Share

บทที่ 7

Author: หมาล่าหม้อไฟ
กว่าทั้งสองคนจะไปถึงจุดแข่งรถกลับพบว่าทุกอย่างสายไปเสียแล้ว

กลุ่มเพื่อนมองภาพถ่ายทอดสดบนหน้าจอขนาดใหญ่ด้วยหัวใจที่บีบรัดแน่น

“สายไปแล้ว! ออกรถไปแล้วเนี่ย ถ้าเกิดอะไรขึ้น เราจะไปอธิบายกับคุณลุงต้วนยังไงล่ะ!”

“ถุย ๆ ๆ เลิกพูดจาเป็นลางเถอะน่า!”

“ฉันว่าแล้วเชียว พอเป็นเรื่องของหลินชิงเหยา หมอนี่ก็ทำตัวเหมือนคนบ้า ม้าสิบตัวยังฉุดไม่อยู่! เมื่อก่อนก็แค่ชกต่อย อย่างมากก็แค่โดนลงโทษนิดหน่อย ตอนนี้ถึงกับเอาชีวิตเข้าแลก โดนของไปแล้วแน่ ๆ!”

พอได้ยินคำบ่นพวกนี้ เซี่ยเหวยที่ยังหอบหายใจไม่ทั่วท้องก็รีบกระทุ้งศอกใส่เพื่อนทันที

ทุกคนหันไปเห็นเจียงอวี่เฟยเข้า ถึงได้ยอมหุบปาก

ยี่สิบนาทีต่อมา เสียงเครื่องยนต์คำรามสองสายก็ดังแว่วมาจากที่ไกล ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น

เจียงอวี่เฟยมองรถสองคันที่กำลังผลัดกันนำบนหน้าจอ สลับกับมองระยะทางสามกิโลเมตรสุดท้ายด้วยคิ้วที่ขมวดเข้าหากันแน่น

สองสามนาทีต่อมา รถแข่งทั้งสองคันก็ปรากฏขึ้นสู่สายตาของทุกคน

นั่นหมายความว่าการแข่งขันครั้งนี้กำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว

รถแข่งของต้วนชิงเหย่นำอยู่ด้านหน้า ทว่าทิ้งห่างกันไม่มากนัก

ในช่วงเร่งเครื่องกิโลเมตรสุดท้าย กลุ่มเพื่อนจ้องมองตัวเลขบนหน้าจอที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะโมโหจนสบถด่าออกมาดังลั่น

“ต้วนชิงเหย่ นายอยากตายหรือไง!”

เจียงอวี่เฟยมองตามสายตาของพวกเขาไป พลันเห็นรถแข่งสีดำพุ่งทะยานผ่านหน้าไปราวกับสายฟ้าแลบ รวดเร็วเสียจนมองเห็นเพียงภาพติดตา

หนึ่งร้อยเมตร ห้าสิบเมตร สิบเมตรสุดท้าย...

ต้วนชิงเหย่ไม่ได้ชะลอความเร็วลงเลยแม้แต่น้อย เขาทะยานพุ่งเข้าเส้นชัยไปเป็นคนแรก

ทว่าเพื่อแลกกับชัยชนะ เขาต้องจ่ายค่าตอบแทนด้วยการพุ่งชนอุปกรณ์กันกระแทกหลังเส้นชัยจนแหลกละเอียด ก่อนที่ทั้งคนและรถจะพลิกคว่ำกระเด็นออกไป

การแข่งขันสิ้นสุดลง

กลุ่มเพื่อนที่รออยู่ตรงเส้นชัยรีบวิ่งหน้าตั้งเข้าไปช่วยดึงร่างต้วนชิงเหย่ที่โชกไปด้วยเลือดออกมา

เขากระอักเลือดออกมาคำโต ประกายชีวิตในแววตาค่อย ๆ เลือนหายไป

“เหล่าซาน เอา เอาสร้อยคอมา ให้ ให้ชิงเหยา อย่า อย่าพูดถึงเรื่อง เรื่องวันนี้...”

ก่อนจะหมดสติไป ต้วนชิงเหย่ทิ้งท้ายไว้เพียงประโยคสุดท้าย และเป็นเพียงประโยคเดียวเท่านั้น

ซึ่งฝากไปถึงหลินชิงเหยา

ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับเจียงอวี่เฟยที่ยืนรออยู่ข้าง ๆ เลย

พลาดไปเพียงนิดเดียวกระดูกมือซ้ายของต้วนชิงเหย่ก็แทบจะแหลกละเอียด อนาคตในสายอาชีพเกือบจะต้องดับวูบ

หลังการผ่าตัดเสร็จสิ้น เขายังคงหมดสติ ทว่าริมฝีปากกลับเอาแต่พร่ำเรียกชื่อหลินชิงเหยาไม่หยุด

เมื่อเห็นเขายังคงมีท่าทีหวาดหวั่นและหวาดกลัวการสูญเสียแม้อยู่ในห้วงความฝัน เจียงอวี่เฟยก็เบือนหน้าหนีอย่างเงียบเชียบ

ค่ำคืนผ่านพ้นไป ฤทธิ์ยาสลบก็ค่อย ๆ หมดลง

ต้วนชิงเหย่ลืมตาขึ้นมา มองเห็นคนที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงด้วยใบหน้าซูบซีด หัวใจก็พลันอ่อนยวบลง

“เมื่อคืนเธอเฝ้าฉันมาตลอด ไม่ได้พักเลยเหรอ”

เจียงอวี่เฟยนวดคลึงหว่างคิ้ว ก่อนจะตอบรับเบา ๆ ในลำคอ

เขาเห็นความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ลึกในแววตาของเธอ จึงลูบศีรษะเธอด้วยความสงสาร “ลำบากเธอแล้วนะ”

เจียงอวี่เฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไม่ลำบากหรอกค่ะ พี่เป็นเพื่อนสนิทที่สุดของพี่ชายฉัน ไม่ว่าจะมองมุมไหน ฉันก็สมควรช่วยดูแลอยู่แล้ว”

คำพูดของเธอฟังดูทะแม่ง ๆ

ไม่ใช่ว่าเธอมาดูแลเพราะฐานะแฟนหรอกเหรอ

ทำไมถึงกลายมาเป็นดูแลเพราะเขาคือเพื่อนสนิทที่สุดของพี่ชายไปได้

ต้วนชิงเหย่ตระหนักได้ทันทีว่าหญิงสาวคงกำลังโกรธที่เขาเอาชีวิตไปเสี่ยงกับการแข่งรถเพื่อคนอื่น ชายหนุ่มอ้าปากเตรียมจะอธิบาย ทว่าเมื่อคำพูดจ่ออยู่ที่ริมฝีปาก กลับรู้สึกว่าพูดอะไรออกไปก็คงไม่เหมาะสม

โชคดีที่เจียงอวี่เฟยไม่ได้ถามอะไร เขาจึงเปลี่ยนเรื่องคุย “ช่วงที่ผ่านมา มีใครมาเยี่ยมฉันบ้างไหม”

“ก็มีกลุ่มเพื่อนสิบกว่าคนของพี่ แล้วก็ผู้จัดการสโมสรค่ะ”

รอยยิ้มบนใบหน้าของต้วนชิงเหย่ค่อย ๆ เลือนหายไป หลงเหลือไว้เพียงความเย็นชา

กระนั้นเขาก็ยังไม่ยอมถอดใจ มุมปากยกโค้งขึ้นเล็กน้อย ทว่าในแววตากลับไร้ซึ่งรอยยิ้ม “มีแค่พวกเขาเหรอ ไม่มีคนอื่นแล้วหรือไง”

เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้ารับ สีหน้าของเขาก็พลันเย็นเยียบขึ้นมาทันที ตลอดทั้งช่วงเช้าเขาก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีก

เจียงอวี่เฟยรู้ดีว่าเขากำลังรอใครอยู่ แต่เธอก็เลือกที่จะปิดปากเงียบ

ต้วนชิงเหย่นอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลหลายวัน เจียงอวี่เฟยก็คอยเฝ้าดูแลอยู่ไม่ห่างตลอดหลายวันที่ผ่านมา

วันที่ออกจากโรงพยาบาล เขาทอดสายตามองใบหน้าที่ซูบผอมลงของเธอด้วยความรู้สึกสงสารที่พาดผ่านดวงตา “เฟยเฟย หลายวันมานี้ขอบใจเธอมากนะ”

เจียงอวี่เฟยหยิบสัมภาระขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ราบเรียบ

“ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ ตั้งแต่ฉันมาเรียนที่จิงเป่ย พี่ก็รับฝากฝังจากพี่ชายให้คอยดูแลฉันมาตลอด ถือว่าฉันได้ตอบแทนบุญคุณก็แล้วกัน แม้เวลาแค่ไม่กี่วันจะเทียบไม่ได้กับเวลาหลายปี แต่ช่วงที่ฉันอยู่ที่จิงเป่ยมาหลายปีนี้ก็คงไม่ได้สร้างความลำบากอะไรให้พี่นัก ถือว่าเจ๊ากันไปก็แล้วกันค่ะ”

นี่นับเป็นครั้งที่สองแล้วที่เธอขีดเส้นแบ่งความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา

เมื่อได้ยินดังนั้น ต้วนชิงเหย่ก็รู้สึกทะแม่ง ๆ จนอดมองเธอไม่ได้

“เราสองคนเป็นแฟนกันนะ จะมาพูดเรื่องตอบแทนบุญคุณอะไร วันข้างหน้าฉันก็ยังต้องคอยดูแลเธอต่อไปไม่ใช่หรือไง”

เจียงอวี่เฟยหลบสายตาของชายหนุ่ม พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน

“ไม่มีคำว่าวันข้างหน้าแล้วละค่ะ”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 24

    เจียงอวี่เฟยตอบเขากลับไปเพียงว่า“ฉันก็เหมือนกัน”เรื่องไหนที่เธอปักใจแล้วว่าไม่มีทางหวนกลับ เธอก็จะไม่มีวันหันหลังกลับไปเด็ดขาดคนที่เธอปักใจแล้วว่าจะใช้ชีวิตคู่ไปตลอดชีวิต เธอก็ย่อมให้โอกาสเขาครั้งอย่างแน่นอนส่วนเรื่องของเธอกับต้วนชิงเหย่ ความจริงมันผิดพลาดมาตั้งแต่ต้นเธอใช้เวลาถึงแปดปีกว่าจะตระหนักได้ว่าตัวเองเดินผิดทางแล้วจะยอมกลับไปซ้ำรอยเดิมอีกได้อย่างไรดังนั้นเธอจึงเงยหน้าขึ้น ส่งสายตาอันแน่วแน่กลับไปพร้อมกับบอกเขาอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา“ต้วนชิงเหย่ สิ่งที่พี่ชอบ ไม่เคยเป็นตัวฉันเลย แต่เป็นเงาของหลินชิงเหยาที่ซ้อนทับอยู่ในตัวฉันต่างหาก”“เหตุผลที่ฉันบอกเลิก ไม่ใช่เพราะกำลังงอน และไม่ได้รอให้พี่มาง้อ แต่เป็นเพราะฉันไม่ได้รักพี่แล้ว”“‘ขึ้นชื่อว่าการหลอกลวง ย่อมไม่สมควรได้รับการให้อภัย’ พี่ยังจำคำพูดประโยคนี้ของตัวเองได้ไหม พี่หลอกฉันมาถึงหกปี ฉันไม่อยากให้อภัยพี่ และไม่อยากเกลียดพี่ด้วย ฉันแค่ต้องการตัดจากพี่ให้เด็ดขาด สิ้นสุดเวรกรรมกันเท่านี้”ทุกถ้อยคำราวกับคมมีดที่กรีดเฉือนและสับหัวใจของต้วนชิงเหย่จนแหว่งวิ่นไม่ว่าจะทำอย่างไรเขาก็ไม่อาจยอมรับผลลัพธ์นี้ได้ จึ

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 23

    หลังจบงานแต่งงาน เจียงอวี่เฟยเปลี่ยนมาสวมชุดลำลอง จูงมือเซี่ยอวิ๋นหวยเตรียมตัวกลับเรือนหอทั้งสองคนสอดประสานสิบนิ้วเข้าด้วยกันเป็นครั้งแรก ในฐานะคู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจาฝ่ามือ เจียงอวี่เฟยรู้สึกเพียงว่าผิวที่ถูกแอร์เป่าจนเย็นเฉียบกำลังค่อย ๆ อุ่นขึ้นสองสามีภรรยาหลบหลีกฝูงชนหน้าประตู แล้วเดินตรงไปยังประตูหลังเพิ่งจะผลักประตูออกไป สายตาของเจียงอวี่เฟยก็ถูกดึงดูดโดยต้วนชิงเหย่ที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตรไม่ใช่เพราะเธอยังอาลัยอาวรณ์ความหลัง แต่เป็นเพราะใบหน้าที่ถูกชกจนฟกช้ำดำเขียวของเขามันดึงดูดความสนใจเกินไปจริง ๆจนกระทั่งได้เห็นสภาพของเขา เธอถึงเพิ่งเข้าใจว่าทำไมตอนที่พี่ชายชกต่อยถึงได้ทำเสื้อเชิ้ตขาดวิ่นขนาดนั้นก็ใช่น่ะสิ เธอเป็นน้องสาวแท้ ๆ ที่เขาเฝ้ามองมาตั้งแต่เด็กจนโตนี่นาถ้าไม่ลงมือหนักหน่อยจะไปสาสมได้อย่างไรต้วนชิงเหย่ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ พอเห็นเธอก็รีบพุ่งพรวดเข้ามา ทว่ากลับถูกขวางไว้ในระยะห้าก้าวตอนนี้เขาไม่หลงเหลือความใจเย็นแล้ว เขากัดฟันกรอดจ้องเซี่ยอวิ๋นหวยที่ขวางอยู่ด้านหน้า น้ำเสียงเต็มไปด้วยการข่มขู่“เซี่ย

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 22

    ความวุ่นวายเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ไม่ได้ดึงดูดความสนใจมากนัก หลังจากพนักงานรักษาความปลอดภัยนำตัวคนที่ก่อกวนความสงบในงานออกไปตามคำสั่ง งานแต่งงานก็ดำเนินต่อไปมีเพียงสี่คนในงานที่สีหน้าเปลี่ยนไปก็คือเพื่อนสนิทสี่คนจากหอพักเดียวกันในตอนนั้นเจียงซืออวี้ที่อยู่หลังเวทีเห็นสถานการณ์ในงานอย่างชัดเจนตอนที่ต้วนชิงเหย่พุ่งพรวดขึ้นมา เขาเหมือนจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง สีหน้าก็พลันถมึงทึงทันทีพอได้ยินพนักงานดูแลพิธีการบอกว่าเหลือเวลาอีกสิบนาทีกว่าเพื่อนเจ้าบ่าวจะต้องขึ้นไปกล่าวคำอวยพร เขาก็ถอดเสื้อคลุมออก หมุนข้อมือยืดเส้นยืดสายแล้วเดินออกไปเพิ่งจะถึงหน้าประตูก็ชนเข้ากับต้วนชิงเหย่ที่สติหลุดไปแล้วแบบจัง ๆ รวมถึงเฮ่อเหยี่ยนและหยางเซียวที่ยังงุนงงกับสถานการณ์เขาโบกมือไล่คนอื่นออกไป แล้วคว้าคอเสื้อของต้วนชิงเหย่ขึ้นมา น้ำเสียงเย็นเยียบถึงขีดสุด“เมื่อกี้ที่นายตะโกนว่าไม่นะหมายความว่ายังไง ต้วนชิงเหย่ นายพูดกับใคร”แววตาของต้วนชิงเหย่เต็มไปด้วยความสับสนมืดแปดด้าน เขาจ้องมองเจียงซืออวี้อยู่นาน กว่าสายตาจะเริ่มโฟกัสได้ แล้วเค้นคำพูดลอดไรฟัน“พูดกับ...เฟยเฟย”ความสงสัยที่สะสมอยู่ในใจของเจียงซือ

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 21

    ต้วนชิงเหย่ยังไม่ทันตั้งสติ ‘เพลงมาร์ชงานแต่งงาน’ ก็ดังขึ้นตรงเวลาเขาเงยหน้าขึ้นตามเสียงก็เห็นประตูบนเวทีที่อยู่ห่างออกไปยี่สิบเมตรเปิดออกผู้ชายในชุดสูทสีดำขลับเดินเนิบนาบเข้ามาในงาน แล้วไปยืนอยู่ตรงกลางเวทีต้วนชิงเหย่สายตาสั้นเล็กน้อย จึงมองเห็นสถานการณ์ไกล ๆ ไม่ค่อยชัดนัก เขายกมือขึ้นกระทุ้งแขนของเฮ่อเหยี่ยน“ตอนนี้เจียงซืออวี้ขึ้นเวทีแล้วเหรอ”เมื่อได้ยินดังนั้น สองคนที่อยู่ข้าง ๆ ก็หันขวับกลับมามองเขาด้วยสายตาตกตะลึง“เขาจะขึ้นไปทำไม วันนี้ไม่ใช่งานแต่งเขาสักหน่อย”ไม่ใช่งานแต่งของเจียงซืออวี้เหรอแล้วเรียกเขามาทำไมสีหน้าของต้วนชิงเหย่แข็งค้างไปทันที ก่อนจะลองหยั่งเชิงถามออกไป“เจ้าบ่าวไม่ใช่เขาเหรอ”“ไม่ใช่อยู่แล้วสิ คุณชายรองตระกูลเซี่ยแห่งฮู่ไห่ เซี่ยอวิ๋นหวยต่างหากล่ะ”ชื่อของเซี่ยอวิ๋นหวย ต้วนชิงเหย่ย่อมรู้จักดีเพราะอย่างไรคุณชายรองตระกูลเซี่ยก็เป็นอัจฉริยะที่เลื่องชื่อ อายุยังน้อยแต่กลับประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เป็นลูกบ้านอื่นที่พวกผู้ใหญ่ชอบเอามาเปรียบเทียบให้ฟังตั้งแต่เด็กเพียงแต่ตระกูลต้วนอยู่ไกลถึงจิงเป่ย ปกติไม่ค่อยได้ไปมาหาสู่กับทางฝั่งฮู่ไห่เท่าไหร

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 20

    กระทั่งถึงคืนวันพฤหัสบดี ต้วนชิงเหย่ก็ยังไม่ได้รับสายโทรกลับจากเจียงอวี่เฟยเขากระวนกระวายใจมาก เอาแต่ก้มหน้าก้มตาดื่มเหล้า สายตาคอยเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์อยู่เป็นระยะเซี่ยเหวยรู้ความในใจของเขาดี จึงหาวิธีพูดปลอบใจ“เธอก็คงแค่แผลงฤทธิ์เอาแต่ใจแบบเด็กผู้หญิง รอให้นายไปง้ออยู่นั่นแหละ เฟยเฟยชอบนายมากขนาดนั้น ทุกคนก็เห็น ๆ กันอยู่ จะอยากเลิกจริง ๆ ได้ยังไง ให้ฉันดูนะ ร้อยทั้งร้อยคงเป็นเธอที่ยุให้พี่ชายชวนนายไปร่วมงานแต่ง ก็แค่อยากจะหาทางลงให้นายเท่านั้นแหละ”พอได้ยินคำพูดเหล่านี้ ในที่สุดใจของต้วนชิงเหย่ก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้างเขาดูเวลา รอจนถึงสามทุ่มก็รีบลุกขึ้นมุ่งหน้าไปสนามบินทันทีเซี่ยเหวยเป็นคนขับรถไปส่ง ระหว่างที่รถติดไฟแดง เขาก็มองกล่องของขวัญที่ห่ออย่างประณีตหลายกล่องตรงเบาะหลัง น้ำเสียงแฝงความอิจฉาเล็กน้อย“แค่เพื่อนร่วมห้องสมัยมหาลัยแต่งงานไม่ใช่เหรอ ถึงกับต้องจัดเต็มขนาดนี้เลยหรือไง ถึงขั้นไปขุดเอาของล้ำค่าก้นหีบของคุณปู่ออกมาเลย ตอนฉันแต่งงาน นายห้ามลำเอียงเด็ดขาดนะ!”ต้วนชิงเหย่ปรายตามองเขาทีหนึ่ง ก่อนจะโยนสร้อยลูกประคำในมือส่งไปให้“เพื่อนร่วมห้องอะไร นั่นมันว่าที่พี

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 19

    มีเพียงหลินชิงเหยาที่ยังคงจมอยู่ในฝันหวานว่าจะถูกขอแต่งงาน เธอทำหน้ามุ่ยแล้วเริ่มแผลงฤทธิ์เหมือนอย่างเคย“ถ้านายทำแบบนี้ ฉันจะไม่ตกลงแต่งกับนายแล้วนะ!”ต้วนชิงเหย่พยักหน้ารับด้วยสีหน้าไม่แยแส ก่อนจะทิ้งประโยคที่ทำเอาคนทั้งงานเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง“จะตกลงหรือไม่ก็ไม่สำคัญหรอก เพราะคนที่ฉันอยากขอแต่งงานด้วยไม่ใช่เธออยู่แล้ว”หลินชิงเหยามองเขาด้วยแววตาไม่อยากจะเชื่อ ร่างทั้งร่างสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม“ที่พูดมาน่ะ หมายความว่ายังไง”“หมายความว่ายังไงน่ะเหรอ”ต้วนชิงเหย่โยนช่อดอกไม้ในมือทิ้งลงพื้นอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะปิดกล่องแหวนในฝ่ามือดังปัง“ก็หมายความว่าคนที่ฉันอยากจะขอแต่งงานด้วย ไม่ใช่เธอหลินชิงเหยาไงล่ะ”สิ้นคำพูดนั้น ทั่วทั้งห้องโถงก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดเหลือเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาต้วนชิงเหย่ไม่สนใจเลยสักนิดว่าตอนนี้อีกฝ่ายจะมีสีหน้าอย่างไร เขาหันหลังไปค้อมตัวแสดงความเคารพต่อแขกรอบทิศ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือรอยยิ้ม“ขอโทษทุกคนด้วย จริง ๆ วันนี้เป็นแค่การซ้อมขอแต่งงานเท่านั้น วันอาทิตย์นี้ ผมจะขอแฟนแต่งงานในเวลาและสถานที่เดียวกันนี้ ถึงตอนนั้นหวังว่าทุกคนจะมาร่วม

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status