Se connecter‘นาบี’ เด็กสาววัยสิบแปด...ยอมรับภารกิจที่ไม่ควรเป็นของเธอ...เพื่อแลกกับเงินห้าแสนบาท ซึ่งมันคือความหวังเดียวในการรักษาพี่สาวที่กำลังป่วยหนัก... เธอถูกขอร้องจากแม่ของเขาให้เข้าไป ‘แยก’ เขา ออกจากหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่มีใครรู้ว่า…ทั้งสองคือพี่น้องร่วมสายเลือดเดียวกัน... ภารกิจสำเร็จ...แต่สิ่งที่หลงเหลือ คือความโกรธแค้นทั้งหมดของเขา ที่ถาโถมใส่เธอเพียงคนเดียว ความเสียใจผลักให้เขาจากไปเรียนต่อต่างประเทศ หายไปจากชีวิตเธอถึงห้าปี พร้อมบาดแผลในใจที่ไม่เคยจาง จนวันที่เขากลับมา...โชคชะตากลับเล่นตลกซ้ำอีกครั้ง เมื่อเขาโคจรไปเจอ ‘พี่สาว’ คนเดิม และความจริงที่ถูกปิดซ่อน กำลังจะทำร้ายเขาซ้ำสอง แม่ของเขาจึงหันมาหาเธออีกครั้ง...ขอร้องให้ช่วย…เป็นครั้งสุดท้าย ด้วยการดึงเธอเข้ามาใกล้ ในตำแหน่งเลขาส่วนตัว แต่ทว่าครั้งนี้...เด็กสาวไร้ทางเลือกในวันนั้น...ไม่หลงเหลืออยู่แล้ว...มีเพียงผู้หญิงคนหนึ่ง...ที่แข็งแกร่งพอจะยืนอยู่ตรงหน้าเขา พร้อมทวงคืนทุกความเจ็บปวดในครั้งก่อน... ที่เธอเคยถูกเขาเหยียบย่ำ และเอาคืนให้สาสม!
Voir plus“เธอดูเปลี่ยนไปเยอะเลยนะเพียงใจ แล้วนึกยังไง ถึงได้มาหาฉันถึงที่นี่...”
‘นับดาว’ มอง ‘อดีตเพื่อนรัก’
ตั้งแต่หัวจรดเท้า ริมฝีปากสีแดงสดยกยิ้มอย่างเหยียดๆ ตามแบบฉบับนิสัยของเธอ...
“ฉันมีเรื่องเดือดร้อน”
‘เพียงใจ’ มาที่นี่ ก็เพราะเธอหมดหนทางแล้วจริงๆ ไพ่ใบสุดท้ายของเธอในเวลานี้ก็คือ คนที่กำลัง*เบ้ปากมองเธออย่างเหยียดหยามอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้เท่านั้น
‘อดีตเพื่อนรักที่ทะเลาะกันจะเป็นจะตาย...ถึงขั้นตัดเพื่อนตัดฝูง...เพียงเพราะผู้ชายคนเดียว’
“เดือดร้อนงั้นเหรอ? แล้ว...เอกนรินทร์ไปไหนแล้วล่ะ ถึงได้ปล่อยเธอมาในสภาพแบบนี้”
‘เอกนรินทร์’ คนที่นับดาวกำลังพูดถึง เขาก็คืออดีตคนที่เธอเคยรักมากที่สุด ซึ่งยัยคนที่นั่งอยู่ตรงหน้านับดาวนี้ ได้แย่งเขาไปจากเธอ
“เขาตายแล้ว...”
น้ำเสียงของเพียงใจสั่นลงอย่างแผ่วเบา หลังจากที่เขาตาย ยังไม่ทันจะครบเจ็ดวันเลยด้วยซ้ำ เพียงใจกับลูกสาวทั้งสองคน ก็ถูกเนรเทศออกจากบ้านใหญ่
ในตอนนั้น เธอมีเงินติดตัวอยู่ไม่เท่าไหร่ และเมื่อเงินหมด เธอก็เลยต้องหางานทำ และตอนนี้ อาชีพแม่บ้านโรงแรมเงินเดือนหมื่นต้นๆ ซึ่งไม่เพียงพอกับการเลี้ยงลูกสาวที่ป่วย และกำลังเรียนหนังสืออยู่ในขณะนี้
“ห๊ะ! ตะ-ตายแล้วเหรอ? แล้วเป็นอะไรตายล่ะ”
“อุบัติเหตุ”
“เมื่อไหร่? ทำไมฉันถึงไม่รู้”
“10ปีที่แล้ว...เธอจะรู้ได้ยังไงนับดาว ชีวิตของเราสองคน ตั้งแต่ทะเลาะกันเรื่องของเอกนรินทร์ เธอกับฉัน มันก็เหมือนอยู่กันคนละโลกไปแล้วนะ”
“เชอะ! คนละโลก! นั่นมันเป็นเพราะเธอต่างหากล่ะ ที่หนีฉันไปพรอดรักมีความสุขกับเอกนรินทร์สองคน ทิ้งให้ฉันเจ็บปวดแสนสาหัสอยู่คนเดียว!”
ตอนนั้นนับดาวเหมือนคนบ้าและเสียสติไปช่วงหนึ่ง
“นี่มันผ่านมาตั้ง 24ปีแล้วนะ เธอยังโกรธฉันกับเอกนรินทร์อยู่อีกเหรอนับดาว เธอนี่เป็นเอามากนะ”
“มันสมควรที่ฉันจะโกรธเธอมั้ยล่ะ เธอสองคนรักกัน แต่ฉันนี่สิ ต้องเจ็บช้ำจนเกือบตาย!”
“แล้วตอนนี้เป็นไง! ชีวิตฉันดีขึ้นกว่าเธอมั้ยล่ะนับดาว”
“ก็เพราะเอกนรินทร์ตายไง เธอถึงมาหาฉันถึงที่นี่ แล้วหาฉันเจอได้ยังไง และทำไมถึงรู้ ว่าฉันอยู่โรงแรมนี้”
“ฉัน...เป็นแม่บ้านโรงแรมที่เธอเป็นเจ้าของอยู่นี่ไง ทำไมฉันจะหาเธอไม่เจอล่ะ”
“ห๊ะ! เธอเป็นแม่บ้านที่โรงแรมฉันเหรอ?”
“อือ...ฉันทำงานที่นี่มา 7 ปีแล้ว เธอเพิ่งจะรู้สินะ”
“แล้วทำไมเธอไม่มาหาฉันตั้งแต่แรกล่ะ”
“เธอเกลียดขี้หน้าฉันขนาดนี้ ฉันคงไม่กล้าโผล่มาให้เธอเห็นหรอกนะนับดาว”
“เธอมันสมควร ที่จะให้ฉันเกลียดเธอมั้ยล่ะ”
“เธอนี่เจ้าคิดเจ้าแค้นเป็นเด็กๆ เลยนะ อดีตมันผ่านมาตั้ง24ปีแล้ว เธอก็ยังจำฝังใจไม่เลิก”
“เธอไปเสวยสุขกับเอกนรินทร์สองคน คงทำให้ฉันมีความสุขหรอกมั้ง...แล้วตอนนี้...เธอทำไมถึงได้กล้าเสนอหน้า มาขอยืมเงินฉันได้ล่ะ”
“ฉันหมดหนทางแล้วจริงๆ เหลือเธอคนเดียว ที่จะช่วยฉันได้”
“คนแค้นฝังใจอย่างฉัน เธอคิดว่าฉันจะช่วยเธองั้นเหรอ?”
“ฉันไม่รู้หรอกว่าเธอจะช่วยฉันหรือเปล่า ก็ได้แต่ลองเสี่ยงดู”
“แล้วครอบครัวเอกนรินทร์ล่ะ”
“พอเอกนรินทร์ตาย ทางบ้านเขาก็ไล่ฉันสามแม่ลูกออกจากบ้าน ทรัพย์สมบัติเงินทอง ทางบ้านเขาก็ไม่ได้ให้ฉันมาเลยสักแดงเดียว”
“ตายจริง! ทำไม...ถึงทำขนาดนี้ล่ะ ใจร้ายมาก”
“เป็นไง รู้แบบนี้แล้ว เธอรู้สึกดีขึ้นบ้างมั้ยล่ะ”
“แล้วเธอมีลูกกับเอกนรินทร์กี่คน”
“ลูกสาวสองคน คนโตอายุ 24 กำลังป่วยอยู่ และอีกคนอายุ 18 กำลังเรียนอยู่*มหาลัยปี1”
“ลูกสาวเธอป่วยเหรอ? แล้วเป็นอะไรมากมั้ย”
“นิชา ลูกสาวคนโตฉัน ป่วยมาเกือบสิบปีแล้ว ตั้งแต่พ่อเขาเสียไป ฉันหมดเงินรักษาไปเยอะมาก ทุกวันนี้ ก็ต้องรักษาและกินยาอยู่เป็นประจำ”
“ทำไมชีวิตของเธอมันดูแย่จัง แล้ว เธอต้องการเงินเท่าไหร่ล่ะ ฉันจะให้”
“สองแสน ค่าผ่าตัดหัวใจของลูกสาวฉัน เธอทำสัญญายืมกับฉันได้เลย หักจากเงินเดือนของฉันไปก็แล้วกัน”
“สองแสน จะไปพออะไร ฉันให้เธอ ห้าแสน มีเมื่อไหร่ ก็ค่อยเอามาคืนก็แล้วกัน ไม่ต้องทำมันหรอกสัญญาน่ะ”
“ฉันจะเอาไปทำไมตั้งห้าแสน! มันเยอะไปนะ เงินเยอะขนาดนี้ ฉันเป็นแม่บ้านโรงแรมเธอกี่ชาติ ถึงจะใช้หนี้หมดล่ะ”
“เอาไปเถอะน่า ค่าเทอมลูกสาวเธอด้วยไง ไหนจะค่าอะไรอีกที่เธอต้องใช้ เอาไปๆ แค่นี้ ขนหน้าแข้งฉันไม่ร่วงหรอกย่ะ”
“เออ ฉันรู้ว่าเธอรวย เป็นมหาเศรษฐี แต่ก็ขอบใจเธอมากนะ”
เพื่อนของเพียงใจคนนี้ ถึงแม้จะเป็นคนปากร้าย ดูเหมือนเป็นคนเย่อหยิ่ง แต่เพื่อนเธอก็เป็นคนที่จิตใจดีมาก ถ้าไม่เป็นเพราะเรื่องทะเลาะแย่งผู้ชายคนเดียวกันล่ะก็ ป่านนี้ เราสองคน ก็คงมีมิตรภาพเพื่อนรักกันจวบจนปัจจุบัน
“เอาไปเถอะ...ส่งเลขบัญชีมา เดี๋ยวฉันโอนให้เลย ว่าแต่เธอเป็นแม่บ้านแผนกไหน? อยู่ส่วนไหนของโรงแรม ฉันก็มาตรวจโรงแรมออกบ่อย ทำไมฉันไม่เจอเธอเลยล่ะ”
“ฉันหลบหน้าเธอทุกครั้งที่เธอมา เพราะงั้น เธอไม่เห็นฉันหรอก แต่เธอก็ไม่ต้องรู้หรอกว่าฉันอยู่ตรงไหน ฉันไม่อยากให้เธอต้องมาเสียภาพพจน์เพราะคนอย่างฉัน”
“เธอมันบ้าและปากดีอย่างนี้ไง คิดอะไรไม่เข้าเรื่อง งั้นก็แล้วแต่เธอล่ะกัน”
.......................
2 วันต่อมา...
ณ ภัตตาคารสุดหรู...
“เธอมีเรื่องด่วนสำคัญอะไรนักหนานับดาว เธอถึงได้นัดฉันมาเจอเอาเวลานี้”
“เรื่องด่วนมาก ฉันจะอกแตกตายอยู่แล้วรู้มั้ยจอมขวัญ”
“ถ้าด่วนขนาดนี้ เธอทำไมไม่โทรล่ะ จะต้องนัดมาสถานที่เงียบๆ แบบนี้ทำไม”
‘จอมขวัญ’ กวาดมองไปรอบๆ ห้องอาหารแบบวีไอพีส่วนตัว ที่มีแค่เธอกับเพื่อนเท่านั้น
“เธอเลิกสงสัยก่อนได้มั้ย ไหนๆ เธอก็มาแล้ว อีกอย่าง เธอคือคนที่รู้ความลับของฉันเพียงคนเดียว เรื่องนี้มันก็ต้องเป็นเธออยู่แล้ว ที่จะช่วยฉัน”
“อ่ะ...งั้นบอกมาเรื่องอะไร ที่ทำให้เธอเดือดได้ขนาดนี้”
ใบหน้าของนับดาวดูซีดเผือดราวกับกระดาษ แม้กระทั่งลิปสติกที่เพื่อนของจอมขวัญชอบใช้เป็นประจำ ก็ไม่ปรากฏเลยบนริมฝีปากของเพื่อนเธอ สงสัยเรื่องนี้จะใหญ่มาก
“ก็ตาวินทร์สิมีแฟน...ตาวินทร์ไปคบกับ...”
น้ำเสียงของนับดาวเริ่มสั่นลงอย่างเห็นได้ชัด เธอไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้ หนึ่งในล้านล้าน ที่ไม่อาจเกิดขึ้นได้เลย แต่มันก็ได้เกิดขึ้นแล้ว
“กับใคร...”
“กับ...ไอริน”
“ห๊ะ! อุ้ยตาย! เป็นไปได้ยังไงเนี่ย!”
“ตาวินทร์คบกับไอรินจริงๆ วันนี้นักสืบที่ฉันจ้างไปสืบเรื่องของตาวินทร์ มาบอกฉันว่า ตาวินทร์คบกับไอรินมาเกือบสองปีแล้ว...เธอคิดดูนะจอมขวัญ...คบกันสองปี...โดยที่ฉันเป็นแม่...ยังไม่เคยรู้เลย ว่าลูกชายตัวเองมีแฟน และหนำซ้ำยัง...”
นับดาวเอามือทาบบนอกและเว้นจังหวะการเล่า หัวใจของเธอเต้นเร็วเกินไป เพราะความกลัวและความเครียดที่มันสุมอยู่ในเวลานี้
“มันจะเป็นไปได้ยังไงนับดาว นักสืบเอาข้อมูลมาให้เธอผิดหรือเปล่า”
“ไม่ผิดหรอก ทั้งภาพและคลิปยืนยันจากนักสืบ ฉันจะทำยังไงดีล่ะจอมขวัญ ตอนนี้ ฉันเครียดจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว”
ความลับที่นับดาวตั้งใจเก็บไว้ถึง 24ปี กำลังจะถูกเปิดเผย
“เธอใจเย็นๆ นะนับดาว เราจะหาทางออกเรื่องนี้ด้วยกันนะ ฉันจะช่วยเธอเอง”
จอมขวัญคือเพื่อนคนเดียว รู้เรื่องของนับดาวทั้งหมด
“เธอต้องช่วยฉันนะจอมขวัญ”
.......................
เวลา 23.00น.ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามค่ำคืน แสงสว่างจากหน้าจอสมาร์ทโฟนส่องกระทบใบหน้าหวานของนาบี ที่กำลังนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม สายตาจ้องมองใบหน้าคมคายของ อนาวินทร์ ผ่านหน้าจอวีดีโอคอลที่ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความอัดอั้น“นาบี...ผมคิดถึงคุณ มาหาผมที่บ้านหน่อยสิ ผมจะให้คนไปรอรับคุณนะ...นะ...ได้โปรดเถอะที่รัก...”เสียงทุ้มพร่าของอนาวินทร์อ้อนวอนอย่างหนัก แววตาคมกริบดูเว้าวอนจนคนมองใจอ่อนวูบ“ไม่ได้ค่ะคุณอนาวินทร์ อีกแค่หนึ่งสัปดาห์ก็จะถึงงานแต่งงานแล้วนะคะ ให้อดทนหน่อยสิคะ คุณแม่บอกว่าช่วงนี้เราไม่ควรเจอกันบ่อยนัก”นาบีพยายามทำเสียงแข็งขัดใจว่าที่เจ้าบ่าว“โธ่...นาบี คุณใจร้ายเกินไปแล้วนะ ตั้งแต่กลับจากสิงคโปร์มาหลายสัปดาห์ ผมยังไม่ได้นอนกอดคุณเลยสักคืน ไม่ได้แตะต้องตัวคุณเลยแม้แต่นิดเดียว...รู้มั้ยว่ามันทรมานแค่ไหน”พูดไม่พูดเปล่า...อนาวินทร์เริ่มบิดกายกำยำไปมาบนเตียงกว้างของเขา มือหนาลูบไล้ไปตามแผงอกแกร่งของตัวเองผ่านหน้าจอ พร้อมกับส่งเสียงครางต่ำพรั่งพรูออกมาอย่างจงใจกระตุ้นอารมณ์คนปลายสาย“อื้ม...นาบี...ผมต้องการคุณจริงๆ นะ...โอวว์...”“คุณอนาวินทร์! เบาๆ สิคะ!”นาบีอุทานพลางรีบเอาห
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ภายในห้องสวีทหรูของโรงแรมใจกลางเมือง บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัดและตึงเครียด นาบี เดินเข้ามาด้วยความระแวง ในใจกังวลว่า แผนการที่เธอเตรียมจะช่วยนราวิชญ์อาจจะถูกคุณไอริน จับได้เสียก่อน แต่ภาพที่เห็นกลับตรงกันข้าม ไอรินดูรนรานและขอบตาบวมช้ำเหมือนคนไม่ได้นอนมาทั้งคืน“นาบี! นาบีช่วยฉันด้วย!”ไอรินปราดเข้ามาเกาะแขนรุ่นน้องทันทีที่พ้นประตูมา“คุณไอริน...เกิดอะไรขึ้นคะ? ทำไมต้องนัดหนูมาที่แบบนี้ด้วยคะ แล้วทำไม...”“เธออย่าเพิ่งถามได้มั้ยนาบี ฉันเครียดมากจนจะบ้าตายอยู่แล้ว นั่งก่อนสิ”ไอรินกดไหล่นาบีให้นั่งลงบนโซฟา ตัวเธอเองก็นั่งลงข้างๆ ด้วยท่าทีหมดเรี่ยวแรง“ค่ะ...เรื่องอะไรคะที่คุณอยากให้หนูช่วย?”“คือว่าฉัน...ฉันท้องน่ะนาบี”“ห๊ะ! อะไรนะคะ! คุณไอรินท้องเหรอคะ!”นาบีอุทานเสียงหลง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ (แต่ลึกๆ ในใจกลับรู้สึกเหมือนเห็นทางสว่าง ถ้าคุณไอรินท้องกับเพื่อนของเธอจริงๆ ทุกอย่างที่เธอกังวลเรื่องความเหมาะสมระหว่างนราวิชญ์กับคุณไอรินมันจะง่ายขึ้นทันที)“ฉันท้อง...ได้เดือนกว่าแล้วนาบี”ไอรินก้มหน้าซ่อนความอาย“ฉันไม่รู้จะทำยังไงดี”“แล้วมีใครรู้เรื่องนี้หรือย
บรรยากาศภายในห้องรับแขกของคฤหาสน์หลังใหญ่เต็มไปด้วยความอัดอั้นที่กำลังจะมลายหายไป นับดาว นั่งกุมมือตัวเองแน่นอยู่บนโซฟาหรู ดวงตาคู่สวยที่ร่วงโรยตามกาลเวลาเอาแต่จ้องมองไปยังประตูทางเข้าอย่างใจจดจ่อ โดยมี อนาวินทร์ นั่งอยู่ข้างๆ คอยบีบมือให้กำลังใจแม่ที่กำลังประหม่าจนตัวสั่นทันทีที่ร่างของ เกริกพล เดินนำ ไอริน เข้ามาในห้อง นับดาวก็ผุดลุกขึ้นยืนโดยสัญชาตญาณ วินาทีที่สายตาของแม่และลูกสาวประสานกัน กำแพงทิฐิที่ไอรินเคยสร้างไว้ก็พังทลายลงสิ้นไอรินไม่รอช้า เธอรีบโผเข้าหาอ้อมกอดของผู้เป็นแม่ที่เธอโหยหามาทั้งชีวิตทันที!“ฮือ...แม่คะ...”ไอรินปล่อยโฮออกมาซบลงที่ไหล่ของนับดาว ราวกับเด็กน้อยที่หลงทางแล้วหาทางกลับบ้านเจอนับดาวกอดตอบลูกสาวแน่น ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความตื้นตัน น้ำตาไหลพรากจนอาบแก้ม“แม่ขอโทษ...แม่ขอโทษนะลูกที่ทิ้งหนูไป แม่ขอโทษที่ทำให้เรื่องมันยุ่งยากขนาดนี้ แม่...”“แม่คะ...ไอรินไม่โกรธแม่แล้วนะคะ”ไอรินผละออกมาเล็กน้อยเพื่อมองหน้าแม่ทั้งน้ำตา“แม่ไม่ต้องเครียด และไม่ต้องขอโทษไอรินอีกแล้วนะคะ เรื่องที่ผ่านมาให้มันผ่านไปเถอะค่ะ”“แต่แม่ผิด...แม่เกือบจะทำลายชีวิตลูกทั้งสองคน...”นับด
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา...บรรยากาศในร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ดูผ่อนคลาย แต่หัวใจของเพื่อนสนิททั้งสองกลับเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ต้องสะสาง นราวิชญ์ นั่งจ้องหน้าเพื่อนสาวที่เพิ่งกลับจากทริปสิงคโปร์ด้วยสายตาจับผิด“แกไปทำงานสิงคโปร์คงเหนื่อยมากใช่ไหมนาบี หน้าแกถึงได้ดูผ่องมีออร่าพุ่งกระจายแบบนี้”เอิร์ธแกล้งแซวพลางทำหน้ากรุ้มกริ่มนาบีชะงักไปนิด ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึง ‘งานหนัก’ บนเตียงที่สิงคโปร์“หน้าฉันมันชัดเจนขนาดนั้นเลยเหรอเอิร์ธ...”“ก็เออดิ! นี่ถ้ามองจากดาวอังคารยังเห็นความใสออร่าพุ่งของแกเลยนะเนี่ย ไปทำอะไรมาฮึ?”“บ้า...แกก็พูดเว่อร์ไปเอิร์ธ”นาบีรีบจิบน้ำแก้เขิน“แกกับคุณอนาวินทร์คงโอเคกันแล้วใช่ไหม...อืม…แล้วนัดฉันมานี่ มีอะไรหรือเปล่า”“ก็เรื่องของแกกับคุณไอรินนั่นแหละ แกจะเอายังไงต่อเอิร์ธ?”นาบีถามเสียงจริงจัง ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของนราวิชญ์จางลงทันที“ไม่รู้ดิ...”เขาตอบสั้นๆ พลางเขี่ยอาหารในจานไปมา“เอ้า! แกจะมาบอกว่าไม่รู้ได้ยังไงเอิร์ธ แกกับคุณไอรินไม่ได้คุยกันเลยเหรอ? แล้วไหนจะเรื่องที่แกกับคุณไอริน...เอ่อ...มีอะไรกันแล้ว แกจะปล่อยให้มันผ่านไปเฉยๆ แบบนั้นน่ะเหรอ”“ที
เช้าวันต่อมา...แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านเนื้อดีเข้ามาในห้องสวีทสุดหรู กระทบเข้ากับร่างสองร่างที่นอนกอดก่ายกันอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา...ไอริน เริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหนึบที่ศีรษะ แต่สิ่งที่ทำให้เธอต้องเบิกตาโพลงด้วยความตกใจสุดขีด คือสัมผัสอุ่นร้อนจากท่อนแขนแกร่งที่พาดเอวเธอไว้ และแ
ในเวลาต่อมา...ภายในห้องพักผู้ป่วยวีไอพีที่ถูกเนรมิตใหม่ในชั่วพริบตา นับดาว สั่งให้พยาบาลถอดสายน้ำเกลือออกชั่วคราวและเลื่อนเตียงพยาบาลไปให้ชิดกับผนังด้านที่เป็นวอลเปเปอร์เรียบหรู เพื่อให้ดูเหมือนห้องนอนรับรองในคฤหาสน์สุดหรูของเธอนับดาวหยิบตลับคอนซีลเลอร์ราคาแพงขึ้นมา บรรจงแต้มลงบนรอยช้ำที่มุมปากและ
แต่อีกด้านหนึ่ง...พอวางสายจากเพื่อนรัก ใบหน้าของนับดาวที่เคยฝืนยิ้มก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันที เธอกดต่อสายหาลูกชายรัวๆ แต่ผลที่ได้คือความว่างเปล่านับดาว กำลังจ้องมองโทรศัพท์มือถือ ด้วยมือที่สั่นเทา เธอทรุดตัวลงนั่งบนปลายเตียงอย่างไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงบัดนี้ดูซีดเซ
มือที่ถือสมาร์ทโฟนเริ่มสั่นจนภาพในจอไหวตาม ปลายนิ้วซีดขาวจากแรงกำที่ไม่รู้ตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อยแต่ไม่มีเสียงออกมา เหมือนกับว่าตอนนี้ ร่างกายของไอรินลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ น้ำตาเอ่อขึ้นจนพร่าภาพตรงหน้า แต่เธอไม่ละสายตา เธอดูจนจบช่วงสั้นนั้น เหมือนต้องการยืนยันซ้ำว่า…มันเกิดขึ้นจริงแล้วทันทีที





