LOGINบนโลกใบนี้ล้วนแต่มีเรื่องบังเอิญ ใครจะเชื่อว่าคนในความฝันจะมีตัวตนจริงขึ้นมา อีกคนพยายามผลักใส อีกคนกลับยิ่งเข้าหา รู้ใจอีกทีเขาก็หลงรักดอกฟ้าไปซะแล้ว
View More“ฉันรักคุณค่ะ”
สิ้นคำสารภาพรัก ปากอุ่นๆ แดงอมชมพูของหญิงสาวก็ประทับไปที่ปากของลีรภัทรด้วยความละมุนละไม ก่อนจะค่อยๆ รุกหนักบดขยี้ปากของชายหนุ่มอย่างเร่าร้อนและแรงขึ้น จนผู้ที่ถูกก้าวล่วงไม่อาจต้านทานแรงปรารถนาที่หญิงสาวจู่โจมได้อีกต่อไป ลีรภัทรเคลิ้มและหวั่นไหวจนอ่อนระทวยไปทั้งตัว ไม่ทันที่จะได้ตอบรับความหอมหวานนั้นกลับ ชายหนุ่มก็ลืมตาเมื่อเสียงของนาฬิกาปลุกดังขึ้น
ลีรภัทรดีดตัวนั่งที่เตียงนอนเลียปากตัวเองเล็กน้อยก่อนใช้มือซ้ายลูบไปมาที่ริมฝีปากอย่างน่าเสียดาย ในใจก็ครุ่นคิดถึงแต่ริมฝีปากอุ่นๆ ที่ประทับรอยจูบเอาไว้และคำบอกรักของหญิงสาวในฝัน ทว่าแปลกนักที่ใบหน้าของหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นเขากลับเลือนรางจำไม่ได้
“อาการหนักนะเราเนี่ย” ลีรภัทรหลุดขำที่ตัวเองดูจะว้าวุ่นกับเรื่องฝันหวานเมื่อสักครู่นัก ชายหนุ่มส่ายศีรษะสลัดความคิดออกก่อนจะลุกจากเตียงนอนเดินตรงไปยังห้องน้ำเพื่อทำกิจธุระส่วนตัว
ช่วงสายของวัน ณ สวนดอกไม้คุณชายลี จังหวัดเชียงใหม่
ลีรภัทรในลุคเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีครามสวมหมวกบักเก็ตสีน้ำตาลเข้ม กำลังจดจ่อกับการนำต้นบัวดินปลูกลงแปลงที่ได้จัดเตรียมเอาไว้ แม้ใบหน้าจะเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและเสื้อผ้าที่สวมใส่มีเศษดินเปรอะเปื้อนอยู่แต่ชายหนุ่มกลับดูอิ่มเอมอย่างพอใจ ดวงตาคมเข้มและรอยยิ้มหวานที่มองไปยังดอกไม้พวกนั้นช่างละมุนนัก
“เสร็จสักที รีบๆ บานนะเจ้าพวกบัวดินน้อยของพ่อ”
ระหว่างที่ชื่นชมดอกไม้อยู่นั้นก็ได้ยินเสียงของลุงที่คุ้นเคยเอ่ยทัก ลีรภัทรไม่รีรอที่จะหันไปมองพร้อมกับยิ้มกว้างทักทายให้ลุงคนดังกล่าวในทันที
“ลุงคิดแล้วว่าลีต้องอยู่ที่นี่ พอดีมีของส่งมาให้ลีน่ะ ลุงเอาไปวางไว้ที่ห้องลีให้แล้วนะ”
“ขอบคุณครับ เอ่อ..ลุง ลุงว่าคนเราจะฝันถึงคนคนหนึ่งโดยที่ไม่เคยเจอเขามาก่อนมั้ย”
“ทำไมรึ? หรือลีฝันถึงผู้หญิง ว่าแต่สวยมั้ย”
“ไม่รู้สิ ตื่นมาลีก็จำหน้าเธอไม่ได้แล้ว ช่างเถอะ…ว่าแต่ลุงจะไปไหนเหรอครับ”
“ไปช่วยผู้ใหญ่ซ่อมบ้านพักครูน่ะ พอดีเดือนหน้ามีครูคนใหม่ย้ายเข้ามา บางทีผู้หญิงที่ลีฝันถึงอาจจะเป็นคนที่ส่งของมาให้ลีวันนี้ก็ได้นะ งั้นลุงไปละ”
"เดี๋ยวสิครับลุง คือลีอยากให้ลุงช่วยหาช่างฝีมือดีมาให้ลีสักหน่อย ลีว่าจะให้ช่างเข้ามาปรับปรุงบ้านของคุณย่าน่ะ”
“ลีจะย้ายมาอยู่ที่นี่เหรอ”
“ครับ ลีเองก็รบกวนลุงกับป้ามานานแล้ว ถึงเวลาควรย้ายออกมาสักที อีกอย่างมาอยู่ที่นี่ลีจะได้ดูแลสวนดอกไม้ได้เต็มที่ด้วย ไม่ต้องไปๆ มาๆ ให้เสียเวลา”
“แต่อยู่บนเนินเขาคนเดียวเกรงว่าจะไม่ค่อยสะดวกหรือเปล่าลี”
“ลุงพูดเหมือนกับว่าหมู่บ้านอยู่ไกลมากอย่างนั้นแหละ แค่ลีปั่นจักรยานลงเขาไม่กี่นาทีก็ถึงหมู่บ้านแล้ว ไม่ต้องห่วงหรอกครับลีอยู่ได้ อีกอย่าง…ลีคิดถึงย่าด้วย ลีอยากกลับมาอยู่บ้านที่เคยอยู่กับย่าเมื่อตอนเด็ก”
“งั้นก็แล้วแต่ลี ลีคงจะผูกพันและรักที่นี่มากไม่งั้นคงไม่ยอมทิ้งเงินเดือนก้อนโตมาใช้ชีวิตเป็นชาวสวนเรียบง่ายอยู่ที่นี่หรอก งั้นเดี๋ยวลุงจะหาช่างมาให้แล้วกัน แล้วป้าเขารู้เรื่องที่ลีจะย้ายออกยังล่ะ"
“ยังเลย ไว้ซ่อมบ้านเสร็จก่อนเดี๋ยวลีค่อยบอกป้าแล้วกันครับ”
"งั้นก็ตามใจลีละกัน ลุงไปก่อนนะเดี๋ยวผู้ใหญ่จะรอนาน”
“ครับ”
ชายหนุ่มพยักหน้าตอบรับก่อนจะหันไปมองบ้านสวนหลังน้อยที่คุ้นเคย บ้านหลังนี้มีความทรงจำมากมายที่ทำให้ลีรภัทรนึกถึง ถ้าได้กลับมาอยู่บ้านหลังนี้อีกคงทำให้ชายหนุ่มมีความสุขเป็นอย่างมาก
ลี หรือลีรภัทร ชายหนุ่มวัย28ปี เรียนจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในกรุงเทพมหานคร และใช้ชีวิตทำงานอยู่ที่กรุงเทพต่อก่อนจะตัดสินใจลาออกจากงานกลับมายังบ้านเกิดเพื่อทำตามความฝันของตัวเอง
ลีรภัทรกลับมาอาศัยอยู่กับจันทร์และน้อยผู้เป็นลุงกับป้าได้เกือบปี ก่อนที่วันนี้จะตัดสินใจย้ายออกมาอยู่คนเดียว บ้านและสวนแห่งนี้มีพื้นที่รวมกันอยู่3ไร่ ซึ่งเป็นสมบัติตกทอดที่ผู้เป็นย่าได้เก็บไว้ให้กับเขา
ลีรภัทรเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของคชากับริมน ทั้งคู่ได้หย่าร้างกันและต่างก็ไปมีครอบครัวใหม่ ลีรภัทรเลยเติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูของผู้เป็นย่า โดยที่ผู้เป็นพ่อปัจจุบันมีธุรกิจรับเหมาก่อสร้างอยู่ที่ชลบุรี ส่วนผู้เป็นแม่ก็มีธุรกิจที่ทำกับสามีใหม่อยู่ที่อเมริกา ถึงทั้งสองจะแยกย้ายไปมีครอบครัวแต่ก็ยังส่งเสียเลี้ยงดูลีรภัทรมาตลอดจนจบปริญญาตรี ก่อนที่ชายหนุ่มจะปฏิเสธรับความช่วยเหลือเมื่อมีงานทำและหาเงินส่งเสียให้กับตัวเองได้ เลยไม่อยากรบกวนผู้เป็นพ่อกับแม่อีกต่อไป
คชาและริมนต่างก็เสนอให้ลีรภัทรย้ายไปอยู่ด้วยกัน ไม่ว่าชายหนุ่มจะเลือกไปอยู่กับใครอีกคนก็ยินดีเสมอ แต่ด้วยที่ผูกพันมากับผู้เป็นย่าตั้งแต่เด็กเลยตัดสินใจที่จะอยู่กับย่าแทนถึงแม้ในปัจจุบันท่านได้จากไปหลายปีแล้วก็ตาม แต่ชายหนุ่มก็ยังยืนยันที่จะกลับมาปักหลักอยู่ที่บ้านเกิด อยู่ที่บ้านและสวนของย่าที่ได้ทิ้งไว้ให้เขาหลังจากที่ได้จากไปอย่างสงบ
หลายวันต่อมา ช่วงบ่ายของวัน
ลีรภัทรเดินทางมาที่บ้านพักครูตามคำไหว้วานของผู้เป็นลุงเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยก่อนที่ครูคนใหม่จะย้ายเข้ามาอยู่ พอถึงตัวบ้านก็ได้ยินเสียงร้องเล็ดลอดออกมาจากชั้นบนของบ้าน ชายหนุ่มรีบวิ่งขึ้นบันไดเพื่อตรงไปยังที่มาของเสียงอย่างไม่รีรอ
“คุณเป็นอะไรมั้ย” ลีรภัทรรีบเข้าประคองหญิงสาวที่นั่งก้นจ้ำอยู่ที่พื้น ท่าทางของเธอในตอนนี้น่าเอ็นดูอยู่ไม่น้อย
“พอดีฉันขึ้นไปตอกตะปูว่าจะแขวนรูปตรงนี้ แต่ไม่ทันระวังก็เลยตกลงมา”
“คุณเจ็บตรงไหนมั้ย?”
“ฉันไม่เป็นไรค่ะ”
“คุณคือครูคนใหม่ที่ย้ายมาสอนที่นี่เหรอครับ”
“ค่ะ ว่าแต่คุณรู้ได้ไง”
“ก็คุณเล่นตอกตะปูจะแขวนภาพแสดงความเป็นเจ้าของบ้านขนาดนี้ผมคงไม่รู้มั้ง แต่ลุงจันทร์บอกว่าคุณจะย้ายมาเดือนหน้าไม่ใช่เหรอ นี่อีกตั้งเกือบเดือนกว่าจะเปิดเทอม ทำไมถึงได้รีบมาล่ะครับ”
“ฉันอยากมาทำความคุ้นเคยกับที่นี่ก่อนค่ะ คนที่นี่เขาใช้ชีวิตกันยังไงบ้าง ฉันจะได้รู้ลู่ทางของฉันได้”
“คนที่นี่เขาอยู่กันแบบง่ายๆ ถ้าคุณชอบธรรมชาติ ชอบความสงบเรียบง่ายงั้นที่นี่ก็ตอบโจทย์คุณ”
“แบบนี้แหละค่ะที่ฉันต้องการ” หญิงสาวยิ้มรับ
“แล้วตอนนี้คุณพักอยู่ที่ไหนเหรอครับ คงไม่ได้อยู่ที่บ้านนี้ใช่มั้ย เพราะบ้านยังไม่เดินสายไฟเลย”
“ฉันพักอยู่ที่ตัวเมืองค่ะ วันนี้แค่อยากเข้ามาดูบ้านและก็ขนของบางส่วนเข้ามาไว้ก่อน พรุ่งนี้ลุงผู้ใหญ่จะให้คนเข้ามาเดินเรื่องไฟฟ้าให้ มะรืนนี้ก็ย้ายมาอยู่ได้แล้วค่ะ อ่อ…ฉันเองยังไม่ได้ขอบคุณคุณเลยที่ช่วยเมื่อกี๊ ฉันมุกนะคะ ขอบคุณมากนะคะที่ช่วย”
“ไม่เป็นไรครับ งั้นผมเรียกคุณว่าครูมุกแล้วกัน ผมลีครับ…ทำสวนดอกไม้อยู่ที่เนินเขาท้ายหมู่บ้าน ถ้าครูมุกมีอะไรให้ช่วยบอกผมได้นะครับไม่ต้องเกรงใจ”
“ทำสวนดอกไม้เหรอคะ ฉันเองก็กำลังหาดอกไม้มาลงที่บ้านพักพอดีเลย งั้นคุณลีช่วยแนะนำหน่อยได้มั้ยคะว่าฉันควรจะปลูกอะไรดี”
“แล้ววันนี้ครูมุกว่างทั้งวันมั้ยล่ะครับ ถ้าว่างผมจะได้พาคุณไปเลือกดูดอกไม้ที่สวน เลือกว่าจะเอาดอกอะไรบ้างเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะเอาดอกไม้มาลงให้แต่เช้า”
“ได้ค่ะ งั้นไปรถฉันนะคะ”
“ครับ” ชายหนุ่มยิ้มกว้างตอบรับ
ช่วงค่ำของวัน
“กลับมาแล้วเหรอลี แกงฮังเลอยู่ในหม้อนะ ถ้าหิวก็ตักกินได้เลย ว่าแต่ไปไหนมาทำไมวันนี้ป้าไม่เห็นหน้าลีทั้งวันเลย”
“ไปช่วยครูคนใหม่ย้ายของเข้าบ้านครับ”
“อ้าว…ย้ายมาแล้วเหรอ อีกตั้งนานกว่าจะเปิดเทอมนี่”
“เห็นครูบอกว่าอยากมาเรียนรู้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ให้คุ้นชินก่อน”
“ก็ดีเหมือนกัน ลีเองมีอะไรพอจะช่วยครูเขาได้ก็ช่วยๆ หน่อยนะลูก เห็นลุงบอกว่าเป็นผู้หญิงด้วยนี่ ผู้หญิงตัวเล็กๆ ย้ายมาอยู่ต่างถิ่นคนเดียวแบบนี้คงลำบากน่าดู”
“ครับ”
“ลี วันนี้ป้าเข้าไปทำความสะอาดที่ห้องลีมาเห็นกล่องพัสดุที่ส่งมาเมื่ออาทิตย์ก่อนยังวางอยู่ที่เดิมอยู่เลย เรส่งมาใช่มั้ย”
“ครับ”
“ถ้าลีกับเรยัง…”
“ลีกับเรไม่มีอะไรทั้งนั้น งั้นลีไปอาบน้ำก่อนดีกว่าจะได้มากินแกงฮังเลอร่อยๆ ฝีมือป้า” ชายหนุ่มเอ่ยแทรกขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปยังห้องนอนของตัวเอง ผู้เป็นป้าได้แต่มองตามหลานชายพร้อมถอนหายใจออกมาด้วยความอาทร
ลีรภัทเข้ามายังห้องนอนก็เดินตรงไปยังกล่องพัสดุที่วางไว้หัวเตียง ชายหนุ่มถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจเปิดกล่องพัสดุดังกล่าว ในกล่องนั้นเป็นเสื้อเชิ้ตสีฟ้าครามพร้อมแนบกระดาษโน้ตอวยพรวันเกิดให้ชายหนุ่ม และยังมีเอกสารใบหย่าด้วย ลีรภัทหยิบใบหย่าขึ้นมาดูพร้อมกับเผยรอยยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะวางใบหย่านั้นลงเมื่อมีสายโทรเข้ามา
“ว่าไง”
“ของที่เรส่งให้ ลีได้รับหรือยัง”
“ได้แล้ว”
“โล่งอกไปที รับของแล้วก็น่าจะโทรบอกเรสักหน่อย ในนั้นมีใบหย่าอยู่ด้วยพอดีเรหาเจอตอนที่ย้ายบ้านน่ะ นึกว่าจะหายจริงๆ ซะแล้ว”
“หายไปก็ไม่เห็นเป็นไรเลย ยังไงเราก็หย่ากันแล้วอยู่ดี ขอบใจมากนะเรกับของขวัญวันเกิด ว่างๆ ก็มาเที่ยวสวนลีสิ ช่วงนี้ดอกไม้กำลังบานเลย”
“ไว้เรหาโอกาสไปแล้วกัน ช่วงนี้ยังยุ่งๆ อยู่เลย”
“ไม่ต้องรีบ ว่างวันไหนค่อยมา งั้นแค่นี้ก่อนนะลีจะอาบน้ำแล้ว”
ชายหนุ่มบอกลาหญิงสาวอดีตคนรักและกดวางสายไปก่อนจะเก็บเสื้อเชิ้ตของขวัญพร้อมกับใบหย่าเข้าไปไว้ในกล่องพัสดุตามเดิม และนำกล่องพัสดุนั้นไปเก็บไว้ยังบนตู้เสื้อผ้าราวกับว่าสิ่งของที่อยู่ในกล่องนั้นคงไม่ได้ถูกนำเอามาใช้อย่างไงอย่างงั้น
เช้าวันต่อมา
ลีรภัทรเดินทางมาที่บ้านสวนแต่เช้าเพื่อเตรียมเอาดอกไม้ขึ้นรถไปปลูกที่บ้านพักครูสาวคนใหม่ตามที่ได้รับปากเอาไว้ ระหว่างนั้นชายหนุ่มเองก็รู้สึกแปลกใจที่บานหน้าต่างทางทิศตะวันออกของตัวบ้านถูกเปิดทิ้งเอาไว้ทั้งที่เมื่อคืนเขาอยู่บ้านเป็นคนสุดท้าย และก็มั่นใจว่าได้ปิดล็อกบานหน้าต่างทุกบานไว้ทั้งหมดแล้ว
ลีรภัทรรีบเดินมุ่งหน้าไปยังบานหน้าต่างดังกล่าวในทันที ระหว่างนั้นก็ค่อยๆ เผยใบหน้าของหญิงสาวผู้หนึ่งผ่านบานหน้าต่างขึ้นมา และก็ชัดเจนขึ้นเมื่อใบหน้าของเธอถูกแสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้าสาดส่อง การปรากฏตัวของหญิงสาวดังกล่าวทำให้ลีรภัทรว้าวุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก และก็เริ่มสั่นไหวเมื่อโครงหน้าและริมฝีปากแดงอมชมพูของเธอช่างคล้ายคลึงกับหญิงสาวในความฝันของเขาเมื่อหลายวันก่อนนัก
ลีรภัทรจ้องไปที่ใบหน้าละมุนหวานอย่างไม่ละสายตา ชายหนุ่มเบิกตากว้างมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อน้ำเสียงที่เอ่ยทักทายของเธอนั้นเหมือนหญิงสาวในฝันไม่มีผิดเพี้ยน “ฉันรักคุณค่ะ” คำบอกรักที่เคยได้ยินจากในฝันก็วนกลับมาอยู่ในความรู้สึกอีกครั้ง
ลีรภัทรได้แต่จดจ่ออยู่กับหญิงสาวอย่างเคลือบแคลง มันจะเป็นไปได้ยังไงที่เธอจะเป็นคนคนเดียวกันกับคนที่อยู่ในความฝันของเขา ทั้งๆ ที่ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อนเลยด้วยซ้ำ
เกวลินในชุดเจ้าสาวสีขาวเกาะอกกระโปรงสั้น ชายกระโปรงแต่งกลีบด้วยลายดอกไม้ ผมเกล้าขึ้นประดับด้วยผ้าคลุมเจ้าสาวยาวมาถึงเอว หญิงสาวยืนอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ที่มีดอกกุหลาบขาวเลื้อยรอบขอบหน้าต่างเต็มไปด้วยความงดงาม เธอยืนมองดูผู้คนที่มาร่วมงานแต่งของเธอวันนี้ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข“ได้เวลาแล้วลูก” ปานวาดเอ่ยแจ้งต่อผู้เป็นลูกสาว เห็นเกวลินกำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝาก็เก็บความยินดีเอาไว้ไม่อยู่“แม่อย่าร้องไห้สิคะเดี๋ยวก็ไม่สวยกันพอดี”“ก็แม่ดีใจนี่ที่เกวแต่งงาน ไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึงเร็วขนาดนี้ ไปเถอะลูกได้เวลาแล้ว”ปานวาดจูงมือผู้เป็นลูกสาวไปมอบให้กับนทีซึ่งทำหน้าที่ส่งตัวเจ้าสาวไปให้กับเจ้าบ่าวที่ยืนรออยู่ เกวลินควงแขนผู้เป็นพ่อเดินผ่านผู้คนที่มาร่วมงานแต่งของเธอด้วยความยินดีระหว่างทางเดินเธอยิ้มให้เพื่อนสาวของเธอที่นั่งอยู่ติดกับกานวนิชผู้เป็นพี่ชาย ถัดไปก็เป็นนิพลและภูมิทัศน์ หรือแม้แต่มุกดาก็ยังมาร่วมงานของเธอด้วย วันนี้คนที่เธอรักและรู้จักมารวมกันอยู่ที่งานแต่งของเธอทั้งหมดแล้วลีรภัทรในสูทขาวกางเกงดำมองไปที่เกวลินที่กำลังจะเดินมาถึงด้วยความสุขล้นใจ วันนี้เกวลินในชุดเจ้าสาวงดงามมากน
ลีรภัทรเดินเข้ามาสวมกอดเกวลินทางด้านหลังระหว่างที่หญิงสาวกำลังเก็บล้างแก้วน้ำอยู่ในห้องครัว ก่อนจูบไปที่ต้นคอระหงของเธอเบาๆ ตอนนี้ที่บ้านสวนเหลือแค่ชายหนุ่มกับเกวลินเท่านั้น“อย่าซนสิคะ”“ผมมารับผิดกับคุณ ผมรู้ว่าผมผิดที่โกหกคุณไว้”“รู้ตัวด้วยเหรอคะ” เกวลินวางแก้วลงหันกลับมาสบตาชายหนุ่มตรงหน้า ใบหน้าออดอ้อนของลีรภัทรช่างน่าเอ็นดูนัก“คุณเนี่ยนะไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องปิดบังฉันด้วย ถ้าคุณบอกฉันดีๆ ฉันก็เข้าใจไม่ทำตัวเป็นภาระคุณหรอกค่ะ”“ก็ผมกลัวคุณคิดมากนี่ คุณเองก็รักสวนดอกไม้มากถ้ารู้ว่ามีคนมาทำลายดอกไม้ของผมจะนอนไม่หลับเอา”“แต่ยังไงคุณก็ควรบอกฉันสักหน่อย ถ้าไม่มีอาคุณโผล่มาช่วยคนที่โดนมีดแทงมืออาจเป็นฉันก็ได้”“ผมสำนึกผิดแล้วจริงๆ” ลีรภัทรออดอ้อนกะพริบตาปริบๆ“ก็ถือว่าหายกันนะคะ”“หมายความว่าไง”“ที่จริงฉันเห็นอานิดของคุณตั้งนานแล้ว เขาก็ป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ สวนคุณนี่แหละแต่คงไม่กล้าเผยตัวให้ใครรู้ บางวันเขาไปที่ไหล่ทางเพื่อโบกรถให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาสวนคุณด้วยนะคะ ฉันเองก็ตั้งใจบอกคุณเหมือนกันแต่ก็ดันมาเกิดเรื่องซะก่อน แบบนี้ไงคะอาคุณถึงไม่ตกใจตอนที่รู้ว่าฉันเป็นคู่หมั้นคุณ ฉันว่
ลีรภัทรอาบน้ำทำกิจธุระส่วนตัวเรียบร้อยก็แวะมาหาเกวลินที่ห้องนอนของเธอ พอมาถึงก็เห็นหญิงสาวนั่งคิ้วขมวดอยู่กับสมุดบัญชี ชายหนุ่มเลยเดินเข้าไปดึงสมุดบัญชีออกมาจากมือของหญิงสาว“เอามานะคะฉันยังทำบัญชีไม่เสร็จเลย”“นี่มันดึกมากแล้วคุณควรจะนอนได้แล้ว เรื่องบัญชีค่อยจัดการพรุ่งนี้ต่อก็ได้”“แต่…”“ไม่ต้องแต่ นี่คือคำสั่ง” ลีรภัทรทำหน้าดุคิ้วขมวดไปที่หญิงสาว“ก็ได้ค่ะนอนก็นอน งั้นคุณลีรภัทรกรุณาออกจากห้องนอนดิฉันด้วยนะคะ เพราะตอนนี้ดิฉันจะเข้านอนแล้ว”“เรื่องอะไรผมต้องออกไปด้วย” ชายหนุ่มทำไม่รู้ไม่ชี้เดินตรงไปที่เตียงนอนของหญิงสาว“นี่คนจะเอาเปรียบฉันเหรอ”“ถ้าผมไม่เอาเปรียบคุณ…แล้วเราจะมีหลานน่ารักๆ ให้พ่อแม่ได้ยังไง"ลีรภัทรคว้าตัวหญิงสาวเข้ามานั่งตัก มือทั้งสองข้างสวมกอดเอวบางของเธอไว้“คุณพูดอะไร อย่าลืมสิว่าเรายังไม่ได้แต่งงานกัน”“ไม่เห็นเป็นไรนี่มีลูกแล้วค่อยแต่งก็ได้ เราจะได้เอาลูกของเรามาถ่ายพรีเวดดิ้งด้วยไง”“คุณจริงจังหรือเปล่านี่”“จริงจังสิ ทุกคำพูดของผมจริงจังเสมอ”“คุณไม่คิดว่ามันเร็วเกินไปเหรอคะ เอาจริงคุณกับฉันคบกันได้ไม่นานเอง ไม่คิดว่าความรักของเรามันดูฉาบฉวยไปหน่อยเหรอ”"ผ
“ฉันรักคุณค่ะ”สิ้นคำสารภาพรัก ปากอุ่นๆ แดงอมชมพูของเกวลินก็ประทับไปที่ปากของลีรภัทรด้วยความละมุนละไม ก่อนจะค่อยๆ รุกหนักบดขยี้ปากของชายหนุ่มอย่างเร่าร้อนและแรงขึ้น จนผู้ที่ถูกก้าวล่วงไม่อาจต้านทานแรงปรารถนาที่หญิงสาวจู่โจมได้อีกต่อไปลีรภัทรเคลิ้มและหวั่นไหวจนอ่อนระทวยไปทั้งตัว ชายหนุ่มรีบตอบสนองรสรักของหญิงสาวอย่างเร่าร้อนและช่ำชอง ไม่นานนักร่างบางของหญิงสาวก็ถูกชายหนุ่มอุ้มมาที่โซฟา ก่อนจะค่อยๆ ดันตัวหญิงสาวให้นอนราบไปอีกที ลีรภัทรยิ้มหวานจ้องไปที่ปากบางอมชมพูของเกวลินอย่างเว้าวอน ก่อนจะโน้มหน้าเข้าหาเพื่อมอบจูบอันเร่าร้อนให้กับหญิงสาวอีกครั้งลีรภัทรดันตัวหญิงสาวขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะสอดอ้อมแขนเพื่ออุ้มเธอขึ้นมา ชายหนุ่มอุ้มร่างบางตรงไปยังเตียงนอนของตัวเอง มือที่ซุกซนก็เริ่มปลดแขนเสื้อตุ๊กตาของหญิงสาวลงมาอยู่ระหว่างหน้าอกเธอ เขาจับจ้องไปที่เนินอกขาวที่สวยงามของเธออย่างเว้าวอนก่อนจะใช้ปากอุ่นๆ ประทับจูบไปที่เนินอกนั้นและเล้าโลมอย่างพอใจเกวลินเนื้อตัวอ่อนระทวยสั่นไหวไปทั้งตัว แม้ว่าจะเป็นครั้งแรกของเธอที่ยอมให้ลีรภัทรรุกล้ำแต่ก็ไม่ได้รู้สึกประหม่าแต่อย่างใด เธอกลับคล้อยตามและพอใจกับร
“คุณเกว!”“จะเสียงดังทำไมคะฉันก็อยู่ตรงหน้าคุณเนี่ย ที่ผ่านมาฉันไม่พูดเพราะยอมคุณงั้นเหรอ ไม่เลยค่ะฉันแค่ไม่อยากเอาเรื่องของคุณมาใส่ใจแค่นั้น และฉันก็ไม่เคยใสซื่อไร้เดียงสาด้วย ฉันแค่รู้ว่าเรื่องไหนควรทำหรือไม่ควรทำ ไม่เหมือนกับคุณเป็นถึงแม่พิมพ์ของชาติแต่แยกแยะเรื่องส่วนตัวไม่ได้ อย่าเผลอให้เด็กๆ
“ผมขอโทษ ทุกอย่างผมเป็นคนผิดเอง”“ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน ปล่อย!”เกวลินพยายามสลัดตัวออกจากอ้อมกอดของลีรภัทรแต่เธอจะสู้แรงของชายหนุ่มไม่ได้ ไม่ว่าเธอพยายามยื้อยุดแค่ไหนชายหนุ่มก็ไม่คลายอ้อมกอดออกจากเธอ“ฉันเหนื่อยแล้ว”“ผมพาคุณกลับห้องนะ”“ไม่ต้อง! ฉันจะกลับเอง”“เกว?”“อย่าพึ่งรั้งฉันไว้เลยนะ คุณพูดถู
กรุงเทพมหานคร“จะได้กลับบ้านไม่ดีใจเหรอ” เกวลินเดินมานั่งที่เตียงนอนข้างๆ พิชชา เห็นสีหน้าเพื่อนสาวเซื่องซึมระหว่างจัดเก็บเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวบินกลับเชียงใหม่ก็เลยถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง“ดีใจสิ”“ดีใจก็ต้องยิ้มกว้างๆ นี่เธอยังไม่คุยกับพี่กานใช่มั้ย”“ฉันก็คุยปกติเธอก็เห็น”“แต่คุยกันแค่เรื่องงาน
“เกวเดี๋ยวสิ…มีอะไรหรือเปล่าทำไมต้องรีบกลับกรุงเทพด้วย”“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คุณกลับไปเถอะป่านนี้ครูสาวคนสวยของคุณคงรอแล้ว”“อย่าพูดแบบนี้สิ ระหว่างผมกับครูมุกไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ นะ"“กอดกันกลมขนาดนั้นคุณยังบอกว่าไม่มีอะไรอีกเหรอ"“ก็…”"เรื่องนี้เอาไว้ก่อนเถอะค่ะ ตอนนี้ฉันมีเรื่องที่บ้านต้องจัดการ





