Masukหกเดือนต่อมา (ปัจจุบัน)
ค่ำคืนพิเศษในคลับขนาดใหญ่ ผู้คนมากมายต่างมารวมตัวกันเพื่อปลดปล่อยความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดสัปดาห์ แสงไฟวูบวาบ เสียงดนตรีกระแทกจังหวะรัวๆ จนแทบจะลืมความคิดตัวเองให้ได้ แต่สำหรับ “ใบบัว” คงไม่ใช่แบบนั้น
เธอไม่ได้มาด้วยอารมณ์อยากปาร์ตี้สักเท่าไหร่ เธอแค่ถูกควีน เพื่อนสาวคนสนิท ลากมาด้วยข้ออ้างว่า “จะมาเฝ้าผู้” เท่านั้นเอง
แต่เอาเข้าจริง กลายเป็นพวกเธอที่เต้นกันอย่างเมามันจนลืมจุดประสงค์หลัก
ใบบัวหัวเราะจนแก้มแดง ขยับสะโพกโยกไปตามจังหวะแบบไม่ได้คิดอะไร รู้แค่ว่ามันสนุกดี ปลดปล่อยความเครียดที่กดไว้มาตลอดสัปดาห์ได้แบบไม่ต้องพูด
เพื่อนสาวทั้งสามคนของเธอเองก็ไม่ต่างกัน อีกฝ่ายกระโดดไปขำไป ลากเพื่อนมาเต้นกันมั่วซั่วแบบไม่สนใจใครเลย
“อีบัว! เต้นแบบนี้เดี๋ยวก็มีผู้เดินเข้ามาเองแหละ” ควีนตะโกนแข่งกับเสียงเพลง หน้าเปื้อนยิ้มจนตาหยี
ใบบัวส่ายหัวพลางหัวเราะ แล้วตอบกลับไปอย่างไม่คิดอะไร
“ไม่เอา เอวกูจะเคล็ดแล้วตอนนี้”
ทั้งกลุ่มหัวเราะกันลั่น ท่ามกลางแสงไฟสลัวและเสียงดนตรีที่ยังคงดังต่อเนื่อง โดยไม่มีใครรู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่ง กำลังจ้องลงมาจากชั้นบนไม่วางตา
“พี่เทรย์มองมึงตลอดเลยอะ” ชาร์มหันไปพูดกับควีน เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองไปยังชั้นสองโซนวีไอพี กลับเห็นสายตาคมหลายคู่มองลงมา
“อืม คงเป็นห่วงกูแหละ” ควีนยิ้มบางตอบกลับออกไป
“พี่คลาสก็มองมาเหมือนกัน” เพลงขวัญว่า
“ก็มีน้องสาวสวยขนาดนี้ คงเป็นห่วงกูแหละ”
“แต่กูว่าพี่คลาสไม่ได้มองมึงนะ”
“หืม” ควีนขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อเห็นชาร์มยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย
“นู้นน” อีกฝ่ายพยักพเยิดหน้าไปทางใบบัว ควีนจึงเงยหน้ามองไปทางคลาส และมองตามสายตาของเขา…จนไปหยุดอยู่ที่ใบบัว
ในตอนนี้ใบบัวกำลังยืนอยู่กับผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่ง ทั้งคู่ยกแก้วชนกันเบาๆ ก่อนจะพูดคุยกันอย่างถูกคอ รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของเธอบ่งบอกว่าเริ่มผ่อนคลายและสนุกกับช่วงเวลานี้มากกว่าที่ตั้งใจไว้ตอนแรก
ควีนมองภาพตรงหน้านิ่งๆ อยู่พักหนึ่ง ก่อนจะยกยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ แววตาเป็นประกายระยิบแบบคนกำลังคิดอะไรบางอย่าง
เมื่อผู้ชายคนนั้นเดินออกไป สามสาวจึงปรี่เข้าไปหาใบบัวที่นั่งเมามายทันที
“เขามาจีบมึงใช่ปะ” ชาร์มเอ่ยถามอย่างรวดเร็ว
“อืม แต่ไม่ใช่สเปคอ่ะ”
“เรื่องเยอะ ใครมาจีบก็ไม่เอา แล้วบ่นอยากมีแฟน” เพลงขวัญว่า เพราะอีกฝ่ายบ่นเหงาแต่ก็ไม่ยอมเปิดใจคบใครสักคน
“ก็มันยังไม่ใช่…”
“แล้วสเปคมึงเป็นแบบไหน เดี๋ยวพวกกูช่วยสแกนให้” ชาร์มพูดขึ้น ใบบัวจึงส่ายหน้าไปมา
มือสวยพลางยกแก้วน้ำสีอำพันขึ้นดื่ม ทว่าประโยคต่อมาของควีน ทำเอาเธอแทบสำลักน้ำทันที
“แบบพี่คลาสพอได้ไหม?”
แค่ก! แค่ก!
“ถึงกับขนาดสำลักเลยเหรอ ฮ่าฮ่า” ชาร์มหัวเราะเสียงดัง จนเพลงขวัญที่เต้นอยู่ใกล้ๆ ยังหันมาขำด้วย
“….” ใบบัวยังคงเงียบ ไม่ตอบอะไรทันที
“ว่าไง พี่คลาสสเปคมึงปะ” ควีนกระตุกยิ้ม กอดอกมองดูท่าที
ใบบัวกลอกตาเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ พลางตอบกลับออกไป
“ก็…อืม ดูอบอุ่นดี” เพราะเธอเห็นเขาดูเป็นห่วงเป็นใยเพื่อนตัวเองแล้วโคตรน่ารักเลย
“โอเค เดี๋ยวพวกกูช่วยสแกนดูให้ว่ามีใครเหมือนพี่คลาสหรือเปล่า” เพลงขวัญว่า
“มึงจะสแกนเพื่อ?” ควีนส่ายหัวอย่างเอือมที่เพื่อนสาวของเธอไม่เข้าใจความคิดตัวเอง
หลังจากนั้นทั้งสี่สาวก็ยกแก้วน้ำสีอำพันดื่มไม่วางมือ พลางพูดคุยเม้าท์มอยกันต่ออย่างใส่ใจ จนกระทั่งควีนพูดขึ้น
“พวกมึงพี่เทรย์ให้ขึ้นไปด้านบนอะ ไปกัน”
ตึก! ตึก! ตึก!
ทันทีที่ประตูเปิดเข้าไป ดวงตาคู่สวยของใบบัวปะทะกับนัยน์ตาคมของคลาสพอดิบพอดี เธอจึงเลือกหลบสายตาคมของอีกฝ่าย
“พี่เทรย์ให้คนไปตามหนูกับเพื่อนขึ้นมาเหรอคะ” ควีนเอ่ยถามเทรย์ทันที
“ครับ นั่งก่อน”
เมื่อเห็นเพื่อนตัวเองรั้งแขนน้องสาวนั่งลงบนตักแกร่ง คลาสอดไม่ได้ที่จะพูดออกไป
“เบาสัส! จะทำอะไรเกรงใจกูบ้าง”
“หวงน้องไม่เลิก” โฬมพูดขึ้น ทำให้ทุกคนหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
“ก็กูมีน้องคนเดียว ไม่ให้หวงน้อง จะให้ไปหวงแมวที่ไหนวะ” เขาตอบกลับพลางยักไหล่ พร้อมทำหน้าทะเล้นใส่เพื่อนๆ
“สาวมึงไง แต่ละคนเด็ดใช่ย่อย” เอเดนเอ่ยแซวทันที ทำให้คลาสหัวเราะเบาๆ
“หึ! ไม่ใช่สเปคว่ะ” ตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ
“สเปคมึงแบบไหน แบบน้องใบบัวใช่ไหมวะ” เทรย์พูดถามออกไป พร้อมกับยักคิ้วในเชิงหยอกล้อ
“….” คลาสเงียบไปครู่หนึ่ง ทำให้ทุกคนหันมามองทางเขา
ส่วนอีกคนที่อยู่ในบทสนทนาเหมือนจะเพิ่งรู้ตัว เธอจึงอุทานขึ้น
“ห๊ะ!” ใบบัวทำหน้าเหลอหลาทันที
“พี่หยอกเล่นน่าา” เทรย์ยิ้มเจื่อนๆ ให้กับอีกฝ่าย
“แบบนี้ไม่ใช่สเปคกูว่ะ จืดชืดเกินไป” คลาสว่า เมื่อหันไปมองใบบัวตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า พลางยิ้มเย้ยหยันและส่ายหน้าไปมา
ความจริงเธอไม่ใช่เป็นแบบที่เขาพูดเลยสักนิด ไม่ได้ดูจืดชืด แต่กลับกันโคตรน่ามอง ทำให้บางครั้งเขาเผลอจ้องมองเธอโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
ผิวพรรณขาวเนียน ดวงตากลมแป๋ว จมูกเรียวสวย ริมฝีปากสีชมพูน่าจูบ ไหนจะหน้าอกหน้าใจที่ดูจะเต็มไม้เต็มมือนั่นอีก
“พี่ก็ไม่ใช่สเปคบัวเหมือนกันค่ะ มีดีแค่หน้าตาหล่อ ลีลาก็คงงั้นๆ แหละ” ใบบัวเมื่อได้ยินคำพูดที่ดูแคลนของอีกฝ่าย อดไม่ได้ที่จะตอบกลับพลางเบะปากเล็กน้อย
“ลองดูไหมล่ะ?” เขาเลิกคิ้วถามในเชิงท้าทายทันที
เธอจะดูถูกกันเกินไปแล้ว มีแต่คนบอกว่าเขาลีลาเด็ด แต่เธอกลับพูดว่าเขาลีลางั้นๆ อย่างนั้นเหรอ?
อยากกระแทกให้กลับคำพูดซะจริงๆ
ห้าปีผ่านไปเด็กชายตัวเล็กมีนามว่า ราม หรือ จิรายุ ยิ้มกว้างอย่างสดใส ขณะถือรถของเล่นคันโปรดในมือเดินจ้ำอ้าวช้าๆ ตรงไปหาแฟร์รี่ที่กำลังนั่งมองอยู่ใกล้ๆ“หม่ามี๊ ยดยูก” เจ้าตัวเล็กพูดเจื้อยแจ้ว พลางยื่นรถของเล่นให้เธอด้วยแววตาตื่นเต้นแฟร์รี่ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู ก่อนจะอุ้มลูกชายขึ้นมานั่งบนตัก แล้วลูบศีรษะเล็กเบาๆ อย่างอ่อนโยน“อืม...รถลูกสีแดงด้วย เท่มากครับ”ในขณะที่สองแม่ลูกกำลังนั่งเล่นของเล่นด้วยกันอยู่นั้น เสียงเปิดประตูเบาๆ ก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงของโฬม ที่เพิ่งกลับมาจากที่ทำงานพอดีเขาเดินไปล้างมือ ก่อนจะกลับออกมานั่งลงด้านในคอกกั้นเด็ก ร่วมกับภรรยาและลูกชาย“วันนี้กลับเร็วจัง งานที่บริษัทไม่ยุ่งเหรอคะ?” แฟร์รี่เอ่ยถามขึ้น พลางหันไปมองเขาด้วยสายตาอ่อนโยน“พี่รีบเคลียร์เลยล่ะ คิดถึงเมียคิดถึงลูกจะแย่แล้ว” เขาตอบพร้อมกับยิ้มกว้าง ก่อนจะโอบกอดเธอแน่น แล้วหอมแก้มฟอดใหญ่ด้วยความรัก“ชื่นใจจัง”สิ้นเสียงทุ้ม รามก็เงยหน้าขึ้นมาจากของเล่น ก่อนจะเห็นว่าพ่อกำลังกอดแม่เอาไว้ เด็กน้อยขมวดคิ้วแน่น สีหน้าบึ้งตึงทันที ก่อนจะรีบคลานเข้ามาหาแฟร์รี่แบบไม่รอช้า“แงง…หม่ามี๊ของยูก ปาป๊าอย่ายุ่ง”
@ทะเลชื่อดังแห่งหนึ่งหลังจากที่โฬมกับแฟร์รี่และกลุ่มเพื่อนเดินทางมาถึงยังสถานที่พักสุดหรู ทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัยที่ห้องของตัวเองทันทีคนตัวเล็กกวาดสายตามองไปบริเวณรอบๆ ห้องด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะเดินไปเลื่อนบานกระจกออก เพื่อไปรับลมจากด้านนอก“อ่าา สดชื่นจัง…”โฬมเดินเข้ามาโอบกอดเธอจากทางด้านหลัง แล้วเอ่ยชิดใบหูเล็ก“ชอบไหม หืม?”“อือ บรรยากาศที่นี่ดีมากเลยค่ะ” คนตัวเล็กตอบกลับทันควัน“ดีแล้วที่หนูชอบ เพราะพี่ก็ชอบ” เขาว่า พร้อมกับหอมศีรษะเล็กเบาๆทันใดนั้น แฟร์รี่ก็หมุนตัวหันไปประจันหน้ากับเขา แล้วเลิกคิ้วถาม“ชอบทะเล?”“ชอบหนู”สิ้นเสียงทุ้ม มือหนาก็รั้งท้ายทอยของเธอเข้ามาประกบจูบทันทีทั้งคู่จูบกันอย่างดูดดื่ม พลางสลับเอียงหน้าเพื่อปรับองศาให้แนบชิดกันมากยิ่งขึ้น ก่อนจะค่อยๆ ถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่งโฬมเลื่อนฝ่ามือมาลูบแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ปาร์ตี้คืนนี้อย่าเมามากนะ เพราะเรามีภารกิจที่ต้องทำกันต่อ”“แต่ถ้าหนูเมา หนูอ่อยกว่าเดิมอีกนะ พี่ไม่อยากให้หนูเมาจริงดิ” เธอย้อนถามกลับทันควัน“อยาก! แต่หนูเมาทีไร หนูพูดไปเรื่อยอะ” เขาว่าคนตัวเล็
โฬมเดินตรงเข้ามาหาเธอทันที พร้อมกับโอบไหล่เล็กเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ก่อนจะจ้องเขม็งไปที่ผู้ชายตรงหน้า ด้วยสายตาแข็งกร้าวและน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย“คนนี้ใคร?” “พี่รหัสของพี่เปอร์ค่ะ” แฟร์รี่ตอบกลับทันควันฟรอสต์ยิ้มบางๆ ให้เธอ ก่อนจะเอ่ยขึ้น“งั้นพี่ไปก่อน ไว้เจอกัน”“ค่ะ” เธอตอบกลับ พร้อมกับส่งยิ้มให้อีกฝ่ายคนตัวสูงที่ยืนด้านข้างขบกรามแน่นทันที แล้วเอ่ยถามอย่างไม่พอใจ“ยิ้มให้มันทำไม?”“ทำไมคะ พี่หวงหนูเหรอ?” เธอเลิกคิ้วถามกลับ พลางยิ้มกว้างอย่างไม่สะทกสะท้าน“อืม! หวงมาก” พูดจบ เขาก็คว้าแขนเรียวให้เดินตามออกมาทันที“อ๊ะ! พี่จะพาหนูไปไหน...”“ลงโทษ!”ปัง! เสียงประตูห้องน้ำปิดลงอย่างแรงด้วยฝีมือของคนตัวสูง จากนั้นเขาก็กดล็อกประตูอย่างไม่ลังเลในจังหวะที่แฟร์รี่กำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง มือหนาก็รั้งท้ายทอยของเธอเข้ามาประกบจูบโดยไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปด้านในช้าๆ โดยที่ริมฝีปากยังคงประกบกันแนบแน่น ทั้งคู่จูบกันอย่างดูดดื่ม พลางสลับเอียงหน้าซ้ายและขวา เพื่อปรับองศาให้แนบชิดกันมากยิ่งขึ้นไม่นานนัก แผ่นหลังบางก็ชนเข้ากับขอบอ่างล้างหน้า โฬมค่อยๆ เอ
โฬมนั่งรอรับแฟร์รี่อยู่ตรงใต้ตึกคณะบริหารธุรกิจ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปบริเวณรอบๆ เพื่อมองหาคนตัวเล็กทันใดนั้น เขาก็สบสายตาคู่สวยพอดี ไม่รอช้าชายหนุ่มรีบลุกขึ้นพรวดเดินตรงไปหาเธออย่างรวดเร็วตึก! ตึก! ตึก! เมื่อเดินไปถึง วีว่าก็ยิ้มบางๆ ให้กับเขา ก่อนจะหันไปพูดกับแฟร์รี่“กูกลับก่อนนะ”“อือ” คนตัวเล็กพยักหน้าเบาๆจากนั้นวีว่าก็หันมามองหน้าโฬมอีกครั้ง แล้วเอ่ยขึ้น“เจอกันพรุ่งนี้นะคะพี่โฬม”เขายิ้มตอบอีกฝ่าย พร้อมกับพยักหน้ารับช้าๆ หลังจากที่วีว่าเดินออกไป โฬมก็โน้มตัวลงเล็กน้อย แล้วยื่นมือไปลูบศีรษะเล็กของแฟร์รี่อย่างแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เหนื่อยไหม หืม?”ร่าบางส่ายหน้าทันที พลางตอบกลับสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงสดใส“ไม่เหนื่อยค่ะ” โฬมเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามต่อ“แล้วเป็นไง ทำข้อสอบได้หรือเปล่า”“อือ ก็พอได้...” เธอพยักหน้าช้าๆ ทันใดนั้น คนตัวเล็กก็สังเกตเห็นชุดที่เขาสวมใส่ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเป็นปมอย่างสงสัย พลางเอ่ยถามออกไป“ว่าแต่...ทำไมพี่ใส่เสื้อช็อปคะ”“อาจารย์นัดมาหาน่ะ พอดีบริษัทเพื่อนเขากำลังจะเปิดรับสมัครพนักงาน เลยให้พี่แวะมาคุย เผื่อพี่สนใจ” เขาตอบก
หลายเดือนผ่านไปติ้ด ติ้ด ติ้ดเสียงนาฬิกาปลุกที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทว่าเจ้าของร่างบางกลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย หัวคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่นด้วยความหงุดหงิด พลางรั้งผ้าห่มขึ้นมาคลุมศีรษะเพื่อตัดขาดจากสิ่งรบเร้าโฬมที่นอนอยู่ข้างเธอลืมตาขึ้นช้าๆ ก่อนจะหันไปมองคนตัวเล็กข้างกายที่กำลังดิ้นอยู่ใต้ผ้าห่มอย่างหยุกหยิก จากนั้นจึงลุกจากเตียง เดินอ้อมไปปิดนาฬิกาปลุกให้เธออย่างเงียบๆเขานั่งลงตรงขอบเตียง แล้วค่อยๆ ดึงผ้าห่มที่คลุมศีรษะเล็กออกอย่างแผ่วเบา พลางเอื้อมมือไปลูบผมของเธอด้วยความอ่อนโยน“สายแล้วนะ วันนี้มีสอบวันสุดท้ายไม่ใช่เหรอ หืม?”แฟร์รี่ลืมตาขึ้นมองเขา พร้อมกับพึมพำเสียงเบา ก่อนจะรั้งผ้าห่มขึ้นไปคลุมศีรษะเหมือนเดิม“หนูขอนอนต่ออีกแป๊บนะ”“ไม่ได้! กว่าหนูจะแต่งตัวเสร็จเป็นชั่วโมง” มือหนาเอื้อมไปดึงผ้าห่มลงอีกครั้ง“หนูขอห้านาที...” เธอว่า พลางขยับพลิกตัวนอนตะแคงหันหน้าไปอีกฝั่งทันทีโฬมส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาเอื้อมมือไปลูบต้นขาขาวเนียนของเธออย่างแผ่วเบา แล้วเอ่ยขึ้น“งั้นห้านาทีนี้ เราเอากันปะ”สิ้นเสียงทุ้ม คนตัวเล็กก็ลืมตาขึ
@คอนโด RDเมื่อมาถึงคอนโด โฬมก็จัดการปลุกคนตัวเล็กที่นอนซบตรงอกเขาตลอดทาง ก่อนที่ทั้งคู่จะจัดแจงสวมใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วพากันเดินเข้าไปภายในตัวอาคารโดยไม่รอช้าทันทีที่เดินไปถึงห้อง คนตัวโตก็พุ่งจู่โจมร่างบางอย่างรวดเร็ว เขาจัดการอุ้มเธอขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินจ้ำอ้าวตรงไปยังห้องนอนตึก! ตึก! ตึก!โฬมวางเธอลงบนเตียงอย่างเบามือ พลางค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าอาภรณ์ของเธอออกทีละชิ้น จนร่างบางเปลือยเปล่าต่อสายตา จากนั้นเขาจึงหันมาจัดการกับเสื้อผ้าของตนเองต่อโดยเร็วไม่รอช้า ร่างสูงโน้มลงไปจูบริมฝีปากบางอย่างเร่าร้อนทันที เขาขบเม้มกลีบปากล่างของเธอจนได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่ว ก่อนจะสอดแทรกลิ้นสากเข้าไปตวัดเกี่ยวพันกับลิ้นเล็กอย่างดูดดื่ม จนเสียงน้ำลายเฉอะแฉะไปทั่วริมฝีปาก ผสมกับเสียงครางอื้ออึงในลำคอของทั้งสอง“อื้อ~”มือหนาลูบไล้บริเวณเอวคอดกิ่วไปมาอย่างแผ่วเบา พร้อมกับลงน้ำหนักตามแรงอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่าน พลางเลื่อนฝ่ามือขึ้นไปกอบกุมเต้าสวย แล้วบีบขยำจนเนื้อนมปลิ้นออกตามง่ามนิ้ว ก่อนจะเลื่อนใบหน้าลงมาดูดจุกสีระเรื่อของเธอ“อืม…” เขาครางในลำคอเบาๆจากนั้นจึงค่อยๆ ลากฝ่ามือเ
คลาสกุมมือเล็กของใบบัวแนบกับเอวหนาของเขาตลอดเส้นทาง เพราะเธอเอาแต่นั่งเงียบ หลับตาพริ้มศีรษะสั่นไหวตามแรงสัปหงกอยู่ตรงบริเวณหลังแกร่งของเขาจนเกือบจะตกรถ@คอนโด Suddenเขาค่อยๆ ช้อนร่างบางขึ้นในท่าเจ้าสาว แล้วเดินตรงไปยังห้องนอนหรูหราอย่างเงียบๆ ไม่มีคำพูดใด ระหว่างทาง มีเพียงแค่เสียงฝีเท้าเบาๆ กับล
“ใบบัวเธอนี่…แม่ง!”ความรู้สึกวาบหวามแล่นเข้ามารวมกันอยู่ที่จุดกลางกายทำให้เขาปวดหนึบไปทั้งลำ จากที่ตั้งใจจะแกล้งอีกฝ่าย กลับกลายเป็นเขาเองที่เริ่มทนไม่ไหวไม่รู้ว่าเธอซื่อ หรือจงใจยั่วยวนเขากลับกันแน่ทั้งคู่มองสบตากันนิ่ง แววตาหวานหยาดเยิ้มของคนตรงหน้า ทำให้คลาสไม่สามารถต้านทานตัวเองได้เขายกมือข
หลังจากนั่งดื่มและพูดคุยกันอยู่พักใหญ่ บรรยากาศรอบโต๊ะก็เริ่มผ่อนคลายลง ใบบัวหัวเราะคิกคักกับเรื่องที่ชาร์มเล่า ก่อนจะรู้สึกว่าต้องลุกไปทำธุระส่วนตัวเธอเอื้อมมือไปสะกิดแขนเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างเคยตัว“อีชาร์ม กูปวดฉี่อ่ะ ไปฉี่ปะ?”“ไม่อ่ะ มึงไปเลย” ชาร์มที่นั่งเอามือเท้าคางตัวเอง ตอบกลับแบบไ
@มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งวันเปิดภาคเรียน ใบบัวกวาดสายตามองตึกบริเวณรอบๆ ก่อนจะเดินไปตามป้ายบอกทาง จนไปถึงตึกของคณะวิศวกรรมศาสตร์ด้านหน้าตึกมีนักศึกษายืนเรียงรายกันอยู่จำนวนมาก เนื่องจากวันนี้เป็นวันลงทะเบียนรับน้องวันแรก ไม่รอช้า เธอรีบเดินไปต่อแถวกับพวกเพื่อนๆ ทันที“อ๊ะ! โทษที” เสียงหวานเอ่ย







