LOGINมือบางกึ่งลากกึ่งจูงเพื่อนให้ตามมาใต้อาคารเก่า เมื่ออยู่เพียงลำพัง หันมามองอย่างเอาเรื่อง
“นนท์ แกเป็นบ้าอะไร ทำไมถึงพูดจาแบบนั้นต่อหน้าคนอื่น”
“พูดอะไร ฉันไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย”
ท่าทางโกรธเคืองของเธอ ยิ่งทำให้หงุดหงิด ความรู้สึกที่พยายามกดทับ มันยิ่งผุดขึ้นกลางอก
“อย่ามาเนียน แกจงใจหาเรื่องฉัน แกทำแบบนี้ทำไม หรือว่าน้องแพทตี้ไม่สนใจ แกเลยมาหงุดหงิดใส่ฉัน”
กระบอกตาร้อนผ่าว เธอไม่เคยอยู่ในสายตาของภานนท์ ทุกวันนี้ที่ยังสนิทกัน มาจากการที่เธอเป็นฝ่ายตามเขาตลอด
“แกคิดว่าฉันเป็นคนงี่เง่าขนาดนั้นเลยหรือนรี”
น้ำเสียงราบเรียบ นัยน์ตาคู่คมมืดดำปราศจาก แววตาหยอกล้อเฉกเช่นยามปกติ เขาสืบเท้าก้าวเดินเข้ามาหา เป็นเธอเองที่ประหม่าจนต้องก้าวถดถอย
“ฉัน...ไม่ได้คิดแบบนั้น แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องน้องแพทตี้ แล้วอะไรล่ะที่ทำให้แกเป็นแบบนี้”
แผ่นหลังบอบบางชนกับกำแพงด้านหลัง เขาขยับกายแนบชิด มือหนาสองข้างท้าวยันกับกำแพง ก้อนเนื้อข้างซ้ายเต้นระส่ำ
“นนท์....แกขยับออกไปก่อน ฉัน...เอ่อ”
เขาแค่นยิ้มหยัน ไม่ขยับออกห่าง อีกทั้งยังเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้
“ถ้าฉันไม่ขยับ แกจะทำไม”
ปากกระด้างกระซิบชิดซอกคอระหง จงใจให้ลมหายใจอุ่นร้อน เป่าราดรดผิวเนื้ออ่อน เขาเห็นเธอตัวสั่นเทิ้ม ขนเส้นอ่อนลุกชัน
“ถะ...ถอยออกไป ฉันจะไปเรียน”
ความประหม่าก่อตัวขึ้น เนื้อตัวสาวเบ่งบานขานรับเสน่ห์ของเขาอย่างน่าสมเพช มือบางดันแผงอกแกร่ง หวังให้ผละออก
“นนท์ แกจะทำอะไร ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ”
ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างเพียงแค่คืบ ก่อนที่เขาจะกดริมฝีปากลงมาหา กายสาวชาดิก ร่างกายแข็งทื่อราวกับโดนสาป เสียงหัวใจเต้นเร็วแรงกึกก้องจนอื้ออึง รู้สึกตัวอีกทีตอนที่เผยอรับจูบอย่างไร้สติ มือบางดันแผงอกแกร่ง ทำให้เขาผละออกเพียงเล็กน้อย
“อย่า...อุปส์”
ปากกระด้างกดริมฝีปากลงอีกครั้ง มือหนาตรึงปลายคางสวย ตะโบมปากเร่าร้อน เต็มความปรารถนา มือบางทึ้งสาบเสื้อ รสจูบที่ได้รับชักพาให้สติสัมปชัญญะหลุดลอย
“แกห้ามฉันไม่ได้หรอกนรี…”
กล่าวน้ำเสียงแหบพร่า ในตาคู่คมไร้แสง เขาใช้ท่อนขาข้างหนึ่งแทรกระหว่างกลางร่าง บดเบียดเนินนาง ปลุกปั่นความกระสันให้ตื่นเพริด
“อ๊ะ...นนท์ ฉัน...”
ร่างกายร้อนจัด กลีบเนื้อปวดหนึบหนับขานรับทุกการกระทำหยาบคาย หลงลืมความจริงไปชั่วขณะว่า เขากับเธอคือเพื่อนกัน
เธอกัดปากขยับสะโพกผาย เสียดสีเนินนางไปกับท่อนขาแข็งแกร่ง
“นนท์...”
“แกชอบจูบของฉันหรือเปล่านรี”
เธอพยักหน้ารับอย่างเลื่อนลอย ปากอิ่มถูกตะโบมจูบอีกครั้ง และหนนี้มันทำให้ช่องท้องร้อนจัด ท่อนขาแข็งแกร่งขยับบดเบียด มือหนาบีบขยำหน้าอกอวบ กลีบเนื้อฉ่ำจนน้ำเสียวซึมผ่านเนื้อผ้า
“อ๊ะ...ซี๊ด”
ฝัน เธอกำลังฝันอยู่ เฉกเช่นทุกค่ำคืนใช่ไหมณัฐนรี ความฝันที่ถูกเพื่อนสนิทกระทำชำเรา แต่ทว่าเสียงคำรามกระหึ่มที่ดังขึ้นทำให้กายสาวชาดิก
“อึมส์...นรี ฉันอยากสัมผัสแก อยากรู้ว่าแกจะแฉะแค่ไหน”
มือหนากำลังจะล่วงล้ำเข้ามาภายใต้กระโปรงพลีท สติที่หลงเหลืออยู่น้อยนิดบงการให้ผลักไส
“ไอ้นนท์...หยุด”
กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ภานนท์หยุดชะงักแต่เพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น มือหนาของเขาลูบไล้ต้นขาขึ้นมาด้านบน
“อ๊ะ...อย่า”
ก่อนที่มันจะสัมผัสโดนจุดเร้นลับ เธอผลัก แผงอกแกร่ง ฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าหล่อเหลาเต็มแรง
เพี้ยะ
เสมือนทุกอย่างหยุดนิ่งไปชั่วขณะ มือบางยกขึ้นกอดอกมองด้วยความขลาดกลัวระคนผิดหวัง
“นนท์แกทำแบบนี้กับฉันทำไม”
กลีบปากอิ่มเม้มแน่น หัวใจสาวเต็มไปด้วยความรวดร้าว หากไม่ได้แอบรักเขา คงไม่รู้สึกทรมานแบบนี้
“แกก็รู้ว่าฉันไม่เคยจูบกับใคร ฉันยังไม่เคยมีแฟน ทำไมแกถึงใจร้ายแบบนี้ว่ะ”
ใจคอเขาจะขโมยทุกอย่างไปจากเธอ จนหมดเลย ใช่ไหม
ใบหน้าหล่อเหลาลอบระบายยิ้มร้ายกาจ ผินกลับมามอง ดวงตาคู่คมอ่อนแสง
“ขอโทษที ฉันหงุดหงิดเรื่องน้องแพทตี้อย่างที่แกพูดจริงๆ นั่นล่ะ ขอโทษนะที่ทำให้ตกใจ”
มือหนาวางบนบ่าบอบบาง เสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกทั้งหาได้รู้สึกผิดอย่างที่กล่าว มีเพียงความสมใจเท่านั้นที่ก่อตัวขึ้น
“นนท์...ฉันเป็นเพื่อนแกนะ ไม่ได้เป็นที่ระบายอารมณ์เวลาที่แกรู้สึกไม่ได้ดั่งใจ”
กล่าวเสียงสั่นหยาดน้ำใสรื้นรินไหลอาบแก้ม มือบางปาดทิ้งลวกๆ ก่อนจะวิ่งหนีจากไปทั้งน้ำตา ไม่อยากเผชิญหน้า กลัวว่าความรู้สึกที่แท้จริงจะถูกเปิดเผย
ไม่ได้เสียใจที่ภานนท์คือจูบแรก แต่เสียใจที่มันเกิดขึ้นอย่างปราศจากความรัก
แววตาคู่คมเป็นประกายจับจ้องเพื่อนรักที่กึ่งวิ่งกึ่งเดินจากไปจนลับตา ลิ้นแกร่งดุนดันกระพุ้งแก้ม ตวัดเลียริมฝีปาก ประหนึ่งต้องการลิ้มรสจูบเมื่อครู่ให้ได้มากที่สุด ไม่ใช่แค่จูบที่จะฉกฉวยมาครอบครอง แต่รวมถึงตัวและหัวใจ ที่จะไม่ปล่อยให้เป็นของคนอื่น “นรี แกรนหาที่เองนะเว้ย” ภาพที่เห็นเธอพูดคุย ยิ้มแย้มสดใสให้กับผู้ชายอื่น มันกระตุ้นความรู้สึกที่พยายามกดทับมาตลอด การที่เขาไม่จริงจังกับผู้หญิงคนไหน เพราะเบื้องลึกล่วงรู้อยู่แก่ใจว่ามีแต่เพื่อนสนิท ณัฐนรีอยู่ในชุดนอนกระโปรงยาวแขนตุ๊กตาแบบที่เจ้าตัวชื่นชอบ เธอก้าวเดินออกจากห้องน้ำ ตรงไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง ทาครีมบำรุงผิวลงบนใบหน้า แต่ทว่าเงาสะท้อนในกระจกทำเผลอมองริมฝีปาก ภาพเหตุการณ์ในวันนี้ผุดขึ้นในหัว ทั้งที่พยายาม จะลบเลือน แต่ยังจดจำได้แม้แต่เสียงลมหายใจของ ภานนท์ ที่เป่าราดรดบริเวณกกหู มือบางยกขึ้นแตะกลีบปาก หัวใจสาวสั่นสะท้าน หวามไหวอย่างไม่สมควร สิ่งเดียวที่ควรจะรู้สึกคือ โกรธเคืองที่ถูกล่วงเกิน แต่กระนั้นเธอกลับรู้สึกดี
มือบางกึ่งลากกึ่งจูงเพื่อนให้ตามมาใต้อาคารเก่า เมื่ออยู่เพียงลำพัง หันมามองอย่างเอาเรื่อง “นนท์ แกเป็นบ้าอะไร ทำไมถึงพูดจาแบบนั้นต่อหน้าคนอื่น” “พูดอะไร ฉันไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย” ท่าทางโกรธเคืองของเธอ ยิ่งทำให้หงุดหงิด ความรู้สึกที่พยายามกดทับ มันยิ่งผุดขึ้นกลางอก “อย่ามาเนียน แกจงใจหาเรื่องฉัน แกทำแบบนี้ทำไม หรือว่าน้องแพทตี้ไม่สนใจ แกเลยมาหงุดหงิดใส่ฉัน” กระบอกตาร้อนผ่าว เธอไม่เคยอยู่ในสายตาของภานนท์ ทุกวันนี้ที่ยังสนิทกัน มาจากการที่เธอเป็นฝ่ายตามเขาตลอด “แกคิดว่าฉันเป็นคนงี่เง่าขนาดนั้นเลยหรือนรี” น้ำเสียงราบเรียบ นัยน์ตาคู่คมมืดดำปราศจาก แววตาหยอกล้อเฉกเช่นยามปกติ เขาสืบเท้าก้าวเดินเข้ามาหา เป็นเธอเองที่ประหม่าจนต้องก้าวถดถอย “ฉัน...ไม่ได้คิดแบบนั้น แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องน้องแพทตี้ แล้วอะไรล่ะที่ทำให้แกเป็นแบบนี้” แผ่นหลังบอบบางชนกับกำแพงด้านหลัง เขาขยับกายแนบชิด มือหนาสองข้างท้าวยันกับกำแพง ก้อนเนื้อข้างซ้ายเต้นระส่ำ “นนท์....แกขยับออกไปก่อน ฉัน...เอ่อ
รถยนต์คันหรูจอดเทียบสนิทบริเวณแคนทีนของคณะบริหารธุรกิจ บรรดานักศึกษาหญิงต่างมองให้ความสนใจ รู้ดีว่ารถพอร์ชสีขาวสะอาดตา เป็นของภานนท์คณะวิศวะฯชายหนุ่มตวัดเรียวขาก้าวลงจากรถ การมาเยือนของเขาเรียกความสนใจ ให้ทุกสายตาต้องสะกดมอง แต่เจ้าตัวหาได้แยแส ยังคงก้มหน้ามองหน้าจอโทรศัพท์“ทำไมไม่อ่านไลน์ว่ะ หรือว่ามือถือเสีย”ความห่วงใยที่มีทำให้อึดอัดในหัวอก คิ้วหนาขมวดมุ่น กดโทรออกหาปลายสายแต่กลับไร้การตอบรับ“ทำไมไม่รับสาย หรือจะไม่สบาย”จังหวะนั้นเอง ที่สายตาเหลือบไปเห็นเพื่อนผู้หญิงที่เคยอยู่กับณัฐนรี “แยมส้ม”หญิงสาวเจ้าของชื่อหันไปตามเสียงเรียก ระบายยิ้มหวาน“อ้าว...นนท์ มาหานรีหรอ”“ใช่ แยมส้มเห็นนรีไหม พอดีเราติดต่อนรีไม่ได้เลย”หญิงสาวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง“อืม...ถ้าเวลานี้ นรีชอบไปนั่งกินข้าวที่แคนทีนของคณะน่ะ”“กินข้าว ?”“ใช่ นรีกินข้าวเวลานี้ประจำแหละ ลองไปหาดูนะ”กินประจำ...เขาก้าวตรงไปที่แคนทีนด้วยความสงสัย แต่สิ่งที่เห็นมันคลี่คลายทุกอย่างได้เป็นอย่างดี ภานนท์มองเพื่อนสนิทนั่งกินข้าวอยู่กับผู้ชายอื่น ดวงตาคมกริบจ้องมองนิ่งงันมือหนากดโทรออกหาเธออีกครั้ง สิ่งที่เห็นคือหญิงสาวหยิ
“ฟังแบบนี้ฉันก็สบายใจ ไม่ต้องกลัวว่าจะได้เลี้ยงหลาน ไม่ค่อยชอบเด็กเท่าไหร่”เธอเป็นคนขี้รำคาญ ยิ่งเจอเด็กแหกปากร้องไห้ตามสถานที่สาธารณะ โดยที่ผู้ปกครองไม่ห้ามปรามยิ่งทำให้ ฝังใจ“แต่ถ้าเป็นลูกตัวเอง แกคงไม่รังเกียจใช่ไหม”“เออดิ ใครจะไปเกลียดลูกตัวเองได้ลงคอ เลิกพูดมากเถอะ เดี๋ยวน้องแพทตี้อะไรนั่น ก็บ่นหรอก ป่านนี้น่าจะชะเง้อคอรอกินข้าวแล้วมั้ง”ช่วงพักเที่ยง ภานนท์จะชวนเธอไปกินข้าวร่วมโต๊ะกับแฟนสาวทุกมื้อเป็นประจำ เขาถือคติมีแฟนต้องไม่ทิ้งเพื่อน ไม่รู้ว่าควรดีใจ หรือเสียใจกันแน่ ที่ต้องเห็นภาพบาดตาแทบจะทุกวัน“อ้าว...แล้วแกไม่ไปกินข้าวด้วยกันหรอ”ชายหนุ่มขมวดคิ้วมองอย่างแปลกใจที่เพื่อนสาว ไม่ก้าวเดินตาม“ไม่เอาอ่ะ ฉันไดเอทไม่ค่อยหิวด้วยแหละ แกไปเถอะนนท์”น้องแพทตี้ที่ว่า สวยยิ่งกว่าน้องน้ำค้าง อีกทั้งเป็นสายอ่อย คุยเก่ง บนโต๊ะอาหารในวันนี้ คงมีภาพบาดตา บาดใจกว่าทุกครั้ง ขี้เกียจปั้นหน้าระรื่นว่าไม่รู้สึกอะไรเธอเหนื่อย... “งั้นเจอกันช่วงบ่ายนะ”“อืม...”ชายหนุ่มตอบรับเดินคล้อยตรงไปที่แคนทีน รอยยิ้มสดใสบนใบหน้าเนียนสวยที่มีมลายหายไป หลงเหลือเพียงความหม่นหมอง“นรีมาทำอะไรแถวนี้”เสีย
ณัฐนรี หรือ นรี นักศึกษาปีสี่ หญิงสาวอยู่ในชุดนักศึกษา เสื้อเชิ้ตพอดีตัว กระโปรงอัดพลีทยาวเสมอเข่า ดวงตากลมโต ใบหน้าเนียนสวยเกลี้ยงเกลา ปราศจากเครื่องสำอาง มีเพียงลิปกรอสเคลือบริมฝีปากอิ่มมือบางสองข้างโอบกระชับหนังสือที่อยู่ในอ้อมแขน เอนกายพิงกับเสาด้านหลัง กวาดสายตาเข้าไปในคลาสเรียน เพื่อมองหาเพื่อนสนิทปากอิ่มคลี่เป็นรอยยิ้ม เห็นเป้าหมายนั่งหน้าเครียดดูตั้งใจเรียนกว่าทุกครั้งภานนท์ หรือ นนท์ เขาคือเพื่อนสนิทของเธอ ชายหนุ่มเรียนเก่ง หน้าตาดี กีฬาเป็นเลิศ ทั้งที่ยังเรียนไม่จบ แต่กลับมีบริษัทฯ ยักษ์ใหญ่มาทาบทามขอให้ร่วมงานแต่ต้องปฏิเสธ ครอบครัวเขาเป็นเจ้าของธุรกิจรับเหมาอาคารสูงระฟ้าชื่อดังส่วนเธอ...แตกต่างจากเขาลิบลับ จะมีดีก็แค่เรื่องเรียน การที่ได้เข้าเรียนมหาลัยฯ แห่งนี้ มาจากการเป็นนักเรียนทุน ไม่อย่างนั้นคงไม่มีปัญญาจ่ายค่าเทอมเป็นแน่พ่อของเธอทำงานให้กับครอบครัวของภานนท์ก่อนที่จะลาออกไปใช้ชีวิตที่ต่างจังหวัด และนั่นทำให้รู้จัก และสนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็กสถานะเพื่อนสนิททำให้คนอย่างเธอ มีโอกาสได้มองเขาในระยะใกล้ ในขณะที่เขาไม่เคยมองเธออย่างที่มองผู้หญิงทั่วไป สิ่งที่ทำได้คือ







