆ เรื่อง แต่ทำไมต่อหน้าเธอเขากลับแสดงออกมาอีกอย่าง เขารู้ว่ากิ่งฉัตรยักยอกเงิน และเตรียมเทคโอเว่อร์บริษัทต่อจากกิ่งฉัตร และโอนหุ้นคืนให้เธออ่านไปพร้อมกับความแข็งในหัวใจที่อ่อนยวบลงเช่นกัน พลันทำให้นึกถึงใบหน้าของเขาขึ้นมาทันที คนสุขุมมาดเข้มอย่างเขามีโมเม้นเขียนบันทึกความทรงจำแบบนี้ด้วยอย่างนั้นหรือ“เป็นคุณเองเหรอคะคุณนนท์” พูดคนเดียวอย่างแผ่วเบาทีชานนท์เดินกลับไปกลับมาอยู่ในห้องทำงานชั้นล่าง หลังจากถูกสั่งห้ามไม่ให้ขึ้นไปรบกวนธิดาวดีด้านบน และคืนนี้เขาก็ต้องนอนในห้องนี้ แต่สุดท้ายก็ต้องขัดคำสั่งราณีและเดินขึ้นไปชั้นบนเพราะแพ้เสียงในหัวตัวเอง มือที่กำลังจะยกขึ้นเคาะห้องชะงักไปชั่วครู่ เมื่อตั้งคำถามให้กับตัวเอง แล้วถ้าเจอหน้าเขาแล้วเธอโมโหล่ะ หมอบอกคุณแม่ท้องอ่อนอารมณ์แปรปรวน แล้วถ้าเธอฉุนเฉีย

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 32 กล่องความทรงจำ

    รอเคลื่อนออกจากบริษัทมาได้ไม่นานก็ต้องจอดข้างทาง เมื่ออาการแพ้ท้องกำเริบขึ้นอีกเหมือนแกล้งเธอ ยาดม ยาลม ยาหม่อง ที่เขาให้แม่บ้านเตรียมไว้ในรถดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไร ทีชานนท์รวบผมเธอไว้เมื่อธิดาวดีโก่งคออาเจียนอยู่ริมถนน มืออีกข้างลูบหลังเธอแผ่วเบา ธิดาวดีนั่งหายใจหอบอยู่ข้างทางจนตัวโยนใบหน้าซีดเซียว ทีชานนท์เข้าไปหยิบขวดน้ำและกระดาษชำระในรถยื่นให้เธอ ก่อนจะพยุงหญิงสาวเข้าไปนั่งในรถ“ไหนบอกจะไปเอาโฉนดที่คอนโดไงคะ?” เธอหันมาถามเขาสายตาเอาเรื่อง เมื่อรถเปลี่ยนเส้นทาง“มีช่างมาซ่อมแอร์ และท่อน้ำในห้อง เครื่องมือเกะกะไปหมดคงไม่สะดวก”“คุณนนท์” ไม่บอกก็รู้ว่าโกหกชัด ๆ จ้องหน้าเขาอย่างหงุดหงิด ทีชานนท์กดสายหาภูริศและเปิดลำโพงให้เธอได้ยิน“เอาโฉนดและเอกสารทุกอย่างของคุณผึ้งอยู่ที่คอนโดมาให้ฉันที่บ้าน” เขากรอกเสียงลงไป(“ครับบอส”)“โอเคนะ” สั่งภูริศจบก็หันมาพูดกับเธอเพื่อให้อารมณ์หญิงสาวเย็นลง“งั้นให้คุณภูริศเอาไปให้ที่บ้านฉันก็แล้วกันค่ะ”“ไปส่งผึ้งที่บ้านด้วยค่ะ” ส่งเสียงบอกคนขับรถ“คุณแม่เป็นห่วงคุณมากและตอนนี้ก็ไม่สบาย ขอให้คุณแม่เจอหน้าคุณก่อนได้ไหม ให้ท่านสบายใจก่อนว่าคุณสบายดี” เอาราณ

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 31 เป็นห่วง

    ธิดาวดีเปิดฝายาดมและยกขึ้นจ่อจมูกสูดกลิ่นเข้าลึกจนเต็มปอด เหนื่อยกับการแพ้ท้องก็อ่อนแรงพอตัวแล้ว ไหนจะต้องมาหงุดหงิดกับคำบอกเล่าของทนายนาครที่เพิ่งวางสายไปเมื่อครู่อีก“คนโรคจิต” เธอพึมพำคนเดียวอย่างหงุดหงิด เมื่อนึกถึงใบหน้าพ่อของลูกในท้อง นึกอยากจะขอหย่าก็ขอ ยัดเยียดความผิดให้คนอื่นแบบไม่มีเหตุผล พอมาวันนี้บอกว่าไม่คิดจะหย่าแล้ว เห็นเธอเป็นที่รองรับอารมณ์ของเขาหรืออย่างไร แน่ชัดแล้วว่าเขาเป็นไบโพล่าจริง ๆ หรือไม่ก็คงปั่นประสาทเธออยู่“คุณนนท์ไล่ตามหาแกให้ขวักเลย ไหนจะป้าราณีอีก ทุกคนเป็นห่วงแกมากเลยนะ อีกหน่อยคุณนนท์ก็คงรู้ว่าแกอยู่ที่ไหน กลับมาได้แล้ว” คำพูดของเขมจิรา ฟังดูแล้วทุกคนคงคิดว่าเธอกำลังงอนเขาอยู่ เหมือนกับว่านี่มันคือความผิดของเธอเสียอย่างนั้น เขาเองต่างหากที่ผลักเธอให้ออกห่าง แต่มาวันนี้กลับวิ่งวุ่นตามหาเธอเหมือนจำการกระทำของตัวเองไม่ได้เสียอย่างนั้น นี่ขนาดไม่รู้ว่าเธอตั้งท้องทุกคนยังขอร้องแทนเขาขนาดนี้ ถ้ารู้ว่าท้องไม่ตามอุ้มกลับเลยหรือยังไงแค่นึกความขุ่นมัวในอารมณ์ก็ก่อตัวเข้มขึ้น ทำไมเธอจะต้องทำตามความต้องการของเขาด้วย ไม่อยากจะหย่าตอนนี้อย่างนั้นหรือ ได้เลย น้ำผึ

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 30 คนไม่มีใจ

    “คุณน้ำผึ้งกลับมาเมื่อหลายวันก่อนแล้วค่ะ เก็บกระเป๋าออกไปพร้อมกับคุณภายังไม่กลับมาเลยค่ะคุณนนท์” คำบอกเล่าของแม่บ้านนารีที่สร้างความรู้สึกหวั่น ๆ ในใจให้กับชายหนุ่ม ถ้าอย่างนั้นเธอโกหกราณีว่าจะกลับมาบ้านสินะ“แล้วผึ้งได้บอกไหมครับว่าจะกลับมาวันไหน?”“ไม่ได้บอกค่ะ” ทีชานนท์พยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินกลับไปขึ้นรถ แม่บ้านนารีมองตามหลังรถที่เคลื่อนออกรั้วบ้านไป พร้อมกับถอนหายใจ“มิน่าล่ะคุณน้ำผึ้งถึงดูเศร้าจัง ที่แท้ก็ทะเลาะกันนี่เอง” เธอพึมพำคนเดียวและเดินเข้าบ้านไปทีชานนท์นั่งใช้ความคิดอยู่ในรถอย่างเงียบ ๆ ปะติดปะต่อหลายเรื่องราวและทบทวนคำพูดของแม่บ้านเมื่อครู่ หรือเธอจะเดินทางไปต่างประเทศกับวิภารัตน์ และกดสายหาผู้ช่วยหนุ่มภูริศทันที ก่อนจะกลับเข้าบ้านศตพิพัฒน์อีกครั้ง“อ้าว ไหนบอกไปรับหนูผึ้งไง” ราณีทักเมื่อเห็นชายหนุ่มกลับเข้ามาคนเดียว ผู้ถูกถามไม่ตอบแต่ก้าวขายาว ๆ กลับขึ้นไปบนห้องทันที เปิดตู้เสื้อผ้าออกสำรวจอย่างร้อนใจ พลันหัวใจก็หล่นวูบเป็นครั้งที่สอง เมื่อเสื้อผ้าของเธอหายไปเกือบเกลี้ยงตู้ ตรงไปที่หน้ากระจกทันที ของใช้ส่วนตัวของเธอไม่เหลืออยู่แม้แต่ชิ้นเดียว เปิดลิ้นชัก และสำรวจทุก

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 29 เริ่มต้นใหม่

    “วันนี้คุณนนท์ไม่กลับบ้านคุณผึ้งให้ตั้งโต๊ะมื้อเย็นเลยไหมคะ?” แม่บ้านพิไลเอ่ยถามธิดาวดี เมื่อกลับเข้าบ้านศตพิพัฒน์อีกครั้งหลังจากวิภารัตน์กลับต่างประเทศไปแล้วหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น ทีชานนท์ก็ไม่กลับมาบ้านอีกเลย เขาขลุกอยู่ที่คอนโดจนถึงวันที่ต้องเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศ คงไม่อยากเห็นหน้าเธอกระมัง“คุณแม่จะกลับจากปฏิบัติธรรมวันไหนเหรอคะป้าพิไล?”“วันนี้แหละค่ะคุณผึ้ง ตาเข่งออกไปรับนานแล้วค่ะ เดี๋ยวก็คงถึงมั้งคะ”“งั้นรอคุณแม่ก่อนดีกว่าค่ะ”“ได้ค่ะ”หญิงสาวขึ้นไปบนห้อง กวาดตามองไปทั่วทุกมุมที่เงียบงัน นับจากนี้ไปที่แห่งนี้ก็เป็นเพียงความทรงจำที่ไม่ควรเกิดขึ้นของเธอเท่านั้น เปิดตู้เสื้อผ้าเก็บข้าวของส่วนตัวลงกระเป๋า“เราไปเริ่มต้นใหม่ในที่ของเรานะคะ” ลูบหน้าท้องเบา ๆ ฝืนยิ้มให้ก้อนเนื้อที่อยู่ในนั้นแต่นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเศร้า เสียงเคาะประตูที่หน้าห้องทำให้เธอวางมือจากการเก็บของ เมื่อพิไลขึ้นมาแจ้งว่าราณีกลับมาถึงบ้านแล้ว“หนูผึ้งมาพอดีเลย” ราณีเอ่ยทักเมื่อเธอเดินเข้าไปนั่งลงที่โซฟา นายเข่งคนขับรถขนถุงของฝากมากมาย มากองรวมกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่น“แม่ซื้อขนมที่หนูผึ้งชอบมาฝากด้วยนะ”

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 11 แกล้งเมาทำไม?

    สวนอาหารกลางกรุงในยามราตรี ที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คนในวันหยุดสุดสัปดาห์ โต๊ะยาวที่ถูกจัดไว้อย่างง่าย ๆ สำหรับปาร์ตี้เล็ก ๆ ของการนัดพบปะเพื่อน ๆ ของงานเลี้ยงรุ่นแบบไม่เป็นทางการ เสียงหัวเราะและแข่งกันพูดของคนสนิท ดังเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณแม้จะเลือกโซนที่อยู่ด้านนอกแล้วก็ตามเสียงเพลงที่เปิดคลอเบา ๆ สร้าง

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 10 งานเลี้ยงและแฟนเก่า

    “ป่าที่สมบูรณ์คือจุดเริ่มต้นของสุขภาพดี” คือข้อความที่ระบุอยู่ด้านบนของแผ่นประชาสัมพันธ์โครงการ ที่จัดโดยองค์กรการกุศลเพื่อระดมทุนฟื้นฟูผืนป่า และโรงพยาบาลชุมชนในพื้นที่ห่างไกล ที่ยังขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์และเครื่องมือที่ทันสมัย“ผมจะได้อะไรจากการเสียเงินบริจาคก้อนโตในครั้งนี้?” ทีชานนท์เอ่ยถามห

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 8 แฟนเก่า

    ทันทีที่รถจอดหน้าสำนักงานศตพิพัฒน์ ธิดาวดีกวาดสายตามองไปรอบบริเวณที่เธอยังไม่คุ้นชิน ทีชานนท์ก้าวลงจากรถและยืนรอเธอเพื่อเดินเข้าบริษัทพร้อมกัน หญิงสาวเดินมาหยุดอยู่ข้างเขา มองทะลุกระจกใสเข้าไปด้านใน ที่นี่คือบริษัทของว่าที่สามีในอนาคตไม่ใช่เหรอ เธอจะรู้สึกหนักใจทำไมกันนะ ก่อนจะเผลอถอนหายใจทิ้งอย่าง

  • ลูกหนี้ที่รัก   ตอนที่ 7 งานหมั้น

    โคมไฟคริสตัลแสงสีขาวนวลในโรงแรมหรูระดับห้าดาว ที่ส่องสว่างกระทบม่านบางสีหวานที่ถูกจัดตกแต่งไว้อย่างประณีต ดอกไม้สดสีหวานหลากหลายชนิดที่ถูกปักประดับอยู่ที่ฉากด้านหลัง ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยปะปนในอากาศทั่วทั้งห้องจัดเลี้ยง บวกกับเสียงสนทนาและเสียงหัวเราะเบา ๆ ที่ประสานกันอยู่เป็นระยะ ในพิธีหมั้นหมายระห

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status