Home / มาเฟีย / ล่ามเมีย / บทที่ 26 ลากคอมา

Share

บทที่ 26 ลากคอมา

last update publish date: 2026-03-17 14:00:30

           

           หลังจากนั้นลลิสาก็กลับมายังห้องเดิมของตัวเองอีกครั้งตามคำแนะนำของคานโล ทั้งที่ไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาไม่แม้แต่อธิบาย ไม่บอกอะไรกันเลยสักคำ

            ร่างเล็กยืนอยู่หน้ากระจกที่มีฝุ่นเกาะติด หากแต่ไม่หนาเตอะเท่าโต๊ะเครื่องแป้ง มองลำคอระหงที่มีรอยแดงเป็นปื้น เห็นรูปง่ามนิ้วทั้งห้าถึงกับริมฝีปากสั่นระริก เขาไม่ยั้งมือ กะเอากันถึงตาย

            ไหนว่าไม่อยากฆ่า

            แล้วเมื่อกี้มันคืออะไร

             หยดน้ำตาหล่นแหมะลงบนโต๊ะ เธอหลุบตาต่ำมองสิ่งนั้น และชะงักเล็กน้อย เนื่องจากไม่รู้ด้วยซ้ำว่าร้องไห้ตอนไหน เพียงแค่เห็นน้ำตาหยดแรก หยดต่อไปก็มาพร้อมกับเสียงสะอื้น ความกลัวที่มีทำให้ร่างบางต้องกอดตัวเองไว้แน่น ไม่เคยร้องหนักขนาดนี้มาก่อนเลย

            “พ่อขาแม่ขา สาจะรอดกลับไปหาไหมคะ”

            ด้านของเหมันต์ เวลาหลายชั่วโมงทำให้เขาใจเย็นลงบ้างแล้ว และจำได้ทั้งหมดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่แทนที่เขาจะรู้สึกผิดกลับไม่เลย

            ยังคงนั่งอยู่ตรงโต๊ะทำงานยกมือขึ้นกุมขมับก่อนนวดมันเบาๆ เขาปวดหัวซะจนต้องขอยามากิน ซึ่งตั้งแต่ตอนนั้นมาถึงตอนนี้ไม่ได้ถามหาเธอแม้แต่น้อย ทั้งที่ประเมินเหตุการณ์ได้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เขาทำลงไป ทำให้เธอบาดเจ็บหนัก

            จนกระทั่งทำงานเสร็จซึ่งผ่านไปแล้วหกชั่วโมงกว่า พร้อมกับฟ้าเริ่มที่เปลี่ยนสี เสียงประตูถูกเคาะ เขาที่อยู่ในท่าเอนหลังศีรษะหนุนพนักเปล่งเสียงออกไปหากแต่ไม่ได้เปิดเปลือกตา

            “เข้ามา”

            เป็นคานโล และนั่นเขารู้อยู่แล้ว เพราะเป็นคนบอกให้เขากลับมาพร้อมกับข้อมูล หลังสั่งให้ไปสืบ

            “ได้มาแล้วครับ ข้อมูลอยู่ในนี้ทั้งหมด”

            Flash Drive ถูกยื่นมาโดยลูกน้องคนสนิท ผู้เป็นนายรับมาถือไว้ด้วยสีหน้าราบเรียบ ก่อนจะนำมันเสียบกับคอมซึ่งเปิดค้างเอาไว้ สิ่งที่เห็นเป็นประวัติของลลิสาซะส่วนใหญ่ นอกนั้นเป็นคลิปวิดีโอเกี่ยวกับหลักฐานฉ้อโกงของศัตรู ซึ่งเขายังไม่สนใจมัน

            หน้าที่คานโลมักรู้อยู่แล้วว่าแม้จะหาข้อมูลมาให้ได้อย่างครบถ้วน ส่งถึงมือผู้เป็นนายในเวลาเท่าที่จะเร็วตามปัญญาที่มี ก็ยังต้องรายงานให้เขาฟัง เขาจึงก้มศีรษะลงเล็กน้อย

            “พ่อของเธอเป็นทูตครับ”

            ทว่าคานโลเป็นคนฉลาด มักรู้ใจนายเป็นที่สุด และประเมินสถานการณ์ได้ดีเยี่ยม สิ่งที่ควรจะทำ และคำไหนที่ควรถูกยกออกมาขีดเส้นใต้ว่าสำคัญ เขาจึงเลือกบรรทัดนั้น หากแต่มันคงกระชับไปหน่อย ก้านนิ้วแกร่งจังหวะเลื่อนเมาส์ถึงได้ชะงัก หัวคิ้วย่นเข้าหากันยุ่ง เหลือบมองลูกน้องที่จู่ๆก็เงียบไป

            “ต่อ..”

            “มีความสัมพันธ์รู้จักมักคุ้น” น้ำเสียงของคานโลขาดห้วง ตอนก้อนจุกติดคอ เพื่อทำกลืนลงไปก่อน “กับพ่อของเพื่อนสนิทที่กำลังตามหาเธออยู่ตอนนี้..ครับ”

            นั่นเพราะเขารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้บ้าง ถึงได้เตรียมรับมือไว้ ซึ่งแน่นอนว่าหากควบคุมไม่ได้สิ่งเดียวที่ควรทำเพื่อเอาตัวให้รอดคือ เงียบ ไม่พูด ไม่แสดงความเห็น จนกว่าคนเป็นนายจะร้องขอ

            “ทั้งคู่?”

            “ครับ สามตระกูลนี้รู้จักกัน”

            “กับพ่อไอ้คนที่ชื่อเหนือเมฆนั่นล่ะ สนิทกันแค่ไหน”

            “เอ่อ..”

            ยังไม่ทันได้คำตอบจากคานโล เพียงแค่เขาอ้ำอึ้งเหมันต์ก็เดาได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ มือข้างจับเมาส์ถูกละออกมากำไว้แน่น ดวงตาครั่นคร้ามจ้องมองเข้าไปในตาลึกที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นปนกลัว

            “ออกไป กูจะอ่านทั้งหมดเอง”

            “ครับ”

            แน่นอนว่านาทีนี้ คานโลจะต้องเร่งถอย การอยู่ตามลำพังในขณะที่เจ้านายนั้นกำลังฟุ้งซ่านเป็นสิ่งที่สมควร เพราะเขาต้องการสมาธิจึงไม่ควรมีอย่างอื่นเข้ามาแทรก

            ประตูถูกปิดพร้อมล็อคจากข้างในเป็นจังหวะเดียวกับที่เหมันต์หันไปมองจอคอม ความเงียบเข้าปกคลุมในห้องอีกครั้ง ได้ยินเพียงเสียงคลิกเมาส์และลมหายใจแรงของเขา สลับกับหัวคิ้วย่นเข้าหากันตามลำดับ จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเนื้อหาที่เขาอ่าน บทสรุปหลังจากอ่านมัน ได้พรากความรู้สึกเอ็นดูที่มีต่อลลิสาซึ่งน้อยนิดอยู่แล้ว หายไปด้วย

            มาเฟียหนุ่มทิ้งตัวลงกับพนักเก้าอี้ตัวที่นั่งอยู่อีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้หลับตาลง หากแต่มันคมกริบซะจนน่ากลัว เขาในยามนี้ไม่ต่างจากหมาป่าผู้เดียวดาย พลันหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างกันขึ้นมาแนบหู เพียงแต่กดโทรออกปลายสายก็รับ

            (ครับนาย)

            “เอาระเบิดนั่นมาให้กู แล้วไปลากคอลลิสามา”

            (ครับ? นายครับ ผมคิดว่า..)

            “กูสั่ง”

            เมื่อออกคำสั่งโทรศัพท์ เขาก็กระแทกมันลงบนโต๊ะทันทีด้วยอารมณ์คุกรุ่น ก่อนจะลุกไปสูบบุหรี่ และจากนั้นไม่นานร่างบางก็โผล่มา

            “มะ มาแล้วค่ะ”

            จากแค่ร้อนๆหนาวๆระหว่างเดินทางมา พอมาประจันหน้ากับเขาอีกครั้งถึงได้รู้แท้จริงเธอเป็นไข้ ร่างบางชะงักเลิ่กลั่กตามประสาคนหวาดกลัว เผลอๆอาจแพนิคไปแล้วด้วย และนั่นเป็นสาเหตุให้เธอไม่กล้าสบตาเขา ในขณะที่เขามองกลับมาด้วยสายตาที่นิ่ง

            มารู้ตัวอีกทีบานประตูถูกปิดกลับด้วยมือของคานโลแล้ว และนั่นทำให้เธอตัวเบาอีกครั้ง เพิ่งรู้ว่าการยืนอยู่สองต่อสองในห้องที่เงียบกริบกับผู้ชายที่หล่อเป็นบ้า เป็นอะไรที่สยองมากเหมือนว่าเธอกำลังจะบ้าไปด้วย ไม่รู้จะจัดการยังไง ได้แต่ดึงมือตัวเองมาผสาน บีบเข้าหากันแน่นจนรู้สึกเจ็บ

            “นั่งลงสิ”

            ท่าทางของเขาเรียบเฉยจนเดาทางไม่ถูก แต่หากประเมินตามเหตุการณ์ เธอควรจะทำตามที่เขาบอกอย่างเคร่งครัด

            ร่างเล็กเดินช้าไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมที่ถูกบีบคอก่อนหน้า ถึงตอนนี้ก็ยังไม่กล้าสบตาเขา มาเฟียหนุ่มที่เดินเข้ามาด้วยท่าทางน่ายำเกรง

            “เจ็บหรือเปล่า”

            เพราะมัวแต่ประหม่านึกถึงเหตุการณ์นั้น รู้ตัวอีกทีเขาก็เข้ามาหยุดอยู่ใกล้ๆแล้ว ไม่พอยังยื่นมือมากะจะสัมผัสตรงรอยช้ำนั้นอีก ทว่าเธอกลับเอนตัวหลบ เป็นสัญชาตญาณที่เจ้าตัวเองยังตกใจ หญิงสาวชะงักลบริมฝีปากที่แห้งผาก ทอดมองเขาพร้อมตวัดมือหวังปกป้องใบหน้า และแน่นอนว่าท่าทางกลัวจนตัวสั่นทำให้เขาหยุด นิ่งงันอยู่พักถึงจะดึงตัวไปยืนหลังตรงเหมือนเก่า

            เธอไม่ตอบ แต่เบือนหน้าไปทางอื่น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ล่ามเมีย    บทที่ 183 ตอนพิเศษ 5

    เช้าวันอาทิตย์ที่ควรจะเงียบสงบ กลับกลายเป็นวันแห่งความตึงเครียดที่สุดของเหมันต์ มาเฟียใหญ่ที่เคยจับดาบนิ่งสนิทลุยสมรภูมิรบมานับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้กำลังเผชิญหน้ากับภารกิจที่ใหญ่หลวงที่สุดในชีวิต นั่นคือ "การอาบน้ำให้ลูกสาววัยสองสัปดาห์เป็นครั้งแรก"ภายในห้องน้ำที่เปิดเครื่องทำน้ำอุ่นจนอุณหภูมิกำลังสบาย อ่างอาบน้ำเด็กสีพาสเทลแบรนด์หรูถูกเติมน้ำอุ่นจนได้ระดับ เหมันต์ในชุดเสื้อยืดสีดำพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นรอยสักเต็มท่อนแขน กำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนม้านั่งตัวเตี้ย ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียด คิ้วหนาขมวดม้วนแน่นจนแทบจะผูกเป็นโบว์ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มกรอบหน้าและแผ่นหลังจนเสื้อเปียกชุ่ม ทั้งที่ชั่วโมงนี้แอร์ในห้องยังเย็นฉ่ำ“เหมันต์คะ ผ่อนคลายหน่อยค่ะ คุณเกร็งจนลูกพลอยลุ้นไปด้วยแล้วนะ”ลลิสาที่นั่งประคองอยู่ข้างๆ หลุดขำออกมาเบาๆ ยามเห็นสามีร่างยักษ์ทำท่าทางราวกับกำลังจะกู้ระเบิดเวลา“คุณดูสิ ไลลาของผมตัวเล็กนิดเดียว ผมกลัวลูกเจ็บ”น้ำเสียงที่เคยทรงอิทธิพลและน่าเกรงขาม บัดนี้กลับสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด“ถ้าอย่างนั้น มาค่ะ..เดี๋ยวสาช่วย”ลลิสาคอยบอกทีละขั้นตอนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเหมันต์สูดหายใจ

  • ล่ามเมีย    บทที่ 182 ตอนพิเศษ 4

    ภายในห้องคลอดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาและเสียงเตือนจากเครื่องมือแพทย์ เหมันต์ในชุดปลอดเชื้อสีเขียวเข้มกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้ มือหนาอันสั่นเทากุมมือเรียวบางของลลิสาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ใบหน้าคมคายที่มักจะเรียบเฉยบัดนี้เต็มไปด้วยความกังวล สายตาคมจับจ้องเพียงแค่ใบหน้าซีดเซียวของภรรยาตัวน้อยที่มีหยาดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า“อื้อ... เหมันต์... สาเจ็บ” ลลิสาสูดหายใจเข้าลึก ร่างกายสั่นสะท้านจากแรงบีบรัดของมดลูกที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยน้ำตาจากความเจ็บปวดที่แทบจะทนไม่ไหว“มากไหม มันเจ็บแค่ไหนกันลสิลา...”“เจ็บมากค่ะ แต่ก็มีความสุข..เรากำลังเห็นหน้าลูกของเราแล้วนะคะ”เหมันต์กระซิบเสียงสั่นพร่า เขาใช้ผ้าก๊อซชุบน้ำคอยซับเหงื่อที่หน้าผากและแก้มใสอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะก้มลงประทับจูบลงบนหลังมือของเธอซ้ำๆ ราวกับต้องการจะรับเอาความเจ็บปวดทั้งหมดนั้นมาไว้ที่ตัวเอง“เอาล่ะครับคุณแม่ มดลูกเปิดเต็มที่แล้วนะครับ เตรียมตัวเบ่งตามจังหวะที่หมอบอกนะ... หนึ่ง สอง สาม เบ่งครับ!” เสียงคุณหมอสูติฯ ดังขึ้นเป็นสัญญาณเริ่มสมรภูมิครั้งสำคัญ“อื้อออออออ!” ลลิสากัดฟันเบ่งสุดแรงเกิ

  • ล่ามเมีย    บทที่ 181 ตอนพิเศษ 3

    ลลิสาซบหน้าลงกับอกอุ่น ยิ้มรับคำพูดของสามีด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข สายตาของทั้งคู่ทอดมองไปยังเตียงหลังน้อยที่ถูกสร้างขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงและความรักของคนเป็นพ่ออย่างแท้จริงแสงแดดอุ่นๆ ยามบ่ายส่องผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามาในห้องเนอสเซอรี่ บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความรักและความตื่นเต้น เหมันต์และลลิสากำลังช่วยกันตกแต่งเตียงเด็กอ่อนไม้โอ๊กที่เพิ่งประกอบเสร็จเมื่อวันก่อนให้สมบูรณ์พร้อมต้อนรับลูกสาวตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลก“เหมันต์คะ... ช่วยหยิบกล่องโมบายดนตรีตรงนั้นให้สาหน่อยค่ะ” ลลิสาในชุดเดรสคลุมท้องผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มเอ่ยบอกสามี พลางใช้มือข้างหนึ่งประคองหน้าท้องกลมโตวัยแปดเดือนเศษไว้เหมันต์ขยับกายอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มเอื้อมหยิบกล่องอุปกรณ์แบรนด์หรูมาเปิดออกอย่างระมัดระวัง ภายในมีก้านโมบายสีขาวและตุ๊กตาผ้าทอมือรูปก้อนเมฆ พระจันทร์เสี้ยว และดวงดาวดวงน้อยหลากสีสันพาสเทลห้อยระย้าอยู่ มาเฟียหนุ่มร่างยักษ์บรรจงหยิบชิ้นส่วนเหล่านั้นขึ้นมาเกาะเข้ากับขอบเตียงไม้ด้วยท่าทางตั้งอกตั้งใจ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดราวกับกำลังกู้ระเบิด แต่สายตาที่จ้องมองของเล่นชิ้นจิ๋วกลับอ่อนโยนอย่างไม่เคยเป็

  • ล่ามเมีย    บทที่ 180 ตอนพิเศษ 2

    “เดี๋ยว...” ลลิสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบดึงแขนเสื้อของสามีไว้“หลังนึงเอาไว้ห้องนอนใหญ่ของเรา อีกหลังเอาไว้ห้องเนอสเซอรี่ ส่วนอีกหลังเอาไว้ที่ห้องทำงานผม... เวลาคุณพาลูกไปหาผม จะได้มีที่นอน” เหมันต์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับเป็นเรื่องปกติธรรมดา ก่อนจะหันไปสั่งพนักงานต่อโดยไม่เปิดโอกาสให้ลลิสาได้ประท้วง“แล้วก็... โซนเสื้อผ้าเด็กอ่อนตรงนั้น คอลเลกชันเด็กผู้หญิงแรกเกิดจนถึงหนึ่งขวบ ผมเอาทั้งหมด จัดไซส์ละสองชุด”“คะ... คุณคะ!”พนักงานร้านถึงกับมือสั่น ตาโตด้วยความตื่นเต้นตื้นตันที่จะทำยอดทะลุเป้าในวันเดียว“ใช่ ทั้งหมวก ถุงมือ ถุงเท้า อ่างอาบน้ำทองคำขาวตรงนั้นด้วย... อ้อ แล้วก็รถเข็นเด็กคันที่แพงที่สุดและปลอดภัยที่สุดในร้าน เอามาด้วย” เหมันต์สั่งรัวๆ ราวกับกำลังช๊อปปิ้งในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป“เหมันต์! พอแล้วค่ะ สาใส่ให้ลูกไม่ทันหรอกนะคะ ของพวกนี้เด็กๆ โตไวจะตายไป” ลลิสารีบเข้ามากอดแขนหนา พยายามจะยื้อบัตรเครดิตคืนมา แต่เหมันต์กลับรวบตัวเธอเข้ามาแนบชิดอกแกร่งอย่างนึกเอ็นดู มือหนาลูบหัวทุยสวยของภรรยาอย่างเบามือ“เงินผมมีให้ลูกกับคุณใช้ไปทั้งชาติก็ไม่หมดหรอก... อะไรที่ทำให้คุณมีค

  • ล่ามเมีย    บทที่ 179 ตอนพิเศษ 1

    บรรยากาศภายในร้านเสื้อผ้าและของใช้เด็กอ่อนอบอวลไปด้วยความอบอุ่น แสงไฟสีนวลตาตกกระทบลงบนชุดบอดี้สูทตัวจิ๋วหลากสีสันที่แขวนเรียงรายอยู่เป็นเซ็ท ลลิสาในชุดคลุมท้องสีหวานเดินอมยิ้มพลางลูบหน้าท้องนูนเด่นของตัวเองในวัยเจ็ดเดือน สายตาของเธอเป็นประกายระยับยามที่ได้มองข้าวของชิ้นเล็กชิ้นน้อย โดยมีสามีที่น่ารักเดินตามอยู่ไม่ห่าง มือหนาของเขาเข็นรถเข็นคันใหญ่ที่บัดนี้มีทั้งผ้าอ้อมเนื้อนุ่มและขวดนมแบรนด์ดังวางอยู่จนเกือบเต็ม“คุณคะ ดูชุดนี้สิคะ... น่ารักจังเลย”ลลิสาหยิบชุดบอดี้สูทสีชมพูพาสเทลที่มีระบายลูกไม้เล็กๆ ตรงช่วงไหล่ขึ้นมาแนบกับอก ใบหน้าหวานของเธอยิ้มกว้างเหมันต์หยุดรถเข็นแล้วขยับเข้าไปยืนซ้อนหลังร่างบาง มือหนาเอื้อมไปกุมมือเธอที่ถือชุดอยู่ สายตาคมกริบที่เคยดุดันบัดนี้อ่อนแสงลงจนเหลือเพียงความเอ็นดู เขาก้มลงกระซิบชิดใบหูเล็ก“เล็กขนาดนี้ ลูกจะใส่ได้เหรอสา... ใส่อันนี้ได้ก็ตัวเท่าลูกแมวเพิ่งคลอดเลยนะ”“ก็เด็กแรกเกิดตัวเล็กเท่านี้แหละค่ะ คุณพ่อนี่ไม่รู้อะไรเลย” ลลิสาหันมาค้อนขวับเบาๆ แต่แก้มใสของอีกคนกลับขึ้นสีระเรื่อ เมื่อเธอเรียกตัวเองว่าพ่ออย่างเต็มปากเต็มคำ“ถ้างั้นก็ซื้อไปเถอะ อะไรท

  • ล่ามเมีย    บทที่ 178 สมหวัง

    “มีลูกให้ผมนะ”“หืม..ลูกเหรอ”ลลิสาอุทานแผ่วเบาพลันหลุดยิ้ม“ใช่ หรือว่าคุณไม่อยากมี” เหมันต์กระซิบเสียงพร่าชิดใบหู ใบหน้าคมคายซุกไซ้ลงกับซอกคอขาวระหงจูบพรมอย่างแผ่วเบาไปทั่ว สัมผัสของเขาใต้หยาดน้ำอุ่นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและนุ่มนวล ทว่าทำเอาหัวใจของลลิสาเต้นไม่เป็นสรรพฝ่ามือหนาช่วยลูบไล้หยาดน้ำสบู่ชำระล้างร่างกายให้เธออย่างสุภาพและเกรงใจ ท่ามกลางสายน้ำที่ไหลผ่าน ยิ่งหล่อหลอมให้เนื้อแท้ของความสัมพันธ์แนบแน่นจนแทบไร้ช่องว่าง ทั้งคู่สบตากันผ่านม่านน้ำใส ส่งยิ้มให้กันด้วยความรักทั้งหมดที่มี ก่อนที่เหมันต์จะก้มลงมอบจุมพิตแสนหวานรสละมุนรสหวานชื่นใจเป็นการปิดท้ายกิจกรรมยามเช้าหลังจากอาบน้ำเสร็จ ลลิสาช่วยเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขา ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในชุดลำลอง เหมันต์เดินเข้ามาสวมกอดเธอจากทางด้านหลังพลางส่งยิ้มหวานผ่านกระจก“พร้อมไปเดินเล่นในไร่องุ่นหรือยังคะ... ท่านประธานของสา”“พร้อมตั้งนานแล้ว... ”เหมันต์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาพราวระยับเปี่ยมสุข เขาปล่อยอ้อมกอดแล้วเปลี่ยนมาจับมือบางของเธอไว้แน่น พร้อมที่จะออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์และก้าวเดินสู่อนาคตใหม่เคียงข้างเธอด้วยขาที่แข็งแรงคู่น

  • ล่ามเมีย    บทที่ 158 พาร์ทเนอร์คนใหม่

    เมื่อความมืดเข้าปกคลุมน่านฟ้า แสงไฟในห้องโดยสารเริ่มสลัวลง น้ำตาที่สะกดกลั้นมานานก็ไหลอาบแก้มเนียนเงียบๆ ลลิสายกมือขึ้นกอดตัวเองซุกหน้าลงกับหมอนใบเล็ก สะอื้นไห้จนตัวโยนโดยไร้เสียง เพื่อไม่ให้รบกวนผู้โดยสารคนอื่น ...เธอไม่ได้อยากห่างกับเขาเลยสักนิด . . บรรยากาศภาย

  • ล่ามเมีย    บทที่ 157 จากลารอบสอง

    ภายในห้องนั่งเล่นที่แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามา แต่กลับไม่อาจขับไล่ความหนาวเหน็บในใจของคนทั้งคู่ได้ ลลิสาอยู่หน้ากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ มือเรียวของเธอจัดเสื้อผ้าเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อซ่อนความสั่นเทา อย่างที่บอก..เธอเลือกทีจะเก็บความจริงไว้ข้างหลัง ยอมให้คนทั้งโลกสรุปเอาเองว่าสามีของเธอได้ตายไปแล้ว

  • ล่ามเมีย    บทที่ 145 ภาพจำยังวนเวียน

    อิตาลี แสงแดดอุ่นๆ ยามบ่ายทอดผ่านหน้าต่างกระจกบานโตของสถาบันแฟชั่นชื่อดังใจกลางเมืองมิลาน ฝุ่นชอล์กเขียนผ้าลอยละล่องอยู่ในอากาศ ผสมกับกลิ่นอายของผ้าไหมดิบและหนังแท้ชั้นดี ลลิสาในชุดสูทเบลเซอร์คัตติ้งเนี้ยบยืนอยู่หน้าหุ่นลองเสื้อ นิ้วเรียวยาวพยายามจัดระเบียบเดรปผ้

  • ล่ามเมีย    บทที่ 137 นอนซม

    โทรศัพท์ที่ตกหล่นลงพื้นไม่ได้ถูกหยิบกลับขึ้นมา การยืนอยู่ตรงนี้ก็เช่นกันไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหนไกล มีเพียงแก้วน้ำก่อนหน้านี้ที่เคยถือไว้โชคดีมากเธอวางลงบนโต๊ะไปก่อนที่จะกดรับสาย ไม่อย่างนั้นคงได้ตกแตกด้วย ไม่มีคำพูดอะไรออกมาจากปากเธอ และเหมือนว่าจะไม่มีน้ำตาภายในวินาทีนั้น เธอลื

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status