Masuk
เหมันต์จึงลากสายตาคมกริบไปยังจุดนั้นเอง เห็นรอยแดงเป็นปื้นเริ่มออกม่วง พรุ่งนี้คงจะเข้มกว่านี้ แค่นั้นก็ได้คำตอบแล้วว่าเธอรู้สึกอย่างไร
“เป็นไข้หรือเปล่า”
เขายังคงถามต่อ และสิ่งเหล่านั้นกำลังจะเรียกน้ำตาของคนถูกถามให้ไหลออกมา ยามนี้สภาพจิตใจของเธออ่อนแอนัก เพียงแค่คำพูดที่ทำให้ใจหวั่นไหวไม่กี่คำก็สามารถทำให้ร้องไห้ได้ เธอถึงได้แหงนหน้าขึ้น และขบริมฝีปากเอาไว้แน่น ไม่ตอบเขาอย่างเคย
เหมันต์เห็นเช่นนั้นจึงถอนหายใจพรืด เบี่ยงปลายเท้าไปยังทิศอื่นและเดินหาย ไปหยิบกระปุกยา จากนั้นก็ถือกลับมาหาเธอ
“ทาซะ”
ดวงตาคู่หวานชำเลืองมองเล็กน้อยก็ลากกลับไปยังที่เดิม
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“บอกให้ทา”
ทว่ากลับได้มาเป็นเสียงทุ้มเข้ม เขาบังคับกันอีกแล้ว เธอที่กำลังสะอื้นไห้ น้ำตาจะไหลอยู่รอมร่อ จึงหยิบมันมาเปิดฝาอย่างเชื่อฟัง หากแต่มือสั่นเทาถึงได้ทาอย่างยากลำบาก แถมมองไม่เห็น จุดที่ทาจึงถูกตำแหน่งบ้างไม่ถูกบ้าง โดยไม่มองหน้าเขา
เธอโกรธเขาแล้ว และเกลียดเขามากด้วย
“ทาเสร็จจะได้สวมไอ้นี่ต่อ”
ลลิสาหันขวับให้กับประโยคนั้นพร้อมเสียงดังเกร็กของสลักที่ถูกกดเข้าไปเป็นการสาธิตลองดู จากนั้นก็ปลดออกใหม่ เพื่อเตรียมการสวม
“อะ อะไรคะ”
“ของเล่นชิ้นใหม่”
เขายิ้มอ่อนๆอย่างชอบใจ แต่ดวงตาสาวเจ้าไหววูบ มองสิ่งนั้นพลางกลืนน้ำลายลงคอ เธอรู้มันคือระเบิดที่เขาพูดถึงเมื่อตอนกลางวัน
“อย่านะ”
ใบหน้าของเธอชาวาบกลางอกแสบร้อน มือที่สั่นอยู่แล้วยิ่งทวีคูณเข้าไปอีก นาทีนี้เธออยากจะหนีไปให้ไกล หรือไม่ก็ตายไปเลยจริงๆ แต่จะตายด้วยวิธีไหนนี่สิปัญหา และดูเหมือนว่าคนตรงหน้าไม่ได้อยากให้เธอตายแล้ว แต่อยากจะเล่นสนุกกับเธอแทน
“อย่าอะไร”
เขาเลิกคิ้วสูงโน้มตัวเข้ามาหา เธอเอนหลังเบี่ยงหลบอัตโนมัติ
“ไม่เอานะ”
“ไม่เอาอะไร”
“อินเวร์โน”
“ดูท่าทางคุณจะชอบชื่อของผมนะ” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาอมยิ้ม “ลองเปลี่ยนโทนเสียงเป็นแบบอื่นดีไหม”
เขาหมายความว่าไง?
ลลิสามองคนตรงหน้าด้วยสายตาผิดหวังและหมดหวัง เธอไม่อยากจะขอร้องอะไรเขาเลย เพราะยิ่งทำก็เหมือนยิ่งกระตุ้นให้เขาได้ใจ คนตรงหน้ามันโรคจิต เป็นเรื่องเดียวที่เธอเพิ่งรู้และคาดไม่ถึง
“ว่าไง”
ดวงตาคู่สวยหรี่แคบ กำลังประมวลผลต่อคำถาม ที่ยังไม่รู้ซ้ำเขาถามอะไร เมื่อยังไม่เข้าใจเธอจะตอบถูกไหมก่อน
“สาไม่เข้าใจที่คุณพูด”
แต่ดูท่าคงหนีไม่พ้นเรื่องอยากให้ไปเป็นนางบำเรอ
“นอนกับผม”
นั่นไง!
ร่างเล็กกลั้นหายใจ ยืดตัวตรง หลังลากสายตามามองเขา
“ทำไมถึงอยากนอนกับสานัก”
กัดฟันกรอด
“ทำไมนะหรือ” แต่ดูเหมือนว่าคำถามของเธอจะเป็นชนวนเหตุให้เขาแค่นหัวเราะ ฟังแล้วมันตลกตรงไหน นี่คือความทุกข์ของเธอ และต่อไปจะกลายเป็นความเศร้าของเธอ “คุณเป็นเมียผม ทุกอย่างก็จะง่าย”
“ง่ายยังไง”
“อันดับแรกเลย คุณทำผมเสร็จง่ายๆ อันดับ..”
“หยุดนะ!”
“หึ...”
เหมันต์กระตุกยิ้ม มองดวงตาคู่สวยนั้นกำลังขึงขึ้นอย่างโกรธจัด มองเข้าไปในตาลึก เพียงแค่เห็นความอวดดีนั้นถึงกับขบกรามกรอด ฉวยข้อมือของเธอแล้วกระชากจนเกือบจะตกเก้าอี้
“โอ๊ยเจ็บ!”
“ฟังให้ดี ผมจะไม่พูดเล่นแล้ว”
“..........”
“สาเหตุที่ทำให้ผมมาถึงที่นี่มันสำคัญมาก มันคือชีวิตของผมทั้งชีวิต ผมสามารถตายได้โดยไม่เสียดายมัน อนาคตมีเพียงหนึ่งเดียวคือการล้างแค้น ดังนั้นตราบใดที่ผมยังหายใจอยู่ หมายความว่าไม่มีใครสามารถหยุดได้ ผมจะตามล่าพวกมันทุกคน และตอนนี้..พ่อของคุณอาจจะเป็นหนึ่งในนั้น”
“ฮะ!..”
“เพราะงั้นจะทำอะไรก็นึกถึงพ่อให้มากๆ ..นะครับ คุณหนูสา ลูกสาวคนเดียวของท่านทูต”
ประโยคหลังเขาตบแก้มเธอเบาๆรัวๆ ราวกับกำลังเรียกสติ คนที่ไม่มีสติ และนิ่งค้างไปแล้ว
ลลิสาเบิกตาค้าง สองหูของเธอได้ยินทุกอย่างชัดเจนดีก่อนจะดับไป และทุกอย่างที่ว่ามันบีบหัวใจเธออย่างหนัก ไม่ใช่เพียงน้ำตาที่ไหลลงมาเป็นทางทั้งที่พยายามฝืนไว้ แต่ลำคอของเธอด้วย นอกจากภายนอกที่เจ็บปวด ภายในกลับเจ็บปวดยิ่งกว่า ตอนกลืนน้ำลายลงคอและพบว่ามันได้กลายเป็นหินบาดลึก หลังเขานั้นพูดจบไปแล้ว
เลวที่สุด!
เขาบังคับให้เธอเลือก
เกร็ก!
มาหลุดจากภวังค์อีกทีก็ตอนได้ยินเสียงสลัก สร้อยคอสั่งทำพิเศษที่มีระเบิดขนาดเล็กแฝงอยู่ ซึ่งเขาใช้จังหวะกำลังหลับในนั่งตัวแข็งทื่อสวมให้เธอ
“ฝากเอาไว้ก่อนละกัน” ไม่พอ แทนที่เขาจะเห็นใจน้ำตาที่ไหลลงมาอาบสองแก้มนั้น กลับปาดมันทิ้งอย่างหยาบโลน พร้อมยกยิ้มให้ “ไม่ต้องกลัว มันจะทำงานเฉพาะวันที่คุณดื้อ”
“ฮึก..”
“คนดี.. เลือกมาสิครับ จะเป็นนกต่อ หรือว่า..เมีย”
เช้าวันอาทิตย์ที่ควรจะเงียบสงบ กลับกลายเป็นวันแห่งความตึงเครียดที่สุดของเหมันต์ มาเฟียใหญ่ที่เคยจับดาบนิ่งสนิทลุยสมรภูมิรบมานับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้กำลังเผชิญหน้ากับภารกิจที่ใหญ่หลวงที่สุดในชีวิต นั่นคือ "การอาบน้ำให้ลูกสาววัยสองสัปดาห์เป็นครั้งแรก"ภายในห้องน้ำที่เปิดเครื่องทำน้ำอุ่นจนอุณหภูมิกำลังสบาย อ่างอาบน้ำเด็กสีพาสเทลแบรนด์หรูถูกเติมน้ำอุ่นจนได้ระดับ เหมันต์ในชุดเสื้อยืดสีดำพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นรอยสักเต็มท่อนแขน กำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนม้านั่งตัวเตี้ย ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียด คิ้วหนาขมวดม้วนแน่นจนแทบจะผูกเป็นโบว์ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มกรอบหน้าและแผ่นหลังจนเสื้อเปียกชุ่ม ทั้งที่ชั่วโมงนี้แอร์ในห้องยังเย็นฉ่ำ“เหมันต์คะ ผ่อนคลายหน่อยค่ะ คุณเกร็งจนลูกพลอยลุ้นไปด้วยแล้วนะ”ลลิสาที่นั่งประคองอยู่ข้างๆ หลุดขำออกมาเบาๆ ยามเห็นสามีร่างยักษ์ทำท่าทางราวกับกำลังจะกู้ระเบิดเวลา“คุณดูสิ ไลลาของผมตัวเล็กนิดเดียว ผมกลัวลูกเจ็บ”น้ำเสียงที่เคยทรงอิทธิพลและน่าเกรงขาม บัดนี้กลับสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด“ถ้าอย่างนั้น มาค่ะ..เดี๋ยวสาช่วย”ลลิสาคอยบอกทีละขั้นตอนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเหมันต์สูดหายใจ
ภายในห้องคลอดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาและเสียงเตือนจากเครื่องมือแพทย์ เหมันต์ในชุดปลอดเชื้อสีเขียวเข้มกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้ มือหนาอันสั่นเทากุมมือเรียวบางของลลิสาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ใบหน้าคมคายที่มักจะเรียบเฉยบัดนี้เต็มไปด้วยความกังวล สายตาคมจับจ้องเพียงแค่ใบหน้าซีดเซียวของภรรยาตัวน้อยที่มีหยาดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า“อื้อ... เหมันต์... สาเจ็บ” ลลิสาสูดหายใจเข้าลึก ร่างกายสั่นสะท้านจากแรงบีบรัดของมดลูกที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยน้ำตาจากความเจ็บปวดที่แทบจะทนไม่ไหว“มากไหม มันเจ็บแค่ไหนกันลสิลา...”“เจ็บมากค่ะ แต่ก็มีความสุข..เรากำลังเห็นหน้าลูกของเราแล้วนะคะ”เหมันต์กระซิบเสียงสั่นพร่า เขาใช้ผ้าก๊อซชุบน้ำคอยซับเหงื่อที่หน้าผากและแก้มใสอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะก้มลงประทับจูบลงบนหลังมือของเธอซ้ำๆ ราวกับต้องการจะรับเอาความเจ็บปวดทั้งหมดนั้นมาไว้ที่ตัวเอง“เอาล่ะครับคุณแม่ มดลูกเปิดเต็มที่แล้วนะครับ เตรียมตัวเบ่งตามจังหวะที่หมอบอกนะ... หนึ่ง สอง สาม เบ่งครับ!” เสียงคุณหมอสูติฯ ดังขึ้นเป็นสัญญาณเริ่มสมรภูมิครั้งสำคัญ“อื้อออออออ!” ลลิสากัดฟันเบ่งสุดแรงเกิ
ลลิสาซบหน้าลงกับอกอุ่น ยิ้มรับคำพูดของสามีด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข สายตาของทั้งคู่ทอดมองไปยังเตียงหลังน้อยที่ถูกสร้างขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงและความรักของคนเป็นพ่ออย่างแท้จริงแสงแดดอุ่นๆ ยามบ่ายส่องผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามาในห้องเนอสเซอรี่ บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความรักและความตื่นเต้น เหมันต์และลลิสากำลังช่วยกันตกแต่งเตียงเด็กอ่อนไม้โอ๊กที่เพิ่งประกอบเสร็จเมื่อวันก่อนให้สมบูรณ์พร้อมต้อนรับลูกสาวตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลก“เหมันต์คะ... ช่วยหยิบกล่องโมบายดนตรีตรงนั้นให้สาหน่อยค่ะ” ลลิสาในชุดเดรสคลุมท้องผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มเอ่ยบอกสามี พลางใช้มือข้างหนึ่งประคองหน้าท้องกลมโตวัยแปดเดือนเศษไว้เหมันต์ขยับกายอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มเอื้อมหยิบกล่องอุปกรณ์แบรนด์หรูมาเปิดออกอย่างระมัดระวัง ภายในมีก้านโมบายสีขาวและตุ๊กตาผ้าทอมือรูปก้อนเมฆ พระจันทร์เสี้ยว และดวงดาวดวงน้อยหลากสีสันพาสเทลห้อยระย้าอยู่ มาเฟียหนุ่มร่างยักษ์บรรจงหยิบชิ้นส่วนเหล่านั้นขึ้นมาเกาะเข้ากับขอบเตียงไม้ด้วยท่าทางตั้งอกตั้งใจ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดราวกับกำลังกู้ระเบิด แต่สายตาที่จ้องมองของเล่นชิ้นจิ๋วกลับอ่อนโยนอย่างไม่เคยเป็
“เดี๋ยว...” ลลิสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบดึงแขนเสื้อของสามีไว้“หลังนึงเอาไว้ห้องนอนใหญ่ของเรา อีกหลังเอาไว้ห้องเนอสเซอรี่ ส่วนอีกหลังเอาไว้ที่ห้องทำงานผม... เวลาคุณพาลูกไปหาผม จะได้มีที่นอน” เหมันต์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับเป็นเรื่องปกติธรรมดา ก่อนจะหันไปสั่งพนักงานต่อโดยไม่เปิดโอกาสให้ลลิสาได้ประท้วง“แล้วก็... โซนเสื้อผ้าเด็กอ่อนตรงนั้น คอลเลกชันเด็กผู้หญิงแรกเกิดจนถึงหนึ่งขวบ ผมเอาทั้งหมด จัดไซส์ละสองชุด”“คะ... คุณคะ!”พนักงานร้านถึงกับมือสั่น ตาโตด้วยความตื่นเต้นตื้นตันที่จะทำยอดทะลุเป้าในวันเดียว“ใช่ ทั้งหมวก ถุงมือ ถุงเท้า อ่างอาบน้ำทองคำขาวตรงนั้นด้วย... อ้อ แล้วก็รถเข็นเด็กคันที่แพงที่สุดและปลอดภัยที่สุดในร้าน เอามาด้วย” เหมันต์สั่งรัวๆ ราวกับกำลังช๊อปปิ้งในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป“เหมันต์! พอแล้วค่ะ สาใส่ให้ลูกไม่ทันหรอกนะคะ ของพวกนี้เด็กๆ โตไวจะตายไป” ลลิสารีบเข้ามากอดแขนหนา พยายามจะยื้อบัตรเครดิตคืนมา แต่เหมันต์กลับรวบตัวเธอเข้ามาแนบชิดอกแกร่งอย่างนึกเอ็นดู มือหนาลูบหัวทุยสวยของภรรยาอย่างเบามือ“เงินผมมีให้ลูกกับคุณใช้ไปทั้งชาติก็ไม่หมดหรอก... อะไรที่ทำให้คุณมีค
บรรยากาศภายในร้านเสื้อผ้าและของใช้เด็กอ่อนอบอวลไปด้วยความอบอุ่น แสงไฟสีนวลตาตกกระทบลงบนชุดบอดี้สูทตัวจิ๋วหลากสีสันที่แขวนเรียงรายอยู่เป็นเซ็ท ลลิสาในชุดคลุมท้องสีหวานเดินอมยิ้มพลางลูบหน้าท้องนูนเด่นของตัวเองในวัยเจ็ดเดือน สายตาของเธอเป็นประกายระยับยามที่ได้มองข้าวของชิ้นเล็กชิ้นน้อย โดยมีสามีที่น่ารักเดินตามอยู่ไม่ห่าง มือหนาของเขาเข็นรถเข็นคันใหญ่ที่บัดนี้มีทั้งผ้าอ้อมเนื้อนุ่มและขวดนมแบรนด์ดังวางอยู่จนเกือบเต็ม“คุณคะ ดูชุดนี้สิคะ... น่ารักจังเลย”ลลิสาหยิบชุดบอดี้สูทสีชมพูพาสเทลที่มีระบายลูกไม้เล็กๆ ตรงช่วงไหล่ขึ้นมาแนบกับอก ใบหน้าหวานของเธอยิ้มกว้างเหมันต์หยุดรถเข็นแล้วขยับเข้าไปยืนซ้อนหลังร่างบาง มือหนาเอื้อมไปกุมมือเธอที่ถือชุดอยู่ สายตาคมกริบที่เคยดุดันบัดนี้อ่อนแสงลงจนเหลือเพียงความเอ็นดู เขาก้มลงกระซิบชิดใบหูเล็ก“เล็กขนาดนี้ ลูกจะใส่ได้เหรอสา... ใส่อันนี้ได้ก็ตัวเท่าลูกแมวเพิ่งคลอดเลยนะ”“ก็เด็กแรกเกิดตัวเล็กเท่านี้แหละค่ะ คุณพ่อนี่ไม่รู้อะไรเลย” ลลิสาหันมาค้อนขวับเบาๆ แต่แก้มใสของอีกคนกลับขึ้นสีระเรื่อ เมื่อเธอเรียกตัวเองว่าพ่ออย่างเต็มปากเต็มคำ“ถ้างั้นก็ซื้อไปเถอะ อะไรท
“มีลูกให้ผมนะ”“หืม..ลูกเหรอ”ลลิสาอุทานแผ่วเบาพลันหลุดยิ้ม“ใช่ หรือว่าคุณไม่อยากมี” เหมันต์กระซิบเสียงพร่าชิดใบหู ใบหน้าคมคายซุกไซ้ลงกับซอกคอขาวระหงจูบพรมอย่างแผ่วเบาไปทั่ว สัมผัสของเขาใต้หยาดน้ำอุ่นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและนุ่มนวล ทว่าทำเอาหัวใจของลลิสาเต้นไม่เป็นสรรพฝ่ามือหนาช่วยลูบไล้หยาดน้ำสบู่ชำระล้างร่างกายให้เธออย่างสุภาพและเกรงใจ ท่ามกลางสายน้ำที่ไหลผ่าน ยิ่งหล่อหลอมให้เนื้อแท้ของความสัมพันธ์แนบแน่นจนแทบไร้ช่องว่าง ทั้งคู่สบตากันผ่านม่านน้ำใส ส่งยิ้มให้กันด้วยความรักทั้งหมดที่มี ก่อนที่เหมันต์จะก้มลงมอบจุมพิตแสนหวานรสละมุนรสหวานชื่นใจเป็นการปิดท้ายกิจกรรมยามเช้าหลังจากอาบน้ำเสร็จ ลลิสาช่วยเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขา ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในชุดลำลอง เหมันต์เดินเข้ามาสวมกอดเธอจากทางด้านหลังพลางส่งยิ้มหวานผ่านกระจก“พร้อมไปเดินเล่นในไร่องุ่นหรือยังคะ... ท่านประธานของสา”“พร้อมตั้งนานแล้ว... ”เหมันต์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาพราวระยับเปี่ยมสุข เขาปล่อยอ้อมกอดแล้วเปลี่ยนมาจับมือบางของเธอไว้แน่น พร้อมที่จะออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์และก้าวเดินสู่อนาคตใหม่เคียงข้างเธอด้วยขาที่แข็งแรงคู่น
สรุปว่า เรื่องจูบก็คือ..ถูกมองข้ามไปเลย และเธอก็ถูกเอาเปรียบฟรี? เฮ้อ! “ถ้าอย่างนั้นให้สานอนไหนคะ” ร่างสูงไม่ตอบในทันที แต่เดินช้าเข้ามาหาเธอ ด้วยสายตาที่นิ่งสงบ มือทั้งคู่ของเขายังคงซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ช ท่าทางนั้นทำให้เท้าเล็กต้องเดินถอยหลังตาม
เขาพูดทั้งที่เปลือกตายังปิดอยู่ เธอที่โน้มตัวลงใกล้กันเกินไป หากไม่มัวแต่ยืนตัวแข็งทื่อ ก็คงหนีทันไปแล้ว เพราะจังหวะที่กำลังจะดึงตัวขึ้นมามือหนากลับตะปบบีบตรงทอยกันไว้พอดิบพอดี “คะ คุณ..” เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบเธอก็ตกใจ มือรั้งกันไว้ไม่ให้หนีนั้นยิ่งตกใจกว่า แต่ท
“ผมกลัวว่าเธอจะมาเป็นภาระมากกว่านะครับ ทำไมไม่ฆ่าซะให้จบๆ” กลุ่มสารนิโคตินอบอวลไปทั่วมวลอากาศผสมกับความบริสุทธิ์ กลิ่นอายเย็นปะทะความร้อนที่จงใจสร้างขึ้นให้เผาไหม้อย่างช้าๆเกิดเป็นกลิ่นอาฟเตอร์เทสต์สร้างความเคลิบเคลิ้มให้ผู้ดูดเข้าไป ถึงขนาดแหงนหน้าหลับตาจังหวะพ่นลมออกมา กลายเ
สมองของลลิสาทำงานหนัก ทั้งที่ปกติเธอมีมันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนใหญ่งานที่ทำไม่ค่อยได้สร้างรอยหยักให้สักเท่าไหร่ มีการป้อนงานให้ตลอด ไม่ได้ขวนขวายเองมาสักพักหนึ่งแล้ว ชีวิตจึงสะดวกสบายจนติดเป็นนิสัย และการไม่จับผิดใคร ไม่เอะใจ คือการไม่สร้างงานเพิ่มขึ้นมา เอาจริงเธอเป็นคนที่หนีความปร







