เข้าสู่ระบบนลินดาตกใจจนแทบสิ้นสติเมื่อตื่นมาแล้วพบว่าเธอนอนอยู่บนเตียงของชัชวินทร์ พลันภาพเหตุการณ์เร่าร้อนในห้องรับแขกก็ผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ ความทรงจำสุดท้ายของเธอคือนอนซบบนอกกว้างที่โซฟา และคงเป็นเขาที่อุ้มเธอมานอนที่นี่
เอาไงดี! เธอตะโกนก้องอยู่ในใจแล้วค่อยๆขยับตัวจึงรับรู้ได้ถึงท่อนแขนที่พาดอยู่กับเอวขอด "อื้อ..." เสียงคนที่ยังนอนหลับครางประท้องเมื่อเธอขยับตัวก่อนจะรัดเอวเล็กเอาเธอเข้าไปกอด "อืม..." นลินดาแทบลืมหายใจเมื่อสัมผัสได้ถึงเนื้อแท้ที่แนบกันอยู่ ทั้งเขาและเธอต่างก็เปลือยเปล่าด้วยกันทั้งคู่ ตอกย้ำความทรงจำว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้าง หญิงสาวนอนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของคนตัวโตจนมั่นใจว่าเขาหลับสนิทจึงขยับตัวออก เธอมองเห็นเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มก็คว้ามาสวมลวกๆแล้วออกจากห้องอย่างรีบร้อน ถึงแม้ทุกจังหวะการก้าวเดินกลางกายของเธอจะประท้วงว่ากำลังร้าวระบม แต่นลินดาก็ยังคงเร่งฝีเท้าอย่างสุดกำลังเพื่อออกไปจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด เธอกลับมาถึงห้องของตัวเองแล้วพบว่าตอนนี้เป็นเวลาเกือบตีห้าซึ่งเป็นเวลาตื่นของเธอในทุกๆวัน สิ่งแรกที่เธอทำคือตรงเข้าห้องน้ำเพื่อสำรวจร่างกายของตัวเอง ถึงแม้ความเจ็บตรงจุดอ่อนไหวจะชัดเจน แต่เธอก็ยังอยากให้ทุกอย่างเป็นเพียงความฝัน "...ฮึก...ฮึก" น้ำตาและเสียงสะอื้นมันมาเองโดยไม่ต้องบีบคั้นเมื่อเธอถอดเสื้อคลุมออกที่หน้ากระจก ชัชวินทร์ทิ้งทั้งรอยจูบ รอยฟัน และรอยมือเอาไว้บนร่างกายของเธอเต็มไปหมด หนักสุดเห็นจะเป็นรอยกัดที่เต้าอวย ซึ่งถูกขบลึกจนมีเลือดซึมและคาดว่าจะตกสะเก็ดในไม่ช้า "นี่แกทำอะไรลงไป!...ฮึก..." สองมือบางเลื่อนขึ้นจิกทึ้งเส้นผมของตัวเองแล้วนั่งลงบนพื้นห้องน้ำเพราะเข่าทั้งสองข้างอ่อนแรงจนยืนไม่อยู่ สำนึกผิดชอบชั่วดีกำลังทำหน้าที่ของมัน นลินดากลัวเหลือเกินว่าจะมีใครล่วงรู้เหตุการณ์ที่น่าละอายในครั้งนี้ เพราะถ้าหากเป็นอย่างนั้นเธอคงไม่อาจสู้หน้าใครได้โดยเฉพาะชินวุฒิ ถึงแม้ว่าเขาจะแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาไปแล้ว แต่เธอคงไม่กล้ามองหน้าหรือสบตาเขาอีกหากเรื่องนี้ถูกเปิดเผย ตอนนี้นลินดาได้แต่ภาวนาขอให้ชัชวินทร์เก็บทุกอย่างเอาไว้เป็นความลับ เธอจะได้ไม่ต้องตกที่นั่งลำบากอย่างที่กลัว ถ้าหากเมื่อคืนเธอขัดขืนจนถึงที่สุดก็คงไม่ต้องมานั่งทุกข์ใจอย่างนี้ แต่เธอทำสิ่งที่ตรงกันข้ามร่วมมือและเรียนรู้ด้วยความเต็มใจ ยอมให้ชัชวินทร์จับมือพาข้ามเส้นความเป็นผู้หญิงเต็มตัว จึงคิดคำแก้ตัวใดไม่ออกนอกจากยอมรับว่าตัวเองใจง่ายเท่านั้น ในขณะเดียวกันชัชวินทร์เองก็นอนครุ่นคิดบางอย่างลำพัง ความจริงแล้วเขาตื่นก่อนเธอเสียด้วยซ้ำแต่แกล้งทำเป็นหลับสนิท "แกจะต้องเจ็บปวดกว่าฉันเป็นร้อยเท่า!" ชัชวินทร์คิดถึงพี่ชายด้วยความเดือดดาล ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าที่บิดาเอาตำแหน่งประธานมาหลอกล่อให้ชินวุฒิแต่งงาน ก็เพราะเห็นว่าพี่ชายของเขามีใจให้นลินดาจึงจะแยกทั้งคู่ออกจากกันก่อนจะเกินเลย ถึงแม้นลินดาจะเป็นคนดีสักแค่ไหน ในความคิดของบิดาเขาเธอก็ไม่ใช่คนที่เพียบพร้อมและเหมาะสมที่จะเป็นสะใภ้ของรุ่งกิจวัฒนา และไอ้พี่ชายเขามันก็เลือกผลประโยชน์ไม่ใช่ความรัก แต่ไม่มีวันที่ชัชวินทร์จะยอมเจ็บปวดและสูญเสียอยู่ฝ่ายเดียว เพราะเขาจะคืนทุกความเจ็บปวดให้ชินวุฒิอย่างสาสม ... เพราะความร้อนใจนลินดาจึงไม่อาจอยู่เฉยได้ เธอเดินออกจากห้องมารอชัชวินทร์อยู่ตรงบันได เพราะอยากจะพูดขอร้องให้เขาเก็บเรื่องเมื่อคืนไว้เป็นความลับ "มายืนทำอะไรตรงนี้ล่ะจ๊ะ" "เอ่อ...คือ..." "จะลงไปข้างล่างหรือเปล่าจ๊ะ" "ปะ...ไปค่ะ" "งั้นไปพร้อมป้าเลย ว่าจะไปดูในครัวสักหน่อยลุงเขาอยากกินข้าวต้มปลาเก๋าน่ะ" "ค่ะ" นลินดาเดินตามคุณวัลภาลงไปที่ชั้นล่างอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เพราะถ้าหากเธอปฏิเสธแล้วยังยืนอยู่ต่อคงจะเป็นที่น่าสงสัย "อ้าว...หนูเอม เมื่อคืนไม่ไดนอนที่โรงแรมเหรอ" คุณวัลภาเอ่ยถามอย่างงุนงงเพราะเมื่อคืนส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่ห้องสวีทของโรงแรม "เปล่าค่ะ พี่ชินบอกว่าไม่ชอบนอนที่อื่นเลยกลับมาบ้าน" คำตอบนั้นทำให้คุณวัลภานึกตำหนิลูกชายอยู่ในใจที่ออกจากห้องหอในคืนส่งตัว "แล้วนี่ทำไมตื่นเช้าจังล่ะ" "เมื่อวานยุ่งจนทั้งวันแทบจะไม่ได้กินอะไรเลยค่ะเช้านี้เลยหิวมาก" "งั้นไปหาอะไรกินดีกว่า ป้ากับหมอกกำลังไปที่ห้องครัวพอดี" "ไปสิคะ" เอวารินรับคำแล้วส่งยิ้มบางๆซ้ำยังเผื่อแผ่รอยยิ้มมาให้นลินดาด้วยเธอจึงต้องฝืนยิ้มตอบทั้งๆที่ในใจกำลังว้าวุ่น "ตื่นแต่เช้าเลยนะครับคุณแม่" "แม่ก็ตื่นปกติของแม่ ว่าแต่เราเถอะทำไมไม่นอนในห้องหอพาน้องกลับมาทำไม" "ผมแปลกที่ครับ หมอก...ทำไมเมื่อคืนรีบกลับก่อน" "คือ...หมอกปวดหัวค่ะ" "แล้วตอนนี้เป็นอะไรมั้ยหายดีหรือยัง" ชินวุฒิยกมือขึ้นแตะหน้าผากเนียนเพื่อวัดอุณหภูมิโดยไม่แคร์สายตาของเมียแต่งเลยแม้แต่น้อย "หมอกหายดีแล้วค่ะ ไม่เป็นอะไรแล้ว" "หมอกไปดูในครัวกับป้าหน่อย ส่วนชินพาน้องไปรอที่โต๊ะเลยน้องหิวแล้ว" "ครับ" ชินวุฒิรับคำอย่างเสียมิได้ก่อนจะเดินนำไปโดยไม่คิดจะเรียกให้เอวารินไปด้วยกันจนเธออดที่จะรู้สึกไม่ได้ ถึงแม้จะไม่เคยรักใคร่ใยดีอะไรกัน แต่ตอนนี้เขาก็เป็นสามีของเธอแล้ว การที่ชินวุฒิยังทำหมางเมินเย็นชาใส่ทำให้เธอเจ็บในใจไม่น้อยพอกินอิ่มกันแล้วสองพ่อลูกก็ออกจากคาเฟ่กลับบ้าน เด็กชายชลธีก็ไปเล่นกับเด็ก ๆ แถวนั้นตามประสา แต่ก็ไม่ได้ไปไกลเกินบริเวณบ้าน ส่วนชัชวินทร์ก็ไปที่ห้องทำงานเพื่อทำงานต่อ เวลาไม่ได้ออกไปดูงานที่ไร่เขาก็จะมานั่งทำเอกสารบัญชีรายรับรายจ่ายอยู่ที่ห้องทำงานทั้งวัน เมื่อถึงเวลาบ่ายอุ๊ยจันทร์ก็ส่งตะกร้าสานใบใหญ่ที่มีฝาปิดด้านบนให้พ่อเลี้ยง "เที่ยวให้สนุกนะคะพ่อเลี้ยง" "อืม เดี๋ยวผมกลับมาตอนเย็น" ชัชวินทร์รับตะกร้ามาแล้วเดินออกจากบ้าน เรียกลูกชายที่วิ่งเล่นแถวนั้นมาหา "พ่อจะไปไหนฮะ" "พาแม่กับชลเที่ยวไงครับ ไปเถอะ" "เที่ยวเหรอ" เด็กชายชลธีสายตาเป็นประกายเมื่อผู้เป็นพ่อจะพาไปเที่ยว ซึ่งนาน ๆ ครั้งจึงจะได้ออกจากเขตพื้นที่ไร่แสนกว้างใหญ่ จึงทำให้เด็กน้อยตื่นเต้นมาก ชัชวินทร์ขับรถไปที่ฟาร์มแกะเพื่อรับภรรยา จากนั้นก็ขับรถออกจากไร่ไปตามถนนที่คดเคี้ยว สักพักก็เลี้ยวเข้าทางแยกที่เป็นถนนแคบ ๆ ของชาวบ้าน "คุณชัชจะไปที่ไหนคะ" นลินดาอดถามไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่เส้นทางไปในเมือง แต่เหมือนจะเป็นป่ามากกว่า "ปิกนิกไง" "ในป่าเนี่ยนะ" นลินดายิ่งไม่เข้าใจมากขึ้น แต่ชัชวินทร์ไม่ตอบเธออีก เธอ
หลังจากมื้อเช้ากันแล้ว ชัชวินทร์ก็เตรียมตัวไปทำงานที่ไร่ ส่วนนลินดาก็เตรียมไปดูแลคาเฟ่ของเธอที่ฟาร์มแกะ ทุกๆอย่างคือกิจวัตรประจำวันที่ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย แต่มีความสุขสงบใบแบบที่ทั้งเขาและเธอต่างต้องการ "ไปป้อนหญ้าแกะกัน" ชัชวินทร์อุ้มลูกชายออกจากบ้านไปทางฟาร์มแกะที่ตอนนี้เปิดเป็นฟาร์มกึ่งสวนสัตว์สำหรับนักท่องเที่ยว ซื้อแกะมาเพิ่ม และยังปรับพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน สร้างคอกกวาง คอกนกกระจอกเทศ มีนกยูงกับไก่ฟ้าที่ปล่อยให้เดินเล่นบนสนามหญ้าที่กั้นตาข่ายเอาไว้ และมีร้านค้าของที่ระลึกกับของพื้นเมืองที่เปิดให้ชาวบ้านมาขายของ รวมถึงคาเฟ่ที่นลินดาบริหารงานเอง จัดโซนพักผ่อนและมุมถ่ายรูปสวย ๆ ไว้หลายจุด มีบ่อปลาคาร์ปสีสวยตลอดแนวทางเดินจนทั่วฟาร์ม ส่วนไร่ชา ไร่สตรอว์เบอร์รี่ ไร่องุ่น ก็เปิดให้นักท่องเที่ยวมาเก็บชิมและซื้อผลิตภัณฑ์แปรรูปอย่างไวน์องุ่น ไวน์สตรอว์เบอร์รี่ ใบชาอบแห้ง สตรอว์เบอร์รี่อบแห้งติดมือกลับไปได้ ไร่อุ่นไอหมอกจึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษ ชัชวินทร์จูงมือลูกชายเดินเข้าไปที่คอกแกะที่ตอนนี้นักท่องเที่ยวหลายคนกำลังรับหญ้าเส้นยาวจากมือคนเลี้ยงเอาไปป้อนแกะในคอกที
เมื่อคลายปมใที่เคยผูกไว้ในใจได้ชัชวินทร์ก็คือผู้ชายที่สมบูรณ์แบบในทุกๆด้าน เขาไม่เคยทำให้นลินดารู้สึกว่าตัวเองคิดผิดที่เลือกให้โอกาส เพราะทุกนาทีที่เธอเคียงข้างเขามันผ่านไปอย่างมีความสุข "หมอกว่าเอาสีอะไรดี" นลินดาเงยหน้ามองร้านคาเฟ่ของไร่อุ่นไอหมอกอย่างครุ่นคิด "คุณชัชว่าสีอะไรดีคะ" "สีขาวสิ หรือหมอกว่าไง" "สีขาวหมอกก็ว่าดีค่ะ ร้านคาเฟ่เล็กๆสีขาวท่ามกลางธรรมชาติสีเขียว หมอกคงมีความสุขกับที่นี่ทั้งวันแน่ๆค่ะ" "หืม..." เขาทำเสียงในลำคอพร้อมเลิกคิ้วใส่ภรรยา "ฉันไม่ยอมให้หมอกมาอยู่ที่นี่ทั้งวันหรอกนะ ให้ทำแก้เหงานิดหน่อยเท่านั้น ยิ่งตอนเจ้าตัวน้อยคลอดหมอกก็ยิ่งต่องดูแลลูก ต้อง..." "พอค่ะ เรื่องนั้นหมอกรู้แล้ว หมอกแค่เปรียบเทียบเฉยๆ" ฟู่!! ชัชวินทร์ถอนใจโล่งอกทำราวกับเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย "ค่อยยังชั่ว นึกว่าคิดจะมาขลุกอยู่ที่นี่ทั้งวันจริงๆจะได้สั่งรื้อเลย" ดวงตาคู่สวยค้อนขวับใส่สามีทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น "ล้อเล่นจ้า...คาเฟ่ของเมียผัวจะไปกล้าแตะได้ยังไง" ชัชวินทร์ไม่ใช่เพียงพูดเอาใจแต่หมายความตามนั้นจริงๆ ทุกวันนี้อะไรที่จะทำให้เธอกระทบกระเทือนความรู้สึกเขาจะไม่ทำอย่างเด็ด
นอกจากจะมีบรรยากาศที่ดีแล้วเชียงรายยังมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และวัดต่างๆที่งดงามตระการตา บางที่ก็เก่าแก่ควรค่ากับการอนุรักษ์ ทริปสุดท้ายของครอบครัวก่อนที่พวกเขาจะกลับกรุงเทพฯ ชัชวินทร์จึงเลือกพาไปไหว้พระตามวัดต่างๆ ซึ่งดูเหมือนสาวๆจะถูกใจมากเป็นพิเศษ "วัดต่อไปชื่อวัดป่าแฝกนะ ที่นั่นมีที่ให้อาหารปลาด้วย" "ดีจ้ะ แม่ชอบ ทำบุญแล้วก็ต้องทำทานด้วย" "วันนี้คุณไม่บ่นปวดเมื่อยเลยนะลืมหรือเปล่า" คุณชาคริตแซวภรรยาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มแต่คนถูกแซวกลับส่งยิ้มกว้างตอบมา "เหมือนอาการปวดเมื่อยจะหายไปเลยค่ะ สงสัยจะสนุกจนลืมเจ็บลืมปวด" "ผมจำได้นะครับว่าครั้งสุดท้ายที่เราไปเที่ยวกันเป็นครอบครัวก็ตอนผมเป็นเด็กๆ จากนั้นเราก็ไม่ได้ไปกันอีกเพราะบ้านเรามีเด็กขี้น้อยใจอยู่คนนึง" ชินวุฒิบอกเสียงกลั้วหัวเราะพลางปรายตามองน้องชาย "แหม...ทีแบบนี้จำแม่นะไอ้พี่ชาย" "แม่นสิ เด็กอะไรก็ไม่รู้โคตรใจน้อยโคตรงอแง ระวังเถอะหมอกลูกออกมาจะงอแงเหมือนพ่อมัน" "ไม่หรอกค่ะ ขนาดคุณชัชหมอกยังเปลี่ยนจากสามีเจ้าอารมณ์ให้น่ารักได้ขนาดนี้ กับลูกหมอกเชื่อว่าไม่เกินความสามารถค่ะ แต่ถ้ามีพ่อคอยให้ท้ายหมอกก็จะกำราบทั้งพ่อทั้งลูก" "ฮ
สยบเข่าวลือศึกสายเลือดได้ชนิดที่ว่าขาเม้าท์ต้องถึงกับหน้าหงาย เมื่อสะใภ้คนโตของรุ่งกิจวัฒนาโพสต์ภาพสามีที่นอนกอดกับพ่อและน้องชายที่ก่อนหน้านี้มีวงในบอกว่าเกิดศึกสายเลือดแย่งชิงมรดกกัน แต่จากภาพที่เห็นทำให้ทุกคนรู้ว่าข่าวลือก็คือข่าวลือ เพราะสองพี่น้องเขารักกันแน่นแฟ้นเอามากๆ... ทุกสำนักข่าวพาดหัวด้วยข้อความที่ไปในทิศทางเดียวกันซึ่งมันเกิดผลดีอย่างเกินคาด และเมื่อสามหนุ่มได้เห็นภาพของตัวเองโชว์หราอยู่ในข่าว ก็ถึงกับเขินจนหน้าแดงเพราะทุกครั้งที่ออกสื่อ พวกเขาจะต้องหล่อเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า "เอมอะ จะถ่ายก็ไม่บอกพี่ก่อน พี่ไม่หล่อเลย" "เขาเรียกภาพหลุดไงคะ" "แล้วมีเด็กซนคนนึงไปคอมเมนต์ว่า 'เมาแล้วก็นอน' ด้วยนะพี่เห็น" ชัชวินทร์พูดพลางปรายตาไปหาภรรยาที่ยิ้มแหยอยู่ข้างๆ "แหม...ก็ภาพมันฟ้องนี่คะ หมอกก็อดคอมเมนต์ไม่ได้" นลินดาซบใบหน้ากับต้นแขนของสามีอย่างออดอ้อน เพียงเท่านั้นชัชวินทร์ก็แทบจะใจละลาย "พ่อไม่เคยสนุกอย่างนี้มานานมากๆแล้วนะเนี่ย" "เชื่อค่ะ เห็นนอนกลิ้งเมื่อคืนก็รู้แล้ว แก่แล้วเมากลิ้งกับลูกได้ ห้ามไปเมากลิ้งที่อื่นนะคะเตือนไว้ก่อน" คุณวัลภาเอ่ยแซวจนทุกคนอมยิ้มไปตามๆกัน
กองไฟเล็กๆถูกก่อขึ้นที่ลานข้างบ้าน ทุกคนในครอบครัวล้อมรับรับไออุ่น ชัชวินทร์ร้องเพลงคลอเบาๆในขณะที่ชินวุฒิดีดกีตาร์ให้จังหวะ นลินดานั่งมองสามีด้วยแววตาเปี่ยมรักซึ่งชัชวินทร์เองก็มองภรรยาด้วยแววตาเช่นเดียวกัน เสียงปรบมือดังขึ้นเมื่อเพลงจบต่างคนต่างจูบแก้มสามีเป็นการตอบแทนบทเพลงที่เพิ่งจบไป "สามีหมอกร้องเพลงเพราะจังค่ะ..." "สามีเอมก็ดีดกีตาร์เก่งมากค่ะ" สองสาวต่างก็อวยสามีอย่างไม่มีใครยอมใครจนสองพี่น้องยิ้มแก้มปริ "ผมมีความสุขจังคุณ" "ฉันเองก็มีความสุขค่ะ" คุณวัลภาบอกสามีแล้วส่งยิ้มให้คู่ชีวิต ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าสามีสุขแค่ไหนที่เห็นลูกชายทั้งสองรักใคร่กัน "ชัช..." "ครับพ่อ" "พ่ออยากคุยด้วยเรื่องบริษัทก่อสร้างของเรา" "ครับ" "พ่ออยากส่งต่อให้ลูกดูแล" "ผมไม่..." "อย่าปฏิเสธเลยนะพ่อตั้งใจยกให้แกจริงๆ" "อย่ามาทำเป็นลังเลเลยว่ะ แกจะปฏิเสธพ่อลงเลยหรือไง คุณพ่อตั้งใจยกให้แกจริงๆนะชัช" ชินวุฒิรีบสนับสนุนคำพูดของบิดาเมื่อเห็นน้องชายทำสีหน้าคล้ายลำบากใจ "ฉันชอบที่นี่ว่ะชิน อยากอยู่กับหมอกแล้วก็ลูกที่นี่ ถ้าฉันต้องดูแลบริษัทก่อสร้างก็ต้องไปๆมาๆระหว่างกรุงเทพ-เชียงราย ฉันไม่อยากทิ้ง







