หน้าหลัก / มาเฟีย / ล่ามเมีย / บทที่ 28 อยากแกล้ง

แชร์

บทที่ 28 อยากแกล้ง

last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-19 19:34:24

       

เป็นนางนกต่อ อีกหลายชีวิตจะต้องเดือดร้อน

            เป็นนางบำเรอ เดือดร้อนแค่เธอคนเดียว

           

            “ถือว่าฉลาด”

            เหมันต์ยกยิ้มหลังได้คำตอบนั้น เขามองเธอนิ่งอยู่พัก ไม่ได้สนใจว่ามันจะมาจากความรู้สึกแบบไหน ถูกบังคับ หรือว่ายังไง

            ความแค้นรุมสุมเขา และทุกครั้งที่นึกถึงศัตรูเขามักจะมองเห็นเปลวไฟ ความร้อนที่แผดเผาคนที่เขารักจนมอดไหม้ แบบไม่เหลือเลยสักคนเดียว

            ในโลกใบนี้สำหรับเขาช่างน่าเบื่อยิ่งนัก  

            ไม่ว่าความผิดที่ทำนั้นจะมีน้ำหนักมากน้อยแค่ไหน เลวร้ายระดับใด บางคนอาจไม่ใช่คนลงมือเอง ทว่าเพราะสถานการณ์บีบบังคับ สำหรับเหมันต์ นฤเบศร์วรโชติ อย่างไรก็ตอบแทนคนพวกนั้นเท่าเทียมกัน นั่นคือ..ความตาย

            “พ่อฉัน..ไปทำอะไรให้คุณเหรอคะ”

            ลลิสาถามเสียงแผ่วหลังได้สติขึ้นมาบ้างแล้ว เขาไม่ตอบแต่เดินหายไปสูบบุหรี่อีกรอบ ทิ้งเธอเอาไว้กับสร้อยคอระเบิด จากนั้นก็ได้ยินโทรศัพท์ คิดว่าเป็นสายจากใครสักคน ที่ค่อนข้างสำคัญฟังจากน้ำเสียงและดูจากลักษณะท่าการยืนก็พอจะรู้

            ผ่านไปหลายนาทีหลังจากวางสายเขาก็เดินกลับเข้ามาใหม่และออกคำสั่งให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะลงไปทานมื้อเย็นซึ่งถูกเตรียมเอาไว้ยังห้องอาหารข้างล่างโดยคานโล

            แน่นอนว่าเธอต้องทำ เพราะนั่นจะเป็นโอกาสเดียวที่จะทำให้สร้อยอันตรายบ้านี่ออกไปจากลำคอของเธอชั่วคราว

           

            ห้องอาหาร

            เธอเดินลงมาพร้อมกับเขา จากบันไดขั้นแรกสู่ขั้นสุดท้าย ไม่มีจังหวะการก้าวเดินไหนเลยที่จะไม่รู้สึกกลัว เธอประหม่าซะจนมือไม้สั่น

            เหลือบตามองคานโลแวบหนึ่งในจังหวะที่เดินไปถึง ในตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาไม่กล้าสบตาเธอแล้ว แต่เลือกที่จะก้มศีรษะลงแล้วถอยร่นออกจากห้องอาหารไปแทน เหลือแค่เธอกับเขาสองคน

            “ปกติ คุณชอบกินอะไร”

            ร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงข้ามเอ่ยถามขึ้น ความกลัวที่มีแต่จะเพิ่มพูนถูกกักกั้นไม่ให้โผล่ล้นพ้นออกมามากไปกว่านี้ จนปลายเท้าที่จิกอยู่ในรองเท้าแบบไม่รู้ตัวเริ่มเจ็บ หญิงสาวขมวดคิ้วกลั้นหายใจ เธอไม่ชอบตัวเองในตอนนี้เลย หลังความมั่นใจ หายไปตอนถูกเขาบีบคอตอนนั้นนั่นเอง

            หญิงสาวเม้มริมฝีปาก ชำเลืองมองเขาเล็กน้อย พลางหลุบตาต่ำ

            “อาหารไทยค่ะ”

            “เมนู?”

             ภาพบรรยากาศที่เงียบสงบ ไฟทางเดินที่ไม่ได้สว่างมากนัก ตรงโต๊ะนี้อยู่ได้เพราะเชิงเทียนโลหะสีทอง อาหารหลายอย่างอยู่ตรงหน้า และทุกอย่างมีแต่ของที่เธอเคยกินแล้ว แต่ไม่เคยรู้สึกว่าจะต้องกลืนยากลำบากอย่างเช่นวันนี้มาก่อน

            “ฉู่ฉี่ปลากะพงค่ะ”

            มือใหญ่ชะงักในจังหวะใช้ส้อมม้วนเส้นสปาเก็ตตี้ขึ้นมา พลางแค่นหัวเราะ ท่าทางนั้นเป็นที่ประจักษ์อยู่ตรงหน้าเธอ หากแต่เข้าใจผิดคิดว่าเขาดูแคลนเมนูที่เธอโปรด ทว่าเปล่า ที่แค่นหัวเราะเพราะทึ่งในคำตอบก็เท่านั้น เขาชอบเหมือนเธอ เธอกับเขาชอบเมนูเดียวกัน

            โชคดีที่เธอไม่สนใจที่จะถามกลับ เพราะถึงถามกลับเขาก็คงไม่พูดความจริงหรอก

            “กินสิครับ จะได้มีแรงทำอย่างอื่นต่อ”

            อย่างอื่นที่เขาว่าเธอไม่รู้มันคืออะไร แต่แค่ได้ยินก็รู้สึกไม่สบายใจแล้ว ทว่าสถานการณ์ในตอนนี้เธอควรสวมบทบาทคนหูหนวก ไม่ก็เป็นใบ้กิน หรือไม่ก็สมองตาย ตอบสนองช้าไปเลย น่าจะดีที่สุด

            ลลิสานั่งทานอาหารอย่างเงียบๆ ถึงใจจะกลัวมากแค่ไหนในตอนนี้ แต่ร่างกายไม่เคยทรยศความรู้สึกที่มี หิวก็บอกว่าหิว เจ็บก็บอกว่าเจ็บ และเกลียดก็บอกว่าเกลียดเธอชัดเจนตลอด  สามารถแยกแยะได้อย่างเก่งกาจ       

            และเมื่อทานจนอิ่มเธอก็รวบช้อน ตามด้วยกระดกน้ำสะอาดตามจนหมดแก้ว เรียกเจ้าของสายตาเย็นชาที่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับการหั่นเนื้อในจานของตัวเองเหลือบขึ้นมามอง ทว่าเขาไม่ได้พูดอะไรเลย แต่กลับทานต่อด้วยท่าทางที่นิ่งสงบ

            จนกระทั่ง

            “พรุ่งนี้ไปที่หนึ่งกับผมหน่อย”

            เขาโพล่งออกมาทำลายความเงียบ พลางดึงผ้าขึ้นมาเช็ดปาก

            “ไปไหนคะ”

            “ไปจดทะเบียน”

            เกร้ง!

            มือบางหลุดปัดโดนส้อมบนจานหล่นราวกับหลุดจากรันเวย์ นาทีที่ได้ยินประโยคนั้น

            “ทะ ทะเบียนอะไรคะ”

            เธอรู้มันเป็นคำถามที่ดูโง่ เขาถึงได้เหลือบตาขึ้นมาอย่างนั้น แต่เธอก็อยากจะถามให้แน่ใจ เพราะไม่ยอมรับความจริงที่ได้ยิน

            “สมรสสิครับ ทำไมต้องถามคำถามที่รู้อยู่แล้ว”

            ก็นั่นน่ะสิ

            เขาพูดออกมาหน้าตาเฉย ทั้งที่มันคือเรื่องใหญ่มากๆ หากจดทะเบียนสมรสก็เท่ากับเธอและเขาจะกลายเป็นคนคนเดียวกัน

            “อินเวร์โน” ชื่อของเขาถูกเรียกขานด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่จริงจัง ทำคนที่กำลังสนใจอย่างอื่นลากสายตากลับมามอง พลางเลิกคิ้ว “คุณต้องการทำอะไรกันแน่ ถ้ารู้ว่าพ่อของสาเป็นใครก็ควรจะหยุด..ไม่ใช่เหรอคะ”

            ดูเหมือนว่าเขาจะชะงักไปเล็กน้อย เปลี่ยนใจจากที่ไม่เอาอะไรเพิ่มแล้ว เป็นหยิบแก้วเปล่าเพื่อมารินไวน์

            “พ่อคุณใหญ่ผมรู้ แต่ผมก็ใช่ย่อยนะ”

            ลลิสาเม้มปากแน่นอีกครั้ง รู้สึกลมหายใจติดขัด จังหวะที่เขาจ้องมองมาด้วยสายตาคมกริบ  

            ไวน์แดงหมักอย่างดีถูกเทลงแก้วอย่างใส่ใจมากกว่าการตอบคำถามของเธอ ก่อนจะถูกยกกระดกจิบอย่างค่อยๆ

            “ดื่มด้วยกันไหมครับ”

            “ไม่เป็นไรค่ะ”

            “ดื่มหน่อยก็ดีนะครับ คุณจะได้กล้าขึ้น”

            ถึงเธอจะไม่ประสีประสากับเรื่องอย่างว่า แต่เธอก็ไม่ใช่เด็กน้อยที่จะไม่รู้อะไรเลย เขาพูดสองแง่สองง่ามแบบนี้เพราะต้องการเผด็จศึกกันคืนนี้หรือไม่ใช่

            “ไหนๆก็จะจดทะเบียนกันพรุ่งนี้แล้ว เรื่องนั้น..ขอเป็นพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอคะ”

            เขากำลังควงของเหลวในแก้วอย่างเบามือ ไม่ได้แสดงอารมณ์หรือทีท่าอะไรออกมา ดวงตาของเขาหรี่ต่ำ มองไวน์สีสวยนั้นราวกับมองสิ่งที่น่าสนใจและโปรดปราน หารู้ไม่ว่าในใจของเขานั้นกำลังคุกรุ่น เธอมีสิทธิ์อะไรมาต่อรอง

            “ไม่ยักจะรู้ว่าคนอย่างคุณจะเคร่งครัดความถูกต้อง”

            เสียงหัวเราะในลำคอดังออกมาหลังพูดจบ ก่อนไวน์ในแก้วนั้นจะถูกยกกระดกรวดเดียวหมด  และวางบนโต๊ะข้างจานเสียงดัง

            “เปล่า..” เธอส่ายหน้า ทว่าก้มงุดไม่กล้าสบตา “สาก็แค่อยากขอเวลา..ทำใจสักหน่อย”

            เหมันต์นิ่งไปชั่วขณะ อันที่จริงเรื่องที่เธอขอมานั้นมันไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับเขาเลย ถ้าวางความเป็นอัตตาสูงที่เขามีลง เปลี่ยนเป็นการมองข้ามแทน มันก็จะเป็นแค่คำขอคำหนึ่ง ที่โคตรจะเล็ก

            ทว่าเขาอยากแกล้งเธอ

            “เวลาของผมมีค่ามากครับ ถ้าคุณจะเอาไป คุณต้องสำคัญระดับนึง”

            คำตอบของเขาที่มาจากเสียงที่เรียบเฉย ไม่นึกเลยว่าจะมีอิทธิพลกับเธอถึงขั้นสะอึก หญิงสาวหน้าชาไปทั้งแถบ ริมฝีปากสั่นระริก สิ้นสุดประโยคนั้นเธอก็เงียบไป จนกระทั่งเขาลุกขึ้นยืนและเดินนำกลับไปข้างบน โดยไม่ลืมที่จะพยักพเยิดหน้าเชิญชวนเธอด้วย

             

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ล่ามเมีย    บทที่ 183 ตอนพิเศษ 5

    เช้าวันอาทิตย์ที่ควรจะเงียบสงบ กลับกลายเป็นวันแห่งความตึงเครียดที่สุดของเหมันต์ มาเฟียใหญ่ที่เคยจับดาบนิ่งสนิทลุยสมรภูมิรบมานับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้กำลังเผชิญหน้ากับภารกิจที่ใหญ่หลวงที่สุดในชีวิต นั่นคือ "การอาบน้ำให้ลูกสาววัยสองสัปดาห์เป็นครั้งแรก"ภายในห้องน้ำที่เปิดเครื่องทำน้ำอุ่นจนอุณหภูมิกำลังสบาย อ่างอาบน้ำเด็กสีพาสเทลแบรนด์หรูถูกเติมน้ำอุ่นจนได้ระดับ เหมันต์ในชุดเสื้อยืดสีดำพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นรอยสักเต็มท่อนแขน กำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนม้านั่งตัวเตี้ย ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียด คิ้วหนาขมวดม้วนแน่นจนแทบจะผูกเป็นโบว์ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มกรอบหน้าและแผ่นหลังจนเสื้อเปียกชุ่ม ทั้งที่ชั่วโมงนี้แอร์ในห้องยังเย็นฉ่ำ“เหมันต์คะ ผ่อนคลายหน่อยค่ะ คุณเกร็งจนลูกพลอยลุ้นไปด้วยแล้วนะ”ลลิสาที่นั่งประคองอยู่ข้างๆ หลุดขำออกมาเบาๆ ยามเห็นสามีร่างยักษ์ทำท่าทางราวกับกำลังจะกู้ระเบิดเวลา“คุณดูสิ ไลลาของผมตัวเล็กนิดเดียว ผมกลัวลูกเจ็บ”น้ำเสียงที่เคยทรงอิทธิพลและน่าเกรงขาม บัดนี้กลับสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด“ถ้าอย่างนั้น มาค่ะ..เดี๋ยวสาช่วย”ลลิสาคอยบอกทีละขั้นตอนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเหมันต์สูดหายใจ

  • ล่ามเมีย    บทที่ 182 ตอนพิเศษ 4

    ภายในห้องคลอดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาและเสียงเตือนจากเครื่องมือแพทย์ เหมันต์ในชุดปลอดเชื้อสีเขียวเข้มกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้ มือหนาอันสั่นเทากุมมือเรียวบางของลลิสาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ใบหน้าคมคายที่มักจะเรียบเฉยบัดนี้เต็มไปด้วยความกังวล สายตาคมจับจ้องเพียงแค่ใบหน้าซีดเซียวของภรรยาตัวน้อยที่มีหยาดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า“อื้อ... เหมันต์... สาเจ็บ” ลลิสาสูดหายใจเข้าลึก ร่างกายสั่นสะท้านจากแรงบีบรัดของมดลูกที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยน้ำตาจากความเจ็บปวดที่แทบจะทนไม่ไหว“มากไหม มันเจ็บแค่ไหนกันลสิลา...”“เจ็บมากค่ะ แต่ก็มีความสุข..เรากำลังเห็นหน้าลูกของเราแล้วนะคะ”เหมันต์กระซิบเสียงสั่นพร่า เขาใช้ผ้าก๊อซชุบน้ำคอยซับเหงื่อที่หน้าผากและแก้มใสอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะก้มลงประทับจูบลงบนหลังมือของเธอซ้ำๆ ราวกับต้องการจะรับเอาความเจ็บปวดทั้งหมดนั้นมาไว้ที่ตัวเอง“เอาล่ะครับคุณแม่ มดลูกเปิดเต็มที่แล้วนะครับ เตรียมตัวเบ่งตามจังหวะที่หมอบอกนะ... หนึ่ง สอง สาม เบ่งครับ!” เสียงคุณหมอสูติฯ ดังขึ้นเป็นสัญญาณเริ่มสมรภูมิครั้งสำคัญ“อื้อออออออ!” ลลิสากัดฟันเบ่งสุดแรงเกิ

  • ล่ามเมีย    บทที่ 181 ตอนพิเศษ 3

    ลลิสาซบหน้าลงกับอกอุ่น ยิ้มรับคำพูดของสามีด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข สายตาของทั้งคู่ทอดมองไปยังเตียงหลังน้อยที่ถูกสร้างขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงและความรักของคนเป็นพ่ออย่างแท้จริงแสงแดดอุ่นๆ ยามบ่ายส่องผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามาในห้องเนอสเซอรี่ บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความรักและความตื่นเต้น เหมันต์และลลิสากำลังช่วยกันตกแต่งเตียงเด็กอ่อนไม้โอ๊กที่เพิ่งประกอบเสร็จเมื่อวันก่อนให้สมบูรณ์พร้อมต้อนรับลูกสาวตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลก“เหมันต์คะ... ช่วยหยิบกล่องโมบายดนตรีตรงนั้นให้สาหน่อยค่ะ” ลลิสาในชุดเดรสคลุมท้องผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มเอ่ยบอกสามี พลางใช้มือข้างหนึ่งประคองหน้าท้องกลมโตวัยแปดเดือนเศษไว้เหมันต์ขยับกายอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มเอื้อมหยิบกล่องอุปกรณ์แบรนด์หรูมาเปิดออกอย่างระมัดระวัง ภายในมีก้านโมบายสีขาวและตุ๊กตาผ้าทอมือรูปก้อนเมฆ พระจันทร์เสี้ยว และดวงดาวดวงน้อยหลากสีสันพาสเทลห้อยระย้าอยู่ มาเฟียหนุ่มร่างยักษ์บรรจงหยิบชิ้นส่วนเหล่านั้นขึ้นมาเกาะเข้ากับขอบเตียงไม้ด้วยท่าทางตั้งอกตั้งใจ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดราวกับกำลังกู้ระเบิด แต่สายตาที่จ้องมองของเล่นชิ้นจิ๋วกลับอ่อนโยนอย่างไม่เคยเป็

  • ล่ามเมีย    บทที่ 180 ตอนพิเศษ 2

    “เดี๋ยว...” ลลิสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบดึงแขนเสื้อของสามีไว้“หลังนึงเอาไว้ห้องนอนใหญ่ของเรา อีกหลังเอาไว้ห้องเนอสเซอรี่ ส่วนอีกหลังเอาไว้ที่ห้องทำงานผม... เวลาคุณพาลูกไปหาผม จะได้มีที่นอน” เหมันต์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับเป็นเรื่องปกติธรรมดา ก่อนจะหันไปสั่งพนักงานต่อโดยไม่เปิดโอกาสให้ลลิสาได้ประท้วง“แล้วก็... โซนเสื้อผ้าเด็กอ่อนตรงนั้น คอลเลกชันเด็กผู้หญิงแรกเกิดจนถึงหนึ่งขวบ ผมเอาทั้งหมด จัดไซส์ละสองชุด”“คะ... คุณคะ!”พนักงานร้านถึงกับมือสั่น ตาโตด้วยความตื่นเต้นตื้นตันที่จะทำยอดทะลุเป้าในวันเดียว“ใช่ ทั้งหมวก ถุงมือ ถุงเท้า อ่างอาบน้ำทองคำขาวตรงนั้นด้วย... อ้อ แล้วก็รถเข็นเด็กคันที่แพงที่สุดและปลอดภัยที่สุดในร้าน เอามาด้วย” เหมันต์สั่งรัวๆ ราวกับกำลังช๊อปปิ้งในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป“เหมันต์! พอแล้วค่ะ สาใส่ให้ลูกไม่ทันหรอกนะคะ ของพวกนี้เด็กๆ โตไวจะตายไป” ลลิสารีบเข้ามากอดแขนหนา พยายามจะยื้อบัตรเครดิตคืนมา แต่เหมันต์กลับรวบตัวเธอเข้ามาแนบชิดอกแกร่งอย่างนึกเอ็นดู มือหนาลูบหัวทุยสวยของภรรยาอย่างเบามือ“เงินผมมีให้ลูกกับคุณใช้ไปทั้งชาติก็ไม่หมดหรอก... อะไรที่ทำให้คุณมีค

  • ล่ามเมีย    บทที่ 179 ตอนพิเศษ 1

    บรรยากาศภายในร้านเสื้อผ้าและของใช้เด็กอ่อนอบอวลไปด้วยความอบอุ่น แสงไฟสีนวลตาตกกระทบลงบนชุดบอดี้สูทตัวจิ๋วหลากสีสันที่แขวนเรียงรายอยู่เป็นเซ็ท ลลิสาในชุดคลุมท้องสีหวานเดินอมยิ้มพลางลูบหน้าท้องนูนเด่นของตัวเองในวัยเจ็ดเดือน สายตาของเธอเป็นประกายระยับยามที่ได้มองข้าวของชิ้นเล็กชิ้นน้อย โดยมีสามีที่น่ารักเดินตามอยู่ไม่ห่าง มือหนาของเขาเข็นรถเข็นคันใหญ่ที่บัดนี้มีทั้งผ้าอ้อมเนื้อนุ่มและขวดนมแบรนด์ดังวางอยู่จนเกือบเต็ม“คุณคะ ดูชุดนี้สิคะ... น่ารักจังเลย”ลลิสาหยิบชุดบอดี้สูทสีชมพูพาสเทลที่มีระบายลูกไม้เล็กๆ ตรงช่วงไหล่ขึ้นมาแนบกับอก ใบหน้าหวานของเธอยิ้มกว้างเหมันต์หยุดรถเข็นแล้วขยับเข้าไปยืนซ้อนหลังร่างบาง มือหนาเอื้อมไปกุมมือเธอที่ถือชุดอยู่ สายตาคมกริบที่เคยดุดันบัดนี้อ่อนแสงลงจนเหลือเพียงความเอ็นดู เขาก้มลงกระซิบชิดใบหูเล็ก“เล็กขนาดนี้ ลูกจะใส่ได้เหรอสา... ใส่อันนี้ได้ก็ตัวเท่าลูกแมวเพิ่งคลอดเลยนะ”“ก็เด็กแรกเกิดตัวเล็กเท่านี้แหละค่ะ คุณพ่อนี่ไม่รู้อะไรเลย” ลลิสาหันมาค้อนขวับเบาๆ แต่แก้มใสของอีกคนกลับขึ้นสีระเรื่อ เมื่อเธอเรียกตัวเองว่าพ่ออย่างเต็มปากเต็มคำ“ถ้างั้นก็ซื้อไปเถอะ อะไรท

  • ล่ามเมีย    บทที่ 178 สมหวัง

    “มีลูกให้ผมนะ”“หืม..ลูกเหรอ”ลลิสาอุทานแผ่วเบาพลันหลุดยิ้ม“ใช่ หรือว่าคุณไม่อยากมี” เหมันต์กระซิบเสียงพร่าชิดใบหู ใบหน้าคมคายซุกไซ้ลงกับซอกคอขาวระหงจูบพรมอย่างแผ่วเบาไปทั่ว สัมผัสของเขาใต้หยาดน้ำอุ่นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและนุ่มนวล ทว่าทำเอาหัวใจของลลิสาเต้นไม่เป็นสรรพฝ่ามือหนาช่วยลูบไล้หยาดน้ำสบู่ชำระล้างร่างกายให้เธออย่างสุภาพและเกรงใจ ท่ามกลางสายน้ำที่ไหลผ่าน ยิ่งหล่อหลอมให้เนื้อแท้ของความสัมพันธ์แนบแน่นจนแทบไร้ช่องว่าง ทั้งคู่สบตากันผ่านม่านน้ำใส ส่งยิ้มให้กันด้วยความรักทั้งหมดที่มี ก่อนที่เหมันต์จะก้มลงมอบจุมพิตแสนหวานรสละมุนรสหวานชื่นใจเป็นการปิดท้ายกิจกรรมยามเช้าหลังจากอาบน้ำเสร็จ ลลิสาช่วยเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขา ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในชุดลำลอง เหมันต์เดินเข้ามาสวมกอดเธอจากทางด้านหลังพลางส่งยิ้มหวานผ่านกระจก“พร้อมไปเดินเล่นในไร่องุ่นหรือยังคะ... ท่านประธานของสา”“พร้อมตั้งนานแล้ว... ”เหมันต์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาพราวระยับเปี่ยมสุข เขาปล่อยอ้อมกอดแล้วเปลี่ยนมาจับมือบางของเธอไว้แน่น พร้อมที่จะออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์และก้าวเดินสู่อนาคตใหม่เคียงข้างเธอด้วยขาที่แข็งแรงคู่น

  • ล่ามเมีย    บทที่ 114 ความสุข 80%

    ลลิสาเกือบกรีดร้องตอนถูกเขากระชากผลักให้นอนราบลง ก่อนตัวเองจะขึ้นคร่อมแทน ถ่างขาเรียวของเธอกางออก ตั้งเข่าชันให้อยู่ในลักษณะรูปตัวเอ็ม จากนั้นก็โน้มหน้าเข้ามาใกล้ ใช้ปลายลิ้นแตะติ่งสีสวยของเธออย่างช่ำชอง “อ๊า” ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก กะทันหันซะเธอตั้งตัวไม่ทัน

  • ล่ามเมีย    บทที่ 112 แพ้ทุกทาง

    “หะ เหมันต์ สา.. สาไม่อยากให้คุณใช้ของพวกนั้นกับสาเลย” ปากพูด แต่สายตาเหลือบไปยังชั้นอุปกรณ์ ร่างสูงมองตามก่อนผละออกแล้วเดินไปหยิบหางกระรอกติดมือมาอันนึง “ลองหน่อยนะที่รัก แค่อันนี้อันเดียวก็ได้ ผมว่าถ้าคุณใส่ต้องน่ารักมากแน่ๆ” เขาอยากใช้คำว่าขย้ำ แต่

  • ล่ามเมีย    บทที่ 108 หึงพอๆกัน

    “ได้สิ ไป ผมจะพาไป” ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างให้กับเขา เหมันต์พาลลิสาลงมายังโซนเลาจน์ด้านล่างที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน เขาเลือกทำตัวกลมกลืนไปกับฝูงชน ในฐานะลูกค้าธรรมดาคนหนึ่ง ทว่าหน้าตากับออร่ากลับไม่ใช่ “นั่งตรงนี้ไหม” “ได้ค่ะ” ร่างสูงทร

  • ล่ามเมีย    บทที่ 107 ผับของเธอ

    สุดท้ายเธอก็ไม่ได้ไปงานศพพ่อของเจนเพื่อนของเหนือเมฆและอาคีรา อันที่จริงเธอไม่ไปสักคนก็คงไม่มีปัญหาอะไร เพียงแค่รู้สึกแย่ก็เท่านั้น ที่เป็นหนึ่งในต้นเหตุให้เกิดเรื่องแบบนี้ หลังจากกลับมากับเหมันต์จากคฤหาสน์หลังนั้นซึ่งเป็นส่วนประกอบของปมในอดีตของเขา ลลิสาก็ถูกให้อยู่แต่ในห้อง

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status