Home / มาเฟีย / ล่ามเมีย / บทที่ 28 อยากแกล้ง

Share

บทที่ 28 อยากแกล้ง

last update publish date: 2026-03-19 19:34:24

       

เป็นนางนกต่อ อีกหลายชีวิตจะต้องเดือดร้อน

            เป็นนางบำเรอ เดือดร้อนแค่เธอคนเดียว

           

            “ถือว่าฉลาด”

            เหมันต์ยกยิ้มหลังได้คำตอบนั้น เขามองเธอนิ่งอยู่พัก ไม่ได้สนใจว่ามันจะมาจากความรู้สึกแบบไหน ถูกบังคับ หรือว่ายังไง

            ความแค้นรุมสุมเขา และทุกครั้งที่นึกถึงศัตรูเขามักจะมองเห็นเปลวไฟ ความร้อนที่แผดเผาคนที่เขารักจนมอดไหม้ แบบไม่เหลือเลยสักคนเดียว

            ในโลกใบนี้สำหรับเขาช่างน่าเบื่อยิ่งนัก  

            ไม่ว่าความผิดที่ทำนั้นจะมีน้ำหนักมากน้อยแค่ไหน เลวร้ายระดับใด บางคนอาจไม่ใช่คนลงมือเอง ทว่าเพราะสถานการณ์บีบบังคับ สำหรับเหมันต์ นฤเบศร์วรโชติ อย่างไรก็ตอบแทนคนพวกนั้นเท่าเทียมกัน นั่นคือ..ความตาย

            “พ่อฉัน..ไปทำอะไรให้คุณเหรอคะ”

            ลลิสาถามเสียงแผ่วหลังได้สติขึ้นมาบ้างแล้ว เขาไม่ตอบแต่เดินหายไปสูบบุหรี่อีกรอบ ทิ้งเธอเอาไว้กับสร้อยคอระเบิด จากนั้นก็ได้ยินโทรศัพท์ คิดว่าเป็นสายจากใครสักคน ที่ค่อนข้างสำคัญฟังจากน้ำเสียงและดูจากลักษณะท่าการยืนก็พอจะรู้

            ผ่านไปหลายนาทีหลังจากวางสายเขาก็เดินกลับเข้ามาใหม่และออกคำสั่งให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะลงไปทานมื้อเย็นซึ่งถูกเตรียมเอาไว้ยังห้องอาหารข้างล่างโดยคานโล

            แน่นอนว่าเธอต้องทำ เพราะนั่นจะเป็นโอกาสเดียวที่จะทำให้สร้อยอันตรายบ้านี่ออกไปจากลำคอของเธอชั่วคราว

           

            ห้องอาหาร

            เธอเดินลงมาพร้อมกับเขา จากบันไดขั้นแรกสู่ขั้นสุดท้าย ไม่มีจังหวะการก้าวเดินไหนเลยที่จะไม่รู้สึกกลัว เธอประหม่าซะจนมือไม้สั่น

            เหลือบตามองคานโลแวบหนึ่งในจังหวะที่เดินไปถึง ในตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาไม่กล้าสบตาเธอแล้ว แต่เลือกที่จะก้มศีรษะลงแล้วถอยร่นออกจากห้องอาหารไปแทน เหลือแค่เธอกับเขาสองคน

            “ปกติ คุณชอบกินอะไร”

            ร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงข้ามเอ่ยถามขึ้น ความกลัวที่มีแต่จะเพิ่มพูนถูกกักกั้นไม่ให้โผล่ล้นพ้นออกมามากไปกว่านี้ จนปลายเท้าที่จิกอยู่ในรองเท้าแบบไม่รู้ตัวเริ่มเจ็บ หญิงสาวขมวดคิ้วกลั้นหายใจ เธอไม่ชอบตัวเองในตอนนี้เลย หลังความมั่นใจ หายไปตอนถูกเขาบีบคอตอนนั้นนั่นเอง

            หญิงสาวเม้มริมฝีปาก ชำเลืองมองเขาเล็กน้อย พลางหลุบตาต่ำ

            “อาหารไทยค่ะ”

            “เมนู?”

             ภาพบรรยากาศที่เงียบสงบ ไฟทางเดินที่ไม่ได้สว่างมากนัก ตรงโต๊ะนี้อยู่ได้เพราะเชิงเทียนโลหะสีทอง อาหารหลายอย่างอยู่ตรงหน้า และทุกอย่างมีแต่ของที่เธอเคยกินแล้ว แต่ไม่เคยรู้สึกว่าจะต้องกลืนยากลำบากอย่างเช่นวันนี้มาก่อน

            “ฉู่ฉี่ปลากะพงค่ะ”

            มือใหญ่ชะงักในจังหวะใช้ส้อมม้วนเส้นสปาเก็ตตี้ขึ้นมา พลางแค่นหัวเราะ ท่าทางนั้นเป็นที่ประจักษ์อยู่ตรงหน้าเธอ หากแต่เข้าใจผิดคิดว่าเขาดูแคลนเมนูที่เธอโปรด ทว่าเปล่า ที่แค่นหัวเราะเพราะทึ่งในคำตอบก็เท่านั้น เขาชอบเหมือนเธอ เธอกับเขาชอบเมนูเดียวกัน

            โชคดีที่เธอไม่สนใจที่จะถามกลับ เพราะถึงถามกลับเขาก็คงไม่พูดความจริงหรอก

            “กินสิครับ จะได้มีแรงทำอย่างอื่นต่อ”

            อย่างอื่นที่เขาว่าเธอไม่รู้มันคืออะไร แต่แค่ได้ยินก็รู้สึกไม่สบายใจแล้ว ทว่าสถานการณ์ในตอนนี้เธอควรสวมบทบาทคนหูหนวก ไม่ก็เป็นใบ้กิน หรือไม่ก็สมองตาย ตอบสนองช้าไปเลย น่าจะดีที่สุด

            ลลิสานั่งทานอาหารอย่างเงียบๆ ถึงใจจะกลัวมากแค่ไหนในตอนนี้ แต่ร่างกายไม่เคยทรยศความรู้สึกที่มี หิวก็บอกว่าหิว เจ็บก็บอกว่าเจ็บ และเกลียดก็บอกว่าเกลียดเธอชัดเจนตลอด  สามารถแยกแยะได้อย่างเก่งกาจ       

            และเมื่อทานจนอิ่มเธอก็รวบช้อน ตามด้วยกระดกน้ำสะอาดตามจนหมดแก้ว เรียกเจ้าของสายตาเย็นชาที่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับการหั่นเนื้อในจานของตัวเองเหลือบขึ้นมามอง ทว่าเขาไม่ได้พูดอะไรเลย แต่กลับทานต่อด้วยท่าทางที่นิ่งสงบ

            จนกระทั่ง

            “พรุ่งนี้ไปที่หนึ่งกับผมหน่อย”

            เขาโพล่งออกมาทำลายความเงียบ พลางดึงผ้าขึ้นมาเช็ดปาก

            “ไปไหนคะ”

            “ไปจดทะเบียน”

            เกร้ง!

            มือบางหลุดปัดโดนส้อมบนจานหล่นราวกับหลุดจากรันเวย์ นาทีที่ได้ยินประโยคนั้น

            “ทะ ทะเบียนอะไรคะ”

            เธอรู้มันเป็นคำถามที่ดูโง่ เขาถึงได้เหลือบตาขึ้นมาอย่างนั้น แต่เธอก็อยากจะถามให้แน่ใจ เพราะไม่ยอมรับความจริงที่ได้ยิน

            “สมรสสิครับ ทำไมต้องถามคำถามที่รู้อยู่แล้ว”

            ก็นั่นน่ะสิ

            เขาพูดออกมาหน้าตาเฉย ทั้งที่มันคือเรื่องใหญ่มากๆ หากจดทะเบียนสมรสก็เท่ากับเธอและเขาจะกลายเป็นคนคนเดียวกัน

            “อินเวร์โน” ชื่อของเขาถูกเรียกขานด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่จริงจัง ทำคนที่กำลังสนใจอย่างอื่นลากสายตากลับมามอง พลางเลิกคิ้ว “คุณต้องการทำอะไรกันแน่ ถ้ารู้ว่าพ่อของสาเป็นใครก็ควรจะหยุด..ไม่ใช่เหรอคะ”

            ดูเหมือนว่าเขาจะชะงักไปเล็กน้อย เปลี่ยนใจจากที่ไม่เอาอะไรเพิ่มแล้ว เป็นหยิบแก้วเปล่าเพื่อมารินไวน์

            “พ่อคุณใหญ่ผมรู้ แต่ผมก็ใช่ย่อยนะ”

            ลลิสาเม้มปากแน่นอีกครั้ง รู้สึกลมหายใจติดขัด จังหวะที่เขาจ้องมองมาด้วยสายตาคมกริบ  

            ไวน์แดงหมักอย่างดีถูกเทลงแก้วอย่างใส่ใจมากกว่าการตอบคำถามของเธอ ก่อนจะถูกยกกระดกจิบอย่างค่อยๆ

            “ดื่มด้วยกันไหมครับ”

            “ไม่เป็นไรค่ะ”

            “ดื่มหน่อยก็ดีนะครับ คุณจะได้กล้าขึ้น”

            ถึงเธอจะไม่ประสีประสากับเรื่องอย่างว่า แต่เธอก็ไม่ใช่เด็กน้อยที่จะไม่รู้อะไรเลย เขาพูดสองแง่สองง่ามแบบนี้เพราะต้องการเผด็จศึกกันคืนนี้หรือไม่ใช่

            “ไหนๆก็จะจดทะเบียนกันพรุ่งนี้แล้ว เรื่องนั้น..ขอเป็นพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอคะ”

            เขากำลังควงของเหลวในแก้วอย่างเบามือ ไม่ได้แสดงอารมณ์หรือทีท่าอะไรออกมา ดวงตาของเขาหรี่ต่ำ มองไวน์สีสวยนั้นราวกับมองสิ่งที่น่าสนใจและโปรดปราน หารู้ไม่ว่าในใจของเขานั้นกำลังคุกรุ่น เธอมีสิทธิ์อะไรมาต่อรอง

            “ไม่ยักจะรู้ว่าคนอย่างคุณจะเคร่งครัดความถูกต้อง”

            เสียงหัวเราะในลำคอดังออกมาหลังพูดจบ ก่อนไวน์ในแก้วนั้นจะถูกยกกระดกรวดเดียวหมด  และวางบนโต๊ะข้างจานเสียงดัง

            “เปล่า..” เธอส่ายหน้า ทว่าก้มงุดไม่กล้าสบตา “สาก็แค่อยากขอเวลา..ทำใจสักหน่อย”

            เหมันต์นิ่งไปชั่วขณะ อันที่จริงเรื่องที่เธอขอมานั้นมันไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับเขาเลย ถ้าวางความเป็นอัตตาสูงที่เขามีลง เปลี่ยนเป็นการมองข้ามแทน มันก็จะเป็นแค่คำขอคำหนึ่ง ที่โคตรจะเล็ก

            ทว่าเขาอยากแกล้งเธอ

            “เวลาของผมมีค่ามากครับ ถ้าคุณจะเอาไป คุณต้องสำคัญระดับนึง”

            คำตอบของเขาที่มาจากเสียงที่เรียบเฉย ไม่นึกเลยว่าจะมีอิทธิพลกับเธอถึงขั้นสะอึก หญิงสาวหน้าชาไปทั้งแถบ ริมฝีปากสั่นระริก สิ้นสุดประโยคนั้นเธอก็เงียบไป จนกระทั่งเขาลุกขึ้นยืนและเดินนำกลับไปข้างบน โดยไม่ลืมที่จะพยักพเยิดหน้าเชิญชวนเธอด้วย

             

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ล่ามเมีย    บทที่ 166 เอาคืน

    ‘เนื่องจากพบข้อพิรุธในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง และการตรวจสอบเส้นทางการเงินของบริษัทนอมินี...’คำสั่งนั้นระบุไว้ชัดเจน ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์สายในก็ดังขึ้น ทรงพลรีบกดรับด้วยความร้อนรน ปลายสายคือปลัดกระทรวงที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดและห่างเหินผิดปกติ(ทรงพล... ทางหน่วยงานตรวจสอบภายในได้รับเอกสารร้องเรียนเรื่องการทุจริตงบประมาณรับรองในอดีตของคุณ พร้อมหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีลับในต่างประเทศอย่างละเอียด บอร์ดบริหารมีความเห็นให้สั่งพักงานคุณชั่วคราวเพื่อตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง เริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป)“ท่านครับ! เรื่องนี้ต้องมีคนกลั่นแกล้งผมแน่ๆ หลักฐานพวกนั้นมัน...”(ไปชี้แจงกับคณะกรรมการเองเถอะ ทรงพล) ปลายสายตัดไปทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้อธิบายทรงพลวางหูโทรศัพท์ลงอย่างคนหมดแรง ในเวลาเดียวกันประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรง ลักษณ์วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยสภาพกระหืดกระหอบ ใบหน้าของเขาถอดสีไม่ต่างจากผู้เป็นพ่อ“คุณพ่อครับ! แย่แล้วครับ!” ลักษณ์ละล่ำละลักบอก “บริษัทของผม... ธนาคารเพิ่งส่งหนังสือบอกเลิกสัญญาเงินกู้ แถมเจ้าหนี้รายใหญ่พากันเทขายหนี้เสียให้บริษัทนิ

  • ล่ามเมีย    บทที่ 165 คำสั่งฟ้าแลบ

    หลังจากประตูห้องทำงานปิดลง ความเงียบสงัดเข้าครอบงำเหมันต์อีกครั้ง เขายังคงนั่งอยู่บนรถเข็น ปล่อยให้ความมืดสลัวของค่ำคืนในอิตาลีโอบล้อมร่างกาย ชายหนุ่มทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างบานสูง แต่ในหัวสมองกลับเต็มไปด้วยภาพใบหน้าซูบซีดของลลิสาบนเตียงคนไข้ ที่จินตนาการขึ้นมาด้วยตัวเองความรู้สึกผิดแล่นริ้วเข้ามาในอกอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงอันที่จริงเขากับเธอมีสัญญาร่วมกัน... สัญญาอย่างเด็ดขาดว่าจะเก็บเรื่องที่เขายังมีชีวิตอยู่เป็นความลับ เพื่อความปลอดภัยของตัวเธอเองและเพื่อรอเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มต้นใหม่ ทว่าในวันนี้ เขากำลังจะผิดสัญญาข้อนั้นกับเธอการสั่งการเคลื่อนไหวผ่านเครือข่ายมืดที่แฝงตัวอยู่ในสถานทูตและกระทรวงต่างประเทศ เพื่อตัดแขนขาและทำลายชื่อเสียงของทรงพล มันไม่ต่างอะไรกับการทิ้งร่องรอยให้ศัตรูสืบสาวราวเรื่องกลับมาถึงเขาได้ หมากเกมนี้เสี่ยงเกินไป และอาจทำให้ความลับที่เพียรรักษามาตลอดเปิดเผยออกไปในที่สุดสมองของเขาหนักอึ้ง แต่เมื่อนึกถึงคำรายงานของลูกน้องที่ว่าทรงพลพูดจาดูถูกเหยียดหยามเธอจนลลิสาต้องนอนซึม แววตาของเหมันต์ก็กลับมากร้าวแสงและดุดันขึ้นมา ฝ่ามือหนากำแก้วบรั่นดีแน่นจนเส้นเลือด

  • ล่ามเมีย    บทที่ 164 แก้แค้นแทนเมีย

    เสียงประตูห้องพักฟื้นเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของ ทรงพล พ่อของลลิสาที่เป็นนักการทูตระดับสูง เขาก้าวเข้ามาด้วยท่าทางภูมิฐาน เสื้อผ้าเนี๊ยบกริบทุกระเบียบนิ้วตามลักษณะนิสัยที่ชอบรักษาภาพพจน์ ข้างกายของเขามีพี่ชายบุญธรรมที่ทรงพลรับมาเลี้ยงดูเดินตามเข้ามาด้วยเขาไม่เคยให้ความรักกับลลิสาอย่างที่พ่อควรจะให้ ด้วยค่านิยมโบราณที่ต้องการเด็กผู้ชายเพื่อสืบทอดวงศ์ตระกูลและสานต่องานราชการ ทันทีที่ได้ลักษณ์มาเป็นลูกบุญธรรม ลลิสาก็กลายเป็นเพียงส่วนเกินที่ถูกเลี้ยงดูแบบปล่อยปะละเลยมาโดยตลอด“เป็นยังไงล่ะ โหมงานหนักจนต้องมานอนหยอดน้ำเกลือ ทำอะไรไม่คิดถึงชื่อเสียงวงศ์ตระกูลบ้างเลย”ทรงพลเอ่ยทักประโยคแรกด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ไร้ซึ่งกระแสความห่วงใย สายตาของเขามองประเมินลูกสาวแท้ๆ เหมือนมองสิ่งของที่ไม่ได้มาตรฐาน“สาไม่เป็นอะไรมากค่ะ พักผ่อนอีกวันก็กลับไปทำงานได้แล้ว” ลลิสาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอชินชาความเย็นชาแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก“ดีแล้ว เพราะพี่ลักษณ์เขาต้องใช้สมาธิกับโปรเจกต์ใหญ่ของกระทรวง พ่อไม่อยากให้เขาต้องมาพะวักพะวนเพราะเรื่องเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ของเธอ” ทรงพลหันไปยิ้มละมุนให้ลูกบุญธรรม ผิดก

  • ล่ามเมีย    บทที่ 163 ถึงกับป่วย

    แสงไฟจากจอคอมพิวเตอร์สาดส่องกระทบใบหน้าซูบซีดของลลิสาในห้องทำงานที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงคีย์บอร์ดที่ถูกรัวเป็นจังหวะอย่างต่อเนื่องสลับกับเสียงพลิกหน้าเอกสารกองโตนาฬิกาตั้งโต๊ะบอกเวลาตีสองตรง แต่นั่นไม่ได้ทำให้หญิงสาวละสายตาจากงานตรงหน้าไปได้เลย เหลือเวลาอีกเพียงไม่ถึงสามเดือนแล้ว... จากกำหนดสัญญาเจ็ดเดือนที่เธอให้ไว้กับเหมันต์“อีกนิดเดียวลลิสา เธอต้องทำให้ทัน”หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเพื่อเรียกสติที่เริ่มพร่าเลือนจากความง่วงงวดล้า เธอเอื้อมมือไปหยิบแก้วกาแฟเย็นชืดที่ละลายจนจืดชืดขึ้นมาดื่มรวดเดียวหมดแก้ว เพื่อหวังให้คาเฟอีนช่วยพยุงเปลือกตาที่หนักอึ้งเอาไว้ ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ชีวิตของลลิสามีเพียงแค่บ้าน ออฟฟิศ และกองงานบริหาร บวกกับโปรเจกต์คอลเลคชันฤดูเสื้อผ้าคิดค้นขึ้นมาใหม่ ที่เธอต้องเคลียร์ระบบทั้งหมดให้ลงตัว เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อเธอเดินทางไปอิตาลี ทุกอย่างที่นี่จะไม่สะดุด และแม่ของเธอจะไม่เดือดร้อนเธอยอมรับงานโปรเจกต์เสริมทุกชิ้น ยอมนอนวันละไม่ถึงสี่ชั่วโมง และปฏิเสธการสังสรรค์ทุกรูปแบบ ลูกน้องในที่ทำงานต่างมองว่าเธอโหมงานหนักจนเหมือนคนบ้า แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า แรงขับเคลื่อน

  • ล่ามเมีย    บทที่ 162 หักโหม

    มาเฟียร่างยักษ์ในคราบพยาบาลดัดเสียงเล็กเสียงน้อยจนฟังดูน่าขนลุก เขาเข็นรถเข้าไปจอดข้างเตียงวสุ วสุที่กำลังขวัญผวาอยู่แล้ว ถึงกับสะดุ้งเมื่อเห็นหน่วยก้านของบุรุษพยาบาลคล้ายๆกับคนร้ายที่ซ้อมเขาเมื่อคืน “เดี๋ยวๆ คุณพยาบาลครับ ผมว่าหน้าพวกคุณคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหน” “เคยเหรอครับ? เห็นที่ไหนครับ? ปกติพวกผมทำงานอยู่โรงพยาบาล เข้ากะควบกะซะส่วนใหญ่ หรือว่าคุณผู้ป่วยมาโรงพยาบาลบ่อยๆ เลยเห็น” พูดจบเขาก็กระแทกชามโจ๊กข้าวกล้องงาดำลงบนโต๊ะอาหารเสียงดังปัง จนน้ำในชามกระฉอก “ตายแล้ว ทำไมกิริยาหยาบคายแบบนี้ล่ะจ๊ะ โรงพยาบาลระดับห้าดาวจริงหรือเปล่าเนี่ย” แม่ของลลิสาโวยอารมณ์เสีย “ขออภัยครับคุณผู้หญิง พอดีพวกผมเพิ่งย้ายมาจากแผนกห้องดับจิต มือเลยหนักไปหน่อย ปกติใช้เข็นศพ พลิกร่างอาจารย์ใหญ่ครับ” หนึ่งในนั้นหันไปโค้งคำนับให้หล่อนแบบกวนๆ ก่อนจะหันมามองวสุด้วยสายตานิ่งลึกพลางหยิบมีดปอกผลไม้เล่มยาวออกมา พร้อมกับแอปเปิ้ลลูกหนึ่ง วสุเห็นถึงกับหน้าซีดเผือด ส่วนลลิสาปิดปากกลั้นขำ เธอเดินมายืนข้างเตียงแกล

  • ล่ามเมีย    บทที่ 161 หยอดน้ำข้าวต้ม

    ลลิสาผลักประตูห้องพักฟื้นเข้าไปด้วยหัวใจที่เต้นรัว ภาพที่เพื่อนร่วมงานของเธอนอนเป็นผักอยู่บนเตียงทำให้พวงแก้มของเธอร้อนผ่าว ทั้งเห็นใจและสงสาร แต่อีกมุมก็นึกสมน้ำหน้าอยู่เหมือนกัน นึกไม่ถึงว่าสามีของเธอจะโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้ เฝือกขา เฝือกแขน ...และเฝือกคอ ฮะ! “น้องสา มาแล้วเหรอครับ” วสุทำเสียงอ่อนแรงอ้อนพลางชี้ไปที่เฝือกแขน “ดูสภาพพี่สิ น่าอายชะมัด” ลลิสาวางกระเช้าลงบนโต๊ะ ก่อนจะเดินกอดอกเข้าไปยืนข้างเตียงแล้วมองคนนอนอยู่ตั้งแต่หัวจรดเท้า พลางกลั้นขำ “โถ...คุณวสุ สภาพเหมือนไปฟัดกับรถสิบล้อมาเลยนะคะเนี่ย แขนหักเลยเหรอ?” “ไม่ใช่รถสิบล้อหรอกครับน้องสา พวกมันมากันสามคน ดักซุ่มเจตนากระทืบพี่ใต้ถุนคอนโด...อาการหนัก หมอบอกต้องพักเป็นเดือน” วสุฟ้องชุดใหญ่ “ผมว่าต้องเป็นไอ้พวกมาเฟียคู่อริธุรกิจแน่ๆ ช่วงนี้ได้ข่าวว่ามันริษยาพี่ที่ได้ดี หรือไม่ก็...” “หรือไม่ก็...ดูจากสภาพสาว่าไม่แน่ คุณวสุอาจเดินซุ่มซ่ามไปเหยียบเปลือกกล้วยของใครแล้วล้มใส่ก้อนหินเองหรือเปล่าคะ” สาวเจ้ารีบขัดคอขำๆ หน้าตาย “เพราะว่าถ้าเป็นมาเฟียจริ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status