Beranda / มาเฟีย / ล่ามเมีย / บทที่ 26 ลากคอมา

Share

บทที่ 26 ลากคอมา

last update Tanggal publikasi: 2026-03-17 14:00:30

           

           หลังจากนั้นลลิสาก็กลับมายังห้องเดิมของตัวเองอีกครั้งตามคำแนะนำของคานโล ทั้งที่ไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาไม่แม้แต่อธิบาย ไม่บอกอะไรกันเลยสักคำ

            ร่างเล็กยืนอยู่หน้ากระจกที่มีฝุ่นเกาะติด หากแต่ไม่หนาเตอะเท่าโต๊ะเครื่องแป้ง มองลำคอระหงที่มีรอยแดงเป็นปื้น เห็นรูปง่ามนิ้วทั้งห้าถึงกับริมฝีปากสั่นระริก เขาไม่ยั้งมือ กะเอากันถึงตาย

            ไหนว่าไม่อยากฆ่า

            แล้วเมื่อกี้มันคืออะไร

             หยดน้ำตาหล่นแหมะลงบนโต๊ะ เธอหลุบตาต่ำมองสิ่งนั้น และชะงักเล็กน้อย เนื่องจากไม่รู้ด้วยซ้ำว่าร้องไห้ตอนไหน เพียงแค่เห็นน้ำตาหยดแรก หยดต่อไปก็มาพร้อมกับเสียงสะอื้น ความกลัวที่มีทำให้ร่างบางต้องกอดตัวเองไว้แน่น ไม่เคยร้องหนักขนาดนี้มาก่อนเลย

            “พ่อขาแม่ขา สาจะรอดกลับไปหาไหมคะ”

            ด้านของเหมันต์ เวลาหลายชั่วโมงทำให้เขาใจเย็นลงบ้างแล้ว และจำได้ทั้งหมดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่แทนที่เขาจะรู้สึกผิดกลับไม่เลย

            ยังคงนั่งอยู่ตรงโต๊ะทำงานยกมือขึ้นกุมขมับก่อนนวดมันเบาๆ เขาปวดหัวซะจนต้องขอยามากิน ซึ่งตั้งแต่ตอนนั้นมาถึงตอนนี้ไม่ได้ถามหาเธอแม้แต่น้อย ทั้งที่ประเมินเหตุการณ์ได้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เขาทำลงไป ทำให้เธอบาดเจ็บหนัก

            จนกระทั่งทำงานเสร็จซึ่งผ่านไปแล้วหกชั่วโมงกว่า พร้อมกับฟ้าเริ่มที่เปลี่ยนสี เสียงประตูถูกเคาะ เขาที่อยู่ในท่าเอนหลังศีรษะหนุนพนักเปล่งเสียงออกไปหากแต่ไม่ได้เปิดเปลือกตา

            “เข้ามา”

            เป็นคานโล และนั่นเขารู้อยู่แล้ว เพราะเป็นคนบอกให้เขากลับมาพร้อมกับข้อมูล หลังสั่งให้ไปสืบ

            “ได้มาแล้วครับ ข้อมูลอยู่ในนี้ทั้งหมด”

            Flash Drive ถูกยื่นมาโดยลูกน้องคนสนิท ผู้เป็นนายรับมาถือไว้ด้วยสีหน้าราบเรียบ ก่อนจะนำมันเสียบกับคอมซึ่งเปิดค้างเอาไว้ สิ่งที่เห็นเป็นประวัติของลลิสาซะส่วนใหญ่ นอกนั้นเป็นคลิปวิดีโอเกี่ยวกับหลักฐานฉ้อโกงของศัตรู ซึ่งเขายังไม่สนใจมัน

            หน้าที่คานโลมักรู้อยู่แล้วว่าแม้จะหาข้อมูลมาให้ได้อย่างครบถ้วน ส่งถึงมือผู้เป็นนายในเวลาเท่าที่จะเร็วตามปัญญาที่มี ก็ยังต้องรายงานให้เขาฟัง เขาจึงก้มศีรษะลงเล็กน้อย

            “พ่อของเธอเป็นทูตครับ”

            ทว่าคานโลเป็นคนฉลาด มักรู้ใจนายเป็นที่สุด และประเมินสถานการณ์ได้ดีเยี่ยม สิ่งที่ควรจะทำ และคำไหนที่ควรถูกยกออกมาขีดเส้นใต้ว่าสำคัญ เขาจึงเลือกบรรทัดนั้น หากแต่มันคงกระชับไปหน่อย ก้านนิ้วแกร่งจังหวะเลื่อนเมาส์ถึงได้ชะงัก หัวคิ้วย่นเข้าหากันยุ่ง เหลือบมองลูกน้องที่จู่ๆก็เงียบไป

            “ต่อ..”

            “มีความสัมพันธ์รู้จักมักคุ้น” น้ำเสียงของคานโลขาดห้วง ตอนก้อนจุกติดคอ เพื่อทำกลืนลงไปก่อน “กับพ่อของเพื่อนสนิทที่กำลังตามหาเธออยู่ตอนนี้..ครับ”

            นั่นเพราะเขารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้บ้าง ถึงได้เตรียมรับมือไว้ ซึ่งแน่นอนว่าหากควบคุมไม่ได้สิ่งเดียวที่ควรทำเพื่อเอาตัวให้รอดคือ เงียบ ไม่พูด ไม่แสดงความเห็น จนกว่าคนเป็นนายจะร้องขอ

            “ทั้งคู่?”

            “ครับ สามตระกูลนี้รู้จักกัน”

            “กับพ่อไอ้คนที่ชื่อเหนือเมฆนั่นล่ะ สนิทกันแค่ไหน”

            “เอ่อ..”

            ยังไม่ทันได้คำตอบจากคานโล เพียงแค่เขาอ้ำอึ้งเหมันต์ก็เดาได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ มือข้างจับเมาส์ถูกละออกมากำไว้แน่น ดวงตาครั่นคร้ามจ้องมองเข้าไปในตาลึกที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นปนกลัว

            “ออกไป กูจะอ่านทั้งหมดเอง”

            “ครับ”

            แน่นอนว่านาทีนี้ คานโลจะต้องเร่งถอย การอยู่ตามลำพังในขณะที่เจ้านายนั้นกำลังฟุ้งซ่านเป็นสิ่งที่สมควร เพราะเขาต้องการสมาธิจึงไม่ควรมีอย่างอื่นเข้ามาแทรก

            ประตูถูกปิดพร้อมล็อคจากข้างในเป็นจังหวะเดียวกับที่เหมันต์หันไปมองจอคอม ความเงียบเข้าปกคลุมในห้องอีกครั้ง ได้ยินเพียงเสียงคลิกเมาส์และลมหายใจแรงของเขา สลับกับหัวคิ้วย่นเข้าหากันตามลำดับ จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเนื้อหาที่เขาอ่าน บทสรุปหลังจากอ่านมัน ได้พรากความรู้สึกเอ็นดูที่มีต่อลลิสาซึ่งน้อยนิดอยู่แล้ว หายไปด้วย

            มาเฟียหนุ่มทิ้งตัวลงกับพนักเก้าอี้ตัวที่นั่งอยู่อีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้หลับตาลง หากแต่มันคมกริบซะจนน่ากลัว เขาในยามนี้ไม่ต่างจากหมาป่าผู้เดียวดาย พลันหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างกันขึ้นมาแนบหู เพียงแต่กดโทรออกปลายสายก็รับ

            (ครับนาย)

            “เอาระเบิดนั่นมาให้กู แล้วไปลากคอลลิสามา”

            (ครับ? นายครับ ผมคิดว่า..)

            “กูสั่ง”

            เมื่อออกคำสั่งโทรศัพท์ เขาก็กระแทกมันลงบนโต๊ะทันทีด้วยอารมณ์คุกรุ่น ก่อนจะลุกไปสูบบุหรี่ และจากนั้นไม่นานร่างบางก็โผล่มา

            “มะ มาแล้วค่ะ”

            จากแค่ร้อนๆหนาวๆระหว่างเดินทางมา พอมาประจันหน้ากับเขาอีกครั้งถึงได้รู้แท้จริงเธอเป็นไข้ ร่างบางชะงักเลิ่กลั่กตามประสาคนหวาดกลัว เผลอๆอาจแพนิคไปแล้วด้วย และนั่นเป็นสาเหตุให้เธอไม่กล้าสบตาเขา ในขณะที่เขามองกลับมาด้วยสายตาที่นิ่ง

            มารู้ตัวอีกทีบานประตูถูกปิดกลับด้วยมือของคานโลแล้ว และนั่นทำให้เธอตัวเบาอีกครั้ง เพิ่งรู้ว่าการยืนอยู่สองต่อสองในห้องที่เงียบกริบกับผู้ชายที่หล่อเป็นบ้า เป็นอะไรที่สยองมากเหมือนว่าเธอกำลังจะบ้าไปด้วย ไม่รู้จะจัดการยังไง ได้แต่ดึงมือตัวเองมาผสาน บีบเข้าหากันแน่นจนรู้สึกเจ็บ

            “นั่งลงสิ”

            ท่าทางของเขาเรียบเฉยจนเดาทางไม่ถูก แต่หากประเมินตามเหตุการณ์ เธอควรจะทำตามที่เขาบอกอย่างเคร่งครัด

            ร่างเล็กเดินช้าไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมที่ถูกบีบคอก่อนหน้า ถึงตอนนี้ก็ยังไม่กล้าสบตาเขา มาเฟียหนุ่มที่เดินเข้ามาด้วยท่าทางน่ายำเกรง

            “เจ็บหรือเปล่า”

            เพราะมัวแต่ประหม่านึกถึงเหตุการณ์นั้น รู้ตัวอีกทีเขาก็เข้ามาหยุดอยู่ใกล้ๆแล้ว ไม่พอยังยื่นมือมากะจะสัมผัสตรงรอยช้ำนั้นอีก ทว่าเธอกลับเอนตัวหลบ เป็นสัญชาตญาณที่เจ้าตัวเองยังตกใจ หญิงสาวชะงักลบริมฝีปากที่แห้งผาก ทอดมองเขาพร้อมตวัดมือหวังปกป้องใบหน้า และแน่นอนว่าท่าทางกลัวจนตัวสั่นทำให้เขาหยุด นิ่งงันอยู่พักถึงจะดึงตัวไปยืนหลังตรงเหมือนเก่า

            เธอไม่ตอบ แต่เบือนหน้าไปทางอื่น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ล่ามเมีย    บทที่ 183 ตอนพิเศษ 5

    เช้าวันอาทิตย์ที่ควรจะเงียบสงบ กลับกลายเป็นวันแห่งความตึงเครียดที่สุดของเหมันต์ มาเฟียใหญ่ที่เคยจับดาบนิ่งสนิทลุยสมรภูมิรบมานับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้กำลังเผชิญหน้ากับภารกิจที่ใหญ่หลวงที่สุดในชีวิต นั่นคือ "การอาบน้ำให้ลูกสาววัยสองสัปดาห์เป็นครั้งแรก"ภายในห้องน้ำที่เปิดเครื่องทำน้ำอุ่นจนอุณหภูมิกำลังสบาย อ่างอาบน้ำเด็กสีพาสเทลแบรนด์หรูถูกเติมน้ำอุ่นจนได้ระดับ เหมันต์ในชุดเสื้อยืดสีดำพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นรอยสักเต็มท่อนแขน กำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนม้านั่งตัวเตี้ย ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียด คิ้วหนาขมวดม้วนแน่นจนแทบจะผูกเป็นโบว์ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มกรอบหน้าและแผ่นหลังจนเสื้อเปียกชุ่ม ทั้งที่ชั่วโมงนี้แอร์ในห้องยังเย็นฉ่ำ“เหมันต์คะ ผ่อนคลายหน่อยค่ะ คุณเกร็งจนลูกพลอยลุ้นไปด้วยแล้วนะ”ลลิสาที่นั่งประคองอยู่ข้างๆ หลุดขำออกมาเบาๆ ยามเห็นสามีร่างยักษ์ทำท่าทางราวกับกำลังจะกู้ระเบิดเวลา“คุณดูสิ ไลลาของผมตัวเล็กนิดเดียว ผมกลัวลูกเจ็บ”น้ำเสียงที่เคยทรงอิทธิพลและน่าเกรงขาม บัดนี้กลับสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด“ถ้าอย่างนั้น มาค่ะ..เดี๋ยวสาช่วย”ลลิสาคอยบอกทีละขั้นตอนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเหมันต์สูดหายใจ

  • ล่ามเมีย    บทที่ 182 ตอนพิเศษ 4

    ภายในห้องคลอดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาและเสียงเตือนจากเครื่องมือแพทย์ เหมันต์ในชุดปลอดเชื้อสีเขียวเข้มกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้ มือหนาอันสั่นเทากุมมือเรียวบางของลลิสาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ใบหน้าคมคายที่มักจะเรียบเฉยบัดนี้เต็มไปด้วยความกังวล สายตาคมจับจ้องเพียงแค่ใบหน้าซีดเซียวของภรรยาตัวน้อยที่มีหยาดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า“อื้อ... เหมันต์... สาเจ็บ” ลลิสาสูดหายใจเข้าลึก ร่างกายสั่นสะท้านจากแรงบีบรัดของมดลูกที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยน้ำตาจากความเจ็บปวดที่แทบจะทนไม่ไหว“มากไหม มันเจ็บแค่ไหนกันลสิลา...”“เจ็บมากค่ะ แต่ก็มีความสุข..เรากำลังเห็นหน้าลูกของเราแล้วนะคะ”เหมันต์กระซิบเสียงสั่นพร่า เขาใช้ผ้าก๊อซชุบน้ำคอยซับเหงื่อที่หน้าผากและแก้มใสอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะก้มลงประทับจูบลงบนหลังมือของเธอซ้ำๆ ราวกับต้องการจะรับเอาความเจ็บปวดทั้งหมดนั้นมาไว้ที่ตัวเอง“เอาล่ะครับคุณแม่ มดลูกเปิดเต็มที่แล้วนะครับ เตรียมตัวเบ่งตามจังหวะที่หมอบอกนะ... หนึ่ง สอง สาม เบ่งครับ!” เสียงคุณหมอสูติฯ ดังขึ้นเป็นสัญญาณเริ่มสมรภูมิครั้งสำคัญ“อื้อออออออ!” ลลิสากัดฟันเบ่งสุดแรงเกิ

  • ล่ามเมีย    บทที่ 181 ตอนพิเศษ 3

    ลลิสาซบหน้าลงกับอกอุ่น ยิ้มรับคำพูดของสามีด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข สายตาของทั้งคู่ทอดมองไปยังเตียงหลังน้อยที่ถูกสร้างขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงและความรักของคนเป็นพ่ออย่างแท้จริงแสงแดดอุ่นๆ ยามบ่ายส่องผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามาในห้องเนอสเซอรี่ บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความรักและความตื่นเต้น เหมันต์และลลิสากำลังช่วยกันตกแต่งเตียงเด็กอ่อนไม้โอ๊กที่เพิ่งประกอบเสร็จเมื่อวันก่อนให้สมบูรณ์พร้อมต้อนรับลูกสาวตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลก“เหมันต์คะ... ช่วยหยิบกล่องโมบายดนตรีตรงนั้นให้สาหน่อยค่ะ” ลลิสาในชุดเดรสคลุมท้องผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มเอ่ยบอกสามี พลางใช้มือข้างหนึ่งประคองหน้าท้องกลมโตวัยแปดเดือนเศษไว้เหมันต์ขยับกายอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มเอื้อมหยิบกล่องอุปกรณ์แบรนด์หรูมาเปิดออกอย่างระมัดระวัง ภายในมีก้านโมบายสีขาวและตุ๊กตาผ้าทอมือรูปก้อนเมฆ พระจันทร์เสี้ยว และดวงดาวดวงน้อยหลากสีสันพาสเทลห้อยระย้าอยู่ มาเฟียหนุ่มร่างยักษ์บรรจงหยิบชิ้นส่วนเหล่านั้นขึ้นมาเกาะเข้ากับขอบเตียงไม้ด้วยท่าทางตั้งอกตั้งใจ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดราวกับกำลังกู้ระเบิด แต่สายตาที่จ้องมองของเล่นชิ้นจิ๋วกลับอ่อนโยนอย่างไม่เคยเป็

  • ล่ามเมีย    บทที่ 180 ตอนพิเศษ 2

    “เดี๋ยว...” ลลิสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบดึงแขนเสื้อของสามีไว้“หลังนึงเอาไว้ห้องนอนใหญ่ของเรา อีกหลังเอาไว้ห้องเนอสเซอรี่ ส่วนอีกหลังเอาไว้ที่ห้องทำงานผม... เวลาคุณพาลูกไปหาผม จะได้มีที่นอน” เหมันต์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับเป็นเรื่องปกติธรรมดา ก่อนจะหันไปสั่งพนักงานต่อโดยไม่เปิดโอกาสให้ลลิสาได้ประท้วง“แล้วก็... โซนเสื้อผ้าเด็กอ่อนตรงนั้น คอลเลกชันเด็กผู้หญิงแรกเกิดจนถึงหนึ่งขวบ ผมเอาทั้งหมด จัดไซส์ละสองชุด”“คะ... คุณคะ!”พนักงานร้านถึงกับมือสั่น ตาโตด้วยความตื่นเต้นตื้นตันที่จะทำยอดทะลุเป้าในวันเดียว“ใช่ ทั้งหมวก ถุงมือ ถุงเท้า อ่างอาบน้ำทองคำขาวตรงนั้นด้วย... อ้อ แล้วก็รถเข็นเด็กคันที่แพงที่สุดและปลอดภัยที่สุดในร้าน เอามาด้วย” เหมันต์สั่งรัวๆ ราวกับกำลังช๊อปปิ้งในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป“เหมันต์! พอแล้วค่ะ สาใส่ให้ลูกไม่ทันหรอกนะคะ ของพวกนี้เด็กๆ โตไวจะตายไป” ลลิสารีบเข้ามากอดแขนหนา พยายามจะยื้อบัตรเครดิตคืนมา แต่เหมันต์กลับรวบตัวเธอเข้ามาแนบชิดอกแกร่งอย่างนึกเอ็นดู มือหนาลูบหัวทุยสวยของภรรยาอย่างเบามือ“เงินผมมีให้ลูกกับคุณใช้ไปทั้งชาติก็ไม่หมดหรอก... อะไรที่ทำให้คุณมีค

  • ล่ามเมีย    บทที่ 179 ตอนพิเศษ 1

    บรรยากาศภายในร้านเสื้อผ้าและของใช้เด็กอ่อนอบอวลไปด้วยความอบอุ่น แสงไฟสีนวลตาตกกระทบลงบนชุดบอดี้สูทตัวจิ๋วหลากสีสันที่แขวนเรียงรายอยู่เป็นเซ็ท ลลิสาในชุดคลุมท้องสีหวานเดินอมยิ้มพลางลูบหน้าท้องนูนเด่นของตัวเองในวัยเจ็ดเดือน สายตาของเธอเป็นประกายระยับยามที่ได้มองข้าวของชิ้นเล็กชิ้นน้อย โดยมีสามีที่น่ารักเดินตามอยู่ไม่ห่าง มือหนาของเขาเข็นรถเข็นคันใหญ่ที่บัดนี้มีทั้งผ้าอ้อมเนื้อนุ่มและขวดนมแบรนด์ดังวางอยู่จนเกือบเต็ม“คุณคะ ดูชุดนี้สิคะ... น่ารักจังเลย”ลลิสาหยิบชุดบอดี้สูทสีชมพูพาสเทลที่มีระบายลูกไม้เล็กๆ ตรงช่วงไหล่ขึ้นมาแนบกับอก ใบหน้าหวานของเธอยิ้มกว้างเหมันต์หยุดรถเข็นแล้วขยับเข้าไปยืนซ้อนหลังร่างบาง มือหนาเอื้อมไปกุมมือเธอที่ถือชุดอยู่ สายตาคมกริบที่เคยดุดันบัดนี้อ่อนแสงลงจนเหลือเพียงความเอ็นดู เขาก้มลงกระซิบชิดใบหูเล็ก“เล็กขนาดนี้ ลูกจะใส่ได้เหรอสา... ใส่อันนี้ได้ก็ตัวเท่าลูกแมวเพิ่งคลอดเลยนะ”“ก็เด็กแรกเกิดตัวเล็กเท่านี้แหละค่ะ คุณพ่อนี่ไม่รู้อะไรเลย” ลลิสาหันมาค้อนขวับเบาๆ แต่แก้มใสของอีกคนกลับขึ้นสีระเรื่อ เมื่อเธอเรียกตัวเองว่าพ่ออย่างเต็มปากเต็มคำ“ถ้างั้นก็ซื้อไปเถอะ อะไรท

  • ล่ามเมีย    บทที่ 178 สมหวัง

    “มีลูกให้ผมนะ”“หืม..ลูกเหรอ”ลลิสาอุทานแผ่วเบาพลันหลุดยิ้ม“ใช่ หรือว่าคุณไม่อยากมี” เหมันต์กระซิบเสียงพร่าชิดใบหู ใบหน้าคมคายซุกไซ้ลงกับซอกคอขาวระหงจูบพรมอย่างแผ่วเบาไปทั่ว สัมผัสของเขาใต้หยาดน้ำอุ่นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและนุ่มนวล ทว่าทำเอาหัวใจของลลิสาเต้นไม่เป็นสรรพฝ่ามือหนาช่วยลูบไล้หยาดน้ำสบู่ชำระล้างร่างกายให้เธออย่างสุภาพและเกรงใจ ท่ามกลางสายน้ำที่ไหลผ่าน ยิ่งหล่อหลอมให้เนื้อแท้ของความสัมพันธ์แนบแน่นจนแทบไร้ช่องว่าง ทั้งคู่สบตากันผ่านม่านน้ำใส ส่งยิ้มให้กันด้วยความรักทั้งหมดที่มี ก่อนที่เหมันต์จะก้มลงมอบจุมพิตแสนหวานรสละมุนรสหวานชื่นใจเป็นการปิดท้ายกิจกรรมยามเช้าหลังจากอาบน้ำเสร็จ ลลิสาช่วยเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขา ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในชุดลำลอง เหมันต์เดินเข้ามาสวมกอดเธอจากทางด้านหลังพลางส่งยิ้มหวานผ่านกระจก“พร้อมไปเดินเล่นในไร่องุ่นหรือยังคะ... ท่านประธานของสา”“พร้อมตั้งนานแล้ว... ”เหมันต์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาพราวระยับเปี่ยมสุข เขาปล่อยอ้อมกอดแล้วเปลี่ยนมาจับมือบางของเธอไว้แน่น พร้อมที่จะออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์และก้าวเดินสู่อนาคตใหม่เคียงข้างเธอด้วยขาที่แข็งแรงคู่น

  • ล่ามเมีย    บทที่ 158 พาร์ทเนอร์คนใหม่

    เมื่อความมืดเข้าปกคลุมน่านฟ้า แสงไฟในห้องโดยสารเริ่มสลัวลง น้ำตาที่สะกดกลั้นมานานก็ไหลอาบแก้มเนียนเงียบๆ ลลิสายกมือขึ้นกอดตัวเองซุกหน้าลงกับหมอนใบเล็ก สะอื้นไห้จนตัวโยนโดยไร้เสียง เพื่อไม่ให้รบกวนผู้โดยสารคนอื่น ...เธอไม่ได้อยากห่างกับเขาเลยสักนิด . . บรรยากาศภาย

  • ล่ามเมีย    บทที่ 157 จากลารอบสอง

    ภายในห้องนั่งเล่นที่แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามา แต่กลับไม่อาจขับไล่ความหนาวเหน็บในใจของคนทั้งคู่ได้ ลลิสาอยู่หน้ากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ มือเรียวของเธอจัดเสื้อผ้าเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อซ่อนความสั่นเทา อย่างที่บอก..เธอเลือกทีจะเก็บความจริงไว้ข้างหลัง ยอมให้คนทั้งโลกสรุปเอาเองว่าสามีของเธอได้ตายไปแล้ว

  • ล่ามเมีย    บทที่ 137 นอนซม

    โทรศัพท์ที่ตกหล่นลงพื้นไม่ได้ถูกหยิบกลับขึ้นมา การยืนอยู่ตรงนี้ก็เช่นกันไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหนไกล มีเพียงแก้วน้ำก่อนหน้านี้ที่เคยถือไว้โชคดีมากเธอวางลงบนโต๊ะไปก่อนที่จะกดรับสาย ไม่อย่างนั้นคงได้ตกแตกด้วย ไม่มีคำพูดอะไรออกมาจากปากเธอ และเหมือนว่าจะไม่มีน้ำตาภายในวินาทีนั้น เธอลื

  • ล่ามเมีย    บทที่ 132 ใจคนรอ

    วันนี้อากาศดี ลลิสาจึงพาตัวเองมาเดินทอดน่องบนชายหาด ก่อนหน้านี้มรสุมเข้าคลื่นลมแรงขึ้นสูงกระทบโขดหินทีน้ำกระเซ็น ถอยลงเหมือนจะลากหินก้อนนั้นลงไปด้วย เธอถึงได้ไม่กล้ามา ทว่าตอนนี้ เขาว่าฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ เธอ..ก็อยากให้มันเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน แม้ในชีวิตของเธอไม่เคยเชื่อเรื

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status