เข้าสู่ระบบสำหรับเสือผู้หญิงที่ช่ำชองสังเวียนรักอย่างชัชวินทร์แล้ว การที่จะทำให้นลินดาโอนอ่อนผ่อนตามไม่ใช่เรื่องที่ยากเลย เพียงครู่เดียวเธอก็ยอมเปิดปากให้เขาล้วงลิ้นสากชิมความหวานในโพรงปากเล็ก เขาจึงรีบใช้ช่วงเวลานั้นดึงเธอลงในวังวนปรารถนา ใช้ความจัดเจนหลอกล่อจนเธอหลงลืมความเป็นจริงไปชั่วขณะ
เขาหลอกล่อให้เธอติดกับด้วยจูบแสนหวาน ดึงทึ้งเสื้อผ้าออกจากร่างอรชรด้วยความว่องไว เพียงไม่ถึงนาทีนลินดาก็เปลือยเปล่าสู้แสงไฟ มือหนาบีบคลึงสองเต้าหนักเบาสลับไปมา บ้างครั้งก็ยังใช้ปลายนิ้วปัดป่ายยอกทรวงคล้ายไม่ตั้งใจ แต่มันสร้างความรัญจวนจนคนตัวเล็กต้องห่อไหล่ "อื้อ..." ชัชวินทร์อุ้มเธอไปยังโซฟารับแขกโดยที่ปากยังคงไม่ผละออกจากกัน "คุณชัช..." ชู่ววว เขาทำเสียงบอกให้เธอเงียบในตอนที่วางร่างเล็กลงบนโซฟา "ฉันไม่คิดเลยว่าเธอจะสวยขนาดนี้" นลินดามองสบดวงตาหื่นกระหายแล้วรู้สึกว่าลำคอแห้งผาก ครั้นจะกลืนน้ำลายมันก็เหนียวหนืดอย่างไม่มีสาเหตุ "หมอกว่า..." "ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น คืนนี้มีแค่เรา..." น้ำเสียแตกพร่าของคนที่มีอารมณ์ปรารถนาสามารถทำให้ขนอ่อนลุกชันได้อย่างเหลือเชื่อ ดวงตากลมโตจ้อมองไปที่เขาซึ่งกำลังเปลื้องผ้าต่อหน้าเธอ ถึงจะรู้ว่าไม่ควรแต่กลับไม่สามารถละสายตาไปทางอื่นได้เลย "ลองจับดูสิ..." เขาจับข้อมือบางให้เธอลูบไล้แผงอกกำยำและนลินดาก็ทำตามราวคนละเมอ เธอลูบสำรวจไปทั่วร่างหนาอย่างอยากรู้อยากเห็น และดูเหมือนอารมณ์ปรารถนาจะพลุ่งพล่านจนยากระงับ บิกินี่ตัวน้อยที่บดบังเนินนางอวบอูมตอนนี้เปียกชุ่มเพราะน้ำเมือกแห่งความรัญจวน "ฉันช่วยนะ..." มือหนาสอดเข้ามาในผ้าสามเหลี่ยมผืนน้อยเพื่อลูบคลำเนินสามเหลี่ยมที่เป็นสัญลักษณ์แห่งสตรีเพศ ก่อนที่นิ้วเรียวจะแทรกสำรวจไปในกลีบเนื้อที่ยังคงปิดสนิท "ขอดูได้มั้ย..." เขากระซิบถามพร้อมส่งสายตาในแบบที่ถ้าเธอเห็นในเวลาปกติคงจะคิดว่าโรคจิต แต่ในเวลานี้กลับทำให้หัวใจเต้นแรงอย่างประหลาด "นอนลง..." ชัชวินทร์ผลักให้ร่างเล็กนอนบนโซฟาแล้วใช้นิ้วเกี่ยวขอบบิกี่นี่ ก่อนที่จะเลื่อนลงช้าๆตามขาเรียวน่ามอง อึก! นลินดาไม่ได้มโนแต่เธอได้ยินเสียงเขากลืนน้ำลาย และสิ่งที่ยืนยันได้คือตอนนี้ชัชวินทร์กำลังแลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างหื่นกระหาย "ลุกดีกว่า..." เขาจับให้เธอนั่งคุกเข่าแล้วแยกขาออกโดยหันหน้าเข้าหาพนักโซฟา ส่วนตัวเขาลงไปนั่งที่พื้นแล้วเงยหน้าอยู่ตรงหว่างขาเธอ "คุณ!" นลินดาเกือบจะลุกหนีแต่ชัชวินทร์ไวกว่า เขาจับสะโพกอวบไว้มั่นก่อนจะรั้งให้เธอนั่งลง "คุณชัช...อ๊าส์!" จากที่ตั้งใจจะห้ามกลับกลายเป็นเสียงครางเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวสัมผัสจุดอ่อนไหว "อื้อ...ซี๊ดดดด..." ไม่เพียงแค่นั้นแต่ลิ้นสากยังคงไล้เลยกลีบเนื้อที่ฉ่ำน้ำเมือกอย่างไม่รังเกียจ ทำเอาสะโพกอวบส่ายร่อนไปมาอย่างเสียวซ่าน "ซี๊ดดด...คุณชัช...อาส์!" ชัชวินทร์ดูดติ่งเสียวกลางกลีบย้ำๆสลับกับรัวลิ้นเขี่ยววนอย่างช่ำชอง เรียงเสียงครางหวานจากคนที่ถูกทรมานจนดังลั่น และยิ่งเขาเลียไล้น้ำหวานเหนียวใสก็ยิ่งเอ่อซึมออกมาให้เขาดื่มกินไม่รู้จักหมด ร่างอ้อนแอ้นหอบกระเส่าหลังจากเขาส่งเธอขึ้นวรรค์ให้ด้วยปากถึงสองครั้งติด "เกินตัวไปมั้ย..." เขาถามพลางขย้ำสองเต้าที่ใหญ่จนล้นมืออย่างมันเขี้ยว ก่อนจะก้มลงดูดดึงราวกับทารกที่หิวโหย เขาขบ เขากัดตามอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ซึ่งเธอก็เต็มใจให้เขาทำทุกอย่างตามต้องการ "อื้อ..." เสียงดูดดึงดังเป็นระยะคลอเสียงครางเเผ่วของคนที่ถูกปลุกเร้า ทั้งๆที่เพิ่งสุขสมไปแต่พอเขาเรียกร้องเธอก็พร้อมจะโต้ตอบอย่างร้อนแรง นลินดามองสบตากับคนที่กำลังดูดนมเธอด้วยความรู้สึกหวิววาบอย่างบอกไม่ถูก ในท้องคล้ายมีระลอกคลื่นก่อตัวหมุนวน เธอไม่รู้ว่าความรู้สึกที่กำลังเผชิญนี้เรียกว่าอะไร รู้เพียงว่าเธอชอบมันเหลือเกินเท่านั้น "ขอนะ...ให้ฉันเอาเธอ" ร่างหนาผละออกแล้วใช้มือชักรูดแกนกายขนาดใหญ่เกินมาตรฐานจนสุดลำ ทำเอานลินดาตกตะลึงเมื่อพิจารณาดูแล้วพบว่ามันใหญ่กว่าข้อมือของเธอเสียอีก "อย่าเกร็งนะ...แป๊บเดียวเธอก็จะมีความสุข" มือหนาดันขาทั้งสองข้างของเธอขึ้นจนเข่าชิดอก มองดูสองกลีบอวบที่แย้มออกด้วยแววตาหลงไหล ก่อนจะก้มลงลากปลายลิ้นตามรอยแยกขึ้นลงช้าๆ "สะ...เสียวค่ะ" "อืม..." "อ้ะ!" คนตัวเล็กสะดุ้งเมื่อเขาขบเม้มติ่งเสียวสีแดงกลางกลีบ "ตั้งใจให้เสียว..." ชัชวินทร์ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะจับลำแกร่งถูไถสร้างความคุ้นเคย "เธอทำให้ฉันตื่นเต้นมากรู้ตัวมั้ย..." กึด!! เขาถามเสียงกระเส่าแล้วดันตัวเองเข้ามาโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว "โอ๊ย!" ถึงแม้ว่าเขาจะเตรียมเธอให้พร้อมแค่ไหนแต่ครั้งแรกมันก็ยังสร้างความเจ็บปวดให้เธออย่างมหาศาลอยู่ดี "เจ็บ!" "อดทน...เพิ่งเข้าไปครึ่งเดียวเอง" เธอมองตามสายตาเขาจึงพบว่าท่อนเอ็นลำใหญ่เพิ่งจะฝากฝังเข้ามาในตัวเธอเพียงครึ่งเดียวจริงๆ "พอเถอะ...หมอกเจ็บ" "หึ! ฝันอยู่หรือไง!" กึด!! "กรี๊ดดดด!!!" จบคำถามสะโพกสอบก็ตอกอัดส่วนที่เหลือเข้ามาจนหมดโดยที่เธอไม่มีโอกาสได้ต่อต้านใดๆ "อาส์!...ฟิตชิบ!" ใบหน้าหล่อเหลาเหยเกเพราะความเสียวซ่านที่มากเกินขีดจำกัด นลินดามองคนที่โยกขย่มอยู่เหนือร่างด้วยแววตาพร่าเลือน เจ็บ แสบ และเสียวปะปนกันจนแยกแยะไม่ได้ ปึก! ปึก! ปึก! กรามแกร่งบดแน่นกล้ามเนื้อที่สะโพกสอบเกร็งขึ้นในทุกจังหวะอัดกระแทก เสียงเนื้อแท้กระทบกันดังทั่วห้องรับแขก พอๆกับเสียงครางและเสียงคำรามที่ดังขึ้นในทุกจังหวะที่เน้นหนัก บ่งบอกชัดเจนว่าพวกเขาเข้ากันได้ดีแค่ไหนพอกินอิ่มกันแล้วสองพ่อลูกก็ออกจากคาเฟ่กลับบ้าน เด็กชายชลธีก็ไปเล่นกับเด็ก ๆ แถวนั้นตามประสา แต่ก็ไม่ได้ไปไกลเกินบริเวณบ้าน ส่วนชัชวินทร์ก็ไปที่ห้องทำงานเพื่อทำงานต่อ เวลาไม่ได้ออกไปดูงานที่ไร่เขาก็จะมานั่งทำเอกสารบัญชีรายรับรายจ่ายอยู่ที่ห้องทำงานทั้งวัน เมื่อถึงเวลาบ่ายอุ๊ยจันทร์ก็ส่งตะกร้าสานใบใหญ่ที่มีฝาปิดด้านบนให้พ่อเลี้ยง "เที่ยวให้สนุกนะคะพ่อเลี้ยง" "อืม เดี๋ยวผมกลับมาตอนเย็น" ชัชวินทร์รับตะกร้ามาแล้วเดินออกจากบ้าน เรียกลูกชายที่วิ่งเล่นแถวนั้นมาหา "พ่อจะไปไหนฮะ" "พาแม่กับชลเที่ยวไงครับ ไปเถอะ" "เที่ยวเหรอ" เด็กชายชลธีสายตาเป็นประกายเมื่อผู้เป็นพ่อจะพาไปเที่ยว ซึ่งนาน ๆ ครั้งจึงจะได้ออกจากเขตพื้นที่ไร่แสนกว้างใหญ่ จึงทำให้เด็กน้อยตื่นเต้นมาก ชัชวินทร์ขับรถไปที่ฟาร์มแกะเพื่อรับภรรยา จากนั้นก็ขับรถออกจากไร่ไปตามถนนที่คดเคี้ยว สักพักก็เลี้ยวเข้าทางแยกที่เป็นถนนแคบ ๆ ของชาวบ้าน "คุณชัชจะไปที่ไหนคะ" นลินดาอดถามไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่เส้นทางไปในเมือง แต่เหมือนจะเป็นป่ามากกว่า "ปิกนิกไง" "ในป่าเนี่ยนะ" นลินดายิ่งไม่เข้าใจมากขึ้น แต่ชัชวินทร์ไม่ตอบเธออีก เธอ
หลังจากมื้อเช้ากันแล้ว ชัชวินทร์ก็เตรียมตัวไปทำงานที่ไร่ ส่วนนลินดาก็เตรียมไปดูแลคาเฟ่ของเธอที่ฟาร์มแกะ ทุกๆอย่างคือกิจวัตรประจำวันที่ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย แต่มีความสุขสงบใบแบบที่ทั้งเขาและเธอต่างต้องการ "ไปป้อนหญ้าแกะกัน" ชัชวินทร์อุ้มลูกชายออกจากบ้านไปทางฟาร์มแกะที่ตอนนี้เปิดเป็นฟาร์มกึ่งสวนสัตว์สำหรับนักท่องเที่ยว ซื้อแกะมาเพิ่ม และยังปรับพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน สร้างคอกกวาง คอกนกกระจอกเทศ มีนกยูงกับไก่ฟ้าที่ปล่อยให้เดินเล่นบนสนามหญ้าที่กั้นตาข่ายเอาไว้ และมีร้านค้าของที่ระลึกกับของพื้นเมืองที่เปิดให้ชาวบ้านมาขายของ รวมถึงคาเฟ่ที่นลินดาบริหารงานเอง จัดโซนพักผ่อนและมุมถ่ายรูปสวย ๆ ไว้หลายจุด มีบ่อปลาคาร์ปสีสวยตลอดแนวทางเดินจนทั่วฟาร์ม ส่วนไร่ชา ไร่สตรอว์เบอร์รี่ ไร่องุ่น ก็เปิดให้นักท่องเที่ยวมาเก็บชิมและซื้อผลิตภัณฑ์แปรรูปอย่างไวน์องุ่น ไวน์สตรอว์เบอร์รี่ ใบชาอบแห้ง สตรอว์เบอร์รี่อบแห้งติดมือกลับไปได้ ไร่อุ่นไอหมอกจึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษ ชัชวินทร์จูงมือลูกชายเดินเข้าไปที่คอกแกะที่ตอนนี้นักท่องเที่ยวหลายคนกำลังรับหญ้าเส้นยาวจากมือคนเลี้ยงเอาไปป้อนแกะในคอกที
เมื่อคลายปมใที่เคยผูกไว้ในใจได้ชัชวินทร์ก็คือผู้ชายที่สมบูรณ์แบบในทุกๆด้าน เขาไม่เคยทำให้นลินดารู้สึกว่าตัวเองคิดผิดที่เลือกให้โอกาส เพราะทุกนาทีที่เธอเคียงข้างเขามันผ่านไปอย่างมีความสุข "หมอกว่าเอาสีอะไรดี" นลินดาเงยหน้ามองร้านคาเฟ่ของไร่อุ่นไอหมอกอย่างครุ่นคิด "คุณชัชว่าสีอะไรดีคะ" "สีขาวสิ หรือหมอกว่าไง" "สีขาวหมอกก็ว่าดีค่ะ ร้านคาเฟ่เล็กๆสีขาวท่ามกลางธรรมชาติสีเขียว หมอกคงมีความสุขกับที่นี่ทั้งวันแน่ๆค่ะ" "หืม..." เขาทำเสียงในลำคอพร้อมเลิกคิ้วใส่ภรรยา "ฉันไม่ยอมให้หมอกมาอยู่ที่นี่ทั้งวันหรอกนะ ให้ทำแก้เหงานิดหน่อยเท่านั้น ยิ่งตอนเจ้าตัวน้อยคลอดหมอกก็ยิ่งต่องดูแลลูก ต้อง..." "พอค่ะ เรื่องนั้นหมอกรู้แล้ว หมอกแค่เปรียบเทียบเฉยๆ" ฟู่!! ชัชวินทร์ถอนใจโล่งอกทำราวกับเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย "ค่อยยังชั่ว นึกว่าคิดจะมาขลุกอยู่ที่นี่ทั้งวันจริงๆจะได้สั่งรื้อเลย" ดวงตาคู่สวยค้อนขวับใส่สามีทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น "ล้อเล่นจ้า...คาเฟ่ของเมียผัวจะไปกล้าแตะได้ยังไง" ชัชวินทร์ไม่ใช่เพียงพูดเอาใจแต่หมายความตามนั้นจริงๆ ทุกวันนี้อะไรที่จะทำให้เธอกระทบกระเทือนความรู้สึกเขาจะไม่ทำอย่างเด็ด
นอกจากจะมีบรรยากาศที่ดีแล้วเชียงรายยังมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และวัดต่างๆที่งดงามตระการตา บางที่ก็เก่าแก่ควรค่ากับการอนุรักษ์ ทริปสุดท้ายของครอบครัวก่อนที่พวกเขาจะกลับกรุงเทพฯ ชัชวินทร์จึงเลือกพาไปไหว้พระตามวัดต่างๆ ซึ่งดูเหมือนสาวๆจะถูกใจมากเป็นพิเศษ "วัดต่อไปชื่อวัดป่าแฝกนะ ที่นั่นมีที่ให้อาหารปลาด้วย" "ดีจ้ะ แม่ชอบ ทำบุญแล้วก็ต้องทำทานด้วย" "วันนี้คุณไม่บ่นปวดเมื่อยเลยนะลืมหรือเปล่า" คุณชาคริตแซวภรรยาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มแต่คนถูกแซวกลับส่งยิ้มกว้างตอบมา "เหมือนอาการปวดเมื่อยจะหายไปเลยค่ะ สงสัยจะสนุกจนลืมเจ็บลืมปวด" "ผมจำได้นะครับว่าครั้งสุดท้ายที่เราไปเที่ยวกันเป็นครอบครัวก็ตอนผมเป็นเด็กๆ จากนั้นเราก็ไม่ได้ไปกันอีกเพราะบ้านเรามีเด็กขี้น้อยใจอยู่คนนึง" ชินวุฒิบอกเสียงกลั้วหัวเราะพลางปรายตามองน้องชาย "แหม...ทีแบบนี้จำแม่นะไอ้พี่ชาย" "แม่นสิ เด็กอะไรก็ไม่รู้โคตรใจน้อยโคตรงอแง ระวังเถอะหมอกลูกออกมาจะงอแงเหมือนพ่อมัน" "ไม่หรอกค่ะ ขนาดคุณชัชหมอกยังเปลี่ยนจากสามีเจ้าอารมณ์ให้น่ารักได้ขนาดนี้ กับลูกหมอกเชื่อว่าไม่เกินความสามารถค่ะ แต่ถ้ามีพ่อคอยให้ท้ายหมอกก็จะกำราบทั้งพ่อทั้งลูก" "ฮ
สยบเข่าวลือศึกสายเลือดได้ชนิดที่ว่าขาเม้าท์ต้องถึงกับหน้าหงาย เมื่อสะใภ้คนโตของรุ่งกิจวัฒนาโพสต์ภาพสามีที่นอนกอดกับพ่อและน้องชายที่ก่อนหน้านี้มีวงในบอกว่าเกิดศึกสายเลือดแย่งชิงมรดกกัน แต่จากภาพที่เห็นทำให้ทุกคนรู้ว่าข่าวลือก็คือข่าวลือ เพราะสองพี่น้องเขารักกันแน่นแฟ้นเอามากๆ... ทุกสำนักข่าวพาดหัวด้วยข้อความที่ไปในทิศทางเดียวกันซึ่งมันเกิดผลดีอย่างเกินคาด และเมื่อสามหนุ่มได้เห็นภาพของตัวเองโชว์หราอยู่ในข่าว ก็ถึงกับเขินจนหน้าแดงเพราะทุกครั้งที่ออกสื่อ พวกเขาจะต้องหล่อเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า "เอมอะ จะถ่ายก็ไม่บอกพี่ก่อน พี่ไม่หล่อเลย" "เขาเรียกภาพหลุดไงคะ" "แล้วมีเด็กซนคนนึงไปคอมเมนต์ว่า 'เมาแล้วก็นอน' ด้วยนะพี่เห็น" ชัชวินทร์พูดพลางปรายตาไปหาภรรยาที่ยิ้มแหยอยู่ข้างๆ "แหม...ก็ภาพมันฟ้องนี่คะ หมอกก็อดคอมเมนต์ไม่ได้" นลินดาซบใบหน้ากับต้นแขนของสามีอย่างออดอ้อน เพียงเท่านั้นชัชวินทร์ก็แทบจะใจละลาย "พ่อไม่เคยสนุกอย่างนี้มานานมากๆแล้วนะเนี่ย" "เชื่อค่ะ เห็นนอนกลิ้งเมื่อคืนก็รู้แล้ว แก่แล้วเมากลิ้งกับลูกได้ ห้ามไปเมากลิ้งที่อื่นนะคะเตือนไว้ก่อน" คุณวัลภาเอ่ยแซวจนทุกคนอมยิ้มไปตามๆกัน
กองไฟเล็กๆถูกก่อขึ้นที่ลานข้างบ้าน ทุกคนในครอบครัวล้อมรับรับไออุ่น ชัชวินทร์ร้องเพลงคลอเบาๆในขณะที่ชินวุฒิดีดกีตาร์ให้จังหวะ นลินดานั่งมองสามีด้วยแววตาเปี่ยมรักซึ่งชัชวินทร์เองก็มองภรรยาด้วยแววตาเช่นเดียวกัน เสียงปรบมือดังขึ้นเมื่อเพลงจบต่างคนต่างจูบแก้มสามีเป็นการตอบแทนบทเพลงที่เพิ่งจบไป "สามีหมอกร้องเพลงเพราะจังค่ะ..." "สามีเอมก็ดีดกีตาร์เก่งมากค่ะ" สองสาวต่างก็อวยสามีอย่างไม่มีใครยอมใครจนสองพี่น้องยิ้มแก้มปริ "ผมมีความสุขจังคุณ" "ฉันเองก็มีความสุขค่ะ" คุณวัลภาบอกสามีแล้วส่งยิ้มให้คู่ชีวิต ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าสามีสุขแค่ไหนที่เห็นลูกชายทั้งสองรักใคร่กัน "ชัช..." "ครับพ่อ" "พ่ออยากคุยด้วยเรื่องบริษัทก่อสร้างของเรา" "ครับ" "พ่ออยากส่งต่อให้ลูกดูแล" "ผมไม่..." "อย่าปฏิเสธเลยนะพ่อตั้งใจยกให้แกจริงๆ" "อย่ามาทำเป็นลังเลเลยว่ะ แกจะปฏิเสธพ่อลงเลยหรือไง คุณพ่อตั้งใจยกให้แกจริงๆนะชัช" ชินวุฒิรีบสนับสนุนคำพูดของบิดาเมื่อเห็นน้องชายทำสีหน้าคล้ายลำบากใจ "ฉันชอบที่นี่ว่ะชิน อยากอยู่กับหมอกแล้วก็ลูกที่นี่ ถ้าฉันต้องดูแลบริษัทก่อสร้างก็ต้องไปๆมาๆระหว่างกรุงเทพ-เชียงราย ฉันไม่อยากทิ้ง







