Mag-log in‘นาบี’ เด็กสาววัยสิบแปด...ยอมรับภารกิจที่ไม่ควรเป็นของเธอ...เพื่อแลกกับเงินห้าแสนบาท ซึ่งมันคือความหวังเดียวในการรักษาพี่สาวที่กำลังป่วยหนัก... เธอถูกขอร้องจากแม่ของเขาให้เข้าไป ‘แยก’ เขา ออกจากหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่มีใครรู้ว่า…ทั้งสองคือพี่น้องร่วมสายเลือดเดียวกัน... ภารกิจสำเร็จ...แต่สิ่งที่หลงเหลือ คือความโกรธแค้นทั้งหมดของเขา ที่ถาโถมใส่เธอเพียงคนเดียว ความเสียใจผลักให้เขาจากไปเรียนต่อต่างประเทศ หายไปจากชีวิตเธอถึงห้าปี พร้อมบาดแผลในใจที่ไม่เคยจาง จนวันที่เขากลับมา...โชคชะตากลับเล่นตลกซ้ำอีกครั้ง เมื่อเขาโคจรไปเจอ ‘พี่สาว’ คนเดิม และความจริงที่ถูกปิดซ่อน กำลังจะทำร้ายเขาซ้ำสอง แม่ของเขาจึงหันมาหาเธออีกครั้ง...ขอร้องให้ช่วย…เป็นครั้งสุดท้าย ด้วยการดึงเธอเข้ามาใกล้ ในตำแหน่งเลขาส่วนตัว แต่ทว่าครั้งนี้...เด็กสาวไร้ทางเลือกในวันนั้น...ไม่หลงเหลืออยู่แล้ว...มีเพียงผู้หญิงคนหนึ่ง...ที่แข็งแกร่งพอจะยืนอยู่ตรงหน้าเขา พร้อมทวงคืนทุกความเจ็บปวดในครั้งก่อน... ที่เธอเคยถูกเขาเหยียบย่ำ และเอาคืนให้สาสม!
view moreTalia’s POV
For three years of marriage, I have been hiding the truth from my alpha husband—I am the daughter of the Alpha King, rather than the omega he knows me to be.
The drums thundered through the clearing as torches lit the night sky. I stood at the center of it all, cloaked in silver and pride, watching the gates with a heart full of hope.
Jason was finally home after a brutal war. As Luna, I’d spent days making sure every detail was perfect tonight, from the linens to the floral centerpieces. I even assisted the omegas with the cooking just to make sure everything was just right.
A month ago, the almighty Alpha King sent Jason to eliminate the rogue wolves at the border of our pack grounds.
Some people might think it’s a bad thing, but I know what it really was. It was good, my dad is slowly coming to accept him. He is giving him more responsibilities to see if he can handle the truth that he married his daughter.
The pride I feel for Jason is indescribable. Finally, everything is falling into place and my dad will recognize that there is no better mate for me than him.
I waited patiently, smiling as I imagined the surprise on his face when I finally had the opportunity to confess everything to him.
“The Shadowclaw Pack welcomes home its future heir!” Jason’s voice rang out, commanding.
The cheers rose instantly. I blinked, confused, until I saw her.
Viki Mayers.
Clinging to his arm like she’d always belonged there. Her dress hugged a gently swollen belly, and Jason’s hand… settled there, proudly.
“This is Viki, our top warrior’s daughter,” he said, turning to face me. “And she’s carrying my pup.”
Gasps rippled. My vision blurred.
My mate. My Alpha. The man I had waited for… had returned to me with another woman carrying his pup.
And Jason didn’t even have the decency to tell me beforehand. Instead, he humiliated me at the celebration I had organized for him.
It felt like my heart was tearing in two. Every inhale was a struggle to maintain my composure. I could hear every whisper that slithered through the crowd:
"Luna Talia never conceived in three years..."
"Viki should have been Luna in the first place..."
“Luna Talia should step down now…”
Jason’s gaze swept over the room and he held no regret. He looked at me with cool indifference, as if I should’ve expected him to make a laughingstock of me.
"To a prosperous future for Shadowclaw!" Jason raised his goblet.
Everyone raised their wine glasses, cheering and clapping. The pack’s elders smiled and nodded, satisfied with the young Alpha’s accomplishments.
And I wanted to scream.
I slipped away during the congratulations and returned to our chamber. No one came looking for me. No one cared.
I allowed myself to fall apart without prying eyes there to mock me.
My heartbreak soon became rage. I was not going to stand for this. Jason would answer for what he had done.
When Jason finally returned to our chamber, I was already there, waiting.
“You shouldn’t have left. You should be happy for me,” Jason said.
“Happy about you betraying me and having a bastard?” I scoffed.
“Enough of the tantrum. I just made it home and I would like a nice evening with my mate,” Jason sighed.
“So, now you see me as your mate,” I laughed bitterly. "How could you do this to me?”
"You’re being unreasonable," he growled.
"Unreasonable?" My voice rose. "You humiliated me in front of the entire pack, and you expect me to just accept it?”
Jason removed his armor, piece by piece, not even bothering to look at me. "It’s done. She’s pregnant. The pack has an heir. You need to accept this.”
“How do you expect me to accept this?” I took a step forward, snarling. “You caused me pain for AN ENTIRE MONTH because you were betraying the mate bond by sleeping with that slut!”
“I advised the pack doctor to give you pain killers. I will make sure he is punished for not properly taking care of you while I was away,” Jason said nonchalantly.
I balked at his audacity. “And that is supposed to make it right?” I demanded.
"You’ve been Luna for three years and haven’t given me an heir," he said simply, as if that justified everything. "Did you expect me to wait forever?”
“I expected you to treat me as your Luna. I expected you to discuss with me if you wanted a breeder, not…”
“Do you even hear yourself, Talia? Did you forget who you are?” Jason snarled, interrupting me.
“I am your Luna,” I responded, not backing down.
“And a Luna provides heirs, and you can’t even do that. If you can’t provide me with an heir, you’re a Luna in name only. I need more than a worthless barren omega cosplaying as a Luna!”
“How dare you speak to me like that!”
Jason’s expression was unreadable. It was as if I was looking at a stranger. His voice was firm and cold as he said, “You have two options. You can leave, lose your status as Luna, and go back to being an omega. Or you can stay and support.”
เวลา 23.00น.ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามค่ำคืน แสงสว่างจากหน้าจอสมาร์ทโฟนส่องกระทบใบหน้าหวานของนาบี ที่กำลังนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม สายตาจ้องมองใบหน้าคมคายของ อนาวินทร์ ผ่านหน้าจอวีดีโอคอลที่ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความอัดอั้น“นาบี...ผมคิดถึงคุณ มาหาผมที่บ้านหน่อยสิ ผมจะให้คนไปรอรับคุณนะ...นะ...ได้โปรดเถอะที่รัก...”เสียงทุ้มพร่าของอนาวินทร์อ้อนวอนอย่างหนัก แววตาคมกริบดูเว้าวอนจนคนมองใจอ่อนวูบ“ไม่ได้ค่ะคุณอนาวินทร์ อีกแค่หนึ่งสัปดาห์ก็จะถึงงานแต่งงานแล้วนะคะ ให้อดทนหน่อยสิคะ คุณแม่บอกว่าช่วงนี้เราไม่ควรเจอกันบ่อยนัก”นาบีพยายามทำเสียงแข็งขัดใจว่าที่เจ้าบ่าว“โธ่...นาบี คุณใจร้ายเกินไปแล้วนะ ตั้งแต่กลับจากสิงคโปร์มาหลายสัปดาห์ ผมยังไม่ได้นอนกอดคุณเลยสักคืน ไม่ได้แตะต้องตัวคุณเลยแม้แต่นิดเดียว...รู้มั้ยว่ามันทรมานแค่ไหน”พูดไม่พูดเปล่า...อนาวินทร์เริ่มบิดกายกำยำไปมาบนเตียงกว้างของเขา มือหนาลูบไล้ไปตามแผงอกแกร่งของตัวเองผ่านหน้าจอ พร้อมกับส่งเสียงครางต่ำพรั่งพรูออกมาอย่างจงใจกระตุ้นอารมณ์คนปลายสาย“อื้ม...นาบี...ผมต้องการคุณจริงๆ นะ...โอวว์...”“คุณอนาวินทร์! เบาๆ สิคะ!”นาบีอุทานพลางรีบเอาห
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ภายในห้องสวีทหรูของโรงแรมใจกลางเมือง บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัดและตึงเครียด นาบี เดินเข้ามาด้วยความระแวง ในใจกังวลว่า แผนการที่เธอเตรียมจะช่วยนราวิชญ์อาจจะถูกคุณไอริน จับได้เสียก่อน แต่ภาพที่เห็นกลับตรงกันข้าม ไอรินดูรนรานและขอบตาบวมช้ำเหมือนคนไม่ได้นอนมาทั้งคืน“นาบี! นาบีช่วยฉันด้วย!”ไอรินปราดเข้ามาเกาะแขนรุ่นน้องทันทีที่พ้นประตูมา“คุณไอริน...เกิดอะไรขึ้นคะ? ทำไมต้องนัดหนูมาที่แบบนี้ด้วยคะ แล้วทำไม...”“เธออย่าเพิ่งถามได้มั้ยนาบี ฉันเครียดมากจนจะบ้าตายอยู่แล้ว นั่งก่อนสิ”ไอรินกดไหล่นาบีให้นั่งลงบนโซฟา ตัวเธอเองก็นั่งลงข้างๆ ด้วยท่าทีหมดเรี่ยวแรง“ค่ะ...เรื่องอะไรคะที่คุณอยากให้หนูช่วย?”“คือว่าฉัน...ฉันท้องน่ะนาบี”“ห๊ะ! อะไรนะคะ! คุณไอรินท้องเหรอคะ!”นาบีอุทานเสียงหลง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ (แต่ลึกๆ ในใจกลับรู้สึกเหมือนเห็นทางสว่าง ถ้าคุณไอรินท้องกับเพื่อนของเธอจริงๆ ทุกอย่างที่เธอกังวลเรื่องความเหมาะสมระหว่างนราวิชญ์กับคุณไอรินมันจะง่ายขึ้นทันที)“ฉันท้อง...ได้เดือนกว่าแล้วนาบี”ไอรินก้มหน้าซ่อนความอาย“ฉันไม่รู้จะทำยังไงดี”“แล้วมีใครรู้เรื่องนี้หรือย
บรรยากาศภายในห้องรับแขกของคฤหาสน์หลังใหญ่เต็มไปด้วยความอัดอั้นที่กำลังจะมลายหายไป นับดาว นั่งกุมมือตัวเองแน่นอยู่บนโซฟาหรู ดวงตาคู่สวยที่ร่วงโรยตามกาลเวลาเอาแต่จ้องมองไปยังประตูทางเข้าอย่างใจจดจ่อ โดยมี อนาวินทร์ นั่งอยู่ข้างๆ คอยบีบมือให้กำลังใจแม่ที่กำลังประหม่าจนตัวสั่นทันทีที่ร่างของ เกริกพล เดินนำ ไอริน เข้ามาในห้อง นับดาวก็ผุดลุกขึ้นยืนโดยสัญชาตญาณ วินาทีที่สายตาของแม่และลูกสาวประสานกัน กำแพงทิฐิที่ไอรินเคยสร้างไว้ก็พังทลายลงสิ้นไอรินไม่รอช้า เธอรีบโผเข้าหาอ้อมกอดของผู้เป็นแม่ที่เธอโหยหามาทั้งชีวิตทันที!“ฮือ...แม่คะ...”ไอรินปล่อยโฮออกมาซบลงที่ไหล่ของนับดาว ราวกับเด็กน้อยที่หลงทางแล้วหาทางกลับบ้านเจอนับดาวกอดตอบลูกสาวแน่น ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความตื้นตัน น้ำตาไหลพรากจนอาบแก้ม“แม่ขอโทษ...แม่ขอโทษนะลูกที่ทิ้งหนูไป แม่ขอโทษที่ทำให้เรื่องมันยุ่งยากขนาดนี้ แม่...”“แม่คะ...ไอรินไม่โกรธแม่แล้วนะคะ”ไอรินผละออกมาเล็กน้อยเพื่อมองหน้าแม่ทั้งน้ำตา“แม่ไม่ต้องเครียด และไม่ต้องขอโทษไอรินอีกแล้วนะคะ เรื่องที่ผ่านมาให้มันผ่านไปเถอะค่ะ”“แต่แม่ผิด...แม่เกือบจะทำลายชีวิตลูกทั้งสองคน...”นับด
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา...บรรยากาศในร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ดูผ่อนคลาย แต่หัวใจของเพื่อนสนิททั้งสองกลับเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ต้องสะสาง นราวิชญ์ นั่งจ้องหน้าเพื่อนสาวที่เพิ่งกลับจากทริปสิงคโปร์ด้วยสายตาจับผิด“แกไปทำงานสิงคโปร์คงเหนื่อยมากใช่ไหมนาบี หน้าแกถึงได้ดูผ่องมีออร่าพุ่งกระจายแบบนี้”เอิร์ธแกล้งแซวพลางทำหน้ากรุ้มกริ่มนาบีชะงักไปนิด ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึง ‘งานหนัก’ บนเตียงที่สิงคโปร์“หน้าฉันมันชัดเจนขนาดนั้นเลยเหรอเอิร์ธ...”“ก็เออดิ! นี่ถ้ามองจากดาวอังคารยังเห็นความใสออร่าพุ่งของแกเลยนะเนี่ย ไปทำอะไรมาฮึ?”“บ้า...แกก็พูดเว่อร์ไปเอิร์ธ”นาบีรีบจิบน้ำแก้เขิน“แกกับคุณอนาวินทร์คงโอเคกันแล้วใช่ไหม...อืม…แล้วนัดฉันมานี่ มีอะไรหรือเปล่า”“ก็เรื่องของแกกับคุณไอรินนั่นแหละ แกจะเอายังไงต่อเอิร์ธ?”นาบีถามเสียงจริงจัง ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของนราวิชญ์จางลงทันที“ไม่รู้ดิ...”เขาตอบสั้นๆ พลางเขี่ยอาหารในจานไปมา“เอ้า! แกจะมาบอกว่าไม่รู้ได้ยังไงเอิร์ธ แกกับคุณไอรินไม่ได้คุยกันเลยเหรอ? แล้วไหนจะเรื่องที่แกกับคุณไอริน...เอ่อ...มีอะไรกันแล้ว แกจะปล่อยให้มันผ่านไปเฉยๆ แบบนั้นน่ะเหรอ”“ที
มือที่ถือสมาร์ทโฟนเริ่มสั่นจนภาพในจอไหวตาม ปลายนิ้วซีดขาวจากแรงกำที่ไม่รู้ตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อยแต่ไม่มีเสียงออกมา เหมือนกับว่าตอนนี้ ร่างกายของไอรินลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ น้ำตาเอ่อขึ้นจนพร่าภาพตรงหน้า แต่เธอไม่ละสายตา เธอดูจนจบช่วงสั้นนั้น เหมือนต้องการยืนยันซ้ำว่า…มันเกิดขึ้นจริงแล้วทันทีที
เช้าวันต่อมา...แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านเนื้อดีเข้ามาในห้องสวีทสุดหรู กระทบเข้ากับร่างสองร่างที่นอนกอดก่ายกันอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา...ไอริน เริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหนึบที่ศีรษะ แต่สิ่งที่ทำให้เธอต้องเบิกตาโพลงด้วยความตกใจสุดขีด คือสัมผัสอุ่นร้อนจากท่อนแขนแกร่งที่พาดเอวเธอไว้ และแ
ในเวลาต่อมา...ภายในห้องพักผู้ป่วยวีไอพีที่ถูกเนรมิตใหม่ในชั่วพริบตา นับดาว สั่งให้พยาบาลถอดสายน้ำเกลือออกชั่วคราวและเลื่อนเตียงพยาบาลไปให้ชิดกับผนังด้านที่เป็นวอลเปเปอร์เรียบหรู เพื่อให้ดูเหมือนห้องนอนรับรองในคฤหาสน์สุดหรูของเธอนับดาวหยิบตลับคอนซีลเลอร์ราคาแพงขึ้นมา บรรจงแต้มลงบนรอยช้ำที่มุมปากและ
บรรยากาศภายในร้านอาหารสไตล์ไฟน์ไดนิ่ง (Fine Dining) ที่ตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมสุดหรูนั้น ดูจะเงียบกว่าปกติ แสงไฟสีทองสลัวและเสียงเพลงเปียโนแผ่วเบาที่ทำให้รู้สึกโรแมนติก กลับกลายเป็นความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นจนหายใจลำบาก “...”ไอรินนั่งนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับแฟนหนุ่ม เธอไม่ได้แตะต้องไวน์ใ