Masukบนโลกใบนี้ล้วนแต่มีเรื่องบังเอิญ ใครจะเชื่อว่าคนในความฝันจะมีตัวตนจริงขึ้นมา อีกคนพยายามผลักใส อีกคนกลับยิ่งเข้าหา รู้ใจอีกทีเขาก็หลงรักดอกฟ้าไปซะแล้ว
Lihat lebih banyak“ฉันรักคุณค่ะ”
สิ้นคำสารภาพรัก ปากอุ่นๆ แดงอมชมพูของหญิงสาวก็ประทับไปที่ปากของลีรภัทรด้วยความละมุนละไม ก่อนจะค่อยๆ รุกหนักบดขยี้ปากของชายหนุ่มอย่างเร่าร้อนและแรงขึ้น จนผู้ที่ถูกก้าวล่วงไม่อาจต้านทานแรงปรารถนาที่หญิงสาวจู่โจมได้อีกต่อไป ลีรภัทรเคลิ้มและหวั่นไหวจนอ่อนระทวยไปทั้งตัว ไม่ทันที่จะได้ตอบรับความหอมหวานนั้นกลับ ชายหนุ่มก็ลืมตาเมื่อเสียงของนาฬิกาปลุกดังขึ้น
ลีรภัทรดีดตัวนั่งที่เตียงนอนเลียปากตัวเองเล็กน้อยก่อนใช้มือซ้ายลูบไปมาที่ริมฝีปากอย่างน่าเสียดาย ในใจก็ครุ่นคิดถึงแต่ริมฝีปากอุ่นๆ ที่ประทับรอยจูบเอาไว้และคำบอกรักของหญิงสาวในฝัน ทว่าแปลกนักที่ใบหน้าของหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นเขากลับเลือนรางจำไม่ได้
“อาการหนักนะเราเนี่ย” ลีรภัทรหลุดขำที่ตัวเองดูจะว้าวุ่นกับเรื่องฝันหวานเมื่อสักครู่นัก ชายหนุ่มส่ายศีรษะสลัดความคิดออกก่อนจะลุกจากเตียงนอนเดินตรงไปยังห้องน้ำเพื่อทำกิจธุระส่วนตัว
ช่วงสายของวัน ณ สวนดอกไม้คุณชายลี จังหวัดเชียงใหม่
ลีรภัทรในลุคเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีครามสวมหมวกบักเก็ตสีน้ำตาลเข้ม กำลังจดจ่อกับการนำต้นบัวดินปลูกลงแปลงที่ได้จัดเตรียมเอาไว้ แม้ใบหน้าจะเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและเสื้อผ้าที่สวมใส่มีเศษดินเปรอะเปื้อนอยู่แต่ชายหนุ่มกลับดูอิ่มเอมอย่างพอใจ ดวงตาคมเข้มและรอยยิ้มหวานที่มองไปยังดอกไม้พวกนั้นช่างละมุนนัก
“เสร็จสักที รีบๆ บานนะเจ้าพวกบัวดินน้อยของพ่อ”
ระหว่างที่ชื่นชมดอกไม้อยู่นั้นก็ได้ยินเสียงของลุงที่คุ้นเคยเอ่ยทัก ลีรภัทรไม่รีรอที่จะหันไปมองพร้อมกับยิ้มกว้างทักทายให้ลุงคนดังกล่าวในทันที
“ลุงคิดแล้วว่าลีต้องอยู่ที่นี่ พอดีมีของส่งมาให้ลีน่ะ ลุงเอาไปวางไว้ที่ห้องลีให้แล้วนะ”
“ขอบคุณครับ เอ่อ..ลุง ลุงว่าคนเราจะฝันถึงคนคนหนึ่งโดยที่ไม่เคยเจอเขามาก่อนมั้ย”
“ทำไมรึ? หรือลีฝันถึงผู้หญิง ว่าแต่สวยมั้ย”
“ไม่รู้สิ ตื่นมาลีก็จำหน้าเธอไม่ได้แล้ว ช่างเถอะ…ว่าแต่ลุงจะไปไหนเหรอครับ”
“ไปช่วยผู้ใหญ่ซ่อมบ้านพักครูน่ะ พอดีเดือนหน้ามีครูคนใหม่ย้ายเข้ามา บางทีผู้หญิงที่ลีฝันถึงอาจจะเป็นคนที่ส่งของมาให้ลีวันนี้ก็ได้นะ งั้นลุงไปละ”
"เดี๋ยวสิครับลุง คือลีอยากให้ลุงช่วยหาช่างฝีมือดีมาให้ลีสักหน่อย ลีว่าจะให้ช่างเข้ามาปรับปรุงบ้านของคุณย่าน่ะ”
“ลีจะย้ายมาอยู่ที่นี่เหรอ”
“ครับ ลีเองก็รบกวนลุงกับป้ามานานแล้ว ถึงเวลาควรย้ายออกมาสักที อีกอย่างมาอยู่ที่นี่ลีจะได้ดูแลสวนดอกไม้ได้เต็มที่ด้วย ไม่ต้องไปๆ มาๆ ให้เสียเวลา”
“แต่อยู่บนเนินเขาคนเดียวเกรงว่าจะไม่ค่อยสะดวกหรือเปล่าลี”
“ลุงพูดเหมือนกับว่าหมู่บ้านอยู่ไกลมากอย่างนั้นแหละ แค่ลีปั่นจักรยานลงเขาไม่กี่นาทีก็ถึงหมู่บ้านแล้ว ไม่ต้องห่วงหรอกครับลีอยู่ได้ อีกอย่าง…ลีคิดถึงย่าด้วย ลีอยากกลับมาอยู่บ้านที่เคยอยู่กับย่าเมื่อตอนเด็ก”
“งั้นก็แล้วแต่ลี ลีคงจะผูกพันและรักที่นี่มากไม่งั้นคงไม่ยอมทิ้งเงินเดือนก้อนโตมาใช้ชีวิตเป็นชาวสวนเรียบง่ายอยู่ที่นี่หรอก งั้นเดี๋ยวลุงจะหาช่างมาให้แล้วกัน แล้วป้าเขารู้เรื่องที่ลีจะย้ายออกยังล่ะ"
“ยังเลย ไว้ซ่อมบ้านเสร็จก่อนเดี๋ยวลีค่อยบอกป้าแล้วกันครับ”
"งั้นก็ตามใจลีละกัน ลุงไปก่อนนะเดี๋ยวผู้ใหญ่จะรอนาน”
“ครับ”
ชายหนุ่มพยักหน้าตอบรับก่อนจะหันไปมองบ้านสวนหลังน้อยที่คุ้นเคย บ้านหลังนี้มีความทรงจำมากมายที่ทำให้ลีรภัทรนึกถึง ถ้าได้กลับมาอยู่บ้านหลังนี้อีกคงทำให้ชายหนุ่มมีความสุขเป็นอย่างมาก
ลี หรือลีรภัทร ชายหนุ่มวัย28ปี เรียนจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในกรุงเทพมหานคร และใช้ชีวิตทำงานอยู่ที่กรุงเทพต่อก่อนจะตัดสินใจลาออกจากงานกลับมายังบ้านเกิดเพื่อทำตามความฝันของตัวเอง
ลีรภัทรกลับมาอาศัยอยู่กับจันทร์และน้อยผู้เป็นลุงกับป้าได้เกือบปี ก่อนที่วันนี้จะตัดสินใจย้ายออกมาอยู่คนเดียว บ้านและสวนแห่งนี้มีพื้นที่รวมกันอยู่3ไร่ ซึ่งเป็นสมบัติตกทอดที่ผู้เป็นย่าได้เก็บไว้ให้กับเขา
ลีรภัทรเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของคชากับริมน ทั้งคู่ได้หย่าร้างกันและต่างก็ไปมีครอบครัวใหม่ ลีรภัทรเลยเติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูของผู้เป็นย่า โดยที่ผู้เป็นพ่อปัจจุบันมีธุรกิจรับเหมาก่อสร้างอยู่ที่ชลบุรี ส่วนผู้เป็นแม่ก็มีธุรกิจที่ทำกับสามีใหม่อยู่ที่อเมริกา ถึงทั้งสองจะแยกย้ายไปมีครอบครัวแต่ก็ยังส่งเสียเลี้ยงดูลีรภัทรมาตลอดจนจบปริญญาตรี ก่อนที่ชายหนุ่มจะปฏิเสธรับความช่วยเหลือเมื่อมีงานทำและหาเงินส่งเสียให้กับตัวเองได้ เลยไม่อยากรบกวนผู้เป็นพ่อกับแม่อีกต่อไป
คชาและริมนต่างก็เสนอให้ลีรภัทรย้ายไปอยู่ด้วยกัน ไม่ว่าชายหนุ่มจะเลือกไปอยู่กับใครอีกคนก็ยินดีเสมอ แต่ด้วยที่ผูกพันมากับผู้เป็นย่าตั้งแต่เด็กเลยตัดสินใจที่จะอยู่กับย่าแทนถึงแม้ในปัจจุบันท่านได้จากไปหลายปีแล้วก็ตาม แต่ชายหนุ่มก็ยังยืนยันที่จะกลับมาปักหลักอยู่ที่บ้านเกิด อยู่ที่บ้านและสวนของย่าที่ได้ทิ้งไว้ให้เขาหลังจากที่ได้จากไปอย่างสงบ
หลายวันต่อมา ช่วงบ่ายของวัน
ลีรภัทรเดินทางมาที่บ้านพักครูตามคำไหว้วานของผู้เป็นลุงเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยก่อนที่ครูคนใหม่จะย้ายเข้ามาอยู่ พอถึงตัวบ้านก็ได้ยินเสียงร้องเล็ดลอดออกมาจากชั้นบนของบ้าน ชายหนุ่มรีบวิ่งขึ้นบันไดเพื่อตรงไปยังที่มาของเสียงอย่างไม่รีรอ
“คุณเป็นอะไรมั้ย” ลีรภัทรรีบเข้าประคองหญิงสาวที่นั่งก้นจ้ำอยู่ที่พื้น ท่าทางของเธอในตอนนี้น่าเอ็นดูอยู่ไม่น้อย
“พอดีฉันขึ้นไปตอกตะปูว่าจะแขวนรูปตรงนี้ แต่ไม่ทันระวังก็เลยตกลงมา”
“คุณเจ็บตรงไหนมั้ย?”
“ฉันไม่เป็นไรค่ะ”
“คุณคือครูคนใหม่ที่ย้ายมาสอนที่นี่เหรอครับ”
“ค่ะ ว่าแต่คุณรู้ได้ไง”
“ก็คุณเล่นตอกตะปูจะแขวนภาพแสดงความเป็นเจ้าของบ้านขนาดนี้ผมคงไม่รู้มั้ง แต่ลุงจันทร์บอกว่าคุณจะย้ายมาเดือนหน้าไม่ใช่เหรอ นี่อีกตั้งเกือบเดือนกว่าจะเปิดเทอม ทำไมถึงได้รีบมาล่ะครับ”
“ฉันอยากมาทำความคุ้นเคยกับที่นี่ก่อนค่ะ คนที่นี่เขาใช้ชีวิตกันยังไงบ้าง ฉันจะได้รู้ลู่ทางของฉันได้”
“คนที่นี่เขาอยู่กันแบบง่ายๆ ถ้าคุณชอบธรรมชาติ ชอบความสงบเรียบง่ายงั้นที่นี่ก็ตอบโจทย์คุณ”
“แบบนี้แหละค่ะที่ฉันต้องการ” หญิงสาวยิ้มรับ
“แล้วตอนนี้คุณพักอยู่ที่ไหนเหรอครับ คงไม่ได้อยู่ที่บ้านนี้ใช่มั้ย เพราะบ้านยังไม่เดินสายไฟเลย”
“ฉันพักอยู่ที่ตัวเมืองค่ะ วันนี้แค่อยากเข้ามาดูบ้านและก็ขนของบางส่วนเข้ามาไว้ก่อน พรุ่งนี้ลุงผู้ใหญ่จะให้คนเข้ามาเดินเรื่องไฟฟ้าให้ มะรืนนี้ก็ย้ายมาอยู่ได้แล้วค่ะ อ่อ…ฉันเองยังไม่ได้ขอบคุณคุณเลยที่ช่วยเมื่อกี๊ ฉันมุกนะคะ ขอบคุณมากนะคะที่ช่วย”
“ไม่เป็นไรครับ งั้นผมเรียกคุณว่าครูมุกแล้วกัน ผมลีครับ…ทำสวนดอกไม้อยู่ที่เนินเขาท้ายหมู่บ้าน ถ้าครูมุกมีอะไรให้ช่วยบอกผมได้นะครับไม่ต้องเกรงใจ”
“ทำสวนดอกไม้เหรอคะ ฉันเองก็กำลังหาดอกไม้มาลงที่บ้านพักพอดีเลย งั้นคุณลีช่วยแนะนำหน่อยได้มั้ยคะว่าฉันควรจะปลูกอะไรดี”
“แล้ววันนี้ครูมุกว่างทั้งวันมั้ยล่ะครับ ถ้าว่างผมจะได้พาคุณไปเลือกดูดอกไม้ที่สวน เลือกว่าจะเอาดอกอะไรบ้างเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะเอาดอกไม้มาลงให้แต่เช้า”
“ได้ค่ะ งั้นไปรถฉันนะคะ”
“ครับ” ชายหนุ่มยิ้มกว้างตอบรับ
ช่วงค่ำของวัน
“กลับมาแล้วเหรอลี แกงฮังเลอยู่ในหม้อนะ ถ้าหิวก็ตักกินได้เลย ว่าแต่ไปไหนมาทำไมวันนี้ป้าไม่เห็นหน้าลีทั้งวันเลย”
“ไปช่วยครูคนใหม่ย้ายของเข้าบ้านครับ”
“อ้าว…ย้ายมาแล้วเหรอ อีกตั้งนานกว่าจะเปิดเทอมนี่”
“เห็นครูบอกว่าอยากมาเรียนรู้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ให้คุ้นชินก่อน”
“ก็ดีเหมือนกัน ลีเองมีอะไรพอจะช่วยครูเขาได้ก็ช่วยๆ หน่อยนะลูก เห็นลุงบอกว่าเป็นผู้หญิงด้วยนี่ ผู้หญิงตัวเล็กๆ ย้ายมาอยู่ต่างถิ่นคนเดียวแบบนี้คงลำบากน่าดู”
“ครับ”
“ลี วันนี้ป้าเข้าไปทำความสะอาดที่ห้องลีมาเห็นกล่องพัสดุที่ส่งมาเมื่ออาทิตย์ก่อนยังวางอยู่ที่เดิมอยู่เลย เรส่งมาใช่มั้ย”
“ครับ”
“ถ้าลีกับเรยัง…”
“ลีกับเรไม่มีอะไรทั้งนั้น งั้นลีไปอาบน้ำก่อนดีกว่าจะได้มากินแกงฮังเลอร่อยๆ ฝีมือป้า” ชายหนุ่มเอ่ยแทรกขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปยังห้องนอนของตัวเอง ผู้เป็นป้าได้แต่มองตามหลานชายพร้อมถอนหายใจออกมาด้วยความอาทร
ลีรภัทเข้ามายังห้องนอนก็เดินตรงไปยังกล่องพัสดุที่วางไว้หัวเตียง ชายหนุ่มถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจเปิดกล่องพัสดุดังกล่าว ในกล่องนั้นเป็นเสื้อเชิ้ตสีฟ้าครามพร้อมแนบกระดาษโน้ตอวยพรวันเกิดให้ชายหนุ่ม และยังมีเอกสารใบหย่าด้วย ลีรภัทหยิบใบหย่าขึ้นมาดูพร้อมกับเผยรอยยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะวางใบหย่านั้นลงเมื่อมีสายโทรเข้ามา
“ว่าไง”
“ของที่เรส่งให้ ลีได้รับหรือยัง”
“ได้แล้ว”
“โล่งอกไปที รับของแล้วก็น่าจะโทรบอกเรสักหน่อย ในนั้นมีใบหย่าอยู่ด้วยพอดีเรหาเจอตอนที่ย้ายบ้านน่ะ นึกว่าจะหายจริงๆ ซะแล้ว”
“หายไปก็ไม่เห็นเป็นไรเลย ยังไงเราก็หย่ากันแล้วอยู่ดี ขอบใจมากนะเรกับของขวัญวันเกิด ว่างๆ ก็มาเที่ยวสวนลีสิ ช่วงนี้ดอกไม้กำลังบานเลย”
“ไว้เรหาโอกาสไปแล้วกัน ช่วงนี้ยังยุ่งๆ อยู่เลย”
“ไม่ต้องรีบ ว่างวันไหนค่อยมา งั้นแค่นี้ก่อนนะลีจะอาบน้ำแล้ว”
ชายหนุ่มบอกลาหญิงสาวอดีตคนรักและกดวางสายไปก่อนจะเก็บเสื้อเชิ้ตของขวัญพร้อมกับใบหย่าเข้าไปไว้ในกล่องพัสดุตามเดิม และนำกล่องพัสดุนั้นไปเก็บไว้ยังบนตู้เสื้อผ้าราวกับว่าสิ่งของที่อยู่ในกล่องนั้นคงไม่ได้ถูกนำเอามาใช้อย่างไงอย่างงั้น
เช้าวันต่อมา
ลีรภัทรเดินทางมาที่บ้านสวนแต่เช้าเพื่อเตรียมเอาดอกไม้ขึ้นรถไปปลูกที่บ้านพักครูสาวคนใหม่ตามที่ได้รับปากเอาไว้ ระหว่างนั้นชายหนุ่มเองก็รู้สึกแปลกใจที่บานหน้าต่างทางทิศตะวันออกของตัวบ้านถูกเปิดทิ้งเอาไว้ทั้งที่เมื่อคืนเขาอยู่บ้านเป็นคนสุดท้าย และก็มั่นใจว่าได้ปิดล็อกบานหน้าต่างทุกบานไว้ทั้งหมดแล้ว
ลีรภัทรรีบเดินมุ่งหน้าไปยังบานหน้าต่างดังกล่าวในทันที ระหว่างนั้นก็ค่อยๆ เผยใบหน้าของหญิงสาวผู้หนึ่งผ่านบานหน้าต่างขึ้นมา และก็ชัดเจนขึ้นเมื่อใบหน้าของเธอถูกแสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้าสาดส่อง การปรากฏตัวของหญิงสาวดังกล่าวทำให้ลีรภัทรว้าวุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก และก็เริ่มสั่นไหวเมื่อโครงหน้าและริมฝีปากแดงอมชมพูของเธอช่างคล้ายคลึงกับหญิงสาวในความฝันของเขาเมื่อหลายวันก่อนนัก
ลีรภัทรจ้องไปที่ใบหน้าละมุนหวานอย่างไม่ละสายตา ชายหนุ่มเบิกตากว้างมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อน้ำเสียงที่เอ่ยทักทายของเธอนั้นเหมือนหญิงสาวในฝันไม่มีผิดเพี้ยน “ฉันรักคุณค่ะ” คำบอกรักที่เคยได้ยินจากในฝันก็วนกลับมาอยู่ในความรู้สึกอีกครั้ง
ลีรภัทรได้แต่จดจ่ออยู่กับหญิงสาวอย่างเคลือบแคลง มันจะเป็นไปได้ยังไงที่เธอจะเป็นคนคนเดียวกันกับคนที่อยู่ในความฝันของเขา ทั้งๆ ที่ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อนเลยด้วยซ้ำ
เกวลินหลับตาพริ้มเมื่อใบหน้าของลีรภัทรแนบชิดใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ หญิงสาวพร้อมตั้งรับไม่ว่าชายหนุ่มจะจู่โจมมาในรูปแบบไหน ลีรภัทรเองก็เอาแต่จ้องไปที่ปากเล็กๆ ของเกวลินอย่างว้าวุ่นใจ ถ้าตอนนี้เขากับเธอตกลงปลงใจคบกันแล้วคงจุมพิตเธออย่างไม่ลังเล“หวังอะไรถึงได้หลับตาปี๋แบบนี้” ชายหนุ่มเป่าลมปากไปที่ดวงตาของเกวลินที่ปิดอยู่ ก่อนจะร่นถอยห่างออกมา“อีตาบ้า นี่คุณแกล้งฉันจริงๆ ด้วย” เกวลินรู้สึกอับอายนัก หญิงสาวปรี่เข้าไปผลักอกลีรภัทรอย่างเต็มแรง ตอนที่เธอหลับตาเขาคงหัวเราะเยาะเธอเป็นแน่ คงมองว่าเธอใจง่ายที่เขาอยากจะทำอะไรเธอก็ยอม“คุณจะมาโกรธผมทำไม หรือคุณอยากให้ผมจูบ….”“หยุด! ห้ามพูดคำนั้นเด็ดขาด”“ที่บอกว่าชอบคุณผมพูดจริงๆ นะ คุณไม่สังเกตเห็นเลยเหรอว่าท่าทีของผมที่มีต่อคุณมันเปลี่ยนไป หลังจากคืนที่พายุเข้าผมก็เริ่มแน่ใจว่ารู้สึกกับคุณไม่เหมือนเดิม”“ชอบที่ฉันยอมตากฝนเพื่อขนย้ายดอกไม้พวกนั้นให้คุณจนเป็นไข้เนี่ยนะ ไม่เห็นจะเข้าท่าเลย ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงคุณก็ชอบคนง่ายเกินไปแล้ว”“ถ้าทำดีกับผมแค่นั้นแล้วทำให้ผมชอบได้ง่ายๆ งั้นผมก็คงชอบครูมุกไปแล้วล่ะสิ ถ้าเทียบกันครูมุกทำอะไรดีๆ ให้ผมเยอะกว่าคุ
“คุณจะบอกว่าไม่มาอยู่ที่นี่แล้วใช่มั้ย”“ไม่ใช่สักหน่อย อย่าบอกนะว่าคุณเปลี่ยนใจไม่ให้ฉันอยู่ที่นี่แล้ว” เกวลินขมวดคิ้วใส่ลีรภัทร เห็นสายตาและท่าทีเฉยเมยของชายหนุ่มก็อดคิดไม่ได้“อ้าว! ที่จะคุยกับผมไม่ใช่เรื่องนี้หรอกเหรอ” ชายหนุ่มโล่งใจ“ก็ไม่ใช่นะสิ คิดอะไรของคุณอยู่นี่”“ใครจะไปรู้ล่ะ ก็คุณหน้าตึงดูจริงจังซะขนาดนั้น ก็นึกว่าจะมายกเลิกสัญญาเช่า”“เป็นคุณมั้งที่หน้าตึง ทำซะฉันตกอกตกใจหมดนึกว่าคุณจะเปลี่ยนใจแล้วซะอีก” หญิงสาวลูบอกตัวเองเบาๆ ตอนนี้ค่อยโล่งใจขึ้นมาได้หน่อยลีรภัทรหลุดขำออกมา ชายหนุ่มเองที่คิดมากจนเกินไป ก็เพราะท่าทีของหญิงสาวเมื่อคืนชวนให้ชายหนุ่มอดกังวลไม่ได้ ยิ่งเห็นหญิงสาวมาแต่เช้าตรู่แบบนี้ก็นึกว่าจะมาบอกเรื่องเปลี่ยนใจไม่ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านสวนแล้วเสียอีก“คุณยิ้มทำไม”“ผมแค่ดีใจน่ะ เอาเป็นว่าคุณมีเรื่องอะไรจะคุยกับผม”“คืออย่างนี้นะ ฉันเองก็มาอยู่ที่แล้ว งั้นถ้าฉันจะให้ช่างมาต่อเติมคาเฟ่ที่สวนคุณเลยได้มั้ย ค่อยๆ ทำค่อยๆ ปรับไป ชอบไม่ชอบตรงไหนฉันจะได้เปลี่ยนใจได้ ฉันอยากให้คาเฟ่เล็กๆ ของฉันรับกับสวนดอกไม้ของคุณได้น่ะ”“ก็เอาสิ ผมเองก็จะบอกคุณเรื่องนี้เหมือนกัน ระย
“คุณลี คุณเลิกแกล้งฉันได้แล้ว”เกวลินพยายามยื้อยุดปลีกตัวออกจากอ้อมแขนของลีรภัทร หญิงสาวไม่ตอบในสิ่งที่ชายหนุ่มเอ่ยถาม และเริ่มไม่ชอบใจแล้วที่เขาเอาแต่เย้าหยอกเธอเช่นนี้ ไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรก็ควรเว้นระยะห่างจากเธอไว้หน่อยไม่ใช่เหรอ“คุณเป็นคนเริ่มก่อนเองนะ พอผมถามกลับ…กลายเป็นผมผิดซะงั้น”“ก็ได้ ฉันจะไม่ถามไม่สงสัยอะไรในตัวคุณอีกแล้ว เอาเป็นว่าต่อไปนี้ต่างคนต่างอยู่ พอใจหรือยัง”ท่าทีแง่งอนของเกวลินทำให้ลีรภัทรเอ็นดูนัก ชายหนุ่มเอาแต่ยิ้มมองไปที่หญิงสาวอย่างชอบใจ ก่อนหน้านี้เคยเห็นแต่มุมที่หญิงสาวเด็ดเดี่ยวมั่นใจในตัวเอง แต่พอยิ่งใกล้ชิดเธอก็เป็นแค่ผู้หญิงที่อ่อนไหวใสซื่อ เหมือนเด็กสาวทั่วไปก็เท่านั้นลีรภัทรคลายมือที่โอบเกวลินออกเมื่อได้ยินเสียงคนส่งเฟอร์นิเจอร์ตะโกนเรียก เกวลินเองทันทีที่ชายหนุ่มคลายอ้อมกอดออกก็รีบเดินจากห้องหนีไปอย่างไม่รีรอ ท่าทางของเธอยิ่งทำให้ชายหนุ่มเอ็นดูมากขึ้นกว่าเดิมช่วงเย็นของวัน“มากันแล้วเหรอ” ป้าน้อยยิ้มทักทายเมื่อเห็นเกวลินเดินเคียงมากับลีรภัทร วันนี้เธอให้ผู้เป็นหลายเอ่ยชวนหญิงสาวมาทานมื้อเย็นด้วยกัน“เดี๋ยวเกวช่วยทำกับข้าวนะคะ”“ไม่ต้องหรอกหนูเกว ค
“ทำดีกับคุณ หมายถึงทำอะไรให้บ้างล่ะ ผมว่าสิ่งที่ผมทำก็มีเหตุและผลของมันนะ” ลีรภัทรให้คำตอบกับหญิงสาว เพราะสิ่งที่เขาทำให้เธอไม่ได้ดูเกินความจำเป็นเลยสักนิด“คุณเคยเห็นตัวเองเมื่อก่อนตอนที่อยู่กับฉันมั้ยคะว่ามันต่างจากตอนนี้มากแค่ไหน ในชั่วข้ามคืนคุณก็เปลี่ยนไป ไม่ว่าฉันขออะไร…คุณก็โอเคทุกอย่าง อยู่ดีๆ คุณก็มาดีกับฉัน ฉันก็อดสงสัยไม่ได้สิว่าปกติคุณเป็นของคุณแบบนี้อยู่แล้วหรือเปล่า”“ผมก็เป็นแบบนี้แหละ ก่อนหน้านี้เราแค่ยังไม่รู้จักกันมากพอ คุณก็เลยไม่เห็นตัวตนจริงๆ ของผม หรือคุณคิดว่าการที่ผมทำดีกับคุณก็เพื่อหวังอะไรในตัวคุณ”“ไม่ได้คิด ฉันแค่จะบอกว่าบางทีการที่เราทำดีกับคนคนหนึ่งมากๆ มันอาจทำให้คนคนนั้นเข้าใจเจตนาเราผิดได้”“เช่นอะไรล่ะ”“ก็…ก็…”“ก็จะทำให้เข้าใจว่าผมชอบเขางั้นเหรอ” ลีรภัทรตอบแทนเมื่อเห็นหญิงสาวเอาแต่อ้ำอึ้ง“ก็ประมาณนั้น”“แล้วคุณล่ะคิดแบบนั้นด้วยหรือเปล่า ถ้าผมทำดีกับคุณแบบนี้ไปเรื่อยๆ …คุณจะคิดว่าผมชอบคุณมั้ย”คำถามตรงไปตรงมาของลีรภัทรทำให้เกวลินนิ่งเงียบในทันที เหตุใดชายหนุ่มถึงได้พูดถึงเรื่องนี้อย่างสบายใจได้ ไหนจะสายตาหยาดเยิ้มมองมาที่เธออีก คงไม่ใช่ว่าเขาชอบเธอเ











