Masuk
เป็นนางนกต่อ อีกหลายชีวิตจะต้องเดือดร้อน
เป็นนางบำเรอ เดือดร้อนแค่เธอคนเดียว
“ถือว่าฉลาด”
เหมันต์ยกยิ้มหลังได้คำตอบนั้น เขามองเธอนิ่งอยู่พัก ไม่ได้สนใจว่ามันจะมาจากความรู้สึกแบบไหน ถูกบังคับ หรือว่ายังไง
ความแค้นรุมสุมเขา และทุกครั้งที่นึกถึงศัตรูเขามักจะมองเห็นเปลวไฟ ความร้อนที่แผดเผาคนที่เขารักจนมอดไหม้ แบบไม่เหลือเลยสักคนเดียว
ในโลกใบนี้สำหรับเขาช่างน่าเบื่อยิ่งนัก
ไม่ว่าความผิดที่ทำนั้นจะมีน้ำหนักมากน้อยแค่ไหน เลวร้ายระดับใด บางคนอาจไม่ใช่คนลงมือเอง ทว่าเพราะสถานการณ์บีบบังคับ สำหรับเหมันต์ นฤเบศร์วรโชติ อย่างไรก็ตอบแทนคนพวกนั้นเท่าเทียมกัน นั่นคือ..ความตาย
“พ่อฉัน..ไปทำอะไรให้คุณเหรอคะ”
ลลิสาถามเสียงแผ่วหลังได้สติขึ้นมาบ้างแล้ว เขาไม่ตอบแต่เดินหายไปสูบบุหรี่อีกรอบ ทิ้งเธอเอาไว้กับสร้อยคอระเบิด จากนั้นก็ได้ยินโทรศัพท์ คิดว่าเป็นสายจากใครสักคน ที่ค่อนข้างสำคัญฟังจากน้ำเสียงและดูจากลักษณะท่าการยืนก็พอจะรู้
ผ่านไปหลายนาทีหลังจากวางสายเขาก็เดินกลับเข้ามาใหม่และออกคำสั่งให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะลงไปทานมื้อเย็นซึ่งถูกเตรียมเอาไว้ยังห้องอาหารข้างล่างโดยคานโล
แน่นอนว่าเธอต้องทำ เพราะนั่นจะเป็นโอกาสเดียวที่จะทำให้สร้อยอันตรายบ้านี่ออกไปจากลำคอของเธอชั่วคราว
ห้องอาหาร
เธอเดินลงมาพร้อมกับเขา จากบันไดขั้นแรกสู่ขั้นสุดท้าย ไม่มีจังหวะการก้าวเดินไหนเลยที่จะไม่รู้สึกกลัว เธอประหม่าซะจนมือไม้สั่น
เหลือบตามองคานโลแวบหนึ่งในจังหวะที่เดินไปถึง ในตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาไม่กล้าสบตาเธอแล้ว แต่เลือกที่จะก้มศีรษะลงแล้วถอยร่นออกจากห้องอาหารไปแทน เหลือแค่เธอกับเขาสองคน
“ปกติ คุณชอบกินอะไร”
ร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงข้ามเอ่ยถามขึ้น ความกลัวที่มีแต่จะเพิ่มพูนถูกกักกั้นไม่ให้โผล่ล้นพ้นออกมามากไปกว่านี้ จนปลายเท้าที่จิกอยู่ในรองเท้าแบบไม่รู้ตัวเริ่มเจ็บ หญิงสาวขมวดคิ้วกลั้นหายใจ เธอไม่ชอบตัวเองในตอนนี้เลย หลังความมั่นใจ หายไปตอนถูกเขาบีบคอตอนนั้นนั่นเอง
หญิงสาวเม้มริมฝีปาก ชำเลืองมองเขาเล็กน้อย พลางหลุบตาต่ำ
“อาหารไทยค่ะ”
“เมนู?”
ภาพบรรยากาศที่เงียบสงบ ไฟทางเดินที่ไม่ได้สว่างมากนัก ตรงโต๊ะนี้อยู่ได้เพราะเชิงเทียนโลหะสีทอง อาหารหลายอย่างอยู่ตรงหน้า และทุกอย่างมีแต่ของที่เธอเคยกินแล้ว แต่ไม่เคยรู้สึกว่าจะต้องกลืนยากลำบากอย่างเช่นวันนี้มาก่อน
“ฉู่ฉี่ปลากะพงค่ะ”
มือใหญ่ชะงักในจังหวะใช้ส้อมม้วนเส้นสปาเก็ตตี้ขึ้นมา พลางแค่นหัวเราะ ท่าทางนั้นเป็นที่ประจักษ์อยู่ตรงหน้าเธอ หากแต่เข้าใจผิดคิดว่าเขาดูแคลนเมนูที่เธอโปรด ทว่าเปล่า ที่แค่นหัวเราะเพราะทึ่งในคำตอบก็เท่านั้น เขาชอบเหมือนเธอ เธอกับเขาชอบเมนูเดียวกัน
โชคดีที่เธอไม่สนใจที่จะถามกลับ เพราะถึงถามกลับเขาก็คงไม่พูดความจริงหรอก
“กินสิครับ จะได้มีแรงทำอย่างอื่นต่อ”
อย่างอื่นที่เขาว่าเธอไม่รู้มันคืออะไร แต่แค่ได้ยินก็รู้สึกไม่สบายใจแล้ว ทว่าสถานการณ์ในตอนนี้เธอควรสวมบทบาทคนหูหนวก ไม่ก็เป็นใบ้กิน หรือไม่ก็สมองตาย ตอบสนองช้าไปเลย น่าจะดีที่สุด
ลลิสานั่งทานอาหารอย่างเงียบๆ ถึงใจจะกลัวมากแค่ไหนในตอนนี้ แต่ร่างกายไม่เคยทรยศความรู้สึกที่มี หิวก็บอกว่าหิว เจ็บก็บอกว่าเจ็บ และเกลียดก็บอกว่าเกลียดเธอชัดเจนตลอด สามารถแยกแยะได้อย่างเก่งกาจ
และเมื่อทานจนอิ่มเธอก็รวบช้อน ตามด้วยกระดกน้ำสะอาดตามจนหมดแก้ว เรียกเจ้าของสายตาเย็นชาที่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับการหั่นเนื้อในจานของตัวเองเหลือบขึ้นมามอง ทว่าเขาไม่ได้พูดอะไรเลย แต่กลับทานต่อด้วยท่าทางที่นิ่งสงบ
จนกระทั่ง
“พรุ่งนี้ไปที่หนึ่งกับผมหน่อย”
เขาโพล่งออกมาทำลายความเงียบ พลางดึงผ้าขึ้นมาเช็ดปาก
“ไปไหนคะ”
“ไปจดทะเบียน”
เกร้ง!
มือบางหลุดปัดโดนส้อมบนจานหล่นราวกับหลุดจากรันเวย์ นาทีที่ได้ยินประโยคนั้น
“ทะ ทะเบียนอะไรคะ”
เธอรู้มันเป็นคำถามที่ดูโง่ เขาถึงได้เหลือบตาขึ้นมาอย่างนั้น แต่เธอก็อยากจะถามให้แน่ใจ เพราะไม่ยอมรับความจริงที่ได้ยิน
“สมรสสิครับ ทำไมต้องถามคำถามที่รู้อยู่แล้ว”
ก็นั่นน่ะสิ
เขาพูดออกมาหน้าตาเฉย ทั้งที่มันคือเรื่องใหญ่มากๆ หากจดทะเบียนสมรสก็เท่ากับเธอและเขาจะกลายเป็นคนคนเดียวกัน
“อินเวร์โน” ชื่อของเขาถูกเรียกขานด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่จริงจัง ทำคนที่กำลังสนใจอย่างอื่นลากสายตากลับมามอง พลางเลิกคิ้ว “คุณต้องการทำอะไรกันแน่ ถ้ารู้ว่าพ่อของสาเป็นใครก็ควรจะหยุด..ไม่ใช่เหรอคะ”
ดูเหมือนว่าเขาจะชะงักไปเล็กน้อย เปลี่ยนใจจากที่ไม่เอาอะไรเพิ่มแล้ว เป็นหยิบแก้วเปล่าเพื่อมารินไวน์
“พ่อคุณใหญ่ผมรู้ แต่ผมก็ใช่ย่อยนะ”
ลลิสาเม้มปากแน่นอีกครั้ง รู้สึกลมหายใจติดขัด จังหวะที่เขาจ้องมองมาด้วยสายตาคมกริบ
ไวน์แดงหมักอย่างดีถูกเทลงแก้วอย่างใส่ใจมากกว่าการตอบคำถามของเธอ ก่อนจะถูกยกกระดกจิบอย่างค่อยๆ
“ดื่มด้วยกันไหมครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“ดื่มหน่อยก็ดีนะครับ คุณจะได้กล้าขึ้น”
ถึงเธอจะไม่ประสีประสากับเรื่องอย่างว่า แต่เธอก็ไม่ใช่เด็กน้อยที่จะไม่รู้อะไรเลย เขาพูดสองแง่สองง่ามแบบนี้เพราะต้องการเผด็จศึกกันคืนนี้หรือไม่ใช่
“ไหนๆก็จะจดทะเบียนกันพรุ่งนี้แล้ว เรื่องนั้น..ขอเป็นพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอคะ”
เขากำลังควงของเหลวในแก้วอย่างเบามือ ไม่ได้แสดงอารมณ์หรือทีท่าอะไรออกมา ดวงตาของเขาหรี่ต่ำ มองไวน์สีสวยนั้นราวกับมองสิ่งที่น่าสนใจและโปรดปราน หารู้ไม่ว่าในใจของเขานั้นกำลังคุกรุ่น เธอมีสิทธิ์อะไรมาต่อรอง
“ไม่ยักจะรู้ว่าคนอย่างคุณจะเคร่งครัดความถูกต้อง”
เสียงหัวเราะในลำคอดังออกมาหลังพูดจบ ก่อนไวน์ในแก้วนั้นจะถูกยกกระดกรวดเดียวหมด และวางบนโต๊ะข้างจานเสียงดัง
“เปล่า..” เธอส่ายหน้า ทว่าก้มงุดไม่กล้าสบตา “สาก็แค่อยากขอเวลา..ทำใจสักหน่อย”
เหมันต์นิ่งไปชั่วขณะ อันที่จริงเรื่องที่เธอขอมานั้นมันไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับเขาเลย ถ้าวางความเป็นอัตตาสูงที่เขามีลง เปลี่ยนเป็นการมองข้ามแทน มันก็จะเป็นแค่คำขอคำหนึ่ง ที่โคตรจะเล็ก
ทว่าเขาอยากแกล้งเธอ
“เวลาของผมมีค่ามากครับ ถ้าคุณจะเอาไป คุณต้องสำคัญระดับนึง”
คำตอบของเขาที่มาจากเสียงที่เรียบเฉย ไม่นึกเลยว่าจะมีอิทธิพลกับเธอถึงขั้นสะอึก หญิงสาวหน้าชาไปทั้งแถบ ริมฝีปากสั่นระริก สิ้นสุดประโยคนั้นเธอก็เงียบไป จนกระทั่งเขาลุกขึ้นยืนและเดินนำกลับไปข้างบน โดยไม่ลืมที่จะพยักพเยิดหน้าเชิญชวนเธอด้วย
เช้าวันอาทิตย์ที่ควรจะเงียบสงบ กลับกลายเป็นวันแห่งความตึงเครียดที่สุดของเหมันต์ มาเฟียใหญ่ที่เคยจับดาบนิ่งสนิทลุยสมรภูมิรบมานับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้กำลังเผชิญหน้ากับภารกิจที่ใหญ่หลวงที่สุดในชีวิต นั่นคือ "การอาบน้ำให้ลูกสาววัยสองสัปดาห์เป็นครั้งแรก"ภายในห้องน้ำที่เปิดเครื่องทำน้ำอุ่นจนอุณหภูมิกำลังสบาย อ่างอาบน้ำเด็กสีพาสเทลแบรนด์หรูถูกเติมน้ำอุ่นจนได้ระดับ เหมันต์ในชุดเสื้อยืดสีดำพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นรอยสักเต็มท่อนแขน กำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนม้านั่งตัวเตี้ย ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียด คิ้วหนาขมวดม้วนแน่นจนแทบจะผูกเป็นโบว์ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มกรอบหน้าและแผ่นหลังจนเสื้อเปียกชุ่ม ทั้งที่ชั่วโมงนี้แอร์ในห้องยังเย็นฉ่ำ“เหมันต์คะ ผ่อนคลายหน่อยค่ะ คุณเกร็งจนลูกพลอยลุ้นไปด้วยแล้วนะ”ลลิสาที่นั่งประคองอยู่ข้างๆ หลุดขำออกมาเบาๆ ยามเห็นสามีร่างยักษ์ทำท่าทางราวกับกำลังจะกู้ระเบิดเวลา“คุณดูสิ ไลลาของผมตัวเล็กนิดเดียว ผมกลัวลูกเจ็บ”น้ำเสียงที่เคยทรงอิทธิพลและน่าเกรงขาม บัดนี้กลับสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด“ถ้าอย่างนั้น มาค่ะ..เดี๋ยวสาช่วย”ลลิสาคอยบอกทีละขั้นตอนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเหมันต์สูดหายใจ
ภายในห้องคลอดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาและเสียงเตือนจากเครื่องมือแพทย์ เหมันต์ในชุดปลอดเชื้อสีเขียวเข้มกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้ มือหนาอันสั่นเทากุมมือเรียวบางของลลิสาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ใบหน้าคมคายที่มักจะเรียบเฉยบัดนี้เต็มไปด้วยความกังวล สายตาคมจับจ้องเพียงแค่ใบหน้าซีดเซียวของภรรยาตัวน้อยที่มีหยาดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า“อื้อ... เหมันต์... สาเจ็บ” ลลิสาสูดหายใจเข้าลึก ร่างกายสั่นสะท้านจากแรงบีบรัดของมดลูกที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยน้ำตาจากความเจ็บปวดที่แทบจะทนไม่ไหว“มากไหม มันเจ็บแค่ไหนกันลสิลา...”“เจ็บมากค่ะ แต่ก็มีความสุข..เรากำลังเห็นหน้าลูกของเราแล้วนะคะ”เหมันต์กระซิบเสียงสั่นพร่า เขาใช้ผ้าก๊อซชุบน้ำคอยซับเหงื่อที่หน้าผากและแก้มใสอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะก้มลงประทับจูบลงบนหลังมือของเธอซ้ำๆ ราวกับต้องการจะรับเอาความเจ็บปวดทั้งหมดนั้นมาไว้ที่ตัวเอง“เอาล่ะครับคุณแม่ มดลูกเปิดเต็มที่แล้วนะครับ เตรียมตัวเบ่งตามจังหวะที่หมอบอกนะ... หนึ่ง สอง สาม เบ่งครับ!” เสียงคุณหมอสูติฯ ดังขึ้นเป็นสัญญาณเริ่มสมรภูมิครั้งสำคัญ“อื้อออออออ!” ลลิสากัดฟันเบ่งสุดแรงเกิ
ลลิสาซบหน้าลงกับอกอุ่น ยิ้มรับคำพูดของสามีด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข สายตาของทั้งคู่ทอดมองไปยังเตียงหลังน้อยที่ถูกสร้างขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงและความรักของคนเป็นพ่ออย่างแท้จริงแสงแดดอุ่นๆ ยามบ่ายส่องผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเข้ามาในห้องเนอสเซอรี่ บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความรักและความตื่นเต้น เหมันต์และลลิสากำลังช่วยกันตกแต่งเตียงเด็กอ่อนไม้โอ๊กที่เพิ่งประกอบเสร็จเมื่อวันก่อนให้สมบูรณ์พร้อมต้อนรับลูกสาวตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลก“เหมันต์คะ... ช่วยหยิบกล่องโมบายดนตรีตรงนั้นให้สาหน่อยค่ะ” ลลิสาในชุดเดรสคลุมท้องผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มเอ่ยบอกสามี พลางใช้มือข้างหนึ่งประคองหน้าท้องกลมโตวัยแปดเดือนเศษไว้เหมันต์ขยับกายอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มเอื้อมหยิบกล่องอุปกรณ์แบรนด์หรูมาเปิดออกอย่างระมัดระวัง ภายในมีก้านโมบายสีขาวและตุ๊กตาผ้าทอมือรูปก้อนเมฆ พระจันทร์เสี้ยว และดวงดาวดวงน้อยหลากสีสันพาสเทลห้อยระย้าอยู่ มาเฟียหนุ่มร่างยักษ์บรรจงหยิบชิ้นส่วนเหล่านั้นขึ้นมาเกาะเข้ากับขอบเตียงไม้ด้วยท่าทางตั้งอกตั้งใจ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดราวกับกำลังกู้ระเบิด แต่สายตาที่จ้องมองของเล่นชิ้นจิ๋วกลับอ่อนโยนอย่างไม่เคยเป็
“เดี๋ยว...” ลลิสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบดึงแขนเสื้อของสามีไว้“หลังนึงเอาไว้ห้องนอนใหญ่ของเรา อีกหลังเอาไว้ห้องเนอสเซอรี่ ส่วนอีกหลังเอาไว้ที่ห้องทำงานผม... เวลาคุณพาลูกไปหาผม จะได้มีที่นอน” เหมันต์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับเป็นเรื่องปกติธรรมดา ก่อนจะหันไปสั่งพนักงานต่อโดยไม่เปิดโอกาสให้ลลิสาได้ประท้วง“แล้วก็... โซนเสื้อผ้าเด็กอ่อนตรงนั้น คอลเลกชันเด็กผู้หญิงแรกเกิดจนถึงหนึ่งขวบ ผมเอาทั้งหมด จัดไซส์ละสองชุด”“คะ... คุณคะ!”พนักงานร้านถึงกับมือสั่น ตาโตด้วยความตื่นเต้นตื้นตันที่จะทำยอดทะลุเป้าในวันเดียว“ใช่ ทั้งหมวก ถุงมือ ถุงเท้า อ่างอาบน้ำทองคำขาวตรงนั้นด้วย... อ้อ แล้วก็รถเข็นเด็กคันที่แพงที่สุดและปลอดภัยที่สุดในร้าน เอามาด้วย” เหมันต์สั่งรัวๆ ราวกับกำลังช๊อปปิ้งในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป“เหมันต์! พอแล้วค่ะ สาใส่ให้ลูกไม่ทันหรอกนะคะ ของพวกนี้เด็กๆ โตไวจะตายไป” ลลิสารีบเข้ามากอดแขนหนา พยายามจะยื้อบัตรเครดิตคืนมา แต่เหมันต์กลับรวบตัวเธอเข้ามาแนบชิดอกแกร่งอย่างนึกเอ็นดู มือหนาลูบหัวทุยสวยของภรรยาอย่างเบามือ“เงินผมมีให้ลูกกับคุณใช้ไปทั้งชาติก็ไม่หมดหรอก... อะไรที่ทำให้คุณมีค
บรรยากาศภายในร้านเสื้อผ้าและของใช้เด็กอ่อนอบอวลไปด้วยความอบอุ่น แสงไฟสีนวลตาตกกระทบลงบนชุดบอดี้สูทตัวจิ๋วหลากสีสันที่แขวนเรียงรายอยู่เป็นเซ็ท ลลิสาในชุดคลุมท้องสีหวานเดินอมยิ้มพลางลูบหน้าท้องนูนเด่นของตัวเองในวัยเจ็ดเดือน สายตาของเธอเป็นประกายระยับยามที่ได้มองข้าวของชิ้นเล็กชิ้นน้อย โดยมีสามีที่น่ารักเดินตามอยู่ไม่ห่าง มือหนาของเขาเข็นรถเข็นคันใหญ่ที่บัดนี้มีทั้งผ้าอ้อมเนื้อนุ่มและขวดนมแบรนด์ดังวางอยู่จนเกือบเต็ม“คุณคะ ดูชุดนี้สิคะ... น่ารักจังเลย”ลลิสาหยิบชุดบอดี้สูทสีชมพูพาสเทลที่มีระบายลูกไม้เล็กๆ ตรงช่วงไหล่ขึ้นมาแนบกับอก ใบหน้าหวานของเธอยิ้มกว้างเหมันต์หยุดรถเข็นแล้วขยับเข้าไปยืนซ้อนหลังร่างบาง มือหนาเอื้อมไปกุมมือเธอที่ถือชุดอยู่ สายตาคมกริบที่เคยดุดันบัดนี้อ่อนแสงลงจนเหลือเพียงความเอ็นดู เขาก้มลงกระซิบชิดใบหูเล็ก“เล็กขนาดนี้ ลูกจะใส่ได้เหรอสา... ใส่อันนี้ได้ก็ตัวเท่าลูกแมวเพิ่งคลอดเลยนะ”“ก็เด็กแรกเกิดตัวเล็กเท่านี้แหละค่ะ คุณพ่อนี่ไม่รู้อะไรเลย” ลลิสาหันมาค้อนขวับเบาๆ แต่แก้มใสของอีกคนกลับขึ้นสีระเรื่อ เมื่อเธอเรียกตัวเองว่าพ่ออย่างเต็มปากเต็มคำ“ถ้างั้นก็ซื้อไปเถอะ อะไรท
“มีลูกให้ผมนะ”“หืม..ลูกเหรอ”ลลิสาอุทานแผ่วเบาพลันหลุดยิ้ม“ใช่ หรือว่าคุณไม่อยากมี” เหมันต์กระซิบเสียงพร่าชิดใบหู ใบหน้าคมคายซุกไซ้ลงกับซอกคอขาวระหงจูบพรมอย่างแผ่วเบาไปทั่ว สัมผัสของเขาใต้หยาดน้ำอุ่นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและนุ่มนวล ทว่าทำเอาหัวใจของลลิสาเต้นไม่เป็นสรรพฝ่ามือหนาช่วยลูบไล้หยาดน้ำสบู่ชำระล้างร่างกายให้เธออย่างสุภาพและเกรงใจ ท่ามกลางสายน้ำที่ไหลผ่าน ยิ่งหล่อหลอมให้เนื้อแท้ของความสัมพันธ์แนบแน่นจนแทบไร้ช่องว่าง ทั้งคู่สบตากันผ่านม่านน้ำใส ส่งยิ้มให้กันด้วยความรักทั้งหมดที่มี ก่อนที่เหมันต์จะก้มลงมอบจุมพิตแสนหวานรสละมุนรสหวานชื่นใจเป็นการปิดท้ายกิจกรรมยามเช้าหลังจากอาบน้ำเสร็จ ลลิสาช่วยเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขา ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในชุดลำลอง เหมันต์เดินเข้ามาสวมกอดเธอจากทางด้านหลังพลางส่งยิ้มหวานผ่านกระจก“พร้อมไปเดินเล่นในไร่องุ่นหรือยังคะ... ท่านประธานของสา”“พร้อมตั้งนานแล้ว... ”เหมันต์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาพราวระยับเปี่ยมสุข เขาปล่อยอ้อมกอดแล้วเปลี่ยนมาจับมือบางของเธอไว้แน่น พร้อมที่จะออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์และก้าวเดินสู่อนาคตใหม่เคียงข้างเธอด้วยขาที่แข็งแรงคู่น
เมื่อความมืดเข้าปกคลุมน่านฟ้า แสงไฟในห้องโดยสารเริ่มสลัวลง น้ำตาที่สะกดกลั้นมานานก็ไหลอาบแก้มเนียนเงียบๆ ลลิสายกมือขึ้นกอดตัวเองซุกหน้าลงกับหมอนใบเล็ก สะอื้นไห้จนตัวโยนโดยไร้เสียง เพื่อไม่ให้รบกวนผู้โดยสารคนอื่น ...เธอไม่ได้อยากห่างกับเขาเลยสักนิด . . บรรยากาศภาย
ภายในห้องนั่งเล่นที่แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามา แต่กลับไม่อาจขับไล่ความหนาวเหน็บในใจของคนทั้งคู่ได้ ลลิสาอยู่หน้ากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ มือเรียวของเธอจัดเสื้อผ้าเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อซ่อนความสั่นเทา อย่างที่บอก..เธอเลือกทีจะเก็บความจริงไว้ข้างหลัง ยอมให้คนทั้งโลกสรุปเอาเองว่าสามีของเธอได้ตายไปแล้ว
โทรศัพท์ที่ตกหล่นลงพื้นไม่ได้ถูกหยิบกลับขึ้นมา การยืนอยู่ตรงนี้ก็เช่นกันไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหนไกล มีเพียงแก้วน้ำก่อนหน้านี้ที่เคยถือไว้โชคดีมากเธอวางลงบนโต๊ะไปก่อนที่จะกดรับสาย ไม่อย่างนั้นคงได้ตกแตกด้วย ไม่มีคำพูดอะไรออกมาจากปากเธอ และเหมือนว่าจะไม่มีน้ำตาภายในวินาทีนั้น เธอลื
วันนี้อากาศดี ลลิสาจึงพาตัวเองมาเดินทอดน่องบนชายหาด ก่อนหน้านี้มรสุมเข้าคลื่นลมแรงขึ้นสูงกระทบโขดหินทีน้ำกระเซ็น ถอยลงเหมือนจะลากหินก้อนนั้นลงไปด้วย เธอถึงได้ไม่กล้ามา ทว่าตอนนี้ เขาว่าฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ เธอ..ก็อยากให้มันเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน แม้ในชีวิตของเธอไม่เคยเชื่อเรื



![ไฟรักเพลิงสวาท [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



