LOGINเหมันต์เดินตามลลิสาเข้าไปในช็อปชุดว่ายน้ำแบรนด์หรู เขาปฏิเสธที่จะนั่งรอที่โซฟาด้านนอก แต่กลับเดินตามเข้าไปช่วยเลือกด้วยสายตาเป็นประกาย พลันจังหวะลากสายตาไปสบตากับคานโลถึงกับรีบดึงมาเป็นเย็นชาตามเดิม ก่อนจะแยกเขี้ยวใส่ ลูกน้องคนสนิทที่ยืนยิ้มแฉ่งจนเห็นฟันขาวหันไปทางอื่นไม่กล้าสบตาอีก เนื่องจากเดิมทีเจ้านายคนที่เขารู้จัก ไม่ใช่คนที่จะออกมาเดินห้าง เอาตัวออกมาปะปนเดินสวนกับผู้คนง่ายๆ ยิ่งเข้ามายังช็อปสตรีเช่นนี้อีก็ยิ่งไม่มีทางเข้าไปใหญ่ ท่ามกลางการมองอยู่ของลูกน้องอีกคน คานโลจึงหุบยิ้มและชี้นิ้วให้เขาหันไปอีกทาง ก่อนที่จะนายจะหัวร้อนขึ้นมาจริงๆ “ชุดนี้สวยไหมคะ เหมาะกับสาไหม” ลลิสาหยิบบิกินีสีสดใสขึ้นมา เป็นจังหวะเดียวกันกับเขาจะคว้าวันพีชสีดำที่ปิดมิดชิด มือบางจึงอาศัยจังหวะนั้นเอามาดันออก แล้วเอาตัวเองเข้ามาเสียบแทน “ผมว่า..” “สาชอบตัวนี้ค่ะ” “......” สุดท้ายมาเฟียจอมเย็นชาก็แพ้สายตาลูกอ้อน ริมฝีปากกำลังขยับพูดจำต้องเม้มเข้าหากันสนิท พลางถอนหายใจพรืด มองตามร่างบางที่เดินนำไปยืนรออยู่ที่เคาน์เตอร์แถมควั
ณ ประเทศญี่ปุ่น ห้องโถงกว้างปูเสื่อทาทามิ กลิ่นธูปหอมจางๆ อบอวลอยู่ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด โอยะบุนของอินเวย์โน แต่เป็นบิดาแท้ๆของ เคนซากิ ฮานะ นั่งตัวตรงราวกับรูปปั้น หากแต่ริมฝีปากขยับพูด เบื้องหน้าของเขาคือลูกน้องคนสนิท ซาโตรุ “ที่ให้ตามอยู่ผลลัพธ์เอนไปทางไหน” บทสนทนาดูใจเย็น น้ำเสียงราบเรียบ ผิดกับภายในใจของคนเป็นหัวหน้าที่กำลังร้อนระอุ หากเป็นน้ำในกาตอนนี้ คงเดือดผุดๆต้มชาไม่ได้แล้ว “ไปทางคุณลลิสาครับ” “ไม่เลิกใช่ไหม” “ครับ” “ก็แปลว่าผิดคำพูด” ซาโตรุหรี่ตาต่ำไม่กล้าสบตาเมื่อเห็นว่าผู้เป็นนายไม่พูดต่อ แต่แววตาเย็นยะเยือก มือเหี่ยวชราแต่แข็งแรงคว้ากาเหล้าสาเกมารินใส่ถ้วย ความเชื่องช้าของน้ำที่ตกลงใส่แต่เสียงดังกังวาน เทียบเท่าถึงความไม่พอใจที่มี และแทนที่จะยกขึ้นดื่ม เขากลับพลิกมือเทสาเกลงบนพื้นเสื่อ ของเหลวใสไหลซึมลงไปเปรียบเสมือนความสัมพันธ์ไม่มีวันหวนกลับ ที่กำลังจะขาดสะบั้นแล้ว “หาทางเจรจา ถ้ายังแข็งข้ออยู่ ก็ฆ่าผู้หญิงคนนั้นซะ” “ครับนาย” ป
ลลิสาเกือบกรีดร้องตอนถูกเขากระชากผลักให้นอนราบลง ก่อนตัวเองจะขึ้นคร่อมแทน ถ่างขาเรียวของเธอกางออก ตั้งเข่าชันให้อยู่ในลักษณะรูปตัวเอ็ม จากนั้นก็โน้มหน้าเข้ามาใกล้ ใช้ปลายลิ้นแตะติ่งสีสวยของเธออย่างช่ำชอง “อ๊า” ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก กะทันหันซะเธอตั้งตัวไม่ทัน คิดที่จะท้วงกันก็ตอนที่เขาละเลงปลายลิ้นนั้นลงมาแล้ว ความเสียวซ่านถูกหยิบยื่นแทบสำลัก สาวเจ้าสะกดกลั้นเสียงลามกด้วยการตะปบปากตัวเอง ในขณะความเสียวซ่านก็ยิ่งถาโถมอย่างไม่ลดละ เขารัวลิ้นขึ้นลงถี่ยิบ แตะผ่านร่องรักชุ่มฉ่ำจนเกิดเสียง ก่อนจะห่อลิ้นเป็นทรงแหลมแล้วแหย่เข้าไปในรู “อ๊าย” ปกติหากต้องการความหวานจากของเหลวที่ไหลย้อนจะต้องใช้นิ้ว เพียงแค่แหย่แล้วกวักของเหลวก็ไหลทะลัก แต่เขากลับใช้ปลายลิ้นหมุนควงแหย่เข้าแหย่ออกสลับกัน ก่อนจะดูดกลืนน้ำหวานเหล่านั้นจนเกิดเสียงจ๊วบ และผละออกมาจ้องมองผลงาน ที่ไม่หลงเหลือน้ำหวานติดอยู่แม้แต่หยด ลลิสาเห็นถึงกับเขินม้วนต้วน คิดจะหุบขาหนีไม่สนใจความวาบหวามบริเวณท้องน้อย คล้ายผีเสื้อนับร้อยบินวน กลับถูกยื้อเอาไว้ด้วย
ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบในเพนท์เฮาส์สุดหรู บรรยากาศอบอวลไปด้วยเสน่ห์และกลิ่นหอมอ่อนๆประจำกายของแต่ละฝ่ายที่โรยตัวลงมา วินาทีนั้นมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลค่อยๆ บรรจงจูบเธอ นางแบบสาวที่ละทิ้งอาชีพ หากแต่ร่างกายยังสแตนด์บายอยู่ทุกเมื่อ ไม่คิดจะปล่อยรูปโฉมให้ความสวยจืดจางเธออยู่ในลักษณะนอนคว่ำด้วยความหมดแรง หลังเขาตักตวงความสุขจากร่างกายก่อนหน้านี้จนนับไม่ถ้วน “พอแล้วค่ะ สาเหนื่อย”ตั้งแต่ช่วงสาย กว่าจะพากันหลับใหล แล้วทำ จากนั้นก็หาอะไรเบาๆทานแล้วก็ทำอีก จรดมาถึงช่วงค่ำตอนนี้ เขากับเธอยังคงนอนนัวเนียกันอยู่บนเตียงอยู่เลย ทั้งที่เธอแตะสวรรค์ไปแล้วไม่รู้ตั้งกี่รอบ และเขาก็เสร็จไปแล้วไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะพอ ยังคงแทะโลมกันอยู่เรื่อยๆ เหมือนตอนนี้ที่เขาจูบไต่จากข้อเท้าขึ้นมา กัดเบาๆตรงปลีน่อง ก่อนหยุดอยู่ตรงแก้มก้นที่มีหางเทียม แล้วผละใบหน้าออกไปเล็กน้อย จากนั้นจึงจะยิ้มมุมปาก เพี้ยะ! “อ๊ะ..” ใช้มือสากฟาดลงเต็มแรงด้วยความมันเขี้ยวจนสาวเจ้าสะดุ้ง ไม่พอยังเลื่อนตัวขึ้นมาซ้อนทับ เบียดเสียดหน้าอกกำยำทาบ
“หะ เหมันต์ สา.. สาไม่อยากให้คุณใช้ของพวกนั้นกับสาเลย” ปากพูด แต่สายตาเหลือบไปยังชั้นอุปกรณ์ ร่างสูงมองตามก่อนผละออกแล้วเดินไปหยิบหางกระรอกติดมือมาอันนึง “ลองหน่อยนะที่รัก แค่อันนี้อันเดียวก็ได้ ผมว่าถ้าคุณใส่ต้องน่ารักมากแน่ๆ” เขาอยากใช้คำว่าขย้ำ แต่กลัวเธอจะตกใจจนเตลิด เพราะเพียงแค่นี้ก็เห็นแล้วว่าเธอกำลังยืนตัวสั่น แต่แทนที่เขาจะเห็นใจกลับมองว่าเธอกำลังยั่วยวน หญิงสาวไม่ตอบแต่กัดริมฝีปากจังหวะเขามองมา หลุบตาไปเห็นบางอย่างตรงเป้ากางเกงดุนขึ้น “เอ่อ...” ใหญ่โคตร!! “ผมพร้อมแล้ว คุณล่ะพร้อมหรือยัง” งื้ออออ อย่าทำหน้าอย่างนั้น มันเหมือนแมวน้อยที่กำลังร้องเหมียวตอนน้องเห็นอาหาร แต่สำหรับเขาตอนนี้เธอคือขนมแมวเลียมากกว่า แถมเป็นแมวเลียรสที่ชอบซะด้วย “ใส่ตรงไหนคะ แล้วมันจะเจ็บไหม” ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มอย่างพอใจทันที เพราะการที่เธอพูดอย่างนี้มันไม่ต่างจากการตอบรับ ว่าเธอยินดีที่จะใส่มัน “ไม่เจ็บครับ ถอดเสื้อผ้าออก แล้วหันหลังผมจะใส่ให้”
ลลิสาไม่รู้เลยคนตรงหน้าคิดอะไรอยู่ หลังจากพูดจบบรรยากาศโดยรอบก็วังเวงมาก มีเพียงสายตาผสานกันเท่านั้นที่ทักทาย ทว่ามองไปนานๆราวกับถูกไฟรน กลางอกของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ สายตาเป็นประกายในตอนนี้ของเขาหมายความว่าอย่างไรกันแน่ “ของในกระเป๋าเก่าที่คุณว่า รวมถึงรสนิยมด้วยหรือเปล่า” คล้ายกับความเจ้าเล่ห์ แต่กลับไม่กล้าฟันธง “ก็...ด้วย” “แสดงว่า คุณสามารถรับอีกด้านของผมได้” ร่างบางเงียบ อ้าปากเหวอ พูดไม่ออก มันคืออะไรอีก “ก็ไหนคุณว่า..แบกกระเป๋าของผมได้” ก็ใช่ แล้วยังไง? ร่างบางมองคนตรงหน้าอย่างไม่ค่อยจะไว้ใจนัก หากไม่คิดที่จะหลบตาเพราะกลัวจะกลายเป็นเรื่องอื่น คนตรงหน้ายิ่งคาดเดายากอยู่ “อ่าฮะ..” “งั้น..ถ้าผมจะทำแบบนี้กับคุณ คุณก็แบกรับได้สิ” พูดจบร่างทั้งร่างของเธอก็ถูกยกขึ้นจนเท้าลอยจากพื้น ด้วยพละพลังมหาศาลของเขาที่จู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว ผ่านมือสากใหญ่สอดใต้รักแร้ของเธอ และอุ้มเดินในท่ากระเตง “ว้าย อะไรคะ” พาเธอไปยังห้องโถงอย่างรวดเร็ว และเพราะเขาเดิน
หลังร่วมโต๊ะอาหารในมื้อเช้าด้วยกันแล้ว เขาก็สั่งให้เธอเก็บของ แต่มีของอะไรที่จะให้เธอเก็บล่ะ นอกจากเสื้อผ้าที่เขาให้คานโลไปหามาให้ แน่นอนว่าจับตัวไหนมาคู่กัน ก็เหมือนจะเป็นศัตรูกันมากกว่ามิตรไมตรี สุดท้ายได้ชุดเสื้อกล้ามสีขาว และกางเกงลินินสีน้ำตาลอ่อน คลุมด้วยเสื้อโค้ทแขนยาวส
“พร้อมแล้วบอกนะครับ” เขาจุมพิตซับน้ำตาให้ ความอ่อนโยนที่ไม่น่าเชื่อว่าจะออกมาจากคนอย่างเขา มาเฟียขึ้นชื่อว่าป่าเถื่อน ฆ่าคนเหมือนผักเหมือนปลา และสิ่งนั้นก็เหมือนจะช่วยปลอบประโลมให้ความตึงเครียดก่อนหน้านี้ของเธอมลายหายไป ลำคอของเธอแห้งผากจังหวะกลืนก้อนเจ็บ มือที่กำฟ
"อา.." เริ่มเรียกเสียงครางของคนใต้ร่างออกมาบ้างแล้ว เจ้าของหัวใจที่เต้นราวกับกลองศึก สมองขาวโพลนราวกับไม่มีอะไรอยู่ภายในนั้น กายสาวกระตุกตามสัมผัสอันหนักหน่วงของเขา ไม่ว่าจะโดนจุดไหน เป็นว่าจุดนั้นจะต้องร้อนรุ่มประหนึ่งถูกไฟแผดเผา เธอมัวเมาในรสสวาท ลืมไปแล้วเขานั้นจัด
ทันทีที่เขาพูดจบริมฝีปากของเธอก็สั่นระริก ไม่ทันได้เอ่ยคำทักท้วงก็ถูกฉกฉวยไปด้วยความร้อนฉ่าจากอวัยวะเดียวกัน กลายเป็นความจำเป็นที่จะต้องกลืนสิ่งนั้นกลับไปด้วยความจำใจ เขาทาบริมฝีปากลงมาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักขึ้นจนกลายเป็นความเร่าร้อน ปลายลิ้นร้ายชุ่มชื้นหยอกเย้







