Masuk‘พีชญา’ หรือ ‘พีช’ กำลังจะเข้ารั้วมหาวิทยาลัย อายุ18ย่าง19ปี “ไม่ทำได้ไหมคะ เรื่องแบบนี้หนูไม่ชอบ” ฉันขอร้องผู้ชายตรงหน้า “แต่ฉันโคตรจะชอบเรื่องแบบนี้” นี่คือคำตอบที่เขามีให้กับเรื่องที่ฉันขอร้อง ความสุขสบายใครมันก็อยากได้กันทั้งนั้นแหละวะ แต่ตอนนี้สิ่งที่ฉันต้องการมากที่สุดคือ ‘อิสรภาพ’ ‘อิสรภาพ’ สิ่งนี้หายไปตั้งแต่เขาย่างกายเข้ามามีบทบาทในชีวิตของฉัน! ‘ธนภพ’ หรือ ‘เสี่ยภพ’ ผู้ชายที่ปิดกั้นหัวใจตัวเอง เพียงเพราะกลัวความเสียใจ “บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าทำในสิ่งที่เฮียไม่ชอบ!” “ก็พีชชอบแบบนี้ คุณอย่างี่เง่าได้ไหมคะ” ครอบครัว ผู้หญิง เซ็กส์ ยา... คือความสุขของผม ไม่จำเป็นต้องใช้หัวใจ! แค่ร่างกายร้อนรุ่มเมื่อสัมผัสกัน แค่นั้นก็เพียงพอ...
Lihat lebih banyak“จะทำแบบนั้น ถ้านายรู้พวกผมตายแน่ ๆ เลยครับ” น้ำเสียงหวาดหวั่นของบอดี้การ์ดที่ตามติดชีวิตของฉัน
พวกเขาตามติดตั้งแต่ที่ฉันย่างก้าวเข้ามาอยู่ในวงจรของคำว่า ‘เด็กเสี่ย’
“ถ้าพวกคุณไม่พูด เขาไม่มีทางรู้หรอกค่ะ” ฉันชี้แนะนำทางด้วยความมั่นใจ
เพราะนาน ๆ ทีเสี่ยผู้มีพระคุณถึงจะโผล่หัวมาให้ฉันเจอ ชีวิตของฉันส่วนมากจึงมีแต่บอดี้การ์ดที่เห็นหน้าเป็นประจำ
“นายไม่ใช่คนโง่นะครับ” เสียงของบอดี้การ์ดคนที่สองแย้งขึ้น
“แต่พีชจะทำค่ะ” ฉันยิ้มตาหยี ทำหน้ามึนทึนไม่สนโลก
“แต่...” บอดี้การ์ดเอ่ยอย่างพร้อมเพรียง
“ไม่มีแต่ค่ะ พีชแค่ให้เพื่อนรักมาอยู่ด้วย พีชไม่ได้เอาผู้ชายมาอยู่ด้วยสักหน่อย พวกคุณจะกลัวอะไรกันนักหนา ถ้าเสี่ยรู้เดี๋ยวพีชเคลียร์เองค่ะ” ฉันร่ายเรียงคำพูดเสร็จก็ลงจากรถแล้วเดินเข้าโรงเรียนเอกชนชื่อดังทันที
ฉันชื่อ ‘พีชญา’ หรือเรียกสั้นๆว่า ‘พีช’ ฉันอายุ18จะย่างเข้า19 กำลังจะจบออกจากรั้วโรงเรียน เพื่อเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยที่ฉันไม่ได้สอบ ไม่ได้เอ็น ไม่ได้พยายามอะไรเหมือนคนอื่น ฉันมีหน้าที่แค่ไปเรียนตามตารางชีวิตที่ผู้มีพระคุณจัดเตรียมไว้ให้
ชีวิตฉันไม่ต้องห่วงใคร เพราะไม่มีใครให้ห่วง บุพการีสิ้นชีพเพราะโดนรถยนต์พุ่งชนตอนฉันอายุได้15ปี คนชนขับรถหนีทันที บนถนนไร้รถสัญจร แม่สิ้นใจในเวลาเพียงไม่กี่นาที
เหลือเพียงพ่อที่อาการหนักหนาสาหัส! จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครขับรถผ่านถนนเส้นนี้
ผ่านไปหลายสิบนาที ความหวังที่พ่อจะรอดก็ส่องสว่างพร้อมกับดวงไฟหน้ารถที่กำลังสาดแยงเข้ามาในดวงตาฉัน
พลเมืองดีที่ขับผ่านลงมาจากรถและให้การช่วยเหลือ
แต่ก็ไม่ทันได้ไปส่งโรงพยาบาล พ่อของฉันสิ้นใจเสียก่อน
เฮือกสุดท้ายของพ่อคือฝากฝังฉันไว้กับชายพลเมืองดี พ่อเอ่ยชื่อเขาเสมือนว่ารู้จักกับเขา
และพลเมืองดีคนนั้นก็ตกปากรับคำ
ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเขาดีจริงไหม?
ด้วยความที่ว่าชีวิตฉันไม่มีญาติที่ไหนเลย พลเมืองดีคนนั้นก็เลยจัดการเป็นธุระเรื่องงานศพของพ่อแม่
และรับฉันเข้ามาอยู่ในความดูแลเพียงเพราะคำว่า...แค่สงสาร
‘ฉันแค่สงสารเธอ’
เขาพูดคำนี้ประจำ ตลอดเวลาเกือบ4ปีที่ฉันอยู่ในการดูแลของเขา
ฉันไม่คิดใส่ใจคำพูดของเขาสักนิด เพราะเขาก็ไม่ได้คิดใส่ใจฉัน
“พีชทางนี้” เสียงหวานๆเอ่ยเรียกฉัน และเมื่อฉันหันไปมองก็เห็นผู้หญิงตัวเล็กหน้าตาจิ้มลิ้มกำลังยืนโบกมือเรียกฉัน
ชื่อของเธอคือ ‘ฟิล์ม’ เพื่อนรักเพียงหนึ่งเดียวของฉัน
ฉันไม่ค่อยชอบคบใครเท่าไหร่ก็เลยมีฟิล์มที่สนิทที่สุด ส่วนเพื่อนที่เหลือก็พอคุยได้ แต่ถ้าให้สุงสิงก็คงไม่
“คิดถึงจังเลย” ฉันเอ่ยทักพร้อมด้วยรอยยิ้มแสนหวาน
“เมื่อคืนก็คุยกันทั้งคืน จะคิดถึงอะไรขนาดนั้น” ฟิล์มยื่นมือมาบีบที่แก้มของฉัน เมื่อฉันเดินเข้าไปถึงตัวเธอ
“เข้าห้องสอบกัน” ฉันจับมือที่แสนบอบบางของฟิล์มเดินเข้าห้องสอบ วันนี้เราสอบวันสุดท้าย
แล้วจากนี้เราก็จะย้ายไปอยู่ด้วยกัน...
“ทำได้ไหม” ฟิล์มถามไถ่หลังจากที่เราสอบเสร็จและกำลังจะกลับบ้าน
“ได้สิ ระดับพีช” ฉันอวดอ้างพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง
“จ้า พีชคนเก่งของฟิล์ม”
“งั้นเย็นนี้จะให้พีชไปรับที่บ้านหรือฟิล์มจะให้คนขับรถที่บ้านมาส่ง” ฉันพูดเป็นการเป็นงาน หลังจากที่พูดหยอกล้ออยู่นาน
“เดี๋ยวฟิล์มโทรบอกอีกที งั้นฟิล์มกลับบ้านก่อนนะ แม่คงรอแล้ว” ฟิล์มบอกกล่าวและล่ำลา
“โอเคจ้ะ” ฉันพยักหน้ารับรู้ ฟิล์มก็เลยเดินแยกออกไป ฉันจึงเดินมาที่ลานจอดรถ ซึ่งบอดี้การ์ดคอยอยู่แล้ว
“นายจะคุยกับคุณพีชครับ” พอฉันเข้ามานั่งในรถ บอดี้การ์ดก็เอ่ยปากพร้อมกับยื่นมือถือของฉัน มาให้ฉัน
เวลาเรียนฉันไม่ชอบพกโทรศัพท์มือถือ ไม่ใช่ว่าตั้งใจเรียน เพียงแต่ฉันไม่จำเป็นต้องมีธุระคุยกับใคร
“ค่ะ” ฉันขานเรียกปลายสายสั้นๆ
(กำลังจะทำอะไร) เสียงทุ้มต่ำติดไปทางเย็นชาเอ่ยถามขึ้น
“กลับห้องไงคะ” ฉันบอกไปตามความจริง ก็ฉันกำลังจะกลับคอนโดจริง ๆ
(พีชญา) เมื่อเขาเรียกแบบนี้แสดงว่าเขากำลังโกรธ
“ว่ายังไงคะคุณธนภพ” ฉันทำเป็นไม่รู้เรื่อง
(การ์ดบอกเธอจะเอาเพื่อนเข้าไปอยู่ด้วย) เขากัดฟันพูด เหมือนกับว่ากำลังเก็บอารมณ์โมโหที่มีต่อฉัน
“ใช่ค่ะ หนูจะเอาเพื่อนมาอยู่ด้วย” ฉันยอมรับไปตามความจริง
บอดี้การ์ดขี้กลัว บอกเขาเรื่องนี้ชัวร์!
(ฉันบอกเธอไปแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าฉันไม่ชอบอะไรบ้าง) เขาย้อนความถึงคำพูดที่เคยสั่งห้ามฉันทำ
“หนูจะ19แล้วนะคะ หนูแค่ให้เพื่อนมาอยู่ด้วยเอง” ฉันถกเถียง
(เธอกำลังพูดไม่รู้เรื่อง ฉันคิดว่าเราคงจะต้องคุยกันซึ่งๆหน้านะ เดี๋ยวการ์ดจะมาส่งเธอ เตรียมคำพูดของเธอไว้ล่ะ) เสี่ยภพผู้มีพระคุณหนักหนาตัดสายไปหลังจากที่ออกคำสั่งกับฉัน
เขาเป็นผู้ชายที่ทำตัวเหมือนคนขวางโลก
ฉันโคตรไม่ได้รับอิสระเลย ฉันเคยบอกว่าฉันไม่ต้องการอยู่ในความดูแลของเขา
แต่เขาหาได้สนใจคำพูดของฉันสักนิด
เขามันคนเอาแต่ใจ!
“ไม่ท้องน่ะสิแปลก ว่างเป็นไม่ได้หาเรื่องปั๊มตลอด” ฉันพูดแก้เขิน เมื่อไอ้เฮียหอมซ้ายหอมขวาที่แก้ม และแตะจูบที่ปาก จากนั้นไอ้เฮียก็นั่งคุกเข่าแล้วก็จูบที่หน้าท้องฉัน“ลูกของป่าป๊า ขอบคุณนะครับที่หนูเกิดมา” ไอ้เฮียพูดและจูบซ้ำ ๆ ลงที่หน้าท้องของฉัน“เชยชมพอแล้วก็ไปล้างหน้าล้างตาค่ะ หนูหิวข้าว เดี๋ยวลงไปรอข้างล่างนะ” ฉันลูบที่ศีรษะของไอ้เฮีย“ไม่เอา ไม่ให้ลงคนเดียว เฮียเป็นห่วง นั่งรอก่อนนะเดี๋ยวเฮียอาบน้ำแต่งตัวแป๊บ” ไอ้เอียพยุงฉันมานั่งที่เตียงนอน“รอตรงนี้นะ ห้ามลงไปก่อน เฮียอาบน้ำแป๊บเดียว” แล้วไอ้เฮียมันก็วิ่งเข้าห้องน้ำไป พร้อมกับเสียงตะโกน ‘ลูกกูมาแล้วโว้ย’เรื่องของเรื่องที่ฉันตัดสินใจตรวจก็เพราะอารมณ์ที่ค่อนข้างแปรปวน และเห็นหน้าไอ้เฮียก็รู้สึกรำคาญ ฉันจึงแอบให้บอดี้การ์ดไปซื้อมาให้ โดยที่ไม่บอกไอ้เฮียให้ได้รู้ เพราะฉันกลัวเขาจดจ่อตั้งความหวังแล้วฉันดันไม่ท้องฉันจึงเลือกที่จะตรวจก่อน แล้วถ้าท้องค่อยบอกเขา แล้วสุดท้ายฉันก็ท้องจริง ๆ มันเป็นอะไรที่แสนดีใจ เพราะตั้งแต่ลูกคนนั้นจากไปเราสองคนก็พยายามตลอดเพื่อที่จะมีลูกอีกครั้งแบบตั้งใจ และเราสองคนคุยกันแล้วว่า ถ้าลูกมาเกิดอีกครั้ง เร
ตั้งแต่ที่ช่วยฟิล์มไว้วันนั้น ตอนนี้ก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว เรื่องของฟิล์มไอ้เฮียสุดที่รักของฉันเป็นธุระจัดการให้ทุกอย่าง ซึ่งพอถามหารายละเอียดไอ้เฮียก็จะบอกว่าฟิล์มสบายดี พอถามถึงพี่วาย ไอ้เฮียก็จะเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากให้ฉันโวยวาย เขามักย้ำฉันเสมอว่ามันไม่ใช่เรื่องของเรา ช่วยได้เท่าที่ช่วย อย่าเอาตัวเองเข้าไปในเรื่องของเขาจนเกินไป เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นเราจะถูกมองไม่ดีคำพูดฟังดูดีใช่ไหมล่ะ แต่จริง ๆ แล้วไอ้เฮียมันแค่กลัวฉันกลับฟิล์มจะใกล้ชิดกัน มันกลัวฉันจะทิ้งมันแล้วไปอยู่กับฟิล์ม มันจึงเสนอตัวเองทุกอย่างเพื่อกันฉันยังไงล่ะไอ้เฮียมันร้ายจะตาย ชิ...“จะดูดอีกนานไหมเฮีย หนูชักจะอารมณ์เสียละนะ” ฉันเอื้อนเอ่ยด้วยน้าเสียงที่กำลังจะเริ่มฉุนเฉียว“แค่ดูดนมเองทำไมต้องหน้าบูดขนาดนั้น เดี๋ยวนี้อะไรนิดอะไรหน่อยก็ว่าเฮีย ใช่สิ ไปผับทุกวันเห็นผู้ชายรุ่นราวคราวเดียวกัน เห็นเด็กเอาะ ๆ ก็เลยพาลมาหงุดหงิดใส่คนแก่แบบเฮีย” พอคายปากออกจากเต้าไอ้เฮียมันก็เริ่มตัดพ้อใส่ฉัน แล้วจากนั้นมันก็นอนหันหลังใส่กัน“แค่ดูดไม่เท่าไหร่หรอก นี่ดูดมาครึ่งชั่วโมงละตั้งแต่ตื่น ขี้หูขี้ตาก็ไม่ให้ล้าง ฉี่ปวดก็ไม่ให้ลุก
เสียงโครมดังลั่นถนนระหว่างที่รถกำลังปล่อยไฟเขียว การจราจรติดขัดทันที ฉันกับไอ้เฮียหันมองหหน้ากัน “สงสัยข้างหน้ารถชนกัน น่าจะเป็นแท็กซี่คันนั้นนะ สงสัยอุบัติเหตุซ้ำซ้อน” ไอ้เฮียว่าและชี้ ฉันจึงมองตาม แล้วก็เห็นคนขับแท็กซี่ลงมาจากรถมาเปิดประตูหลัง แล้วจากนั้นคนขับแท็กซี่ก็ทำหน้าตกใจก่อนจะร้องขอความช่วยเหลือ“ลงไปดูกันค่ะเฮีย เผื่อคนในรถเขาเป็นอะไรหนัก ท่าทางคนขับดูตกใจมากเลยอะ” ฉันเปิดประตูลงจากรถทันทีที่พูดจบ ไม่รอฟังไอ้เฮียพุดด้วยซ้ำ แล้วฉันก็วิ่งมาที่จุดเกิดเหตุ ซึ่งห่างจากรถฉันเพียงสามคันได้มั้ง“ช่วยด้วยครับ คนท้องตกเลือด” เสียงของคนขับแท็กซี่ร้อนรนมาก“เฮียช่วยหน่อยเร็ว ในรถมีคนท้อง” แล้วพอคนขับแท็กซี่บอกแบบนั้นฉันก็รีบเรียกไอ้เฮียที่เดินตามฉันมาทันที แล้วฉันก็โผล่หน้าเข้าไปดูเหตุการณ์ในรถ“ตัว” ฉันเอ่ยด้วยเสียงที่แผ่วเบา เพื่อนรักของฉันกำลังอิดโรย“ทำใจดี ๆ ไว้นะตัว อดทนไว้นะ เฮียอุ้มฟิล์มเร็วเฮีย เร็ว ๆ เลย” ฉันรีบหันมาสั่งไอ้เฮียที่เดินมาถึงพอดี ตอนนี้มือฉันสั่นไปหมดเพื่อนท้องทำไมฉันไม่รู้ มันมีอะไรที่ฉันไม่รู้ใช่ไหม“ยะ... อย่าโทรบอกเขานะคะ” ฟิล์มเอ่ยเสียงแผ่วเบากับไอ้เฮียที่
ผ่านไปสองเดือนกว่า ๆ น่าจะได้มั้ง ตั้งแต่วันที่พี่บอมเอ่ยปากไล่ผู้หญิงตัวเล็กน่ารักคนนั้นไป หลังจากวันนั้นฉันก็รู้สึกว่าพี่บอมมีท่าทางแปลก ๆ และมักบอกว่าตัวเองป่วย ต้องไปหาหมอ และเขาก็ไปหาหมอจริง ๆ หอบยามาเพียบแต่ไอ้อาการที่เป็นอยู่ก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย ฉันก็สงสัยนะ แต่ไม่อยากถาม กระทั่งวันนี้ที่พี่บอมบอกว่ามีธุระแล้วฝากไอ้เฮียให้เข้าร้านแทน ซึ่งไอ้เฮียก็บ่นไม่หยุด ทั้งที่ปกติพี่บอมควรจะบ่นมากกว่า“ขอเอาทีดิ” ไอ้เฮียที่นอนเอนตัวยาวอยู่ที่โซฟาเอ่ยขึ้น ระหว่างที่ฉันกำลังนั่งดูบัญชีที่โต๊ะทำงาน หลังจากที่พี่บอมออกไปได้ประมาณครึ่งชั่วโมง“...” ฉันเงียบไม่ได้ใส่ใจ ก็อย่างที่รู้กันว่าไอ้เฮียมันบ้า แล้วช่วงนี้เขาก็เร่งปั๊มลูก ซึ่งลูกก็ยังไม่มาเลย แต่เราก็ไม่ได้ถึงขั้นซีเรียสแล้วทะเลาะกันหรอกนะ“หนู...”“...”“หนูพีชครับ”“...”“อยากจริง ๆ นะเนี่ย นอนดูคลิปแล้วมันมีอารมณ์ มาช่วงเอาลงหน่อยเร็ว”“...”“พีชจ๋า...”“ไอ้เฮีย ถ้าว่างมากก็นอนนิ่ง ๆ ค่ะ หนูดูบัญชีอยู่เห็นไหม จะกวนอะไรนักคะ ช่วยอยู่เงียบ ๆ ทีนะคะ” แนจ้องหน้าเขาที่กำลังมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่โอดครวญ แล้วพอโดนฉันดุ เขาก็สลดทันที“หดละ” ไอ้