Share

บทที่ 8

Author: หมาล่าหม้อไฟ
พอกลับถึงบ้าน เจียงอวี่เฟยก็ได้รับโทรศัพท์จากบรรณาธิการ

“เฟยเฟย การ์ตูนของเธอพอปล่อยปุ๊บก็ดังเปรี้ยงเลยนะ ตอนนี้นักอ่านพากันอยากอ่านตอนต่อไป เธอมีความเห็นว่ายังไงบ้าง”

ช่วงหลายวันมานี้เจียงอวี่เฟยมัวแต่วุ่นวายอยู่ที่โรงพยาบาล จึงเพิ่งจะรู้เรื่องนี้ก็ตอนนี้นี่เอง

คำพูดของบรรณาธิการล้วนแฝงเจตนาเกลี้ยกล่อมให้เธอรีบวาดภาคต่อตอนที่กระแสกำลังมาแรง แต่เธอก็ยังคงปฏิเสธไปอย่างนุ่มนวล

นั่นเพราะการ์ตูนทั้งเล่มคือเรื่องราวความรักในชีวิตจริงที่ใช้ตัวเธอและต้วนชิงเหย่เป็นต้นแบบ เธอจึงกำหนดตอนจบไว้ก่อนที่จะได้รู้ความจริงทั้งหมด

หากขืนวาดต่อไป ก็คงเป็นเพียงการแต่งเติมจนเสียอรรถรสเท่านั้น

เจียงอวี่เฟยเปิดโซเชียลที่ไม่ได้เข้าใช้งานมานาน มองยอดคอมเมนต์หลังบ้านที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในดวงตาก็พลันปรากฏรอยยิ้ม

เมื่อเห็นว่าในที่สุดเธอก็ดูอารมณ์ดีขึ้นบ้างแล้ว ต้วนชิงเหย่จึงขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะเอ่ยเย้าเธออีกครั้ง “กระแสตอบรับการ์ตูนดีใช่ไหม งั้นฉันจัดปาร์ตี้ฉลองให้นักเขียนการ์ตูนคนเก่งของฉันดีไหม”

เจียงอวี่เฟยยังไม่ทันได้เอ่ยปากห้าม เขาก็ส่งข้อความกระจายข่าวออกไปนับไม่ถ้วนแล้ว

เธอจึงทำได้เพียงกลืนคำปฏิเสธลงคอ แล้วเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นแทน “การ์ตูนเรื่องนั้น...พี่ได้อ่านหรือเปล่าคะ”

“ไม่ได้อ่านหรอก ฉันไม่อินกับการ์ตูนตาหวานน่ะ วาดเรื่องอะไร เธอแค่เล่าให้ฉันฟังก็พอแล้ว”

ขนาดยังไม่ได้อ่านเลยแท้ ๆ กลับบอกว่าจะจัดงานเลี้ยงฉลองให้อย่างนั้นเหรอ

คงเป็นแค่ข้ออ้างเพื่อจะได้เจอหน้าหลินชิงเหยาก็เท่านั้นละมั้ง

เจียงอวี่เฟยมองปลายนิ้วของต้วนชิงเหย่ที่รัวแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วแสง ท่าทางของเขาดูไม่ใส่ใจอะไรเลยสักนิด

เธอจึงไม่คิดจะเปลืองน้ำลายอีก ลุกขึ้นแล้วเดินกลับเข้าห้องไป

งานเลี้ยงฉลองในครั้งนี้จัดขึ้นที่ห้องโถงของโรงแรม

หลินชิงเหยามาปรากฏตัวตามคาด แต่เธอไม่ได้มาเพียงลำพัง

เธอพาผู้ชายมาด้วยคนหนึ่ง ทั้งสองคนกอดคอคลอเคลียคุยกันไม่หยุด

เมื่อต้วนชิงเหย่เห็นภาพนั้น เขาแทบจะบีบแก้วในมือให้แหลกคามือ

เจียงอวี่เฟยไม่ได้สนใจว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร เธอเพียงแค่ลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำ

ตอนที่ออกมา เธอเหลือบไปเห็นป้ายกำลังซ่อมแซมวางอยู่ตรงประตู ขณะกำลังแปลกใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า จู่ ๆ ก็มีเงาร่างของใครบางคนโผล่มาจากมุมกำแพง

เป็นผู้ชายคนที่หลินชิงเหยาพามาด้วยนั่นเอง เขามายืนขวางทางเดินของเธอไว้ สายตาที่จ้องมองมานั้นดูลวนลาม ทั้งยังผิวปากแซวไม่หยุด

เจียงอวี่เฟยขมวดคิ้วตั้งใจจะเดินเบี่ยงหลบ ทว่าเขากลับคว้ามือเธอไว้แน่น ก่อนจะโน้มใบหน้าที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้าลงมาซุกไซ้ใบหน้าของเธอ

การกระทำแบบไม่ทันให้ตั้งตัวนั้นทำให้เธอตกใจจนหน้าซีดเผือด สัญชาตญาณสั่งให้เธอยกมือขึ้นผลักเพื่อขัดขืน

“คุณจะทำอะไร!”

ผู้ชายคนนั้นเลิกคิ้วขึ้น เผยรอยยิ้มเย่อหยิ่งและหยาบโลน

“จะมาแกล้งทำตัวเป็นหญิงผู้รักนวลสงวนตัวอะไรกัน ชิงเหยาบอกฉันหมดแล้ว เธอขาดผู้ชายไม่ได้ใช่ไหมล่ะ เลิกแย่งกับผู้หญิงคนนั้น แล้วมาคบกับพี่ดีกว่าไหม”

พูดจบ เขาก็ดันตัวเธอไปกดติดกับอ่างล้างหน้า อาศัยความสูงและพละกำลังที่เหนือกว่าหมายจะบังคับลวนลามเธอ

เจียงอวี่เฟยพยายามดิ้นรนสุดชีวิต ทว่าดิ้นอย่างไรก็ไม่หลุด

ขณะที่เขากำลังจะกระชากคอเสื้อของเธอ มือของเธอก็ควานไปเจอกระถางต้นไม้บนเคาน์เตอร์เข้าพอดี หญิงสาวไม่เสียเวลาคิด คว้ามันขึ้นมาฟาดเข้าที่ท้ายทอยของเขาอย่างจัง

เสียงดังปึก ชายหนุ่มหน้าบิดเบี้ยว ก่อนที่ร่างจะร่วงลงไปกองกับพื้น

เมื่อเอาตัวรอดมาได้ เจียงอวี่เฟยก็ไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองเขา เธอฝืนประคองร่างตัวเองเดินออกมาจากห้องน้ำ

ทันทีที่ออกมา เธอก็เห็นหลินชิงเหยายืนรออยู่ด้านนอก

เจียงอวี่เฟยถูกครอบครัวทะนุถนอมปกป้องมาตั้งแต่เด็ก เธอเป็นหญิงสาวที่นิสัยอ่อนโยนมากคนหนึ่ง แต่ต่อให้อ่อนโยนแค่ไหน เมื่อเพิ่งเผชิญกับการถูกจัดฉากลวนลามเมื่อครู่ เธอก็ข่มอารมณ์ไม่ได้

เมื่อนึกถึงคำพูดเมื่อครู่ของผู้ชายคนนั้น เจียงอวี่เฟยก็ไม่ลังเลเลยสักนิด เธอง้างมือขึ้นแล้วตบฉาดเข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างแรง

“หลินชิงเหยา เธอจงใจใช่ไหม”

โดนตบไปฉาดใหญ่ แถมยังเห็นท่าทีโกรธเป็นฟืนเป็นไฟของเธอ หลินชิงเหยากลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด หนำซ้ำยังหัวเราะออกมาได้อีก

“เธอหมายถึงผู้ชายคนนั้นน่ะเหรอ ฉันตั้งใจพาเขามาเองแล้วจะทำไมล่ะ ฉันก็แค่สงสารเธอน่ะสิ เธอดูสิ ตั้งแต่ฉันกลับมา ตัวแทนอย่างเธอต้องนอนเปล่าเปลี่ยวอยู่คนเดียวตลอด ไม่เหงาบ้างหรือไง พี่จ้าวท่องแดนโลกีย์มาหลายปี รับรองว่าต้องตอบสนองเธอได้แน่...”

เมื่อได้ยินถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามสารพัด เจียงอวี่เฟยที่กำลังโกรธจัดก็อดที่จะง้างมือขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้

ทว่าครั้งนี้ ฝ่ามือยังไม่ทันกระทบใบหน้าของหลินชิงเหยาก็ถูกใครบางคนคว้าข้อมือเอาไว้เสียก่อน

เจียงอวี่เฟยหันขวับไปมอง พลันเห็นต้วนชิงเหย่ที่มีใบหน้าดำทะมึน

เมื่อคนที่รอคอยมาถึง หลินชิงเหยาก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นน้อยอกน้อยใจทันที เธอโผเข้าสู่อ้อมอกของเขาพร้อมกับน้ำตาที่ร่วงเผาะลงมา

“อาเหย่ แฟนนายเกลียดฉันมากใช่ไหม ฉันแค่เดินขวางทางเธอ เธอก็จะตบฉันแล้ว ฮือ ๆ ๆ”

เมื่อเห็นคนในอ้อมกอดร้องไห้อย่างน่าสงสาร สีหน้าของต้วนชิงเหย่ก็มืดครึ้มลงทันที “เจียงอวี่เฟย จู่ ๆ ทำไมเธอถึงไปหาเรื่องคนอื่นแบบนี้ เจียงซืออวี้สอนเธอมาแบบนี้เหรอ หรือฉันเป็นคนสอนเธอมา”

เจียงอวี่เฟยโกรธจนขอบตาแดงก่ำ น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความหวาดกลัวที่ยังตกค้างอยู่ในใจ “จู่ ๆ งั้นเหรอ ตรงทางเดินมีกล้องวงจรปิด พี่ไปดูเอาเองสิว่าทำไมฉันถึงต้องตบหลินชิงเหยา แล้วเธอทำอะไรลงไปบ้าง!”

เดิมทีเธอตั้งใจจะเอาความจริงมาพูด และเอาหลักฐานมายืนยัน

ใครจะไปคิดว่าต้วนชิงเหย่กลับปักใจเชื่ออย่างไม่มีเงื่อนไขว่าหลินชิงเหยาคือผู้บริสุทธิ์ เขาไม่คิดจะไปดูกล้องวงจรปิดอะไรนั่นเลยสักนิด

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเธอก็ไม่ควรไปตบคนอื่น! อีกอย่างชิงเหยาเพิ่งเคยเจอเธอแค่ครั้งเดียว เขาจะไปทำอะไรเธอได้ เธอต้องขอโทษเขา!”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 24

    เจียงอวี่เฟยตอบเขากลับไปเพียงว่า“ฉันก็เหมือนกัน”เรื่องไหนที่เธอปักใจแล้วว่าไม่มีทางหวนกลับ เธอก็จะไม่มีวันหันหลังกลับไปเด็ดขาดคนที่เธอปักใจแล้วว่าจะใช้ชีวิตคู่ไปตลอดชีวิต เธอก็ย่อมให้โอกาสเขาครั้งอย่างแน่นอนส่วนเรื่องของเธอกับต้วนชิงเหย่ ความจริงมันผิดพลาดมาตั้งแต่ต้นเธอใช้เวลาถึงแปดปีกว่าจะตระหนักได้ว่าตัวเองเดินผิดทางแล้วจะยอมกลับไปซ้ำรอยเดิมอีกได้อย่างไรดังนั้นเธอจึงเงยหน้าขึ้น ส่งสายตาอันแน่วแน่กลับไปพร้อมกับบอกเขาอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา“ต้วนชิงเหย่ สิ่งที่พี่ชอบ ไม่เคยเป็นตัวฉันเลย แต่เป็นเงาของหลินชิงเหยาที่ซ้อนทับอยู่ในตัวฉันต่างหาก”“เหตุผลที่ฉันบอกเลิก ไม่ใช่เพราะกำลังงอน และไม่ได้รอให้พี่มาง้อ แต่เป็นเพราะฉันไม่ได้รักพี่แล้ว”“‘ขึ้นชื่อว่าการหลอกลวง ย่อมไม่สมควรได้รับการให้อภัย’ พี่ยังจำคำพูดประโยคนี้ของตัวเองได้ไหม พี่หลอกฉันมาถึงหกปี ฉันไม่อยากให้อภัยพี่ และไม่อยากเกลียดพี่ด้วย ฉันแค่ต้องการตัดจากพี่ให้เด็ดขาด สิ้นสุดเวรกรรมกันเท่านี้”ทุกถ้อยคำราวกับคมมีดที่กรีดเฉือนและสับหัวใจของต้วนชิงเหย่จนแหว่งวิ่นไม่ว่าจะทำอย่างไรเขาก็ไม่อาจยอมรับผลลัพธ์นี้ได้ จึ

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 23

    หลังจบงานแต่งงาน เจียงอวี่เฟยเปลี่ยนมาสวมชุดลำลอง จูงมือเซี่ยอวิ๋นหวยเตรียมตัวกลับเรือนหอทั้งสองคนสอดประสานสิบนิ้วเข้าด้วยกันเป็นครั้งแรก ในฐานะคู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจาฝ่ามือ เจียงอวี่เฟยรู้สึกเพียงว่าผิวที่ถูกแอร์เป่าจนเย็นเฉียบกำลังค่อย ๆ อุ่นขึ้นสองสามีภรรยาหลบหลีกฝูงชนหน้าประตู แล้วเดินตรงไปยังประตูหลังเพิ่งจะผลักประตูออกไป สายตาของเจียงอวี่เฟยก็ถูกดึงดูดโดยต้วนชิงเหย่ที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตรไม่ใช่เพราะเธอยังอาลัยอาวรณ์ความหลัง แต่เป็นเพราะใบหน้าที่ถูกชกจนฟกช้ำดำเขียวของเขามันดึงดูดความสนใจเกินไปจริง ๆจนกระทั่งได้เห็นสภาพของเขา เธอถึงเพิ่งเข้าใจว่าทำไมตอนที่พี่ชายชกต่อยถึงได้ทำเสื้อเชิ้ตขาดวิ่นขนาดนั้นก็ใช่น่ะสิ เธอเป็นน้องสาวแท้ ๆ ที่เขาเฝ้ามองมาตั้งแต่เด็กจนโตนี่นาถ้าไม่ลงมือหนักหน่อยจะไปสาสมได้อย่างไรต้วนชิงเหย่ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ พอเห็นเธอก็รีบพุ่งพรวดเข้ามา ทว่ากลับถูกขวางไว้ในระยะห้าก้าวตอนนี้เขาไม่หลงเหลือความใจเย็นแล้ว เขากัดฟันกรอดจ้องเซี่ยอวิ๋นหวยที่ขวางอยู่ด้านหน้า น้ำเสียงเต็มไปด้วยการข่มขู่“เซี่ย

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 22

    ความวุ่นวายเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ไม่ได้ดึงดูดความสนใจมากนัก หลังจากพนักงานรักษาความปลอดภัยนำตัวคนที่ก่อกวนความสงบในงานออกไปตามคำสั่ง งานแต่งงานก็ดำเนินต่อไปมีเพียงสี่คนในงานที่สีหน้าเปลี่ยนไปก็คือเพื่อนสนิทสี่คนจากหอพักเดียวกันในตอนนั้นเจียงซืออวี้ที่อยู่หลังเวทีเห็นสถานการณ์ในงานอย่างชัดเจนตอนที่ต้วนชิงเหย่พุ่งพรวดขึ้นมา เขาเหมือนจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง สีหน้าก็พลันถมึงทึงทันทีพอได้ยินพนักงานดูแลพิธีการบอกว่าเหลือเวลาอีกสิบนาทีกว่าเพื่อนเจ้าบ่าวจะต้องขึ้นไปกล่าวคำอวยพร เขาก็ถอดเสื้อคลุมออก หมุนข้อมือยืดเส้นยืดสายแล้วเดินออกไปเพิ่งจะถึงหน้าประตูก็ชนเข้ากับต้วนชิงเหย่ที่สติหลุดไปแล้วแบบจัง ๆ รวมถึงเฮ่อเหยี่ยนและหยางเซียวที่ยังงุนงงกับสถานการณ์เขาโบกมือไล่คนอื่นออกไป แล้วคว้าคอเสื้อของต้วนชิงเหย่ขึ้นมา น้ำเสียงเย็นเยียบถึงขีดสุด“เมื่อกี้ที่นายตะโกนว่าไม่นะหมายความว่ายังไง ต้วนชิงเหย่ นายพูดกับใคร”แววตาของต้วนชิงเหย่เต็มไปด้วยความสับสนมืดแปดด้าน เขาจ้องมองเจียงซืออวี้อยู่นาน กว่าสายตาจะเริ่มโฟกัสได้ แล้วเค้นคำพูดลอดไรฟัน“พูดกับ...เฟยเฟย”ความสงสัยที่สะสมอยู่ในใจของเจียงซือ

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 21

    ต้วนชิงเหย่ยังไม่ทันตั้งสติ ‘เพลงมาร์ชงานแต่งงาน’ ก็ดังขึ้นตรงเวลาเขาเงยหน้าขึ้นตามเสียงก็เห็นประตูบนเวทีที่อยู่ห่างออกไปยี่สิบเมตรเปิดออกผู้ชายในชุดสูทสีดำขลับเดินเนิบนาบเข้ามาในงาน แล้วไปยืนอยู่ตรงกลางเวทีต้วนชิงเหย่สายตาสั้นเล็กน้อย จึงมองเห็นสถานการณ์ไกล ๆ ไม่ค่อยชัดนัก เขายกมือขึ้นกระทุ้งแขนของเฮ่อเหยี่ยน“ตอนนี้เจียงซืออวี้ขึ้นเวทีแล้วเหรอ”เมื่อได้ยินดังนั้น สองคนที่อยู่ข้าง ๆ ก็หันขวับกลับมามองเขาด้วยสายตาตกตะลึง“เขาจะขึ้นไปทำไม วันนี้ไม่ใช่งานแต่งเขาสักหน่อย”ไม่ใช่งานแต่งของเจียงซืออวี้เหรอแล้วเรียกเขามาทำไมสีหน้าของต้วนชิงเหย่แข็งค้างไปทันที ก่อนจะลองหยั่งเชิงถามออกไป“เจ้าบ่าวไม่ใช่เขาเหรอ”“ไม่ใช่อยู่แล้วสิ คุณชายรองตระกูลเซี่ยแห่งฮู่ไห่ เซี่ยอวิ๋นหวยต่างหากล่ะ”ชื่อของเซี่ยอวิ๋นหวย ต้วนชิงเหย่ย่อมรู้จักดีเพราะอย่างไรคุณชายรองตระกูลเซี่ยก็เป็นอัจฉริยะที่เลื่องชื่อ อายุยังน้อยแต่กลับประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เป็นลูกบ้านอื่นที่พวกผู้ใหญ่ชอบเอามาเปรียบเทียบให้ฟังตั้งแต่เด็กเพียงแต่ตระกูลต้วนอยู่ไกลถึงจิงเป่ย ปกติไม่ค่อยได้ไปมาหาสู่กับทางฝั่งฮู่ไห่เท่าไหร

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 20

    กระทั่งถึงคืนวันพฤหัสบดี ต้วนชิงเหย่ก็ยังไม่ได้รับสายโทรกลับจากเจียงอวี่เฟยเขากระวนกระวายใจมาก เอาแต่ก้มหน้าก้มตาดื่มเหล้า สายตาคอยเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์อยู่เป็นระยะเซี่ยเหวยรู้ความในใจของเขาดี จึงหาวิธีพูดปลอบใจ“เธอก็คงแค่แผลงฤทธิ์เอาแต่ใจแบบเด็กผู้หญิง รอให้นายไปง้ออยู่นั่นแหละ เฟยเฟยชอบนายมากขนาดนั้น ทุกคนก็เห็น ๆ กันอยู่ จะอยากเลิกจริง ๆ ได้ยังไง ให้ฉันดูนะ ร้อยทั้งร้อยคงเป็นเธอที่ยุให้พี่ชายชวนนายไปร่วมงานแต่ง ก็แค่อยากจะหาทางลงให้นายเท่านั้นแหละ”พอได้ยินคำพูดเหล่านี้ ในที่สุดใจของต้วนชิงเหย่ก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้างเขาดูเวลา รอจนถึงสามทุ่มก็รีบลุกขึ้นมุ่งหน้าไปสนามบินทันทีเซี่ยเหวยเป็นคนขับรถไปส่ง ระหว่างที่รถติดไฟแดง เขาก็มองกล่องของขวัญที่ห่ออย่างประณีตหลายกล่องตรงเบาะหลัง น้ำเสียงแฝงความอิจฉาเล็กน้อย“แค่เพื่อนร่วมห้องสมัยมหาลัยแต่งงานไม่ใช่เหรอ ถึงกับต้องจัดเต็มขนาดนี้เลยหรือไง ถึงขั้นไปขุดเอาของล้ำค่าก้นหีบของคุณปู่ออกมาเลย ตอนฉันแต่งงาน นายห้ามลำเอียงเด็ดขาดนะ!”ต้วนชิงเหย่ปรายตามองเขาทีหนึ่ง ก่อนจะโยนสร้อยลูกประคำในมือส่งไปให้“เพื่อนร่วมห้องอะไร นั่นมันว่าที่พี

  • ล่องลอยดั่งฝัน   บทที่ 19

    มีเพียงหลินชิงเหยาที่ยังคงจมอยู่ในฝันหวานว่าจะถูกขอแต่งงาน เธอทำหน้ามุ่ยแล้วเริ่มแผลงฤทธิ์เหมือนอย่างเคย“ถ้านายทำแบบนี้ ฉันจะไม่ตกลงแต่งกับนายแล้วนะ!”ต้วนชิงเหย่พยักหน้ารับด้วยสีหน้าไม่แยแส ก่อนจะทิ้งประโยคที่ทำเอาคนทั้งงานเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง“จะตกลงหรือไม่ก็ไม่สำคัญหรอก เพราะคนที่ฉันอยากขอแต่งงานด้วยไม่ใช่เธออยู่แล้ว”หลินชิงเหยามองเขาด้วยแววตาไม่อยากจะเชื่อ ร่างทั้งร่างสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม“ที่พูดมาน่ะ หมายความว่ายังไง”“หมายความว่ายังไงน่ะเหรอ”ต้วนชิงเหย่โยนช่อดอกไม้ในมือทิ้งลงพื้นอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะปิดกล่องแหวนในฝ่ามือดังปัง“ก็หมายความว่าคนที่ฉันอยากจะขอแต่งงานด้วย ไม่ใช่เธอหลินชิงเหยาไงล่ะ”สิ้นคำพูดนั้น ทั่วทั้งห้องโถงก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดเหลือเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาต้วนชิงเหย่ไม่สนใจเลยสักนิดว่าตอนนี้อีกฝ่ายจะมีสีหน้าอย่างไร เขาหันหลังไปค้อมตัวแสดงความเคารพต่อแขกรอบทิศ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือรอยยิ้ม“ขอโทษทุกคนด้วย จริง ๆ วันนี้เป็นแค่การซ้อมขอแต่งงานเท่านั้น วันอาทิตย์นี้ ผมจะขอแฟนแต่งงานในเวลาและสถานที่เดียวกันนี้ ถึงตอนนั้นหวังว่าทุกคนจะมาร่วม

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status